[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 19 : ●▽● 18 : Time to consider (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    16 เม.ย. 61

Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!




Chapter18 Time to consider

Rate : PG

Author : Maria Test.





ซิ่วหมินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางเท้าสะเอว มองร่างที่นอนแผ่อยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ในห้องเจ้าตัวในสภาพไม่น่าดูชมแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าซ้ำไปซ้ำมา

“นายนี่น้า... เป็นถึงผู้บริหารระดับสูง แค่อกหักแค่นี้ล่ะทำเมาโดดทะเลประชดรัก คิดว่าตัวเองเป็นปลาหมึกรึไง ตามไฟสีเขียวไปเหรอ ฮะ”

“….”

“ไม่ต้องมาทำเป็นนิ่งเลย ฉันรู้นะว่านายได้ยิน นี่! ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!”

เสี่ยวลู่หานปรือตาขึ้นมองเล็กน้อย แต่สายตาคู่นั้นไม่ได้มองตรงมาที่พนักงานคนเก่งของบริษัท มันกลับจ้องมองขึ้นไปบนเพดานที่ว่างเปล่า

ว่างเปล่าเหมือนหัวใจเขาตอนนี้

จริงๆลู่หานสร่างเมาขึ้นมากแล้วตั้งแต่ตัวเองลุยน้ำลงไป น้ำเย็นๆของน้ำทะเลมันช่วยเรียกสติขึ้นมาได้มาก แถมมันยังทำให้รู้ตัว และยอมรับความจริงอีกด้วย

ที่ลุยลงทะเลไปน่ะยอมรับว่าความบ้าบิ่นจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยส่วนหนึ่ง แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้การยอมรับความจริงนี้ง่ายขึ้นมานิดหน่อย มั้งนะ 

ลู่หานรู้ตัวแล้ว เขาไม่ใช่คู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับอู๋อี้ฟาน ไม่ใช่เพราะไม่ดีพอเหมือนที่ตัวเองพยายามจะเป็นมาตลอดที่แอบชอบเชฟหนุ่ม

แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยทำให้อี้ชิงรู้สึก เหมือนที่ผู้ชายคนนั้นทำ

“เออ อยากนอนก็นอนไป เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้ละกัน”คนตัวป้อมบ่นพึมพำเมื่อไม่ได้รับการตอบสนองจากเขา แต่ยังไม่ทันจะได้เดินไปหาอุปกรณ์ทำอย่างที่ตัวเองพูด ใครอีกคนที่นอนแน่นิ่งก็พูดขึ้นมา 

“นายรู้ใช่มั้ย ซิ่วหมิน ว่าอี้ชิงไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย”

คนถูกถามชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบอะไร แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเดินหายเข้าไปเตรียมอุปกรณ์ในห้องน้ำ

น้ำเย็นๆจากผ้าสะอาดที่ลูกน้องเขาเอามาซับตามหน้าตาให้มันช่วยให้ลู่หานยิ่งรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกตัวมากขึ้นทุกที ทั้งๆที่มันไม่ใช่สิ่งที่ลู่หานต้องการเลย ถ้าลุกไหวล่ะก็... อยากได้เหล้าอีกหลายๆขวด ดื่มให้ลืมให้หมดว่าตัวเองเคยรู้สึกยังไง เคยพยายาม และทุ่มเทมากเท่าไหร่

สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรคืนมาเลย

ลู่หานไม่รู้ว่าตัวเองติดนิสัยของนักธุรกิจมาจริงๆรึเปล่า ว่าการลงทุนที่สูญเปล่านั้นไม่ควรจะลงทุนตั้งแต่แรก ความรู้สึกที่เขาเสียไปตอนนี้ก็เหมือนกัน เขาจะถอนทุนคืนจากใครล่ะ!

ความหงุดหงิดทั้งหมดทั้งมวลพาลมาลงเอากับคนที่ก้มหน้าก้มตาเนื้อเช็ดตัวให้เขาอยู่นี่ 

“ฉันถาม ไม่ได้ยินรึไง”

ซิ่วหมินยังคงนิ่ง 

“ทำไมไม่ตอบล่ะ กลัวโดนไล่ออกเหรอ”

ในที่สุดคนที่ก้มๆเงยๆอยู่บนตัวเขาพร้อมผ้าขนหนูก็ถอนหายใจ “หัดเมาแล้วหลับเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาได้ปะ อย่าได้คิดอาละวาดเชียว ไม่งั้นฉันตบนายคว่ำแน่”

“เหอะ เอาสิ ตบฉันเลย”ลู่หานว่า ยันตัวเองขึ้นมากะทันหันซะจนคนที่กำลังเช็ดตัวตกใจจนเผลอถอยกรูด “ตบให้ฉันตาสว่างไปเลย!!”

“…บอส ใจเย็นก่อนดิ”

“เย็นแล้ว นี่เย็นจนชาแล้ว!!”ลู่หานตีโพยตีพาย ถ้าไม่ติดว่าอีกคนดึงกะละมังน้ำออกไปได้ทันคงได้มีเหวี่ยงจนห้องเปียก “ตอบฉันมาสิ! ว่านายรู้มาตลอดว่าที่ผ่านมาอี้ชิงคิดกับฉันยังไง!!”

ซิ่วหมินถอนหายใจอีกครั้ง ถึงจะเห็นคนๆนี้เมามาก็มากตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา แต่ก็ไม่เคยเห็นเมาแล้วฟูมฟายแบบนี้มาก่อน

คงจะรักอี้ชิงมากจริงๆ

คิดได้แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลกๆจนต้องส่ายหน้าเรียกสติ

“ฉันว่า... บอสน่าจะถามอี้ชิงเองมากกว่า"

“เหอะ! ถามเองงั้นเหรอ!”ลู่หานกลอกตา อยากยกมือขึ้นมาตบหน้าตัวเองแรงๆให้รู้สึกเจ็บแต่ก็ทำไม่ได้ เลยทำได้เพียงทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม “เมื่อตอนหัวค่ำฉันไม่ได้ถามอะไรเขาด้วยซ้ำ เขาบอกฉันเอง บอกฉันหมดแล้วว่าไม่ว่าจะที่ผ่านมาหรือต่อไป ฉันก็จะเป็นได้แค่เพื่อนของเขา...!”

ซิ่วหมินชะงักไปอีกครั้ง “อี้ชิง...​มันบอกบอสแบบนั้นเหรอ”

เสียงโวยวายของคนกึ่งเมากึ่งรู้สึกตัวตอบรับกลับมาคือคำตอบ 

และซิ่วหมินก็เกลียดตัวเองที่รู้สึกดีใจ

ทำไมเขาต้องดีใจเมื่อเห็นลู่หานเสียใจ ทำไมเขารู้สึกดีใจเมื่อรู้ว่าลู่หานรู้ตัวเสียทีว่าความพยายามทั้งหมดนั้นจะไม่ได้ความรู้สึกเดียวกันคืนมาจากอี้ชิง

ท่าทางนิ่งเงียบของซิ่วหมินทำนักธุรกิจหนุ่มหัวเราะเหอะ

“อย่ามาทำเป็นหน้าซื่อหน่อยเลย! นายสองคนรู้อยู่แล้วสิ แหงสิ เพื่อนสนิทกันคงคุยกันทุกเรื่อง เห็นฉันเป็นไอ้โง่ตัวหนึ่งมานานเท่าไหร่แล้วล่ะ!”

“บอส ฉัน...”

ถ้าเพียงแต่จะมีสติพอสักนิด ลู่หานคงจะเริ่มถามตัวเองว่าตกลงแล้วที่ฟูมฟายอยู่นี่เพราะเสียใจเรื่องอี้ชิง...

