Fanfic KNB || Best Part [ Kuroko × OC ] 《 END

ตอนที่ 39 : Q36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    27 เม.ย. 63







Q36


*สำหรับคนที่อ่านในหน้าเว็บสามารถกดเล่น/หยุดเพลงได้นะคะ เพลงไม่ค่อยเกี่ยวกับเนื้อหาหรอกค่ะ ใส่มาเฉยๆ 555*







    เธอนั่งลงประจำที่ข้างๆชาวแก๊งสามช่าหลังจากแจกจ่ายเครื่องดื่มให้กับคนอื่นๆในทีมแล้ว อายากะก็มองไปที่เพื่อนสนิทที่กำลังจะเล่าเรื่องราวในสมัยเทย์โคให้ฟัง



    เท็ตสึยะเล่นบาสตั้งแต่ ป.5 เหตุผลที่เขาเริ่มเล่นก็เป็นเหตุผลง่ายๆเลยก็คือการเห็นจากในโทรทัศน์ และ เพราะที่โรงเรียนไม่มีชมรมบาส เขาก็เลยเล่นอยู่ที่สนามบาสจนวันนึงก็มีเด็กผู้ชายคนนึงเข้ามาเล่นด้วย และสอนเกี่ยวกับบาสให้



    เด็กชายคนนั้นชื่อว่า โองิวาระ



    หรือจะให้พูดให้ถูกเขาคนนั้นคือแสงแรกของเงาเซย์ริน พวกเขาต้องจากกัน...และสัญญาว่าจะเจอกันในสนามแข่ง



    มันเป็นสถานการณ์ก่อนเข้าเทย์โคของเท็ตสึยะสินะ



    เธอหยิบกระป๋องน้ำมะนาวขึ้นมา แกะเปิด ฟังหนุ่มผมฟ้าที่กำลังเล่าเรื่องต่อไป มันเป็นการที่เขาเข้าสู่ทีมบาสของเทย์โคครั้งแรก เทย์โคมีการทดสอบเพื่อแบ่งทีม… มีทั้งทีม A ทีม B และทีม C



    ไม่เคยมีใครที่ทดสอบครั้งเดียวแล้วจะขึ้นไปอยู่ทีม A ได้ ดั่งนั้นเป้าหมายของเท็ตสึยะก็คือ ทีม B เหมือนคนอื่นๆ แต่แน่นอนด้วยความสามารถของเพื่อนเธอ...ทุกคนรู้ใช่ไหมคะ ว่า จะเป็นยังไง แน่นอน ทีม C แน่ๆคนนี้ แต่สิ่งที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่สุดคืออีกสี่คนที่เหนือมนุษย์มนากว่าชาวบ้าน



    "อาโอมิเนะคุง อาคาชิคุง มิโดริมะคุง และมุราซากิบาระคุง เพียงการทดสอบในครั้งแรก พวกเขาก็สามารถขึ้นไปอยู่ทีม A ได้ครับ เป็นครั้งแรกเลย"



    แต่ถ้าเทียบความสามารถแล้ว...เอ่อ ก็ถูกแล้วแหละ



    "แล้วคิเสะคุง…?"อายากะถามออกไป



    "เริ่มเล่นตอนปีสองครับ คุณฮิโรโตะจำไม่ได้เหรอ?"



    อะ เอ่อ จริงด้วย! กรี๊ด คิเสะคุงคะ ฉันขอโทษนะคะที่ลืมเรื่องของคุณไปซะสนิทเลย อุแง ยัยอายากะ ยัยบ้า เธอลืมเรื่องของที่รักตัวเองไปได้ยังไง



    หลังจากเธอตีกับตัวเองได้ก็พยายามกลับมาฟังเรื่องของเขาต่อ เขาที่พยายามซ้อมในทุกวัน จนกระทั่งอาโอมิเนะเข้ามาเล่นด้วยเป็นประจำจนพวกเขาสนิทกัน ชีวิตม.ต้นของเท็ตสึยะที่ถูกบอกให้เลิกพยายามซ้อม และ ถูกบอกให้ออกจากชมรมไป…



