[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 5 : ●▽● ④ : I shouldn't trust you (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    6 พ.ย. 58



Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!


Chapter 4 – I shouldn’t trust you.

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

 

 

“น้องป๋ายมาเดินด้วยกันสิ”ช่านเลี่ยที่จูงมืออี้ชิงอยู่เงยหน้าไปคุยกับเพื่อนตัวเล็กที่ยังเกาะคอมะม๊าตัวเองไม่ปล่อย

“งือ แปปนึง”ป๋ายเซียนว่าพลางหน้าซีดพลาง ตาก็ยังจ้องเป๋งไปยังเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ที่ถูกล่ามมาไว้ที่ประตูตรงบริเวณที่ขายตั๋ว ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนพนักงานต้อนรับของสวนสัตว์

เรื่องของเรื่องก็คือ เดิมทีก็เดินจูงมือเข้ากันมาสามคนนี่แหละ แต่เผอิญวันนี้สวนสัตว์แห่งนี้พาเจ้าเสือโคร่งสองตัวออกมานั่งเฝ้าที่หน้าประตูเป็นตัวโชว์ต้อนรับลูกค้า ให้คนที่ชอบความตื่นเต้นได้ถ่ายรูปกับเจ้าเสือตัวใหญ่ทั้งสองตัว และป๋ายเซียนก็นึกกลัวจนต้องขอให้อี้ชิงอุ้ม

“มันล่ามโซ่เอาไว้นะครับป๋ายเซียน เห็นมั้ย”อี้ชิงพยายามอธิบาย ซึ่งเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนก็พยักหน้าเข้าใจแต่ก็ยังเกาะเสื้อเขาไว้แน่นไม่ยอมลง

“น้องป๋ายขี้กลัวเหมือนตุ๊ดเลย”

“น้องป๋ายไม่ได้ตุ๊ด!”ประโยคดังกล่าวของช่านเลี่ยราวกับเปิดศึกเล็กๆขึ้น มือน้อยๆเอื้อมมาจะฟาดเพียะเข้าที่หัวเพื่อน “ซือชุนสมุนอาเลี่ยตะหากที่เป็นตุ๊ด!”

“จุ๊ๆ.. น้องป๋ายอย่าเสียงดังสิครับ ห้ามตะโกนใส่กันด้วยนะ”อี้ชิงจุปาก ก่อนจะวางลูกชายลงเมื่อเจ้าตัวน้อยเริ่มดิ้นมาจับมืออีกข้างของเขาแทน

“เห็นมั้ยน้องป๋ายเดินได้! ไม่ได้กลัวซักหน่อย น้องป๋ายแค่เมื่อยขาเอง ใช่มั้ยฮับมะม๊า!”หันมาหาแนวร่วมทันทีทันใดทั้งๆที่หน้ามุ่ยเพราะอยากเอาชนะช่านเลี่ย จนเขาต้องรีบรับปาก

“คร้าบๆ น้องป๋ายของมะม๊าเก่งเสมอนั่นล่ะ”

บอกตรงๆว่าอี้ชิงเริ่มแทนตัวเองว่าเป็นมะม๊าได้อย่างเป็นธรรมชาติได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้ มารู้ตัวอีกทีเขาก็เรียกตัวเองว่ามะม๊าตามเด็กๆไปแล้ว แต่ก็คงเพราะเด็กๆเรียกเขาว่ามะม๊าตลอดด้วยมั้ง มันเลยชิน

“เชอะ”ช่านเลี่ยดึงมือน้อยๆออกจากเขาแล้วกอดอก “ก็มะม๊าเป็นปะป๊าน้องป๋ายนี่นา ก็ต้องเข้าข้างน้องป๋ายสิ”

“มะม๊าไม่เข้าข้างใครนะครับอาเลี่ย”พอเห็นเจ้าตัวน้อยน้อยใจเขาก็รีบย่อตัวลงนั่งอธิบาย อี้ชิงชอบช่านเลี่ยตรงที่เป็นเด็กมีเหตุผล แม้จะไม่ได้เชื่อทุกอย่างที่เขาพูดเหมือนๆกันกับป๋ายเซียน แต่เด็กน้อยก็เก็บไปคิดมากกว่าป๋ายเซียนที่จะชิงอ้อนบ้าง โวยวายบ้างไว้ก่อนเวลาตัวเองทำผิด

 

“ถ้าเราสองคนทะเลาะกัน คนที่จะไม่สบายใจที่สุดก็คือปะป๊ากับมะม๊า เราเป็นเพื่อนกัน เราก็ต้องรักกัน พูดกันดีๆสิครับ จริงมั้ยหืม?”ว่าพลางยีหัวทุยๆนั่นอย่างเอ็นดูเมื่อช่านเลี่ยพยักหน้ารับ พร้อมกับริมฝีปากเล็กๆที่เคยยู่ค่อยๆคลายออกเมื่อเขากระซิบข้างใบหูให้ได้ยินกันสองคน

 

“อีกอย่างนะ น้องป๋ายเขาก็กลัวจริงๆนั่นแหละครับ อาเลี่ยทำตามมะม๊าไปนะ จะได้เที่ยวกันสนุก เนอะ”

ช่านเลี่ยอมยิ้มกรุ้มกริ่มพลางเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะ

           

“คุยอะไรกันง่ะ...”ป๋ายเซียนชะโงกหน้าเข้ามาใกล้เมื่อนึกสงสัยท่าทางลับลมคมในของปะป๊าคนสวยกับเพื่อนตัวสูง ทำเอาสองผู้สมรู้ร่วมคิดรีบกลบเกลื่อนเป็นพัลวัน ก่อนอี้ชิงจะจูงมือเด็กสองคนเดินไปตามทางเดินในสวนสัตว์

 

แล้วทริปสวนสัตว์ของผู้ปกครองหนึ่งคนกับเด็กแสบสองคนก็เริ่มขึ้นจริงๆจังๆ..

 

รอบๆบริเวณสวนสัตว์แห่งนี้ร่มรื่นและค่อนข้างเย็นแม้จะเป็นฤดูร้อน เพราะมีต้นไม้ใหญ่ปลูกเรียงรายไว้เต็มไปหมด เพื่อให้สมจริงเหมือนกับผู้ชมเข้ามาเดินดูสัตว์น้อยใหญ่ในป่า อีกทั้งยังสร้างความร่มรื่นให้กับสถานที่อีกด้วย สองข้างทางเรียงรายไปด้วยกรงสัตว์เล็กที่ค่อนข้างเป็นมิตร ไล่ตั้งแต่นกชนิดต่างๆจนมาถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กจำพวกลิง อี้ชิงบอกไม่ได้ว่าลูกๆของเขาชอบสัตว์อะไรเป็นพิเศษ เพราะดูเหมือนทั้งสองคนจะตื่นเต้นไปเสียทุกกรงที่เดินผ่าน

 

“อาเลี่ยดูลิงตัวนั้นสิ!”

