[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 20 : ●▽● 19 : Together,we'll be fine.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    18 เม.ย. 61

***ไรท์เตอร์เพิ่งรู้ว่าเขียนชื่อพี่คริสและเฮียลู่ผิดมาตลอด จะทยอยแก้ตอนก่อนหน้าให้ถูกต้องค่ะ

ขอโทษในความผิดพลาดด้วยนะคะ




Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!



Chapter19 Together,we’ll be fine.

Rate : PG

Author : Maria Test.





“แหม พักร้อนแค่ไม่กี่วัน คุณหมออู๋สดใสขึ้นเป็นกองเลยนะคะเนี่ย”

อี้ฝานยิ้มรับคำทักทายของบรรดานางพยาบาลประจำแผนก รอยยิ้มสดใสที่สาวๆหรือหนุ่มๆแถวนั้นเป็นต้องแอบเก็บไปเพ้อกันว่ามันแตกต่างออกไปจากวันก่อนๆไม่พอ แต่ช่างสดใสน่ารักจนอยากเป็นเจ้าของแค่เพียงคนเดียวเสียเหลือเกิน 

ถ้าไม่ติดว่าคุณหมอประกาศตัวชัดเจนว่ามีแฟนแล้วน่ะนะ

เรียกได้ว่าเป็นข่าวซุบซิบที่ช็อกกันทั้งโรงพยาบาลกับการเปิดตัวด้วยตัวเองของศัลยแพทย์สุดหล่อ จากเดิมที่เวลามีใครถามชายหนุ่มจะเพียงแค่ยิ้ม ไม่ตอบรับ แล้วก็ไม่ปฏิเสธ แต่เพิ่งจะกลับมาจากพักร้อนครั้งนี้แหละที่เมื่อมีใครเอ่ยแซวปุ๊บ เจ้าตัวก็จะ...

“ครับ ผมมีแฟนแล้ว”

จริงๆแล้วไม่ใช่คุณหมออู๋หรอกที่เป็นต้นข่าวโพนทะนาเรื่องนี้ เป็นคุณหมอจุนเหมียนต่างหากที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์จนตอนนี้รู้กันทั้งโรงพยาบาลว่าคุณหมอหนุ่มที่ได้ชื่อว่าฮอตที่สุดของโรงพยาบาลประกาศสละโสดเสียแล้ว 

ถึงจะไม่เป็นทางการ แต่มันก็เป็นทางการกว่าทุกครั้งเพราะเจ้าตัวมายอมรับหน้าชื่นตาบานนี่แหละ

“เฮ้อ คุณหมออู๋ก็สละโสดแล้ว ต่อไปนี้พวกเราจะได้กรี๊ดแค่คุณหมอเฉินกับคุณหมอจุนเหมียนแล้วเหรอคะเนี่ย”

อี้ฝานหัวเราะเบาๆกับคำหยอกขี้เล่นของบรรดานางพยาบาลก่อนขายาวๆจะเดินกลับเข้าไปในห้องตรวจเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อ 

โทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นที่หน้าจอโชว์เบอร์คนโทรเข้า แค่นั้นเอง... เขาก็ห้ามรอยยิ้มบนใบหน้าไม่ได้จริงๆ 

“ว่าไงครับคนดี ผมออกจากบ้านมายังไม่ถึงชั่วโมงเลยคิดถึงผมแล้วเหรอ”

“จะบ้าเหรออาฝาน”เสียงอี้ชิงแหวมาตามสาย เรียกให้คนฟังหัวเราะเสียงทุ้มเพราะรู้ดีว่าตอนนี้หน้าขาวๆนั่นคงกำลังแดงจัดเพราะเขินตามเคย “ผมแค่จะโทรมาเตือนไม่ให้คุณลืมต่างหาก ว่าตอนบ่ายนี้คุณมีนัดดูลูกๆซ้อมละครเวทีนะครับ”

“ครับ รู้แล้วล่ะ”อี้ฝานว่า หันมองแฟ้มคนไข้ที่นางพยาบาลยกเข้ามาให้ในห้องแล้วก็ประเมินเวลา “แต่ผมอาจจะไปถึงโรงเรียนสายหน่อย ฝากบอกช่านเลี่ยด้วยนะครับ”

“ไม่มีปัญหาครับ อาเลี่ยเข้าใจคุณอยู่แล้วล่ะ”

อี้ฝานอมยิ้ม คุยหยอดคนปลายสายชนิดไม่สนใจเลยว่ามีนางพยาบาลสาวยืนมองเขาพลางหัวเราะคิกคักเตรียมเอาไปเม้ากันตอนพักว่าเขาน่ะกลายเป็นคุณสามี เอ้ย คุณแฟนสุดน่ารักไปแล้ว 

“ตั้งใจทำงานนะครับอาฝาน ผมไม่กวนแล้ว”

“จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ... อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณมะม๊าแล้วล่ะครับว่าจะมีจุ๊บให้กำลังใจกันบ้างรึเปล่า”

แว่วๆได้ยินเสียงจิ๊ปากของอี้ชิงมาตามสาย แต่ต่อให้ไม่เห็นหน้าก็รู้หรอกว่าคนตัวขาวเป็นต้องเขินเขาหน้าแดงแจ๋อยู่แน่ๆ

“คุณนี่มันจริงๆเลยได้คืบจะเอาศอก”

“คืบไหนครับ ไม่เห็นจำได้เลย ทวนความจำให้ทีสิ”

“ฝันไปเถอะคุณ!”

“รักคุณนะครับ”

เชฟหนุ่มปลายสายถึงกับอึ้งงันกับคำบอกรักที่จู่ๆก็ถูกเอื้อนเอ่ยขึ้นมาใช้ อึกอักทำอะไรไม่ถูกอยู่สองสามวินาทีจนคนรอลอบถอนหายใจอย่างนึกรู้ว่าเรายังไม่คุ้นกัน ทว่าตอนกำลังจะตัดใจวางสายเองก็ได้รับเสียงเบาหวิวตอบกลับมา

“ระ รักคุณเหมือนกัน”

สาบานเถอะว่าแค่นี้ก็ทำอี้ฝานยิ้มเต็มแก้ม ยิ่งนึกหน้าเขินๆที่เวลานี้คงจะเริ่มมันแผล็บอยู่ในครัวแล้วเรียบร้อยมันก็นึกอดใจไม่ไหวจนอยากให้เวลานัดตอนบ่ายมาถึงเร็วๆเพื่อจะได้เจอหน้ากัน 

แต่แล้วคนที่เพิ่งได้แฟนหมาดๆก็เป็นต้องเขินเสียเองกับเสียงแซวของนางพยาบาลข้างตัว

“แหม คุณหมอขาหุบยิ้มหน่อยนะค้า แค่นี้หน้าบานจนเข้าประตูห้องตรวจไม่ได้แล้วค่า!”


“น้องป๋าย ชิ่งจูกาดุมหลุด”ชิ่งจูหันพุงกลมๆมาหาเพื่อนสนิท เด็กน้อยตาโตอยู่ในชุดคนแคระ มืออีกข้างก็ยังไม่ยอมปล่อยคุณหมีเน่าที่คุนคูแทแทกล่อมแล้วกล่อมอีกว่าขอให้เอาไปเก็บแต่ก็ไม่ยอม จนสุดท้ายเลยต้องเลยตามเลย มีคนแคระเวอร์ชั่นอนุบาลทานตะวันที่ไม่ถือขวานถือจอบ มาถือหมีเน่าแทน 

“ทำไงให้หลุดได้เนี่ย”ป๋ายเซียนบ่นพึมพำ แต่มือเล็กๆก็จัดการติดกระดุมให้เพื่อน ติดให้เสร็จเด็กตัวน้อยก็วิ่งไปรวมกลุ่มกับเด็กผู้ชายคนอื่นๆที่เล่นเป็นคนแคระ คู่อริตลอดกาลคนใหม่ของน้องป๋ายอย่างซือชุน เด็กชายผมสีสว่างรับบทเป็นหัวหน้าคนแคระแถมได้อยู่หัวแถวดูเท่เชียว 