...หรือโกรธซิ่วหมินกันแน่ 

ซิ่วหมินอยากพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ในเมื่อสิ่งที่ลู่หานว่ามานั้นถูกต้องทุกอย่าง มีเพียงสิ่งเดียวที่ลู่หานเข้าใจผิด 

เขาไม่เคยเข้าใจว่าลู่หานเป็นไอ้หน้าโง่ เขาไม่เคยอยากหลอก ไม่เคยอยากปิดบังอะไร... ก็สมควรแล้วที่ลู่หานจะพาลโกรธเขา ไม่สิ ไม่ได้พาล บอสของเขาทำถูกแล้ว 

“ทำไมนายต้องมาให้ความหวังฉันด้วย... ทั้งคู่เลย ทั้งนาย ทั้งอี้ชิง...”

“บ้าไปใหญ่แล้ว”ถ้าไม่ติดว่าเห็นท่าทางเสียใจผสมกับท่าทางงอนแบบเด็กๆเพราะยังเมาอยู่ของคนเป็นเจ้านายล่ะก็ เขาคงได้มีเตะตูดอีกคนให้มันตกเตียงไปบ้าง โตจนป่านนี้ยังทำตัวเหมือนเด็กๆ

แต่เอาวะ อย่างน้อยเขาก็มีส่วนผิด ง้อเสียหน่อยก็แล้วกัน 

“บอส ฟังฉันหน่อยนะ”นิ้วจิ้มๆไปที่ร่างหนาแต่ก็ไม่ได้ผล จนต้องรวบรวมแรงตัวเองพลิกตัวอีกฝ่ายให้หันมามองหน้ากันดีๆ

ดวงตาคู่สวยราวลูกกวางมองตรงมาที่เขา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวหรือเปล่า ดวงตาคู่นั้นที่ปกติก็สวยมากอยู่แล้วถึงได้ดูสวยน่ามองกว่าปกติ

“ที่ฉันช่วยบอส ทำตัวเป็นพ่อสื่อให้บอสกับอี้ชิง ก็เพราะฉันรักอี้ชิงมาก มันเป็นเพื่อนฉันมาตั้งหลายปี เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ส่วนบอส... บอสก็เป็นผู้ชายที่ดี ผู้ชายที่เพียบพร้อม ถ้าฉันทำได้ ฉันก็อยากให้บอสกับอี้ชิงได้ลงเอยกัน”

ทั้งๆที่คำพูดทั้งหมดนั้นเป็นคำพูดจากใจจริงแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมซิ่วหมินถึงได้รู้สึกปวดแปลบที่ใจยังไงชอบกล

คงเพราะ...​ชอบ ล่ะมั้ง?

แอบชอบเจ้านายตัวเอง ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหน

ลำพังแค่เป็นลูกน้องที่แอบชอบเจ้านายที่แสนสูงส่งมันก็ลำบากพออยู่แล้ว

นี่ยังมาอยู่ในฐานะที่ทำตัวเป็นแม่สื่อให้เพื่อนอีก หนทางมันเลยยิ่งห่างไกลไปกันใหญ่

เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองมีความหวัง ถึงได้ไม่เคยคิดหวังอะไรจนกระทั่งวินาทีนี้ 

ร่างเล็กกลืนน้ำลายลงไปพร้อมๆกับความรู้สึกสับสนลงไปในคอไม่ให้เสียเรื่อง

“อี้ชิงมันไม่เคยรักใครมาก่อน ที่ผ่านมามันคิดแต่ว่ามันจะทำเพื่อน้องป๋าย แต่นายก็ต้องเข้าใจมัน ต้องเคารพการตัดสินใจมันด้วย ถ้าวันนึงมันจะเลือกรักใครจริงๆขึ้นมา และคนๆนั้นไม่ใช่นาย”

ดวงตาที่มองจ้องมาที่เขาทำให้คนที่มักมั่นใจและพูดจาฉะฉานอยู่เสมอตะกุกตะกัก

“ทะ ทั้งหมดที่ฉันพล่ามมาเนี่ย ก็เพราะอยากให้นายรู้ ว่าไม่ใช่เพราะนายดีไม่พอ หรืออะไรทั้งนั้น ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะความรักมันบังคับกันไม่ได้ เข้าใจมั้ย!  นี่ คนหลงตัวเองคนนั้นอยู่ที่ไหน คนอย่างนายน่ะใครเห็นใครเขาก็อยากเข้าหา อยากเป็นแฟนด้วยทั้งนั้นแหละน่า!”

ลู่หานตอบแทบจะในทันที  “ก็ฉันเลือกแล้วไง ฉันเลือกอี้ชิง เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกรัก ทำให้ฉันอยากเป็นคนดีขึ้นเพื่อเขา...”

คนฟังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“แค่อี้ชิงคนเดียวเลยเหรอ?”

เกิดความเงียบขึ้นท่ามกลางห้องพักหรูของรีสอร์ท เงียบเสียจนได้ยินกระทั่งเสียงสายลมที่พัดกระทบต้นไม้ใหญ่ด้านนอก 

“ใช่ แค่อี้ชิงคนเดียวเท่านั้น ฉันคงไม่มีวันรักใครได้แบบอี้ชิงอีกแล้ว”

เนิ่นนานทีเดียวกว่าซิ่วหมินจะพยักหน้ารับ

“นั่นสินะ...”คือประโยคที่เขาเปล่งเสียงออกไป 

นอกจากเป็นลูกน้อง ไม่สิ ลูกจ้างต่างหาก แผนกที่เขาอยู่แทบไม่มีวันได้เจอ ได้เฉียดใกล้ผู้ชายในชั้นสูงสุดของสำนักงานหรูได้เลย 

หวังบ้าหวังบออะไรอยู่นะซิ่วหมิน 

โครม! 

คนที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกในใจสะดุ้งโหยง เมื่อหมอนใบโตที่เคยถูกวางไว้ข้างเตียงถูกขว้างออกไปไกลจนชนทีวีจอยักษ์เบื้องหน้า พร้อมกับเสียงโวยวายของฝีมือคนทำที่ดังขึ้นอีกระลอก 

“ฉันรู้ว่าฉันแพ้ไอ้หมอนายแบบอะไรนั่น แต่นายรู้มั้ย ฉันจะครองโสดตลอดชีวิต ฉันจะรออี้ชิง คอยดูเถอะ เมื่อไหร่ที่ไอ้เวรนั่นทำอี้ชิงของฉันเสียใจ ฉันจะฆ่ามัน แล้วฉันก็จะเสียบแทนมันเอง!”

“ป๋ายเซียนไม่ยอมหรอก”สายตาคนฟังบัดนี้มองตามหมอนใบโตที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น อดไม่ได้จะส่ายหน้าอย่างเอื้อมระอากับคนขี้โวยวาย เออเนอะคนเรา เป็นผู้บริหารอยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารดีๆไม่ชอบอยากเป็นฆาตกรซะงั้น 

เมาจนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจริงๆนั่นแหละ 

“คิดว่าฉันสนรึไง!”

“ก็เพราะแบบนี้ไงอี้ชิงถึงไม่เลือกบอส!”ซิ่วหมินว่าตามตรง ในเมื่อเมาเละเทะจนพูดจาดีๆไม่รู้เรื่องแบบนี้ก็ขอฉวยโอกาสด่าหน่อยแล้วกัน

“ที่ผ่านมา บอสทุ่มเทจีบเพื่อนฉันแล้วก็จริง แต่บอสเคยคิดบ้างมั้ยว่าจริงๆแล้วอี้ชิงมันต้องการอะไร!”

ดวงตากลมโตไม่แพ้กันจ้องกลับวาววับอย่างโมโหขึ้นมาบ้าง 

“มันไม่ได้อยากแต่งงานกับคนหล่อ เท่ หรือรวยล้นฟ้าจากที่ไหน มันแค่อยากได้ใครสักคนที่เข้าใจมันในทุกแง่มุมของชีวิตต่างหาก แล้วป๋ายเซียนก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมัน...!”

ลู่หานหันขวับ “แล้วไง ฉันไม่ดูแลป๋ายเซียนตรงไหน ฉันก็เข้าหาเขา ฉันก็พยายามเอาใจเขาเหมือนกัน ใช่สิ! ก็ฉันมันไม่เคยมีลูก ไม่รู้วิธีดูแลเด็ก ไม่ใช่พ่อม่ายลูกอ่อนแบบไอ้อู๋อี้ฟานมันนี่!”

