[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 18 : ●▽● 17 : Under the star (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    16 เม.ย. 61


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!




Chapter17 Under the star

Rate : PG

Author : Maria Test.





เงียบกันไปครู่ใหญ่ คนที่ตามมาไม่คิดจะพูดอะไร และเธอ... ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดีเช่นกัน

จุนเหมียนเหยียดริมฝีปากออก ถึงจะชะงักไปครู่หนึ่งกับสีหน้าท่าทางที่เหมือนไม่ได้แกล้งทำว่ากำลังเศร้าหมองอยู่เต็มประดา แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจ

ก็ใช่ ทำไมต้องสนใจด้วย ผู้หญิงคนนี้ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองก่ออยู่แล้ว

มือเรียวบอบบางที่ถือกระเป๋าแบรนด์หรูกระชับแน่นจนรู้สึกเจ็บ ถ้าเป็นแต่ก่อน กับผู้ชายคนตรงหน้านี้ เธอคงไม่ลังเลที่จะมองตาเขาด้วยแววตาที่แสดงความเหนือกว่าของเธอ แม้จะรู้ว่าเขาคือเพื่อนของ’สามี’ หรือคุณหนูคิมจุนมยอนที่สังคมไฮโซรู้จักกันดีว่าร้ายกาจแค่ไหนกับคนที่ตัวเองเห็นว่าเป็นศัตรู 

แต่ด้วยศักดิ์ศรีของ ‘พู่ซิ่วหยาน’ นางแบบคนดังระดับเอเชียอย่างเธอ ไม่มีวันยอมลงให้คนแบบนี้

ถ้าเป็นแต่ก่อน... ซึ่งไม่ใช่ตอนนี้

เวลานี้เธอไม่คิดหรอกว่าคนตรงหน้าเป็นเพื่อนของใคร มีฐานะสูงส่งแค่ไหน เธอรู้แค่ว่าเขาคือ คิมจุนมยอน หนึ่งในกลุ่มคนบนโลกใบนี้ที่รู้จักละรับรู้เรื่องราวของเธอดีจนเกลียดเธอเข้ากระดูกดำ

และซิ่วหยานก็รู้ดีว่าชายหนุ่มมีสิทธิเช่นนั้นทุกประการ 

 

ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้า ทำลายความอึดอัดลงก่อน

“จุนเหมียน... สบายดีนะ”

เจ้าของชื่อกอดอก 

“เธอก็เหมือนกัน?”

“ค่ะ... ฉัน....”

จุนเหมียนยังคงมองมาด้วยสายตาประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นเดิม สายตาที่ไม่เป็นมิตร ไม่ว่าจะแต่ก่อนหรือตอนนี้

แต่ซิ่วหยานรู้ตัวดี เธอเตรียมพร้อมรับมือกับสายตาแบบนี้ตั้งแต่ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินกลับมาที่นี่ 

ยกเว้นเพียงคนๆเดียว ที่เธออยากได้ความรู้สึก ‘รัก’ ส่งกลับมา

ไม่สิ ต้องบอกว่าได้ ‘คืน’ มา จะถูกต้องเสียมากกว่า 

ผู้ชายที่เป็นรักครั้งแรกของเธอ

ผู้ชายที่เป็นเจ้าของ ครึ่งหนึ่งของสิ่งมีค่าที่สุด ที่เธอรู้ตัวว่าทิ้งมันไปก็เมื่อสาย

...อู๋อี้ฟาน

“ฉันไม่อ้อมค้อมล่ะนะเธอมาที่นี่ทำไม”

ซิ่วหยานชะงัก หลบตาหนีดวงตาคู่สวยทว่าดุจัดจนเอาเรื่องนั้นแทบจะในทันที

การจากประเทศนี้ไปนานทำให้เบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนฝูงทั้งหลายหายไปหมด จะขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้ คนที่รู้เรื่องของเธอกับอี้ฟาน มีแต่เพื่อนๆของเขา กับเพื่อนๆของเธอที่ต่างก็เกลียดเธอกันทั้งนั้น นั่นเพราะการตัดสินใจเมื่อครั้งอดีต

เธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับอี้ฟานตรงๆ  เพราะรู้ดีว่าเป็นเธอเองที่ทำลายชีวิตเขา และคนๆเดียวที่เธอคิดว่ามีเหตุผลพอจะรับฟังคือเฉิน 

แต่ดูเหมือนโชคจะไม่ยอมเข้าข้างเสียเลย

เมื่อดันมาเจอคุณหนูเอาแต่ใจคนนี้แทน

หญิงสาวรวบรวมความกล้าขึ้นเอ่ย “ฉัน... จริงๆแล้วฉันมาหาอี้ฟาน”

จุนเหมียนแค่นหัวเราะ 

“นั่นสินะ อันที่จริง... ฉันก็พอรู้อยู่แล้วล่ะว่าเธอจะเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม แค่อยากถามให้แน่ใจเฉยๆว่าฉันคิดไม่ผิด แล้วถ้าให้เดาต่อ คิดจะเข้าทางไอ้เฉินมันล่ะสิท่า”

ซิ่วหยานเม้มปากแน่นและพยักหน้ารับ คู่สนทนาแค่นหัวเราะ

“ก็ฉลาดดีสมเป็นเธอ เพราะถ้าเธอเข้าทางฉันล่ะก็ ฉันจะตบเธอต่อหน้าคนทั้งโรงพยาบาลนี่แหละ”

“จุนเหมียน พอก่อนได้มั้ย ฉันรู้ว่านาย...”ซิ่วหยานรีบเปลี่ยนคำพูด  “ฉันรู้ว่าทุกคนเกลียดฉัน ฉันเองก็เกลียดตัวเองเหมือนกันกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แต่ก็เพราะแบบนั้นฉันถึงกลับมา... กลับมาเพื่อทำทุกอย่างให้ถูกต้อง”

คุณหมอหนุ่มชักสีหน้าชิงชังแบบไม่คิดปิดบัง

“เคยคิดบ้างมั้ย ว่าคนที่นี่ไม่มีใครต้องการเธออีกแล้ว”

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง

“หมายความว่ายังไง... อี้ฟาน... เขามีคนใหม่เหรอ..?”

แค่คิด... หัวใจของเธอก็เจ็บแปลบจนไม่รู้จะอธิบายยังไง

สายเกินไปงั้นเหรอ... เธอมาช้าเกินไปอีกแล้วงั้นเหรอ...

“ซิ่วหยาน?”

เสียงเรียกจากเฉินที่เดินตามมาทีหลังเอ่ยชื่อหญิงสาวออกมาอย่างตกตะลึง ร่างของคุณหมอหนุ่มก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเพื่อนตัวขาว

ที่แท้... ผู้หญิงที่เหล่าพยาบาลร่ำลือกัน ก็คือเธอคนนี้เองน่ะเหรอ? 

“เธอกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

พอเห็นใครที่พอจะคุยกันแบบเป็นมิตรได้ หญิงสาวเพียงคนเดียวในที่นั้นก็ค่อยยิ้มออก

“อื้ม ฉัน....”

“โดนสามีที่นั่นทิ้งมาล่ะสิไม่ว่า”

“ไม่เอาน่าจุนเหมียน”เฉินปราม รู้ดีว่าเพื่อนสนิทขึ้นแล้วลงยาก โดยเฉพาะถ้ามันเป็นเรื่องของอี้ฟาน 

จุนเหมียนสะบัดแขนออกจากการจับกุมของเฉิน “ทำไม? หรือไม่จริง? ผ่านมากี่ปีเพิ่งจะมาร้องเรียกหาไอ้ฟานทำไมตอนนี้ เพิ่งสำนึกได้เหรอว่าตัวเองทำอะไรไว้ แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะ ไม่ว่าเธอจะกลับมาด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ฉันไม่แคร์ทั้งนั้น คนที่ฉันแคร์คือไอ้ฟานเพื่อนของฉัน และมันก็ไปของมันได้ดี ชีวิตของมันกำลังมีความสุข ตั้งแต่มันไม่มีเธอ!”

พูดออกไปอย่างหยิ่งทะนง ทั้งๆที่ความจริงแล้ว จุนเหมียนรู้ว่ามันไม่ง่ายเลยสำหรับอู๋อี้ฟาน

มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต การที่ต้องเลี้ยงช่านเลี่ยด้วยตัวคนเดียวทั้งที่ลูกยังไม่หย่านม ไหนจะเรื่องอาชีพนายแบบที่ดับสูญทันทีที่ข่าวแพร่งพรายออกไป 

ตั้งนาน... กว่าอี้ฟานจะกลับมาตั้งตัวได้ และเป็นศัลยแพทย์อู๋อี้ฟานจนทุกวันนี้ 

จุนเหมียนกอดอก ทนมองใบหน้าที่ทำหน้าเหมือนจะน่าสงสารนั่นไม่ได้จนต้องเบือนหน้า วางสายตาไปไว้ที่อื่นเพื่อสงบอารมณ์ให้เย็นลง

“คิดเหรอว่าตอนนี้ทุกอย่างมันจะจบอย่างสวยหรู หนีไปชุบตัวเมืองนอก แล้วพอเห็นเขาได้ดิบได้ดีเป็นผู้เป็นคนคิดมาก็จะมาฉวยโอกาสสร้างครอบครัวใหม่กับเขา คิดเหรอว่าคนอย่างเธอจะได้โอกาสอีกครั้ง!”