“อันนั้นเรียกว่าชิมแปนซีนะ ไม่ใช่ลิงเฉยๆ”ช่านเลี่ยว่าพลางบอกพลาง สองมือเล็กๆจับจูงกันวิ่งไปทางนู้นทีทางนี้ที จนอี้ชิงวิ่งตามแทบไม่ทัน “เมื่อกี้ที่เราผ่านมาเรียกว่าอุรังอุตัง”

“เด็กๆช้าๆหน่อยครับ เดี๋ยวหลงกับมะม๊ามีคนใจร้ายแบบในละครเอาตัวไปมะม๊าไม่รู้นะ”เอ่ยเตือนด้วยขู่ด้วย ร่างบางนึกอยากเอาเชือกมาผูกเอวเขากับเด็กๆสองคนนี่จริงๆ ตั้งแต่มาถึงที่นี่เด็กน้อยที่แสนจะตื่นเต้นก็ยังไม่หยุดวิ่งเสียที จะมีช่วงเวลาให้เขาได้พักบ้างก็ตอนทั้งสองตื่นตาตื่นใจกับบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ในกรง

“ไม่เห็นจะต่างกันเลย ชิมแปนซีกับอุรังอุตัง”ป๋ายเซียนยู่หน้าพลางพิจารณาเจ้าตัวหน้าขนที่กำลังกินกล้วยอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ในกรง “ทุกตัวหน้าเหมือนกันหมดแหละ เหมือนอาเลี่ยทุกตัวด้วย เอิ๊กกกๆๆๆ”

“น้องป๋าย!”ว่าไม่ว่าเปล่า ยังตีเพียะเข้าที่ก้นอีกคนอย่างไม่พอใจ “อาเลี่ยหล่อกว่าตั้งเยอะ!”

ปกติถ้าโดนตีก้นแบบนี้ป๋ายเซียนไม่ยอมแน่ๆต้องมีตีกลับ แต่พอเห็นว่ากำลังล้ออีกฝ่ายจนโกรธจนหูแดงเจ้าตัวแสบก็ล้อต่อไม่โต้กลับ “ม่ายยยยยยยยยยๆๆๆ อาเลี่ยเหมือนลิงทุกตัวววว”

แล้วเด็กสองคนก็เริ่มวิ่งไล่กัน เอาซะอี้ชิงต้องรีบคว้าข้อมือทั้งสองคนเอาไว้อย่างรวดเร็วแล้วพาเดินไปที่มุมอื่นก่อนจะได้หลงกันจริงๆ

โชคดีที่แม้วันนี้จะเป็นวันหยุด แต่ก็มีคนไม่มากนัก คงเพราะไม่ใช่ช่วงเทศกาลด้วยล่ะ...

           ร่างบางจูงมือเด็กสองคนไปยังมุมที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์จากแถบแอฟริกา ที่ถูกจัดให้บรรยากาศคล้ายๆกับทะเลทราย ทางเดินถูกก่อขึ้นจากซีเมนต์และไม้ไผ่ที่ดูแข็งแรง เบื้องล่างเป็นสัตว์ต่างๆที่จับกลุ่มรวมอยู่ด้วยกัน

อี้ชิงพาเด็กสองคนหยุดเดินตรงจุดชมวิว

“ไหน ทั้งสองคนบอกมะม๊าซิว่ามีตัวอะไรบ้าง”

“ยีราฟ!”สองเสียงแข่งกันตอบพลางยกมือไม้ยกมือให้เขาสนใจ ป๋ายเซียนชี้ “คุณยีราฟคอยาวๆแบบในห้องเราไงอาเลี่ย!”บอกพลางนึกไปถึงเจ้าโปสเตอร์รูปยีราฟที่ทำหน้าที่เป็นมารตรวัดส่วนสูงที่ห้องเรียนตัวเอง

“อื้อ อาเลี่ยจำได้”บอกพลางชี้ไป “นู่นๆๆ! ม้าลาย!”

“ม้าลายเหมือนสีทางม้าลายที่เราข้ามถนนใช่มั้ยฮับมะม๊า”ป๋ายเซียนพูดเหมือนจะถาม ก่อนจะหันมาหาเขาพลางคิ้วเล็กๆก็ขมวดเข้าหากัน “แล้วแบบนี้ตอนเราเดินข้ามถนนม้าลายไม่เจ็บเหรอฮับ?”

“ม้าลายไม่ได้นอนตรงนั้นสักหน่อยน้องป๋ายมั่ว”ช่านเลี่ยสวนขึ้นทันทีทั้งๆทีอี้ชิงยังไม่ทันตอบอะไร จนเขาต้องรีบอธิบายห้ามศึกเมื่อลูกชายตัวเล็กเริ่มเบะปาก

“เขาทาสีบนถนนเลียนแบบม้าลายต่างหากครับลูก ไม่ได้ให้ม้าลายไปนอนตรงนั้นนะ”

“อ๊อ...”ป๋ายเซียนหยักหน้าหงึกหงัก “แล้วทำไมต้องทำเป็นทางม้าลายฮับ ทางยีราฟได้มั้ย?”

“งั้นโตขึ้นช่านเลี่ยจะซื้อถนน แล้วก็ทำทางยีราฟให้น้องป๋ายดีมั้ย”

ช่านเลี่ยพูดไปยิ้มไป ทั้งๆที่มือยังชี้นั่นนี่ไม่ยอมหยุด “ยังไงเราก็ต้องอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว เนอะ!”

คำพูดของลูกชายตัวสูงทำเอาผู้ใหญ่คนเดียวอย่างร่างบางอดไม่ได้จะยิ้มน้อยๆ ฝ่ายลูกชายตัวเล็กก็ตอบรับทันควัน

 

“อื้อ! อาเลี่ยสัญญาแล้ว เป็นกระจกพูดแล้วไม่คืนคำ!”

“กษัตริย์ครับ”อี้ชิงแก้

 

ช่านเลี่ยชี้ไปยังเจ้าสัตว์ตัวใหญ่ที่นอนหลับอยู่ในหลังคามุงฟาง หางเล็กๆของมันปัดไปปัดมาเนื่องจากกำลังรำคาญแมลงที่รบกวนการนอน “น้องป๋ายแรด!”

 

“ฮื้อ! ไหนๆ”

พอนึกขึ้นได้อี้ชิงก็หยิบโทรศัพท์ออกมาร้องเรียกเด็กๆ “ไหน สุดหล่อทั้งสองคนของมะม๊า ถ่ายรูปกันเร็วครับ”

“ถ่ายฮับถ่ายยยย!”ป๋ายเซียนพอได้ยินมะม๊าเรียกก็รับหันหน้ากลับมาโพสท่าทันที อี้ชิงไม่อยากจะคุยว่าลูกชายเขาเนี่ย ซูเปอร์โมเดล นักจิกกล้องตัวยงตั้งแต่ยังเล็กๆเชียวนา...

ป๋ายเซียนยิ้มยิงฟัน ก่อนจะสะกิดเพื่อนให้หันมาถ่ายด้วยกันด้วย

ช่านเลี่ยไม่ยอมแพ้ ยิ้มสู้กล้องเหมือนกัน ร่างบางรัวชัตเตอร์ไปยิ้มขำไป ก็ดูเอาสิ จากความตื่นเต้นที่ได้มาสวนสัตว์ตอนนี้กลายมาเป็นถ่ายแบบที่สวนสัตว์กันแล้ว เจ้าตัวเล็กทั้งสองแข่งกันโพสท่านั้นท่านี้แบบที่เคยเห็นในโฆษณา พอคนนึงทำ อีกคนนึงก็ทำตาม เล่นกันหัวเราะเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมองอย่างเอ็นดู

พอโพสกันจนหมดมุกเขาก็พาเด็กสองคนไปซื้อถั่วฝักยาวป้อนอาหารยีราฟต่อ ทีแรกป๋ายเซียนดูกลัวเล็กน้อย แต่พอโดนช่านเลี่ยมองแล้วทำท่าจะแซว เจ้าตัวเล็กก็รีบทำตามทันที ตอนนี้เลยกลายเป็นสนุกกันใหญ่

