[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 4 : ●▽● ③ : Papa,Mama and Kiss? (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    6 พ.ย. 58

Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

 

Chapter 3 – Papa Mama and Kiss?

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

 

 

 

อู๋อี้ฟานรู้สึกว่าตัวเองชะงักไปครู่ใหญ่ เมื่อจู่ๆจางอี้ชิงที่เคยเป็นเหมือนกระต่ายน้อยตาซื่อที่จนมุม จู่ๆก็กลายร่างเป็นกระต่ายแสบลูกตาวาววับไปในเสี้ยววินาที

ยอมรับว่าใจกระตุกวาบไปกับคำพูดเมื่อครู่ของอีกคน ทั้งๆที่เตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าในอนาคตคงต้องเจอคนแบบนี้อีกเยอะ แต่แค่เพราะคนๆนี้คือจางอี้ชิง คนที่ดูแผนสูงกว่าใครคนอื่นที่ผ่านมา ดูร้ายกาจกว่าที่ผ่านมาเพราะมีลูกชายของเขาเข้าข้าง 

ก็ได้... ไหนๆก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว อยากลองงัดข้อกับเขาก็ได้ เพราะยังไงเสีย... ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับพู่ช่านเลี่ย ลูกชายของเขาล่ะก็ เขาจะเอาคืนผู้ชายคนนี้ให้ทบต้นทบดอก 

อยากลองดี เขาก็สนองให้!!


เสียงทุ้มหัวเราะเบา

“ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ”

อี้ชิงอดจะถอนหายใจออกมาอีกรอบไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ติดว่ามีพื้นที่น้อยเกินไปล่ะก็คงได้ยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองแรงๆอย่างอารมณ์เสีย เมื่อไอ้ที่เขาพูดๆมาทั้งหมดนั่นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาคุณหมอหนุ่มไปซะหมด

 

แต่ก็เอาเถอะ เขาคงจะหวังมากไปจริงๆว่าผู้ชายคนนี้จะหัดมองใครต่อใครในแง่ดีบ้าง

               

“ตกลงคุณว่ายังไง? ให้ช่านเลี่ยกลับบ้านกับผม มาเล่นกับป๋ายเซียนที่นี่ ส่วนคุณ...”เขาชะงักไปครู่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าถ้าคนลูกมา คนพ่อก็ต้องตามมาน่ะสิ เขาจะทนสายตากับคำพูดดูถูกดูแคลนแบบนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่กันนะ?

“ผมจะมารับช่านเลี่ยที่นี่”อู๋อี้ฟานว่าพลางกอดอก ร่างสูงถอยห่างออกไปเล็กน้อยทำเอาจางอี้ชิงแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกกับระยะห่างนั่น

“ดี ก็ดี เผื่อสักวันคุณจะเชื่อใจผมขึ้นมาบ้าง”ว่าพลางยักไหล่ ก่อนจะเบือนหน้าหลบสายตาคมที่มองตรงมาเมื่อรู้สึกว่าคู่สนทนายังเอาแต่มองเขาด้วยความคลางแคลงใจ

 

“ใช่ ผมจะมาดูให้แน่ใจว่าคุณน่ะมีคุณสมบัติความเป็นแม่มากพอ”

 

คนฟังรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของร่างสูง แต่อี้ชิงก็ทำเฉยเสีย

“โอเค ตกลงตามนี้ แค่นี้แหละ เชิญข้างนอกครับ ผมมีงานต้องทำ”

พูดเองจบก็เบี่ยงตัวเดินนำอีกฝ่ายออกมา ร่างสูงเดินตามเขาออกมาติดๆพร้อมกับอธิบาย “ต่อจากนี้ไปคุณไม่ต้องนั่งรถเมล์กลับกันแล้ว ผมจะให้คนขับรถของอาเลี่ยมาส่งคุณแล้วก็ป๋ายเซียนที่นี่ด้วย”

“แต่อาเลี่ยชอบนั่งรถเมล์นะ”อธิบายตามความรู้สึกของตัวเอง พอได้นึกเมื่อสองวันก่อนที่เขาพาเด็กตัวน้อยขึ้นรถเมล์เป็นครั้งแรก จำได้ดีว่าช่านเลี่ยตื่นเต้นมากจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ “ให้เด็กเปลี่ยนบรรยากาศบ้างไม่เห็นจะเป็นไร ค่ารถเมล์มันไม่ได้หนักหนาอะไรผมจ่ายเองได้”

“อาเลี่ยเป็นโรคภูมิแพ้ เขาแพ้ฝุ่น ผมไม่อยากให้เขาออกไปเจอมลพิษข้างนอก หวังว่าคุณคงเข้าใจ”

อี้ชิงพยักหน้ารับน้อยๆ นึกอยากเถียงออกมาเหมือนเกินว่าเขามีผ้าปิดปากเยอะแยะเดี๋ยวให้อาเลี่ยเอาไปใส่ก็ได้ หัดให้เด็กๆรู้จักโดยสารรถประจำทางเสียบ้างจะได้ไปไหนมาไหนเองได้ตอนโต แต่คิดไปคิดมา อีกฝ่ายเป็นหมอ น่าจะรู้ดีกว่าเขา 

“หายไปไหนกันมาน่ะ เมื่อกี้ฉันให้น้องป๋ายเข้ามาหานายในครัว”ซิ่วหมินอดไม่ได้จะเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยเมื่อร่างของคนทั้งสองปรากฏขึ้นหน้าเคาน์เตอร์ พูดพลางปรายตามองหลานตัวเล็กจอบแสบของเขาที่เมื่อครู่วิ่งวนเข้ามาในครัวไม่รู้ตั้งกี่รอบก็ไม่เจอทั้ง ‘มะม๊าและปะป๊า’

“พอดีไปตกลงอะไรกันนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”อี้ชิงเอ่ยตัดบทออกมาเสียเองเมื่อไม่รู้ว่าคนตัวสูงด้านหลังจะพูดอะไรออกมารึเปล่า แว่วได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆในลำคอมาจากเจ้าตัวแต่เขาก็พยายามไม่สนใจ

คริสหันไปหาลูกชายที่ยืนสะพายกระเป๋ารออยู่แล้ว “ไปครับช่านเลี่ย กลับบ้านกันนะ ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย?”

“ไม่ลืมฮับปะป๊า”บอกพร้อมกับร่างเล็กๆที่เดินเข้ามา มือน้อยยังจับจูงมือป๋ายเซียนให้เดินมาด้วยกัน

ป๋ายเซียนเงยหน้ามองนายแพทย์หนุ่ม “ปะป๊าฮับ ให้อาเลี่ยมาเล่นที่บ้านน้องป๋ายแบบนี้ทุกวันได้มั้ยฮับ”

อี้ฟานยิ้มพลางยีกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเอ็นดู “ได้สิครับ นี่ปะป๊าก็ตกลงกับมะม๊าแล้วนะ ใช่มั้ยอี้ชิง?”พูดพลางหันไปมองคนตัวขาวที่พยักหน้ารับ ก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะเลี่ยงการประสานสายตากับคนพูด

 

ท่าทางที่ซิ่วหมินลอบมองอย่างสนใจ..

