[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 3 : ●▽● ② : Mommy's Decision (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    6 พ.ย. 58


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก


 


Chapter 2 –Mommy(?)'s decision

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

 

“น้องป๋ายๆๆ”ชิ่งจู เด็กน้อยตัวเล็กตากลมโตวิ่งเข้ามาหาพร้อมทำสีหน้าตื่นเต้น “เล่นวิ่งไล่จับกัน!!” ชูเจ้าตุ๊กตาหมีเน่าตัวเล็กที่ติดตัวตลอดขึ้นมา 

“นี่นะ น้องป๋ายต้องวิ่งหนี ถ้าชิ่งจูเอาตุ๊กตาตัวนี้แปะน้องป๋ายได้ น้องป๋ายก็ตายเลยยย”

น้องป๋ายยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้นกับข้อเสนอของเพื่อนสนิท “ได้สิ เดี๋ยวน้องป๋ายจะชวนอาเลี่ยมาเล่นด้วยกันนะ!”

ตาโตๆเบิกตามองเพื่อนตัวเอง “น้องป๋ายชอบอาเลี่ยเหรอฮับ”

“ฮื้อออ เปล่านะ น้องป๋ายว่าคนเล่นกันเยอะๆสนุกดีตะหาก”ว่าพลางก้มหน้าบิดชายเสื้อเล็กน้อย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน...

ที่แน่ๆน้องป๋ายไม่ได้ชอบอาเลี่ยสักหน่อย!

ชิ่งจูยังคงไม่วางใจ ก้มหน้าลงจนคางชิดอก ใช้ดวงตาที่โตกว่าเด็กคนอื่นๆนั่นจ้องมองเพื่อนอย่างจับผิด จนเด็กน้อยผมสีน้ำตาลสว่างกว่าโวยวาย 

“น้องชิ่งจูไม่เชื่อน้องป๋ายเหรอ!”

“งื้ออ เชื่อๆ ชิ่งจูเชื่อน้องป๋ายน้า”เด็กตัวเล็กกว่ายิ้มอ้อน อยากรู้ก็อยากรู้ แต่ไม่อยากให้น้องป๋ายงอนชิ่งจูนี่นา 

“งั้นชิ่งจูจะไปรอที่กลางห้องนะน้องป๋าย”

“อื้อ”

หลังจากรับคำเพื่อนสนิทแล้วเจ้าตัวก็หันมองไปรอบๆหาเป้าหมาย.. สุดท้ายก็เจอเด็กตัวสูงนั่งต่อตัวต่ออยู่ในกลุ่มเพื่อนของตัวเองที่มุมห้อง

มือเล็กแปะหมับเข้าที่กลางหลังเพื่อนตัวสูง

“อาเลี่ย! ไปเล่นไล่จับกัน!”

“ชวนแต่อาเลี่ยทำไมไม่ชวนซือชุนบ้างอะ!”

น้องป๋ายกอดอก เบะปากพลางปรายตามองเด็กชายผมสีทองสว่าง “ไม่เอาหรอก น้องป๋ายกับชิ่งจูไม่ให้เล่นด้วยหรอก ซือชุนเกเร ชอบเปิดกาโปงเด็กผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตา”

คนถูกกล่าวหายื่นปาก “เปล่าสักหน่อย ซือชุนก็แค่เล่นสนุกๆ เด็กผู้ชายที่ไหนก็เล่นทั้งนั้นแหละ มีแต่น้องป๋ายกับชิ่งจูที่ไม่เปิดกาโปงเด็กผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตาเพราะน้องป๋ายกับชิ่งจูก็เป็นเด็กผู้หญิง”

พอถูกหาว่าเป็นเด็กผู้หญิงเข้าหน่อยเจ้าตัวเล็กก็เลือดขึ้นหน้า มือเล็กๆเท้าสะเอวยืนคร่อมเตรียมลุยซือชุนที่นั่งฮัมเพลงหันกลับไปต่อตัวต่ออย่างสบายใจ ไม่ได้รู้เลยว่ากำลังจะโดนพายุเข้าตัว..

“น้องป๋ายกับชิ่งจูเป็นผู้ชายนะซือชุน”ช่านเลี่ยที่นั่งฟังเฉยๆอยู่นานหันมามองเพื่อนตัวเล็ก อดไม่ได้จะพูดขัดขึ้นมาเพราะเคยเห็นป๋ายเซียนจอมแสบหยิกเพื่อนเขาจนแขนเขียวแถมด้วยข่วนจนเลือดซิบไปแล้วรอบหนึ่ง “ไม่งั้นน้องป๋ายกับชิ่งจูจะใส่กางเกงเหรอ”

 

ซือชุนยักไหล่เล็กๆขึ้นลง “ไม่รู้สิ อาเลี่ยว่าไงซือชุนก็เห็นด้วย เพราะซือชุนเป็นสมุนอาเลี่ย”

 

“สมุนคือไรอะ”พอได้ยินศัพท์ใหม่ที่ไม่เคยได้ยินป๋ายเซียนก็สนใจ นั่งยองๆลงข้าง ‘สมุนของอาเลี่ย’ที่กำลังเอื้อมตัวไปคว้าตัวต่อสีเหลืองไกลออกไป

“สมุนก็คือ ลูกน้องไง”อาเลี่ยยืดอกอย่างภูมิใจ “ซือชุนเป็นลูกน้องของอาเลี่ยเอง เท่ใช่มั้ยล่า”

ริมฝีปากเล็กๆทำปากจู๋ รู้สึกไม่ชอบใจที่เจ้าเด็กตัวโตมีอะไรที่ตัวเองไม่มีอีกแล้ว “งั้นอาเลี่ยก็เล่นกับสมุนอาเลี่ยไปเลยนะ ไม่ต้องมาเล่นกับน้องป๋ายเลย”

“น้องป๋ายงอนอาเลี่ยเหรอ”ถามแล้วอะไรก็แล้วเด็กตัวเล็กก็ยังกอดอกแน่น หันหน้าไปทางอื่นค้อนปะหลับปะเหลือก ร้อนเขาต้องทิ้งเจ้าหุ่นยนต์ที่ยังขาดส่วนหัวลุกเดินเข้ามาใกล้ นิ้วเล็กๆสะกิดเข้าที่ไหล่ของเด็กอีกคน ส่วนคนถูกสะกิดก็สะบัดทั้งตัวทั้งหน้าหนีไปอีกทาง 

“อาเลี่ยอยากเล่นกับน้องป๋ายนะ ปะ ให้อาเลี่ยเล่นกับน้องป๋ายนะ”ช่านเลี่ยยิ้มจนเผยให้เห็นลักยิ้มที่ข้างแก้มเมื่อเห็นดวงตาเรียวเล็กเหลือบมามองที่มือเขา “นะ นะไปกันเถอะ อาเลี่ยอยากเล่นด้วย”

“ก็ได้ เพราะอาเลี่ยอยากเล่นกับน้องป๋ายหรอกนะ”ป๋ายเซียนหันกลับมาในที่สุดพร้อมกับยิ้มโชว์ฟันน้ำนม แต่พอเห็นสายตาของเด็กสมุนอีกคนที่มองตรงมาเหมือนจะรอให้ชวนก็รีบประกาศิตเสียงดังลั่นห้อง  “แต่น้องป๋ายไม่ให้ซือชุนเล่นด้วย!!”

“เชอะ!!”ซือชุนที่อุตส่าห์หยุดต่อตัวต่อหันมามองเพื่อนตัวเองสะบัดหน้าหนีทันที “ซือชุนไม่เห็นจะง้อน้องป๋ายเลย น้องป๋ายตุ๊ด!”

 

“ซือชุนนั่นแหละเป็นตุ๊ด!”

 

ช่านเลี่ยตีเพียะเข้าให้ที่หลังเล็กๆของสมุนตัวน้อย ทำเอาเจ้าตัวเล็กผมสีสว่างหันมามองพลางเบะปาก

“อาเลี่ยตีซือชุนทำไม!”