“งือ... อาเลี่ย น้องป๋ายตื่นเต้นอะ”ป๋ายเซียนที่มีวิกผมสีดำแปะอยู่บนหัวเกาหัวแกรกๆเพราะไม่ค่อยสบายหัวเท่าไหร่เดินมาหาช่านเลี่ยในชุดเจ้าชายเต็มยศ 

“น้องป๋ายทำได้ เก่งอยู่แล้ว ขนาดทุกคนยังให้น้องป๋ายเป็นเจ้าหญิงเลยนะ!”ช่านเลี่ยว่าพลางชี้มือชี้ไม้ไปยังน้องคีปึมอดีตสโนไวท์ที่ตอนนี้อยู่ในชุดต้นแอปเปิ้ลแทน

จริงๆเขาเองก็ตื่นเต้นเหมือนๆกับป๋ายเซียนนั่นแหละ แต่เห็นร่างเล็กๆนี่เอาแต่วิ่งไปวิ่งมาท่าทางตื่นเต้นกว่าเขาเลยต้องคีพลุคสักหน่อย 

เดี๋ยวป๋ายเซียนเกิดร้องไห้ขึ้นมาจะไม่มีคนคอยปลอบ 

“น้องป๋ายตลกมั้ย”

“ไม่เลย น่ารักออก คุนคูแทแท คุนคูมิยอง ชิ่งจูซือชุนก็บอกว่าน่ารัก”พอได้ยินคำยืนยันด้วยเกียรติหัวหน้าห้อง เจ้าหญิงน้อยจำเป็นก็ค่อยผ่อนคลายขึ้น 

ช่านเลี่ยใช้มือม้วนๆวิกผมยาวของป๋ายเซียนเทียบกันกับวิกผมสีน้ำตาลฟูๆของตัวเองแล้วก็ให้สงสัยว่าทำไมป๋ายเซียนใส่แล้วน่ารัก ก่อนตัวเองจะค่อยๆเขยิบไปแหวกผ้าม่านผืนยักษ์ที่กั้นระหว่างโซนนักแสดงกับผู้ชม โผล่ศีรษะเล็กๆแอบดู 

เด็กน้อยรู้หรอกว่าเขาไม่ควรจะหวัง แต่มันก็อดไม่ได้อยู่ดี

หวังว่าปะป๊าจะมาดูเขา... ถึงนี่จะเป็นแค่รอบซ้อมก็ตาม 

ใจดวงน้อยชินอยู่แล้วกับความผิดหวังที่ปะป๊ามางานโรงเรียนของเขาแทบจะนับครั้งได้ แต่เพราะครั้งนี้มีมะม๊ามาดูด้วย ทุกอย่างเลยแตกต่างออกไป และเด็กน้อยก็รู้ตัวว่ามันเป็นการแตกต่างออกไปในทางที่ดีมากๆ

ช่านเลี่ยเห็นมะม๊าแต่ไกล ทันทีที่เห็นเขา มะม๊าก็ชูกำปั้นสู้ๆมาให้หนึ่งที และเขาก็ยิ้มกว้างตอบรับ หันหลังกลับจะไปเรียกป๋ายเซียน ก็พอดีกับที่ร่างเล็กย่ำเท้าลงกับพื้นถี่ๆทั้งที่หน้าเบ้

“อาเลี่ย น้องป๋ายปวดฉี่”

“ก็ไปหาคุนคูแทแทสิ ให้คุนคูแทแทพาไป น้องป๋ายใส่กระโปรงแบบนี้เข้าห้องน้ำผู้หญิงคนเดียวไม่ได้หรอก”ช่านเลี่ยว่าตามความคิดเด็กๆของตัวเอง เพราะตอนนี้ป๋ายเซียนอยู่ในชุดกระโปรงสโนไวท์แล้วเรียบร้อย 

จะให้ใส่กระโปรงไปเข้าห้องน้ำชายคงจะดูไม่เข้าที.... 

“คุนคูแทแทอยู่ไหนไม่รู้อ่าาา”ป๋ายเซียนเริ่มโวยวาย หน้าตาเหยเกขึ้นทุกทีจนช่านเลี่ยเริ่มหวั่นๆบ้าง อาศัยตัวที่สูงกว่าหันซ้ายทีขวาทีแต่ก็ยังหาคุณครูคนสวยไม่เจอสักคน “คุนคูมิยองก็ยุ่งอยู่กับพวกคนแคระ อาเลี่ยยยยยยน้องป๋ายปวดฉี่~~~~”

สุดท้ายพู่ช่านเลี่ยก็สวมรอยเป็นคุนคูแทแทกับคุนคูมิยอง พาป๋ายเซียนวิ่งมาเข้าห้องน้ำหญิงจนได้ แถมห้องน้ำข้างๆที่เป็นห้องน้ำเด็กก็ดันเปิดประตูไม่ได้ซะอีก สุดท้ายเด็กสองคนเลยวิ่งหูลู่หูตั้งหนีมาเข้าห้องน้ำบริเวณด้านนอกอาคารแทน เรียกได้ว่ามาแบบทันเวลาพอดี ไม่งั้นป๋ายเซียนฉี่ราดกระโปรงชุดสวยแหงๆ

ช่านเลี่ยเขินจนหน้าแดงหูแดงเพราะตัวเองเป็นผู้ชาย แต่ดันมาอยู่ในห้องน้ำหญิงแบบนี้ ในชุดเจ้าชายอีกต่างหาก แต่ก็เพราะป๋ายเซียนนั่นแหละที่งอแงว่าถ้าเขาไม่อยู่ด้วยจะฉี่ไม่ออก เด็กตัวสูงเลยต้องยืนเป็นเพื่อนเฝ้าหน้าประตูห้องน้ำ

“น้องป๋าย เสร็จยัง”

“แปปนึงเด๊ะ”

ช่านเลี่ยยู่หน้า “น้องป๋ายอึ๊ด้วยเหรอ”

“ไม่ได้อึ๊!!”

เด็กตัวโตยกมืออุดจมูกอัตโนมัติ อยากจะล้ออยู่หรอกแต่เดี๋ยวสโนไวท์ที่สวยๆพร้อมขึ้นเวทีจะได้ร้องไห้เพราะเจ้าชายเสียก่อนเลยหยุดปากเอาไว้แค่นั้น

ทันใดนั้นเอง... สิ่งที่เจ้าชายกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น 

ร่างสูงระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ก้าวเดิินเข้ามาในห้องน้ำ หญิงสาวคนนั้นชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา ด้วยความสับสนทำให้เธอหันหลังกลับไปมองป้ายหน้าห้องน้ำอย่างประหลาดใจ จนเมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองเข้าไม่ผิดห้องก็ถอนหายใจพลางส่ายหน้า มองเด็กชายตัวน้อยๆที่คาดว่าจะเข้าผิดห้องด้วยสายตาตำหนิชัดเจน

“หนูจ๊ะ นี่มันห้องน้ำหญิงนะ เป็นเด็กผู้ชายต้องเข้าห้องนั้นต่างหาก”

ช่านเลี่ยพยักหน้าหงึกหงักทั้งที่หน้าแดงแปร๊ดด้วยความอายเพราะถูกจับได้

“ผมรู้ฮับ แต่ผมพาสโนไวท์มาเข้าห้องน้ำ สโนไวท์เป็นผู้หญิงเข้าห้องน้ำหญิงได้”

“ฉันรู้จ้ะ แต่เรา....”สายตากับสีตาแปลกๆนั้นมองเด็กน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า มันเจือกระแสความไว้ตัวอย่างไม่สู้จะเป็นมิตรสักเท่าไหร่ในสายตาของช่านเลี่ย 

“...เจ้าชาย ใช่มั้ย เจ้าชายก็เป็นผู้ชาย งั้นเราก็ต้องอยู่ข้างนอก ไปจ้ะ ออกไปเดี๋ยวนี้”