 

เด็กสองคนหันมองหน้ากันด้วยดวงตาเบิกกว้าง ก่อนมือเล็กๆสองมือจะชูขึ้นเหนือหัว

“ไชโย!!  ทีนี้อาเลี่ยก็จะได้มาเล่นกับน้องป๋ายทุกวันแล้วนะ!”

“แล้วปะป๊าก็ยอมเป็นปะป๊า แล้วมะม๊าก็ยอมเป็นมะม๊าแล้วด้วย! เย้ๆๆ”

เด็กตัวเล็กกระโดดโหยงเหยงกันเป็นวงกลม ภาพลูกชายที่แสดงอาการดีใจออกมาทำเอาจางอี้ชิงอดไม่ได้จะยิ้มตาม เด็กน่ะนะ...

พลันก็รู้สึกได้ว่าตัวเองถูกมอง พอหันไปมองตามสายตานั่นก็เจอรอยยิ้มมุมปากของอีกคน พาให้เขาต้องเบือนหน้าหนีอีกรอบ เพราะรู้ตัวดีว่าถ้าเผลอมองอีกฝ่ายกลับ เขาเป็นต้องแยกเขี้ยวกลับจนเสียแผนหมดแน่ๆ..

อี้ชิงและป๋ายเซียนพากันมาส่งสองพ่อลูกขึ้นรถคันหรูที่จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ตลอดทางที่เดินมาคุณพ่อทั้งสองไม่พูดอะไรกันสักคำ จะมีก็แต่เด็กน้อยสองคนที่เดินจับมือกันคุยกันหงุงหงิงดูมีความสุข

“อาเลี่ย อาเลี่ยว่าปะป๊ากับมะม๊าเป็นแฟนกันแล้วเหรอ”

“ไม่รู้สิ...”ดวงตากลมโตของช่านเลี่ยแอบหันไปมองข้างหลังที่มีผู้ใหญ่ทั้งสองเดินตามมาเงียบๆ “แต่อาเลี่ยว่ายังนะ ปะป๊ามะม๊าไม่เห็นจับมือกันเหมือนเราเลย”

“ฮื้อ ทำไมต้องจับมือ”ป๋ายเซียนอดไม่ได้จะถาม “น้องป๋ายกับอาเลี่ยก็ไม่ได้เป็นแฟนกันนะ ยังจับมือกันได้เลย”

“เพราะเราเป็นเด็กไง แต่ปะป๊ากับมะม๊าเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

ใบหน้าเล็กๆพยักหน้ารับขึ้นลงเป็นการตอบรับว่าเห็นด้วยกับอีกฝ่าย

“แล้วปะป๊ากับะม๊าก็ไม่มองกันด้วยนะ”กระซิบกระซาบให้แน่ใจว่าแค่เพื่อนตัวเล็กข้างๆเท่านั้นที่จะได้ยินแล้วก็ทำหน้ามุ่ย “แล้วเมื่อไหร่จะได้แต่งงานล่ะ”

“เอาไว้ก่อนก็ได้ อย่างน้อยปะป๊ากับมะม๊าก็ยอมให้เรามาเล่นด้วยกันแล้วนี่นา”ป๋ายเซียนยิ้มโชว์ฟันน้ำนม ก่อนจะหุบยิ้ม “แต่แย่จังเลย.. แบบนี้เราสองคนก็ไม่ได้กินไอติมแล้วอะ”

ก่อนจะออกมาปะป๊าก็อธิบายแล้วว่า ต่อจากนี้พวกเขาไม่ต้องขึ้นรถเมล์กลับบ้านกันแล้ว แต่จะให้คนขับรถมารับเด็กทั้งสอง... รวมถึงมะม๊าด้วย แล้วพอปะป๊าทำงานเสร็จปะป๊าก็จะมารับอาเลี่ยกลับบ้านที่นี่..

“เห็นแก่กิน”ช่านเลี่ยอดไม่ได้จะว่าเข้าให้ ผลคือได้รับค้อนวงใหญ่จากเจ้าตัวเล็ก

“ผมขอตัวล่ะ”อู๋อี้ฟานเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสี่เดินมาถึงรถ อี้ชิงพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะหันหน้ามาหาช่านเลี่ยด้วยรอยยิ้มสดใส “แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะครับอาเลี่ย”

“ฮับมะม๊า”เด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้าง ก่อนเจ้าตัวจะหันมาหาป๋ายเซียน “น้องป๋าย อาเลี่ยไปก่อนนะ แล้วเจอกันที่โรงเรียน”

“อื้อ! พรุ่งนี้น้องป๋ายจะไปเล่นบล็อกไม้ด้วยนะ ปะป๊าฮับ”บอกเพื่อนตัวเองเสร็จก็หันไปเกาะขาคนตัวสูง จนผู้ใหญ่ที่ถูกเกาะต้องย่อตัวลงมาหา


“ว่าไงครับตัวแสบ”

“กู๊ดไนท์คิสฮับ”

กำลังคิดอะไรเพลินๆ ริมฝีปากเล็กๆก็จุ๊บเข้าที่แก้มสาก จนคนถูกจุ๊บอดไม่ได้จะคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เห็นท่าทางอ้อนๆของอีกฝ่ายแล้วก็อดไม่ได้จะหมั่นเขี้ยวหอมแก้มยุ้ยๆนั่นกลับฟอดใหญ่

“กู๊ดไนท์คิสเหมือนกันนะครับป๋ายเซียน แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ”

แล้วเขาก็ถูกป๋ายเซียนจุ๊บแก้มอีกข้าง สำหรับอู๋อี้ฟานแล้ว เขายอมรับว่าแต่ก่อนเขาไม่ใช่คนชอบเด็ก ออกจะรำคาญด้วยซ้ำ จนกระทั่งได้เป็นพ่อคนเขาก็ค่อยนึกเอ็นดูเด็กๆเพื่อนลูกขึ้นมาบ้าง แต่ก็หลังจากที่คุยกันสนิทสนมพอสมควรแล้ว 

ทว่ากับป๋ายเซียน มันดูเหมือนกับว่าทั้งเขาและเด็กคนนี้ต่างเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย..

มองสบตาเรียวรีที่ยิ้มเขินเพราะจุ๊บเขาแล้วก็อดไม่ได้จะหันไปมองปะป๊าของเจ้าตัว ที่ถูกช่านเลี่ยจุ๊บแก้มกู๊ดไนท์คิสอยู่เช่นกัน...

หันมามองเด็กตัวเล็กนี่อีกครั้งแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่าช่างน่ารักน่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ ป๋ายเซียนมีอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่างจากลูกชายของเขา โดยเฉพาะแววตาที่บ่งบอกว่าขี้เล่นขี้แกล้งนั่น ใจไพล่ไปถึงใครอีกคนที่ยืนอยู่ห่างๆโดยไม่ตั้งใจ 


 

...สงสัยพ่อแม่เขาจะสอนมาดี...