“ก็ซือชุนว่าน้องป๋ายก่อน ขอโทษน้องป๋ายเลย”

ซือชุนยู่ปากแถมยังไม่ยอมขอโทษ “ใช่สิ น้องป๋ายน่ารักกว่าซือชุนนี่!”

“เพราะน้องป๋ายจะได้อยู่บ้านเดียวกับอาเลี่ยต่างหาก เนอะอาเลี่ย!”เจ้าตัวเล็กแลบลิ้นปลิ้นตาใส่สมุนผู้แพ้ ไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าเด็กตัวโตข้างๆหน้าหงอยลงทันควัน ก่อนจะลากเพื่อนตัวโตออกมาจากวงต่อตัวต่อ

“น้องป๋าย.. อาเลี่ยมีอะไรจะบอก”

“หื๊อ อะไรเหรอ เล่นก่อนได้ป่าว”

เด็กตัวโตเบะปาก ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำไม่มองตา “อาเลี่ยไปเล่นที่บ้านน้องป๋ายไม่ได้แล้วนะ”

“อ้าว ทำไมล่ะอาเลี่ย”ป๋ายเซียนงง “แล้วเรื่องมะม๊ากับปะป๊า ที่เราคุยกันไว้ล่ะ”

ช่านเลี่ยส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ได้หรอกน้องป๋าย อาเลี่ยสัญญากับปะป๊าเอาไว้แล้วว่าอาเลี่ยจะไม่ดื้ออีก”

 

ป๋ายเซียนหน้าหงอยตามอีกฝ่ายทันควัน..

 

เห็นอีกคนหน้าหงอย ตัวเองก็ยิ่งหงอยตาม“แต่อาเลี่ยชอบมะม๊าน้องป๋ายจริงๆนะ ปะป๊าน้องป๋ายสวยมากเลย”

ใบหน้าเล็กๆพยักหน้ารับ “อือ น้องป๋ายก็ชอบปะป๊าอาเลี่ยเหมือนกัน ปะป๊าอาเลี่ยหล่อ”

 

เด็กน้อยสองคนต่างก็ชอบปะป๊าของอีกฝ่ายมากจริงๆ ถึงจะเป็นเพียงครั้งแรก ไม่มีเหตุผลอะไรจะอธิบายนอกจากความรู้สึกที่บอกว่าใช่... แค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้นที่ได้เห็นหน้า 

 

ช่านเลี่ยถอนหายใจเฮือก “อาเลี่ยต้องกลับบ้านตรงเวลา คุณลูงคนขับรถจะมารับอาเลี่ยที่หน้าประตูโรงเรียน.. อาเลี่ยต้องกลับไปทำการบ้าน ยิ่งทำเสร็จเร็วอาเลี่ยก็จะยิ่งได้ดูการ์ตูนนาน แล้วอาเลี่ยถึงจะอาบน้ำแล้วก็...”

“เดี๋ยวนะ อาเลี่ย”จู่ๆเด็กแสบตัวเล็กก็คิดอะไรดีๆออกพลางเงยหน้ามองเพื่อนตัวสูง “คุณลุงมารับอาเลี่ยที่ไหน”

  “หน้าประตูโรงเรียน”อาเลี่ยตอบ ไม่พอยังชี้มือชี้ไม้ไปที่หน้าประตูเป็นการบอกตำแหน่งเผื่ออีกคนจะไม่เข้าใจ “ตรงรั้วสีฟ้าๆ อาเลี่ยเดินไปขึ้นรถตรงนั้นทุกวัน”

“แต่ปะป๊าน้องป๋ายมารับน้องป๋ายหน้าห้อง”ป๋ายเซียนเผยยิ้มเจ้าเล่ห์  เป็นรอยยิ้มพร้อมแววตาที่ปะป๊าอี้ชิง คุนคูแทแท หรือผู้ใหญ่ที่ไหนก็ตามที่คลุกคลีกับป๋ายเซียนอยู่บ่อยๆรู้ทันทีว่า


ต้องมีเรื่องยุ่งๆอะไรตามมาอีกแน่...​

 

“น้องป๋ายว่าอาเลี่ยน่าจะไปบ้านน้องป๋ายได้นะ”

 

ก็ไม่มีใครกำหนดนี่นา... ว่าเราสามารถมีความคิดเจ้าเล่ห์ได้ตอนอายุเท่าไหร่

               

 

 

 

 

“มะม๊า วันนี้น้องป๋ายเล่นวิ่งไล่จับกับชิ่งจู ปวดขาม้ากมากเลยฮับ”ว่าพลางทำตาอ้อน จนอี้ชิงต้องบีบจมูกเล็กๆอย่างหมั่นเขี้ยว

“ทำหน้าแบบนี้ จะอ้อนกินไอติมล่ะสิเจ้าตัวแสบ”

“ช่ายยยฮับ!”บอกพลางหัวเราะคิกคักเพราะปะป๊ารู้ทันเขาตลอด ก่อนจะหันไปจับมือช่านเลี่ยที่ยืนสะพายกระเป๋าลายเบ็นเท็นอยู่ข้างๆ “อาเลี่ยก็อยากกินเหมือนกันฮับ วันนี้เราสองคนเล่นด้วยกัน เนอะ”

“ใช่ฮับมะม๊า อาเลี่ยหิ๊วหิว”ไม่พูดเปล่ายังยกมืออีกข้างที่ไม่ถูกจับไว้ลุบท้องป่องๆของตัวเอง “มะม๊าซื้อไอติมให้อาเลี่ยบ้างนะฮับ"

อี้ชิงยิ้มรับพลางยีกลุ่มผมดกของเด็กชายทั้งสองตรงหน้าด้วยความเอ็นดู “ได้แน่นอนครับทั้งคู่! ว่าแต่วันนี้อาเลี่ยกลับบ้านยังไงครับเนี่ย?”

เด็กตัวสูงมีท่าทีอึกอักทันที ผิดกับลูกชายเขาที่ตอบแทนพลางยิ้มกว้าง “อาเลี่ยก็ไปเล่นที่ร้านเราไงฮับมะม๊า! เนอะอาเลี่ย!”มือเล็กแอบหยิกก้นเพื่อนเบาๆให้เออออไปกับเขาด้วย

“อะ.. อื้อ! ใช่ฮับมะม๊า ให้อาเลี่ยไปเล่นกับน้องป๋ายนะฮับ!”

แล้วปะป๊าอี้ชิงที่แสใจดีเหรอจะปฏิเสธ...

เรื่องทุกอย่างมันคงจะไม่ง่ายขนาดนั้น... ถ้าเกิดร้านไอติมที่ว่ามันจะอยู่หลังโรงเรียน อี้ชิงถึงต้องพาเด็กสองคนออกประตูหลัง บังเอิญตรงนั้นก็มีป้ายรถเมล์เหมือนกัน ไม่อ้อมด้วย...

แล้วก็ไม่เจอคุณลุงคนขับรถด้วย...

 

 

ทันทีที่ผู้ใหญ่หนึ่งคน.. พร้อมเด็กอนุบาลทั้งสองขึ้นนั่งบนรถเมล์สายที่จะพาไปส่งถึงหน้าร้าน นิ้วเล็กๆก็สะกิดอี้ชิงทันที พาให้ร่างบางหันมอง

“ว่าไงครับลูกชายตัวแสบ?”