“อะ ออกไม่ได้ฮับ สโนไวท์ยังอยู่ข้างใน”เขายืนกรานหนักแน่น ไม่รู้ตัวว่าเท้าเล็กๆจิกเข้ากับพื้นห้องน้ำเป็นการยืนยันว่าไม่ออกตอนนี้แน่ๆ

แหงสิ ขืนออกไปตอนนี้น้องป๋ายร้องไห้ลั่นโรงเรียนแน่เลย 


หญิงสาวมองเด็กชายที่ยืนตาแป๋วพยายามอธิบายเรื่องราวตรงหน้าให้เธอเข้าใจ  ก่อนจะพิจารณาดูเด็กตัวน้อยในชุดเจ้าชาย เลยไปยังประตูห้องน้ำที่ปิดไม่สนิทแล้วเห็นชุดกระโปรงสีเหลืองฟูๆแล้วมันก็ช่างตลกสิ้นดีจนหลุดหัวเราะ

เด็กหนอเด็ก 

ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่ปกติแล้วเธอไม่ชอบเด็กเท่าไหร่ เรียกได้ว่ารำคาญเลยจะดีกว่า พวกเด็กๆน่ะก็ไม่ต่างอะไรกับปีศาจตัวเล็กที่โหวกเหวกโวยวาย นึกจะร้องไห้ก็ร้องหวีดเสียงแสบหูน่ารำคาญ คุยด้วยเหตุผลก็ไม่รู้เรื่อง เอาใจก็ยาก

แต่เด็กชายผมสั้น ใบหน้ากลมๆ กับดวงตากลมโตที่ดูฉลาดเกินวัยนี้กลับเป็นปีศาจตัวเล็กที่ทำให้เธอรู้สึก... อยากคุยด้วย 

“แต่เราน่ะเป็นผู้ชาย ถึงจะพาเพื่อนผู้หญิงมาเข้าห้องน้ำ ก็ต้องรออยู่ด้านนอก เข้าใจมั้ย”

“ปะ อาเลี่ย น้องป๋ายเสร็จแล้ว หวา”ป๋ายเซียนร้องเสียงหลงเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กับเพื่อน ฝ่ายซิ่วหยานเองก็ตกใจจนตะลึงไปเหมือนกัน ถึงแม้เด็กคนนี้จะอยู่ในชุดวิกผมกับกระโปรงเจ้าหญิง แต่ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นเด็กผู้ชายยิ่งทำให้เธออึ้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเต็มเสียงกับเด็กสองคนที่แสนจะใสซื่อเสียเหลือเกิน

“ตลกจริงพวกเธอนี่”

“ไม่ตลก”ป๋ายเซียนเถียง “ก็น้องป๋ายใส่กาโปงแบบเด็กผู้หญิง น้องป๋ายก็ต้องเข้าห้องน้ำหญิงสิ”

“จ้ะๆ ฉันไม่เถียงเธอหรอก เสียเวลา”หญิงสาวเอ่ยพลางกลอกตา อันที่จริงการที่เธอไปคลุกคลีอยู่กับวัฒนธรรมต่างเมืองมาแสนนานมันก็ทำให้พอจะคุ้นเคยกับเด็กช่างพูดช่างเจรจาอยู่บ้าง 

เคยได้ยินมาว่าเด็กเอเชียมักจะเงียบๆไม่ค่อยพูดไม่ค่อยเถียง แล้วเด็กนี่มาจากไหนกันล่ะ

ซิ่วหยานยอมรับว่าหงุดหงิดไม่น้อย ทั้งอาการjet lagจากเวลาที่ห่างกันมานานมาก อาการพักผ่อนไม่เพียงพอเพราะความเครียดที่ต้องเจอ สภาพอากาศที่ร้อนจนแทบจะให้ดิ้นตาย แล้วยังต้องมาเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเด็กแสบนี่อีก

พยายามข่มอารมณ์อย่างกลัวว่าจะเสียเรื่อง ไม่ได้... เธออุตส่าห์ตามสืบตามเทียวไล้คนที่โรงพยาบาลตลอดกว่าจะหลุดมาจากปากนางพยาบาลคนหนึ่งว่าลูกชายเธอเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ต้องทนถูกมองด้วยสายตาดูแคลนเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงอย่างว่าที่คิดจะมาตามตื๊ออี้ฝานอยู่ตั้งนานสองนาน จะทำให้เสียเรื่องไม่ได้

แม้การถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยของเฉินจะทำให้เสียศูนย์อยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่นักสืบเอกชนทำให้เธอใจชื้นก็คือ อี้ฝานยังให้ลูกชายใช้นามสกุลของเธอ

พู่ช่านเลี่ย

ตอนที่เด็กคนนี้เกิด ซิ่วหยานจำได้ว่าเธอรู้สึกหงุดหงิดใจแค่ไหนที่อี้ฝานเป็นคนจัดการเองทุกอย่าง ทั้งเรื่องการตั้งชื่อลูกที่เธอเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแปลว่าอะไร ทั้งการตัดสินใจเรื่องการใช้นามสกุล เธอมองว่ามันคือการจู้จี้ เจ้ากี้เจ้าการ บงการชีวิตที่ควรจะเป็นอิสระดังนกโผบินของเธอ

แต่ตอนนี้มันกลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจชื้น

เพราะมันแปลว่าอี้ฝานยังลบเธอไปจากใจไม่ได้

ซิ่วหยานนึกอยากรู้เหมือนกันว่าลูกของเธอกับอี้ฝานจะหน้าตาเป็นยังไง เสิร์ชหาจากที่ไหนก็ไม่ได้เพราะอี้ฝานเล่นเก็บตัวเงียบไม่เคยให้ช่านเลี่ยออกสื่อ ลืมเรื่องการแอบถ่ายรูปไปได้เลย นักสืบที่เธอเสนอเงินหลายหลักกลัวหัวหดว่าจะโดนฝ่ายพ่อเอาเรื่อง 

โชคยังดีที่เงินไม่เท่าไหร่สามารถติดสินบนตาลุงรปภ.ขี้เมาหน้าโรงเรียนอนุบาล ไม่งั้นเธอคงไม่มีวันได้เข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้

ถึงจะยังมืดแปดด้านด้วยไม่รู้ว่าต้องเริ่มหาช่านเลี่ยจากที่ไหน แต่อย่างน้อยซิ่วหยานก็มั่นใจว่าเธอเข้าใกล้กว่าทุกที 

ดวงตาสีสวยปรายตามองเด็กสองคนแล้วก็เร่ิมคิด โรงเรียนก็เล็กแค่นี้ เด็กก็มีไม่มาก เป็นไปได้ว่าเด็กพวกนี้อาจรู้จัก 

คิดๆแล้วร่างระหงย่อตัวลงตอนเอ่ยถาม “นี่ รู้จักเด็กที่ชื่อพู่ช่านเลี่ยไหม”

เกิดความเงียบขึ้นทั่วห้องน้ำ เด็กชายตัวน้อยสองคนยืนนิ่งไม่ยอมตอบคำถาม 


ผู้หญิงน่ากลัวคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงถามหาเขา 

ช่านเลี่ยตาเบิกกว้าง ตกใจที่ได้ยินชื่อตัวเองจนจับมือน้องป๋ายแน่นขึ้น

“ว่าไง ฉันถามทำไมไม่ตอบล่ะ”

ความกลัวแบบเด็กๆทำให้เขาคิดอะไรไม่ออก ยิ่งเหมือนผู้หญิงคนนี้จะไม่ชอบป๋ายเซียน แล้วก็ชอบมองมาที่เขา มันเป็นสายตาแปลกๆแบบที่ช่านเลี่ยไม่แน่ใจนักว่ามันหมายถึงอะไร ไหนจะยังสีตาแปลกประหลาดที่ไม่เหมือนคนทั่วไปที่เด็กน้อยเคยเห็นอีก

น่ากลัว

แต่ถ้าเขาไม่ตอบ อาจจะเกิดเรื่องร้ายๆกับเขากับป๋ายเซียนก็ได้ 

ช่านเลี่ยเม้มปาก ก่อนจะเร่ิมเอ่ย

“ผะ...”