อี้ชิงอมยิ้ม คิดเหมือนกันว่าตัวเองคงจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นานแล้วตั้งแต่หน้าประตูสวนสัตว์ ถ้าป๋ายเซียนมีพี่ชายก็คงจะดีเหมือนกัน อย่างช่านเลี่ยที่แอบเป็นเด็กระเบียบจัดคงเพราะได้ปะป๊ามาเยอะ คุมลูกชายตัวแสบของเขาได้อยู่หมัดทีเดียว 

“อาเลี่ยกินได้มั้ยฮับมะม๊า”เด็กน้อยยื่นถั่วฝักยาวมาหาเขาแล้วถาม 

“ไม่ได้ครับอาเลี่ย อันนี้ของคุณยีราฟนะ ถ้าอาเลี่ยอยากกินเดี๋ยวขากลับเราขอปะป๊าแวะซุปเปอร์ซื้อกันนะ มะม๊าจะทำให้กิน”

“อาเลี่ยแย่งยีราฟไม่อายเหรอ ว้าย คึคึคึ”ป๋ายเซียนแหย่พลางเอามือปิดปาก จนเด็กตัวสูงกว่าหันมามองค้อนทีหนึ่งทั้งๆที่หูเล็กๆแดงแปร๊ด

“เปล่าสักหน่อย อาเลี่ยถามเฉยๆต่างหาก เพราะถั่วฝักยาวเป็นผัก คุณคูแทแทบอกว่าผักมีประโยชน์”

“น้องป๋ายรู้ คุณคูแทแทก็สอนน้องป๋ายเหมือนกันแหละ”เด็กน้อยสองคนแข่งกันเอ่ยถึงคุณครูประจำชั้นสาวสวยของตัวเอง

พอเห็นว่าตัวเองทำท่าจะเถียงแพ้ ช่านเลี่ยก็หันมาเอานิ้วจิ้มพุงเพื่อน ทั้งๆที่อีกมือก็ยังป้อนถั่วให้คุณยีราฟตัวโตที่ยื่นคอยาวๆมางับ “น้องป๋ายดูสิ คุณยีราฟกินแต่ผักถึงได้หุ่นดี ไม่เหมือนน้องป๋ายกินแต่ขนมเลยอ้วน”

“น้องป๋ายไม่ได้อ้วน!”ป๋ายเซียนกระทืบเท้าไม่พอใจ

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดึงให้อี้ชิงที่กำลังมองลูกชายเถียงกันเพลินๆสะดุ้งเล็กน้อย มือบางหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า พอเห็นว่าหน้าจอเป็นใครที่โทรมา เขาก็แอบกลอกตาเล็กน้อย

“ว่าไงครับคุณหมอ”





อี้ฟานไม่รู้ตัวว่าตัวเองเผลออมยิ้มกับสรรพนามเสียดสีที่ถูกเรียกมาจากปลายสาย คุณหมอน่ะ คำนั้นใครๆเขาก็เรียกกัน แต่ปกติชายหนุ่มมักจะได้ยินเป็นเสียงสุภาพ ไม่ก็เสียงอ้อนๆ ไม่ใช่เสียงประชดประชันแบบนี้ 

“เด็กๆเป็นยังไงกันบ้าง”

“ทางนี้เรียบร้อยดีครับ ไม่มีอะไรต้องห่วง”เสียงอี้ชิงว่ามาตามสาย คนขายาวตอบรับไปพลางเหยียบคันเร่งไปพลาง โชคดีอีกแล้วที่วันนี้คนไข้คนสุดท้ายของเขาแคนเซิลนัดกะทันหัน เขาถึงได้ออกจากโรงพยาบาลเร็วกว่าที่คิดเอาไว้

“ก็ดีครับเชฟ”อี้ฟานว่า สวนกลับด้วยสรรพนามเดียวกัน “เพราะถ้าลูกชายผมมีแม้แต่รอยขีดข่วนล่ะก็ คงไม่ต้องบอกนะว่าผมจะทำอะไร”

ร่างสูงได้ยินเสียงหัวเราะหึดังมาตามสาย “คร้าบ... ทราบแล้วครับคุณหมอ เด็กๆอย่าวิ่งสิ!” เสียงอี้ชิงขาดหายไปพักหนึ่งเหมือนจะพูดกับเด็กๆก่อนจะกลับมาพูดสายต่อ “คุณอยากคุยกับอาเลี่ยมั้ย?”

“ไม่เป็นไร ผมมาถึงแล้ว กำลังหาที่จอดรถ”ตอบออกไปแล้วก็ถามออกไปโดยอัตโนมัติ “แล้วป๋ายเซียนเป็นยังไงบ้าง”

“น้องป๋ายก็สนุกดีครับ สนุกเป็นพิเศษเพราะมีอาเลี่ยมาด้วย...”คำพูดที่แพทย์หนุ่มฟังแล้วก็อดไม่ได้จะหัวเราะเบาๆ ใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่เด็กชายตาเรียวตัวกลมคนนั้นมีความสุขดี แต่อีกใจก็นึกหมั่นไส้คนพูดนี่เหลือเกิน

 

พูดให้เขาใจอ่อนให้ช่านเลี่ยมาเล่นกับป๋ายเซียน แล้วจะได้เจอเขาบ่อยๆล่ะสิ โธ่เอ๊ย.. จางอี้ชิง นายมันอ่านออกง่ายชะมัด

 

“เมื่อวานก็อ้างลูกชายผม พอวันนี้ก็อยากเจอผมมากขนาดเอาลูกชายตัวเองมาล่อ เฮ้อ... ไม่ต้องคิดถึงนะ นี่แปปเดียวผมก็คงจะถึงสวนสัตว์แล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราสี่คนคงเป็นเหมือนครอบครัวกันจริงๆนั่นล่ะ”

อี้ฟานได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เอาเถอะ คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ถ้าคุณมาเห็น คุณจะรู้ว่าเด็กๆสนุกแค่ไหน”


คนฟังเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อคิดได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ลูกชายของเขาได้ไปสวนสัตว์

แถมยังเป็นครั้งแรกกับคนแปลกหน้าอย่างจางอี้ชิง ไม่ใช่คนเป็นพ่ออย่างเขาอีกต่างหาก

คิดแล้วมันก็แอบปวดใจไม่ได้..

ทั้งๆที่เขาเป็นพ่อแท้ๆ ทำทุกอย่างเพื่อลูกชายคนนี้ ให้ทุกอย่างที่เขาคิดว่าเด็กคนหนึ่งควรจะมี โรงเรียนดีๆ ของเล่นหรือขนมแพงๆ เขาก็หาให้ลูกชายคนเดียวได้ทุกอย่าง

แต่ทำไมกันนะ.. รอยยิ้มของช่านเลี่ยที่เขาไม่เคยเห็นถึงเพิ่งปรากฏขึ้น

เพราะการเข้ามาของจางอี้ชิงงั้นเหรอ


สิ่งที่คิดจนพาลเกือบนอนไม่หลับมาทั้งคืนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง 

เขาควรจะ... เปิดใจให้จางอี้ชิงจริงๆใช่มั้ย? 