 

                ร่างสูงรีบสะบัดความคิดนั่นออกไปจากหัวโดยเร็ว

เด็กน่ารักได้ด้วยตัวเองนั่นแหละ พ่อกับแม่ก็ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่หรอก! 

อธิบายกับตัวเองด้วยเหตุผลที่ยังคิดว่าไม่สมเหตุสมผลอย่างแรงแล้วก็ต้องรีบละจากความคิดเรื่องนี้โดยเร็ว 


ก่อนที่อะไรๆในความรู้สึกมันจะแปลกพิลึกมากไปกว่านี้ 

               

“อาเลี่ยไปแล้วนะฮับมะม๊า ไปแล้วนะน้องป๋าย”หันมาโบกมือบ๊ายบายเพื่อน ก่อนจะดังมือเล็กนั่นมาจุ๊บแก้มยุ้ย ทำเอาคนถูกจุ๊บกะทันหันยกมือขึ้นกุมแก้มทั้งที่หน้าแดงแปร๊ด

“ฮื้อ! อาเลี่ย ไหนว่าจะไม่ให้คนอื่นเห็นไง!”โวยวายออกมาพร้อมกับยู่ปาก

ช่านเลี่ยยิ้มเผล่“ก็นี่ปะป๊าเรา นี่มะม๊าเรา คนอื่นที่ไหนกัน น้องป๋ายเขินอาเลี่ยล่ะซี้....”

 

ทั้งอี้ชิง และอี้ฟานเห็นท่าทางลูกชายตัวน้อยแล้วก็ได้แค่ยิ้มขำท่าทางที่เหมือนเด็กสาวๆโดนขโมยหอมแก้ม

 

“ฮึ่ยยยย ช่านเลี่ยขี้โกงๆๆๆ กลับบ้านไปเลย!”

“จุ๊ๆ.. น้องป๋ายไม่เอาไม่ไล่อาเลี่ยแบบนั้นนะครับ”พอเห็นลูกชายเริ่มเหวี่ยงอี้ชิงก็จุปากดุ จนป๋ายเซียนหน้ามุ่ยหันมาซุกหน้าลงกับกางเกงเขา

“กลัวจะอดโอกาสทำหน้าที่มะม๊าขนาดนั้นเลยเหรอ”อี้ฟานที่เห็นเด็กชายหน้ามุ่ยก็อดไม่ได้จะหันมาเหน็บ รีบแก้ตัวเข้าข้างป๋ายเซียนทันที 

ก็มันเรื่องปกติ เด็กที่ไหนเขาจะยอมให้จุ๊บกันง่ายๆบ้างล่ะ?  

คนตัวขาวกรอกตา เลิกมองฉันในแง่ลบสักวินาทีมันจะตายเหรออู๋อี้ฟาน “ครับ ก็ทำนองนั้น ใช่มั้ยป๋ายเซียน ช่านเลี่ย ถ้าอยากให้มะม๊าเป็นมะม๊าล่ะก็ ต้องเป็นเด็กดี ที่สำคัญห้ามทะเลาะกัน เข้าใจมั้ยครับ?”

พูดไม่พูดเปล่า ยังเหลือบตามองร่างสูงอีกคนเป็นเชิงท้าทายอีก

 

เออเอาเข้าไป...

 

ทว่าหลบตามาได้ไม่นาน จู่ๆป๋ายเซียนที่เขานึกว่าคงงอนไปแล้วที่โดนดุก็โพล่งขึ้นมา

“ปะป๊าจุ๊บลามะม๊าสิฮับ”

ไม่เพียงแค่คำพูด แต่มือน้อยๆยังดึงเขาให้เข้าไปใกล้คุณหมอหนุ่มที่ยืนอยู่ ช่านเลี่ยเห็นเพื่อนทำแบบนั้นก็เลยทำตาม ด้วยการดึงมือใหญ่ของปะป๊าเข้าไปใกล้ๆ

อี้ชิงหันไปสบดวงตาคู่คมแวบหนึ่งก่อนจะรีบหลบ ไม่นึกอยากรู้เลยสักนิดว่าอีกฝ่ายจะมองเขายังไง รู้แต่นี่มันชักจะไม่ค่อยดี.. เรื่องอะไรเขาต้องรู้สึกเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวด้วยล่ะ

“ปะป๊าเหนื่อยแล้วนะครับอาเลี่ย รีบกลับบ้านดีกว่าเนอะ ดึกแล้วจะได้รีบอาบน้ำนอนนะ”

“อ๋า... แต่ว่า”

“เอ... วันนี้มะม๊าทำโอริโอ้มูสให้ด้วยนะ ไม่รู้พรุ่งนี้มีเด็กคนไหนอยากกินบ้าง?”

คุณหมอหนุ่มนึกอยากขำออกมาเสียเหลือเกินกับความพยายามเบี่ยงประเด็นเป็นอย่างยิ่งของผู้ชายร่างบาง ถึงจะแปลกใจว่าทั้งๆที่อยากเป็นมะม๊าจนตัวสั่น แต่ทำไมถึงบ่ายเบี่ยงสัมผัสของเขา ทั้งๆที่โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้วแต่กลับโยนมันทิ้งไปซะเฉยๆ       

“งือ... ปะป๊ากับมะม๊าไม่ได้รักกันจริงๆด้วย”

ป๋ายเซียนโพล่งขึ้นมาพลางเบะปาก

“งือ.. ที่ปะป๊ามะม๊าของซือชุนยังจุ๊บกันต่อหน้าซือชุนได้เลย”ช่านเลี่ยหันมองปะป๊ากับมะม๊าของตัวเองสลับกันด้วยดวงตาอ้อนๆ สายตาแบบนั้นทำเอาอี้ชิงเริ่มทำตัวไม่ถูก พอจะเสสายตาหลบมามองลูกชายตัวเองก็จ้องเขาตาแป๋วไม่ต่างกัน

เห็นท่าทางลังเลของจางอี้ชิงแล้วคนมองก็นึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ จนตัดสินใจก้าวไปเบื้องหน้า...

อู๋อี้ฟานไม่รู้ตัวเลยว่า... สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี่.. มันเรียกว่าอารมณ์ชั่ววูบ

 

ยังไม่ทันที่คุณแม่ตัวขาวจะได้ตัดสินใจอะไร จู่ๆคนตัวสูงก็คว้าไหล่เขาเข้าไปใกล้ บดจูบลงมาที่ริมฝีปากของเขาที่กำลังจะเผยอร้องออกมาเพราะตกใจทันที

 

“หวะ... ว้าว...”ป๋ายเซียนตาเบิกกว้างมองภาพตรงหน้า แต่มือน้อยๆของช่านเลี่ยก็ยกขึ้นมาปิดตาเขา

“น้องป๋ายห้ามดู เรายังเด็กอยู่นะดูไม่ได้”บอกเพื่อนแบบนั้นแต่ตัวเองกลับจ้องปะป๊ามะม๊าตาไม่กะพริบ

 