    การให้ทิ้งสิ่งที่ตัวเองชอบ



    ไม่น่าเชื่อเลยว่า เพื่อนสนิทก็เคยมีมุมที่ท้อแท้กับเป้าหมายแบบนี้เหมือนกัน



    มันดูเหลือเชื่อมากๆ



    ก็เท็ตสึยะที่เธอเห็นไม่เคยเป็นคนแบบนั้นเลยนี่นา



    จากนั้น เพื่อนสนิทก็เล่าไปถึงตอนที่เขาได้รู้ความสามารถ ค้นพบสไตล์การเล่นของตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์ภายในสามเดือน ผ่านการยอมรับได้เลื่อนขั้น ได้เข้าไปเล่นในเกมการแข่งขันของคนอื่นๆ



    จากนั้นก็ได้รับหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ให้กับคิเสะคุงที่พึ่งเข้าชมรมมาสองอาทิตย์ พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งกัปตัน...ที่อาคาชิ B1 จากรองกัปตันกลายเป็นกัปตันทีมของรุ่นปาฏิหาริย์ทั้งๆที่อยู่แค่ปีสอง



    และตำแหน่งของคิเสะคุงซ้ำกับไฮซากิ จากนิสัยทำให้ไฮซากิ...ถูกอาคาชิ B1 ขอให้ออกไปจากชมรม



    "ภาพที่เขาเผาโยนรองเท้าบาสไปในกองไฟยังติดตาผมอยู่เลยครับ"



    หนุ่มผมฟ้าบอกและยิ้มออกมาบางๆเป็นยิ้มฝืดๆ ก่อนที่เขาจะเล่าต่อว่า การซ้อมสุดโหดของเทย์โคจากโค้ช เป็นการซ้อมที่แทบปางตายเลยทีเดียว



    พรสวรรค์ของอาโอมิเนะที่เพิ่มมากขึ้น… เริ่มเป็นรอยร้าวรอยแรกที่เท็ตสึยะสังเกตเห็น และพยายามจะรักษามันเอาไว้ให้ดีที่สุด กระนั้น...เมื่อเวลาผ่านไป



    เพราะเป็นทีมที่ไม่เคยแพ้ ทำให้แรงจูงใจในการชนะไม่มี



    และถูกตั้งเงื่อนไขว่าในทีมจะต้องทำแต้มให้ได้อย่างน้อยยี่สิบแต้ม เอสอย่างอาโอมิเนะเริ่มโดดซ้อม เท็ตสึยะที่โทรหาโองิวาระพูดคุยถามไถ่



    อายากะเริ่มสัมผัสได้ถึงรอยร้าวผ่านคำพูดของเท็ตสึยะ เพราะอาโอมิเนะน่ะ เริ่มไม่คิดจริงจังกับการแข่งขัน และ เปลี่ยนไปหลังจากทำแต้มได้มากมายจนถูกเรียกว่าสัตว์ประหลาด



    "และเขาก็เมินไม่แตะหมัดของผมแหละครับ…"



    เป็นสิ่งที่ติดใจของเท็ตสึยะมาตลอดเลยสินะ หลังจากการแข่งขันในแมตช์นั้น



    จากนั้นทีมของโองิวาระคุงตกรอบ ส่วนทีมเทย์โคก็ชนะผ่านไปเรื่อยๆ



    ตอนนั้นคนที่ยังรักษาความรู้สึกในใจของอาโอมิเนะได้ก็คือโค้ชและรุ่นพี่นิจิมูระที่เป็นอดีตกัปตัน



    เมื่อปีสามจบการศึกษากันแล้ว...



    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น เพราะโค้ชต้องเข้าโรงพยาบาล…



    นอกจากปัญหาของอาโอมิเนะ ปัญหาของมุราซากิบาระก็เพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้เกิดการทะเลาะกันของมุราซากิบาระและอาคาชิผู้เป็นกัปตันทีม



    ทุกๆคนเริ่มค้นพบความสามารถของตัวเอง และทำให้ทีมเริ่มแตกกันไปเรื่อยๆ…



    เพราะคำว่าพรสวรรค์ที่เพิ่มพูนกันขึ้นมา



    เพราะการมีพรสวรรค์ทำให้ถูกมองว่าแตกต่างและถูกผลักออกไปจากคนอื่นๆเรื่อยๆ



    "จากนั้นอาโอมิเนะคุงก็ไม่กลับมาซ้อมอีกเลยครับ"เจ้าของดวงตาสีฟ้าหลุบตาลงขณะเล่า เป็นแววตาที่แสนเศร้า "เขาสามารถชนะโดยไม่ต้องมีลูกส่งของผมได้…"