“นายเอาแต่ปรนเปรอน้องป๋ายด้วยของเล่น ของกิน ของที่เด็กทั้งโลกเขาก็ชอบกัน แต่นายรู้เหรอว่าป๋ายเซียนต้องการของพวกนั้น ฮะ? จะให้ฉันบอกมั้ยว่าไอ้ของเล่นที่นายซื้อมาฝากจากอังกฤษ น้องป๋ายเขาก็เห่ออยู่วันสองวัน แล้วสุดท้ายมันก็ไปอยู่ใต้กล่องของเล่น!”

“แล้วไง! ฉันต้องซื้ออะไรให้เขาล่ะ!! เขาถึงได้หันมารักฉันเหมือนที่รักอู๋อี้ฟานบ้าง!”

ซิ่วหมินกลอกตา 

ปวดใจก็ปวด ยังต้องมาปวดหัวอีก จะบ้าตาย 

“ของที่ป๋ายเซียนอยากได้ คือความรักอย่างคนเป็นพ่อ ไม่ใช่ของเล่นที่ผู้ชายธรรมดาคนนึงซื้อให้ รู้ไว้ซะด้วย!”

เห็นหน้าเมาๆที่เหมือนจะน้ำตาคลอเบ้าแล้วซิ่วหมินก็หมั่นไส้ ยกนิ้วขึ้นมาจิ้มแรงๆไปที่กะโหลกหนาๆนั่น 

“อยากให้พูดตรงๆใช่ปะ? ได้! เพราะนายคือลู่หานไง ตราบใดที่นายเป็นนาย ไม่ว่าจะอี้ชิง หรือป๋ายเซียน นายก็ไม่มีวันได้หัวใจของพวกเขาหรอก! ตัดใจได้แล้วไอ้บ้า!”

ด่าแล้วก็นึกสงสารหน้าจ๋อยๆนั่นจนต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ มือเล็กตบบ่าหนาเบาๆอย่างให้กำลังใจคนที่กำลังสะอื้นเบาๆไม่รู้ตัว

“แต่การที่นายอกหักจากคนๆนึง มันไม่ได้หมายความว่านายจะอกหักตลอดไปนะเว้ย นายไม่รู้หรอก ว่าการที่นายเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบนี้ บางทีอาจจะมีใครบางคนที่แอบมองนายอยู่ข้างหลังมาตลอดก็ได้”

ลู่หานหันขวับ “ใคร มันเป็นใคร บอกชื่อมันมาสิ แล้วฉันจะจับมาจูบ แบบดีพคิสเลย”

ซิ่วหมินหัวเราะเบาๆ ท่าทางเมาจนตัวโงนเงนแต่ยังพูดจาเหมือนคนสร่างเมาอยู่นี่มันตลกดีจริงๆเว้ย น่าแอบถ่ายคลิปไปเปิดในประชุมบอร์ดผู้บริหารจริงๆ

“จริงดิ?”

“เออ!”ลู่หานว่าพลางหัวเราะร่าตาเยิ้ม “เอางี้ ถ้าใครมาบอกรักฉันตอนนี้นะ ฉันก็จะรักเขาตอบ ฉันจะใช้ชีวิตอยู่กับเขาตลอดไปเลย ดีปะ!!”

ตึกตัก... ตึกตัก...

คนฟังตาเบิกกว้าง 

หรือนี่จะเป็นโอกาสของเขากันนะ...?

ซิ่วหมินกำมือแน่น กระทั่งความชื้นของผ้าที่ยังอยู่ในมือก็ยังไม่ทำให้เขารู้สึกตัว

หรือว่าเขา... ควรจะลองพูด...? 

ไหนๆลู่หานก็กำลังเมาอยู่ด้วย ถ้าเกิดพูดออกไปตอนนี้แล้วมันไม่เวิร์ค พรุ่งนี้เช้าเขาก็แค่ทำตัวปกติ พอถูกถามก็ด่ากลับว่าบอสเมา ก็น่าจะได้อยู่นะ

ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึก 

“บอส”

“หืม”

“ถ้า...”เขากำมือแน่น มองร่างโปร่งที่เอนตัวพิงกับหัวเตียงทั้งๆที่หลับตาพริ้มลงไปเสียแล้ว

หลับไปแล้วหรือยังฟังอยู่วะเนี่ย แต่ก็ช่างเถอะ!

มืออีกข้างที่ว่างยกขึ้นมากำอกเสื้อตัวเองแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมเสียงหัวใจตัวเองที่อาจจะเต้นแรงจนดังออกมานอกอก 

“ถ้า... คนที่แอบมองบอสอยู่ตลอด คือฉันล่ะ”

ลู่หานปรือตาขึ้นมามองเขาแทบจะในทันที และการสบตานั่นก็ทำพนักงานตัวน้อยรู้สึกเหมือนหัวใจกระเด้งกระดอนไปอยู่ไหนสักที่บนห้องชนิดที่ว่าคงต้องวิ่งตามจับ 

ทั้งๆที่ซิ่วหมินมั่นใจว่าเขารู้ว่าเจ้านายคิดอะไรแค่เพียงมองตา แต่วินาทีนี้เขากลับมองอะไรในแววตาคู่นั้นไม่ออกเลย

ท่าทางนิ่งของคนบนเตียงทำหัวใจค่อยๆเต้นช้าลง พร้อมๆกับที่การยอมรับความผิดหวังที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีจะวาบเข้ามาในสมอง

นั่นน่ะสิ... ลู่หานเพิ่งจะอกหักมา แถมยังเมาด้วย มาฉวยโอกาสเอาแบบนี้ เขานี่นิสัยไม่ดีเลย... 

“เฮ้ย ลืมไปเหอะ ฉันก็แค่พูดละ...”

คำพูดต่อไปเลือนหาย เมื่อจู่ๆเรี่ยวแรงมหาศาลก็ฉุดเขาให้นอนราบลงไปกับเตียง...

…พร้อมกับริมฝีปากที่บดขยี้ขึ้นมา

ในวินาทีแรกมันคือความตกใจจนพูดไม่ออก ทว่าความหวามไหวที่ถูกส่งผ่านริมฝีปากนั้นก็ทำเอาซิ่วหมินรู้สึกดีจนเผลอไผลไปกับรสจูบที่คนเบื้องล่างมอบให้

มือหนาลูบที่แผ่นหลังเขาจนทั่ว พอทำท่าจะผละออก มืออีกข้างของเจ้านายหนุ่มก็จะดันท้ายทอยเขาให้กลับมารับรสจูบเหมือนเดิม

มันคือรสจูบที่ร้อนแรง... คือรสจูบที่กรุ่นกลิ่นแอลกอฮอลล์

เนิ่นนานกว่าทั้งสองคนจะต้องการอากาศเหมือนกันทั้งคู่จนต้องผละออกห่างจากกัน แต่ก็ด้วยระยะห่างเพียงน้อยนิด

ใบหน้าคมคายที่เขาเคยค่อนขอดว่าเหมือนเด็กผู้หญิงยามนี้อยู่ใกล้แค่คืบ จนมองเห็นความหล่อเหลาที่หวานจัดไม่แพ้รสจูบชัดเจน ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อุ่นจนร้อน...

ดวงตากลมโตทั้งสองคู่มองสบกัน ก่อนภาพที่เลือนรางจะปรากฎให้เห็นชัดเจนถึงใบหน้ากลมๆของคนตรงหน้า พร้อมๆกับคำพูดที่ส่งผ่านมาจากหัวใจที่ยังเจ็บ 

โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าคำพูดนั้น... ก็ทำให้หัวใจคนฟังเจ็บเช่นกัน 

“นาย... ไม่ใช่อี้ชิง”

“…..”

“ไม่มีใครมาแทนที่อี้ชิงได้หรอก”

“……..”