อี้ชิงตาเบิกกว้างเมื่อลิ้นอุ่นสอดเข้าไปในโพรงปาก การถูกรุกรานที่ไม่เคยโดนมาก่อนทำเอาเขาขนลุกซู่ นึกอยากกระทืบเท้าภายใต้รองเท้าหนังราคาแพงของอีกฝ่าย หรือกัดลิ้นบ้าๆนี่ให้ได้ร้องโอ๊ยกันไปข้าง แต่พอนึกได้ว่ามีสายตาเด็กๆมองกันอยู่เขาก็ทำไม่ลง จำเป็นต้องหลับตาปี๋พร้อมกับกำเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่นขึ้น ริมฝีปากร้อนนั่นยังรุกรานเขาอยู่ไม่ยอมผละออกไปง่ายๆ ร่างบางรู้สึกว่าตัวเองกำลังร้อนขึ้นทุกทีๆ และก่อนที่เขารู้ตัวว่ากำลังจะหายใจไม่ออก ริมฝีปากหนาจอมเกเรก็ผละออกไปก่อน

อู๋อี้ฟานมองใบหน้าแดงก่ำที่หอบหายใจถี่อย่างพึงพอใจ “กู๊ดไนท์คิสนะครับ มะม๊า”

อี้ชิงโมโหจนอยากจะกรี๊ดออกมาให้ดังๆ ยิ่งใบหน้ายียวนนั่นแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆพลางมองมาที่เขา เล่นเอาทั้งตัวเขาปั่นป่วนไปหมด

ไอ้... ไอ้หื่นกาม วิปริต ฉวยโอกาส!!

ร่างบางยังคงรู้สึกทั้งอึ้ง ทั้งโกรธ ทั้งสับสนในตัวเอง หลากหลายอารมณ์ความรู้สึกไปหมด จนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองอุ้มลูกชายกลับเข้ามาในร้านตอนไหน จะมีก็แต่ซิ่วหมินนี่แหละที่ดีดนิ้วตรงหน้าเขาดังเป๊าะ ทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกราวกับคลายมนตร์...

เพื่อนตัวอวบกอดอก แต่ก็มองหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัย

“เล่ามา.. เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยจางอี้ชิง เอาตั้งแต่ต้นจนจบ ระหว่างนายกับอู๋อี้ฟานมีอะไรกันแน่!!”

 

 

 

 

 

“ปะป๊าฮับ”

“ว่าไงครับอาเลี่ย”คุณหมอหนุ่มที่นอนดูแฟ้มคนไข้อยู่ข้างร่างเล็กของลูกชายตัวน้อยหันมองตามเสียงเรียก ช่านเลี่ยซุกตัวอยู่ในผ้านวมอุลตร้าแมน แต่ตากลับมองที่เขาตาแป๋ว

สองร่างต่างส่วนสูงนอนด้วยกันบนเตียงเล็กๆ เป็นแบบนี้เสมอ อี้ฟานจะมานั่งเฝ้าลูกชาย อ่านแฟ้มงานของตัวเองไปเรื่อยๆจนกว่าจะแน่ใจว่าช่านเลี่ยหลับสนิทดีแล้ว เขาถึงจะกลับห้องตัวเอง

แทบจะพูดได้ว่า... วันไหนที่เขาไม่ได้เห็นหน้าลูกชายตัวเองตอนหลับก่อนนอน เขาก็คงนอนไม่หลับเหมือนกัน

 

ตั้งแต่พู่ช่านเลี่ยเกิดมา เด็กคนนี้ก็กลายเป็นนิทานก่อนนอนของผู้ชายคนหนึ่งไปซะแล้ว...

 

เด็กน้อยก้มหน้าหลบสายตา “พรุ่งนี้มะม๊าจะพาป๋ายเซียนไปสวนสัตว์ฮับ..”

อี้ฟานรู้ทันทีว่าอะไรที่ลูกชายเขาจะพูดต่อ แต่เขาก็ยังทำเป็นไม่รู้รอให้เจ้าตัวน้อยพูดเอง

“แล้วยังไงครับลูก?”

“แล้วมะม๊าก็ชวนให้อาเลี่ยไปด้วยกัน ให้ชวนปะป๊าไปด้วยก็ได้ อาเลี่ยอยากไป”

อี้ฟานระบายยิ้มบางๆทั้งที่ใจอดไม่ได้จะรู้สึกผิด เขาจำได้ดีว่าเขาปฏิเสธลูกชายไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง วันๆหนึ่งเขาได้หยุดพักจากงานที่โรงพยาบาลสองวัน แต่บางอาทิตย์เขาก็ต้องเข้าไปดูคนไข้บ้างเวลามีเคสผ่าตัด และวันพรุ่งนี้ที่ควรจะเป็นวันหยุดของเขาก็เช่นกัน  “พรุ่งนี้ปะป๊ามีนัดกับคนไข้นะครับ นี่ไง”เขายื่นแฟ้มไปให้เจ้าตัวน้อยที่ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง

“คนนี้เขาเป็นอะไรฮับปะป๊า”นิ้วเล็กๆจิ้มไปยังรูปหลอดเลือดหัวใจในแฟ้ม

“เส้นเลือดตรงนี้... เห็นมั้ยครับ”เขาอธิบายตามรูปช้าๆ “ปะป๊าสงสัยว่ามันทำงานผิดปกติ หัวใจก็อาจจะทำงานผิดปกติตามไปด้วย...”

“หัวใจสำคัญที่สุด”เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักทวนคำพูดที่ผู้เป็นพ่อเคยบอกกับเขา

“ใช่ครับ แล้วพอหัวใจทำงานไม่ดี ร่างกายก็จะไม่แข็งแรง แล้วพรุ่งนี้ปะป๊าก็ต้องดูอาการเขา”

ช่านเลี่ยพยักหน้ารับ ทั้งที่ดวงตายังไม่ละไปจากแฟ้มในมือหนา เห็นแบบนั้นแล้วคุณหมอหนุ่มก็ยิ้มตาม ช่านเลี่ยเป็นเด็กฉลาด และมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยมจนแทบเรียกได้ว่าก้าวกระโดด เขาไม่ได้อยากสอนเรื่องเครียดๆแบบนี้ให้ลูกชาย แต่ลูกชายเขานั่นแหละที่ช่างสงสัย และถามเรื่องงานของเขาเสมอๆ และอี้ฟานก็ชอบที่จะตอบ

เด็กชายช่านเลี่ยก้มหน้างุด ซุกตัวลงกับผ้านวมต่อ “แต่อาเลี่ยอยากไป...”

มือใหญ่อดไม่ได้จะลูบหัวทุยๆของลูกชายโดยที่ไม่พูดอะไร

เขารู้ดีว่าช่านเลี่ยเป็นเด็กว่าง่ายและเข้าใจการทำงานของเขามาตลอด เขาเองก็รู้สึกผิดและอยากหาเวลาพาลูกชายคนเดียวคนนี้ไปเที่ยวเหมือนกัน

แต่ด้วยอาชีพ... ด้วยบทบาท... แย่เหลือเกินที่ชายหนุ่มเองก็ทิ้งคนไข้ไปไม่ได้

 

ถ้าเพียงแต่จะมีใครที่เข้ามาเติมเต็มส่วนนี้ให้กับอาเลี่ยแทนเขา...