“มะม๊ากินป่าวฮับ น้องป๋ายแบ่งให้”

“ไม่เอาครับมะม๊าอิ่มแล้ว ป๋ายเซียนกินให้หมดนะลูก”

เด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้างทั้งที่ปากเลอะไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี่ไปหมด เห็นอย่างนั้นแล้วก็อดไม่ได้จะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเช็ดให้ พอหันไปมองเพื่อนลูกชายตัวเอง ก็พบว่าไอศกรีมช็อคโกแลตเลอะปากเล็กๆไม่ต่างกัน ร่างบางพลิกผ้าเช็ดหน้าไปอีกด้าน ก่อนจะใช้มันเช็ดปากเด็กอีกคน

               

หัวใจดวงน้อยพองโตขึ้นทันทีที่สัมผัสได้ถึงมือเย็นๆภายใต้ผ้าเช็ดหน้าผืนหอมที่บรรจงเช็ดคราบที่แก้มเขาแผ่วเบา ช่านเลี่ยไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้คืออะไร มันก็แค่ความรู้สึกอบอุ่น... อุ่นไปทั้งหัวใจ ใช่ว่าปะป๊าไม่เคยทำแบบนี้กับเขาหรอกนะ แต่เป็นเพราะมีคนอื่นทำแบบนี้ให้ต่างหาก ท่าทางอ่อนโยน สายตาเอ็นดูที่ส่งมาทำเอาดวงตากลมโตต้องหลบสายตา พร้อมกับแก้มยุ้ยๆที่แดงระเรื่อ

 

อี้ชิงเห็นเจ้าตัวน้อยเพื่อนลูกชายหลบตาก็คิดว่าคงเขินที่ปากเลอะ เขาถึงได้หัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปมองวิวรอบๆแทน ปล่อยเด็กๆนั่งกินไอศกรีมโคนของตัวเองเงียบๆ

 

โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเด็กชายคนข้างๆนั่งเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาแป๋วแหวว ใบหน้าขาวใสที่ยิ้มระเรื่อน้อยๆยามมองเส้นทางด้านนอกที่รถเมล์โดยสารผ่าน ดวงตาใจดีที่ชอบมองเขาอย่างอ่อนโยนคู่นั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน และมืออบอุ่นที่ยังจับมือเขากับป๋ายเซียนเอาไว้คนละข้างไม่ยอมปล่อยตั้งแต่ขึ้นรถเมล์มา...

 

ความรู้สึกนี้.. ใช่รึเปล่า.?

               

หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วจนเผลอเรียกอีกฝ่ายออกไป...

 

“มะม๊า...”

“ครับอาเลี่ย?”

พอถูกเรียกเขาถึงต้องก้มลงมากระซิบถาม เด็กชายตัวน้อยเม้มปากทั้งที่แก้มใสยังแดงเรื่องไม่หาย มืออีกข้างถือไอศกรีมโคนที่เริ่มละลาย

“สัญญากับอาเลี่ยได้มั้ยฮับ... ว่าจะให้อาเลี่ยกลับบ้านกับมะม๊ากับน้องป๋ายทุกวัน”

“ได้อยู่แล้วอาเลี่ย ใช่มั้ยฮับมะม๊า”

ป๋ายเซียนชะโงกหน้ามาตอบแทน ก่อนจะถูกมือของอี้ชิงดึงให้นั่งลงบนที่นั่งดีๆเพราะกลัวรถจะเบรกแล้วเจ้าตัวเล็กจะได้หน้าทิ่มลงไป

“ได้สิครับช่านเลี่ย”บอกออกไปพร้อมกับยิ้มกว้างเป็นการยืนยัน

 

“แล้ว... มะม๊าจะยอมให้อาเลี่ยเรียกว่ามะม๊าอีกนานเท่าไหร่ฮับ?”

 

คำถามที่ถูกส่งมาทำเอาคนฟังอึ้ง ก่อนความรู้สึกบางอย่างจะสะท้อนในอก แววตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังก็ส่งมาเช่นเดียวกันพาเอาเขานิ่ง อี้ชิงไม่รู้หรอกว่าเด็กคนนี้เจออะไรมา แต่สิ่งที่เขาสัมผัสได้จากคำพูด และความรู้สึกที่ส่งผ่านมาที่แววตาคู่นั้น และความอุ่นของมือเล็กที่เขากอบกุมอยู่นี่มันทำเอาเขาได้รู้...

 

เด็กคนนี้มีอะไรบางอย่างในใจ..

 

วินาทีนั้นอี้ชิงเข้าใจทันทีว่าทำไมอู๋อี้ฟานถึงได้หวงลูกชายคนนี้ขนาดนั้น ความโกรธเคืองจากการกระทำของร่างสูงเมื่อวานมลายหายวับไปแทบจะในทันที

 

พ่อลูกคู่นี้... คงจะเจออะไรมาไม่มากก็น้อย

ไม่เหมือนกับเขา กับป๋ายเซียน ถึงแม้ว่าพี่หยุนผิงจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เห็นหน้าลูกชายตัวเอง แต่อี้ชิงก็มั่นใจ

ว่านอกจากเรื่องความเป็นแม่แล้ว เขาทุ่มเทให้ป๋ายเซียนทุกอย่าง เขาไม่อยากเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับครอบครัวของช่านเลี่ย เพราะไม่ว่าอย่างไรความรักที่พ่อแม่มีให้กับลูกทุกๆคนนั้นย่อมมีมากเท่าๆกัน ต่างกันก็แค่วิธีการและการแสดงออกเท่านั้น...  

 

เพราะอย่างนั้นน่ะ ช่างเถอะ...

 

อี้ชิงมองสบดวงตาแป๋วแหววคู่นั้น ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุ๊บแก้มใสเลอะคราบช็อคโกแลต กระซิบบอกแผ่วเบาทว่าหนักแน่น ยืนยันความรู้สึกที่เอ่อล้นในใจให้เด็กน้อยได้มั่นใจ

               

“จนกว่าอาเลี่ยจะเบื่อมะม๊าเลย ดีมั้ยครับลูก?”

 

ดวงตากลมโตสดใสขึ้นมาทันทีพร้อมๆกับยิ้มกว้าง ร่างบางมองรอยยิ้มตรงหน้าก่อนจะหันกลับไปมองลูกชายตัวเองที่มองเขาอยู่เช่นกัน อดไม่ได้จะก้มลงหอมตรงกลางหัวทุยๆของเด็กสองคนที่นั่งขนาบข้างคนละทีอย่างหมั่นเขี้ยว

 

“มะม๊ารักหนูนะ รักทั้งคู่เลย”

 

 

 

 

 

“เด็กคนนั้นลูกใครน่ะอี้ชิง”ร่างอวบอดไม่ได้จะเอ่ยถามทันทีที่เดินเข้าไปในร้าน แล้วเจอเด็กสองคนปูผ้าเล่นกันอยู่หลังเคาน์เตอร์ ชายหนุ่มอาศัยว่าตัวเองเป็นเพื่อนเจ้าของและเด็กเสิร์ฟทุกคนต่างก็คุ้นเคยดีเดินดุ่มเข้ามาถึงในครัว

“ถ้าบอกไปนายต้องไม่เชื่อฉันแน่ๆ”พูดไปพลางมือก็จับกระทะบนเตาร้อนๆอย่างคล่องแคล่ว แม้ว่าจะร้อนจนเหงื่อไหลลงมาตามไรผมด้านข้าง แต่เพราะใจรักนั้นล่ะที่บดบังทุกความลำบาก..

“ก็แล้วใครกันล่ะเอ้อ เล่นตัวอยู่ได้”ซิ่วหมินอดจะเอ็ดไม่ได้ ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบพ่อครัวคนหนึ่งที่เดินถือหมอต้มซุปอะไรสักอย่างหอมหวนจนเขาต้องเอี้ยวหน้าตาม

อี้ชิงส่งส่วนผสมทั้งหมดให้พ่อครัวคนที่ยืนอยู่ข้างๆรับช่วงต่อ ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดเมื่อวานทั้งที่ตัวเองก็คว้างานอื่นขึ้นมาทำ

“ห๊า! นายว่าไงนะ อู๋อี้ฟาน คนที่เคยเป็นนายแบบคนนั้นมาที่ร้านนายเหรอ!”