คนตัวเล็กรวบรวมสติด้วยการกระพริบตาถี่ 

“นะ.. นั่นสินะ... ฉันเองก็น่าจะรู้ดี”

เขาแว่วๆเหมือนได้ยินเสียงทุ้มครางเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ไม่รู้เหมือนกันว่าใช่หรือเปล่า บางทีอาจจะแค่หูแว่ว

ก็ในเมื่อชื่อที่เสี่ยวลู่หานมักจะเรียกหาตลอด มันไม่เคยเป็นชื่อเขาเลยนี่ 

วินาทีแรกคือจางอี้ชิง วินาทีต่อมาก็จางอี้ชิง วินาทีต่อไปนับจากนี้ก็จะยังคงเป็นจางอี้ชิง

“ไม่เป็นไร นายไม่ต้องพูดอะไรหรอก”

ร่างเล็กผละออกจากร่างกายที่ยังแข็งทื่อ ที่ตอนนี้ซิ่วหมินไม่สนใจ

ไม่เห็นอยากรู้ ไม่เห็นอยากสนใจ

หรือจริงๆต้องพูดให้ถูก คือเขาไม่ควรจะสนใจตั้งแต่แรกมากกว่า

ไม่ควรจะรู้สึกอะไรกับลู่หานแต่แรก เขาควรจะเจียมตัว จมอยู่กับความรู้สึกดีๆที่ตัวเองก่อขึ้นมาเองเงียบๆและปล่อยให้มันสลายหายไปตามกาลเวลา ไม่ควรเลยที่จะทำตัวเอาแต่ใจ ไม่ควรเลยที่จะฉวยโอกาสในเวลาแบบนี้

ผิดพลาดไปหมด 

“ฉันรู้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะนายอยากรู้จักอี้ชิง เราก็คงไม่รู้จักกัน”

ร่างเล็กรีบหันหลังให้ ลงมือคว้าข้าวของของตัวเองที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่สนใจคนบนเตียงอีกต่อไป รู้แต่ตอนนี้เขาต้องรีบออกมาให้ห่างจากลู่หานให้มากที่สุด อย่างน้อยก็แค่ตอนนี้ หรือคืนนี้ มันอาจจะต้องใช้เวลา แต่เขาจะกลับมาเป็นซิ่วหมินคนเดิมที่เข้มแข็ง 

บ้าเอ๊ย... จะร้องไห้ทำไมวะ

ซิ่วหมินสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำอุ่นๆที่รินไหลลงมาตามพวงแก้ม ฝืนทำน้ำเสียงร่าเริงพูดออกไปให้ใครอีกคนได้ฟัง

บอสอย่าคิดมากเลย เรื่องคืนนี้ก็ลืมๆมันไปเหอะ หรือบางที... พรุ่งนี้บอสอาจจะลืมเรื่องเมื่อกี้ไปแล้วก็ได้ ช่างฉันเถอะ ฉันไม่ใช่คนที่บอสรัก ไม่ใช่คนที่บอสต้องแคร์สักหน่อย

เขาสาบานได้ว่าทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่อยู่ในหัว ทว่าริมฝีปากที่ยังคงเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จากใครอีกคนกลับพูดได้แค่ว่า

“บอส เมื่อกี้ฉันล้อเล่นนะ แค่อยากให้อารมณ์ดีเฉยๆ เข้าใจมั้ย”

“…”

“วางยาแก้ปวดไว้ที่หัวเตียงนะ กินซะด้วยล่ะ เดี๋ยวมา”

ซิ่วหมินไม่รู้ตัวว่าตัวเองก้าวออกมาจากห้องนั้นตอนไหน ความคิดที่ว่าตั้งใจจะมานอนเฝ้าตามคำแนะนำของอู๋อี้ฟานอะไรนั่นเขายังจำได้ แต่ไม่คิดจะทำอีกแล้ว

ซะเมื่อไหร่

ไว้ขอหลบไปอยู่ที่ไหนสักที่...​ไม่ใกล้ไม่ไกล แล้วเดี๋ยวเขาจะกลับเข้ามาดูลู่หานอีกครั้ง และถึงตอนนั้นบอสตัวดีก็คงหลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว 

ใบหน้าเล็กส่ายไปมาอย่างนึกปลงตัวเอง 

เผลอรักคนที่ไม่ควรรัก มันก็เจ็บแบบนี้ล่ะนะ

ยังไงซะ... เสี่ยวลู่หานก็เป็นคนที่ไกลเกินกว่าเขาจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว การที่โชคชะตาเล่นตลกให้ได้มีโอกาสใกล้กัน มันก็แค่... 

แค่โชคชะตาไงล่ะ ใช่ แค่นั้นเอง 

ทรุดตัวลงนั่งลงบนม้านั่งกลางสวนหย่อมเล็กๆ ไม่กลัวเลยว่าแถวนี้จะมีอันตรายอะไรรึเปล่า รู้แค่ว่าอยากร้องไห้ออกมาซะให้หมดๆ หมดทั้งความรู้สึกที่อัดแน่นในหัวใจที่มี

ลองมาคิดทบทวนดูแล้ว บางที... ที่ลู่หานไม่ได้สมหวังกับอี้ชิง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีเขาขัดขวางก็ได้ 

คอยแต่ขัดขวางไม่ให้เจอกัน หรือไม่ให้เจอกันบ่อยเกินไป โดยอ้างเหตุผลกับตัวเองว่าอี้ชิงคงจะรำคาญ ทั้งที่จริงๆแล้วเขามันก็แค่เพื่อนเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่อยากเก็บผู้ชายคนที่แอบรักเอาไว้ข้างตัว 

เขามันเป็นทั้งเพื่อนที่แย่ 

แล้วก็เป็นลูกน้องที่แย่

เป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน ริอาจแอบรักว่าที่ประธานบริษัท ไปจูบเขา ฉวยโอกาสตอนเขาเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง หวังลมๆแล้งๆในเสี้ยววินาทีว่าเขาจะรักตอบเนี่ยนะ

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สายลมหนาวพัดต้องกายให้หัวใจยิ่งหนาว ไหนจะยังรู้สึกได้ถึงน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสาย

ยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งต้องหัวเราะสมน้ำหน้าตัวเอง เมื่อยังรู้สึกได้ถึงรสจูบร้อนแรงที่ริมฝีปากที่ตราตรึงมากกว่าที่เขาคิดไว้

แต่มันจะสำคัญอะไร ในเมื่อคนที่ฝากรอยทิ้งเอาไว้ไม่ได้ให้ความหมายอะไรกับมันเลย 

เขาคือซิ่วหมินนี่นะ คนที่สวมหน้ากากเป็นลิ่วล้อที่แสนดีมาตลอด 

ร่างเล็กยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองที่ไม่อยากได้ยิน

ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรตัดใจ แต่ขอแค่วินาทีนี้เท่านั้น อาจจะเป็นชั่วโมง หรือทั้งคืนนี้ ขอแค่ให้เขาได้เป็นคนๆหนึ่งที่รู้ใจตัวเอง

และเมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง เขาก็จะเป็นคนๆเดิม

เป็นซิ่วหมินแบบที่ทุกๆคนต้องการ 





ป๋ายเซียนงัวเงีย พลิกตัวกลิ้งไปยังเตียงอีกด้าน กระพริบตาปริบๆแล้วก็ทำท่าจะเบะปากร้องไห้เมื่อเจอสภาพห้องที่ไม่คุ้นเคยแถมยังไร้วี่แววของมะม๊าอี้ชิง ก็พอดีกับที่พลิกตัวไปเจอใครอีกคนที่นอนเท้าคางมองเขาตาแป๋ว

“น้องป๋าย... กู๊ดมอร์นิ่ง”

“อาเลี่ย”พอเห็นคนคุ้นเคยก็ค่อยรู้สึกดี แต่ยังไม่โล่งใจซะทีเดียวเมื่อมองไปรอบๆแล้วไม่เห็นทั้งมะม๊า ทั้งปะป๊า ก็ให้เบะออกมาอีกรอบ 