 

“คุณดูแลเด็กๆให้ดีเถอะ”เสียงทุ้มเอ่ยตัดบท แต่ดูเหมือนจะตัดบทเพื่อให้ตัวเองได้ใช้โอกาสคิดหาคำตอบให้ตัวเองมากกว่า 

 

“หืม? เสียงไม่ค่อยดีเลยนะ เป็นอะไรรึเปล่าครับ”อี้ฟานแว่วได้ยืนเสียงเหมือนกัดปาก เสียงเหมือนถอนหายใจ หรืออะไรสักอย่างของอี้ชิง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะแสดงความห่วงใยออกมาตามธรรมชาติแล้วดันนึกเจ็บใจที่ทำแบบนั้นล่ะมั้ง

ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ อี้ชิงก็สวนขึ้นมา “อ้อ... ผมรู้ละ ที่คุณคอยพูดจาถากถาง ดูถูกผมแบบนี้ ก็เพราะคุณกลัวอาเลี่ยจะรักผมมากกว่าคุณว่างั้นเถอะ”

“เหอะ”ร่างสูงยกยิ้มมุมปาก “หลงตัวเองจริงๆเลยนะครับคุณจางอี้ชิง”

“อืม... ก็ไม่รู้สินะครับ เพราะช่านเลี่ยดูมีความสุขม้ากมาก มากกว่าตอนปะป๊าเขามารับกลับบ้านอีก”

อี้ฟานรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจจะยั่วโมโหเขา แต่ถึงจะรู้ตัว เขาก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จริงๆเมื่ออดไม่ได้ที่จะนึกภาพลูกชายตัวเองยิ้มหัวเราะร่าเมื่ออยู่กับจางอี้ชิง..

แอบขมุบขมิบปากด่ารถคันข้างหน้าที่ช่างถอยรถออกชักช้าเสียเหลือเกิน...

 

ถ้าจะขับช้าขนาดนี้แนะนำให้ขี่จักรยานดีกว่ามั้ยครับ?

 

“อย่ามาทำปากดีหน่อยเลยครับคุณมะม๊า ถ้าอยู่ใกล้ๆนะ ผมจับจูบกลางสวนสัตว์จริงๆด้วย”

“ผมก็จะโยนคุณให้ไปจูบกับม้าลาย ดีมั้ยครับคุณหมอ?”

อี้ฟานหัวเราะหึ จู่ๆก็นึกถึงรสชาติหวานๆของริมฝีปากอีกคนเมื่อคืนได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมันเด่นชัดเหลือเกินในความทรงจำ

เขาคงจะเป็นคนความจำดีเกินไปซะล่ะมั้ง..

 

“ดูลูกๆไปแล้วกัน ผมได้ที่จอดรถแล้ว”

 

พูดออกไปแล้วเขาก็เผลอกระพริบตาปริบๆเสียเอง ไมได้ตั้งใจจะใช้คำพูดที่ดูสนิทสนมเหมือนเป็นสามีภรรยากันแบบนั้น...

ดูเหมือนอิ้ชิงเองก็คิดไม่ต่างกัน เพราะอีกฝ่ายเพียงแค่รับปากสั้นๆ บอกว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ส่วนไหนของสวนสัตว์แล้วก็วางสายไป

 

คนถูกกดตัดสายอดไมได้จะส่ายหน้ากับตัวเองเล็กน้อย...

ให้ตายสิ อู๋อี้ฟาน เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องใส่ใจนักหรอก           

 

 

 


“อาเลี่ยๆ เราวิ่งมาไกลไปมั้ยอ่า มะม๊าหายไปไหนไม่รู้”ป๋ายเซียนดึงมือเพื่อนตัวสูงที่พาเขาวิ่งมาเสียเพลิน ไอ้ตัวเขาเองก็มัวแต่สนุกสนานหัวเราะเริงร่าอยู่กับเพื่อน ถูกจูงไปไหนก็ไป จนหันกลับไปอีกทีก็ไม่เห็นมะม๊าแล้ว...

“น้องป๋ายดูสิดู! ฮิปโป!”

            ช่านเลี่ยตื่นเต้นจนไม่ทันได้สนใจอะไรทั้งนั้น นิ้วเล็กๆชี้ไปยังบ่อฮิปโปเบื้องหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ เจ้าฮิปโปตัวอ้วนกลมนอนแช่น้ำนิ่งๆอยู่ในบ่อ ท่าทางสบายใจอยู่ภายในสระน้ำที่ถูกขุดลงไปค่อนข้างลึกสำหรับเด็กๆ แต่สำหรับผู้ใหญ่ตัวสูงๆก็ไม่ถือว่าลึกมากนัก รอบๆบ่อน้ำมีที่พักที่เป็นเหมือนเกาะเล็กๆล้อมรอบ คาดว่าจะเป็นพื้นที่ให้เจ้าฮิปโปตัวนั้นเดินเล่นเวลาขึ้นจากน้ำ

            “น้องป๋ายเห็นแล้วน่า! อาเลี่ยเสียงดังจังเลย ไม่เคยมาสวนสัตว์เหรอไง”

            ป๋ายเซียนก็พูดไปอย่างนั้น แต่ดูเหมือนมันจะกระแทกใจดวงเล็กของเพื่อนตัวสูงเข้าจังๆ   

            “ไม่เคย...”

            ท่าทางซึมลงไปทันควันทำเอาป๋ายเซียนกระพริบตาปริบๆ มือเล็กบีบมือเพื่อนตัวเองแน่น “น้องป๋ายขอโทษนะ น้องป๋ายไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็นี่ไง! เราได้มาแล้ว ได้มาด้วยกันด้วย เนอะ!”

          แต่ใบหน้าเล็กๆของเพื่อนก็ยังไม่หายหงอย ป๋ายเซียนเลยรีบพูดต่อ “ถ้าเราได้อยู่ด้วยกันแล้ว เวลาเราไปไหนเราก็จะไปด้วยกัน แล้วอาเลี่ยกับน้องป๋ายก็จะไปเที่ยวด้วยกัน ทู้กกที่เลย ดีป่าว”

            “สัญญานะฮับ”

            นิ้วก้อยเล็กๆถูกยื่นมาตรงหน้า เด็กตัวเล็กกว่าก้มลงมองเล็กน้อย “สัญญาแบบนี้ไม่เห็นน่ารักเลย ต้องแบบนี้ตะหาก”

            พูดจบ เจ้าตัวน้อยก็ยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มเพื่อน ก่อนจะผละออกมามองช่านเลี่ยที่หน้าแดงแปร๊ดมองเขาด้วยดวงตากลมโต

 

            ตึกตัก... ตึกตัก...

            หัวใจดวงน้อยของพู่ช่านเลี่ยเต้นรัวเร็วเพราะโดนเด็กน่ารักตรงหน้าจุ๊บแก้มไม่ทันตั้งตัว

 

            แต่ป๋ายเซียนก็ไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าทำอะไรกับเพื่อนไว้บ้าง ยิ้มโชว์ฟันน้ำนมครบ“ตกลงน้องป๋ายสัญญากับอาเลี่ยแล้วนะ!”

            “อะ.. อื้อ!”เสียงร่าเริงของเพื่อนทำช่านเลี่ยยิ้มออกอีกครั้ง

 

ขอแค่มีปะป๊า มีมะม๊า มีน้องป๋าย.. แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว

ให้โลกของพู่ช่านเลี่ย มีพวกเราสี่คนแบบนี้ตลอดไป

 

            “อาเลี่ยว่าฮิปโปนี่ขี่ได้มั้ย”

            คิ้วบางๆของเด็กตัวสูงขมวดเข้าหากันเมื่อคิดตามคำพูดอีกฝ่าย “คุณฮิปโปไม่เหมือนม้านะ แต่ก็น่าจะขี่ได้แหละ”มองเจ้าสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนั่น สลับกับเพื่อนตัวเล็กของตัวเองอยู่พักหนึ่ง ก่อนดวงตากลมโตจะเบิกกว้างเมื่อคิดอะไรดีๆออก

“เอายังงี้มั้ย เดี๋ยวอาเลี่ยจะขี่ฮิปโปให้น้องป๋ายดู!”