 

จู่ๆภาพใบหน้าอวดดีของจางอี้ชิงก็ปรากฏขึ้นในสมอง พาเอาในอกรู้สึกแปลกๆขึ้นมา

 

ถึงเขาจะยอมรับว่าเขาโล่งใจที่ได้รู้จักตัวตนของจางอี้ชิง ว่าก็เหมือนๆกับคนทั่วไปที่เข้าหาเพราะคิดจะจับเขา

 

แต่อี้ฟานก็ยอมรับอีกเช่นกันว่าสิ่งที่ทำให้จางอี้ชิงแตกต่างจากคนอื่นๆ.. คือสิ่งนี้

 

ดวงตาคมหันมองลูกชายตัวน้อยที่ยังเขี่ยปลายผ้านวมเล่นไม่ยอมนอนทั้งที่ดวงตาคู่โตหรี่ปรือเต็มที

 

อาจเพราะอีกฝ่ายมีป๋ายเซียนเหมือนกัน หรือเปล่า คุณหมอหนุ่มเองก็ไม่รู้เหมือนกัน


ถึงใครอีกคนจะยอมรับออกมาแล้วว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร แต่บางอย่างในแววตาคู่นั้น นอกจากความอวดดี มันมีสิ่งๆหนึ่ง สิ่งที่คนเป็นพ่ออย่างเขาก็รู้ดี

ว่าจางอี้ชิงจะไม่ทำให้ลูกชายของเขาเสียใจ 


งั้นเหรอ.... จะแน่ใจได้ยังไงกันล่ะ?

 

อี้ฟานรู้สึกเหมือนตัวเองบ้าไปแล้ว...


มือหนายื่นโทรศัพท์ของตัวเองให้ลูกชายตัวน้อย “จำเบอร์ป๋ายเซียนได้มั้ยล่ะลูก โทรไปหาสิ แล้วบอกว่าปะป๊าให้ไปสวนสัตว์ด้วยพรุ่งนี้”

ช่านเลี่ยเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายราวดีใจสุดขีด มือเล็กคว้าโทรศัพท์จากมือเขากดเบอร์โทรทันที ท่าทางดีใจจนยิ้มกว้างแบบนี้... 

เขาเห็นท่าทางแบบนี้จากลูกชายครั้งล่าสุดเมื่อไหร่กันนะ?

               

 

 

 

“สวัสดีครับ”อี้ชิงกดรับสายเมื่อเห็นเบอร์แปลกโทรเข้ามา หนีบโทรศัพท์แนบเอาไว้กับแก้มเพราะต้องใช้สองมือในการสวมเสื้อนอนให้ลูกชายจอมซนที่ดิ้นขลุกขลักเพราะกำลังแปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ “ป๋ายเซียนอยู่นิ่งๆสิครับ”

“มะม๊า”เสียงคุ้นเคยจากปลายสายทำเอาเขานิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะระบายยิ่มกว้าง “อาเลี่ย!โทรมาได้ยังไงครับเนี่ย รู้เบอร์มะม๊าด้วยเหรอ?”

“รู้ฮับ”เด็กน้อยว่าอย่างกระตือรือร้น “น้องป๋ายบอกให้อาเลี่ยจำเบอร์มะม๊า แล้วก็เบอร์ที่ร้านเอาไว้ อาเลี่ยให้น้องป๋ายจำเบอร์ปะป๊าเหมือนกันนะฮับ แต่น้องป๋ายยังจำไม่ได้เลย”

“ใครฮับมะม๊า อาเลี่ยเหรอ”พอได้ยินเสียงแจ๋วๆเจ้าตัวน้อยที่ใส่เสื้อนอนเสร็จพอดีก็โผเข้าหาโทรศัพท์ทันที เดือดร้อนอี้ชิงต้องเปิดลำโพงให้แล้วโยนเจ้าโทรศัพท์ไปไว้กลางเตียงนุ่ม ส่วนตัวเขาก็กระโจนตามขึ้นไปใส่กางเกงนอนให้ลูกลิง

เฮ้อ... เลี้ยงป๋ายเซียนนี่เหงื่อออกยังกับเข้าครัวทั้งวัน!

                “อาเลี่ย! ตกลงอาเลี่ยไปสวนสัตว์ด้วยกันป่าวววว”

“ไปๆๆๆ อาเลี่ยไป”ปลายสายว่ามาอย่างกระตือรือร้น น้ำเสียงดีใจของช่านเลี่ยอดไม่ได้ที่จะทำให้อี้ชิงรู้สึกดี แต่ใจหนึ่งก็อดแปลกใจไม่ได้หรอกว่าทำไมอู๋อี้ฟานถึงยอมปล่อยให้มากับเขาง่ายๆ

“ดีจังเลย ปะป๊าใจดีจังเลยฮับบบบบบบบบบ”ป๋ายเซียนตะโกนหน้าติดโทรศัพท์พลางหัวเราะคิกคัก ร่างบางแว่วได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆมาจากปลายสายจนได้รู้ว่าอีกคนก็อยู่ข้างๆช่านเลี่ยเหมือนกัน

“น้องป๋ายๆ น้องป๋ายเซฟเบอร์ปะป๊าให้มะม๊ายัง”

คำถามของเด็กน้อยตัวสูงทำเอาอี้ชิงที่กำลังจะลุกไปอาบน้ำหันขวับ เบอร์อะไร? เขาเคยบอกที่ไหนว่าอยากได้เบอร์ไอ้หมอตัวสูงนั่น..

แค่คิดถึงจูบเมื่อตอนเย็นก็ทำเอาเขาแทบจะถูปากตัวเองแรงๆ ติดที่ว่ายังไม่มีโอกาสได้อยู่คนเดียวเลย ไหนจะโดนซิ่วหมินซักฟอก ไม่พอยังต้องกล่อมป๋ายเซียนตั้งนานกว่าเจ้าตัวเล็กจะยอมไปอาบน้ำ

“ยังเลย”ป๋ายเซียนนอนคว่ำเท้าคางมองโทรศัพท์ที่อยู่ตรงหน้าพลางยู่ปาก “ก็น้องป๋ายจำไม่ได้นี่”

“น้องป๋ายขี้ลืมจริงๆเลยน้า”

“อาเลี่ยพูดมาก!”