ซิ่วหยานไม่แม้แต่จะหลบหน้า เธอมองสบตาสายตาเกลียดชังอย่างเข้าใจ 

เพราะเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ 

เธอรับรู้ และเข้าใจ ว่าอี้ฟานต้องเจ็บขนาดไหนที่เธอทิ้งเขาไปอย่างเห็นแก่ตัวที่สุดในตอนนั้น 

วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะชดใช้ทุกอย่าง แม้ใครต่อใครจะพากันพูดว่ามันสายเกินไป

แต่ด้วยความรักและหัวใจที่ยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง  ซิ่วหยานขอแค่โอกาสสักครั้ง ให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกนี้ของเธอ 

เธอพร้อมจะเริ่มต้นใหม่แล้ว เริ่มต้นใหม่กับผู้ชายที่เป็นเหมือนรักแท้ในชีวิต

ริมฝีปากที่เคลือยลิปสติกสีสดเม้มปากแน่น“ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่เคยหยุดรักเขา พวกนายจะเชื่อฉันไหม”

“ไม่”

“จุนเหมียน...”คุณหมอกระดูกปรามเพื่อนอีกครั้งอย่างอ่อนใจ ถึงเฉินเองจะพูดได้ไม่เต็มปากว่ายินดีต้อนรับคนๆนี้ แต่เขาก็ไม่อยากจะใจร้ายใจดำกับเธอนัก 

อย่างน้อยก็คนเคยรู้จัก คนที่อี้ฟานเคยรักจนหมดหัวใจ

...และเป็นแม่ของอาเลี่ย 

“ทานข้าวกลางวันมารึยัง ไปด้วยกันมั้ย เผื่อจะได้คุยอะไรต่ออะไรด้วย”

“เฉิน!”ถ้าจุนเหมียนเป็นผู้หญิงล่ะก็ เขาคิดว่าคงเห็นเพื่อนกระทืบเท้าเร่าๆใส่อยู่นี่

“จุนเหมียน ยังไงซะเธอก็เป็น...”

ดวงตาคู่สวยของชายหนุ่มหันมองซิ่วหยานด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ตามใจ! เชิญไปกินมื้อกลางวันกันสองต่อสองแล้วกัน อ้อ! แล้วก็กลับมาทำงานด้วย อย่ามัวแต่ไปกิน ‘อย่างอื่น’ ต่อล่ะ!”

“จุนเหมียน...”

เฉินครางอย่างอ่อนใจพลางมองตามร่างเล็กบางที่เดินจ้ำอ้าวไปอีกทางแบบไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมา 

ซิ่วหยานรีบบอก “ไม่เป็นไร เฉิน นายตามจุนเหมียนไปเถอะ ไว้เราค่อยคุยกันวันหลังนะ”

ใบหน้าสวยเฉี่ยวปรากฎรอยยิ้มบางแต่งแต้ม ยังไงวันนี้เธอก็ยังไม่โชคร้ายที่ได้เจอเฉิน อย่างน้อยเธอก็ยังมีใครที่ให้คำปรึกษาและเป็นที่พึ่งบ้าง ระหว่างที่เธอจะเดินหน้าตามหัวใจของเธอคืน 

พู่ซิ่วหยานใช้เวลาตั้งปีกว่า กว่าจะรู้ตัวว่าชื่อเสียง เงินทอง อาชีพที่เธอรักและภูมิใจนักหนานั้นจะเติมเต็มทุกอย่างให้กับชีวิต ลูกของเธอกับอี้ฟานต่างหาก ที่มาผิดเวลา 

ตอนนี้หญิงสาวรู้แล้ว... ว่าสิ่งมีค่าพวกนั้นมันไม่จีรังยั่งยืน

เพื่อให้ได้ครอบครัวคืนมา ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร เธอยอมทั้งนั้น 

“ซิ่วหยาน...”

“หืม?”

วินาทีที่ร่างสูงระหงของนางแบบสาวหันหลังกลับมาก็ต้องแปลกใจ เมื่อเฉินที่เธอคิดว่าเดินตามจุนเหมียนไปนานแล้วยังคงยืนอยู่ที่เดิม ตรงกันข้าม สีหน้าที่เคยใจดีอยู่เสมอนั้นก็เย็นชาเสียจนเธอหยุดหายใจ 

มันเป็นสีหน้าที่หญิงสาวมั่นใจว่าไม่เคยเห็นมาก่อนจากผู้ชายคนนี้ และไม่เคยคิดด้วยว่าจะได้รับมัน 

กับจุนเหมียน... ผู้ชายคนนั้นแสดงท่าทางเกลียดชังเธออย่างไม่ปิดบัง 

แต่กับเฉิน... เขาซุกซ่อนทุกอย่างเอาไว้ภายใต้สีหน้าที่ใจดีเป็นนิตย์ แม้ไม่ออกมาตรงๆ แม้สีหน้าไม่เด่นชัดเหมือนใครอีกคนที่เพิ่งเดินจากไป 

แต่ในแววตาที่ไร้ประกายใจดีคู่นั้นกลับทำหญิงสาวขนลุกซู่ ความใจดีนั้นเป็นเพียงภาพลวงที่เธอคิดเข้าข้างตัวเองเท่านั้น! 

และฟางเส้นสุดท้ายของเธอก็เอ่ยสั้นๆ

“ฉันว่าเธอ... อย่ากลับมาอีกเลย”




นิ้วเล็กๆสะกิดเพื่อนที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียง อาศัยจังหวะที่อี้ชิงกำลังจัดข้าวของในกระเป๋ายื่นหน้ามาจนชิด

“อาเลี่ย คืนนี้อาเลี่ยนอนไหน”

ช่านเลี่ยชี้ไปยังประตู

“นอกห้องเหรอ?”

“ห้องตรงข้ามนี้ตะหาก”ช่านเลี่ยว่าพลางทำหน้ายู่ “อาเลี่ยจะไปนอนนอกห้องทำไม ปะป๊าก็อยู่ด้วยนะ”

“น้องป๋ายมีแผน”

เสียงหัวเราะคิกคักพร้อมกับสีหน้าเจ้าเล่ห์ของป๋ายเซียนทำให้เด็กน้อยสนใจทันที

“แผนไรเหรอ”

“เก๊าะ... แผนให้คืนนี้ปะป๊ากับมะม๊าได้นอนด้วยกันไง”เจ้าตัวแสบว่า เอานิ้วจิ้มๆลงกับพื้นเตียง “เนี่ย เตียงนี้เลย อาเลี่ยว่าดีมะ”

ช่านเลี่ยพยักหน้าหงึกหงักเอาด้วยทันทีแม้ตายังไม่คลายกังวล “แต่ปะป๊าตัวใย้ใหญ่นะน้องป๋าย จะเบียดกันได้เหรอ ตั้งหนึ่งสองสามสี่คน”

“ได้สิ น้องป๋ายเคยดูในละคร ถ้าเตียงมันแคบ ก็ต้องนอนกอดกันไง”

เด็กตัวโตกว่าถึงบางอ้อ สมองน้อยๆเริ่มพาเตลิดไปไกลจนตาเป็นประกายวับตามเจ้าตัวแสบจอมวางแผน

“ถ้าปะป๊ากับมะม๊าได้นอนด้วยกัน ไม่แน่เราอาจจะมีน้องอีกคนก็ได้นะน้องป๋าย!”

ป๋ายเซียนกระพริบตาปริบๆ มองแขนป้อมๆของช่านเลี่ยที่โอบรอบตัวเองอยู่ คิดตามอยู่ครู่หนึ่งแล้วดวงตาเรียวรีก็เบิกกว้่าง ผลักเพื่อนตัวเล็กออกห่างทันที!

“ช่านเลี่ย! ช่านเลี่ยทำแบบนี้ได้ไง! เมื่อกี้ช่านเลี่ยกอดน้องป๋าย น้องป๋ายจะท้องมั้ยเนี่ย!”

เด็กน้อยที่ถูกผลักทำท่าจะโวยวาย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เพิ่งกอดป๋ายเซียนไปหยกๆก็ตกใจเหมือนกัน 

ก็อาเลี่ยว่าน้องป๋ายนิ่มดีเลยกอด ท้องไม่ท้องอาเลี่ยจะไปรู้ได้ไง อาเลี่ยยังเด็กอยู่เลย

“อาเลี่ยอ้ะะะะะะ!!!”ป๋ายเซียนตีโพยตีพาย ลุกขึ้นยืนบนเตียงได้ก็คว้าหมอนขนาดเท่าตัวเองฟาดเพื่อนดังผัวะจนช่านเลี่ยหงายหลังหน้าคว่ำลงกับผ้าปูเตียง 

“โวยวายอะไรกันครับเด็กๆ มะม๊าบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทะเลาะกัน”อี้ชิงหันมาทันทีที่สองคนเริ่มโวยวาย เห็นหน้าแดงๆของเด็กสองคนแล้วก็รีบลุกขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อผ้าที่เพิ่งจัดเสร็จ

“ไหน ทะเลาะอะไรกันครับ?”

ป๋ายเซียนตะกายมานั่งตักทันที มือป้อมชี้ไปยังช่านเลี่ยที่ค่อยๆคลานเข่าเข้ามาใกล้เพราะโดนหมอนฟาดกระเด็น

“ก็อาเลี่ย อาเลี่ยทำน้องป๋ายท้อง!”