“มะม๊าล่ะ... มะม๊าอยู่ไหน”

“น้องป๋ายอย่าร้องไห้สิ มะม๊ากับปะป๊าอยู่ข้างนอก”ช่านเลี่ยชี้ออกไปยังระเบียง ป๋ายเซียนเห็นดังนั้นก็รีบตะกายลงจากเตียง ทำท่าจะวิ่งตื๋อออกไปถ้าไม่ติดว่าโดนดึงชายเสื้อเอาไว้ก่อน

“น้องป๋าย! อย่าเสียงดังสิ ปะป๊ามะม๊ายังไม่ตื่นนะ”

“แต่... แต่ว่า”

ช่านเลี่ยหรี่ตามอง “คนโตๆที่ไหน ร้องไห้หามะม๊าแต่เช้า”

พอได้ยินคำสบประมาทถูกจุดตัวเล็กใจใหญ่อย่างเปี้ยนป๋ายเซียนก็รีบปาดน้ำตาทันควัน “ใครบอก น้องป๋ายเปล่าร้องไห้สักหน่อย”

เด็กคนโตกว่าส่ายหน้า รู้อยู่ว่าเถียงไปก็ทะเลาะกันเปล่าถึงได้บุ้ยใบ้ให้ย่องไปหาปะป๊ากับมะม๊าด้วยกันที่ด้านนอก

ร่างสองร่างที่ไม่รู้ตัวเลยว่าอยู่ในสายตาของลูกๆ กำลังนอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว สองร่างนอนเคียงกันท่าทางอบอุ่น แขนยาวของปะป๊าตัวสูงข้างหนึ่งทำหน้าที่เป็นหมอนรองให้มะม๊าได้นอน อีกข้างก็โอบกระชับเอาไว้แน่น

ป๋ายเซียนตาลุกวาว หันไปกระซิบกระซาบหยิกแขนคนข้างๆที่เบี่ยงตัวหลบพัลวัน 

“เหมือนในละครเลยอะอาเลี่ย!”

“อื้อ!”ช่านเลี่ยรับคำกระตือรือร้น ยิ้มเขินจนหน้าแดงกันทั้งคู่กับท่าทางน่ารักๆของปะป๊ามะม๊า 

ป๋ายเซียนเอียงคอมองทั้งที่ยังยิ้มเขิน ก็ดูท่าทีปะป๊ากอดมะม๊าสิ เหมือนพระเอกในละครที่น้องป๋ายชอบดูกับพี่ซิ่วหมินเลย 

“แบบนี้ใช่รักป่าวอะอาเลี่ย”

“อาเลี่ยก็ไม่รู้”เด็กตัวสูงกว่าตอบตามตรง “ที่แน่ๆ อาเลี่ยว่าเราคงไม่ได้น้องหรอก ก็มะม๊าเป็นผู้ชายนี่นา ต่อให้กอดแน่นแค่ไหนมะม๊าก็ไม่ท้อง”

“ไม่เห็นจะเป็นไรเลย!”ป๋ายเซียนโวยวายต่อพลางกอดอก “ถ้ามะม๊ามีน้อง ปะป๊ามะม๊าก็จะเห่อแต่น้อง รักแต่น้อง แพนเค้กน้องป๋ายก็ต้องแบ่ง แค่แบ่งให้อาเลี่ยแค่นี้น้องป๋ายก็ไม่อิ่มแล่ว!”

“ห่วงแต่กิน!”ถ้าไม่ติดว่ากลัวปะป๊ามะม๊าจะตื่่นเขาคงเขกหัวทุยๆเป็นการชวนทะเลาะประจำวันสักทีสองที 

ดวงตากลมใสหันมามองคนสองคนที่นอนกอดกันแล้วก็อมยิ้ม

มันเป็นภาพที่ช่านเลี่ยเคยเห็นแต่ในละครที่พ่อ แม่ ลูกกอดกัน ภาพที่ช่านเลี่ยเคยเห็นจากครอบครัวของเพื่อนคนอื่นๆที่โรงเรียนอนุบาล อ้อมกอดของปะป๊าเคยมีแต่เขาเท่านั้น ทั้งๆที่มันก็อุ่นดี แต่เด็กน้อยกลับรู้สึกว่างเปล่าจับใจ

ช่านเลี่ยเคยเห็นผู้หญิงมากมายที่โรงพยาบาล หลายๆคนพยายามเข้ามาหาเขา เอาใจเขา ก่อนจะบอกตบท้ายว่าจะมาเป็นมะม๊าให้ แต่เด็กชายตัวน้อยไม่เคยชอบใครสักคนที่เคยเจอเลยสักนิด แค่คิดว่าพวกผู้หญิงพวกนั้นจะมาเป็นมะม๊าให้ เขาก็พาลหวงกอดของปะป๊าขึ้นมา ไม่อยากให้ปะป๊ากอดใครแบบที่กอดเขา 

แต่กับมะม๊าอี้ชิง... ทำไมเขาถึงได้รู้สึกมีความสุขแบบนี้

มะม๊าอี้ชิงเป็นคนเดียว... ที่แม้จะเป็นผู้ชาย แต่ก็เป็นแค่คนเดียวที่หัวใจของพู่ช่านเลี่ยยอมยกปะป๊าให้ เป็นคนเดียวที่เขาสัญญาว่าจะไม่ดื้อ และจะยอมแบ่งอ้อมกอดของปะป๊าให้ 

เด็กน้อยตั้งคำถามกับตัวเองในใจ จนต้องหันไปหาร่างป้อมข้างตัว 

“น้องป๋าย ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วใช่มั้ย”

“ถามอะไรโง้โง่อะอาเลี่ย”ป๋ายเซียนกลอกตา เห็นท่าทางยู่หน้านั่นแล้วช่านเลี่ยก็นึกรู้ว่าเพื่อนเขาจำมาจากละครที่ดูเมื่อตอนเย็นแน่ๆ 

“ก็ใช่น่ะสิ! เห็นมะ! น้องป๋ายบอกแล้วว่าแผนของเราต้องสำเร็จ!”

เด็กสองคนหันมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มโชว์ฟันน้ำนมยามมองปะป๊ามะม๊าตัวเองตรงหน้า ป๋ายเซียนเท้าคางมองสีหน้าที่หลับสนิทของคนทั้งคู่แล้วก็งึมงำเป็นทำนองเหมือนร้องเพลง

“ดีจังน้า~ ดีจัง~”


คนแกล้งหลับอมยิ้ม ความจริงเขารู้สึกตัวตั้งนานแล้ว ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นด้วยซ้ำ แต่เพราะลมทะเลที่พัดมาพร้อมกับเสียงคลื่นนั้นมันขับกล่อมให้ร่างกายที่มักจะตื่นเช้าอยู่เสมอนั้นเรียกร้องให้หลับต่ออีกสักพัก

และที่สำคัญ... อี้ชิงก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเพราะอ้อมกอดอบอุ่นของคนข้างๆนี้ด้วย ที่ทำให้เขาหลับสบายขนาดนี้

ปรือตาขึ้นมามองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเด็กสองคนเดินหายเข้าไปในห้อง แล้วหัวใจก็ต้องเต้นตึกตักขึ้นมาเมื่อมองเห็นใบหน้าคมคายนั่นชัดๆ

คนอะไร... ทำไมถึงหล่อนักนะ ขนาดหลับก็ยังหล่อ น่าหมั่นไส้จริง

อี้ชิงฉวยโอกาสที่เจ้าของแขนขายาวยังคงหลับสนิท ไล่สายตาพิจารณาตั้งแต่หน้าผาก คิ้วเข้มๆ เปลือกตาที่ซ่อนดวงตาคู่คมนั้นเอาไว้มิดชิด จมูกโด่งเป็นสัน ไล่มาจนถึงริมฝีปาก

แค่มองความทรงจำเรื่องเมื่อคืนก็ซัดสาดเข้ามาในหัวราวเกลียวคลื่นพัด จำได้ดีว่าเมื่อคืนคุยอะไร จำได้ดีว่าเขารู้สึกแบบไหน

ไม่ใช่...จะเรียกว่าเขาคนเดียวได้ยังไง

ต้องเรียกว่า ‘เรา’ ต่างหาก ใช่มั้ย?

