[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 2 : ●▽● ① : Not bad impression (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    6 พ.ย. 58


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!


Chapter 1 – Not bad impression

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

 

“อะไรนะ?? ช่านเลี่ยไม่ยอมกลับบ้าน??”ร่างสูงในชุดคลุมเสื้อกาวน์สีขาวที่กำลังเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวเตรียมเก็บของกลับบ้านเพราะเป็นเวลาออกเวรแล้ว เป็นอันต้องขมวดคิ้วด้วยเมื่อคนขับรถของลูกชายตัวน้อยโทรมารายงานในสิ่งที่ทำเอาเขาแปลกใจ

 

พู่ช่านเลี่ย ลูกชายของเขาไม่ใช่เด็กดื้อ เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ไม่เคยโยเย แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ


“ผมเองก็ไม่ทราบครับคุณอี้ฟาน”คนขับรถคนเก่าคนแก่รีบเอ่ยด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก “คุณหนูเลี่ยเอาแต่บอกว่าจะกลับไปกับเพื่อน พอผมบอกว่าให้โทรหาคุณอี้ฟานก่อนคุณหนูก็ไม่ฟัง จะไปบ้านเพื่อนท่าเดียวเลย นี่ปะป๊าของเพื่อนคุณหนูก็ให้ที่อยู่เอาไว้ ผมกำลังตามไปครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ลุงกลับบ้านเถอะ บอกที่อยู่มาเดี๋ยวผมไปรับเอง”สั่งเสร็จก็กดตัดสายทันทีพร้อมก้าวเดินมุ่งตรงไปยังลานจอดรถ

 

อู๋อี้ฟานถอนหายใจ เมื่อนึกย้อนกลับไปแล้วนึกขึ้นได้ว่าช่านเลี่ยดูซึมผิดปกติตั้งแต่เช้า เพียงแต่ตอนนั้นเขารีบมากเพราะมีเคสผ่าตัดด่วน จนไม่ได้ถามอะไรลูกชายตัวน้อยเลย

ตลอดทางเดินทั้งสาวๆหนุ่มๆไม่ว่าจะคนไข้ พยาบาล หรือหมอด้วยกันเองต่างเอ่ยทักทายเขาตลอดทาง กระทั่งคนที่เขาจำชื่อไม่ได้ก็ยังเอ่ยเรียกเขาเสียราวกับสนิทสนมกันมานาน ซึ่งใบหน้าคมคายก็เพียงส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ตอบกลับไป..

               

ไม่สิ... เขาไม่ได้ตั้งใจจะโปรยเสน่ห์เสียหน่อย มันเป็นของมันแบบนี้อยู่แล้วต่างหาก

               

อี้ฟานรู้ตัวเองดีเสมอ ด้วยอาชีพ และจรรยาบรรณแพทย์ว่าควรจะปฏิบัติตัว หรือวางตัวอย่างไร แต่ดูเหมือนคนรอบข้างจะไม่ได้ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย ซึ่งเขาเองก็พอจะเข้าใจว่าเพราะอะไร

มนุษย์เราล้วนต้องการชื่อเสียง เงินทอง และการมีหน้ามีตาในสังคม ซึ่งเขาที่ถึงแม้จะเป็นพ่อหม้ายลูกติด แต่คุณสมบัติอื่นๆก็ครบถ้วน ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเช้ามาเขาจะได้เจอท่าทางยั่วยวนของนางพยาบาลที่อุตส่าห์มาเข้าเวรเสียแต่เช้า หรือคนไข้ที่พยายามขอเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวโดยอ้างว่าจะคุยเรื่องการรักษา หากความเป็นจริงกลับเป็นเรื่องส่วนตัวเสียอย่างนั้น 

และแน่นอน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ‘ธรรมดา’ เสียด้วย 

“อ้าว.. คุณหมอฟาน จะกลับแล้วเหรอคะ”เสียงหวานที่เอ่ยทักพาเขาหันกลับไปมองก่อนจะส่งยิ้ม


ก็แค่.. ยิ้ม ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ ช่วยไม่ได้ที่รอยยิ้มของเขาจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวที่ราวกับเสือกำลังมองหาเหยื่อ

เอาเป็นว่า... แล้วแต่คนได้รับจะเอาไปตีความแล้วกัน 


“ครับ คุณล่ะครับ ยังไม่กลับเหรอ?”เขาจำชื่อเธอไม่ได้ด้วยซ้ำแต่ก็คุ้นๆหน้าอยู่บ้าง แต่เพียงเห็นสายตาวาววับที่จ้องจะจับเขาแบบนั้นก็ให้รู้ทันทีว่าเพราะเหตุใดพยาบาลแผนกอายุรกรรมคนนี้ถึงมาป้วนเปี้ยนที่แผนกโรคหัวใจ...

“ยังเลยค่ะ พอดีว่า..”นางฟ้าชุดขาวยักไหล่ ก่อนจะคลี่ยิ้มเคลือบลิปกลอสบางๆ “มีนัดนิดหน่อย”

                               

           ผู้หญิงคนนี้หวังจะเห็นสายตาหึงหวงจากเขางั้นเหรอ? เหอะ น่าขันสิ้นดี

มองๆหน้าหล่อนอยู่หลายนาทีหน่อยถึงนึกออกว่าคือคนที่เคยมีเรื่องสนุกๆกันที่ห้องเก็บประวัติคนไข้เมื่ออาทิตย์ก่อน

              

“อ้อ.. ขอให้สนุกนะครับ”อี้ฟานรู้สึกว่าตัวเองยิ้มเยาะ แต่อีกคนก็ยังคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มลึกลับอยู่ดีพร้อมกับเอ่ยขอตัว


จะผู้หญิง หรือผู้ชาย ก็ร้ายพอกัน

“เอ่อ! เดี๋ยวสิคะ! คือ.. ถ้าไม่รังเกียจ พรุ่งนี้คุณหมอฟานพอจะมีเวลาบ้างมั้ยคะ”

เจ้าของชื่อแสร้งทำหน้าคิดเล็กน้อย และทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ สายตาคาดหวังที่ถูกส่งมานั่น..

จะบอกว่าเขากำลังเล่นสนุกอยู่กับความรู้สึกคน.. ก็ไม่ผิดนัก

ก็เขาดันอยู่ในฝ่ายที่เหนือกว่า.. และการเป็นต่อเหนือใครๆ.. มันก็สนุกจริงๆนี่ J

“อันที่จริง... พรุ่งนี้ผมไม่ว่างหรอกนะครับ”ดวงตาคมส่อประกายวับ “แต่... เพื่อคุณ ผมอาจจะมีเวลาสักสิบห้านาทีตอนพัก” หยอดเสร็จก็ยิ้มตอบกลับไปอีกทีจนแน่ใจว่าทีที่เขาหันหลังขอตัว อีกฝ่ายจะต้องกรีดร้องจนแทบดิ้นตายอยู่เบื้องหลังเขาแน่นอน ถึงได้ปลีกตัวออกมา

ยอมรับว่าเขาเองก็เป็นเหมือนเสือตัวหนึ่ง มีเหยื่อมาเสนอให้กินถึงที่... เรื่องอะไรจะไม่รับไว้ และถึงเขาจะไม่ได้หิวตลอดเวลา แต่มีเก็บเอาไว้สนองความต้องการเผื่อเหลือเผื่อขาดบ้างก็ไม่เห็นจะเสียหาย 


แต่.. ก็แค่เหยื่อ คนพวกนั้นเป็นแค่เหยื่อที่จะถูกเขาจับกินจนหมด เหลือไว้แต่ซาก


ไม่มีแม้สักคนเดียวที่จะสมหวังในสิ่งที่ต้องการจากเขา คุณหมออู๋อี้ฟาน ศัลยแพทย์หนุ่มจอมวายร้ายประจำโรงพยาบาล ด้วยวัยเพียงเท่านี้ แต่ฝีมือเทียบชั้นอาจารย์ที่แพทย์อาวุโสหลายคนยังยอมรับ 

หลายๆคน โดยเฉพาะเพื่อนอย่างไอ้หมอเฉินและหมอจุนเหมียน ทั้งคู่รบเร้าเซ้าซี้ให้เขาเลิกเป็นคนแบบนี้เสียที อย่างน้อยก็คิดจริงจัง หาใครมาอยู่เคียงข้างเพื่อทำหน้าที่ในส่วนที่ขาดให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว


มันก็ไม่ใช่ว่าอี้ฟานไม่อยากหยุด แต่มันไม่มีใครทำให้เขาอยากหยุดเองนี่ 


แต่ละคนที่เข้ามาในชีวิต นายแพทย์หนุ่มไม่เคยรู้สึกว่ามีใครที่คู่ควรพอจะมาอยู่ในฐานะมะม๊าของช่านเลี่ย และที่สำคัญ... ช่านเลี่ยก็ไม่เคยแสดงออกว่า ‘ถูกใจ’ ใครคนไหนมากพอ 

ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่อยากให้อาเลี่ยต้องเผชิญกับความสูญเสียเหมือนกับที่เขาเคยเจอ

อยู่ด้วยกันแบบนี้... แค่สองคนพ่อลูกแค่นี้ก็พอแล้ว  

อู๋อี้ฟานมั่นใจว่าเขาทุ่มเทให้ลูกได้มากพอ


พอนึกถึงหน้าเด็กชายตัวน้อยขึ้นมาได้ก็พอดีกันกับที่มาถึงตัวรถ ไม่รอช้าเขารีบสตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งเต็มที่ มือหนึ่งจับพวงมาลัยไว้นั่น อีกข้างมองที่หมายที่คนขับรถส่งมาให้แล้วก็ได้ขมวดคิ้วเพราะไม่คุ้นเคย

          คนพ่อจำได้ว่าช่านเลี่ยมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง และอาเลี่ยเองก็เคยไปเล่นที่บ้านเพื่อนคนนั้น ซึ่งมันไม่ใช่ที่อยู่นี้... เขาสอนอาเลี่ยอยู่เสมอว่าไม่ให้ไว้ใจคนแปลกหน้า แล้วคนๆนี้เป็นใครกันนะ หรือจะเป็นเพื่อนใหม่ แต่อาเลี่ยของเขาไม่ใช่เด็กที่จะไว้ใจคนแปลกหน้าได้ง่ายๆจนถึงขั้นไม่ยอมกลับบ้าน

นี่นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ลูกชายทำให้เขาแปลกใจที่สุดในรอบปี..

 

          คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก


อาเลี่ยไม่ใช่เด็กดื้อ แสดงว่าต้องมีคนให้ท้าย ถึงได้กล้าทำแบบนี้...

                 

               

 `•.¸¸.•´´¯`•• .¸¸.•´`•❤•´´¯`•• .¸¸.•´`•.¸¸.•´´¯`•• .¸¸.•´`•.¸¸.•´´¯`•• .¸¸.•´`•.¸¸.•´´¯`•• .¸¸.•´`•.¸¸.•´´¯`•• .¸¸.•´

 

 

                อี้ชิงนั่งมองเด็กสองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วก็ได้แต่ยิ้มตาม เวลานี้ร้านอาหารของเขาปิดแล้ว เด็กน้อยทั้งสองถึงได้ถือโอกาสจับจองโต๊ะกลางร้านเป็นโต๊ะนั่งเล่น ทำการบ้านไป กินขนมกันคุยกันหงุงหงิงดูมีความสุขเสียไม่มี...

อดคิดไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกว่าวันนี้แววตาของลูกชายจะดูสดใสกว่าทุกวัน คงเป็นเพราะว่าได้เพื่อนใหม่ล่ะมั้ง...

ร่างบางพอจะจำได้ว่าเด็กคนนี้คือ ช่านเลี่ย เป็นคู่กัดคู่ปรับของลูกชายเขา ก็แหม.. กลับบ้านก็มาเล่าที บางวันก็ถูกอีกฝ่ายแกล้ง บางวันก็เป็นฝ่ายแกล้ง โดยเฉพาะวันไหนทีได้แกล้งน้องช่านเลี่ยจนหกล้มหน้าคว่ำบ้างจะเป็นวันที่น้องป๋ายมีความสุขเป็นพิเศษ

นึกแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆสองคนนี้ถึงญาติดีกันได้ แต่เอาเถอะ... มีเพื่อนก็ดีกว่ามีศัตรูนี่นา..

 

“ข้อนี้ตอบอะไรน่ะอาเลี่ย”ป๋ายเซียนว่าพลางชะโงกหน้าไปหาสมุดการบ้านของเพื่อน ช่านเลี่ยรีบเอามือเล็กๆปิดทันที

“ไม่ได้นะ! น้องป๋ายคิดเองสิ!”

เด็กชายตัวเล็กเบะปาก “หูยยยย!คนขี้งก! อาเลี่ยงกงกงกงกงกงกงก!!”

          “อาเลี่ยไม่ได้งก!”ช่านเลี่ยเบะปากตาม มือน้อยๆยังคงปิดคำตอบตัวเองไว้แน่นกันมือของคนตรงข้ามชะโงกมาแกะดู “แต่น้องป๋ายต้องคิดเองห้ามลอก!”

          “อะไรกันครับเด็กๆ”อี้ชิงที่เดินเลี่ยงไปหาขนมมาให้สองหนุ่มรีบเดินมาดู สงสัยที่เขาว่าคุยเล่นกันดูมีความสุข คงต้องถอนคำพูดแฮะ แปปเดียวเองตีกันซะแล้ว

           “น้องป๋ายจะลอกการบ้านอาเลี่ยฮับมะม๊า”ช่านเลี่ยรีบฟ้อง ก่อนเจ้าตัวจะร้องโอ๊ยเพราะถูกมือป้อมหยิกเข้าเต็มแขน

“อาเลี่ยขี้งกแล้วยังจะขี้ฟ้องอีก!!”

“พอเลยๆ น้องป๋าย ไปหยิกอาเลี่ยแบบนั้นได้ยังไงครับ เดี๋ยวเถอะเรา”ส่งเสียงดุจนเด็กตัวเล็กกว่าหน้าหงอย ก้มหน้าลงกับสมุดการบ้านตัวเองตามเดิม ฝ่ายเด็กตัวโตก็ยิ้มอย่างมีชัย ไม่พอยังแลบลิ้นล้อเลียนลูกชายเขาอีก


ภาพที่ผู้ใหญ่คนเดียวอยากจะหลุดขำ แสบไม่แพ้กันเลยจริงๆ


“นี่.. ไหนให้มะม๊าดูซิ การบ้านไม่เห็นยากเลย”ว่าพลางชะโงกหน้าเข้าไปใกล้สมุดการบ้านลูกชาย “ใช่มั้ยครับอาเลี่ย”

“ไม่ยากเลยฮับ คุณคูแทแทสอนแล้วด้วย”ช่านเลี่ยว่าอย่างกระตือรือร้น “น้องป๋ายมัวแต่เล่นกับน้องคยองล่ะสิ”

“น้องป๋ายเปล่านะฮับมะม๊า...”ป๋ายเซียนว่าเสียงอ่อยพลางยกดินสอไม้ขึ้นแทะเมื่อถูกจับได้ จนอี้ชิงต้องคอยจับออกจากปาก “น้องคยองชวนน้องป๋ายเล่นตบแปะ ถ้าน้องป๋ายไม่เล่นด้วยน้องคยองต้องร้องไห้แน่เลย”

อี้ชิงยิ้มขำ “วันหลังถ้าน้องคยองชวนเล่นตอนเรียนอีก น้องป๋ายก็ต้องชวนน้องคยองเรียนก่อนนะครับลูก เข้าใจมั้ย? ชวนน้องคยองคิดเลขกัน มะม๊าว่าสนุกดีออก ใช่มั้ยครับอาเลี่ย”

ช่านเลี่ยยิ้มกว้าง พลางมือเล็กๆก็เขียนคำตอบของข้อต่อไปในสมุด“ใช่ฮับมะม๊า อาเลี่ยชอบคะนิดศาสตร์”

               

                นี่ก็อีกเรื่อง.. ตั้งแต่ตอนที่ออกมาจากโรงเรียน เด็กสองคนนี้ก็เรียกเขาว่ามะม๊า มะม๊ามาตลอดทาง ครั้งแรกที่ได้ยินเขาก็นึกว่าตัวเองหูฝาดไปเพราะมันออกเสียงคล้ายๆกัน แต่พอเจ้าตัวน้อยทั้งสองเรียกเข้าบ่อยๆเขาถึงได้สังเกต ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนี้แอบไปตกลงอะไรกันลับหลังรึเปล่า

แต่อี้ชิงก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจ.. จะปะป๊าหรือมะม๊า มันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ

  ดีซะอีก.. เผื่อว่าป๋ายเซียนจะเลิกคิดถึงปมของตัวเองบ้าง

         อีกอย่าง... เด็กน้อยช่านเลี่ยนี่ก็น่ารักจนเขานึกอยากได้มาเป็นลูกอีกคนจริงๆ 


ดูสิ ไม่ว่าจะหน้าผาก คิ้ว ดวงตา จมูก หรือปาก ตอนนี้เครื่องหน้าอาจจะยังดูจิ้มลิ้มมองไม่ออก แต่ก็มีเค้าความหล่อมาแต่ไกล 


อยากเห็นหน้าคนเป็นพ่อแม่จริงๆ ต้องหน้าตาดีมากๆแน่เลย

 

“แต่น้องป๋ายไม่ชอบ”ป๋ายเซียนยู่หน้าพลางกอดอก “เครื่องคิดเลขก็มีนี่ฮับ” เจ้าตัวกลมบุ้ยใบ้ไปยังเครื่องแคชเชียร์ที่เห็นอี้ชิงกดตลอด

“เครื่องคิดเลขไม่ได้คิดออกทุกอย่างหรอกลูก อีกอย่างคนเราเนี่ยบางทีก็คิดเลขเร็วกว่ามันอีกนะ น้องป๋ายอยากคิดเลขเร็วๆมั้ยครับ”พอเห็นเจ้าตัวเล็กยังทำหน้างอง้ำ ร่างบางก็เล่าต่อ

“น้องป๋ายกับอาเลี่ยเคยได้ยินเรื่องปีศาจเครื่องคิดเลขมั้ย?”พอได้ยินเรื่องแปลกๆ เด็กน้อยสองคนก็หันขวับมามองเขาทันที

 

แอบยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ... แผนหลอกล่อเด็กๆมันต้องแบบนี้แหละ ยิ่งถ้าเป็นนิทานจะเชื่อเป็นตุเป็นตะ

 

“เจ้าปีศาจเครื่องคิดเลขเนี่ยนะ มันจะออกมารังแกเด็กๆก็ต่อเมื่อเราใช้มันบ่อยเกินไป ยิ่งเราไม่พยายามคิดเอง มันก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น...”