 

ว่ากันว่า... เด็กตัวโตกว่ามักจะพยายามโชว์แมนเสมอ...

 

“ห๊า! จริงๆเหรอ! แล้วอาเลี่ยจะขี่ไงอะ!”

 

พู่ช่านเลี่ยเองก็เช่นกัน...

 

ช่านเลี่ยยิ้มกว้างด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ มือเล็กๆยกขึ้นเท้าสะเอว 

“คอยดูอาเลี่ยแล้วกัน!”

           

 

 

          ร่างบางที่หัวใจแทบจะร่วงหายไปกับตาตุ่มเป็นต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางวิ่งเร็วๆมาหาลูกชายตัวเล็กที่ยืนเขย่งเท้าอยู่ข้างๆบ่อฮิปโป

แปปเดียว... แปปเดียวเท่านั้นเองที่เขาคุยโทรศัพท์กับอู๋อี้ฟาน และเผลอปล่อยเด็กๆป้อนอาหารยีราฟกันไป เขาจำไม่ได้ว่าเขาคลาดสายตาลูกชายตัวเองตอนไหน ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย คงเพราะตอนนั้นหมั่นไส้คนปลายสายมากไปหน่อยถึงได้เผลอ...

คิดแล้วก็อยากยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองแรงๆเป็นการลงโทษที่สะเพร่า

“ป๋ายเซียน! ทำไมวิ่งมาไม่รอมะม๊าครับ! วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะมะม๊าจะตีเราทั้งคู่เลยจริงๆด้วย!”อี้ชิงว่าพลางอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาว่าเสียงดุ แต่ดูเหมือนป๋ายเซียนจะไม่ได้สนใจเขาเลย เพราะร่างเล็กยังคงยิ้มกว้าง มือชี้ไปยังบ่อฮิปโปด้วยแววตาเป็นประกายตื่นเต้น

“มะม๊าดูสิฮับ!”

อี้ชิงไม่สนใจ เขาหันมองไปซ้ายทีขวาทีด้วยท่าทางตื่นตระหนก

 

หายไป... ช่านเลี่ยหายไปไหน..??

 

เผลอเขย่าตัวลูกชายในอ้อมแขน “อาเลี่ย... ป๋ายเซียนอาเลี่ยไปไหนครับ!?”

“นู่นไงฮับมะม๊า!”

ร่างบางมองตามที่มือเล็กชี้ คราวนี้เขาเบิกตากว้าง รู้สึกเหมือนหัวใจหายวาบไปจริงๆคราวนี้...

           

ร่างเล็กจ้อยของเจ้าตัวน้อยยืนเก้ๆกังๆอยู่บนโขดหินเบื้องล่าง ไม่ใกล้ไม่ไกลคือเจ้าฮิปโปที่ยังคงนอนแช่น้ำนิ่งๆ เสียงโวยวายที่ไม่เบานักของอี้ชิงพาเอาคนแถวนั้นเริ่มเข้ามามุงดูกันอย่างสนใจ บ้างก็ร้องออกมาอย่างตกใจไม่แพ้กันกับเขา

 

“อาเลี่ย!”อี้ชิงร้องเสียงหลง ช่านเลี่ยเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ ก่อนจะหันไปมองข้างหลังเมื่อรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหว เจ้าฮิปโปตัวโตสำหรับเด็กน้อยค่อยๆขยับตัว ทำท่าจะขึ้นมายังฝั่งที่ช่านเลี่ยอยู่...

            ลงไปได้ยังไง...??!!

            “คุณฮิปโปมา! อาเลี่ยหนีเร็ว!”ป๋ายเซียนร้องออกมาจากข้างบน ช่านเลี่ยหันซ้ายหันขวาหาทางหนี แววตากลมโตเริ่มออกอาการกลัวอย่างเห็นได้ชัด..

            ไวเกินกว่าที่ใครแถวนั้นจะร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ให้ อี้ชิงรีบวางป๋ายเซียนลงข้างๆ ก่อนจะกระโดดลงไปทันทีที่เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวนั้นกำลังย่างเข้ามาทางลูกชายคนโตเขา แม้การเคลื่อนไหวของเจ้าฮิปโปจะชักช้าและไม่รู้ว่าเป็นอันตรายหรือไม่เขาก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เวลานี้สิ่งเดียวที่เขาเชื่อคือสัญชาตญาณของตัวเอง!

แต่เพราะโดดลงเร็วไปหน่อยจนไม่ทันระวังร่องหินที่ถูกออกแบบมาให้ใกล้เคียงธรรมชาติทำเอาเขาลงผิดท่า อาการปวดแปล๊บที่ข้อเท้าแล่นขึ้นมาทันทีจนร่างบางเผลอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“มะม๊าฮับคุณฮิปโปมา!”

เสียงร้องอย่างตกใจของลูกชายที่อยู่ข้างบนพาเอาอี้ชิงกัดฟัน สะกดกลั้นความเจ็บปวดแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาช่านเลี่ยที่ตัวสั่น เด็กน้อยโผเข้าหาเขาทันทีที่ถึงตัว

“อาเลี่ย! ลงมาทำไมครับ! ไม่รู้เหรอว่ามันอันตราย!”เขาดุจนเด็กตัวน้อยที่ไม่เคยเห็นเขาดุเบะปากน้ำตาไหลอาบแก้ม คงเพราะเพิ่งนึกกลัวและตกใจด้วย 

แต่คราวนี้อี้ชิงไม่ใจอ่อน เด็กๆทั้งสองซนเกินไปจริงๆ!

“ถ้าพวกหนูเป็นอะไรไปมะม๊าจะทำยังไง คราวนี้มะม๊าโกรธเรานะ โกรธมาก!”เขากอดเด็กชายตัวน้อยแนบอก ปากดุ แต่การกระทำตรงกันข้าม เขาไม่เคยใจหายขนาดนี้มาก่อน มีครั้งนี้เป็นครั้งแรก อี้ชิงพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมลมหายใจ และเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นถี่รัวอย่างกับกลองศึก

“อ... อาเลี่ยขอโทษฮับ”ช่านเลี่ยเอ่ยปากขอโทษทั้งที่ยังสะอื้นอยู่กับซอกคอเขา “อาเลี่ยอยากขี่ฮิปโปให้น้องป๋ายดู...”

“โธ่เอ๊ย...”อี้ชิงส่ายหน้าพลางยีผมสีเข้ม ได้ฟังเหตุผลแล้วมันจะยิ้มมันก็ยิ้มไม่ออกเพราะโกรธก็โกรธ

“ไปครับ ขึ้นไปข้างบนดีกว่า”บอกกับเด็กชายในอ้อมกอดแบบนั้นพลางมองไปรอบๆหาที่ๆพอจะปีนขึ้นไปได้ แต่เพียงแค่ก้าวขาเท่านั้นเขาก็เป็นต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่เท้า..

“มะม๊า! มะม๊าเจ็บเหรอฮับ!”ช่านเลี่ยร้องเสียงหลง สีหน้าห่วงใยที่เด็กชายมองส่งมาทำให้อี้ชิงต้องฝืนยิ้มตอบกลับไปทั้งที่ปวดแปลบ

“เปล่าครับ เจ็บนิดเดียวเอง มะม๊าไมเป็นไร”

 

“คุณครับระวัง!”