กำลังมองใบหน้าราวรูปสลักนั่นเพลินๆก็ต้องสะดุ้งโหยง เมืี่อคนที่เขาคิดว่าหลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ฉกจูบเข้าที่ริมฝีปากเขาอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว

จุ๊บ

“เอ๊ะ!”

“มอร์นิ่งคิสครับ”

อู๋อี้ฟานยิ้มกริ่ม ดูจากรอยยิ้มมีเลศนัยนั่นก็ทำเอาแก้มใสของคนมองร้อนซู่

“เล่นอะไรบ้าๆ เกิดลูกมาเห็นทำยังไง”

เห็นท่าทางเขินอย่างคนที่ไม่มีทีท่าว่าจะชินสักทีกับสัมผัสและการกระทำของเขาคนตัวยาวก็อดไม่ได้จะถาม 

คำถามที่แอบเก็บเอาไว้มานานโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเรียกหึง 

“ทำไมครับ ภรรยาคุณไม่เคยทำแบบนี้ให้เหรอ”

อี้ชิงกระพริบตาปริบๆ ที่กำลังเขินๆอยู่หายวับไปในบัดดล

“ภรรยา?”

“ฮื่อ ภรรยาเก่าคุณไง”อี้ฟานว่าพลางขมวดคิ้ว จู่ๆก็นึกหวงขึ้นมาทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควร หึงอะไรกับอดีตที่ผ่านมาแล้ว ที่สำคัญ... ผู้หญิงที่แสนดีคนนั้นของจางอี้ชิงก็ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้วด้วย

ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า แต่ก็คิดไปแล้วนี่นาให้ทำยังไง

อี้ชิงนอนกระพริบตาปริบๆอยู่พักหนึ่งอย่างพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวจากคำถาม สุดท้ายก็ได้แต่หลุดหัวเราะ

“ผมไม่เคยบอกคุณเหรอครับ ว่าแม่ของป๋ายเซียนคือพี่หยุนผิง พี่สาวแท้ๆของผมเอง”

ความจริงที่เพิ่งได้รู้ทำเอาคนหึงหน้ามืดแต่เช้าตรู่กระพริบตาปริบๆ

“แล้วทำไม... ป๋ายเซียนถึงนามสกุล...”

“อ้อ นั่นนามสกุลสามีของพี่หยุนผิงน่ะครับ พี่หยุนผิงอยากให้น้องป๋ายใช้”อี้ชิงว่า พอมองเห็นร่างสูงตรงหน้าคลี่ยิ้มดีใจเหมือนคนบ้าแล้วก็นึกหมั่นไส้จนอยากจะหยิกสักทีสองที

“อาฟานไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย ตื่นแล้วทำไมไม่ลุกสักทีก็ไม่รู้!”

“ก็คุณตอนหลับน่ารักดีนี่นา เลยไม่อยากปลุก อีกอย่าง... ถ้าไม่แกล้งหลับจะรู้เหรอว่ามีคนแอบมองความหล่อของผมแบบนี้”

คนฟังเบ้หน้า กระนั้นแก้มใสยังแอบขึ้นสีจางๆเพราะถูกจับได้ “คนอะไร หลงตัวเองตั้งแต่ตื่นนอน”

อี้ฟานหัวเราะเสียงทุ้ม ดึงรั้งเอวอีกคนเข้ามาใกล้ไม่ยอมปล่อยทั้งที่อีกฝ่ายดิ้นขลุกขลัก พึมพำว่าจะไปพาลูกอาบน้ำจะได้ไปกินข้าวเพราะหิวแล้วแต่เจ้าของแขนยาวๆนั่นก็ไม่ได้สะทกสะท้าน 

ถึงจะเห็นใบหน้าขาวๆที่แต่งแต้มสีแดงเพราะความเขินอายอยู่แค่คืบนี้แล้วก็เถอะ แต่คุณหมอหนุ่มก็แค่อยากถามอะไรเพื่อยืนยันนิดหน่อยก็เท่านั้น 

“อี้ชิง.. เมื่อคืน ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย”

คนถูกถามพยายามกลั้นยิ้ม “ถ้าคุณฝัน ผมก็คงฝันเหมือนคุณนั่นล่ะครับ”

อี้ฟานอมยิ้ม มองลักยิ้มบุ๋มน่ารักนั่นแล้วก็อยากดึงมาหอมให้หายหมั่นเขี้ยวเสียอีกรอบจริงๆ

“งั้น...คุณฝันว่าอะไรเหรอ?”

“ก็...”อี้ชิงพยายามกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย รู้หรอกว่าคนตรงหน้านี่กำลังอยากฟังอะไรจากเขา  “ฝันว่า น้องป๋ายกับอาเลี่ยกินขนมผมหมดตู้ จนทำขายไม่ทันเลยน่ะสิครับ”

ร่างสูงครางเสียงทุ้ม “ไม่เอาน่า... ขอจริงๆสิ”

อี้ชิงขยับตัวยุกยิก เขินแปลกๆกับสายตาทีี่ชวนให้ใจหวิวไม่พอ ไหนจะยังร่างกายที่กอดเกี่ยวกันแบบนี้อีก 

แล้วเขาก็ไม่ผลักออกเนอะ แย่จริงๆเลย

“คุณพูดก่อนสิ”

อี้ฟานกระแอม ยันตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อจะได้ใช้สองแขนสวมกอดคนตรงหน้าเอาไว้ไม่ให้ลุกหนีก่อนที่เขาจะพูดจบ

“ผมฝันว่าเราสองคนได้กันแล้ว”

คนตัวเล็กกว่าทุบอกอีกคนดังอั้ก “บ้า!!”

“โอ๊ย... ทำไมเชฟมือหนักขนาดนี้ล่ะครับเนี่ย”อี้ฟานว่า แกล้งทำหน้าโอดโอยทั้งที่ไม่ได้เจ็บกับแรงนั่นเลยสักนิด เห็นสีหน้ากระเง้ากระงอดนั่นแล้วมันน่าแกล้งนี่นา

เชฟยังหน้าแดงหูแดงไม่ยอมลงให้กันง่ายๆ บอกอีกว่าถึงจะตัวเล็กกว่าแต่หม้อกระทะชามรามไหหนักกว่านี้ก็ยกมาทุกวัน เกือบเบ่งกล้ามลูกมะขามให้ดูแล้วถ้าไม่ติดว่าคู่สนทนารวบแขนมาสวมกอดกันไว้แล้วกระซิบข้างหู

“ผมฝันว่า.. เราใจตรงกันต่างหาก”

“….”

“อ้าว เงียบเลย ตกลงเราฝันเหมือนกันมั้ยล่ะครับเนี่ย”

อี้ชิงพยายามลอยหน้าลอยตา เสมองทางนั้นทีทางนี้ที แต่ก็ทนกับสายตาที่มองมาอย่างคะยั้นคะยอไม่ไหวจนสุดท้ายต้องหันมาสบตาจนได้

“…อื้ม แบบนั้นล่ะครับ”

อี้ฟานยิ้มกว้าง ดึงคนตัวขาวเข้ามาจูบเบาๆที่หน้าผากเนียน

“หลังจากนี้... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ”

“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นล่ะครับ”

อี้ฟานยิ้มกับคำตอบแก้เขิน และเขาคงจะกอดอี้ชิงอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวันถ้าลูกๆทั้งสองคนไม่วิ่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน 

เขามองใบหน้าอ่อนโยนที่รับกันกับสีหน้าสดใส หูก็ฟังน้ำเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กสองคนแล้วก็อยากหัวเราะออกมาดังๆให้เต็มเสียง ให้สมกับความสุขที่กำลังล้นในอก

ความรู้สึกที่มีใครสักคนเคียงข้าง... ความรู้สึกที่คนที่ใช่อยู่เคียงข้าง... 