ช่านเลี่ยดูจะสนใจมาก ถึงกับชะโงกหัวทุยๆเข้ามาฟังทีเดียว จนคนเล่าอดไม่ได้จะยกมือขึ้นลูบแก้มใสๆนั่นเบาๆ

“แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่ป๋ายเซียนกับช่านเลี่ยไม่ยอมคิดเลขเอง มัวแต่จะใช้เครื่องคิดเลขล่ะก็... มันก็จะออกอาละวาด...!”ว่าแล้วก็แกล้งทำเสียงดังตาโตพร้อมชูไม้ชูมือขึ้น เอาซะเจ้าตัวเล็กสองคนที่นิ่งฟังสะดุ้งเฮือก

      “แล้วเด็กๆก็จะคิดเลขเองไม่ออกอีกเลย...”

 

ตลอดการเล่า... อี้ชิงสังเกตว่าช่านเลี่ยมองมาที่เขาด้วยดวงตาเป็นประกาย ราวกับว่าเจ้าตัวน้อยตรงหน้านี้ไม่เคยฟังนิทานมาก่อนเลยยังไงยังงั้น เห็นอย่างนั้นแล้วเขาก็ได้แต่ยิ้ม

เขาเล่านิทานให้ป๋ายเซียนฟังทุกวันก่อนนอน สงสัยจะเล่าเก่งจนกลายเป็นนักเล่านิทานมืออาชีพได้แล้วล่ะมั้งนี่

 

       “หูย... น้องป๋ายกลัว แบบนี้ถ้าน้องป๋ายไปซื้อไอติมเอง แล้วได้ตังค์ทอนไม่ครบ คุณหมูของน้องป๋ายก็จะผอม”เจ้าตัวเล็กพึมพำถึงกระปุกออมสินบนหัวเตียงตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วแน่น ลั่นวาจา“มะม๊าฮับน้องป๋ายจะตั้งใจเรียนคนิด!”

   “การบ้านง่ายๆน้องป๋ายยังทำไม่ได้เลย น้องป๋ายจะคิดเลขได้ไง”

   “อาเลี่ยเงียบไปเลย!”

พอเด็กสองคนทำท่าจะตีกันอีก ผู้ใหญ่ตัวขาวก็รีบห้าม “ไม่เอานะเด็กๆ ถ้าทะเลาะกันมะม๊าจะไม่ให้มาเล่นด้วยกันแล้วนะ” ขู่เข้าหน่อยก็หน้าหงอยจนคนที่สวมบทโหดพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นหัวเราะ ดูเอาสิ เบะปากท่าเดียวกันไม่มีผิด ไม่รู้ว่าใครลอกใครมา


 

เหมือนมีลูกชายจอมแสบสองคนยังไงยังงั้น

 

แปปเดียวเจ้าจอมซนของเขาก็พูดขึ้นมาอีกพลางแทะหัวดินสอ ซึ่งเขาก็ต้องคอยเอาออกอีก “ก็อาเลี่ยเรียนเก่งนี่... สอบก็ได้ที่1”

“งั้นดีเลย”ยกยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่ข้างแก้ม “อาเลี่ยก็ต้องสอนน้องป๋าย ดีมั้ยครับ? ช่วยกันเรียน จะได้เรียนเก่งเหมือนๆกัน ดีมั้ย”

“แต่อาเลี่ยเต้นสู้น้องป๋ายไม่ได้หรอก”ป๋ายเซียนเชิดหน้า “ตอนช่วงโมงดนตรีของคุนคูมิยอง อาเลี่ยเต้นเพลงฮิปโปตล๊กกกตลก เนี่ยมะม๊าดูนะฮับน้องป๋ายจะเต้นให้ดู” พูดไม่พูดเปล่าร่างเล็กลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้และเริ่มส่ายก้น “ฮิป ฮิปโป....”

พอโดนแซวเข้าหน่อยช่านเลี่ยก็หน้าบูด “ก็อาเลี่ยไม่ชอบเต้นนี่!”

  อี้ชิงจับลูกชายตัวเองให้นั่งลงดีๆ “งั้น... จากนี้ไปเราสองคนต้องช่วยกันเรียน ดีมั้ยครับ อาเลี่ยสอนน้องป๋ายคิดเลข ส่วนน้องป๋ายก็สอนอาเลี่ยเต้นเพลงฮิปโป ดีมั้ยหืม?”อดไม่ได้จะเอื้อมมือไปยีผมเด็กชายน่าเอ็นดูสองคน

        “ก็ได้ฮับ”ช่านเล่ยพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะปีนลงจากเก้าอี้แล้วดันมันเข้าไปชิดกับเก้าอี้น้องป๋าย เจ้าตัวเล็กช้อนสายตาขึ้นมองเขาด้วยดวงตากลมโตสุกใส “มะม๊าฮับ”

 

“ว่าไงครับอาเลี่ย”

เจ้าตัวเล็กก้มหน้าลงเกาหัวเล็กๆของตัว ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเขาอีกรอบ


“อาเลี่ย.. อาเลี่ยชอบมะม๊า”

          

คนเป็นมะม๊ายิ้มกว้างไม่รู้ตัวกับคำบอกซื่อๆนั่น มือบางยกขึ้นยีหัวทุยๆอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนตอบกลับ “มะม๊าก็ชอบอาเลี่ยเหมือนกันครับ” ไม่ได้โกหกเด็ก ไม่ได้อยากพูดเพราะให้เด็กดีใจ แต่เพราะอี้ชิงรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ


 

เด็กชายตัวน้อยยิ้มเขินจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะเบือนสายตากลับไปหาสมุดการบ้านของเพื่อน “มามะ อาเลี่ยจะสอนให้นะน้องป๋าย”

อี้ชิงยิ้มพอใจเมื่อเด็กสองคนสงบศึกกันได้ในที่สุด ท่าทางอาเลี่ยดูเป็นเด็กหัวไวเอามากๆ แล้วก็ดูสุภาพไม่แก่นแก้วเท่าน้องป๋ายเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่คงจะภูมิใจน่าดู...

 

เด็กน้อยพู่ช่านเลี่ยลอบมองใบหน้าขาวใสของปะป๊าเพื่อนตัวเล็กแล้วก็ยิ้มตาม หัวใจดวงเล็กๆพองโตขึ้นกับทุกๆการกระทำของผู้ใหญ่คนนี้...

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่นั่งรถเมล์กลับบ้านมาด้วยกัน ถึงจะไม่สบายเหมือนรถคันหรูของคุณลุงคนขับรถ ถึงจะมีฝุ่นเยอะและอาเลี่ยไม่ชอบ แต่มะม๊าก็เอามือปิดให้ พอกลับมาถึงบ้านก็สอนเขาล้างมือจนหอมสบู่ไปหมด ไม่พอยังให้เขากินขนมที่น้องป๋ายโม้นักหนาว่ามะม๊าเป็นคนทำเอง

อาเลี่ยจำได้ว่าขนมแบบนี้ปะป๊าก็เคยซื้อให้ แต่เขาไม่เคยกินขนมแบบนี้ที่ไหนแล้วอร่อยแบบนี้มาก่อน... ไหนจะยังเรื่องปีศาจเครื่องคิดเลขที่เขาไม่เคยได้ยินอีก

แล้วเขาก็ยิ่งดีใจ... ดีใจที่สุด... ที่รู้ว่ามะม๊าเองก็ชอบเขาเหมือนกัน

 

 

 

 

กริ๊ง...

เสียงกระดิ่งว่ามีคนเข้าร้านพาเอาอี้ชิงหันไปมอง กำลังจะอ้าปากบอกว่าร้านปิดแล้วแต่ก็ทำได้แค่ค้างไว้... เมื่อแอบสะดุดไปนิดกับความหล่อเหลาราวเทพบุตรของคนตรงหน้า...