“อาเลี่ยอย่าไปตอบ!”เสียงก้องกังวานห้องน้ำของป๋ายเซียนทำเอาหัวหน้าห้องสะดุ้งโหยง เจ้าตัวเล็กยืนจังก้า ก้าวเข้ามาบังเขาเอาไว้เสียเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“มะม๊าไม่ให้คุยกับคนหน้าแปลก!”ป๋ายเซียนเท้าสะเอวหน้าตาถมึงทึง หน้าตาน่ากลัวเสียยิ่งกว่าตอนที่ทะเลาะกับซือชุน “แล้วยัยป้านี่ก็หน้าแปลก! ตาก็ชี้จมูกก็เบี้ยว!”

“เอ๊ะ!”หญิงสาวยืดตัวเต็มความสูง ดูสีหน้าก็รู้ว่าคงโกรธจริงๆแล้วแต่ก็ไม่วายหางตาเช็คกับกระจกว่าใบหน้ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า 

“ฉันถามดีๆนะ พ่อแม่พวกเธออยู่ไหนเนี่ย!”

“อย่ามายุ่งกับปะป๊ามะม๊าน้องป๋าย!”

หญิงสาวหน้าแปลก เอ้ย แปลกหน้ากอดอก“อ้าว ก็เธอเป็นเด็กนิสัยไม่ดี พูดจาไม่ดีกับผู้ใหญ่ พ่อแม่ก็ต้องทำโทษเธอซะเดี๋ยวจะเสียนิสัย ที่นี่เขาลงโทษกันยังไงล่ะ กักบริเวณไหม?”

“น้องป๋ายไม่ได้ทำอะไรผิด!”

“ถ้าเขาไม่ลงโทษ ฉันว่าปะป๊ามะม๊าของเธอก็คงนิสัยไม่ดีแบบเธอนั่นแหละ”

“ยะ อย่า... อย่ามาว่าปะป๊ามะม๊า!!”

ตัวเล็กป้อมในชุดกระโปรงสีเหลืองฟูกระทืบเท้าเร่าๆอย่างไม่พอใจเมื่อคนแปลกหน้าพาดพิงไปถึงคนที่รัก ลูกตาวาวอย่างโกรธจัดแบบที่ช่านเลี่ยที่อึ้งอยู่นานต้องรีบคว้าแขนเอาไว้ 

“น้องป๋ายไปกันเถอะ เดี๋ยวคุนคูดุนะ”

ช่านเลี่ยรู้ว่าป๋ายเซียนถึงจะดื้อและซนแค่ไหน แต่ลองเอ่ยชื่อคุนคูหรือมะม๊า เจ้าตัวแสบจะนิ่งทันทีเหมือนกดสวิตซ์ปิดความแสบ 

อีกอย่าง ถึงช่านเลี่ยจะยังไม่ไว้ใจนักว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรถึงได้ถามหาชื่อเขา แต่ถ้าคนแปลกหน้าแบบนี้เราก็ต้องรีบเดินหนีไม่ใช่เหรอ?​ 


ซิ่วหยานหันมาสนใจเจ้าชายตัวน้อยอีกครั้ง เทียบกันแล้วเด็กคนนี้ดูจะมีเหตุผลและคุยง่ายกว่ามาก และที่สำคัญเธอไม่ปฏิเสธว่ารู้สึกถูกชะตากับเด็กผู้ชายคนนี้ จนอดนึกๆไม่ได้ว่าถ้าไม่มีวิกผมสีน้ำตาลปิดหน้าปิดตาแบบนี้จะหน้าตาน่ารักสักแค่ไหน

“นี่ ดูนะว่าเพื่อนเธอพูดดีๆกับผู้ใหญ่เป็น ใช่มั้ย หนูชื่ออะไร อาเลี่ยเหรอ”

ตอนทวนคำพูดของเด็กแสบเองแล้วหญิงสาวก็สะดุดกึก อาเลี่ย... ช่านเลี่ย... 

บ้าน่า มันง่ายขนาดนี้เชียวหรือ

ตอนนั้นที่เธอรู้สึกว่าโลกข้างกายมันหยุดหมุน เหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้ว มือบอบบางเอื้อมไปข้างหน้าหมายจะดึงเด็กคนนั้นมาดูใกล้ๆ และดึงวิกผมออกไปให้เห็นหน้าชัดๆ...

“อาเลี่ยวิ่ง!!”

พริบตาเดียวหญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกมหาศาลอย่างน่าเหลือเชื่อจากเจ้าสโนไวท์ตัวเปี๊ยก ตอนที่ซิ่วหยานร้องกรี๊ดอย่างตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว เด็กสองคนก็วิ่งตื๋อหายออกไปจากห้องน้ำ ทิ้งนางแบบสาวผู้เจนเวทีที่สวมใส่แบรนด์ดังมากมายก้นกระแทกกับพื้นห้องน้ำไว้แบบไม่คิดจะเหลียวหลัง 

“โอ๊ย ไอ้เด็กบ้า!!”


เด็กสองคนจับมือกันแน่น วิ่งหนีออกมาตามทางเดินที่ว่างเปล่าเพราะบรรดาเด็กและครูถูกเกณฑ์เข้าไปอยู่ที่หอประชุมเพื่อเตรียมการซ้อมการแสดง ด้วยความรีบเร่งจนไม่ทันได้ดูทาง สุดท้ายร่างป้อมทั้งสองก็ชนเข้ากับร่างสูงที่คุ้นเคย...

“อาเลี่ย น้องป๋าย!?”

เด็กสองคนเงยหน้าขึ้นมองทั้งที่ยังจับมือกันแน่นไม่ยอมปล่อย และเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่ปรากฎเบื้องหน้าก็ทำให้เจ้าตัวน้อยทั้งสองปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะกลั้น 


“ผมยืนยันได้ครับ ว่าไม่มีคนแปลกหน้าเข้ามาที่นี่แน่นอน”รปภ.ชายวัยกลางคนยืนยันหนักแน่นว่าตัวเองทำหน้าที่ของตัวได้ดีเยี่ยม ก่อนจะหันไปหาเด็กชายสองคนที่ยังสะอื้นฮั่กๆในอ้อมแขนของปะป๊าเขา “ผมว่าเด็กๆเล่นซนแล้วกลัวกันไปเองมากกว่า”

“เฮ้ย พูดงี้ได้ไงวะ”จงเหรินเกือบตะคอกอย่างเอาเรื่องแล้ว ถ้าไม่ติดว่าอี้ชิงปรามเสียก่อน 

เด็กหนุ่มตามอี้ชิงมาที่โรงเรียนอนุบาลเพราะอีกฝ่ายโทรมาบอกว่าอี้ฝานมาไม่สามารถผละจากงานมาได้ ประจวบเหมาะกับเขาทำงานส่วนของตัวเองเสร็จพอดีถึงได้ตามมาช่วยดูเจ้าลิงสองตัว 

ตกใจแทบตายตอนกำลังรีบร้อนเดินเข้าหอประชุม จู่ๆเด็กสองคนที่กำลังรุดไปหากลับวิ่งมาหาทั้งน้ำตานองหน้า ขนาดอี้ชิงมาถึงแล้วยังต้องปลอบอยู่ตั้งนานสองนานกว่าเสียงสะอื้นจะจางลง

ขณะนี้เขา เด็กสองคน คุณครูแทแท พี่อี้ชิงและรปภ.ที่อยู่เวรในเวลานั้นถึงได้มารวมตัวกันอยู่ในห้องรับรองของผู้อำนวยการเพื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น 

“ป๋ายเซียน ช่านเลี่ยด้วย”อี้ชิงปลอบเจ้าตัวน้อยๆที่หน้าตาแดงช้ำไปหมด เขายอมรับว่าตัวเองโมโหไม่น้อยกับคำพูดที่เหมือนจะโยนความผิดให้เด็กของรปภ.คนนี้จนอยากกระโจนไปหาต่อยมันเสียสักหมัดสองหมัดให้รู้แล้วรู้รอด แต่ยังไงก็ต้องฟังเรื่องราวทั้งหมดก่อน

“ไหนเล่าให้มะม๊าฟังซิ ทำไมเราสองคนถึงออกมาไม่บอกคุณครูแทแทครับ?”