 

 

 

 

            อี้ฟานขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเดินมาตามทางแล้วเจอคนหลายคนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างกัน กำลังจะเดินผ่านไปแล้วถ้าไม่เหลือบไปเห็นร่างเล็กผมสีสว่างคุ้นตาของป๋ายเซียนในอ้อมแขนของผู้หญิงคนหนึ่ง ถึงจะเห็นแค่ข้างหลัง แต่เขาก็มั่นใจว่าจำไม่ผิด ร่างสูงรีบแทรกตัวเข้าไปท่ามกลางกลุ่มคนนั้นทันที มองซ้ายมองขวาสอดส่ายสายตาหาลูกชายตัวเองและผู้ปกครองอีกคน

“ป๋ายเซียน?”

ปะป๊า!”ร่างเล็กหันมาหาเขาพร้อมกับโผเข้าหาจากอ้อมกอดผู้หญิงที่ไม่คุ้นหน้าคนนั้นทันทีทั้งที่เครื่องหน้าจิ้มลิ้มนั่นยังดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“แล้วมะม๊ากับอาเลี่....”ร่างสูงหยุดคำถามไว้แค่นั้นเมื่อมองลงไปเบื้องล่าง ภาพร่างที่คุ้นตาทั้งสองพร้อมๆกับสัตว์ตัวใหญ่ที่ย่างเข้ามาใกล้ทำเอาเขาตาเบิกกว้าง

“ช่านเลี่ย! อี้ชิง!”

สองร่างข้างล่างเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงเรียก อี้ฟานชะงัก ความรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆเมื่อเห็นลูกชายตัวเองน้ำตาไหลอาบแก้ม..

 

นอกจากเวลาที่เขาดุ.. ไม่เคยมีใครทำให้พู่ช่านเลี่ยร้องไห้มาก่อน  

 

“มีเด็กกระโดดลงไปค่ะ ไม่รู้ลงไปยังไง”ผู้หญิงคนข้างๆที่อุ้มป๋ายเซียนอยู่หันมาอธิบายให้เขาที่เพิ่งมาใหม่ฟัง เขาเม้มปากแน่น เผลอกอดเด็กชายตัวเล็กในอ้อมแขนแน่นขึ้น

“เจ้าหน้าที่มาแล้ว!”อี้ฟานหันขวับ เห็นหลังไวๆของเจ้าหน้าที่สองสามคนที่รีบร้อนปีนบันไดลงไปเบื้องล่างคนหนึ่ง และมีอีกคนหนึ่งที่ประตูกรงที่ถูกซ่อนอยู่ด้านในของบ่อฮิปโป ร่างสูงไม่รอช้ารีบก้าวตามเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ไปในทันที ร่างบางของอี้ชิงกับร่างเล็กของลูกชายเขาถูกช่วยขึ้นมาอย่างปลอดภัย ท่ามกลางแรงเชียร์จากคนที่มามุงดู

“ปะป๊า..!”

ช่านเลี่ยโผเข้าหาอ้อมกอดเขาทันทีที่มาถึงพื้นข้างบนพลางร้องไห้จ้า เขากอดลูกชายตัวเองไว้แน่น จูบกลุ่มผมนั่นครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นการปลอบประโลม

“ไม่เป็นไรนะครับอาเลี่ย ปะป๊าอยู่ตรงนี้แล้วนะ ไม่ต้องกลัวนะลูก”

           

อี้ชิงมองสองพ่อลูกกอดกันตรงหน้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะหันไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยพวกเขาขึ้นมา เจ้าหน้าที่เอ่ยตักเตือนเขาและคนแถวนั้นเล็กน้อยว่าห้ามลงไปสุ่มสี่สุ่มห้าอีก 

ส่วนคนที่มามุงดูพอเห็นว่าเรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดีก็เริ่มสลายตัวกันไปเอง จนเหลือแต่พวกเขา...

“ป๋ายเซียนมานี่ซิลูก”กวักมือเรียกลูกชายตัวน้อยที่ยืนหน้าจ๋อยอยู่ข้างๆไม่กล้าเข้ามาใกล้เพราะรู้ตัวแน่ๆว่าจะโดนเขาดุ

“บอกมะม๊ามาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าใครเป็นต้นคิดลงไปข้างล่าง...”

เด็กน้อยสองคนมองสบตากันอึกอักไม่ยอมตอบคำถาม ช่านเลี่ยซุกหน้าเล็กๆเปื้อนน้ำตาลงกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสะอาดของปะป๊าตัวเองหนีสายตาเขา       

เห็นเพื่อนตัวเองร้องไห้ไม่ตอบอะไร ป๋ายเซียนก็เริ่มเบะออกมาบ้าง

ลูกชายเขารู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนดุ ยกเว้นเวลาที่ป๋ายเซียนซนจริงๆ ครั้งล่าสุดที่ถูกดุและฟาดก้นซ้ำจนร้องไห้คือตอนที่เล่นเป็นซุปเปอร์แมนกระโดดลงจากโต๊ะกินข้าวที่บ้าน รู้ดีว่าถ้าปะป๊าอี้ชิงดุขึ้นมาล่ะก็... น่ากลัวสุดๆ

“ป๋ายเซียน”

“คะ.. คือว่า”ร่างจ้อยขยับปากจะอธิบายทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า แต่เสียงทุ้มหนาของคนที่เงียบอยู่นานก็แทรกขึ้นมาอย่างอดทนรนไม่ไหว ยิ่งเห็นเด็กตัวเล็กที่มักส่งยิ้มตาหยีให้เขาเสมอเริ่มเบะปากจะร้องไห้บ้างก็ยิ่งโมโห

 

จางอี้ชิงเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัว...

 

“ไม่ต้องโทษเด็กเลยนะ ถ้าคุณดูแลเด็กๆดีพอเรื่องมันจะเป็นแบบนี้มั้ย?”

อี้ชิงถอนหายใจอีกรอบ รู้ดีว่านี่ก็เป็นความผิดของเขาเหมือนกันที่ไม่ดูแลลูกๆให้ดี แต่เด็กๆเองก็ซนเหมือนกัน และเขาในฐานะพ่อก็ต้องสอนและดุเมื่อลูกทำผิด

“เด็กๆเองก็ซนเหมือนกัน ผมกำลังสอนลูกของผม”

อี้ฟานส่งเสียงขึ้นจมูก “งั้นสิ นับลูกของผมเป็นลูกของคุณด้วยงั้นสิ?”

“ผมยังไม่...”

“ไหนคุณว่าเด็กๆมีความสุขไง ไหนว่าสนุกไง แล้วนี่อะไร!”

อี้ชิงพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ทะเลาะกับคนตรงหน้าต่อหน้าเด็กทั้งสองคน เพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้เขามีส่วนผิดด้วยเต็มๆ “โอเคผมขอโทษ! ตอนนั้นผมคุยโทรศัพท์กับคุณอยู่แล้ว..”

 

“ไม่ต้องมาแก้ตัว! จางอี้ชิง! คุณมันก็คิดแค่ว่าจะจับผมให้ได้ ขนาดเอาลูกชายตัวเองมาเป็นหมากในเกมนี้ ใช่สิ!...”อี้ฟานแค่นเสียงหัวเราะดูถูก “...กับลูกคุณเองคุณยังทำแบบนี้ แล้วลูกคนอื่นคุณก็ไม่จำเป็นต้องห่วงใช่มั้ยล่ะ!”