 

ร่างสูงของผู้มาเยือนอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสะอาดที่พับแขนเสื้อไปจนถึงข้อศอกกับกางเกงแสล็กสีเข้ม อี้ชิงบอกไม่ได้ว่าเครื่องหน้าหรืออะไรตรงไหนที่ดูโดดเด่นที่สุด เพราะทุกเครื่องหน้าที่เพอร์เฟ็กต์นั้นช่างรับเข้ากันได้เป็นอย่างดีจนยากที่จะไม่ให้หยุดหายใจยามเผลอจ้องมอง

 

เขารีบกระพริบตาปริบๆ เรียกสติของตัวเองคืนมาเมื่อรู้สึกตัวว่าจ้องอีกฝ่ายนานไปหน่อย “เอ่อ.. ขอโทษนะครับ ร้านเราปิดแล้ว”

“ผมมารับช่านเลี่ยครับ”ร่างสูงตรงหน้าเอ่ยสั้นๆด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มสุภาพ พร้อมกับรอยยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้านั้นดูหล่อเหลาขึ้นเป็นกองก็จริง 

แต่ทำไมกันนะ อี้ชิงกลับไม่รู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลังยิ้มออกมาจากใจจริงๆ มันเหมือนเป็นแค่ยิ้มตามธรรมชาติเท่านั้น


และมันก็ดูไม่จริงใจเอาซะเลย 

“ปะป๊า!”ช่านเลี่ยร้องออกมาทันทีพลางตะกายลงมาจากเก้าอี้ วิ่งตึกตักโผเข้าหาอ้อมกอดของร่างสูงใหญ่ที่อ้าแขนรออยู่ก่อนแล้ว

               

     อดตกใจเล็กๆไม่ได้เมื่อสติกลับเข้าร่าง... อี้ชิงก็จำได้ทันที ผู้ชายคนนี้คือ อู๋อี้ฟาน อดีตนายแบบที่ลาวงการแล้วผันตัวมาเป็นแพทย์หนุ่มที่ฮอตที่สุดในประเทศ ที่หมายปองของคนแทบทุกเพศทุกวัย เขาเองก็เคยได้ยินข่าวของคนๆนี้มาบ้างเมื่อหลายปีก่อน เพราะอดชื่นชมถึงความหล่อเหลาของคนๆนี้ไม่ได้ น่าเสียดายที่เจ้าตัวลาออกจากวงการทั้งๆที่เป็นนายแบบหนุ่มอนาคตไกลที่สุดของวงการในขณะนั้น ข่าวลือตอนนั้นแว่วมาว่าเป็นเพราะไปทำผู้หญิงท้อง หรือยังไงนี่แหละเขาก็จำรายละเอียดไม่ได้หรอก

ถึงจะไม่ได้ชื่นชอบอีกฝ่ายจนเข้าข่ายคลั่งไคล้ แต่พอได้มาเจอจังๆโดยไม่ทันได้ตังตัว... ก็อดตะลึงไม่ได้เหมือนกัน  ตัวจริงดูดีกว่าตามหน้านิตยสาร หรือตามจอแก้วอยู่มากโข และถึงช่านเลี่ยลูกชายจะหน้าหวานกว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าความดูดีเกินกว่าครึ่งของผู้ชายตรงหน้าถูกถ่ายทอดมายังเด็กคนนี้                

สรุปว่า... ข่าวเม้าที่ลือกันทั้งประเทศอยู่ระยะหนึ่งนั่นเป็นเรื่องจริงสินะ


อี้ชิงยักไหล่ แล้วไง ก็แค่อดีต 


แถมยังมีลูกชายที่น่ารักแล้วก็ฉลาดแบบนี้ น่าภูมิใจจะตายไป 

 

ใบหน้าคมคายก้มลงหอมแก้มยุ้ยๆฟอดใหญ่ “ไหนครับเด็กดื้อ ทำไมไม่ยอมกลับบ้านกับคุณลุงหืม?”

“อาเลี่ย... อาเลี่ย...”เด็กน้อยหันรีหันขวาง พูดชื่อตัวเองตะกุกตะกักพลางหยิบเนกไทเขาขึ้นมาเล่น “อาเลี่ยอยากมาเล่นบ้านน้องป๋ายฮับ”

“หืม?”ท่าทางที่ไม่ยอมสบสายตาเขาของช่านเลี่ยทำคุณพ่อตัวสูงต้องขมวดคิ้วขึ้นมาอีกระลอก 

อาเลี่ยโกหกเขา..?

“สวัสดีฮับปะป๊าของอาเลี่ย”แรงกระตุกที่ขาทำเขาต้องก้มลงมอง เด็กตัวน้อยอีกคนที่สูงไม่ถึงเข่าด้วยซ้ำยืนยิ้มโชว์ฟันน้ำนมอยู่ตรงนั้น 

“ผมชื่อป๋ายเซียนนะฮับ ให้ผมเรียกปะป๊าอาเลี่ยว่าปะป๊าได้มั้ย?”

     “ได้แน่นอนครับตัวเล็ก”ว่าพลางย่อตัวลงให้ระดับสายตาอยู่ใกล้ๆกัน เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่านึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น ไม่รู้ทำไม


อาจเป็นเพราะรอยยิ้มสดใส หรือถ้อยคำกับน้ำเสียงซนๆนั่นล่ะมั้ง

 

“เย้!! ปะป๊าฮับ นั่นปะป๊าของน้องป๋าย แต่จากนี้จะเป็นมะม๊าของเรานะ!!”ช่านเลี่ยว่าอย่างกระตือรือร้น

 

คำบอกนั่นทำเอาคุณหมอหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว พลางหันมองใครอีกคนที่ลุกเดินเข้ามาใกล้ พิจารณายังไง.. ไม่ว่าใบหน้านั่นจะสวยหวานสักแค่ไหน ก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ดี


แล้วทำไมถึงเป็นมะม๊า ?

 

“สวัสดีครับ ผมจางอี้ชิง ปะป๊าของป๋ายเซียนครับ”ยืดตัวขึ้นพร้อมมองลึกเข้าไปในดวงตาเรียวราวกระต่ายคู่นั้น รอยยิ้มที่ถูกส่งมาทำเอาเขาเผลอยิ้มตามขึ้นมาเล็กน้อย “ต้องขอโทษที่พาอาเลี่ยมาโดยพลการนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ลูกชายผมคงดื้อเอง ผมอู๋อี้ฟาน”พูดแล้วก็ยื่นมือออกไปให้จับ อี้ชิงชะงักมองเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปจับด้วย

               

ทักทายการคุ้นเคยแบบฝรั่งงั้นเหรอ..?

               

แต่อีกคนกลับคิดไปอีกอย่าง...

               

ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มเมื่อความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นกลางใจ จนต้องดึงมือออกอย่าง’สุภาพ’ที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไปเถอะอาเลี่ย กลับบ้านกันได้แล้วครับ”

“อาเลี่ยขออีกห้า เอ้ยๆ สิบ สิบนาทีฮับปะป๊า อาเลี่ยกำลังทำการบ้านกับน้องป๋ายอยู่ เนอะน้องป๋าย”

“อื้อ”

“แล้วอาเลี่ยไม่หิวเหรอครับ”ว่าพลางเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ “นี่มันเวลาอาหารเย็นแล้วนะ”

ช่านเลี่ยยิ้มเผล่พลางเอามือลูบพุงตัวเอง “อาเลี่ยกินบูเบอรี่ชี้ดพายไปแล้วฮับปะป๊า มะม๊าทำเอง อร้อย.. อร่อย”

เด็กสองคนจูงมือกันวิ่งดุ๊กๆกลับไปที่โต๊ะ เข้าสู่โลกแห่งการบ้านของตัวเอง ทิ้งให้เขามองตามค้างอยู่อย่างนั้น อาเลี่ยยังไม่รอให้เขาอนุญาตด้วยซ้ำ? แล้วนั่นอะไร ให้ลูกของเขากินขนมที่ทำเอง?

อดไม่ได้จะหันมองไปรอบๆร้านที่ถูกตกแต่งให้เป็นสไตล์ยุโรป... ตอนเข้ามาอู๋อี้ฟานก็สังเกตเหมือนกันว่าเป็นร้านอาหารฝรั่งเล็กๆ แต่บรรยากาศก็น่ารักดี


จะมีก็แต่เจ้าของร้านล่ะมั้ง ที่อาจจะไม่ได้ ‘ดี’ เหมือนที่ๆตัวเองอยู่

 

 

 

“ถ้าไม่รังเกียจ.. รออยู่ตรงนี้นะครับ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้”ปะป๊าของเด็กอีกคนเอ่ยพลางส่งยิ้มบาง เขาหันกลับมามองเล็กน้อยก่อนจะเบือนสายตาไปทางอื่น

 

ท่าทางหยิ่งยะโสที่ทำเอาอี้ชิงพาลฉุนกึก..