“ปะป๊าขอคุยกับมะม๊าหน่อยครับ”

เสียงทุ้มๆของอีกฝ่ายจากปลายสายทำเอาขาที่กำลังจะก้าวออกไปชะงักกึก จำเป็นต้องหันกลับมารับโทรศัพท์จากมือลูกชายไม่ได้ ไม่วายกดปิดลำโพงเพราะกลัวผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรให้เด็กๆเข้าใจผิด

“มีอะไร”

“โห.. เย็นชาจังเลยนะครับคุณมะม๊า”

อี้ชิงพ่นลมหายใจออกอย่างไม่ชอบใจนัก รับรู้ได้จากน้ำเสียงล้อเลียนนั่นชัดเจน “นี่มีอะไรก็รีบๆพูดมาได้มั้ย ผมเหนื่อย กำลังจะนอนแล้ว”

“มะม๊ายังไม่อาบน้ำเลยจะนอนได้ไงฮับ”เสียงป๋ายเซียนที่แว้ดขึ้นมาทำเอาเขาต้องรีบหันไปทำหน้าดุจุปากใส่ จนเจ้าตัวเล็กต้องหันกลับไปเล่นกับตุ๊กตาต่อ อี้ฟานหัวเราะเบาๆที่ลูกชายคนเล็กเฉลยจนหมดเปลือก

“เถอะน่า... โกรธที่โดนผมจูบจนไม่อยากคุยกันขนาดนั้นเลยเหรอ? ทั้งๆที่คุณควรจะดีใจนะที่ได้สัมผัสจากผม”

“คุณอู๋อี้ฟาน ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูด ผมจะวาง”

“โถ่.. เรียกกันซะห่างเหิน เรียกปะป๊าเสียงหวานๆไม่ดีกว่าเหรอครับหืม?”

อี้ชิงนึกอยากจะยกมือกุมขมับ เริ่มเซ็งที่เสนอข้อเสนอบ้าๆอะไรนั่นออกไป เขายอมถูกมองด้วยสายตาดูถูกดีกว่าใช้น้ำเสียงกะลิ้มกะเหลี่ยจนน่าขนลุกแบบนี้...

 

เสียงทุ้มนั่นหัวเราะออกมาอีกครั้ง เล่นตัวได้เป็นธรรมชาติดีนี่ จางอี้ชิง “พรุ่งนี้ผมมีเคสนิดหน่อย จะตามไปเจอที่สวนสัตว์แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้เก้าโมงเช้าผมจะให้คนขับรถไปรับ”

“อืม ขอบคุณ”ตอบรับสั้นๆ “งั้นแค่นี้นะ สวัสดี”

“เดี๋ยวสิ ผมจะบอกว่า เรามีเบอร์กันแล้ว อย่าลืมเมมเอาไว้ด้วยล่ะ”

“รู้แล้วน่า”

ว่าแล้วเขาก็ชิงกดตัดสายทันที ไม่นึกอยากได้ยินเสียงนั่นที่พาลจะให้นึกหน้าหล่อๆนั่นออกอีก

 

 

 

อี้ฟานมองโทรศัพท์ในมือที่ถูกตัดสายไปแล้วก่อนจะส่ายหน้าพลางยิ้มขำ จางอี้ชิงนี่แปลก เล่นตัวได้เป็นธรรมชาติจนดูอย่างกับเรื่องเมื่อตอนเย็นนั่นเป็นแค่การเล่นละครเท่านั้น

แต่ก็ดี เขาจะได้ไม่ต้องแสร้งทำเป็นอยากคุย อยากเข้าใกล้ให้แสลงใจ ถึงจะเสียดายหน้าตาน่ารักๆนั่นก็เถอะ

ถ้าเป็นที่แล้วมา เรื่อง ‘อ่อยเหยื่อ’ แล้วเขี่ยทิ้งอย่างโหดร้ายเนี่ย ขอให้บอกอู๋อี้ฟานคนนี้เถอะ กับจางอี้ชิงให้เป็นข้อยกเว้นคนเดียวแล้วกัน 

อยากได้เขานัก ก็ใช้ความสามารถของตัวเองให้เต็มที่ล่ะ หึ

“นอนกันฮับปะป๊า ดึกแล้ว”พอได้อย่างที่ใจต้องการช่านเลี่ยก็กวักมือเรียกพลางอ้าปากหาวจนเห็นฟันน้ำนมทั้งปาก

คุณหมอหนุ่มที่เมื่อครู่เดินไปคุยโทรศัพท์ไกลๆไม่ให้ลูกได้ยินทิ้งตัวลงนั่งข้างๆลูกชายที่เริ่มเลื้อย “ดีครับ กู๊ดไนท์คิสก่อนเร็ว”

หน้าเล็กๆยืดตัวขึ้นจุ๊บเบาๆที่ริมฝีปากเขา ก่อนจะทิ้งตัวลงบนหมอนใบโตพลางหลับตาปี๋

อี้ฟานนั่งอยู่อย่างนั้นสักพัก เฝ้ามองแผ่นอกเล็กๆใต้ชุดนอนกระเพื่อมขึ้นลงจนกระทั่งเป็นจังหวะ บ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยของเขาหลับสนิมไปแล้ว มือใหญ่ลูบกลุ่มผมสีเข้มนั่นเบาๆ สีผมแบบนี้..

 

ที่เหมือนสีผมธรรมชาติของใครอีกคน...

 

“อาเลี่ยรักปะป๊า”เด็กน้อยพึมพำราวละเมอ แต่คนฟังกลับอุ่นวาบไปทั้งใจ จนอดไม่ไหวต้องก้มลงจุ๊บแก้มยุ้ยๆนั่นอีกรอบ

 

               

“รู้มั้ย... คุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนคุณเป็นผู้ชายมีปมกับคำว่า มะม๊า”

 

จู่ๆคำพูดของคนที่อยู่ในสายเมื่อครู่ก็ดังเข้ามาในหัวพาเอาเขาต้องหลับตาลงนิ่ง..สะกดความทรงจำที่เขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตของลูกชายที่จะลืม...   นานแล้วที่ไม่มีใครสะกิดแผลใจใจของเขา นานแล้วที่ไม่มีใครรื้อฟื้นมันขึ้นมา แต่กับผู้ชายคนนั้น.. มีกี่วันที่เจอกัน ก็พูดราวกับไปนั่งอยู่ในใจเขาแล้วอย่างนั้น


 

ผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงใจร้าย...

ผู้หญิงที่ทิ้งเขา ทิ้งลูกของตัวเองเพื่อตามหาความฝันของตัวเอง

ผู้หญิงที่ทิ้งทุกภาระเอาไว้ที่เขา เพื่อตัวของตัวเอง


กองเสื้อผ้าระเกะระกะอยู่บนเตียงนอนนุ่ม ทั้งหมดถูกมือบางยัดลงใส่กระเป๋าเสื้อผ้าใบโตอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหลีกหนีอะไรบางอย่าง

 

            อ้อ.. ใช่สิ ตอนนั้นเธอกำลังหนี

            “คุณจะไปไหนไม่ได้นะ!”เขาตะโกนอย่างเหลืออด นึกอยากแย่งกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของทั้งหมดออกมาเก็บเข้าที่เดิมให้หมด แต่อี้ฟานก็รู้ดีว่ามันแค่ถ่วงเวลาให้เธอไปจากที่นี่ช้าลงเท่านั้น ซึ่งมันไม่ใช่ความต้องการของเขาเลยสักนิด

            สิ่งที่เขาต้องการ.. คือเธอต้องสมัครใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป

            “ในเมื่อคุณเป็นคนอยากให้เขาเกิดมา มันก็เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องดูแลเขาสิ!”เสียงหวานหันมาตะคอกใส่เขาอย่างไม่ไยดี คำบอกนั่นที่พาเอาเขาสะท้อนไปทั้งอก

            “แต่เขาเป็นลูกของเรา.. ผมจะยอมให้คุณทำแท้งได้ยังไง”

            ปอยผมสีทองสว่างของหญิงสาวร่างระหงหล่นลงเคลียตามใบหน้าเรียวราวนางฟ้าที่เขาหลงใหล ยามนี้...ไม่เลย เธอเป็นเหมือนแม่มดใจร้ายที่รูปโฉมงดงามมากกว่า “ฉันยอมคุณมามากแล้ว อู๋อี้ฟาน ลาขาดกันล่ะ”

            “อย่า... อย่าเพิ่งไป! คุณจะทิ้งอาเลี่ยเอาไว้แบบนี้ไม่ได้! เขาต้องการแม่...!”