“อืม”ตอบออกไปพลางคิดถึงเรื่องเมื่อวานแล้วเขาก็ยังหงุดหงิดไม่หาย “ไม่ใช่แค่นั้นนะ แต่ยังทำตัวเหมือนพวกแบบ.. เก็บกด อะไรทำนองนั้นน่ะ”

พอถูกเพื่อนสนิทอย่างซิ่วหมิน เซ้าซี้เข้าหน่อย อี้ชิง(ที่อยากเล่าอยู่แล้ว)ก็เล่าออกไปจนหมดเปลือก

พอเล่าตั้งแต่ต้นจนจบชนิดที่ไม่ได้ใส่สีตีไข่ใดๆทั้งนั้น คนฟังกระพริบตาปริบๆอย่างไม่ค่อยเชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าไหร่

“เดี๋ยวนะ คือฉันก็เข้าใจหรอกว่าเขาอาจจะโมโหที่ลูกตัวเองถูกพามา แต่ไอ้ที่ว่าผลักนายติดตู้เย็นแล้วบอกว่านายจะจับเขาเนี่ย แม่มไม่เมคเซ้นส์เลยว่ะ”

“ใช่มั้ยล่ะ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาคิดอะไรอยู่”อี้ชิงว่าพลางมือก็ไม่ได้ว่าง หยิบจับส่วนผสมทั้งหลายปรุงรสลงในกะทะร้อนๆ “แต่นายจำได้มั้ย เรื่องที่เขาออกจากวงการนายแบบน่ะ บางทีมันอาจจะเป็นปมอะไรสักอย่างในชีวิตเขาก็ได้มั้ง ถึงได้มีท่าทีขวางโลกซะแบบนั้น”

จริงๆแล้ว... อู๋อี้ฟานเป็นยังไงน่ะ อี้ชิงไม่รู้หรอก เหตุการณ์เมื่อวานมันพิลึกเกินกว่าจะตัดสินใจได้ แต่ถ้าให้เดาจากท่าทีของช่านเลี่ย ตั้งแต่เมื่อวาน จนถึงตอนนี้ล่ะก็ ถึงเขาจะอายุเท่านี้ ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากมาย แต่ถ้าเป็นเรื่องลูกล่ะก็ อี้ชิงค่อนข้างมั่นใจว่าเซ้นส์ตัวเองไม่ผิด

“เออจริง.. แต่ฉันพูดตรงๆนะอี้ชิง ทำไมนายไม่ลองดูล่ะ”

“ลองอะไร?”

“เอ๊า...”ซิ่วหมินอดไม่ได้จะมองเพื่อนตัวเองด้วยเสียหน้าเซ็งๆ “ไหนๆเขาก็มาถึงที่แล้ว ทำไมไม่ลองให้เขาเป็นปะป๊าของป๋ายเซียนดูล่ะ ไหนๆเด็กๆก็เรียกนายว่ามะม๊าไปแล้ว”

“โทษนะครับคุณซิ่วหมิน”อดไม่ได้จะเคาะตะหลิวลงกับกระทะแรงๆอย่างนึกเจ็บใจ “นี่นายเคยคิดบ้างมั้ยว่าไอ้จางอี้ชิงเพื่อนนายคนนี้มันเป็นผู้ชายเนี่ย!”

“คร้าบ คร้าบ”ซิ่วหมินอดไม่ได้จะเท้าคางลงกับเคาน์เตอร์สแตนเลส “พ่อจางอี้ พออี้ชิงคนแมน แหม”

อี้ชิงส่ายหน้ากับท่าทางล้อเลียนนั้นแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงถาม “แล้ววันนี้นายมาทำไมน่ะ ไม่มีงานมีการทำหรือไง?”

“งานน่ะมี”พูดแล้วใบหน้าน่ารักราวผู้หญิงนั่นก็ทำหน้าเซ็งขึ้นมาอีก เพียงแต่คราวนี้เป็นเรื่องของตัวเอง “แต่เซ็ง เบื่อ ขี้เกียจทำ ไม่มีสมาธิ เป็นนายนายจะคิดไงวะ เจ้านายฉันเล่นถามแต่เรื่องนายแทบจะตลอดเวลาที่ฉันก้าวขาเข้าไปทีโต๊ะทำงานเนี่ย”

อี้ชิงอดไม่ได้จะหัวเราะเบาๆ “คุณลู่หานน่ะนะ?”

 

“เออดิ เสี่ยวลู่หาน ตัวเป็นๆเลยล่ะครับเพื่อน อี้ชิงเป็นยังไงบ้าง ฝากไปบอกด้วยนะว่าผมคิดถึง..”พูดไม่พูดเปล่าเจ้าตัวคนเล่ายังแกล้งดัดเสียงใหญ่ๆให้ใกล้เคียงคนที่ถูกนินทา “ฝากบอกบ้าบออะไรได้ทุกวันวะ น่ารำคาญจริงๆเว้ย”

 

เชฟหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเสี่ยวลู่หาน เจ้านายหนุ่มหน้าหวานของเพื่อนเขาถึงดูจะเป็นปลื้มเขาเอามากๆ จำได้ว่าเคยเจอกันครั้งแรกตอนที่ทางบริษัทติดต่อใช้ร้านของเขาเป็นสถานที่เลี้ยงฉลองพนักงานเก่าแก่คนหนึ่งที่เกษียนอายุทำงาน โดยมีคุณลู่หานนี่แหละออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด จำได้เลยว่าวินาทีแรกที่ซิ่วหมินแนะนำให้รู้จัก อี้ชิงก็เป็นอันต้องตะลึงค้าง เพราะไม่เคยเห็นCEOที่ไหนจะดูหนุ่มและดูสวยขนาดนี้มาก่อน เดิมทีเขาเองก็คิดว่าซิ่วหมินสวยแล้ว คนตรงหน้านี่สวยยิ่งกว่า ถ้าไม่ติดเชิ้ตสีขาวที่เผยให้เห็นแผ่นอกได้รูปนั่นกับเนกไทเส้นยาว เขาก็คงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงแน่ๆ...

แล้วเรื่องมันก็เหมือนจะเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น เพราะอีกฝ่ายเพียรมาหาเขาที่ร้านบ่อยๆหลังเลิกงาน แต่ละครั้งที่มาก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันเล็กน้อยไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น... เฉพาะในส่วนความพยายามของเขาน่ะนะ

อี้ชิงไม่ได้โง่ เขารู้ว่าผู้บริหารหนุ่มคนนั้นพยายามจะเข้าหาเขา ไม่ว่าจะเป็นสายตาที่มองมาทุกครั้งที่เจอหน้า ยิ่งช่วงแรกๆหมั่นส่งช่อดอกไม้พร้อมการ์ดหยอดคำหวานไม่ซ้ำกันได้ทุกวัน ด้วยความเกรงใจและรู้ว่าเสี่ยวลู่หานคงไม่หยุดง่ายๆ เขาถึงต้องฝากบอกซิ่วหมินให้โกหกคำโตว่าตัวเองแพ้เกสรดอกไม้...

คิดไปคิดมาก็อดไม่ได้จะเอ่ยถาม “นี่ ไอ้หมิน ทีกับคุณลู่หาน ทำไมนายไม่เห็นจะสนับสนุนเขากับฉันบ้างล่ะ”

ซิ่วหมินหยุดคิดนิดนึง “เออ... ไม่รู้ว่ะ แต่แค่คิดภาพเขากับนายยืนคู่กัน...”ว่าพลางยกมือชี้ขึ้นมาคู่กันประกอบจินตนาการของตัวเองแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว “ไม่ว่ะ ไม่รู้ดิ มันดูไม่ค่อยเหมาะกันนะ อีกอย่างน้า...”มือเล็กเอื้อมมือไปบีบต้นแขนแน่นๆของเพื่อนตัวเองอย่างหมั่นเขี้ยว

“ฉันว่านายอะ กล้ามใหญ่กว่าอิตานั่นอีก”

 

 

 

 

 

 

“อาเลี่ยเห็นม้า.. ว่าน้องป๋ายเก่ง”

“อื้อ”แล้วเด็กน้อยสองคนที่นั่งเล่นตุ๊กตาโมเดลพลาสติกกันอยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงินก็สุมหัวกันหัวเราะคิกคัก ต่างคนต่างพากันดีใจที่แผนการเล็กๆของตัวเองสำเร็จลงไปด้วยดี สุดท้ายพู่ช่านเลี่ยก็ได้มาเล่นที่ร้านอาหารตามที่ตัวเองต้องการ