    เพราะเขาสามารถชนะได้ โดยไม่ต้องมีลูกส่งของเท็ตสึยะอีกแล้ว



    ไม่แปลกเลยที่ตอนที่เราแข่งกันในวินเทอร์คัพ เท็ตสึยะจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเมื่อเจอประโยคของอาโอมิเนะที่บอกว่าแสงน่ะ อยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงา…



    แต่อายากะเองก็เห็นใจความรู้สึกของอาโอมิเนะคนนั้น



    และ



    การมีปากเสียงของมุราซากิบาระกับอาคาชิที่ทำให้ตัวตนอีกตัวตนของอาคาชิ เซย์จูโร่ คนนั้นเกิดขึ้นมา จนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากเดิม



    เพราะความกลัวที่จะพ่ายแพ้…



    ความที่จะพยายามยึดทุกคนให้ยังอยู่ด้วยกัน



    เพราะกลัวที่จะพ่ายแพ้ กลัวที่จะต้องปล่อยให้คนอื่นๆกระจัดกระจายออกไป



    "จากนั้นอาคาชิคุงก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนครับ"



    จากนั้นขอแค่ชนะ...ชนะก็พอ ไม่ต้องมาซ้อมก็ได้ แต่ต้องชนะ ชนะในทุกการแข่งขัน



    ตะ แต่อาคาชิ B1 น่ากลัวจังเลยค่ะ..



    มัน เอ่อ มันน่ากลัวมากๆ



    แต่ว่าอายากะก็พอเข้าใจ



    ว่าอาคาชิคนนั้นไม่ได้ทำให้ทีมเปลี่ยนไปหรอก แต่เขาเปลี่ยนไปก็เพราะทีมมันเปลี่ยนไปต่างหาก



    ทีมปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนไป...ไม่สามารถเรียกได้ทีมอย่างเต็มปาก ความเป็นเพื่อนของพวกเขาก็ลดลงไปเรื่อยๆ นี่ต่างหากที่เป็นจุดสำคัญของเรื่อง



    เท็ตสึยะไม่มีรอยยิ้ม รวมไปถึงคนอื่นๆในทีม



    และสองผู้จัดการสาวของเทย์โคที่ทำได้เพียงแค่สังเกตรอยร้าวที่แตกไปเรื่อยๆ



    รอยร้าวของทีมปาฏิหาริย์แตกจนไม่สามารถรั้งไว้ได้อีก



    และวินาทีที่เท็ตสึยะลาออกจากชมรมบาส เพราะรอบชิงที่ต้องเจอกับเมย์โคว ทีมของโองิวาระคุง แต่เท็ตสึยะที่บาดเจ็บไม่สามารถลงได้



    "ทีมของเราจงใจให้สกอร์ในการแข่งครั้งนั้นเป็น 111-11 ครับ"



    อายากะรู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองจะหยุดเต้นหลังจากได้ยิน ความรู้สึกใจหาย มันเป็นความรู้สึกโหดร้ายมากๆ



    จากนั้นโองิวาระคุงก็เลิกเล่นบาส



    มันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาลาออกจากการอยู่ในทีมปาฏิหาริย์



    "ริสแบนด์ที่ผมใส่อยู่ก็...เป็นของโองิวาระคุงครับ"



    วินาทีนั้นที่อายากะรู้ว่าทำไมเพื่อนสนิทถึงยังเล่นบาสอยู่ และ ทำไมถึงเลือกเซย์รินก็เพราะการที่เอาของไปคืนและดูการแข่งขัน



    เมื่อวันจบการศึกษาของเทย์โค พวกเขาก็ตัดสินใจแยกย้ายไปกันคนละโรงเรียน เพื่อพิสูจน์บาสในแบบของตัวเอง



    เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ



    คางามิที่เท้าคางอยู่ก็พูดออกมา "อะไรกันเนี่ย เป็นความผิดของนายไม่ใช่เหรอ?"