            ร่างเล็กในรองเท้าส้นสูงก้าวฉับๆอย่างมั่นใจตรงไปยังประตูทางออก

            ทางออกไปจากที่แห่งนี้... ที่ๆเขาและเธอใช้เวลาเป็นปีอยู่ด้วยกัน

            และทางออกไปจากชีวิตของผู้ชายที่ชื่ออู๋อี้ฟาน ตลอดกาล

            มือใหญ่คว้าแขนเธอเอาไว้ได้ทัน พร้อมกับดึงมากอดเอาไว้แน่นแนบอกกว้าง มันคงไม่ใช่แค่เครื่องปรับอากาศ หรืออากาศภายนอกที่ทำให้แผ่นหลังภายใต้เสื้อแบรนด์ราคาแพงของเธอเย็นเฉียบขนาดนี้

 

            มันคงเป็นหัวใจของผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้เขารู้สึกอย่างนั้น

 

                “ปล่อย!”ร่างบางดิ้นขลุกขลัก แต่เธอไม่เคยสู้แรงเขาได้หรอก

“พวกเราต้องการคุณ...”เขากระซิบเสียงเครือ เธอชะงักไปกับคำพูดนั่น แว่วกับที่ได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้จ้ามาจากห้องเด็กอ่อน

ลูกชายที่เพิ่งลืมตามาดูโลกได้แค่สองเดือนของพวกเขา... พู่ช่านเลี่ย คงจะตกใจตื่นขึ้นเพราะเสียงตึงตัง

ในที่สุด... ไม่รู้ว่าเพราะเผลอ หรือเพราะหมดแรงเอาเสียดื้อๆที่จะรั้ง ร่างบางก็สะบัดตัวหลุดออกจากอ้อมกอดเขา

เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมาด้วยซ้ำ “เขาก็มีพ่อที่แสนประเสริฐอย่างคุณแล้วไง! รักเขามากไม่ใช่เหรอ รักเด็กคนนี้ รักพู่ช่านเลี่ยมากกว่าอนาคตของฉัน และของคุณเองไม่ใช่เหรอ!

“ผม...”

อี้ฟานพูดไม่ออก เขาไม่มีอะไรจะแก้ตัวทั้งนั้น ทุกการตัดสินใจ.. เขาคิดดีแล้ว

 

แล้วการตัดสินใจครั้งนี้... การปล่อยเธอไปครั้งนี้.. มันก็เป็นเรื่องที่เขาคิดดีแล้วด้วยใช่มั้ย?

 

“ยอมรับผลจากสิ่งที่คุณก่อซะ อู๋อี้ฟาน ฉันไม่เอาด้วยแล้ว”

                               


ความทรงจำทุกอย่างดับวูบลงเพียงแค่ลืมตา ก่อนจะหันใบหน้าคมคายก้มลงจุมพิตที่ใบหน้าเนียนของลูกชายตัวเล็กที่หลับสนิทอีกรอบ

เขายอมรับ ว่าเขาเป็นแผลจากผู้หญิงคนนั้น จากแม่แท้ๆของช่านเลี่ย ภรรยาทางพฤตินัยของเขา

ใช่ว่าอี้ฟานอยู่เฉยๆและปล่อยให้มันเป็นแผลเรื้อรังจนไม่ทำอะไร มันไม่ใช่แบบนั้น เขาพยายามแล้ว พยายามที่จะรักษา พยายามที่จะหาผู้หญิงที่ดี ผู้หญิงที่พร้อมจะเป็นแม่ ใครก็ตามที่จะมาแทนที่ความว่างเปล่าที่ทั้งเขาและช่านเลี่ยมีร่วมกัน


แต่... มันก็ไม่เคยสำเร็จ ไม่เคยมีใครคนไหนที่รักลูกชายของเขาด้วยใจจริงสักคน


อี้ฟานเคยไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงไม่มีใครเอาชนะใจอาเลี่ยได้เลย แต่อันที่จริงแล้ว... พู่ช่านเลี่ย ลูกชายของเขามีเซ้นส์มากกว่าตัวเขาเองมาก

เพราะเขาคิดแต่เพียงว่า หาใครสักคนมาทำ ‘หน้าที่’ มะม๊า หาแค่เพียงใครสักคนที่จะมาเติมเต็ม ในขณะที่ช่านเลี่ยนั้น เพียงแค่คลุกคลีกับใครสักคนเพียงชั่วครู่ ความรู้สึกที่แสนบริสุทธิ์ของเด็กน้อยจะรู้ได้ทันทีว่าคนที่เขาหามานั้น ‘ยังไม่ใช่’


สุดท้ายอู๋อี้ฟานเลยแบ่งชีวิตของตัวเองออกเป็นสองด้าน ปล่อยชีวิตด้านที่เป็นเขาเองทิ้งเรื่อยเปื่อยไปวันๆ อ้าแขนรับใครก็ตามที่อยากเข้ามาเพื่อแก้เบื่อ ปิดบังความเหงาในใจของตัวเองไปอย่างนั้น

ส่วนชีวิตในด้านที่เป็นพ่อของช่านเลี่ย... มันเป็นด้านที่อี้ฟานจะไม่ยอมให้ใครเข้ามาทำลายมันได้เด็ดขาด 

เพราะลูกชายคือทุกอย่างในชีวิตของเขา เป็นสิ่งเดียวที่เป็นเครื่องยืนยันว่าในชีวิตของเขามีเรื่องที่สมบูรณ์แบบซ่อนอยู่ 

 

“ปะป๊ารักอาเลี่ยนะครับ”กระซิบเบาๆที่ใบหูเล็กๆทิ้งท้าย ก่อนจะห่มผ้านวมผืนหนาคลุมตัวลูกชายจนมิดคอแล้วเดินกลับห้องของตัวเอง ทั้งที่สมองยังคิดไม่ตก 


แล้วแบบนี้... จางอี้ชิงล่ะ? ผู้ชายคนนั้นที่เพิ่งเข้ามา ผู้ชายที่ไม่ได้เข้ามาทางเขา ผู้ชายที่ช่านเลี่ยชอบ ... หรืออาจจะรักไปแล้ว...?


ถ้ามันเป็นสิ่งที่ช่านเลี่ยต้องการ... ถ้าคนที่จะมารับหน้าที่ เป็นคนที่ลูกชายของเขาเลือกเองล่ะ?