ร่างสูงยืดตัวขึ้นช้าๆ ยังไม่ยอมปล่อยลูกชายในอ้อมกอดที่ตัวสั่นริกพลางย่างเข้ามาใกล้เขา

“ฟังผมก่อนได้มั้ย..”อี้ชิงสะดุ้งกับเสียงทุ้มต่ำที่ตวาดมาอย่างโมโห แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำใจดีสู้เสือด้วยการขอโอกาสอธิบายเรื่องทั้งหมด

“ฟังอะไรอีกจางอี้ชิง? ตอบผมมาซิว่าคราวนี้คุณมีแผนอะไรอีก? แต่ผมขอบอกเอาไว้เลยนะว่าผมจะไม่เล่นด้วย ถ้าช่านเลี่ยเป็นอะไรไป ผม...!”

“เด็กๆดูเราอยู่นะ”

อี้ชิงไม่ได้อยากจะขู่คนตรงหน้า ไม่ได้อยากจะยุติเรื่องทั้งหมดลงง่ายๆเพียงเพราะคำขอโทษง่ายๆของเขา เขารู้ตัวดี ในฐานะคนเป็นพ่อ ถ้ามีอะไรกระทบกับลูกแม้แต่นิดเดียวเขาก็คงปรี๊ดแตกเหมือนกัน แต่ที่เขาต้องห้าม เพราะกลัวว่าอี้ฟานจะเผลอพูดอะไรไม่ดีออกมา แล้วเด็กๆที่อยู่ตรงนี้จะเสียความรู้สึก

            อู๋อี้ฟานขบกรามแน่นพลางเหลือบมองลูกชายในอ้อมกอด สลับกับป๋ายเซียนที่ยืนนิ่งเกาะขาปะป๊าตัวเอง ดวงตาแป๋วแหววสองคู่มองมาที่เขาทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าทั้งคู่...

            “....”

            “ปะป๊า...”

            ดวงตาคู่คมมองมาที่เขาอย่างโกรธเคือง จนร่างบางอดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่มีเด็กๆอยู่ตรงนี้ เขาอาจจะโดนลงไม้ลงมือไปแล้วก็ได้

            แต่... ก็นั่นล่ะ เขาเข้าใจอู๋อี้ฟานดี... 

 

“ต่อจากนี้... ผมจะไม่ยอมให้ช่านเลี่ยไปไหนมาไหนกับคุณอีก”

 

คำประกาศิตจากคนตรงหน้าทำเอาหัวใจทั้งสามดวงหล่นวูบ...

ร่างบางรีบพูดสวนออกไปทันที “ไม่นะ คุณอี้ฟาน ให้โอกาสผม...”

“คุณเอาเวลาไปดูแลลูกชายของคุณเถอะ ผมมั่นใจว่าผมดูแลช่านเลี่ยได้ดีกว่าคุณ การกระทำวันนี้มันบอกผมแล้วว่าคุณไม่มีทางดูแลลูกของผมได้...”

อี้ฟานพูดสวนออกไป

ให้ตายเถอะ... เขารู้สึกผิดหวังจริงๆ ยิ่งลูกชายในอ้อมแขนยังสะอึกสะอื้นเกาะเสื้อเขาอยู่แบบนี้ด้วย 

“...”

 

          “คนอย่างคุณ... ไม่ดีพอจะเป็นมะม๊าของอาเลี่ยได้หรอก”

 

มือเล็กจับคอเสื้อปะป๊าตัวเองแน่น พูดออกมาทั้งที่ยังไม่หายสะอื้น“ปะป๊า! ฮึก อาเลี่ย...!”

“พอแล้วอาเลี่ย! กลับบ้าน!”

พูดจบคุณหมอหนุ่มที่กำลังโกรธจัดก็ไม่พูดอะไรอีก แผ่นหลังกว้างหันหลังกลับแล้วออกเดินไปทันที

“มะม๊า! น้องป๋าย!”ช่านเลี่ยร้องไห้จ้าออกมาจริงๆ ร่างเล็กในอ้อมกอดคนตัวสูงหันมองมาพลางร้องเรียกเขาทั้งที่น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ไม่ได้พยายามดิ้นรนขัดขืนพ่อของตัวเอง อี้ชิงมองภาพนั้นทั้งๆที่ใจปวดหนึบ... ฝืนบอกตัวเองให้ส่งยิ้มปลอบโยนเจ้าตัวน้อยไป..


เขาทำได้แค่นี้จริงๆ..


“มะม๊า...”ป๋ายเซียนเขย่าขากางเกงเขา เขาเลยอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมาแนบอก เขารู้ดีว่าป๋ายเซียนอยากให้พูดอะไรสักอย่าง.. แต่เขาทำไม่ได้จริงๆ

อี้ชิงรู้ตัวดี... ว่าเขาเองก็ผูกพันกับช่านเลี่ยถึงแม้จะเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่ความรักความห่วงใยที่เขามี ต่อให้บอกว่ามากมายสักเท่าไหร่ก็คงไม่เท่าอู๋อี้ฟานคนที่เป็นพ่อ

 

            ครั้งนี้เขาผิดจริงๆ...

 

            และก็ยอมรับผล ยอมรับการตัดสินใจของอู๋อี้ฟานแต่โดยดี...

           

                                     

 

 

“ปะป๊าฮับ... ฮึก ปะป๊า...”

อี้ฟานก้มลงจูบที่ขมับเล็กๆของลูกชายในอ้อมแขน “ไม่ร้องนะลูก ช่านเลี่ย ไม่ร้องนะ”

“อาเลี่ยอยากกลับไปหามะม๊า มะม๊าเจ็บขา..”

คนตัวสูงมองลูกชายที่สายตายังคงมองไปข้างหลังเขาตลอดเวลาทั้งที่มั่นใจว่าเดินออกมาก้าวพ้นสองพ่อลูกคู่นั้นแล้ว ยิ่งเห็นลูกชายแสดงความห่วงใยให้ผู้ชายคนนั้น ความโกรธก็ยิ่งแล่นเข้ามา

ผู้ชายคนนั้นร้ายกาจเกินไป... เข้ามามีอิทธิพลกับลูกชายของเขามากเกินไป นี่ก็คงจะมีแผนอะไรอีกใช่มั้ย?

อี้ฟานรู้ดีเพราะเขาเจอคนมามาก พวกที่แผนสูงเรียกร้องความสงสารนั้นมีเป็นร้อย จางอี้ชิงเองก็คงเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น

 

เกือบไปแล้ว... เขาเกือบไว้ใจผู้ชายคนนั้นไปแล้ว...

 

“อาเลี่ย ฟังปะป๊านะ จางอี้ชิงไม่ใช่คนดี เขาไม่ดีพอจะเป็นมะม๊าของหนู เข้าใจมั้ยครับ?”

“แต่.. แต่ว่า..”