 

ให้ตายเถอะ คนๆนี้นี่มันอะไร ต่อหน้าเด็กๆก็ดีอยู่นี่ แล้วท่าทางเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไง?

  พยายามส่ายหัวบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจกับท่าทางแอบไม่มีมารยาทนั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำให้อีกคน ก่อนจะรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเดินตามมา เขาถึงได้หันกลับไปบอก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณไปนั่งรอกับเด็กๆเถอะ”


ทว่าอีกฝ่ายกลับเอ่ยเสียงเรียบ “ผมมีเรื่องอยากคุยด้วยนิดหน่อยน่ะครับ”


อี้ชิงรับคำทั้งที่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยเข้าใจท่าทางของผู้มาใหม่คนนี้เท่าไหร่ แต่ก็เดินนำไปยังส่วนของห้องครัว 


เพิ่งจะรู้จักกันเอง มีเรื่องอะไรต้องคุยด้วยเหรอ? แล้วทำไมต้องทำหน้าเครียดแบบนั้นล่ะ

ผู้ชายอะไร หล่อก็หล่ออยู่หรอก แต่เข้าใจยากชะมัด


ร่างบางไม่ใช่คนใสซื่อขนาดที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้าเขาเท่าไหร่ ดูจากสายตาที่ต่อหน้าเด็กๆก็มองเขาดีๆ แต่ลับหลังนี่สิมองเขาอย่างกับรังเกียจนักหนา ไหนจะยังการทักทายแบบนั้นอีก

อี้ชิงไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายคิดจะทดสอบอะไรเขารึเปล่า แต่เขาก็แค่ยื่นมือตอบกลับไปทักทายด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายเก้อเท่านั้น 

แต่คิดไปคิดมา... ก็คงเป็นเพราะเขาพาอาเลี่ยมาโดยพลการ มองกลับกัน ถ้าอีกฝ่ายพาน้องป๋ายไปที่บ้านบ้าง ต่อให้แค่พาไปเล่นกับลูกชายเฉยๆไม่ได้มีอันตรายที่ไหน เขาเองก็คงหงุดหงิดเหมือนกัน... ล่ะมั้ง? 

 

   แต่ว่านะ... อีกฝ่ายน่ะหล่อเหลือร้ายจริงๆเลย

 

ทำไมเขาไม่หล่อแบบนั้นบ้างน้า...

 

                “ร้านอาหารนี้ของคุณเหรอครับ?”

“อ้อ ครับ”อี้ชิงตอบคำถามที่ถูกส่งมากะทันหันพลางเดินวนหาแก้วน้ำ “ผมเรียนคหกรรมมา แล้วก็เลยมาเปิดร้านเล็กๆที่นี่ คุณล่ะครับ”

อดไม่ได้จะถามออกไปบ้าง ไหนๆลูกๆเราก็ดูสนิทกันดี ทำความรู้จักเอาไว้ก็คงไม่เสียหาย

“ผมเป็นหมอครับ ที่โรงพยาบาล....”

เขารับคำตอบที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังนั้นพร้อมกับร้องอืมในลำคอ มือก็ขยับรินน้ำเย็นเฉียบใส่แก้วเรียบร้อย พอหันหลังกลับเท่านั้นล่ะก็เป็นอันสะดุ้งโหยง เมื่อคนที่อยู่ในความคิดเมื่อครู่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ไม่รู้ว่ามายืนซ้อนหลังเขาใกล้ขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

 

สายตาคมที่มองตรงมาทำเอาอี้ชิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยออกไปเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างหนาเบียดเข้ามาใกล้จนเกินจำเป็น

 

“เอ่อ... ขอโทษครับคุณอี้ฟาน มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่า”

 

แว่วได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากลำคออีกฝ่าย พร้อมกับรอยยิ้มบางที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่...ก็นั่นล่ะ ในนัยน์ตาอีกฝ่ายไม่ได้ยิ้มไปตามปากเลย

 

“อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ.. ว่าคุณคิดจะทำอะไร”

 

“หา???”อี้ชิงกระพริบตาปริบ ไม่เข้าใจทั้งท่าทางพิลึกๆ กับคำคำพูดแปลกๆนี่เลย 

ร่างสูงดันตัวเข้ามาใกล้ จนแผ่นอกหนาแทบจะชนกับแก้วน้ำในมือบาง 

เสียงทุ้มกระซิบ ทว่าเฉียบขาดจนน่ากลัว 

“ถ้าคิดจะจับผมล่ะก็.. เปลี่ยนมาใช้วิธีอื่นดีกว่า อย่าเอาเด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาเกี่ยว”

“ว่าไงนะ?? นี่คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เข้าใจ”พยายามที่จะสูดลมหายใจลึกเพื่อรวบรวมสมาธิให้ตั้งรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ก็ได้กลิ่นแต่เพียงโคโลญจน์ของอีกฝ่ายเท่านั้น

แหง.... อยู่ใกล้กันขนาดนี้

แล้วร่างบางก็เป็นอันต้องเบิกตากว้าง โน้มตัวหนีแทบไม่ทันเมื่อริมฝีปากโน้มเข้ามาจนแทบชิด ทว่าสายตานั่นส่อแววรังเกียจชัดเจน!

“อย่ามายุ่งกับอาเลี่ย”

“ผมก็ไม่ได้ยุ่ง”อี้ชิงว่าพลางดันอกแกร่งออกห่าง ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงมีท่าทีแบบนี้ “ใครคิดจะจับคุณ พูดบ้าบออะไร”

“หึ อย่ามาทำหน้าใสซื่อแบบนั้นเลยจางอี้ชิง คุณมันก็เหมือนคนอื่นๆนั่นแหละที่คิดจะเข้าใกล้ผม แต่ไม่ว่ายังไง อย่าใช้วิธีนี้ เพราะถ้าคุณทำให้อาเลี่ยเสียใจ ผมไม่เอาคุณไว้แน่!”

 

ประกายตารังเกียจที่ส่งมาชัดทำเอาเส้นความอดทนในใจของเชฟหนุ่มขาดผึง


“ขอโทษะครับคุณอู๋อี้ฟาน แต่คุณเป็นบ้าอะไร”ประกายตาฮึดสู้จากคนในอ้อมแขนทำเอาคนที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าผงะไปนิด “ทำไมผมต้องอยากเข้าใกล้คุณ โอเคคุณมันหล่อ คุณมันเพอร์เฟ็กต์ แล้วไงต่อครับ? ใครที่เจอคุณ คุณก็เหมาเอาหมดเลยเหรอว่าเขาอยากได้ตัวคุณน่ะ มองโลกแบบไหนเนี่ย”ว่าแล้วก็อดไม่ได้จะตำหนิ


อี้ฟานยิ้มเหยียด “อ้อ.. งั้นสิ แล้วไหนอธิบายซิว่าทำไมเด็กๆถึงเรียกคุณว่ามะม๊าทั้งๆที่ก็เห็นอยู่ว่าคุณเป็นผู้ชายเหมือนผม”

“ผมจะไปรู้ได้ยังไง เด็กๆเขาก็เรียกของเขาเอง คุณไม่เข้าใจจินตนาการแบบเด็กๆเหรอ”

แว่วได้ยินเสียงหัวเราะขึ้นจมูกจากคนตรงหน้า “อ้อ.. งั้นสิ เอาเด็กมาอ้าง? บอกมาดีกว่าว่ามันเป็นแผนของคุณที่คิดจะจับผม”

อี้ชิงอ้าปากค้างกับความคิดของคนตรงหน้า ขยับปากตั้งใจว่าจะอธิบายอะไรให้มันชัดเจน แต่แล้วก็ตัดสินใจสงบศึกไม่พูดต่อ คนพาลแถมยังทัศนคติพิลึกแบบนี้พูดด้วยก็เสียดายเวลาเปล่า

“เอาล่ะ ผมเข้าใจนะว่าคุณโกรธที่ผมพาอาเลี่ยมา แต่อาเลี่ยเป็นคนขอตามมาเอง และผมก็..”

“ก็สบโอกาสใช้ความไว้วางใจของลูกชายผม”

ร่างบางกลอกตาขึ้นฟ้า กำมือตัวเองแน่นเพื่อระงับอารมณ์สุดชีวิต ถึงในใจจะโกรธจนแทบกรี๊ดกับทั้งสายตาและคำพูดดูถูกทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็ตาม ยังไงซะเขาก็เห็นแก่เด็กๆที่ยังอยู่ข้างนอก

 

 

“ตามใจ คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณแล้วกัน”พูดจบก็ทำท่าจะผละออกไป แต่ก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อแขนทั้งสองข้างถูกคนข้างหน้านี่จับเอาไว้แน่น ไม่พอยังอาศัยแรงที่มากกว่าดันแผ่นหลังเขาจนหลังติดตู้เย็น

“เป็นบ้าอะไรของคุณ!!”