ป๋ายเซียนเล่ากลั้วเสียงสะอื้น “น้องป๋าย ฮือ น้องป๋าย... ปวดฉี่ แต่ประตูห้องน้ำมันเปิดไม่ออก น้องป๋ายหาคุนคูแทแทไม่เจอ อาเลี่ยเลยพาน้องป๋ายมาเข้าห้องน้ำข้าง ฮึก นอก”

“แล้วพวกหนูก็ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ใช่มั้ยครับ?”

เจ้าตัวเล็กสองคนพยักหน้าหงึกหงักกับภาพที่ปรากฎบนหน้าจอ

อย่าว่าแต่เด็กเลย กระทั่งว่าเขา กับคุณครูแทแทเองก็ยังยืนยันว่าไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้มาก่อนจริงๆ แม้อีกฝ่ายจะใส่แว่นกันแดดเอาไว้ก็เถอะ ส่วนสูง รูปร่าง ไหนจะยังท่าทางด้อมๆมองๆไปทั่วเหมือนคนหลงทางมันก็ยืนยันได้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยมาที่นี่จริงๆ 

ช่านเลี่ยเสริม “ผู้หญิง ไม่ใช่มะม๊าของชิ่งจู ไม่ใช่มะม๊าของซือชุน ไม่ใช่มะม๊าของเพื่อนๆ ใส่แว่น ตาชี้ๆ แต่งหน้า...”เด็กๆพยายามอธิบายตามประสา เห็นหน้าผู้ปกครองที่มารับด้วยกันทุกเย็น ไม่แปลกหากจะจำหน้าครอบครัวของเพื่อนๆในห้องได้เพราะก็มีกันอยู่ไม่กี่คน 

“ผมไม่เห็นเหมือนกันครับ ตอนผมกลับไปดูที่ห้องน้ำก็ไม่มีใครแล้ว”จงเหรินเสริม เขากลัวว่าคนแปลกหน้าที่ว่าจะเป็นบุคคลอันตรายถึงได้รีบพาเด็กๆออกไปก่อนแล้วตัวเองถึงไปตามรปภ.กลับมาดูก่อนจะตบท้ายอย่างไม่คิดไว้หน้า “ตอนผมไปเรียก เห็นคุณลุงแกกำลังฝันหวานเชียว”

ชายในชุดยูนิฟอร์มเหงื่อแตกซิกทั้งที่แอร์ในห้องเย็นฉ่ำ ยิ่งสายตาคาดโทษจากผู้อำนวยการมองมายิ่งทำให้เสียวสันหลังวาบแต่ก็ยังไม่ยอมลงให้ง่ายๆ

“ผะ ผมนึกว่าคุณเขาเป็นแม่เด็กนี่”

“แต่คุณก็ไม่ควรให้คนนอกที่ไม่มีบัตรผ่านเข้ามาอยู่ดีนะคะ”คุณครูประจำชั้นแย้ง ในฐานะคนอีกคนที่เห็นพัมนาการของเด็กในปกครองทุกวัน ต่อให้ไม่มีหลักฐานถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ แต่เธอกล้ายืนยันเต็มปากเต็มคำว่าเด็กนักเรียนทั้งสองไม่มีทางกุเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้นมาแน่ 

“ผู้หญิงคนนั้นถามอาเลี่ยด้วย ถะ ถาม ฮึก ว่าอาเลี่ยชื่ออะไร”การเข้าประเด็นนี้ของป๋ายเซียนเรียกความสนใจของทุกคนได้ทันที และคนที่กำลังโดนรุมก็ใช้โอกาสนั้นทันที

“เห็นมั้ย ผมบอกแล้วว่าเขารู้จักเด็ก เขาอาจจะแค่ลืมเอาบัตรมาก็เท่านั้นเอง” 

“เขารู้จักเด็ก แต่เด็กอาจจะไม่รู้จักเขานะครับ”อี้ชิงสวนกลับ แล้วก็หันไปหาเด็กตัวโตในอ้อมแขนอีกข้าง “อาเลี่ยรู้จักเขามั้ยครับ?”

ช่านเลี่ยส่ายหน้า “อาเลี่ย... อาเลี่ยไม่รู้”

“แหงสิ เด็กมันจะไปรู้เรื่องอะไรล่ะ”

คราวนี้จงเหรินเลือดขึ้นหน้า แบบนี้มันจงใจกวนกันชัดๆ! 

แต่ก็ช้ากว่าอี้ชิง...

“ผมถามหน่อย คุณจำหน้าผู้ปกครองของเด็กได้ทุกคนหรือเปล่า”

“มีเป็นร้อย จำได้ก็เทพแล้วคู้ณ”

อี้ชิงพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉยนั้นยากที่จะคิดออกว่าอีกฝ่ายรู้สึกโกรธบ้างหรือเปล่า “นั่นสิครับ เพราะอย่างนั้นโรงเรียนนี้ถึงต้องการคุณ ครู ผู้ปกครอง รวมไปถึงเด็กๆทุกคนเองก็เชื่อว่าคุณจะทำให้พวกเขาปลอดภัยได้ แต่ดูเหมือนพวกเราทุกคนจะคิดผิด”

เขาเองก็พอจจะคุ้นหน้าคุ้นตารปภ.คนนี้อยู่บ้างตามประสาคนที่เดินผ่านกันอยู่ทุกวัน ยอมรับว่าไม่เคยมานั่งสังเกตอะไรหรอกว่าอีกฝ่ายทำหน้าที่ได้ดีหรือเปล่า แต่การมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนี่มันก็รับไม่ได้จริงๆ

สุดท้ายผู้อำนวยการที่นั่งเงียบอยู่นานก็ตัดสินใจเอ่ย “ยังไงวันนี้เด็กๆคงขวัญเสียมากแล้ว ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของดิฉันเองนะคะ ขอโทษด้วยจริงๆค่ะสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น”

การตัดสินใจของผู้บริหารทำให้บรรยากาศตึงเครียดในห้องเหมือนจะคลายความตึงเครียดลงบ้าง จางอี้ชิงเองไม่ใช่ผู้ปกครองเรื่องมากแบบบางคน และต่อให้ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับโรงเรียนอนุบาล 

“ถ้าผู้อำนวยการมีเรื่องอะไรที่อยากสอบถาม ก็ติดต่อผมโดยตรงได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” 

รปภ.หัวเราะเหอะ แสร้งพึมพำเสียงเบาตอนพวกเขาเดินผ่านราวจงใจให้ได้ยินกันแค่นั้น 

“ลูกตัวเองก็ไม่ใช่ ทำมาเป็นเดือดเป็นร้อน”

ช่านเลี่ยชะงักกึก

และอี้ชิงสาบานได้ว่ามันเป็นสีหน้าที่ทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดยิ่งกว่าการแผดเสียงร้องไห้ดังๆเสียอีก 

เชฟหนุ่มหันกลับไปจ้องมองคู่สนทนา

“ไหนว่าคุณจำหน้าผู้ปกครองไม่ได้ คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่ลูกผม”

ฝ่ายนั้นยักไหล่ แสร้งทำเป็นกอดอกไม่รู้ไม่ชี้ 

อี้ชิงกระชับมือน้อยๆของลูกชายทั้งสองไว้มั่น

“ผมจะไม่ถามว่าคุณเป็นพ่อคนหรือเปล่า แต่ผมจะบอกอะไรให้ ว่าพ่ออย่างผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพ่ือให้ลูกๆของผมได้รับสิ่งที่ดีที่สุด เช่นการจ่ายค่าเทอมให้กับโรงเรียนนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินเดือนของคุณ คุณที่มีหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยให้ลูกๆของผม และลูกๆของผู้ปกครองอีกไม่รู้กี่ร้อยคน”

ร่างโปร่งตวัดสายตากลับไปมองคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่อง ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริดของคนเป็นครูด้วยว่าไม่เคยเห็นผู้ชายที่ดูใจดีเสมอในโหมดนี้มาก่อน

“เครือข่ายสมาคมผู้ปกครองเราเหนียวแน่นไม่แพ้โรงเรียนอื่น ผมเชื่อว่าผอ.เองก็ทราบดี”อี้ชิงพยักเพยิดไปทางคุณครูทั้งสอง “ว่าระหว่างรักษาชื่อเสียงของโรงเรียนนี้ กับเก็บลูกจ้างไร้ความรับผิดชอบอย่างคุณเอาไว้ ผอ.จะเลือกอะไร” 

พอเห็นสายตาเอาจริงของคนหน้าอ่อนที่เขาคิดว่าจะหงิมๆไม่สู้คน คนปากเก่งมาตลอดก็เริ่มละล่ำละลัก ยิ่งเมื่อหันไปมองคนที่เป็นเจ้านายของตัวเองในทางเทคนิคมองมาด้วยสายตาตำหนิชัดเจนก็เริ่มรู้ชะตากรรม

ไม่รอด!