“แต่เราโกหกมะม๊า โกหกมันไม่ดีไม่ใช่เหรอน้องป๋าย”อดไม่ได้จะถามออกมาด้วยความกังวล คุณคูแทแทอุตส่าห์สอนเอาไว้เชียวนะว่าถ้าโกหกนางฟ้าจะไม่รัก ผู้ใหญ่ก็จะพลอยไม่รัก ใครๆก็จะไม่รัก

“เอาน่า อาเลี่ยก็”น้องป๋ายว่าพลางผลักหัวเพื่อน “ไม่เห็นเป็นไรเลย อาเลี่ยได้มาเล่นกับน้องป๋าย ปะป๊าก็จะมารับอาเลี่ยแบบเมื่อวาน ปะป๊ามะม๊าก็จะได้เจอกันอีก แถมเรายังได้กินไอติมทุกเย็นด้วย ไม่ดีเหรอ”

“อื้อ ก็ดีนะ”พอคิดถึงข้อดีที่เพื่อนตัวเล็กว่ามา ช่านเลี่ยก็ยิ้มออก ก่อนจะหันมองแก้มยุ้ยๆแล้วก็อดไม่ได้ที่จะ...

 

จุ๊บ

 

“งื้ออ! อาเลี่ยทำไรน่ะ!”มือเล็กทิ้งตุ๊กตาในมือมากุมแก้มตัวเองทันที หลังจากที่ริมฝีปากชื้นๆนั่นผละออกไปแล้ว

“ขอบคุณนะฮับน้องป๋าย”บอกพร้อมกับยิ้มกว้างโชว์ฟันซี่เล็กๆ ผิดกับอีกคนที่หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ...

มือเล็กถูๆแก้มตัวเองพลางเบือนสายตากลับมาหาตุ๊กตาบนตัก “มะ... ไม่เป็นไร แต่อย่าทำอีกนะ! เดี๋ยวมีคนเห็น”

“ทำไมคนจะเห็นไม่ได้ล่ะน้องป๋าย ทีน้องชิ่งจูจุ๊บน้องป๋ายก่อนนอนกลางวันไม่เห็นจะเป็นไรเลย”

“ตะ.. แต่ว่า”แต่กับน้องชิ่งจู ไม่เห็นป๋ายเซียนจะเขินแบบนี้เลยนี่นา! “ไม่รู้แหละ อาเลี่ยอย่าทำอีกนะ น้องป๋ายเขิน!”

ช่านเลี่ยยิ้มกว้าง “อื้อ! จากนี้อาเลี่ยจะแอบจุ๊บน้องป๋ายไม่ให้ใครเห็นนะฮับ!”

 

 

 

 

“เด็กๆทำการบ้านกันเสร็จแล้วเหรอครับ มานั่งเล่นกันตรงนี้เนี่ย”ซิ่วหมินอดไม่ได้จะนั่งลงข้างๆเด็กตัวน้อยสองคน จงใจหันไปมองเด็กน้อยคนโตกว่าอย่างต้องการทำความรู้จัก

ป๋ายเซียนที่กำลังอยู่ในภวังค์ของเล่นส่งตุ๊กตาให้ผู้มาใหม่ทันที“อ๋า พี่หมินมาเล่นกันฮับ นี่นะพี่หมินเป็นกระต่าย ส่วนน้องป๋ายจะเป็นเต่า อาเลี่ยเป็นสิงโต เอ้าอือรือรองอือรือรองอือรือรองเด~”

ช่านเลี่ยยิ้มเมื่อได้เพื่อนใหม่ หัวทุยๆโค้งลงเล็กน้อยเพราะยังนั่งอยู่ “สวัสดีฮับพี่หมิน ผมช่านเลี่ยนะฮับ เรียกอาเลี่ยเฉยๆก็ได้ พี่หมินเป็นเพื่อนของมะม๊าเหรอฮับ”

ปกติช่านเลี่ยไม่ค่อยเข้าหาใครก่อนง่ายๆ แต่เพราะน้องป๋ายบอกว่าเป็นเพื่อนของมะม๊าที่ใจดีมาก แล้วคุณคนนี้ก็ยังส่งยิ้มง่ายๆมาให้เขาด้วย 

ซิ่วหมินอดจะยิ้มกว้างกับความน่ารักของเด็กตรงหน้าไม่ได้ “ใช่ครับผม เอ... ว่าแต่ทำไมเราสองคนถึงเรียกปะป๊าอี้ชิงว่ามะม๊าล่ะ แล้วใครเป็นปะป๊าครับหืม?”

“ปะป๊าอาเลี่ยเป็นปะป๊าฮับ”น้องป๋ายชี้เพื่อน ก่อนจะหันไปถาม “ปะป๊าอาเลี่ยชื่ออะไรนะน้องป๋ายลืม”

“อู๋อี้ฟาน”พูดช้าๆให้เพื่อนตัวเล็กออกเสียงตาม “อู๋อี้ฟาน.. อู๋อี้ฟาน  อื้อ! อย่างนั้นล่ะ น้องป๋ายต้องจำให้ได้สิ มีเด็กที่ไหนบ้างจำชื่อปะป๊าตัวเองไม่ได้”

“หืม?”ร่างอวบเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แล้วปะป๊าอี้ฟาน กับมะม๊าอี้ชิงเขายอมให้เราสองคนเรียกแบบนี้แล้วเหรอครับ?”

“งือ.. น้องป๋ายก็ไม่รู้ฮับพี่หมิน”ป๋ายเซียนว่าพลางขมวดคิ้วเล็กๆของตัว “แต่น้องป๋ายอยากให้ปะป๊าเป็นปะป๊าน้องป๋ายจริงๆนะ”

พอเพื่อนตัวเองยืนยัน ช่านเลี่ยก็เอาบ้าง “ใช่ฮับพี่หมิน อาเลี่ยก็อยากให้มะม๊าเป็นมะม๊าจริงๆเหมือนกัน”

“อืมมมม”ผู้ใหญ่คนเดียวบนผ้านิ่มยิ้มแก้มตุ่ยเมื่อรู้ทันทันทีว่าเด็กๆคิดจะทำอะไรกัน ... เขาค่อนข้างแน่ใจว่าอี้ชิงจะยังไม่รู้ตัวว่าถูกลูกกับเพื่อนลูกจับคู่แบบนี้ แหงล่ะ อี้ชิงน่ะช้าตลอด ถ้าไม่แสดงออกตรงๆโจ่งแจ้งแบบเสี่ยวลู่หานเจ้านายเขา เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวหรอกว่าจะมีเรื่องรักๆใคร่ๆเข้ามาในชีวิต

ซิ่วหมินยิ้ม.. มองเด็กสองคนชวนเขาเล่นตุ๊กตากันต่อแล้วก็เออออกับเด็กไปด้วย

 

ถึงจะเป็นความคิดแบบเด็กๆก็เถอะ แต่ถ้ามีผู้ใหญ่สนับสนุน.. มันก็คงจะสนุกดีนะ ใช่มั้ย?

               

 

 


“อาเลี่ย กลับบ้าน!”

“ปะป๊า!!”ช่านเลี่ยร้องออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียง กำลังจะวางของเล่นแล้วโผเข้าหาเหมือนอย่างเคย แต่พอเห็นหน้าตาดุๆของคนเป็นพ่อ เด็กน้อยก็ก้มหน้างุดอย่างรู้ตัว...

การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของคุณหมอหนุ่มทำเอาซิ่วหมินอ้าปากค้าง เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นคนตรงหน้าในระยะใกล้แบบนี้ .. แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เขา เพราะบรรดาลูกค้าที่ยังนั่งรออยู่ก็หันมามองเหมือนกันด้วยความสนอกสนใจ

 

อู๋อี้ฟาน.. ต่อให้ร้างจากวงการมานับปี แต่เรตติ้งก็ไม่เคยตกเลยจริงๆ..