มันดีแบบนี้น่ีเอง




อี้ชิงหยุดชะงัก เมื่อมองเห็นร่างคุ้นเคยเดินอยู่หน้าล็อบบี้พร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม เขาย่อตัวลงบอกป๋ายเซียนให้ถือพายในมือกลับไปหาอี้ฟานกับช่านเลี่ยที่โต๊ะก่อน แล้วจะตามไป ก่อนจะสาวเท้าไปยังร่างเล็กป้อมที่กำลังชะเง้อชะแง้ไปทางอื่นจนไม่ทันมองมา


“ซิ่วหมิน อะไรกัน นี่นายจะกลับแล้วเหรอ”

เจ้าของชื่อสะดุ้งจนตัวโยน แต่กระนั้นก็ยังหันกลับมาส่งยิ้มให้.. แม้จะไม่แนบเนียนนักก็ตาม 

“อะ... อื้อ พอดีมีงานด่วนนิดหน่อยที่ฉันต้องกลับไปเคลียร์น่ะ”

“งานด่วนอะไร อย่ามาโกหกกันซะให้ยาก คุณลู่หานอยู่ที่นี่ทั้งคน บอกเขาสิ แค่เขาโทรกริ๊กเดียว งานนายก็ปลิวไปตกโต๊ะคนอื่นแล้วไม่ใช่เหรอ?”

อี้ชิงเอ่ยแซว รู้หรอกว่าความสัมพันธ์ของเจ้านายกับเพื่อนน่ะมันถลำลึกเกินกว่าจะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องมากเข้าไปทุกที แต่คนสองคนก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงอยู่นั่นไม่ยอมรับรู้ใจกัน โดยเฉพาะเจ้าเพื่อนตัวดีนี่แหละที่ชอบเอาชื่อเขามาอ้างอยู่เรื่อย 

รอยยิ้มบนใบหน้ากลมเลือนหาย แต่ก็เพียงชั่วครู่ที่เจ้าตัวปั้นมันขึ้นมาใหม่

“นี่ ฉันเองก็เป็นพนักงานคนนึงนะ ทำงานแบบนี้ไม่ได้หรอก”

เห็นท่าทางแปลกๆแล้วอี้ชิงก็เริ่มสังเกต ดวงตากลมโตของเพื่อนตัวเล็กไม่มีประกายสดใสเหมือนเคย สีหน้าก็ดูแปลกๆ... ไหนจะยังจมูกแดงๆนี่อีก 

“ซิ่วหมิน นายเป็นอะไรรึเปล่า”

“ฮื้อ เป็นอะไร ไม่มี้”

“ซิ่วหมิน”อี้ชิงว่า คว้าข้อมือเพื่อนเพราะรู้สึกได้ว่าร่างเล็กกำลังจะเดินหนี “นายเป็นอะไร”

เชฟหนุ่มพิจารณาใบหน้านั่นให้ชัดๆ ก่อนจะรู้สึกได้ว่าแม้เจ้าตัวจะพยายามทำตัวสดใสร่าเริงให้เหมือนคนปกติยังไง รอยคล้ำช้ำๆที่ดวงตากลมโตนั้นก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

“ซิ่วหมิน บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”

“….”ร่างเล็กอึกอัก หลุบตาลงต่ำ ไม่ใช่ว่าอยากจะปิดบังอะไรเพื่อนสนิท แต่เขาก็แค่ยังไม่พร้อมจะพูดมันเท่านั้นเอง

ตลอดทั้งคืน ซิ่วหมินพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มตาให้หลับ แบบที่ไม่มีภาพของใครคนนั้นติดหัว แต่ก็ทำไม่ได้ทั้งคืน และนอนไม่หลับจนถึงตอนเช้า..

เขาไม่ได้อิจฉาอี้ชิง ไม่ได้เกลียดลู่หาน ไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับใครทั้งนั้น

เวลานี้ซิ่วหมินก็แค่ต้องการเวลา ทบทวน และดูแลหัวใจตัวเองให้แข็งแรงเหมือนซิ่วหมินคนเก่าก็เท่านั้น

เขาคิดผิด เขาเคยเข้าใจว่าตัวเองเข้มแข็งมากพอที่จะทำใจลืมเรื่องราวและความรู้สึกทุกอย่างได้ในคืนเดียว แต่มันก็ไม่ใช่... เมื่อพบว่าตัวเองลุกออกจากห้องคนที่ยังเมาหลับไม่ตื่นแต่เช้าแล้วเก็บข้าวของเตรียมกลับบ้านก่อน 

เอาเถอะ วันนี้ยังไม่หาย พรุ่งนี้ก็คงหาย ไม่เกินอาทิตย์ ซิ่วหมินรับรองด้วยเกียรติความปากเก่งของตัวเองเลยเอ้า! 

เสียงรถตู้ที่เคลื่อนตัวเข้ามาที่หน้าโรงแรมทำคนที่เผลอหลุดไปในภวังค์ได้สติ รีบคว้ากระเป๋าตัวเองทันที

“เฮ้ย รถมาแล้วอะ ฉันไปก่อนนะ งานมันด่วนจริงๆ พอถึงแล้วเดี๋ยวฉันจะโทรหา โอเคนะ”ซิ่วหมินว่า กอดอี้ชิงเร็วๆหนึ่งทีพร้อมกับย้ำให้เที่ยวให้สนุก ก่อนจะวิ่งขึ้นรถไปชนิดที่ใครอีกคนคว้าไว้ไม่ทัน

ซิ่วหมินโบกมือบ๊ายบายเพื่อนที่ยังมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกผิดกับอี้ชิงไม่น้อยที่ไม่ยอมเล่าอะไร แต่ตอนนี้เขาไม่พร้อมจริงๆ



ร่างเล็กที่ก้าวไวๆขึ้นรถไปนั้นอยู่ในสายตาของใครบางคนที่มองลงมาจากอาคารข้างๆ จากมุมตรงนั้นร่างโปร่งมองเห็นได้ชัดเจน 

ลู่หานเห็นชัดถึงสีหน้าซีดเซียวของคนที่เหมือนจะไม่ได้นอน ท่าทางรีบร้อนของคนที่ก้าวออกไปแล้วก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกแบบไหนก่อน

ถึงจะยังปวดหัวเพราะยังไม่สร่างจากฤทธิ์น้ำเมา แต่ก็ไม่สามารถห้ามให้เขาลืมเลือนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ได้

เพียงคืนเดียว... แต่ลู่หานเหมือนจะได้รู้จักนายคนนั้นมากขึ้นอีกเป็นกอง 

เก็บเอาไว้คนเดียวทุกอย่าง นายเป็นแบบนี้มาตลอดเลยสินะ ซิ่วหมิน

ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่ร่างของจางอี้ชิง ผู้ชายที่เขาตะโกนปาวๆกลางทะเลเหมือนคนบ้าเมื่อวานว่ารักแทบตายยืนอยู่ตรงนั้น แต่สายตาของเสี่ยวลู่หานกลับมองตามรถตู้ที่มีพนักงานตัวเล็กอยู่ในนั้นจนลับสายตา

จำได้กระทั่งสีรถ ยี่ห้อ และเลขทะเบียน ทั้งที่สมองสั่งแท้ๆว่าโทรศัพท์มือถือของเขาอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขาจะโทรไปหาก็ได้เพื่อสั่งการอย่างเจ้ากี้เจ้าการตามประสาคนเป็นเจ้านายว่าให้วกรถกลับมา เขาจะไปส่งเองเหมือนตอนขามา ก็ยังทำได้ และต่อให้ซิ่วหมินไม่ยอม เขาก็สามารถจัดแจงให้คนขับรถตู้คันนั้นวกรถกลับมาได้ภายในสิบนาทีอยู่ดี 