 

 

 

 

อู๋อี้ฟานยิ้มเยาะทั้งที่ในใจนึกขัดใจสุดขีดเมื่อเห็นท่าทีอวดดีของคนตรงหน้า

เขาเจอคนมาเยอะ มารยาเข้าหาสารพัดหลากหลายรูปแบบ แต่แบบที่เขาเกลียดที่สุดคือการใช้ลูกชายของเขาเป็นทางผ่าน เข้ามาหลอกล่อให้ช่านเลี่ยติด แต่พอเขาไม่เล่นด้วยก็ไม่เคยกลับมามองลูกชายเขาอีกเลย 

“ก็ให้ในสิ่งที่คุณต้องการไง คุณอี้ชิง”


หวังจะได้แต่ตัวเขา แต่ไม่เคยคิดถึงจิตใจของช่านเลี่ย 

 

....และเขาจะไม่ยอมให้ลูกชายต้องเจ็บปวด


               

“เวลาสิบนาทีนี้คงพอที่จะทำอะไรสนุกๆได้ คุณว่ามั้ย”


ยิ่งเห็นท่าทีตื่นเล็กๆของคนตรงหน้า ท่าทางราวกระต่ายที่หลบมุมไร้ทางหนีทำเอาเขาเหยียดยิ้ม

 

หึ... เก่งนักเหรอทำหน้าใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราว จนอี้ฟานเองยอมรับว่ายังเกือบหลง แล้วนับประสาอะไรกับลูกชายของเขาที่ไร้ภูมิคุ้มกันเรื่องคนร้อยเล่ห์

คอยดูแล้วกัน... ได้ครางดังๆสักทีสองที ก็คงเผยไต๋ออกมาจนหมดเปลือก!

ใบหน้าคมคายเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้... ใบหน้าขาวใสนั่นขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทุกๆบริเวณที่จมูกโด่งลากผ่านไปเริ่มร้อนและขึ้นสีจน... 

....น่ามอง

โดยไม่รู้ตัว เผลอใจเต้นแรงขึ้นมาทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องรีบเลื่อนสายตาไปหาริมฝีปากแดงฉ่ำที่อยู่ใกล้จนเพียงขยับนิดเดียว... เขาก็จะได้ครอบครอง...

               

ซ่าา!!

“เฮ้ย!”

ร่างสูงผละออกทันทีเมื่อน้ำเต็มๆแก้วถูกสาดเข้าที่เป้ากางเกง เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่มีสีหน้าตื่นตะลึงไม่แพ้กัน

“นี่คุณ!”เผลอสบถเสียงดังเพราะตอนนี้กางเกงเนื้อผ้าสีดำเปียกแฉะไปหมด

 

อี้ชิงหอบหายใจถี่รัว สายตามองตรงมาที่เขาบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังโมโหสุดขีด มือบางยังคงถือแก้วน้ำไว้ในมือค้างเอาไว้ในท่าสาดเขา...

ตอนนี้อี้ฟานชักไม่แน่ใจแล้วว่าที่อีกฝ่ายหน้าแดง.. เพราะเขินอาย หรือโกรธ!

ริมฝีปากบางเม้มแน่นพร้อมกับหอยหายใจเข้าลึก จางอี้ชิงพยายามอย่างยิ่งที่จะรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเพราะเผลอไผลไปกับสัมผัสวาบหวิวที่อีกฝ่ายมอบให้ 


“นี่ไง... อยากเปียกไม่ใช่เหรอ จัดให้ ไม่ต้องถึงสิบนาทีหรอกนะครับ คุณอู๋อี้ฟาน!”


เจ้าของชื่อขบกรามแน่น “คุณนี่มัน...!”

“ทำไม!”ร่างบางว่าพลางใช้แก้วในมือชี้หน้าอีกฝ่าย “จะเอาอีกสักน้ำมั้ยล่ะ ห๊ะ! ไอ้คนโรคจิต วิปริต หื่นกาม!”ด่าออกไปแล้วก็ตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทันเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว เมื่อเด็กสองคนวิ่งโร่เข้ามาในครัวตามเสียงของเขา

 

ช่านเลี่ยตาโต “ปะป๊า! ทำไมปะป๊าตัวเปียกฮับ!”

เด็กน้อยสองคนหันมองแก้วในมือมะม๊าตัวเองแล้วก็ได้แต่มองสลับกันไปมา..

“คือ...”ร่างสูงนึกคำแก้ตัวไม่ออก แต่อีกฝ่ายไวกว่าเขามาก

“บังเอิญปะป๊าเขาหิวน้ำน่ะครับ แล้วมะม๊ารีบไปหน่อย ก็เลยว่าจะป้อนน้ำให้ จริงมั้ยครับคุณอี้ฟาน” หันไปเอ่ยเหตุผลกับลูกชายสองคนที่พยักหน้าหงึกหงักรับเหตุผล แล้วก็หันมาแยกเขี้ยวใส่ร่างสูงตรงหน้า

“ครับลูก”รับผ้าสะอาดมาจากอีกฝ่ายี่นส่งมาให้อย่างไม่เต็มใจนัก

“พอดีปะป๊าอยากกินน้ำ แต่ดูเหมือนมะม๊าจะไม่ค่อยเต็มใจให้กิน


“อ้อ”อี้ชิงวางแก้วลงกับอ่างล้างจาน ก่อนจะหันมามองคู่กรณี “งั้นก็เชิญไปหาน้ำที่อื่นกินดีกว่านะครับ ที่นี่มันไม่มีน้ำแบบที่ปะป๊าต้องการหรอก

        

        ผู้ใหญ่สองคนแทบจะส่งสายตาหากันเป็นกระแสไฟฟ้าอยู่แล้ว แต่เด็กสองคนกลับหันมองหน้ากันแล้วยิ้มกว้าง นิ้วเล็กๆสะกิดกันไปกันมาอย่างตื่นเต้น

“อาเลี่ย น้องป๋ายชอบปะป๊าอาเลี่ยจัง ล้อหล่อ ขนาดหุดหิดยังเท่เลย”

“หงุดหงิดต่างหาก”ช่านเลี่ยแก้ แต่ก็หันมาอือออต่อ “อื้อ! ใช่มั้ยล่ะ! ดูสิ แปปเดียวเองปะป๊ากับมะม๊าก็เป็นเพื่อนกันแล้ว”

เด็กน้อยสองคนต่างก็ออกความเห็นกันแบบเด็กๆ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอกว่าผู้ใหญ่สองคนน่ะคาดโทษกันไว้ในใจเรียบร้อย แต่ความเห็นของเด็กๆก็คือ... แค่คนสองคนยิ้มให้กัน แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับหัวใจดวงน้อยทั้งสองดวง 

 

ป๋ายเซียนยิ้มโชว์ฟันน้ำนม “แบบนี้เราก็จะมีปะป๊ามะม๊ากันแล้วเนอะ”

               

ผู้ใหญ่สองคนน่ะมัวแต่ส่งสายตาอาฆาตใส่กัน... ต่างคนต่างทดกันไว้ในใจคนละที ไม่ทันได้ล่วงรู้ความในใจของเด็กทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย

               

 

 

               

“ปะป๊าชอบมะม๊ามั้ยฮับ”

ลูกชายเขาถามขึ้นเมื่อขึ้นรถแล้วเรียบร้อย และกำลังอยู่ในระหว่างทางกลับบ้าน หลังจากที่ผ่านเรื่องวุ่นๆมาแล้วน่ะนะ..

 

คิดแล้วคนเป็นพ่อก็ได้แต่ขบกรามแน่น ความชื้นที่กางเกงนี่ยังทำเขาฉุนไม่หาย ยิ่งนึกสีหน้าอวดดีของใครอีกคนนี่แล้วก็นึกโมโหจนอยากกลับไปบีบๆขยำๆให้เป็นก้อนๆตายคามือ

ตั้งแต่เกิดมา... ยังไม่เคยมีใครทำให้เขาโมโหขนาดนี้มาก่อน!!

 

“ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะครับหืม?”