    เท็ตสึยะมองอีกฝ่ายอย่างงุนงง "ก็นึกเป็นห่วงตั้งนาน ที่ฉันแปลกใจน่ะก็คืออาคาชิกับคนอื่นๆ ถ้านายคิดว่าพวกนั้นผิดก็ซัดหน้าให้หงายหลังสักหมัดก็จบ"



    ใจพี่มันได้ว่ะ คางามิ



    "เรื่องหลักการน่ะ เอาไว้ที่หลังแล้วกัน ทำไปก่อนค่อยคิด แต่ว่านายดันยึกยักอยู่ที่เดิมเนี่ยสิ"



    "นั้นสิครับ"เงาเซย์รินตอบแสงของด้วยเสียงแผ่ว "ผมทำอะไรไม่ได้สักอย่างเดียวที่โองิวาระคุงเลิกเล่นบาสเก็ตบอลไปก็เป็นความผิดของผมเอง…"



    "ก็บอกแล้วไงว่าอย่าเอาแต่คิดมาก"แสงตอบแล้วใช้มือสับหัวคู่หู "เขาก็ให้ริสแบนด์เป็นของต่างหน้าแล้วไม่ใช่เหรอ?"



    "ถึงแบบนั้นก็เป็นความผิดผมอยู่ดี"



    "ไอ้นายชิเงะอะไรนั้น เขาคงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกนะ นายก็แค่ไม่ยอมยกโทษให้ตัวเองแค่นั้นน่ะ"



    คางามิท็อปฟอร์มเว้ย วันนี้



    "แล้วนี่จะเอาไงต่อ? นายจะพูดว่าผมก็เป็นคนแบบนี้แหละครับ พอรู้แบบนี้ยังจะรับผมเป็นเพื่อนร่วมทีมอยู่รึเปล่า?"ดัดเสียงเป็นเท็ตสึยะอีก อายากะพยายามกลั้นขำจนไหล่สั่น "แบบนี้ใช่ไหม? ถ้าพูดแบบนั้นนะ ฉันจะซัดหน้านายตอนนี้เลย"คนที่บอกจะซัดหน้าลุกขึ้น "พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน หรือว่านายไม่ได้คิดแบบนั้นฮะ?!"



    "พูดได้ดีมาก คางามิ"กัปตันฮิวงะบอกแล้วลุกขึ้นยืนชื่นชม ก่อนจะสับหัวตาเอสเซย์รินรัวๆ "นายแย่งบทที่ฉันจะพูดไปหมดเลย! คุโรโกะก็ด้วยต้องโดนสั่งสอนเหมือนกัน!"



    อายากะหัวเราะกับบรรยากาศที่ดูสบายขึ้น เซย์รินก็คือเซย์ริน



    ที่พวกเราทุกคนเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีต่อกัน และเป็นครอบครัวที่ไม่ได้ทิ้งกัน



    อายากะดีใจที่ได้เจอพวกเขา



    ดีใจที่เธอเป็นส่วนนึงของทีมนี้ เป็นส่วนนึงของเรื่องราวในชีวิตของเด็กหนุ่มคนนึงที่ผ่านพ้นสิ่งเลวร้ายในอดีตมาได้ และ พยายามอยากจะพิสูจน์สิ่งที่ตัวเองรักกับปาฏิหาริย์คนอื่นๆที่กระจัดกระจายไป



    อายากะจะสนับสนุนเขา



    จะสนับสนุนเท็ตสึยะให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้













    "ถึงบ้านแล้วนะครับ อายะจัง"คนที่เดินมาส่งถึงบ้านบอกหลังจากเรามาหยุดเดินที่หน้าบ้านของเธอ อายากะมองเขาแล้วยิ้มให้ "พรุ่งนี้จะเป็นการแข่งรอบชิงแล้วนะครับ ขอบคุณที่รอจนผมมาถึงรอบชิงได้นะ"



    เป็นคำขอบคุณจากเงาของเซย์ริน



    "บ้าเหรอ…"เธอแย้งกลับไป "ใครบอกว่าฉันรอกัน?"



    "หือ?"