“อาเลี่ยไม่ได้ตั้งใจนะ!”ช่านเลี่ยแก้ตัวแทบจะในทันที 

อี้ชิงอ้าปากค้าง งงอยู่นิดหน่อยแต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะจนตัวโยน 

“น้องป๋าย อาเลี่ย ผู้ชายเขาไม่ท้องกันหรอกนะครับ”

คราวนี้เป็นเด็กสองคนที่หน้าเหวอ “อ้าว”

“ตามธรรมชาติแล้วคนที่ท้องแล้วก็คลอดลูกต้องเป็นผู้หญิงนะครับ ผู้ชายท้องไม่ได้”เชฟหนุ่มอธิบาย

ป๋ายเซียนทำหน้าโล่งอก “แล้วไป น้องป๋ายตกใจหมด” นึกว่าจะได้เป็นมะม๊าของเบ่บี๋ซะแล้ว

“อาเลี่ยก็ตกใจนะ”ช่านเลี่ยว่า และด้วยความที่เป็นเด็กฉลาดเลยรีบฟื้นความจำอย่างรวดเร็ว “จริงด้วย... รูปที่อาเลี่ยเคยเห็นที่โรงพยาบาลเป็นผู้หญิงนี่นา”

อี้ชิงยิ้ม ลูบหัวทุยๆของลูกชายแผ่วเบา

“ถ้าอยากรู้ว่าทำยังไงเราถึงเกิดมาได้ ลองถามคุณหมออู๋อี้ฟานดูสิครับ”

พูดถึงแล้วก็บุ้ยใบ้ไปยังห้องน้ำที่คุณหมอใช้อยู่ หรี่ตามองอย่างใช้ความคิดว่าคนอะไรห้องตัวเองก็มีไม่อาบ มาอาบห้องคนอื่นเขา แล้วนี่ข้าวของก็เอามาวางรวมกันเต็มไปหมดจนเขางงตั้งนานนึกว่าเข้าผิดห้อง

นี่ต้องแอบวางแผนอะไรเอาไว้แน่ๆ

คิดอย่างรู้ทันคนหื่นแล้วก็เตรียมแผนรับมือไว้ในใจ 

คิดเหรอว่ามาทะเลแบบนี้แล้วจะหาทางฉวยโอกาสเขาได้ ไม่มีทางซะหรอก 

เรื่องวันนั้นยังไม่เคลียร์เลยด้วยซ้ำ คืบไม่ได้ ศอกก็อย่าหวัง! 

เสียงออดหน้าห้องที่ดังขึ้นทำให้อี้ชิงต้องลุกขึ้นยืน ปล่อยเด็กๆที่พอสบายใจว่าไม่มีใครท้องแน่ๆแล้วให้เล่นกันต่อไป

ร่างที่ปรากฎอยู่หน้าห้องพาให้ต้องคลี่ยิ้มตอบรับ เสี่ยวลู่หานเปลี่ยนชุดแล้วเรียบร้อยหลังจากอาบน้ำอาบท่าจากกีฬาเมื่อตอนเย็น แม้อีกฝ่ายจะอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสามส่วนสบายๆ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังความหล่อเหลาอย่างหรูๆของเจ้าตัวได้เลย


ฝ่ายคนที่มาเยือนก็พิจารณาร่างบางหลังประตูอย่างชื่นชม ดูเอาสิ ขนาดอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวเตรียมนอน หัวหูยุ่งเหยิงก็ยังน่ารักน่าหยิกซะไม่มี มองเลยไปมองเห็นเด็กๆเล่นกันเจี๊ยวจ๊าวท่าทางมีความสุขแล้วก็ได้แต่จินตนาการไปไกล

ถ้าเพียงแค่อี้ชิงกับป๋ายเซียนจะชอบที่นี่ ถ้าเพียงเราสองคนได้ลงเอยกันเท่านั้น เขาจะยกรีสอร์ทนี้ให้เป็นของขวัญครบสิบแปดปีของน้องป๋ายเลยเอ้า

คนจินตนาการสูงรีบสะบัดศีรษะรีบเรียกสติกลับมาหาด่านหลายด่านที่ต้องตะลุยในความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว 

เฮ้อ... นี่ถ้าซิ่วหมินอยู่ด้วยต้องแซวว่าเขามองอี้ชิงตาเยิ้มอยู่แน่ๆ

“คุณลู่หาน มีอะไรรึเปล่าครับ”

“ผมอยากมาถามน่ะครับว่าห้องพักเป็นยังไงบ้าง ชอบมั้ย?”

อี้ชิงยิ้มกว้าง “ชอบสิครับ สวยมากๆเลย ขอบคุณมากนะครับ”

ได้ยิ้มหวานๆเข้าเจ้าของรีสอร์ทก็ตัวแทบลอย

“เอ๊ะ... ช่านเลี่ยก็อยู่ด้วยเหรอครับ?”

“อ้อ ครับ เด็กๆเขามาเล่นกันน่ะ”

“แล้ว... พ่อเขาไปไหนซะล่ะครับ”ลากเสียงยาวแล้วก็แอบโล่งใจไปเปลาะหนึ่งเม่ือไม่เห็นเงาคนสูงๆอยู่ในห้องนั่นด้วย

“อาบน้ำอยู่น่ะครับ ช่านเลี่ยก็เลยมาเล่นกับน้องป๋ายแก้เหงาก่อน”

เจ้าของรีสอร์ทยิ้มรับทั้งที่แอบเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันหาใครอีกคนที่ป่านนี้นอนอุตุอยู่ที่ห้อง 

ซิ่วหมินนะซิ่วหมิน! อุตส่าห์บอกแล้วแท้ๆว่าให้จัดห้องเอาไว้ให้อู๋อี้ฟานไปอยู่ไกลๆหูไกลๆตากันหน่อย แต่ไหงโชคเข้าข้างเกิดมีลูกค้าเยอะจนห้องที่ปีกอื่นเต็มไปหมดซะงั้น จนสุดท้ายคนที่เป็นทั้งหมอทั้งมารก็ได้มาอยู่ห้องตรงข้ามเขาจนได้ 

แล้วเป็นไง เจ้าของรีสอร์ทก็ต้องมานั่งนอนไม่หลับเพราะไม่รู้ว่าอี้ชิงของเขาจะโดนย่องเข้าหาตลอดทริปนี้รึเปล่า 

หรือคืนนี้จะจัดเวรยามเฝ้าหน้าห้องอี้ชิงดีนะ? 

“เราไปเดินเล่นกันหน่อยมั้ยครับ ตอนกลางคืนอากาศกำลังดี ดาวก็สวยด้วยนะ”คนแผนสูงไม่ปล่อยเวลาเปลืองไปเปล่า สมองคิด ปากก็เดินตามแผนต่อไป 

อี้ชิงส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าครับคุณลู่หาน ผมไม่อยากให้ป๋ายเซียนไปตากลมทะเลน่ะ ขอบคุณนะครับที่ชวน”

ถึงจะใจแป้วไปเล็กน้อย แต่ลู่หานก็คาดเอาไว้อยู่แล้วว่าอี้ชิงคงจะปฏิเสธ

ระดับเขา มีแผนสำรองเสมอนั่นล่ะ ;)


ลู่หานแสร้งยิ้มเก้อ ยกมือเกาท้ายทอยเขินๆ “อันที่จริง ผมหมายถึงเราสองคนเฉยๆน่ะครับ”

อี้ชิงยิ้มบางๆพร้อมปฏิเสธอีกครั้ง “ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่อยากให้น้องป๋ายกับอาเลี่ยอยู่กันแค่่สองคน....”

“เรื่องนั้นน่ะไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ซิ่วหมินมาอยู่เป็นเพื่อนน้องป๋ายเอง หรือถ้าคุณอยากกล่อมป๋ายเซียนนอนก่อน ผมก็รอได้นะครับ แล้วเราค่อยไปด้วยกันดึกๆก็ได้ คืนนี้ฟ้าโปร่ง ยิ่งดึกดาวก็ยิ่งเยอะ สวยมากเลยนะครับ”

“เอ่อ....”


อี้ชิงเริ่มอึกอัก ยิ่งสายตาคู่นั้นที่มองตรงมาอย่างคาดหวังเขาก็ยิ่งลำบากใจ 

ยิ่งดวงตาคู่กลมโตมองมาอย่างคาดหวัง อี้ชิงก็ยิ่งอึกอัก

หรือเขาควรใช้โอกาสนี้บอกกับคุณลู่หานตรงๆไปเลยดีนะ 

“ดาวสวยเหรอครับ? ดีจัง ผมก็อยากดูดาวเหมือนกัน งั้นให้ผมไปแทนมั้ยครับ?”

“อ.. อาฟาน!?”

ร่างสูงที่โผล่มาชนิดที่ได้จังหวะเป๊ะๆทำเอาอี้ชิงทั้งตกใจ แต่ก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัวที่หน่วยกู้ภัยที่ทรงประสิทธิภาพโผล่มากะทันหัน

อู๋อี้ฟานแสยะยิ้มแยกเขี้ยวใส่หน้าเอ๋อๆของซีอีโอหนุ่มหน้าด้านจอมตื๊อติดหนึบ ตัวเขาน่ะแอบฟังชิดประตูห้องน้ำนานแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าอี้ชิงจะจัดการกับไอ้คิตตี้นี่ยังไง แล้วก็เป็นไปตามคาดว่าคนช้าๆอย่างนี้น่ะรู้ไม่ทันใครเขาหรอก แถมยังปฏิเสธคนไม่เป็นตามคาด

เลยจงใจออกมาทั้งๆที่มีผ้าเช็ดตัวพันอยู่รอบเอวแบบนี้ ประกาศความเป็นเจ้าของให้จะจะตากันไปเลย! 