เขาเหลือบมองลูกชายตัวน้อยที่นั่งยุกยิกอยู่ข้างๆ นึกสงสารลูกชายจับใจที่ต้องมาเจอกับคนแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน ช่านเลี่ยยังเด็ก และยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จนกว่าเจ้าตัวน้อยจะโตเป็นผู้ใหญ่พอจะดูแลตัวเองได้ เขาจะปกป้องลูกชายคนนี้จนถึงที่สุด

 

จะไม่ยอมให้ต้องผิดหวังเหมือนกับตัวเขา

 

“ก็อาเลี่ยชอบมะม๊า”

คำพูดที่ว่านั่นทำเอาเขาถอนหายใจหนักๆ นึกไม่ชอบหน้าจางอี้ชิงจับใจที่ไม่รู้ทำอะไรกับลูกชายเขารึเปล่า... เพราะกว่าช่านเลี่ยจะยอมกลับบ้านได้เล่นเอาต้องช่วยกันกล่อมซะเหนื่อย แต่แค่คนตัวขาวนั่นเอ่ยปากคำเดียวว่าพรุ่งนี้จะให้มาเล่นที่ร้านอีก เจ้าตัวน้อยก็ปีนขึ้นนั่งบนรถเองโดยที่ไม่ต้องรอให้เขาเปิดประตูให้ด้วยซ้ำ

ยิ่งนึกถึงรอยยิ้มที่เหมือนเอาชนะเขาได้แล้วเขาก็ยิ่งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน... คิดว่ามีลูกชายเขาถือหางเข้าข้างแล้วเขาจะยอมลงให้ง่ายๆหรือไง

คำตอบคือ ไม่มีทาง!!


“อาเลี่ย”ในที่สุดคนเป็นพ่อก็ตัดสินใจพูดตามตรง โชคดีที่รถติดไฟแดงพอดี “อาเลี่ยอยากมีมะม๊าเหรอครับ”

เด็กชายตัวน้อยหลุบตาลงต่ำ ท่าทางซึมลงไปกะทันหันทำเอาเขาใจหายต้องยกมือขึ้นมาลูบหัวลูกชาย “ใช่ฮับ... อาเลี่ยอยากมีมะม๊าเหมือนคนอื่น... น้องป๋ายเองก็เหมือนกัน”

 

สิ่งที่ลูกชายพูดมาทำเอาอี้ฟานชะงักไป... จริงด้วย เขาไม่เห็นภรรยาของนายตัวแสบนั่นเลยแฮะ หรือว่าจะแยกกันอยู่?

แวบหนึ่งที่เขานึกห่วงเด็กน้อยตัวเล็กแต่นิสัยแสบทรวงอย่างป๋ายเซียนขึ้นมา 

 

“อาเลี่ยรู้ว่าปะป๊าทำงานเหนื่อย อาเลี่ยรู้ว่าปะป๊าคนไข้เยอะไม่มีเวลาหามะม๊าให้อาเลี่ย”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับลูก...”

ร่างสูงจุกอยู่ในอก อยากจะบอก อยากจะอธิบาย แต่เพราะยังตัวเล็กแค่นี้ แล้วก็ยังเด็กขนาดนี้ จะให้มารับฟังเหตุผลแบบผู้ใหญ่ของเขา เขากลัวว่าช่านเลี่ยจะยังไม่เข้าใจ และที่ยิ่งไปกว่านั้น เขากลัวว่าลูกชายจะรับไม่ไหว

 

เรื่องหามะม๊า แค่แอ่ยปากประกาศว่าช่านเลี่ยอยากมีมะม๊าคำเดียว ขี้คร้านจะมีคนดาหน้าเข้ามาให้เลือกเป็นร้อยเป็นพัน เพียงแต่... อี้ฟานคิดเสมอว่าอยู่ด้วยกันสองคนก็เพียงพอแล้ว เขาให้ทุกๆอย่างเท่าที่ชีวิตของเด็กที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่งควรมี ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องเล่น ทุกๆอย่างสำหรับพู่ช่านเลี่ยคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาได้เลือกเอาไว้เสมอ

 

ยิ่งไปกว่านั้น... ไม่มีใครที่เขาเชื่อเลยว่าจะสามารถรักลูกชายของเขาได้เท่าๆกันกับเขา ไม่มีหรอก

ก็ขนาดแม่แท้ๆของช่านเลี่ย... ยังทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใยเลยได้เลย 

จะหวังอะไรกับคนอื่น

               

นัยน์ตาหวานๆของลูกชายนั่นเศร้าเพียงครู่เดียว เจ้าตัวจ้อยก็เงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับยิ้มกว้าง “แต่ปะป๊าไม่ต้องเครียดนะฮับ อาเลี่ยเจอมะม๊าที่ชอบแล้ว แล้วอาเลี่ยก็ชอบมะม๊าด้วย”

หมายถึงจางอี้ชิงงั้นเหรอ? คิ้วเข้มอดไม่ได้จะขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ “แต่ปะป๊าว่า.. เราน่าจะดูกันไปนานๆหน่อยนะครับ อาเลี่ยรู้มั้ย...”

“แล้วปะป๊ากับมะม๊าก็ต้องแต่งงานกัน แล้วเราก็จะอยู่บ้านเดียวกัน น้องป๋ายก็จะเป็นน้องชายของอาเลี่ย ดีมั้ยฮับปะป๊า”

น้ำเสียงร่าเริง ทั้งแววตา และรอยยิ้มของลูกชายทำเอาอี้ฟานชะงักไปอีกรอบ... ก่อนจะถอนหายใจ

 

ถึงจะทำลายน้ำใจของลูกชาย ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป แล้วความรักที่ช่านเลี่ยมีให้จางอี้ชิงจะมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นความผูกพัน และถึงเวลานั้น... หากสิ่งที่เขากลัวเป็นเรื่องจริง คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือลูกชายเขา

 

“อาเลี่ย.. อาเลี่ยฟังปะป๊านะครับ ปะป๊าของป๋ายเซียนเป็นผู้ชายนะ เขาก็ต้องเป็นปะป๊า ถูกแล้ว เข้าใจมั้ยครับ”

“แต่... แต่ถ้าไปที่ร้าน อาเลี่ยก็จะได้เล่นกับน้องป๋าย แล้วก็ได้สอนการบ้านน้องป๋ายด้วย”

“ปะป๊าน้องป๋ายก็สอนการบ้านน้องป๋ายได้นะครับอาเลี่ย”อธิบายไปพลางสบตาลูกชายที่เพียรจะหลบสายตาเป็นพัลวัน “อีกอย่าง... อาเลี่ยรู้มั้ยว่าวันนี้ทำปะป๊าเป็นห่วงแค่ไหน”

พอรับรู้ได้ว่าปะป๊าตัวเองกำลังโกรธ เด็กตัวเล็กก็รีบเอ่ยขอโทษเสียงเบา “อาเลี่ยขอโทษฮับปะป๊า”

“ขอโทษแล้วยังไงต่อครับ จะทำแบบนี้อีกมั้ยหืม?”ร่างสูงถามย้ำ เป็นคำๆเดิมทุกครั้งที่เด็กน้อยทำอะไรผิด เขาสอนลูกให้พูดแบบนี้เสมอๆ

มือน้อยๆลูบขึ้นลูบลงที่สายกระเป๋านักเรียน “อาเลี่ย... แต่ว่า อาเลี่ยอยากไปเล่นกับน้องป๋ายนี่ฮับ ก็เหมือนกับที่อาเลี่ยไปเล่นบ้านซือชุนไงฮับปะป๊า”

อี้ฟานถอนหายใจ เขารู้ดีว่าที่ลูกชายพูดมามันก็ถูก มันไม่ผิดเลยที่ลูกชายของเขาจะไปเล่นที่บ้านของป๋ายเซียน เด็กน้อยที่เขาเองก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นเด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่ง 

แต่ประเด็นมันอยู่ที่จางอี้ชิงต่างหาก

“นะฮับปะป๊า ปะป๊าของป๋ายเซียนก็ชอบอาเลี่ยนะฮับ ใจดีมากๆเลยด้วย ยอมให้อาเลี่ยเรียกว่ามะม๊า มะม๊าเล่าเรื่องปีศาจเครื่องคิดเลข แล้วก็บอกว่าชอบอาเลี่ยด้วย”

“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ครับอาเลี่ย เข้าใจมั้ย ถ้าอาเลี่ยอยากเล่นกับเพื่อน เมื่อไหร่ก็ได้ อาเลี่ยบอกปะป๊าได้เสมอ ปะป๊าจะไปส่งที่บ้านของซือชุน แต่ต้องไม่ใช่บ้านของป๋ายเซียน ตกลงตามนี้นะครับ”

ช่านเลี่ยหน้าเสีย “ตะ.. แต่ว่าปะป๊า...”

“ช่านเลี่ย”เขาเอ่ยเสียงเข้ม เป็นอันรู้กันของสองพ่อลูก ว่าเขาจะไม่พูดซ้ำอีกรอบ เด็กตัวเล็กถึงได้นิ่งเงียบ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยโดนปะป๊าดุจริงๆ แค่อีกฝ่ายใช้น้ำเสียงโทนขู่แบบนั้น ลูกชายก็ไม่กล้าแล้ว...