    "ฉันกับนาย กับทุกคน เราเดินมาด้วยกันต่างหาก"



    แท้จริงแล้ว สาวผมสีดำ ตาสีทับทิมไม่เคยรอเขาเลยจนถึงวันนี้ กลับกันเธอเดินมากับเขาจนถึงตรงนี้แล้วต่างหาก เพราะแบบนั้นคนที่ได้ฟังคำพูดก็หัวเราะในลำคอ



    "พักผ่อนเยอะๆนะครับ คุณผู้จัดการทีม"



    "คงไม่ได้หรอกค่ะ คุณผู้เล่นเงามายาของเซย์ริน"เธอแซวเขาออกไป "หน้าที่ของผู้จัดการก็คือพยายามหาข้อมูลของทีมที่จะแข่งในวันพรุ่งนี้ต่างหาก หน้าที่ของฉันคือสนับสนุนให้ทีมของเราไปได้ไกลที่สุดค่ะ"



    "ตอนนี้เป็นผู้จัดการเต็มขั้นแล้วเหรอครับ?"



    "แน่นอนค่ะ"เธอตอบแบบหยอกล้อออกไป "คนที่จะแข่งอ่ะ พักผ่อนให้เยอะๆเลย รีบกลับไปได้แล้ว คุณอดีตซิกซ์แมน"



    "น่ารัก"



    อดีตซิกซ์แมนชมเธอ



    "หยอดอีกแล้วนะ"เธอหรี่ตาพลางส่ายหัว "จริงๆเลย"



    "ยังไงก็ตาม พักผ่อนให้เยอะๆนะครับ อย่าฝืนมากไปนะ"



    "นายก็เหมือนกัน พักผ่อนเยอะๆนะ"



    จากนั้นอายากะกับหนุ่มผมสีฟ้าก็แยกกันเธอมองแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆลับสายตาไป ก่อนจะก้าวขาเข้าไปในบ้านของตัวเอง จัดการตัวเองให้เรียบร้อย



    ก่อนจะตั้งโต๊ะศึกษาเรื่องต่างๆของแผน



    แต่ว่าเธอน่ะ...เป็นผู้จัดการที่ไม่เก่งเท่ากับสองคนนั้นเลยสักนิด ถ้าเทียบกัน อายากะก็เป็นแค่มือใหม่ที่มีโค้ชสาวคอยช่วย



    เธอยกมือทั้งสองข้างนวดขมับของตัวเองเบาๆ



    มองมือถือของตัวเองและตัดสินใจกดเบอร์หนึ่ง เป็นเบอร์ของผู้จัดการสาวผมสีชมพู



    [ ฮัลโหลค่ะ ]



    "สวัสดีค่ะ"



    [ อะ...เอ๊ะ!? อายะจังเหรอ? ]



   "ใช่ค่ะ ฉันเอง"เธอตอบออกไปยืนยันตัวตนของตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่หลังจากได้เบอร์ของผู้จัดการสาว… อายากะก็ได้มีโอกาสโทรหาอีกฝ่าย "คือ...ฉันมีเรื่องอยากจะไหว้วานนิดหน่อยค่ะ"



    [ เรื่องอะไรเหรอ บอกมาได้เลยนะ แต่ถ้าจะให้บอกจุดอ่อนของทีมราคุซันคงทำไม่ได้หรอกนะคะ อายะจัง ฉันเองก็ไม่ได้คุยกับเซ็ตจังมานานมากแล้ว! ]



    "เปล่าค่ะๆ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก…"อายากะรีบแก้ต่าง "คือว่า...ฉันอยากจะเอ่อ...รู้จักโองิวาระ ชิเงฮิโระรึเปล่าคะ?"



    [ อ้อ...โองิวาระคุง! ]



    "ฉันอยากได้ช่องทางติดต่อของเขาค่ะ"อายากะบอกตามตรงไป "ถ้าให้ดีก็อยากจะได้ช่องทางติดต่อเพื่อนคนอื่นๆของเขาด้วย เผื่อติดต่อไม่ได้…"



    [ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ...แต่ว่างั้นเดี๋ยวฉันจะส่งไปให้ในเมล์ของอายะจังนะ ] ทางปลายสายรับปาก อายากะยิ้มออกมา ส่งเสียงสดใสตอบขอบคุณออกไป ก่อนที่ทั้งคู่จะวางสายลง



    และช่องทางติดต่อต่างๆก็ถูกส่งมาอย่างรวดเร็ว



    คืนนี้ไม่ว่ายังไง อายากะก็จะต้องทำให้สำเร็จ



    มันอาจไม่ใช่หน้าที่ของผู้จัดการที่ดีแบบคนอื่นๆ แต่สำหรับเธอหัวใจของคนในทีมต่างหากที่สำคัญที่สุด