อี้ชิงนี่ก็เหลือเกินจริง บอกแต่ว่าอาบน้ำอยู่ ทำไมไม่บอกล่ะว่าเขาอาบน้ำอยู่ในห้องนั้นนั่นแหละ 

ถึงจะเจอกันไม่กี่ครั้ง คุยกันไม่กี่หน แต่อี้ฟานสัมผัสได้ว่าลูกคุณหนูที่อยากได้อะไรก็ต้องได้แบบลู่หานมีความเด็กอยู่ในตัวไม่น้อย ถ้าเขาจับจุดอ่อนถูกล่ะก็ ความรวยก็จะไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป

ลู่หานตาเบิกกว้าง ใจหนึ่งก็เกลียดอยู่หรอกที่โดนไอ้หมอหัวใจนี่ขัดจังหวะอีกแล้ว แต่ที่ยิ่งกว่านั้น

ทำไมอู๋อี้ฟานถึงมาอยู่ที่ห้องนี้นั้นไม่พอ ในสภาพล่อแหลมแบบนี้อีกต่างหาก!!!

“คุณอี้ฟาน ห้องน้ำห้องคุณเสียเหรอครับ?”ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท แต่มันอดไม่ได้ต้องถามจริงๆอย่างนึกโมโห รู้สึกเหมือนโดนโกงกันหน้าด้านๆยังไงก็ไม่รู้ 

ทำไมเขาไม่เอะใจมากกว่านี้ตอนที่เห็นช่านเลี่ยอยู่ในห้องด้วยนะ! 

อี้ฟานยักไหล่ ยิ่งเห็นท่าทางที่แทบจะคุมอารมณ์ไม่อยู่ของลู่หานแล้วก็ยิ่งสนุกยั่วต่อ 

“ไม่เสียหรอกครับ แต่เผอิญอยากอาบห้องนี้ เผื่ออยากได้คนถูหลังให้จะได้เรียก”

“…….”

คิ้วเข้มเลิกขึ้น ทำหน้าตายียวนอย่างผู้ชนะ

“เอ้า ตกลงยังไงครับ คืนนี้จะไปดูดาวกันรึเปล่า? ผมเองก็ไม่ได้ดูฟ้าดูทะเลมานานแล้วเหมือนกัน ไหนๆก็ไหนๆเราไปด้วยกันหมดนี่เลย คงไม่รังเกียจนะครับคุณลู่หาน เนอะ”ไม่พอคุณหมอจอมกวนยังหันไปหาคนตัวขาวข้างๆ

“เราไปด้วยกันหมดนี่แหละ แล้วถ้าลมเย็นเกินไปค่อยรีบกลับ ดีมั้ย?”

ลู่หานเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ยิ่งมองอี้ชิงที่อือๆออๆไปตามคำเสนอของอี้ฟานแล้วก็ยิ่งเจ็บจี๊ดที่ใจ

คู่แข่งคนสำคัญคนนี้ ถ้าไม่รีบจบศึกกันตั้งแต่ทริปนี้ ท่าทางคงต้องห้ำหั่นกันอีกยาว

แค่ทนมองอี้ชิงของเขาโดนไอ้โย่งนี่แทะโลมได้หัวใจก็อ่อนแอมากพอแล้ว พอกันที!

ระหว่างที่สองหนุ่มสองมุมกำลังฟาดฟันกันทางสายตาอยู่นั้นเอง กลับเป็นเชฟหนุ่มที่เอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ 

“อาฟาน ฝากดูเด็กๆหน่อยได้มั้ยครับ”

“ฮะ?”

อี้ชิงไม่สนใจสายตาเอาเรื่องของคุณหมอในผ้าเช็ดตัวที่มองมาอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันไปยิ้มจางๆให้กับซีอีโอหนุ่มที่หน้าชื่นขึ้นมาทันควัน 

“ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณพอดีเลยครับ คุณลู่หาน”




“ทางนี้ครับคุณซิ่วหมิน!”

ซิ่วหมินหอบแฮ่ก วิ่งตามบริกรจากบาร์ที่วิ่งขึ้นมาตามเขาถึงห้องพักให้ลงมาช่วย ‘จัดการ’เรื่องวุ่นวายให้ที เพราะตอนนี้แทบจะทั้งบาร์แตกตื่นกันไปหมดแล้ว

ตลอดทางเขาก็พยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่มีใครรู้เรื่องราวที่แท้จริง นอกจากว่าคุณลู่หานกำลังนั่งดื่มที่บาร์ของรีสอร์ทอยู่ดีๆ จู่ๆก็ถือแก้วเหล้าออกไปดื่มกลางชายหาด นึกว่าจะออกไปดื่มด่ำชมดาวรับบรรยากาศ

ไปๆมาๆดันทิ้งแก้วเหล้า เดินดุ่ยลงทะเลซะงั้น...

“รบกวนหน่อยนะครับคุณอี้ฟาน”

เขาหันไปเอ่ยกับร่างสูงข้างๆอย่างเกรงใจ เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าบรรดาพนักงานรีสอร์ทร้องเรียกหมอกันเป็นพัลวัน ก่อนจะโทรสายด่วนให้วุ่นวายซิ่วหมินก็นึกถึงปะป๊าของอาเลี่ยได้เสียก่อน

แล้วไอ้ท่าทางที่เหมือนจะรู้อะไรของคุณหมอหนุ่มนี่มันก็ชวนให้สงสัยจริงว่ามีเรื่องอะไรกันแน่...

ว่าแต่บอสเขานี่ก็เถอะ รู้อยู่ว่าปัญญาอ่อน แต่ไม่รู้ว่าจะถึงขนาดเอาชีวิตตัวเองเสี่ยง งี่เง่าขนาดนี้เป็นซีอีโอได้ยังไงวะ ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย! 

ความคิดเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันหยุดอยู่แค่นั้นเมื่อเท้าเขาสัมผัสพื้นทราย หยุดหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดจนเสียดแทงไปทั้งอก หรี่ตามองฝ่าผู้คนที่ยืนล้อมกันอยู่นั้นแล้วก็เหมือนเห็นกลุ่มผมสีคุ้นตาของเจ้านายไวๆท่ามกลางความมืดบนชายหาด 

“บอส!!”

ทุกคนพร้อมใจกันแหวกทางให้เขากับอี้ฟานทันที สภาพเสี่ยวลู่หานที่นอนแน่นิ่งทำเอาเขาตกใจแทบสิ้นสติ ถลาลงไปทรุดกับร่างโปร่างที่ตัวซีดและเย็นเฉียบ

อี้ฟานไวไม่แพ้กัน ตอนได้รับคำบอกเล่าจากไลฟ์การ์ดที่ยังคงทำหน้าที่ของตนเองได้ดีเยี่ยมแม้จะเป็นเวลากลางดึกก็ค่อยเบาใจ จากการตรวจเช็คอาการคร่าวๆเจ้าของหาดไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า

...เมา

“คืนนี้อาจจะมีไข้นะครับ ยิ่งเมาไม่ได้สติแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นมาทำอะไรแผลงๆอีกรึเปล่า”

“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ”ซิ่วหมินไม่ใช่คนโง่ และไม่ใช่คนที่จะทนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องใดๆก็ตามที่เกี่ยวกับคนที่เขาห่วง ทั้งเรื่องเดียวที่จะทำให้บอสของเขาบ้าระห่ำมาทำอะไรแบบนี้พนักงานบริษัทก็คิดออกอยู่แค่เรื่องเดียว และคนๆเดียว... 

“บอกตรงๆนะครับคุณซิ่วหมิน ผมไม่แน่ใจ”อี้ฟานตอบตามความจริง เพราะตอนที่อี้ชิงกลับมาที่ห้องไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง และก็ไม่มีท่าทีอะไรมากไปกว่า...​ โล่งใจ

ถึงอี้ฟานจะพอเดาออก แต่ถ้ามันไม่ได้มาจากปากอี้ชิงเองก็คงด่วนสรุปเอาไม่ได้ อีกอย่างเขาก็อยากจะทำอะไรให้ลู่หานบ้าง ถึงจะเป็นศัตรูหัวใจ แต่อีกฝ่ายเองก็แมนพอตัวที่ประกาศศึกกับเขาตรงๆ ถือเป็นน้ำใจนักกีฬาเล็กๆน้อยๆ 

“ผมว่า... คุณซิ่วหมินถามเขาเองดีกว่านะครับ”

คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากตอนปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด หันไปทั้งขอโทษทั้งขอบคุณทุกๆคนที่บอสลู่หาเรื่องวุ่นวายให้ในเวลาวิกาลป่านนี้ 

“มีคุณอยู่เฝ้าผมก็เบาใจล่ะครับ”อี้ฟานกล่าวทิ้งท้ายก่อนผละจากไป และซิ่วหมินก็ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกอย่างไรกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาราวสื่อความนัยของอีกฝ่าย

หนุ่มตัวเล็กถอนหายใจตอนหันกลับมามองคนที่ยังนอนเพ้อละเมอไม่ได้สติอยู่บนหาดทราย

ใครๆก็รู้ทัน มีแต่เจ้าตัวนี่ล่ะ ตาบอดซะไม่มี 



อี้ชิงมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในห้อง

“ตัวคุณเปียกนี่ ไปทำอะไรมาครับ?”