“ถ้าอาเลี่ยอยากมีมะม๊า ปะป๊าจะหาให้เอง ตกลงนะครับ”


พูดออกไปอย่างนั้นล่ะ รับปากออกไปอย่างนั้น

แล้วจะมีมั้ย.. จะมีจริงๆมั้ย ใครที่เข้ามาในชีวิตของพวกเขาสองพ่อลูก ใครที่ไม่คิดจะจากไป ใครที่ไม่คิดหวังอย่างอื่นนอกจากมาเพื่อให้ความรักเป็นครอบครัวเดียวกัน 

 

เข้าเกียร์พลางหันมองกระจกหลังเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนสี อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองลูกชายที่นั่งหน้าหงอยลงทันควัน... แค่นั้น.. หัวใจคนเป็นพ่อก็ปวดจี๊ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ อี้ฟานไม่ได้ตั้งใจจะให้หัวใจดวงน้อยๆนั้นเจ็บ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆนอกจากตัดไฟแต่ต้นลม...

 

จางอี้ชิง... นายฉลาดมากนะที่เข้าทางนี้ ทำให้ช่านเลี่ยชอบ และยอมรับได้ทั้งๆที่เพิ่งเจอกัน

 

หลายครั้งหลายหน ที่อู๋อี้ฟานหาคนที่สมบูรณ์พร้อมพอจะมาเป็นมะม๊าให้ช่านเลี่ยได้ แต่ช่านเลี่ยไม่เคยถูกใจใครสักคน ไม่มีใครสักคนที่จะเปิดใจลูกชายของเขาได้ ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน จนสุดท้ายพวกเธอเหล่านั้นก็ตีจากไปเอง 


แต่ทำไมกัน.. ทำไมจางอี้ชิงดูเหมือนไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย..


หรือเป็นเพราะมีป๋ายเซียน เพราะมีเพื่อนอยู่ใกล้ๆหรือเปล่าที่ทำให้ช่านเลี่ยเข้าใจว่านั่นคือความรักแบบแม่

 

ไม่ได้การ... คิดพลางกำพวงมาลัยแน่นขึ้นจนขึ้นข้อขาว  ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่นึกชอบหน้าคนตัวขาวนั่นเลย ยิ่งเห็นว่าลูกชายตัวเองชอบคนๆนั้นมากแค่ไหนก็ยิ่งไม่ชอบ        

 

ให้ตายสิ จางอี้ชิง... ทำไมนายทำฉันเกลียดตั้งแต่แรกเจอเลยนะ

 


cinnamon
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 กันยายน 2563 / 21:02
    อี้ฟานมั่นหน้า คิดว่าทุกคนต้องตกหลุมรักแกเหรอ
    #904
    0
  2. #881 little.deer (@littledeer555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 07:56
    มองชิงในแง่บวกบ้างค่ะอู๋วววว
    #881
    0
  3. #836 m ma ri (@may-mm111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 19:18
    มาลุ้นกันต่อไป
    #836
    0
  4. #818 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 12:36
    สงสารอาเลี่ยยย T^T
    #818
    0
  5. #786 Jewelry11 (@laylay1266) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 23:55
    สงสารชานเลี่ยที่ต้องแก้คำผิดของน้องป๋าย

    อิพี่มั่นหน้ามาก
    #786
    0
  6. วันที่ 11 กันยายน 2558 / 17:29
    คุณอู๋นี่ความคิดติดลบจังเลยนะคะ
    มองในแง่บวกบ้างก็ได้ เดี๋ยวจากเกลียดจะชอบขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวนะ
    #724
    0
  7. #691 KRAY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 10:14
    คุณอู๋ใจเย็นๆ นะคะ อย่าพึ่งหลงตัวเองนะคะ โถ่ พ่อคนหล่อออออออ หมั่นไส้จริ๊งงง

    แล้วคุณครูแทแทกับคุณครูมิยองนี่มีซัมติงกันบ้างมั้ยคะ อยากเห็นคู่นี้ >< ต้องอ่านต่อไปสินะ
    #691
    0
  8. #668 *HYONIGON* (@darkness88) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 00:37
    โอ๊ย อิพี่แมร่งมโน ไปเลยค่ะ มโนเป็นเรื่องขนาดนี้ ไปหยิบปากกามาแต่งนิยายเลยค่ะ ถถถถว์
    #668
    0
  9. #526 b_22 (@doubble) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 13:58
    น้ำเย็นไม่วาแก่ใจค่ะ สาดน้ำร้อน!!! เอาให้สลบเลย คนอะไร หลงตัวเอง!!!
    #526
    0
  10. #492 ニュ (@nyu-new) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 19:02
    โอ๊ย เรื่องนี้น่าติดตามจังค่ะ เริ่มมาก็ไม่ถูกกันซะเเล้ว ชอบที่อี้ชิงบอกป้อนน้ำจังค่ะ ฮาๆ
    #492
    0
  11. #459 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 00:43
    เฮียพาลป่ะ เเค่ลูกยอมรับตั้งแต่เเรก เฮียก็เคืองอ่ะ
    #459
    0
  12. #449 NN.am (@rabbitblue13) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 20:55
    พี่คริสเปิดในหน่อยสิ งืออออ อี้ชิงดีนะ จีบอี้เลยๆ
    #449
    0
  13. #444 NN.am (@rabbitblue13) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 19:01
    อิเฮียนี่ก็คิดอะไรเนี่ย คิดลบจังนะ คนเขาไม่ได้ทำอะไร ก็คิดไปเองสะงั้น-.-
    #444
    0
  14. #415 me&myself&i (@me-myself-i) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 01:24
    อีพี่คริสสสสสสสส

    อย่าขวางทางรักของเด็กๆ เอ้ยย อย่าขัดขวางแผนการหาหม่าม๊าของเด็กๆค่ะ

    แล้วก็อย่ามาเกลียดหม่าม๊าาาของเรา เอ้ย หม่าม๊าของน้องป๋ายกับอาเล่ย
    #415
    0
  15. #380 Lady_J (@juliett) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 20:55
    เขาเรียกอิจฉาจ้ะอี้ฟาน และนายก็กลัวว่า ลูกนายจะรักอี้ชิงมากกว่าด้วย 
    #380
    0
  16. #344 BangMin (@minbang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 23:39
    เค้าเรียกว่าขิงก็ราขาก็แรงงง

    เฮียแกดูมั่นเนอะ

    ฮ่าๆ ม๊าเรานี่ก็แสบได้ใจเหมือนกัน

    สงสารอาเล่ยอ่ะ

    พี่คริสไม่เข้าใจอาเล่ยยย
    #344
    0
  17. #328 คลชป9091 (@bellstyle07) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 10:32
    อพคมั่นหน้ามาก ไม่ได้การ... ขำ55555555

    นึกว่าอี้ชิงจะเคลิ้มและทำดีๆอย่ายอม!
    #328
    0
  18. #280 Kray (@mamoru18) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 10:31
     คริสแกเข้าข้างตัวเองสุดๆ อ่ะ 555 อย่าให้เห็นว่ามาไล่จับอี้ล่ะกัน
    #280
    0
  19. #262 karis-L (@krislay0607) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 02:25
    คุณหมอนี่รู้สึกจะมีความมั่นใจในตัวเองสูงนะคะ
    บอกว่าอี้ชิงจะจับ อย่าได้เห็นเชียวว่าไล่ตามจับอี้ชิงนะคะนะ

    #262
    0
  20. #251 :maiiest (@inw_souw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 22:59
    น้อวววววว คริสอู๋ เอาใหญ่และนะเราอะ
    #251
    0
  21. #234 LuckyLove (@khaimookkm) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 20:12
    แอบสะใจที่พี่คริสโดนสาดน้ำใส่ คนอะไร๊หลงตัวเองจริงๆ -. -
    #234
    0
  22. วันที่ 24 พฤษภาคม 2557 / 10:36
    พี่คริสอีคนหล่ออีคนเริ่ดแหมมมมเกินไปปะหลาอก็ดีอยู่หรอกกับอี้ใช้ไม่ได้ผลหรอกยะ



    ชานเล่ยเดินหน้าลูกรักมาม๊าอี้มากๆๆนะ
    #224
    0
  23. #195 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 19:31
    แหมมมมม พี่คริสแกมั่นใจในตัวเองไปป่ะ



    อี้นะมีคุณสมบัติครบทุกประการของคุณแม่เลยนะคะ



    อย่ามาเสียใจทีหลังนะที่เกลียดอี้



    โด่วววววววว
    #195
    0
  24. #122 dark chocolate (@namimori13) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 11:04
    แหมมม พี่คริส มั่นหน้าไปป้ะ -*-

    อี้ชิงอะ ไม่ต้องจับแกก็ได้เว้ย

    ถ้าเขาอยากจับ ผชหล่อ ๆ ก็มีอีกเยอะแยะ

    ถ้าอยากได้ผชพวกนั้นก็มาหาได้เหมือนกันแหละวะ

    แหมมม หมัน ๆๆๆๆ ทำมาว่าอี้ชิงฉัน เดี๋ยวเหอะแก



    #122
    0
  25. #118 AlwaysFanXing (@baekhyunn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 22:56
    อคติเกินไปนะอพค. เหอะๆ เดี๋ยวก็สยบบนอกอี้ชิง
    #118
    0