ร่างโปร่งหันหลังกลับ ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์พลางเป่าลมหายใจออกมาทางปากที่ยังรับรู้ถึงความอ่อนนุ่มเมื่อคืน 

ไม่รู้ว่ามันจะดีกว่าหรือเปล่า ถ้าเพียงแต่ลู่หานจะเมาแล้วลืมเรื่องทุกอย่างเมื่อตื่น

ไม่เลย มันจะเป็นเรื่องที่ดีได้ยังไง ถ้าเขาลืมทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจากใครอีกคน ทุกการดูแลทั้งที่ตัวเองกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ คำสารภาพรักที่ทำให้หัวใจที่ปริแตกของเขาสั่นไหว และรสจูบของซิ่วหมิน 

เอาเข้าจริงลู่หานก็ชักสับสนแล้วว่าที่ปวดตุบๆอยู่นี่มันที่หัวอย่างเดียว หรือว่าที่ใจด้วย

สมองเขานึกไปถึงครั้งแรกที่เจอกัน สีหน้าตื่นๆเหมือนแฮมสเตอร์ตกใจของคนตัวเล็กที่โดนเรียกเข้าพบ จนถึงตอนที่แฮมสเตอร์สุดน่ารักที่เหมือนจะตามใจเขากลายเป็นแฮมสเตอร์ขี้เหวี่ยงที่กลับสถานะของการกระทำกลายเป็นเขาที่ต้องคอยเอาใจ ตามตื๊อตลอดทั้งที่เป็นเจ้านาย

ไม่รู้ ลู่หานไม่รู้จริงๆ เขาไม่ได้รังเกียจซิ่วหมิน แต่...

แต่มันอาจจะยังไม่ใช่รัก... 

มือหนากำโทรศัพท์ในมือแน่น 

ในเมื่อเขายังให้คำตอบตัวเองไม่ได้ ต่อให้ไม่อยากให้อีกฝ่ายอยู่ไกลสายตาสักแค่ไหน แต่ที่ผ่านมาลู่หานเป็นคนเห็นแก่ตัวมากเกินไปแล้ว 

ในเวลานี้ที่ยังสับสน นี่อาจเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถจะชดเชยให้ซิ่วหมินได้ 

คิดได้อย่างนั้นโทรศัพท์ก็ถูกเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิม

ถึงข้างกายจะรู้สึกว่างเปล่า และในใจจะวูบโหวงแปลกๆ เพราะไม่เคยเป็นฝ่ายยืนมองร่างป้อมนั้นเดินจากไปมาก่อน กระทั่งตอนเขาอาสาไปส่งถึงคอนโดเล็กๆสมตัวคนอาศัย ลู่หานก็เป็นฝ่ายมองผ่านกระจกมองหลัง เพียงเพื่อพบว่าซิ่วหมินจะคอยมองส่งเขาจนลับสายตาเสมอ

เมื่อไหร่กันที่ความทรงจำตอนที่อยู่ด้วยกันมันถึงเยอะแยะแบบนี้ 

อาการปวดจี๊ดที่หัวพาเอานักธุรกิจหนุ่มสั่นหน้า จะหงุดหงิดก็ไม่ใช่ จะหัวเสียก็ไม่เชิง 

“บ้าเอ๊ย...”

ซิ่วหมินอาจจะคิดถูกแล้ว การห่างกันสักพัก อาจจะช่วยให้มีคำตอบอะไรดีๆออกมาก็ได้ 

คำตอบที่ลู่หานเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดีของเราสองคน 







#findingmommy



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #887 snscifah (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 15:34
    ฮืออออ สงสารพี่หมิน
    #887
    0
  2. #865 i'm lion (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 22:20
    คิดถึงมากๆเลยค่ะ ดีใจที่กลับมานะคะ
    #865
    0
  3. #855 meenhae13 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 09:52
    คิดถึงไรท์จังงงงง
    สงสารซิ่วหมินอ่าา
    #855
    0
  4. #853 peachpark (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:40
    โว้ววว ในที่สุดดดด ขอบคุณที่กลับมาต่อนะคะะะะะ
    #853
    0
  5. #852 bibimbua (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 20:22
    โง้ยดีใจมากกกกกก รอคอยติดตามต่อ ซิ่วหมินสู้ๆๆๆๆ
    #852
    0
  6. #850 monthiramonly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 16:52
    กลับมาแลว เย้ๆๆๆ
    #850
    0
  7. #849 feliz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 15:31
    คู่นึงก็หวาน อึกคู่ดราม่าเลย ฮือออ
    #849
    0
  8. #848 b_22 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 15:13
    เรานึกว่าตาฝาด!!!!!! แงงงงงงง กลับมาแล้วนะคะ T-T
    #848
    0
  9. #847 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 15:10
    แงงงงงงงงงง เด็กๆและป๊าม๊ากลับมาแล้ว~
    #847
    0
  10. #846 little.deer (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 22:07
    ฮืออออ คิดถึงเด็กๆจังเลยค่ะะะะ
    #846
    0
  11. #841 m ma ri (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 00:40
    เอ้า ไปต่อกันยังไงละทีนี้
    #841
    0
  12. #831 LonelySong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 19:23
    ไรต์.....ค้างงง
    #831
    0
  13. #828 kwyf (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 00:38
    ไรตตตตตตตตตตตตตตต์ กลับมาาาาาาาาาาาาาาาาา อยากอ่านต่อแล้วT^T
    #828
    0
  14. #827 ununchuahong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 18:29
    ไรต์จ้ะไรต์จ๋า หนูคิดถึงน้องป๋ายกับน้องชานเลี่ยจังเลยยยยยย ได้ยินหนูไหม5555555
    #827
    0
  15. #826 ploylybbs (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 17:50
    ไรท์จ๋าาาา~
    ได้ยินมั้ยว่าเสียงใครร
    เสียงคน อ่านค้างนี่ไงง~
    มาต่อเร็วๆน้าาาาาาาาา
    #826
    0
  16. #812 shadow1232 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 14:44
    อย่าหายไปนานแบบนี้อีกนะค่ะ มาต่อเร็วๆนะค่ะ

    #812
    0
  17. #811 ununchuahong (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 12:55
    มาต่อเถอะคะ.....มาทำให้พวกเค้ารักกันที.....พลีสสสสส
    #811
    0
  18. #810 Xingmin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 17:09
    คิดๆดีนะคะบอส เสียแล้วเสียเลยนะ
    #810
    0
  19. #800 shadow1232 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 11:19
    กลับมาต่อนะค่ะ
    😍😍😘😘😘😘
    #800
    0
  20. #798 Nam nadia (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 03:56
    ไรเตอร์~~~ คิดถึงอาป๋ายกับอาเลี่ยอ่าาาาาา กลับมาต่อเถอะนะค้าาาา
    #798
    0
  21. #789 numwatchak (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:25
    ไรต์ขาาาาาาาาา มาต่อเร็วๆๆนะคะ อยากอ่านม้ากมากกกกก ????????
    #789
    0
  22. #788 繁星 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:10
    โอ๊ยยยย ลู่หมินหน่วงมากอ่ะ

    มาต่อไวๆนะค้าา สู้ๆน้าา

    เรื่องสนุกมากกกกกกกกก ชอบ
    #788
    0
  23. #785 numwatchak (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 17:42
    ได้เอาเปรียบนี๊ดดดดนึงก็ยังดีเนอะคริส
    มาต่อเร็วๆนะค้าาา
    ลู่รู้ใจตัวเองซักทีเถอะสงสารหมินอ่ะ
    #785
    0
  24. #783 Rabbit_Fujoshi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 00:14
    อาฟานนี่เจ้าเล่ห์นะ ~~~ แต่ก็นะ อี้น่ารักอ่ะเนอะ ใครก็อยากหากำไรด้วยทั้งนั้นแหละ 5555
    #783
    0
  25. #782 Rabbit_Fujoshi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 00:13
    โอ้ยยย ลู่หมินดราม่า ใจจะขาด TT
    #782
    0