 

ร่างสูงหันไปยิ้มปฏิเสธหญิงสาวคนหนึ่งที่รวบรวมความกล้าเดินมาขอเขาถ่ายรูปคู่อย่างสุภาพว่านี่ไม่ใข่เวลาที่เหมาะสม ก่อนจะหันหน้ามาหาลูกชาย

“อาเลี่ย กลับบ้านกับปะป๊าเดี๋ยวนี้เลย”

“เดี๋ยวสิครับ”ซิ่วหมินทำใจกล้า เห็นอีกฝ่ายท่าทางอารมณ์ไม่ดีแต่เขาก็ไม่สนใจ

เพราะเหนือสิ่งอื่นใด.. เขารู้สึกถูกชะตาร่างสูงตรงหน้าแต่แรกเห็น

ถึงรูปลักษณ์จะต่างกันกับจางอี้ชิงราวฟ้ากับเหว คนตรงหน้าเนี้ยบในเชิ้ตสีขาว ใบหน้าคมคายไม่มีแม้กระทั่งหยาดเหงื่อ ต่างกันกับเพื่อนของเขาที่ล่าสุดก่อนสภาพออกมานั้นหน้าดำมันแผล็บอยู่หน้าเตา...

       “ขอโทษที่เสียมารยาทครับ ผมอู๋อี้ฟาน”พอเห็นเด็กๆมองมาตาแป๋ว โดยเฉพาะสายตาของป๋ายเซียนที่ดูตื่นๆ ท่าทางจะตกใจไม่น้อยกับท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้วก็ค่อยลดเสียงลง และหันไปแนะนำตัวกับใครอีกคนที่นั่งอยู่ในวงเด็กๆแทน

โชคดีเหลือเกินที่วันนี้คนไข้ของเขาแคนเซิลนัดกะทันหัน ทำให้รีบบึ่งมาที่นี่ทันทีที่ได้รู้จากคนลุงคนขับรถว่าลูกชายของเขาไม่ยอมเดินออกมาขึ้นรถที่ประตูหน้าโรงเรียนเหมือนอย่างเคย ทีแรกเขาตกใจแทบสิ้นสตินึกว่าช่านเลี่ยหายไปไหน แต่พอโทรถามคุณครูแทยอน คุณครูประจำชั้นอนุบาลทานตะวันอนุบาล2/1ก็ได้ความว่ากลับไปกับคุณพ่อของป๋ายเซียน

 

จางอี้ชิง อีกแล้ว!!

               

“สวัสดีครับ ผมซิ่วหมิน”ร่างอวบเอ่ยทักทาย เห็นอีกฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ก็ค่อยใจชื้น ซิ่วหมินนึกชื่นชมไม่ได้ว่าอีกฝ่ายควบคุมอารมณ์ได้ดีสมกับอาชีพตัวเอง

ทั้งๆที่เขาค่อนข้างแน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเมื่อครู่คือท่าทางโกรธขึ้งแท้ๆ..

“ช่านเลี่ย”อี้ฟานย่อตัวลงให้ใบหน้าเสมอกันกับลูกชายที่เดินเข้ามาหาด้วยท่าทางหงอยๆเหมือนสำนึกผิด เห็นแล้วเขาก็ยิ่งโมโห... เขาเชื่อใจลูกชายตัวเองว่าไม่เคยขัดคำสั่งเขามาก่อน คนที่ทำแบบนี้ ให้ท้ายลูกชายเขาให้ทำแบบนี้ ก็คงเป็นผู้ชายคนนั้นอีกตามเคย! 

นี่มันชักจะล้ำเส้นมากไปแล้วนะ จางอี้ชิง!

“ทำไมไม่กลับบ้านกับคุณลุงครับ หืม? ไหนสัญญากับปะป๊าแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ช่านเลี่ยบีบมือตัวเองแน่น เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วคนเป็นพ่อก็โกรธไม่ลง ความรู้สึกที่เคยเดือดปุดๆเมื่อตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากคนขับรถจนกระทั่งบึ่งรถมาที่นี่หายวับไปในพริบตา

 

แต่เขาก็ยังเป็นเขา.. คุณพ่อที่ต้องหนักแน่นเพื่อสั่งสอนลูก

 

“อาเลี่ยขอโทษฮับปะป๊า อาเลี่ยไม่ได้ตั้งใจ อาเลี่ยแค่อยากกลับบ้านกับมะม๊ากับน้องป๋าย”

ร่างสูงกลอกตาขึ้นฟ้าเมื่อลูกชายเอ่ยถึงใครอีกคนที่แค่นึกถึงเขาก็เป็นอันต้องคันยิบๆขึ้นมาในความรู้สึกอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครคนหนึ่งแอบมองท่าทางทั้งหมดของเขาอยู่เงียบๆ

“ปะป๊าอย่าทำโทษอาเลี่ยนะฮับ น้องป๋ายก็ผิดเหมือนกัน”เด็กน้อยอีกคนเดินเตาะแตะมาเกาะแขนเขา ริมฝีปากแดงๆเบะออกเล็กน้อยพร้อมกับดวงตาเรียวรีมองมาที่เขาอ้อนๆ เอาซะหัวใจดวงใหญ่อ่อนยวบยาบ

 

ให้ตายเถอะ... ป๋ายเซียนไปเอาดวงตาอ้อนๆแบบนั้นมาจากใครกัน!

“นะฮับปะป๊า น้องป๋าย... นะ น้องป๋ายเป็นคนพาอาเลี่ยมาเอง อาเลี่ยบอกแล้วฮับว่าอาเลี่ยต้องกลับบ้าน แต่น้องป๋ายอยากเล่นกับอาเลี่ย”

 

“ปะป๊าไม่โกรธนะครับ ไม่โกรธทั้งคู่เลย”เด็กสองคนที่มองมาที่เขาด้วยสายตาหวาดๆเหมือนกันทำเอาเขาต้องรีบคลี่ยิ้ม ความคิดที่ว่าตัวเองต้องหนักแน่นเอาไว้พังทลายลงก่อนลูกๆจะพากันกลัวเขาจนไม่ทันได้ฟังเหตุผลของเขาเสียก่อน สองแขนโอบเด็กสองคนมากอดไว้แน่น “ปะป๊าไม่โกรธเราทั้งคู่นะครับ โอเคมั้ย?”

 

ใช่... อี้ฟานรู้ดี เขาไม่ควรเอาอารมณ์มาลงที่เด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพราะคนที่ผิดจริงๆน่ะ ...

 

“มีอะไรกันรึเปล่า?”

อี้ชิงโผล่หน้าออกมาจากครัวเมื่อมีเด็กเสิร์ฟคนหนึ่งเดินเข้าไปบอกว่าพวกลูกค้าพากันฮือฮาเพราะมีดารามา ตัวเขาน่ะไม่ได้อยากเห็นหน้าดาราหรอกนะ แค่ลางสังหรณ์มันบอกว่าดาราที่ว่าน่ะ ตอนนี้จะเป็นนายแพทย์...


ซึ่งก็เป็นความจริงเสียด้วย

 

ทันทีที่เขาโผล่ออกมาจากครัว สายตาไม่เป็นมิตรที่ไม่ต่างกับเมื่อวานก็ถูกส่งมาทันทีทำเอาอี้ชิงถอนหายใจเฮือก

 

ถ้าไม่ติดว่าเห็นแก่ช่านเลี่ยล่ะก็.. เขาก็ไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้มาที่นี่นักหรอก

ใครบ้างจะอยากเห็นสายตาดูถูกดูแคลนจากคนอื่นทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไรสักหน่อย?