อี้ฟานยักไหล่ ยังไม่ทันนึกคำโกหกสายตาก็ดันสำรวจคนตรงหน้าที่ยังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมก่อนเขาจะออกไป มองข้ามไหล่ไปก็เห็นเด็กน้อยสองคนนอนกางแขนกางขากันเต็มเตียงหลับปุ๋ย

“รอผมอยู่เหรอครับ”

“ก็แหงน่ะสิ”อี้ชิงตอบกึ่งบ่น แต่พอรู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรสองแง่สามง่ามก็รีบพูดต่อ “ก็ลูกๆหลับแล้ว ผมไม่อยากให้คุณทำเสียงดังตอนคุณกลับมา”

“คนปากแข็ง”

“แล้วใครเป็นอะไรเหรอครับ?”

อี้ฟานนิ่งไปครู่หนึ่ง “ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่คนตากลมทะเลแล้วเป็นไข้”

ร่างบางเบี่ยงตัวหนีมือหนาที่ทำท่าเอื้อมมาหาเขา “ไม่ต้องมาทำสองแง่สามง่ามเลย ไปครับ รีบไปอาบน้ำเถอะ ดึกแล้วตัวเปียกๆแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

คนฟังพูดทั้งที่ยิ้มทั้งปากทั้งตา “เป็นห่วงเหรอ”

“ครับ”

คุณหมอยิ้มกว้าง แต่ก็เพียงแค่แวบเดียว

“เป็นห่วงอาเลี่ยเดี๋ยวติดหวัด”

“โธ่”

อี้ฟานมองรอยยิ้มทั้งตาทั้งปากจนเห็นลักยิ้มบุ๋มน่ารักของคู่สนทนาแล้วมันก็พาลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมา ทั้งที่เขาอุตส่าห์ถ่วงเวลาให้ไอ้ขายาวๆนี่มันเดินจากชายหาดมาถึงห้องพักช้าๆแล้วเชียว

ไม่ว่าสิ่งที่อี้ฟานคิดไว้มันถูกต้องหรือไม่ หรือต่อให้มันไม่ใช่มันก็ไม่เสียหายอะไร หากเรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นเกมกระดานหมากรุก เขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องเดินหมากของตัวเองบ้าง

ใช่แล้ว เขาไม่มีอะไรต้องเสีย 

“เอาไว้ทีหลังได้รึเปล่า”

“หือ ทำไมล่ะครับ?”

แทนคำตอบ อี้ฟานกึ่งลากกึ่งจูงร่างบางที่ยังงงๆออกไปที่ริมระเบียง


ระเบียงกว้างถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับประดาไปด้วยกระถางต้นไม้เล็กๆน่ารักที่เมื่อตอนกลางวันมีแสงส่องมาเกิดเงาสวยงาม ยามนี้มันทำหน้าที่เป็นเงารางประดับให้ดวงดาวและแสงจันทร์บนท้องฟ้าล้อกับคลื่นสวยงาม ทั้งน่ามอง และน่าค้นหา

ทันทีที่ไหล่ถูกกดลงให้นั่งลงบนเก้าอี้สองตัวที่วางติดคู่กัน อี้ชิงก็เปิดปากถามอีกทันที 

“คุณจะทำอะไรน่ะ?”

เขามองตามร่างสูงที่เดินไปปิดประตูกระจกระเบียงให้เรียบร้อย ท่าทางที่เหมือนจะมีลับลมคมในไม่อยากให้ลูกได้ยินสิ่งที่คุยกันทำเอาเขาขมวดคิ้วแล้วร้องเรียกชื่อคู่สนทนา

“คุณอี้ฟาน”

“ใจเย็นสิคุณ”อี้ฟานว่าท่าทางอารมณ์ดี 

“ก็คุณจะทำอะไรล่ะ...”

“กำลังวางแผนสารภาพรักอยู่ครับ ขอเวลาสักเดี๋ยวไม่ได้รึไง?”

อี้ชิงตัวแข็งทื่อกับคำตอบ จะว่าตกใจน่ะใช่ แต่ที่แน่ๆทั้งหน้าทั้งคอมันร้อนซู่ไปหมด ช่างเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินในสายตาคนมอง 

ร่างสูงยิ้มกับท่าทางเอ๋อๆของคู่สนทนาพลางทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง 

“เอาล่ะ ผมพร้อมแล้ว”

อี้ชิงยังคงขัดขืนด้วยการเอ่ยเสียงท้วง พยายามที่จะควบคุมอาการของตัวเองแล้วเขาก็ทำได้สำเร็จด้วยการดึงมือออกจากการเกาะกุมทันทีที่มือหนาสัมผัส “ผมไม่เล่นด้วยนะ ง่วงจะแย่แล้ว”

ทำมาเป็นพูดดี 

“แล้วใครบอกว่าผมเล่นล่ะ”ร่างสูงพูดกลั้วหัวเราะ เออแฮะ พอจะเอาจริงขึ้นมาคนถูกบอกรักดันจะหนีซะงั้น 

ทั้งที่ตอนนั้นบอกเองว่าอยากฟัง คนเรานี่หนอ

เชฟหนุ่มกอดอก “ทำเป็นเล่นอยู่ได้ ดึกดื่นป่านนี้แล้วแท้ๆ”

อี้ฟานขยับยิ้มชวนให้คนมองหมั่นไส้เสียไม่มี คงรู้ว่าตัวเองหล่อมากจนทำให้คนมองหลงได้ล่ะมั้ง... คิดได้แบบนั้นคนที่คิดว่าจะถูกหยอกเล่นอีกคราถึงได้ทำท่าจะลุกกลับเข้าไปในห้อง แต่ก็ช้ากว่าใครอีกคนที่เอ่ยขึ้น

“ขอโทษนะครับ ที่ๆผ่านมาผมไม่เคยจริงจังให้คุณรู้สึก”

อี้ชิงชะงัก กว่าจะรู้สึกตัวมือของเขาก็ถูกมือเรียวดึงให้นั่งลงข้างกันเหมือนเดิม 

“นี่... คุณเอาจริงเหรอ”

ประโยคที่เหมือนจะหลุดออกมาเสียมากกว่าจงใจพูดทำคุณหมอหนุ่มถึงกับลอบถอนหายใจอย่างนึกเกลียดตัวเองชั่วขณะที่เกือบจะทำเสียเรื่องเสียเอง

รู้ตัวหรอกว่าที่ผ่านมาทำตัวไม่ค่อยดีกับจางอี้ชิงสักเท่าไหร่ แต่จะให้พูดออกไปตรงๆตามที่ใจต้องการมันก็เขินปากแปลกๆ ไหนจะยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับหัวใจที่มันเต้นแรงแบบนี้ ไหนจะยังความรู้สึกเขินหวิวในอก ทั้งที่อายุตัวเองก็ไม่ใช่น้อยแล้วแถมยังลูกหนึ่งอีกต่างหาก 

...จั๊กกะจี้อย่างกับเป็นรักแรก 

แต่จะเลื่อนออกไป หรือไม่พูดเลยเห็นจะไม่ดีแน่ อี้ฟานรู้

มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องแสดงออกให้ชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ แสดงออกให้อี้ชิงได้รู้ว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการเล่นพ่อแม่ลูกแบบที่อีกฝ่ายเข้าใจ

เขาไม่ต้องการจะเอาเปรียบอี้ชิง หรืออย่างน้อยก็ทำให้อีกคนรู้สึกแบบนั้น 

และ.. อย่างน้อยอี้ฟานก็ได้ทำอะไรตามเสียงของหัวใจอีกสักครั้ง 

“ที่ผ่านมา... ผมขอโทษที่ทำตัวไม่ดี”เขาเริ่ม “จะว่าไปก็ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันเลยใช่มั้ยนะ?”

อี้ชิงหรี่ตา “ตั้งแต่ครั้งแรก จนถึงตอนนี้ อาฟานก็ยังนิสัยไม่ดีเหมือนเดิมนั่นล่ะครับ”

“ยอมรับครับ”คนฟังรับแบบไม่คิดแก้ตัวใดๆ “แต่ถ้าผมทำตัวดีๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจะได้รู้จักคุณที่เป็นคุณจริงๆรึเปล่า”

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้กับทุกคนนั่นล่ะ”คนตัวขาวอธิบาย เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคลื่นทะเลคลอเบาๆเคล้าเสียงทุ้มนุ่มของคนข้างกาย 

ใครต่อใครมาอยู่ตรงนี้ิ ก็คงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าบรรยากาศกำลังเป็นใจ

ประโยคอธิบายง่ายๆแต่คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากันทันควัน

“ผมว่านี่แหละปัญหา เพราะคุณเป็นคุณแบบนี้ไง นายลู่หานถึงได้ไม่ไปไหนสักที นี่ถ้าผมไม่รู้ว่าคุณซื่อบื้อ ผมจะคิดว่าคุณกั๊กเก่งนะ รู้มั้ย”

“คงจะอย่างนั้นมั้งครับ เพราะผมทำตัวไม่เด็ดขาดสักที เขาถึงได้เอาแต่ผูกตัวเองอยู่กับผมแบบนี้...”คนกั๊กเก่งเว้นช่วง ราวชั่งใจว่าจะพูดดีหรือเปล่า“แต่หลังจากนี้คงไม่มีแล้วล่ะครับ เพราะผมบอกกับเขาแล้ว”

“บอกว่า?”