คุณหมอหนุ่มถอนหายใจ ทิ้งตัวลงกับเตียงนอนนุ่มอย่างเหนื่อยล้า

หวังว่าสุดท้าย... จะไม่ใช่ตัวเขาเองที่ทำให้ลูกชายต้องเจ็บปวด


 

 

 

cinna mon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 กันยายน 2563 / 22:12
    ทำเป็นต่อต้าน

    อีกไม่นานก็จะหลงอี้ชิงหนักกว่าลูกอีก อี้ฟานเอ้ยยยย
    #906
    0
  2. #746 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 17:40
    จบไม่ลงคนมีแผล งี้ปะ
    เราเขินแทนเด็กๆอะ ป๊า ม๊าเขาจุ๊บ เอ๊ย เกินกว่านั้นอะ
    ไรต์คะ ขอโทษที่ตินะคะ คือ อาเล่ย หรือ อาเลี่ย คะ
    ด้วยรักและหวังดี ภักดีต่อไรต์นะคะ
    #746
    0
  3. วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 23:08
    กลับมา ทำไมคะ แม่ของชานเลี่ย
    #675
    0
  4. #642 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:05
    คริส อย่าแกล่งอี้ชิงนักสิ
    #642
    0
  5. #461 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 01:02
    ไปเถอะ ให้ม๊าอี้ทำหน้าที่เถอะ
    #461
    0
  6. #346 BangMin (@minbang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 00:18
    โถ่ๆๆๆ ชีวิตพี่คริสน่าสงสารรรร
    แต่มันก็ยังมีความฟินอยู่ในตัว
    จะยอมเปิดใจเอาอี้เข้ามาใช่มะ
    แหมๆ มีโมเม้นก่อนนอนด้วนนะป่ะป๊ะกะม่ะม๊าเนี่ย
    #346
    0
  7. #331 คลชป9091 (@bellstyle07) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 20:46
    กรี๊ดดดดดฟานจูบชิง ><
    แหมคุยโทรศัพท์กันซะน่ารัก?555555
    #331
    0
  8. #284 Kray (@mamoru18) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 12:33
    ใจร้ายจังเลยนะ ทิ้งเฮียไปได้ยังไงกัน
    #284
    0
  9. #264 karis-L (@krislay0607) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 02:29
    นี่อาเลี่ยกับป๋ายอายุเท่าไหร่กันเเน่เนี่ยยยย
    ตัวเท่านี้แผนการเป็นระบบปฏิบัติการมาเลย
    เเต่เชียร์เต็มที่นะ จะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์เนาะ
    #264
    0
  10. #236 LuckyLove (@khaimookkm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 20:37
    ผู้หญิงคนนั้นใจร้ายจังงงงงงง!! แต่ก็ดีแล้วแหละ อี้ชิงจะได้มาเป็นมะม๊าแทนนนน -..-
    #236
    0
  11. วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:35
    เริ่มสงสารพี่คริสละแม่เลี่ยใจร้ายจัง





    #227
    0
  12. #197 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 21:08
    แหมพี่คริสแกนี่ความคิดมโนเก่งเว่อร์



    #197
    0
  13. #124 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 11:33
    แหมพี่คริสแหม เล่นตัวได้เป็นธรรมชาติหรอ ?
    ตลกกกกอะ 555555 อี้ชิงไม่ได้เล่นตัวเป็นธรรมชาติเว้ย
    อี้ชิงก็เป็นของเค้าแบบนี้แหละ ไม่ได้แสร้งเหมือนบางคน 
    อ๊ากกก จูบแล้ว อะไรกันนอี้ฟาน จูบแรกแกใช้ลิ้นกับชิงฉันเหรอ
    เขินสิ ให้ตายเถอะ นึกถึงที่สวนสนุกแล้วต้องน่ารักมาก ๆ แน่ ๆ 
    รอติดตามนะคะ พี่มินท์ต่อเร็ว ๆ น้าา ชอบมาก ๆ เลย ><
    #124
    0
  14. #120 AlwaysFanXing (@baekhyunn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 23:21
    โถ่โถ่ๆ อพค.มีปมนี่เอง ง ง
    #120
    0
  15. #116 YiXInG Is My StYlE (@krislayrf) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 21:11
    หวานวันละนิดจิตแจ่มใส -,.-555555+
    สนุกฝุดๆ
    สงสารเฮียอ่ะ
    #116
    0
  16. #110 kkkp (@kkingphai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 09:08
    อ้ายยนอาเลี่ยกะน้อยป๋ายน่ารักมากกกกกกกก
    #110
    0
  17. #109 Park Nokia. (@nokia_sjexo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 03:12
    เริ่มจะหวานๆแล้ว 5555555
    มีลูกสาว(?) กับลูกชายคอยช่วย
    ก็คงเป็นครอบครัสที่สมบูรณ์แบบได้อีกไม่นาน
    กลัวแม่ ยอลจะกลับมาอ่ะ T_T
    #109
    0
  18. #104 BFKAIPZP (@zpeemaiz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 19:30
    แกโง่มากอ่ะอิเฮีย นี่คือคนที่ผ่านคนมาเยอะเหรอ อคติชัดๆ
    เค้าไม่ได้เข้าหาแกแบบชู้สาวทุกคนนะเว่ย
    แต่ก็รับประกันได้แล้วล่ะว่าอี้ดึงดูดเฮียอยู่มากโขเลย
    #104
    0
  19. #103 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 18:44
    เปิดใจสิคะพี่คริส 
    รับอี้ชิงมาเป็นมะม๊าเถอะ 
    #103
    0
  20. #102 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 15:08
    เรื่องแม่ของอาเลี่ย คือมันก็เป็นแผล ทำให้เฮียไม่อยากให้มีแบบนี้เกิดขึ้น แต่เฮีย อาอี้เป็นแม่ที่ดีให้อาเลี่ยได้นะ
    #102
    0
  21. #98 L.Q (@lovexoxo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 00:59
    เห้ยยยย อิเฮียย แกคิดว่าอาอี้เล่นละครเหรอว่ะะะ โหยยยย เอาหัวแม่ทีนมองรึไงว่ะะ โด่ววว อยากรู้จังใครคือแม่ของอาเลี่ย
    #98
    0
  22. วันที่ 25 เมษายน 2557 / 22:21
    พร้อมสะเถอะคนอ่านลุ้นนะคริส55
    #97
    0
  23. #96 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 22:20
    ผู้หญิฃคนนั้นนี่แย่มากนะ คืออพคนี่ดีมากน่ะ อพคแกก็เปิดใจเด้ อี้แสนดีมากนะเว้ยยย
    #96
    0
  24. #95 Kriszingme (@chewingy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 22:16
    โถ่ พี่ฟานนน มะม๊าไม่ทำแบบคนนั้นหรอกกกก
    #95
    0
  25. #93 mi-u jang (@charoenon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 21:57
    เฮียลองเปิดใจเสี่ยงกับมันอีกครั้งนึงเถอะ แล้วเฮียจะไม่เสียใจที่ตัดสินใจทำอย่างงั้น
    #93
    0