 

“รอตรงนี้นะครับเด็กๆ ช่านเลี่ย เตรียมเก็บของแล้วกลับบ้านกันได้แล้วนะครับ”หันไปสั่งลูกชายตัวเองเสร็จก็ยืดตัวขึ้น ดึงแขนใครอีกคนที่ทำหน้าเหมือนช่างไม่รู้เลยว่าตัวเองทำให้เขาโมโหขนาดไหนเข้าไปในส่วนครัว

“นี่คุณ!”อี้ชิงทำท่าจะโวย แต่พอเห็นสายตาของใครหลายๆคนที่มองมาก็ได้แต่เอ่ยแสดงความไม่พอใจออกมาเสียงเบาเท่านั้น แว่วหันไปมองบรรดาลูกค้าก็ได้ยินทั้งเสียงและสายตาซุบซิบกับท่าทางของหนุ่มร่างสูงที่ดูจะใจดีอยู่เสมอแต่กลับมีท่าทีแปลกๆกับเขาเจ้าของร้านอาหาร... อู๋อี้ฟานลากเขามาจนถึงประตูครัวหลังร้าน มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจแล้วว่าความเป็นส่วนตัวเท่านี้มากพอ มือใหญ่ถึงได้ยอมปล่อย

“เอาล่ะ จางอี้ชิง บอกผมมาดีกว่าว่าคุณต้องการอะไร”

อี้ชิงยักไหล่กับคำถามตรงหน้า ไม่ได้ตั้งใจจะกวนอารมณ์ แต่เพราะเขาไม่ได้ต้องการอะไรจริงๆ

ร่างหนาเห็นท่าทางที่ดูเหมือนไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองเอาเสียเลยเขาก็ค่อยข่มความไม่พอใจเอาไว้ในใจให้ลึกที่สุด การจัดการกับคนแบบจางอี้ชิง.. ยิ่งโวยวาย เรื่องก็คงไม่จบง่ายๆ

 

สรุปตามประสบการณ์ของตัวเองอยู่เงียบๆ


ในเมื่ออีกฝ่ายแผนสูงและร้ายกาจมากพอขนาดกล่อมลูกชายให้กล้าขัดคำสั่งเขาได้ แสดงว่าคนๆนี้ต้องมีอะไรบางอย่าง และอู๋อี้ฟานจะไม่พลาดแบบเดิมๆอีก 

 

ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้มากขึ้นพร้อมกับกระซิบเพราะต้องการย้ำให้อีกฝ่ายเข้าใจ “ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่ายุ่งกับอาเลี่ย อย่าเอาอาเลี่ย หรือป๋ายเซียนมาเป็นเครื่องมือใช้ให้คุณได้เข้าใกล้ผม ไม่เข้าใจหรือไงจางอี้ชิง คุณกล้าเล่นกับความรู้สึกของเด็กๆมากขนาดนี้เลยเหรอ”

พอเห็นคู่สนทนาดูจะใจเย็นและมีเหตุผลกว่าเมื่อวานมาก อี้ชิงก็ถอนหายใจตาม แอบบอกตัวเองเหมือนกันว่าทั้งชีวิตที่ถอนหายใจมายังไม่เท่าเจอคนๆนี้แค่วันเดียว

“นี่ ฟังนะ คุณอี้ฟาน ผมเข้าใจนะว่าคุณมันเซลฟ์จัด แต่คนทุกคนที่เข้าใกล้คุณมันใช่ว่าจะอยากเป็นอะไรแบบนั้นกับคุณเสียทั้งหมดนี่”

อี้ฟานเลิกคิ้วขึ้น ท่าทางไม่เชื่อคำพูดตรงหน้าเท่าไหร่ “งั้นเหรอ? คุณจะบอกว่าคุณเข้าใกล้ผม เข้าใกล้อาเลี่ย เพราะไม่มีจุดประสงค์แอบแฝงงั้นสิ?”

 

อี้ชิงหรี่ตามอง “รู้มั้ย... คุณทำให้ผมรู้สึกเหมือนคุณเป็นผู้ชายมีปมกับคำว่า มะม๊า”

 

ร่างสูงตรงหน้านิ่งเงียบไป เห็นอย่างนั้นอี้ชิงถึงพูดต่อ

“ทำไมเหรอ แค่ลูกชายของคุณอยากมีแม่เหมือนกับคนอื่นๆ คุณก็หาให้เขาซะสิ”

“คุณจะมาเข้าใจอะไร...”แวบหนึ่งอี้ชิงรู้สึกได้ว่ามองเห็นแววตาสับสนของคนตรงหน้า แต่ก็แค่แปปเดียวเท่านั้น เสี้ยววินาทีดวงตาคู่คมนั้นก็กลับมาเป็นกระกายกล้าชัดเจนเหมือนเดิม “ไม่รู้ล่ะ ยังไงก็ตามผมจะไม่ให้อาเลี่ยมาที่นี่อีก”

“คุณนี่พาลไม่เข้าเรื่องนะ”ร่างบางกอดอก “ไม่เห็นหรือไง ว่าอาเลี่ยมีความสุขแค่ไหนเวลาอยู่กับผม”

“นี่คุณ..!”อี้ชิงรีบอธิบายต่อ เมื่อเห็นว่าคำพูดเมื่อครู่จองตัวเองดูจะเป็นคำพูดอวดเก่งไปเสียหน่อย

“ผมขอถามนะ ว่าในชีวิตคนที่อยากจะเข้ามาเป็นมะม๊าของครอบครัวคุณ”แกล้งเน้นเสียงคำว่ามะม๊าเพราะนึกอยากเห็นแววตาเมื่อครู่อีกสักครั้งเพื่อคลายความสงสัยให้ตัวเอง แต่ดูเหมือนอี้ฟานควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีแล้วจึงไม่เผลออีก “เคยมีใครที่ทำให้อาเลี่ยดูมีความสุขได้เท่าผมมั้ย?”

 

อี้ชิงไม่ได้มั่นใจในตัวเองอะไรขนาดนั้นหรอก เขาก็แค่นึกเชื่อใจรอยยิ้ม และแววตาของลูกชายคนตรงหน้าที่มองมาที่เขาต่างหาก..

อีกอย่าง เขาเองก็ชักอยากรู้ขึ้นมาเหมือนกัน ว่าอะไรที่ทำให้สองพ่อลูกกลายมาเป็นแบบนี้ขึ้นมา เขาอยากเห็นรอยยิ้มของพู่ช่านเลี่ยไปนานๆ เด็กคนหนึ่งสมควรที่จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างสดใสและเต็มไปด้วยความอบอุ่นของคนเป็นพ่อเป็นแม่

เพราะฉะนั้น... อี้ชิงจำเป็นต้องรู้ ว่าอู๋อี้ฟานคนนี้กำลังคิดอะไร 

เขาแค่อยากช่วยช่านเลี่ยเท่านั้น 

 

“เห็นแก่ความสุขของลูกชายคุณ ต่อให้คุณไม่ชอบหน้าผม แต่ให้ช่านเลี่ยมาเล่นที่นี่ทุกวันหลังเลิกเรียน มันก็คงไม่มากไปหรอกมั้งครับ คุณอี้ฟาน?”

คุณหมอหนุ่มนิ่งไปอีกครั้ง ยอมรับว่าทั้งคำถาม คำพูด ตลอดจนสีหน้าและแววตาของร่างบางมันทำให้เขาไปไม่เป็นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมตัวเองที่เซ็ตเป็นทรงแล้วเอ่ยออกมาสั้นๆ


“ผมไม่เชื่อใจคุณ”

อี้ชิงไม่เถียง  “ผมเองก็ไม่มีอะไรจะมายืนยัน ความเชื่อใจมันพิสูจน์กันได้คงต้องใช้ระยะเวลา แต่เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมพนันได้เลย...”