“ผะ ผมแก่แล้ว เหนื่อยก็เหนื่อย อากาศเดี๋ยวนี้มันก็ร้อน... มันก็มีโมโหบ้าง”

“ได้ยินแล้วนะครับผอ. โรงเรียนนี้คงถึงเวลาเปลี่ยนรปภ.แล้วจริงๆ”อี้ชิงเหยียดยิ้ม ก่อนจะจูงมือเด็กทั้งสองออกจากห้องไปทันที 



“ขอบใจมากนะจงเหริน ไม่ใช่นายเด็กๆคงแย่กว่านี้”

“เจ็บใจไอ้ลุงนั่นมากกว่าครับ พี่อะไม่น่าห้ามผมเล้ย”พึมพำเบาๆแล้วก็ถูกเจ้านายปรามอีกรอบเพราะยังอยู่ต่อหน้าเด็กๆ 

บนรถโดยสารประจำทาง ป๋ายเซียนหลับปุ๋ยอย่างเหนื่อยอ่อนในอ้อมแขนของจงเหริน ผิดกับช่านเลี่ยที่เหม่อมองออกนอกหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ

อี้ชิงลอบสบตากับจงเหรินแวบหนึ่ง 

ทำไมคำพูดพล่อยๆของคนอื่นถึงมักจะมีผลกับความรู้สึกของเราเสมอเลยนะ 

“อาเลี่ย คิดอะไรอยู่ครับ บอกมะม๊าได้มั้ย”

ช่านเลี่ยยิ้มจางๆ ช้อนตาขึ้นมองครู่หนึ่ง “อาเลี่ยคิดว่ามะม๊าเท่มาก”

ผู้ใหญ่สองคนหลุดขำ และเป็นอี้ชิงที่ยืดอกยอมรับ “ครับ มะม๊าก็ว่างั้นแหละ ก็มีลูกชายตัวแสบตั้งสองคนนี่นา ไม่เท่ก็คงเอาไม่อยู่หรอกจริงมั้ย”

พอพูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าช่านเลี่ยก็หงอยลงอย่างสังเกตได้

“อาเลี่ย อาเลี่ยว่าคุณลุงคนนั้นเขานิสัยดีมั้ยครับ?”อี้ชิงเกริ่นให้เด็กน้อยค่อยๆคิดตาม “อาเลี่ยคิดว่า คนที่ไม่ยอมทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี แล้วก็พูดจาให้ร้ายคนอื่น เป็นคนดีมั้ยครับ?”

ช่านเลี่ยส่ายหน้า และอี้ชิงก็พยักหน้าตาม

“นั่นน่ะสิ เราก็รู้นี่นาว่าเขาเป็นคนไม่ดี เขาพูดจาไม่ดีกับเรา แล้วทำไมเราถึงต้องเสียใจเพราะคำพูดของเขาด้วยล่ะครับ”มือเขาลูบผมยุ่งๆของลูกชายตัวโตแผ่วเบาที่มีสีหน้าผ่อนคลายลง 

“แต่ว่า... ถ้าสิ่งที่เขาพูดทำให้เรากลายเป็นคนที่ดีขึ้น ต่อให้เราเสียใจแค่ไหน เราก็ควรจะฟังเขานะครับ”

“มีด้วยเหรอฮับ?”

อี้ชิงยิ้ม จ้องมองกลับเข้าไปในดวงตาสุกใสใคร่รู้ “ก็อย่างเช่น...​เวลามะม๊าดุช่านเลี่ย ตอนช่านเลี่ยปีนโซฟากับน้องป๋ายไงครับ มะม๊าโกรธจนดุน้องป๋ายกับอาเลี่ย แต่ถ้าไม่ดุเราสองอาจพลาดตกลงมาบนพื้นหัวทิ่ม คราวนี้แย่แน่ๆ”เสริมให้ลูกขำอีกว่าเกิดกระดูกกระเดี้ยวด๊อกแด๊กต่อให้เป็นอาหมอเฉิน อาหมอจุนเหมียนกับปะป๊า สามคนรวมพลังกันก็คงรักษาให้หายไม่ได้ 

“แล้วก็เวลาพี่จงเหรินเหม่อคิดถึงลูกค้าสาวๆจนทำเค้กไหม้ มะม๊าก็ดุพี่จงเหรินครับ โอ๊ยๆ”ลูกน้องผิวเข้มช่างแหย่แกล้งทำสีหน้าโอดโอยที่ถูกหยิกเข้าให้ข้อหาทำให้หมั่นไส้

“จะว่าไป... น่าคิดเหมือนกันนะพี่ ว่าถ้าคุณอี้ฝานอยู่ด้วยจะเป็นยังไง อ่า... พี่ขอโทษครับ”พูดไปแล้วจงเหรินก็ต้องตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทัน ลืมคิดไปเลยว่าช่านเลี่ยอาจจะน้อยใจที่ปะป๊าไม่มา ทว่าเจ้าตัวกลับส่ายหน้าพลางยิ้มโชว์ฟันน้ำนม

“ไม่เป็นไรหรอกฮับ ไว้มาดูวันจริงก็ได้ จะได้เซอร์ไพรส์”ออกเสียงสำเนียงชัดเป๊ะแต่ก็ยังหันมาถามอีกว่าพูดถูกไหม 

“ลูกใครน้า เก่งจริง”อี้ชิงว่า ก้มลงหอมหัวทุยๆฟอดใหญ่ เริ่มคิดแล้วว่าการให้ลูกท่องศัพท์ภาษาอังกฤษทุกเช้าวันละคำตามเทคนิคของอี้ฝานน่าสนใจไม่หยอก 

ช่านเลี่ยยิ้มกว้างอย่างสดใส 

“ลูกปะป๊ากับมะม๊าฮับ!”

แต่ก็จริงของจงเหรินนะ อี้ชิงเองก็นึกอยากรู้เหมือนกันว่าถ้าคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนี้คืออู๋อี้ฝาน รายนั้นจะจัดการยังไง...

จงเหรินลอบมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจ้านายกับลูกชายแล้วก็ได้แต่เม้มปาก ไหนจะยังเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนเขาที่หลับอุตุสบายใจเฉิบอยู่นี่อีก

  เกลียดตัวเองที่ภาพหญิงสาวในกล้องวงจรปิดนั้นยังติดตา คราแรกเขาคิดว่าอี้ชิงอาจจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ แต่ยิ่งมองท่าทางที่เหมือนปกติไม่ผิดเพี้ยนแล้วคนเป็นลูกน้องก็ได้แต่นึกปลง พี่อี้ชิงน่ะวันๆอยู่แต่ในครัว จะไปรู้อะไรกับคนอื่นเขา 

จริงๆผู้หญิงคนนั้นห่างหายจากวงการไปนานมาก และตอนนั้นจงเหรินเองก็คงจะอยู่ช่วงม.ปลาย นานนมจนพูดได้ไม่เต็มปากว่าเห็นแวบแรกก็จำได้ทันที... 