    ไม่ว่ายังไง คืนนี้เธอก็จะต้องติดต่อโองิวาระคุงให้ได้ เป็นตายร้ายดียังไงก็ต้องคุยกับเขา ให้เขามาดูแมตช์ชิงชนะเลิศนี้ให้ได้



    สำหรับฮิโรโตะ อายากะ



    ของขวัญรอบชิงจริงๆน่ะ ไม่ใช่เธอเลย



    แต่ของขวัญจากเธอ



    คือแสงแรกในชีวิตของคุโรโกะ เท็ตสึยะที่เธอจะต้องเอากลับมาให้เขาให้ได้



    สำหรับคนที่ไม่มีอะไรดีแบบเธอ



    โองิวาระ ชิเงฮิโระ ผู้เป็นแสงแรก ผู้เป็นตราบาปในจิตใจของหมอนั้น…



    ไม่ว่ายังไง อายากะจะต้องพาเขากลับมา



    กลับมาเพื่อให้ตราบาปในจิตใจของเงาเซย์รินได้หายไป ได้มีความสุข ได้กลับมาพูดคุยกัน ได้เคลียร์เรื่องในอดีตที่ไม่อาจกลับไปแก้ไขอะไรได้



    มันคือสิ่งที่ผู้จัดการแบบเธอทำได้ดีที่สุดแล้ว



    สำหรับอายากะ มันคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดของ คุโรโกะ เท็ตสึยะ แล้ว






|||||


มาแล้วค่ะ Q36 อิงตามอนิเมะ

ตอนนี้จบ Ss3 ตอนที่ 16 แล้วค่ะ

ยาวนานเนอะ 55555

รู้อีกทีก็จะจบแล้วจริงๆ เหลือการแข่งอีกแค่แมตช์เดียวเท่านั้น ใจหายค่ะ พูดตรงๆ น้ำตาจะมาแล้ว 555


สำหรับเพลงที่ใส่ไว้เป็นเพลง ED

ของ KNB Ss.3 ตัวที่ 2 ค่ะ ( เพลงปิดในช่วงเทย์โค )


ตอนนี้อาจค่อนข้างน่าเบื่อไม่นิดหน่อย อาจไม่ได้ขบขัน อาจบรรยายติดขัดด้วย ฮา


จริงๆพอเขียนถึงฉากจบสุดท้าย

มันก็แบบ รู้สึกเลยค่ะ ว่า อยากให้แต่งงานกันได้แล้ว แง ถ้าจะรักกันขนาดนี้


สำหรับมาวว ความรักในรูปแบบของสองคนนี้คืออยากให้อีกคนมีความสุขที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะอยู่ข้างๆ จับมือโตไปด้วยกันแบบนี้ดีกว่า

เนี่ย พูดแล้วจะร้องไห้ 5555


สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกคนที่รู้ว่ามาววเขียนผิดพลาดอะไรยังไง ตรงไหน แต่ยังคอยเป็นกำลังใจ พามาววมาถึงตรงนี้นะคะ มาววรักทุกคนเสมอเลย ขอบคุณความรักที่มีให้มาววและฟิคเล็กๆฟิคนี้ด้วยนะคะ ❤





TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

604 ความคิดเห็น

  1. #394 Violet.M (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 08:57
    ชอบบรรยากาศแบบนี้ของเซย์ริน มันเป็นบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นแล้วพร้อมเผชิญหน้ากับอะไรหลายๆอย่างไปด้วยกัน ที่เริ่มต้นอ่านมาเรื่อยไปทำให้รู้เลยว่าตัวละครเติบโตขึ้น โดยเฉพาะอายะจัง เริ่มที่จะมีความคิดหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ทุกคนดูเติบโตมากขึ้น พูดแล้วน้ำตาจะไหลเหมือนเราเห็นเค้าตั้งแต่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน พอตอนนี้รู้สึกว่าโตขึ้นมากๆเลย นี่ก็ใกล้จะจบแล้วแต่ก็แอบใจหายเหมือนกัน ความจริงก็ทำใจแล้วแต่มันก็...ยังใจหายอยู่ดี แต่ยังไงคุณมาววก็อยู่ด้วยอีกนานกับ7เรื่อง
    #394
    4
    • #394-1 มาวว(จากตอนที่ 39)
      28 เมษายน 2563 / 11:31
      มาววก็ชอบบรรยากาศของเซย์รินเหมือนกันค่ะ เป็นทีมที่ครอบครัวอบอุ่นมากที่จะเผชิญหน้า จะสู้ไปด้วยกันสุดๆ โดยส่วนตัวมาววคิดว่าทุกคนโตขึ้นมา และก็รู้สึกเหมือนกันว่าคนที่มีพัฒนาการที่โตขึ้นก็คือน้องอายะ จริงเลยที่บอกว่าเห็นตั้งแต่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน พอน้องโตขึ้นก็ใกล้จะจบเรื่องซะแล้ว 55555 สำหรับมาววนอกจากตัวน้องที่จะโตขึ้น มาววเองก็โตขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ

      และก็ใช่ค่ะ ต้องอยู่กันไปอีก7เรื่อง5555 ใครแอบหายไปก่อนแพ้นะคะ //ผิด
      #394-1
    • #394-4 มาวว(จากตอนที่ 39)
      28 เมษายน 2563 / 12:45
      แอบขำเอ็นดูความผิดชื่อนะคะ 55555
      #394-4
  2. #393 Kurokiko L. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 06:47
    สัมผัสได้ถึงความรักของอายะจังที่รักน้องครก. เขารักกันมากจรๆ
    #393
    1
    • #393-1 มาวว(จากตอนที่ 39)
      28 เมษายน 2563 / 11:27
      เป็นความรักที่มาในรูปแบบของการสนับสนุน การให้กำลังใจมากๆเลยค่ะ พูดแล้วซึ้งนะคะ มาววจะร้องไห้ 55555
      #393-1
  3. #392 Kurokiko L. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 06:46
    สัมผัสได้ถึงความรักของอายะจังที่รักน้องครก. เขารัดกันมากจรๆ
    #392
    0
  4. #391 91250 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 00:16
    เป็นของขวัญที่ดีมากเลยนะคะ ฮิโระจังน่ะเป็นตัวของตัวเองดีทีสุดจริงๆแหล่ะค่ะ
    #391
    2
    • #391-1 มาวว(จากตอนที่ 39)
      28 เมษายน 2563 / 00:43
      เป็นของขวัญที่ดีมากๆแล้วค่ะ สำหรับมาวว
      แล้วก็ใช่ค่ะ การเป็นตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว XD

      #391-1
  5. #390 LucyTaylor (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 23:46
    กอดคอร้องไห้ไปกับคุณมาวนะคะ แง แต่ละคนต่างเติบโตขึ้นมากจริงๆ รักคุณมาวเสมอนะคะ ตอนนี้เรารู้สึกว่ามันซึ้งมากๆค่ะ ถ่ายทอดอะไรหลายอย่างออกมาได้ดีมากค่ะ จากอนิเมะเราก็ดูก็ซึ้งมาอ่านก็ซึ้งค่ะ ยิ่งโดยเฉพาะฉากที่น้องจะขอให้โองิวาระมาดูแมตช์แข่งรอบชิงก็คือ น้องรักเท็ตสึยะมากจริงๆ อยากให้มีความสุขไปด้วยกันทั้งคู่และใช่ค่ะ แต่งงานมีลูกกันได้แล้วนะคะทั้งสองคน---
    รักคุณมาวนะคะ(อีกสักที--)
    #390
    1
    • #390-1 มาวว(จากตอนที่ 39)
      28 เมษายน 2563 / 00:42
      มาววคือน้ำตาซึมค่ะ 5555 แง ขอบคุณที่มากอดๆกันนะคะ ส่วนตัวมาววคิดว่าคนที่โตขึ้นนอกจากน้อง ก็คงเป็นตัวมาววนี่แหละค่าที่โตขึ้นตามเรื่องที่เขียนไปด้วย 555 ขอบคุณที่บอกว่ามันถ่ายทอดออกมาดีนะคะ เพราะมาววกลัวจะถ่ายถอดออกมาไม่ได้เท่าไรเลย

      ฉากนั้นนี่แบบไม่ต้องจีบแล้วเป็นฟงเป็นแฟนอะไรกัน พวกเธอแต่งงานกันได้แล้ว 5555 ขอบคุณมากๆสำหรับความรักที่มีให้มาววนะคะ มาววเองก็รักคุณ LucyTaylor เหมือนกันค่ะ!
      #390-1