 

“ถ้าผมทำให้ช่านเลี่ยเสียใจ หรือเสียความรู้สึกแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ คุณจะให้ผมทำอะไรเป็นการชดใช้ก็ได้”


“หึ.. อยากเป็นเมียผมจนหน้าหนาขึ้นมาภายในวันเดียวเลยเหรือไง”

 

คนฟังตาเบิกกว้าง หน้าชากับทั้งสายตาและคำพูดดูถูกที่ส่งมาจนเผลอกำหมัดแน่น เขาเกือบยกมือขึ้นมาชกคนหน้าหล่อๆนี่ให้ลงไปกองกับพื้นครัวนี่แล้วแต่ก็ยั้งเอาไว้ได้ทันเพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่

ยังไงซะ คนๆนี้ก็เป็นปะป๊าของช่านเลี่ย

และที่สำคัญ... ถ้าเขาลงไม้ลงมือออกไปล่ะก็ โอกาสที่ช่านเลี่ยจะได้มาเล่นที่นี่ มาคลุกคลีอยู่กับเขาและป๋ายเซียนก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก 

ในเมื่อไม่มีทางที่จะเข้าถึงใจคนตรงหน้านี่ได้ อี้ชิงก็คงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเห็นอกเห็นใจ อยากช่วยอะไรผู้ชายที่ชื่ออู๋อี้ฟานอีก แต่กับพู่ช่านเลี่ย เขายอมไม่ได้แน่ ป๋ายเซียนเองก็เหมือนช่านเลี่ย เด็กสองคนที่ไม่มีมะม๊า เด็กสองคนที่แค่อยากได้ความรักจากแม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ซึ่งอี้ชิงมั่นใจว่าเขาให้ช่านเลี่ยได้

และถ้ามันจะทำให้รอยยิ้มของเด็กชายช่านเลี่ยสดใสขึ้นมาบ้าง ถ้ามันจะทำให้โลกที่เคยมืดหม่นของช่านเลี่ยมีสีสันขึ้นมาบ้าง 

ต่อให้ถูกคนตรงหน้าเข้าใจผิด เรื่องแค่นี้มันก็แค่เล็กน้อยสำหรับผู้ใหญ่อย่างเขา

 

จางอี้ชิงตัดสินใจแล้ว... ว่าจะลองงัดข้อกับคนตรงหน้าดูสักตั้ง

 

เพราะเสียงน้อยๆนั่นที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว.. และคาดว่าคงจะตราตรึงในใจไปอีกนาน...

 

...มะม๊าจะยอมให้อาเลี่ยเรียกว่ามะม๊าอีกนานเท่าไหร่ฮับ..?

               

 

ใบหน้าขาวใสเชิดขึ้นสูงพร้อมประกายตาแข็งกร้าวมองตรงมา ท่าทางเปลี่ยนไปกะทันหันทำร่างสูงชะงัก


“แล้วถ้าบอกว่าใช่ คุณจะว่าไงล่ะ?”

 

 

 

 

 







cinnamon
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 กันยายน 2563 / 21:42
    ต้องอย่างนี้สิคะ มาม๊า

    แซ่บมากจ้ะ
    #905
    0
  2. #882 little.deer (@littledeer555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 08:27
    มะม้าเผ็ชชช งัดข้อกับปะป๊าแบบนี้ มะม้าชนะใสๆแน่ๆเลยค่ะ ชแบชานเลี่ยกับน้องป่าย น่ารักทั้งคู่เลยค่ะ5555 น้องป่ายแสบมาก คึคึ
    #882
    0
  3. #794 I'M KAEW (@xialu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 23:51
    เด็กๆก็แสบกันเหลือเกินโดยเฉพาะน้องแบค สงสารชานจัง เฮียก็มีความมโนสูงเนอะ 555 พึ่งมาเจอฟิค ช้าไปเป็นปี แต่ฟิคน่ารักมากคะ ไรท์แต่งได้น่ารักจัง
    #794
    0
  4. วันที่ 11 กันยายน 2558 / 18:00
    โอ้วววว ปะป๊ากับมะม๊า 
    #725
    0
  5. #641 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:53
    อี้ชิงเอาจริงเหรอ
    #641
    0
  6. #633 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:12
    อาเล่ยม่ะเป็นรัยนะ
    #633
    0
  7. #632 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:12
    อาเล่ยม่ะเป็นรัยนะ
    #632
    0
  8. #631 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:12
    อาเล่ยม่ะเป็นรัยนะ
    #631
    0
  9. #465 t-t-thn (@thn-56) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 01:35
    พี่คริสหลงตัวเองสุดด คิดเองเออเอง 555555555
    #465
    0
  10. #460 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 00:53
    ม๊าจ๊ะ คำพูดม๊าในวันนี้ส่งผลถึงอนาคตอันไกลเลยนะจ๊ะ
    #460
    0
  11. #420 iseyeol (@warangk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 20:55
    เฮ้ยยย ค้างงง เดี๋ยวนะ จบตอนแล้วหรอ ค้างมากไรต์บอกเลย อึ้ยยยย กลับมาต่อด่วน โถ่ววว กำลังอินเลยย แหม น่ารักเกิ๊น รักกันเถอะๆ คู่ลูกอมหูกันไปแล้ว 555
    #420
    0
  12. #416 me&myself&i (@me-myself-i) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 01:42
    พี่คริสน่าตบปากกก

    หม่าม๊าเด็ดมากค่าาาา
    #416
    0
  13. #345 BangMin (@minbang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 23:59
    อุ้ยตายยยยย นางแรงงงง
    จัดว่าเด็ดดดด 
    พูดได้จี้จุดมากค่าาา
    พี่ลู่ขายขนมจีบม๊าอ่อออ
    ออกตัวแรงเหมือนกันนะเนี่ย
    #345
    0
  14. #329 คลชป9091 (@bellstyle07) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 11:02
    อพคน่าหมั่นไส้มาก55555
    #329
    0
  15. #283 Kray (@mamoru18) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 11:09
    อาอี้จัดว่าเด็ดค่ะ เอาใจไปเลย
    #283
    0
  16. #263 karis-L (@krislay0607) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 02:26
    หมั่นไส้พระเอกๆไม่หายค่ะ โอ๊ยยยย น่าตีมาก
    อี้ชิงจัดการเลยนะ เอาให้ติดไปไหนไม่ได้เลย
    ระวังเถอะค่ะคุณหมอ เดี๋ยวจะมีเเม่ให้ช่านเชี่ย ถถถถถถถถถถถ
    #263
    0
  17. #235 LuckyLove (@khaimookkm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 20:25
    หมั่นไส้พี่คริสสสสสสส -. - !!!
    #235
    0
  18. วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 11:08
    ฟ่านปากดีไปเถอะอย่ามาหลงมาม๊ะนะ



    อี้เด็ดอ่าพูดนี้สุดยอดเลยย



    ขำเสี่ยวลู่อะแหมมองหมินๆๆดิสวยเหมือนกันนะ
    #225
    0
  19. #196 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 20:51
    อิพี่คริสแก่นี่มีปมจริงๆๆสินะ



    ปากนี่ก็ดีเหลือเกินนนน
    #196
    0
  20. #123 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 11:17
    ขนาดพี่หมินยังรู้ว่าเด็ก ๆ จับคู่ 555
    เหอะ อี้ฟาน ทำปากดีไปปป ปากดีให้ได้ตลอดนะ
    เดี๋ยวจะรู้ ว่าจางอี้ชิงอะ ไม่ใช่คนง่าย ๆ เหอะ ๆๆๆๆ
    #123
    0
  21. #119 AlwaysFanXing (@baekhyunn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 23:10
    โห่ย ย ย ยใช้คำแรงอ่ะ อพค.ปากด๊อก ปล.ทำไมไรเตอร์ถึงใช้ชื่อจีนอ่า
    #119
    0
  22. #115 YiXInG Is My StYlE (@krislayrf) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2557 / 20:59
    เรื่องนี้หนูเข้าข้างหม่าม๊าค่ะ -,.-#แกก้อเข้าข้างทุกเรื่องมิใช่รึ?
    555555+
    ม๊าสู้ๆ
    #115
    0
  23. #108 Park Nokia. (@nokia_sjexo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2557 / 02:56
    หน่อวววววว ฤทธิ์ของมะม๊า ของ ชานแบคไม่ใช่น้อยๆ 55555555 
    #108
    0
  24. #101 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 13:02
    อาเลี่ยจุ๊บแก้มน้องป๋าย งื้ออออ

    อี้คือเด็ดมาก 555
    #101
    0
  25. #90 sss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2557 / 21:35
    ฮิ้ววว อี้พูดไรไปลูก

    ปล้ำเลย์.แสบจริงๆเด็ก2คนนี้
    #90
    0