ไว้ค่อยกลับบ้านค่อยไปดูให้แน่ใจแล้วกัน 

ถึงจะรู้ตัวดีว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองควรเข้าไปยุ่ง แต่อี้ชิงเป็นทั้งคนที่เจ้านาย และพี่ชายที่เขาเองก็ห่วงใย ไม่ว่าต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ตอนนี้... ขอเขาเป็นอีกคนที่ช่วยปกป้องรอยยิ้มของครอบครัวนี้ไว้ก่อนแล้วกัน 


ดวงตาคู่สวยปราดมองไปรอบๆ ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่นี่มันก็ห้องทำงานห้องเดิมของเขา ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกหรูใจกลางเมือง ภายนอกรายล้อมด้วยทัศนียภาพที่เรียกได้ว่าเห็นแทบจะทั่วทั้งเมือง เก้าอี้หนังนุ่มอย่างดี และผลรายงานการดำเนินงานรวมทั้งผลการประชุมก็ไม่ได้มีอะไรติดขัด

กาแฟบนโต๊ะนี่ก็ยังรสชาติเหมือนเดิม เออ...​หรือว่ามันจะไม่เหมือนเดิม ก็ไม่มั้ง ก็ซื้อจากร้านกาแฟแบรนด์ดังขนาดนี้ ควบคุมคุณภาพไม่ได้ชื่อเสียงป่นปี้ไปนานแล้ว 

แล้วอะไรล่ะวะที่มันติดขัด ลู่หานคิดไม่ออกจริงๆ

เขาถอนหายใจเฮือก พลางเอ่ยปากตอบรับเลขานุการที่ขออนุยาตเข้ามาในห้องพร้อมกับแฟ้มรายงานหอบหนึ่งที่เจ้านายเรียกหาเมื่อสิบห้านาทีก่อน

“อ้อ แล้วก็นี่ค่ะ น้องซิ่วหมินฝากมาให้”

เลขานุการสาวยังคงรู้ใจเหมือนเคย ผิดแต่ครั้งนี้ลู่หานเหมือนเห็นภาพหลอน เหมือนโดนอีกฝ่ายกลั่นแกล้งด้วยการเอาปากกาแดงสองเส้นมาขีดเส้นใต้ชื่อ ทับด้วยไฮไลท์สีเหลืองสะท้อนแสง

“อ้อ...”เขาตอบรับแค่นั้น แต่แล้วทั้งตัวก็ชาวาบเมื่อ ‘สิ่งที่คนที่อยู่ในเส้นใต้สำทับด้วยไฮไลท์ฝากมา’ วางลงบนโต๊ะ

ซองจดหมาย... สีขาว

นั่นสินะ ทำไมเขาไม่เอะใจ อาการห่างเหินตั้งแต่วันนั้นจนถึงวินาทีนี้ ทำไมเขาไม่ทันคิดเลยว่าซิ่วหมินอาจจะรู้สึกเจ็บปวดมากกับเรื่องราวคืนนั้นจนไม่เพียงแค่ไม่อยากเห็นหน้าเขา

แต่ถึงขนาดจะไปจากสถานที่ๆเคยเป็นของเขา

ลู่หานกำหมัดแน่น ไม่รู้ตัวด้วยว่าตัวเองขบกราม สีหน้าเปลี่ยนไปจนคนรู้ใจฉงน

“เอ่อ บอสคะ เป็น...”

“เขามาฝากเอาไว้กับคุณ แล้วไม่พูดอะไรเลยเหรอ?”

วงหน้าภายใต้กรอบแว่นอย่างคนทันคนพยักหน้า “ใช่ค่ะ”

“เขาเดินมา ที่ชั้นนี้ มาหาคุณ แล้วเดินออกไป?”

คู่สนทนาพยักหน้าอีกครั้ง 

“ไม่ทักทาย?”

“ทักค่ะ บอกว่าซื้อพวงกุญแจลายน้ำทะเลมาฝากด้วย น่ารักเชียว”

ลู่หานกำหมัดแน่น หนีหน้าไปไม่ลา แต่มีเวลาไปเดินเลือกซื้อของฝาก มาตอนนี้ก็จะมาขอลาออกผ่านเลขา เชื่อเขาเลย! 

หญิงสาวพูดขึ้นอีกเหมือนนึกขึ้นได้ “อ้อ น้องเขาบอกนะคะ ว่าฝากให้บอส”

“ฝาก!?”ลู่หานทวนคำ ขึ้นเสียงกึกก้องจนคนร่วมห้องสะดุ้งโหยง “เรื่องแบบนี้ เรื่องสำคัญขนาดนี้แต่เขาฝากผ่านคุณงั้นเหรอ!”

“อะ เอ่อ...”

นายตัวดี! คิดเหรอว่าเรื่องวันนั้นมันส่งผลกระทบแค่กับตัวเองคนเดียว! แต่ละคืนคิดว่าเขาข่มตาลงด้วยความรู้สึกแบบไหนเพื่อไม่ให้ไพล่ไปถึงคืนวันนั้นที่เราจูบกัน 

เห็นแก่ตัวที่สุด! 

บอสขี้เล่นขวัญใจพนักงานโมโหจนควันจะออกหู “คุณบอกเขานะ กลับไปบอกเขาเลย! ว่าถ้าอยากจะเอาสิ่งนี้มาให้ผม ให้เขาเอามาให้กับผม กับ-มือ-ของ-เขา-เอง!”

ชี้มือชี้ไม้ว่าต้องนั่งลงที่เก้าอี้ตัวนี้เพื่อคุยกันตรงๆ “อย่าคิดว่าผมจะอนุมัติให้ตามไอ้กระดาษโง่ๆแผ่นนี้!”

ทำไมลู่หานถึงเป็นคนเดียวที่คิดว่าเรายังมีอะไรมากมายที่ยังไม่ได้คุยกัน ยังมีอะไรมากมายในความสัมพันธ์กระอักกระอ่วนที่ยังไม่ชัดเจน หรือซิ่วหมินจะเหนื่อยแล้วจริงๆกับการเป็นแค่คนนอกสายตา

ลู่หานไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ อย่างน้อยก็ไม่อยากให้จบลงแบบนี้ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเลือกเดินเกมของตัวเองเสียแล้ว...

...ตอนนี้ใครกันแน่ที่ใจร้าย 

“อะ เอ่อ บอสต้องอนุมัติอะไรด้วยเหรอคะ?”

คำถามของคนที่เคยรู้ใจเสมอทำเขาหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

“หมายความว่าไง!? เดี๋ยวนี้ทำอะไรไม่ต้องผ่านการอนุมัติของผมแล้วเหรอ แปลว่าพนักงานจะสมัครเข้าลาออกอะไรหัวหน้าแผนกก็ทำตามใจตัวเองจนบริษัทผมเป็นสถานที่เดินสวนสนามเลยงั้น....!”

น้ำเสียงกราดเกรี้ยวของผู้บริหารหนุ่มหยุดลงแค่นั้น ทันใดที่พลิกซองสีขาวจนเห็นตัวอักษรสีน้ำเงินพิมพ์ลายสวยงามเด่น

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี สบทบทุนสร้างศาลา... 

ดังกาลเวลาหยุดหมุนลงอีกครั้งภายในห้องทำงานสุดหรูของบอสคนเก่ง แม่เลขาคนเก่งก็เลียบๆเคียงๆบอสของเธออย่างไม่มั่นใจ 

“สรุปว่าเราต้องทำโครงการอนุมัติ...?”

“ไม่ต้อง!”