“ช่านเลี่ย”

หัวทุยๆซบลงกับอกเสื้อเขาไม่พูดอะไรอีก เพราะรู้ว่าทุกครั้งที่เขาเรียกชื่อลูกด้วยเสียงแบบนี้มันหมายความว่าเขาจะไม่ยอมตามใจ

           

ใช่... เขาจะไม่ตามใจลูกชายเขาอีกต่อไปแล้ว 


ช่านเลี่ยยังเด็ก ของแบบนี้มันอาจจะพลาดกันได้ และเขาจะปกป้องลูกชายของเขาไม่ให้มีใครมาทำอันตรายแม้แต่ปลายก้อย

           

จากนี้ไป จางอี้ชิงจะต้องไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวของเขาอีก ไม่ต้องพิสูจน์ ไม่ต้องมาท้าทายอะไรเขาอีกแล้ว ไม่ว่าช่านเลี่ยจะชอบอี้ชิงแค่ไหน แต่คุณหมอหนุ่มไม่ต้องการเสี่ยงอีกแล้ว


ต่อให้... ใครอีกคนมีท่าทีเหมือนกำลังจะก้าวมาเปิดประตูหัวใจของเขาก็ตาม


พอ

 

พอกันที 





cinna mon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 กันยายน 2563 / 22:24
    ปะป๊ะ

    ก็ฟังชานเลี่ยหน่อยสิลูก
    #907
    0
  2. วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 10:35
    มีความหลงตัวเอวสูงนะคะ คุณป๊ะป๋า

    อี้ฟาน
    #901
    0
  3. #896 Lab (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 11:23

    ปะป๊านี่ขี้มโนจริงๆๆ

    #896
    0
  4. #885 snscifah (@snscifah) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:02
    สงสารน้องงงง อี้ฟาน นาย!
    #885
    0
  5. #819 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 17:54
    บางทีก็รำคาญอี้ฟาน -.-
    #819
    0
  6. วันที่ 12 กันยายน 2558 / 08:02
    ต้องเข้าใจฝานด้วยว่าคงเจอกับพวกเข้าหามาเยอะ
    เลยทำให้ยากที่จะไว้ใจใคร แต่ก็น่าจะฟังอี้ชิงอธิบายบ้าง
    รู้ว่าโกรธ แต่ก็น่าจะรับฟังบ้าง
    #727
    0
  7. #643 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:25
    อี้ฟานไม่มีเหตุผบอะ
    #643
    0
  8. #527 b_22 (@doubble) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 15:02
    ปะป๊า ใจร้าย!!
    #527
    0
  9. #462 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 01:10
    ลงไปได้ไง ลูก ...
    #462
    0
  10. #347 BangMin (@minbang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 00:36
    เฮ้ยยยย น้ำตาแทบไหลลลลล
    ก็เพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์กับพี่คริสอะแหละ
    สงสารอี้อ่าาาาา
    เลี่ยยยยย ใจหนูเด็ดมาก 
    กล้าลงไปได้ไง
    อ่านไปลุ้นไปอยู่
    #347
    0
  11. #332 คลชป9091 (@bellstyle07) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 20:48
    ดราม่านะแต่แอบฮาที่บอกจะโชว์ขี่ฮิปโปให้น้องป๋ายดู พยายามโชว์แมน5555555
    #332
    0
  12. #285 Kray (@mamoru18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 16:01
    อ๊ายยยยย ไมเป็นไม่มีเหตุผลแบบนี้อ่ะ ไม่ฟังไรเลย
    #285
    0
  13. #265 karis-L (@krislay0607) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 02:31
    กรี๊ดดดดดดดด จะใจร้ายกับอี้ชิงเกินไปเเล้วนะ
    ไม่ฟัง ไม่รู้เรื่องอะไร ยังจะว่ามาว่าอี้อีก

    #265
    0
  14. #237 LuckyLove (@khaimookkm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 20:49
    พี่คริสสสสสสส ฟังที่อี้ชิงอธิบายหน่อยดิวะ ทำอาเลี่ยเสียใจ รู้ตัวป่ะเนี่ย!!!
    #237
    0
  15. วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 16:33
    พี่คริสทำไมไม่ฟังอี้บ้างเลยอ่าา



    อาเลี่ยป๋ายน่าสงสารเลยอะแต่ซนไงเลยเปนแบบนี้



    อี้สู้ๆๆนะ
    #228
    0
  16. #198 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:27
    พี่คริสแกใจเย็นๆๆดิฟ่ะ



    ให้โอกาสอี้บ้าง



    ฟังอี้บ้าง



    #198
    0
  17. #163 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 16:03
    เฮ้อ ก็นางก็ห่วงลูกนาง อพคอะ
    แต่นางไม่ฟังอะไรเลย ก็ใช่เซ่ คนมันอคติหนิ
    เด็ก ๆ ก็กลัวจนพูดไม่ออก นี่ถ้าอธิบายอะไรหน่อย
    อะไร ๆ คงดีขึ้น แต่ก็ดี แยกย้ายกันไปซะก็ดี
    หึ สงสารอี้ชิง โดนสั่งห้ามแบบบนี้ก็ดีแล้ว .. มั้ง
    ไหน ๆ ก็จะได้ไม่ต้องเจอกันอีก จะได้ไม่ต้อง
    มาโดนดูถูกว่าอยากไปจับเขา เนอะ :(
    #163
    0
  18. #162 purina (@purinpinky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 00:09
    โถ่อพค. ก็รู้ว่าห่วงอาเลี่ยนะ แต่ก็ฟังคนอื่นบ้างดิ  สงสารม๊าจังเลย T_T 
    #162
    0
  19. #160 kkkp (@kkingphai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:44
    โธ่อาอี้ของป้า เจ็บมากมั้ยเนี้ย
    หนอยยยยย อี้ฟานไม่ฟังอาอี้เลย!
    น้องชานเลี่ย น้องป๋ายน่ารักมากกกกกกกกกก ก.ไก่ล้านตัว คริคริ
    #160
    0
  20. #159 jaopeth (@jaopeth) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:37
    เห้ย!!! คริสไม่คิดจะฟังอะไรเลยรึไง สงสารเด็กๆอะ
    #159
    0
  21. #158 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 21:29
    อพค.ใจเย็นหน่อยดิ รู้ว้าอี้ก็ผิดที่เผลอปล่อยให้น้องไปทำแบบนั้น แต่อพคก็คิดอยู่นั่นแหละว่าอี้จะจับ

    รู้ว่าเป็นห่วงอาเลี่ย แต่ก็ฟังบ้างเถอะ

    อาเลี่ยกับป๋ายคงไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกนาน

    สงสารเด็ก เฮ้อ
    #158
    0
  22. #157 Minjoo Mini (@pinlu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 20:43
    ถ้าจะถีบเฮียเนี้ยจะมีคนว่ามั้ย มันน่าจริงๆ เลย อพค บ้าเอ้ยยยยยยย อี้น่าสงสารอ่ะขาก็เจ็บโอ๊ยยยยยยยยยยย
    #157
    0
  23. #155 LittleMona (@honeybabalove) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 18:30
    พี่คริสขา อี้ชิงเค้าหวังดีนะ ทำไมพี่มองไม่เห็นอ่ะ
    ผู้ชายอคติ นิสัยเสีย 
    สงสารอาเลี่ยอ่ะ มีคุณพ่อใจรา้ยไม่น่ารักเลย 
    ทำไมต้องไม่ให้อีชิงมายุ่งกะอาเลี่ยด้วย 
    นิสัยไม่ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ฟังเหตุผลหน่อยก็ไม่ได้

    ติดตามค่ะ
    สู้ๆนะ
    #155
    0
  24. #154 kiss-lay (@kiss-lay) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 17:51
    อพค น่าตบมากกกกกกกกกกกกก หมันไส้เว้ยยยย@!$#%#%#$)!@_$!(
    #154
    0
  25. #153 apo; (@ployhataichanok) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 14:48
    ฮื่ออออ เรื่องเกือบจะดีแล้วเชียว ไหงกลับเป็นแบบนี้-*-
    พี่คริสช่วยฟังอี้ชิงหน่อยเถอะ อย่าคิดเองเออเองจะได้มั้ย
    ไปกันใหญ่แล้ววว เห็นใจน้องป๋ายกับอาเลี่ยหน่อย
    #153
    0