“เรื่องอะไรผมต้องบอกคุณล่ะ”ถึงจะเคลิ้มบรรยากาศแต่อี้ชิงก็ไม่หลงกล “เอาเป็นว่า... ผมมั่นใจว่าหลังจากนี้ผมกับคุณลู่หาน เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”

“คุณน่ะอยากเป็นเพื่อน แต่เขาอยากเป็นเพื่อนหรือเปล่าเถอะ”

“ก็แล้วแต่คุณจะคิดแล้วกัน”

พอเห็นสีหน้าเหมือนจะเสียใจนิดๆคนที่ไม่รู้ตัวว่าเผลอหึงไม่เข้าเรื่องก็ละล่ำละลัก “ผมขอโทษ ผมไม่ได้จะหาเรื่องคุณนะ” 

ท่าทางยกมือสองข้างเหมือนผู้ร้ายยอมถูกจับแต่โดยดีทำคนมองหลุดหัวเราะคิก “เป็นอะไรของคุณนะวันนี้” คนปากแข็ง ขี้เก๊ก หลงตัวเองเป็นที่หนึ่งคนนั้นเอ่ยปากขอโทษเขาสองรอบแล้วนะนี่ 

ไม่ใช่แค่อี้ชิงหรอกที่สงสัย ตัวอี้ฟานเองก็สงสัยเหมือนกัน

ก็คนมันตื่นเต้นนี่! 

นายแพทย์หนุ่มห่างหายจากคำๆนั้น และความรู้สึกนี้มานานเหลือเกิน นานจนไม่รู้ว่าจะบอกให้คนตรงหน้ารับรู้ได้สักครึ่งหนึ่งของเท่าที่รู้สึกหรือเปล่า 

“เข้าเรื่องของคุณสักทีเถอะครับ”

“พูดแบบนี้... แปลว่ามีคำที่คุณอยากฟังอยู่แล้วหรอครับ?”

คนถูกรู้ทันหน้าแดงแปร๊ด อาศัยความมืดในยามค่ำคืนซ่อนใบหน้าขึ้นสีของตัวเองไว้ด้วยการก้มหน้างุด หารู้ไม่ว่าไม่อาจหลุดรอดสายตาของคนที่อยู่ห่างแค่เพียงคืบแบบนี้ได้หรอก

“ผะ ผมง่วงแล้วต่างหาก!”

พอเห็นใบหน้าน่ารักๆแล้วก็เหมือนหัวใจจะค่อยชื้นขึ้นหน่อย 

“บอกผมก่อนมั้ย แล้วเดี๋ยวผมจะบอกคุณว่าเราใจตรงกันหรือเปล่า”

“ขี้โกง!”

ร่างบางสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆมือหนาก็ยกขึ้นมาเกลี่ยแก้มเขาเบาๆ มันไม่ใช่การกระทำทะลึ่งหรือฉวยโอกาสอะไรเหมือนที่ผ่านๆมา แต่กลับยิ่งทำให้หัวใจสั่นไหวมากกว่าเดิม 

นิ้วเรียวยาวของคนเป็นหมอไล้ไปตามโครงหน้าที่ประกอบกันด้วยเครื่องหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนจะเชยคางมนขึ้นให้สบตา 

และยิ่งดวงตาประสานกัน อี้ชิงก็รู้สึกว่าหัวใจของเขาไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป

ก็มันเล่นเต้นเป็นจังหวะอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้ ตามแต่การกระทำของร่างสูงตรงหน้า

ยิ่งคิดอี้ชิงก็ยิ่งรู้สึกว่าอู๋อี้ฟานน่ะช่างเป็นคนที่ขี้โกงเสียเหลือเกิน 

“ก่อนอื่น... ผมถามอะไรอย่างนึงได้มั้ย?”

พอได้ยินคำตอบรับ ร่างสูงก็ถามต่อก็ถามทันที

“ตั้งแต่ครั้งแรก... จนถึงตอนนี้ คุณเคยเกลียดผมบ้างมั้ย”

พอได้ยินคำถามและน้ำเสียงที่เริ่มจะจริงจังขึ้นมาอี้ชิงก็หยุดคิดอย่างจริงจังบ้าง แต่ใบหน้าคมคายที่รอคอยคำตอบด้วยใจระทึกทำอี้ชิงหลุดขำออกมาอีกรอบ

“งั้นผมถามก่อน ว่าทำไมจู่ๆถึงถามขึ้นมาล่ะครับ”

“โธ่คุณ ผมอยากรู้นี่นา ว่าคนอย่างผมมันมีอะไรดีในสายตาคุณบ้างรึเปล่า”

เชฟหนุ่มอมยิ้มจนเผยลักยิ้มข้างแก้ม 

“แล้วถ้าผมบอกว่าผมเคยเกลียดคุณล่ะ?”

รอยยิ้มที่ระบายบนใบหน้าคมคายจางลง “ตอนไหนเหรอ”

“ก็... ตอนที่เจอช่านเลี่ยครั้งแรกน่ะครับ”

คนตัวขาวอธิบาย มองหน้าหงอยๆของคนถามแล้วก็ได้แต่พยายามกลั้นยิ้ม “ตอนที่ผมเจอช่านเลี่ยครั้งแรก ผมก็คิดว่าคุณนี่ เป็นพ่อประสาอะไรกันนะ ทำงานหนักขนาดไม่มีเวลาอ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟังเนี่ย”

อี้ฟานหัวเราะเบาๆ “นั่นเกลียดแล้วเหรอครับ”

“ฟังให้จบก่อนสิ”เขาว่า พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมตั้งใจจะตีแขนอีกคนแต่ก็ไม่สำเร็จเลยเลิกล้มความพยายามแล้วเล่าต่อ 

“แต่ยิ่งผมได้รู้จักช่านเลี่ย มันก็เหมือนผมรู้จักคุณผ่านเขาไปด้วย คุณไม่ได้ไม่รักช่านเลี่ย คุณไม่ได้ทำหน้าที่พ่อบกพร่องอะไรเลย คุณพยายามอย่างดีที่สุดแล้วที่จะเป็นพ่อคน แน่นอนว่าพ่อแม่บนโลกใบนี้เลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน จริงมั้ยล่ะครับ? คุณก็มีวิธีเลี้ยงช่านเลี่ยของคุณ ผมก็มีวิธีเลี้ยงป๋ายเซียนของผม และต่อให้เราพยายามแค่ไหน เราก็คงไม่มีทางเป็นพ่อที่ดีที่สุดในโลกของใครต่อใครได้ เราแค่พยายามเป็นพ่อที่ดีที่สุดในแบบของเราสองคน...”อี้ชิงยักไหล่ “ที่ต่างกัน... ก็เท่านั้น”

“คุณก็เลยอยากเป็นมะม๊าของช่านเลี่ยเหรอ?”

อี้ชิงส่ายหน้าหวือ “เปล่าครับ มะม๊าอะไรนั่น ผมไม่ได้คิดมากหรอกว่าผมต้องมีฐานะอะไรสำหรับช่านเลี่ย หรือกับคุณ ผมก็แค่อยากให้ทั้งช่านเลี่ย ทั้งคุณ ได้รับความรักส่วนที่มันหายไปเหมือนคนอื่นเขาเท่านั้นเอง...”

จู่ๆคนที่กำลังพูดก็เหมือนจะหยุดประโยคลงแค่นั้นพาให้คนฟังต้องถาม 

“ผมแค่กำลังคิดว่า ถ้าผมพูดอะไรแบบนี้ออกไป คุณจะโกรธรึเปล่านะ”

สีหน้าหวาดๆที่บ่งบอกว่ากลัวจริงๆทำเอาคุณหมอหนุ่มถึงกับลอบถอนหายใจ

นี่ที่ผ่านมาเขาเป็นคนอารมณ์ร้ายขนาดนั้นเลยรึไงนะ?

“ไม่โกรธหรอกครับ สัญญา นับจากนี้ผมจะคุยกับคุณด้วยเหตุผล ไม่เหวี่ยง ไม่อารมณ์ร้าย...”พูดออกไปเองแล้วก็เงียบไปพักหนึ่งเพราะหยุดทดในใจ ยกเว้นตอนหึงนะ

"ผมเองก็เป็นปะป๊า ที่ไม่มีมะม๊าให้ลูกเหมือนคุณ แต่ผมก็อยู่ของผมได้ ผมไม่เห็นต้องทำร้ายใครๆ ประชดความสูญเสียของผมเลย ผมไม่เข้าใจคุณหรอกนะ ตอนแรกๆ... แต่ผมเองก็ผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียคนที่รักมาเหมือนกัน พอผมเห็นคุณ ได้รู้เรื่องราวของคุณ ผมก็ได้แต่หวังว่า ผมจะช่วยให้คุณมีความสุขเหมือนที่ผมมีได้บ้างเท่านั้นเอง”

ความแตกต่าง ใช่

เขากับอี้ชิงอาจจะอยู่ในสถานะคุณพ่อลูกหนึ่งทั้งคู่ เราผ่านเรื่องราวที่คล้ายคลึงกันมา แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันเลยคือบุคลิกของเราสองคน

คนหนึ่งเย็นข้างนอกร้อนข้างใน คนหนึ่งร้อนข้างในเย็นข้างนอก น่าแปลกที่ตอนนี้เราสองคนกลับนั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกแบบนี้

และเราต่างคนต่างก็ยอม... ให้หัวใจใกล้กันถึงขนาดนี้

“รู้จักผมขนาดนี้ แอบเข้ามานั่งในใจผมตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ร่างบางกลอกตา ต่อให้เป็นคนขี้เขินและเก็บอาการไม่ค่อยอยู่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีภูมิคุ้มกันกับมุกอะไรแบบนี้หรอกนะ 

“เสี่ยว”