Talk : 

เป็นอีกตอนที่ปะป๊าหายต๋อม และตอนนี้จงเหรินหล่อจัง คิดไรปะเนี่ย






#findingmommy 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #900 Tiger (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 00:18

    อ่านตอนนี้แล้วเสียวแปร๊บบ เหมือนจะมีเค้าลางดราม่า5555555555

    พี่คิตตี้นี่คือ.....5555555555เข้าใจผิดรุนแรงงง

    #900
    0
  2. #895 Pitshann (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:45
    ทำไมไม่แต่งต่อ สนุกมากๆ
    #895
    0
  3. #891 WOMAN5239 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:04
    บอสโว้ยย พึ่งรู้ว่าจะทอดกฐินทีนึงต้องทำเป็นเอกสารขออนุมัติ55555
    #891
    0
  4. #888 이판 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 13:16
    แง้ เรายังรออยู่นะคะ มาอัพต่อน้าาาาาาาา
    #888
    0
  5. #884 krkornhinz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 23:06
    โอ้ยยย อยากอ่านต่อเเล้ววววว มาต่อเถิดที่รัก ห่างหายไปนาน กลับมาอ่านอีกรอบก้จึ้กเหมือนเดิม นี่อินมากกก
    #884
    0
  6. #883 alleefall (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 01:52
    วอนเธอโปรดจงต่อเถิด เราอยากอ่านต่อมากกก ว่าแต่จะตีพิมพ์เล่มมั้ยคะ
    #883
    1
    • #883-1 MintCullen(จากตอนที่ 20)
      26 พฤษภาคม 2561 / 08:11
      ช่วงนี้งานยุ่งมากเลยค่า TT ถ้ามีโอกาสได้เขียนจนจบและนักอ่านสนใจ จะตีพิมพ์แน่นอนค่ะ
      #883-1
  7. #879 krkornhinz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 13:22
    ไรท์มาอัพต่อเเล้ว ปริ่มมากกกก ตอนเเรกคิดว่าไรท์จะเท นี่เสียดายมากอะ สุดท้ายไรท์ก็มา ตอนเห็นฟิคอัพนี่ดีดเลยอะะ
    #879
    0
  8. #877 KLเป็นของหวาน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 02:18
    ซองกฐิน 55555555555555
    #877
    0
  9. #876 mylittlexing (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:19
    มีความซองกฐิน555 อี้ชิงเบิศมากเลยยย เลิฟ❤❤
    #876
    0
  10. #875 haneulee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 14:26
    ตลกบอสสสสส ทีหลังก็ใจเย็นก่อนนนน 5555555 อี้ชิงเด็ดขาดจริงๆ ตาลุงยามเงิบไปเลย แอบสงสัยว่ายัยแม่ของอาเลี่ยจะกลับมาทำอะไร งานนี้เกิดอะไรขึ้นปะป๊าต้องเด็ดขาดแล้วนะ

    คิดถึงเรื่องนี้มากๆ มาต่อไวๆนะคะ จะรออ่านอยู่ทางนี้~~~
    #875
    0
  11. #874 IrisMaple (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 08:00
    ตอนเห็นว่าตอนใหม่อัพนี่เราอยากจะกรี๊ดๆๆๆๆๆๆ แล้วเต้นไปรอบบ้านเลยค่ะ คิดถึปะป๊ามะม้าอาเลี่ยนน้องป๋ายมากๆๆๆๆ แงงงงงง แฮปปี้แฟมิลี่~

    ตอนนี้กลัวคุณแฟนเก่าเหลือเกินค่ะ กลัวว่าจะมาทำอะไรกับเด็กๆหรือเปล่า คือเราไม่ค่อยห่วงปะป๊ามะม้าเท่าไรนะคะ คือทั้งคู่มีความเข้มแข็งและเด็ดขาดอยู่แล้ว ฝั่งพี่คริสคือถ้าตัดขาดแล้วก็คือขาดเลยอ่ะเราว่า ส่วนอี้ชิงก็อ่อนนอกแต่จิตใจแข็งแกร่งมาก ดูจากการตอกหน้าลุงยามด้วยคำพูดสุดแสนจะมีเหตุผลแต่ทำเอาคนฟังหน้าหงายไปเลยแล้ว พี่ว่าไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วค่ะ เป็นห่วงก็แต่เด็กๆอ่ะ นิ่งชานเลี่ยเป็นเด็กฉลาด ช่างสงสัย น่าจะคิดมากได้เลยอ่ะ แต่พี่เชื่อว่าครอบครัวนี้มีคนช่วยกันตั้งการ์ดปกป้องเต็มไปหมดอยู่แล้ว /รวมถึงพิด้วย นังแฟนเก่าเธอเตรียมใจไว้!!!

    บอสกับซอง(ผ้าป่า)ขาวทำเอาขำออกเสียงเลยค่ะ XD
    #874
    0
  12. #873 ununchuahong (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 07:07
    ขอญาติหมั่นไส้บอสนะคะ บอสคะนั้นซองกฐินโว้ยยยยยย
    #873
    0
  13. #872 IamTheDog (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 20:41
    บอสตลกงะ555555555555555 แต่นุกลัวใจลูกชานเลี่ยมากๆเลย หนูอย่าเศร้านะลูก ปะป๊าไม่มาแต่มะม๊ามานะครับคนเก่ง มะม๊าเท่มากเลยครับ นี้อ่านไปก็หัวร้อนประหนึ่งจงเหริน5555555 ยามนี้สมควรโดน ไร้ความรับผิดชอบยังจะโยนให้คนอื่นอีก อยากให้อาฝานมาจัดการด้วย เอาให้หลาบไปเร่ย แต่อยากให้อี้ฝ่นรู้ด้วยว่านังนี้กลับใายุ่งกับชีวิตอีกละนะ ดูแลเด็กๆกับอี้ชิงด้วย ขอให้คุณเข้มแข็งนะ
    ปล.สู้ๆค่ะไรท์ ดีใจมากเลยไรท์กลับมา เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากจริงๆที่พยายามมากขนาดนี้ รักเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ💕
    #872
    0
  14. #871 zao (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:53
    ช่วงแรกเข้มข้นมากค่ะมะม๊าเด็ดสุด เห็นเงียบๆแต่ดชือดทีเดียว พี่จงเหรินนี่เท่ระเบิดไปเลย แต่แม่ตัวจริงของชายเลี่ยนีืสิไม่น่ารักเอาซะเลย ปิดท้ายตอนได้หักมุมมากค่ะ 555คุณบอสร้อนตัว
    #871
    0
  15. #870 mykray (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 06:22
    น้องป๋ายแปลกหน้าลูก โถถถไปว่าเขาหน้าแปลก 5555 บอสลู่คะเล่นใหญ่มากกกกกก แต่ไปก็ดีบอสได้รู้สึก
    #870
    0
  16. #869 SNamity (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 01:16
    บอสลู่...อย่าลืมอนุมัติกฐินนะคะ...5555555
    #869
    0
  17. #868 bibimbua (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 01:08
    อี้ชิงเด็ดมาก และลู่หานตลกมาก 555555
    #868
    0
  18. #867 BeamE PC. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 00:19
    คิดถึงมากกกกกกกก พอเห็นเเจ้งเตือนว่าเรื่องนี้อัป ดีใจมากกกก ฮือออ รอตอนต่อไปเลยค่าาาา
    #867
    0
  19. #866 little.deer (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 22:22
    บอสลู่ต้องอนุมัติซองกฐินหรอคะ 555555
    กรั๊ดดดด น้องป๋ายเป็นสโนไวท์
    ซิ่วหยานเธอจะมาหาอาเลี่ยทำไม!!!!
    #866
    0
  20. #864 Sexy Beast (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 21:56
    ซองขาวไง บอสมองพลาดไปนิดเดียวเอง อย่าว่าบอก55555
    #864
    0
  21. #863 REAL_CPN (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:34
    อนุมัติซองกฐินจ้าาาาาาา
    #863
    0
  22. #862 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:32
    ฮาคุณบอส โอ้ยยยยย 555555555555555555555 //// ผู้หญิงคนนั้น... แม่ขอบชานเลี่ย? เห้ย เอางี้จริงดิ่ ฮืออออออออ
    #862
    0
  23. #861 Zanaka I (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:08
    โอ๊ยยยยยบอสลู่ ตลก555555
    #861
    0
  24. #860 otaku family (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 19:39
    ขำบอสอยู่นานมาก โอ้ย ตลกตัดอารมณ์มากคุณบอส
    #860
    0
  25. #859 monkeyloveexo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 18:23
    บอสจะอนุมัติซองกฐินหรออออ
    #859
    0