“แต่ก็จริงของคุณนะ”อี้ฟานว่า “ผู้หญิงคนนั้น... ทำร้ายผมจนผมแทบไม่เป็นผู้เป็นคนเลยล่ะ นับจากวันนั้นผมก็เลยไม่อยากจริงจังกับใครอีก มันเหมือนผมปิดกั้นตัวเองอัตโนมัติ ก็ทำยังไงได้... ผมต้องการที่จะเข้มแข็งเพื่อช่านเลี่ยตลอดไปนี่”

“คุณก็เป็นแล้วไงครับ”อี้ชิงหันมามองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันแค่คืบ “คุณเป็นพ่อที่ดีมาก รู้มั้ย”

“ไม่จริงหรอก ไม่ต้องมาปลอบใจผมเลย”คนคิดว่าถูกปลอบใจแย้ง แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างน้อยใจ “ถ้าผมดีจริง ช่านเลี่ยคงไม่ติดคุณง่ายๆ”

“น้อยใจอะไรแบบนี้อาเลี่ยจะสับสนเอานะครับ” อี้ชิงหยอกทีเล่นทีจริง เสริมอีกว่าอี้ฟานน่ะเข้มงวดมาตลอด มาเจอเขาที่ช่างตามใจจนลูกชายกลายเป็นลิงแบบน้องป๋ายก็คงตื่นเต้นตามประสาเด็กๆ

เห็นสีหน้าคนตัวโตขี้ใจน้อยแล้วอี้ชิงก็พูดต่อยิ้มๆ “แต่ว่าก็ว่าเถอะครับ คุณน่ะชอบทำหน้าเครียดอยู่บ่อยๆจนตอนช่านเลี่ยนั่งทำการบ้านหน้าเครียดๆนะ เขาหน้าเหมือนคุณเด๊ะๆเลย”

“จริงเหรอ?”

“ครับ”อี้ชิงว่า นึกภาพลูกๆทำการบ้านคณิตทีไรก็แอบขำทุกที 

ป๋ายเซียนลูกชายจอมซนของเขาเป็นเด็กอยู่ไม่สุข เห็นโจทย์ผ่านๆทำไม่ได้ก็เริ่มมองหาอะไรเล่นผ่อนคลายตัวเอง ไม่เหมือนช่านเลี่ยที่เป็นเด็กช่างคิดและนิ่งกว่ามาก ถ้าทำโจทย์ไม่ได้ก็นั่งจ้องมันจนกว่าจะคิดออกนั่นแหละ “ผมแอบมองหลายรอบแล้ว เหมือนทุกรอบนั่นแหละ”

“แอบมองผม หรือแอบมองช่านเลี่ยเหรอครับ”

“ช่านเลี่ยสิ ผมจะแอบมองคุณทำไมล่ะ”

“นั่นสินะ”ร่างสูงว่า หันไปอมยิ้มให้ใบหน้าเนียนใส 

“เพราะถ้าคุณแอบมองผม... คุณต้องรู้แน่ๆว่าผมก็แอบมองคุณอยู่เหมือนกัน”

คราวนี้เจอมุกไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าขาวใสจึงได้ร้อนฉ่า ยิ่งพอหันไปมองแล้วรู้ว่าดวงตาคู่คมนั้นมองมาจริงๆด้วยแววตาเป็นประกายก็ต้องรีบหลบตา 

“นะ นี่ไง! ผมไม่ได้ชอบแอบมองคุณ คุณก็รู้ตัวได้แล้วนะครับว่าผมไม่ได้พิศวาสอะไรคุณเลย ไม่ได้คิดจะจีบด้วย”พอเข้าทางลูกได้คนขี้เขินก็จ้อไหลใหญ่ว่าแอบมองช่านเลี่ยหรอก 

“โห... ไม่นึกรักสักนิดเลยเหรอ”

อี้ชิงส่ายหน้าขวับทั้งที่กลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ย มั่นใจมากว่าตัวเองพูดว่าจีบ ไม่ได้พูดว่ารักสักหน่อย

โมเมเก่งจริงนายคนนี้ 

“ไม่เลย ไม่มีสักนิด...”

ท้ายประโยคที่หนักแน่นนั้นผะแผ่วและเบาหวิวเสียจนเจ้าของเสียงยังรู้สึกได้ เมื่อรู้สึกได้ว่ามือหนานั้นเกาะกุมมือเขาและบีบเบาๆให้หันหน้ามามองกัน 

กว่าจะรู้ตัวว่าดวงตาคู่คมนั้นเป็นกับดัก เจ้าลูกกวางอย่างเขาก็ห้ามตัวเองไม่ทันเสียแล้ว ไม่เหลือแม้แต่สติที่มากพอจะดึงตัวเองออกจากการเกาะกุม หรือกระทั่งดึงสายตาออกจากประกายหวานที่มองตรงมา

ไม่ปล่อยเวลาเนิ่นนาน เสียงทุ้มชวนฟังของอี้ฟานก็พูดขึ้น

“ผมขอโทษที่รู้ตัวช้า ขอโทษที่ไม่ทำให้อะไรๆมันชัดเจน ที่ผ่านมา... ที่ผมเคยพูดว่าผมชอบคุณ ที่ผมเคยขอคุณคบ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณไม่มั่นใจในตัวผม อะไรที่คุณคิดว่าผมแค่เล่นๆ ผมขอให้คุณลืมมันไป...”

“…..”

“เพราะสิ่งที่ผมจะพูดตอนนี้ คือความจริงทุกอย่าง ขอโทษที่ต้องให้คุณพูดก่อนเสมอ จากนี้ไปผมอยากให้คุณวางใจ เพราะผมรู้ตัวเองแล้ว เข้าใจตัวเองแล้วทุกอย่าง...”

อี้ชิงเลือกจะเงียบ มองสบตาอีกคนพร้อมกับฟังเสียงทุ้มนุ่มคลอเคล้ากับเสียงคลื่นกระทบหาด

เขาไล้มือของเชฟหนุ่มในมือแผ่วเบา 

“ผมเคยเจ็บ เพราะใครคนหนึ่งมามาก ผมกลัวการที่จะรักใครสักคน จนกระทั่งคุณเข้ามา ผู้หญิงคนนั้นอาจจะยังอยู่ที่ไหนสักแห่งในอดีตของผม แต่เพราะคุณ คุณทำให้ผมมีความกล้าอีกครั้ง คุณไม่ได้ทำให้ผมลืมอดีต แต่คุณทำให้ผมอยู่กับมันได้ คุณทำให้ผมก้าวผ่านความกลัวทุกๆอย่าง นับจากนี้ผมไม่กลัวอีกแล้วว่าความรักจะทำให้ผมเจ็บ...”

“อาฟาน...”

ริมฝีปากหนาเคลื่อนเข้ามาใกล้ทั้งที่สายตายังไม่ละออกจากกัน แต่กระนั้นใบหน้าคมคายก็หยุด ถึงจะอยากก้มลงไปจูบแค่ไหน แต่อี้ฟานอยากให้ร่างบางได้รับรู้ความในใจของเขาให้หมด

ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือคำพูด อี้ฟานสัญญากับตัวเองว่าเขาจะทำให้มันชัดเจน 

ไม่ให้อี้ชิงต้องสงสัยในความรู้สึกที่เขามีอีก 

“ทันทีที่ผมมีคุณ ผมก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว และ... ต่อให้ผมจะดูเหมือนคนที่พึ่งพาไม่ได้ ที่ผ่านมาเป็นคุณตลอดที่ฉุดผมขึ้นมาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เลวร้าย แต่นับจากนี้ ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่าคุณจะมีผม ผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องคนนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ก็ตาม...”

ดวงตาคู่คมมองตรงมาอย่างแน่วแน่ มั่นคง เป็นเครื่องยืนยันที่แสนเรียบง่ายทว่าทรงพลังเหลือเกินในความรู้สึก ว่าทุกถ้อยคำที่ออกมาจากปากในตอนนี้

ทั้งหมด... ส่งผ่านมาจากหัวใจ 

อี้ชิงไม่รู้ว่าหัวใจของเขาหลุดลอยไปไหนเสียแล้ว...

บางที... อาจจะไปอยู่กับคนตรงหน้านี้ 

“ผมรักคุณ จางอี้ชิง”

“อาฟาน”เขาครางเรียกชื่อใครอีกคนแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่เต็มตื้นขึ้นมาในอก

ใบหน้าคมคายก้มลงมาจนหน้าผากชิดกัน สบตากันในระยะคืบแค่นี้ “ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ ขอโทษ...”

อี้ชิงซ่อนยิ้ม พึมพำเสียงเบาแต่ก็แน่ใจว่าคนที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ได้ยินว่าให้เลิกขอโทษเสียที “แต่ผมยังไม่ได้ตอบคุณเลย ว่าผมยังเกลียดคุณอยู่รึเปล่า”

“….” จมูกโด่งที่เข้ามาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆทำให้อี้ชิงต้องรีบพูด ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ

“ผมเกลียดคุณ”

คำพูดนั้นทำใจดวงใหญ่แป้วไปชั่วขณะ แววตาผิดหวังที่ฉายชัดออกมาผ่านดวงตาคู่นั้นทำให้ร่างบางต้องรีบพูดต่อ พร้อมกับมือที่พลิกกลับมาจับมืออีกคนไว้แน่น 

เหมือนเป็นการบอกกลายๆ ว่าเมื่อไหร่ที่ใครต้องหวั่นไหว ใครที่ต้องไม่มั่นใจ เราจะมีกันและกัน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กันอยู่เสมอ 

“เกลียด... ผมเกลียดอู๋อี้ฟานคนก่อนที่ผมยังไม่รู้จัก แต่ตอนนี้... คุณคืออู๋อี้ฟานอีกคน”

“….”

คราวนี้กลับเป็นริมฝีปากสีสดที่เคลื่อนเข้าไปใกล้ กระซิบชิดริมฝีปากของใครอีกคนที่รอคอยคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นระทึกไม่แพ้กัน 

ทว่ามันราวกับเสียงตะโกนก้องในหัวใจของอู๋อี้ฟาน

“แล้วผมก็รักเขา คนที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้”

ริมฝีปากหนาประกบทับลงมาทันทีที่สิ้นประโยคบอกรักที่ทำให้หัวใจพองโตขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที ทว่าครั้งนี้... จูบนี้ไม่ใช่จูบที่ศัลยแพทย์หนุ่มฉกฉวยจากร่างบางในอ้อมแขนของใครอีกคนเหมือนที่แล้วมา

แต่มันเป็นจูบยืนยันความรู้สึกรัก ที่ประทับตราตรึงลงไปในหัวใจของคนทั้งคู่

“คนบ้าเอ๊ย กว่าจะพูดได้เล่นตัวอยู่นั่น”พอร่างหนาผละริมฝีปากออกเปิดโอกาสให้คนที่เหมือนจะตกเป็นรองได้หอบอากาศหายใจเข้าปอด อี้ชิงที่เรี่ยวแรงน้อยนิดก็ทุบเอากับอกคนตรงหน้าอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้

“ผมเขินนี่”

“คนอย่างคุณน่ะเหรอเขินเป็น ไม่ยักเคยเห็น”

“ก็เห็นอยู่นี่ไงครับ”

ดวงตาสองคู่สานสบกัน และอี้ฟานก็ไม่อาจอดใจไหวที่จะล่วงล้ำเข้าไปชิมความหวานของคนตรงหน้าเขาอีกครั้ง 

ช่วยไม่ได้... แต่เขาคิดว่าอี้ชิงก็คงไม่รู้ตัวว่ากำลังมองเขาด้วยสายตาแบบไหน

ตอนนั้นเองที่คิดขึ้นมาได้ว่าบางทีเราสองคนอาจกำลังหยอกล้อหัวใจของกันและกันเล่นให้สั่นไหว อี้ฟานก็หลุดคำๆนั้นออกมาอีกครั้ง 

“รักคุณ... รักคุณนะครับ”

อี้ชิงเผยยิ้มเอียงอาย คิดว่าเจ้าของริมฝีปากคู่นี้ก็คงรู้ เหมือนที่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มท่ามกลางจุมพิตแสนหวานนี้เช่นกัน 

วันนี้... หัวใจของพวกเขาเต้นเป็นจังหวะเดียวกันแล้ว 

และนับจากวินาทีนี้ไปจะไม่มีผู้ชายที่ชื่ออู๋อี้ฟาน หรือจางอี้ชิง

เพราะท่ามกลางสายลมเย็นในยามค่ำคืน ประสานกันกับฉากหลังของเกลียวคลื่นที่เปล่งประกายกระทบแสงดาวและแสงจันทร์

นับแต่ตอนนี้และต่อไป จะมีเพียงคำว่าเราเท่านั้น 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #890 Bonefitty (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 17:45
    เมียเก่า กลับมาแล้วนะ รู้ยัง
    #890
    0
  2. #809 Xingmin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 17:05
    จะหวานอะไรเบอร์นั้น
    #809
    0
  3. #754 conan_tkd (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 15:52
    พี่ลู่ช้ำรักหนัก โดดทะเลยเลยหรอ

    เราเขินนะ หนาวแทนปาป๊าด้วย

    มีเอ็นซีไหม ลุ้นแรงเลย
    #754
    0
  4. #751 เซเดย์ซี่ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 18:31
    ฮืออ มาต่อได้แล้ววววว
    #751
    0
  5. #743 chanapa hombai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 17:27
    เขินแรง-//- 'ผมรักคุณ' งื้ออออออออ .จิกหมอนขาด ไม่อยากให้คนนั้นกลับมาเลย มาทางไหนไปทางนั้นเลยไปปปปปปป-.,-
    #743
    0
  6. #742 delta-n (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 20:12
    อาฟานบอกรักอี้ชิงแล้ว กรีดร้องงงงงงง โรแมนติกมากมายยย

    แต่ทำไมคุณภรรยาเก่าต้องกลับมาด้วยค่ะ กลับไปเถอะนะ เราขอร้องงงงง
    #742
    0
  7. #741 ฟางจิ้น (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 18:40
    มาทีมาเต็มเลยนะ ชอบอ่ะเป็นฟิคที่น่ารักทั้งคู่พ่อแม่แฃ้วลูกเลยแล้วก็อาหานกับอาหมินด้วยย
    #741
    0
  8. #738 BrowZNiiZ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 16:18
    ไรท์คัมแบคแล้ววว
    หลังจากรอมานานมากกก อิอิ
    ในที่สุดก็บอกรักกันสักที
    คนอ่านรอจนเหงือกแห้งแล้วววว
    #738
    0
  9. #726 ปอ-อุย-ปุย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 23:54
    ไรท์กลับมาแล้ววววว
    เมียฝานก็กลับมาเช่นเดียวกัน
    หวังว่าฝานจะไม่เขวนะ ถ้าได้เจอเมียเก่าอ่ะ
    กำลังหวานเลย ลงตัวอย่างดี
    #726
    0
  10. #719 JaNe PrEciOus (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 15:57
    อาฟานน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก
    จริงใจ จริงใจซักทีน่ะ ต่อไปนี้ความรู้สึกของทั้งคู่ก็ชัดเจนแล้ว เย้ๆ

    แต่การกลับมาของผู้หญิงคนนั้นมันแอบทำให้รู้สึกดราม่า หล่อนจะมาสู้ มาพร้อมอะไรย่ะ เขาไม่ต้องการหล่อนแล้ว แม้ว่าจะมีโอกาสแต่มันก็ไม่ใช่กับทุกคนหรอกน่ะ บางทีโอกาสของหล่อนมันอาจจะหมดไปนานแล้วล่ะ เหอะ

    คิดถึงไรท์เตอร์จังเลยยยยยยยยยยยยย หายไปนานซะจนคิดว่าลืม ชายเลี่ย กับเสี่ยวป๋ายซะแล้ว
    รอตอนต่อไปน่ะค่ะ รอดูว่ายัยนั่นจะทำยังไงต่อ
    ทางที่ดีก็อย่ากลับมาจะดีกว่า
    #719
    0
  11. #718 LADYGIFTZY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 14:25
    ไร้ท์หายไปนานมากกกกก...
    และแล้วก็กลับมาพร้อมอาเลี่ย น้องป๋าย

    และคำบอกรักของอาฟานนน

    เขินอ่ะ...เขินมากกกกกก

    อาฟานนนนน บิดตัวเป็นเลขแปด
    #718
    0
  12. #717 |2e@|_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 07:26
    สารภาพรักแล้ว แต่ผญคนนั้นก็กลับมาแล้วเหมือนกัน

    ดีใจที่ทำให้มั่นใจกันก่อน ผญ จะมา

    ชิงต้องสู้นะ ชานเลี่ยห้ามปันใจเชียวนะ

    ชอบความคิดเด็กๆ 5555
    #717
    0
  13. #716 Alazy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 02:30
    ไรต์กลับมาแล้วววว เขาบอกรักกันแล้วววว รีบๆ มาต่อน้า
    #716
    0
  14. #715 ::merror:: (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 01:31
    กระโดดกอดไรต์ หมับ!!555555 กลับมาแล้วหย๋อออ

    กลับมาพร้อมกับความหวานละมุน(ในช่วงท้าย555) เรานี่ยิ้มตามแทบทุกประโยคที่ปาป๊ามาม๊าเค้าคุยกันเลย น่ารักมากๆทำไมถึงดีงามอย่าง ขัดก็แต่ตรงชะนีนี่แหละ รู้ตัวช้าแล้วทำเค้าไว้เจ็บแสบยังจะอุตส่ากลับมานะน้องนี แต่พี่หมดเฉินนี่พูดโดนใจเชร้มาก โดน55555 อีกคู่ก็นะถ้าไม่ใช่ซิ่วหมินใครจะตามล้างตามเช็ดอิบอสย๊ะ รู้ตัวซักทีค่ะบอส5555 
    #715
    0
  15. #714 BeamE PC. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 23:00
    อ๋อยยยยยย เขาบอกรักกันแล้วอ่ะแกรรร ไรต์ก็กลับมาแล้วด้วยอะแกรรรร ไม่รู้จะดีใจเรื่องไหนก่อนดี ฮืออออออ กอดดด
    #714
    0
  16. #713 • เขยตระกูลควอน • (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 22:13
    เกร้ดดดด บอกรักกันแล้วบอกรักกันแล้วววว!!
    เป็นฟิคอบอุ่นแนวผู้ใหญ่มากกก เราชอบสุดอะไรสุด รักคุณรักคุณ แง้งงงงงงงง
    #713
    0
  17. #712 Kt88 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 22:00
    โอ้ยยยยยยยยยย นางร้ายก็มา งานบอกรักก็มา ขอให้ทั้งคู่มั่นคงต่อกันมากๆ ดีใจที่กลับมานะคะเยยยยยย้
    #712
    0
  18. #711 haneulee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 21:13
    ไรท์คัมแบคแล้ว โอ้ยยยยยยย ดีใจมากกกกก ชอบเรื่องนี้ รีบกลับมาต่อนะคะ อยากดูปะป๊าหม่าม๊าสวีทกัน
    #711
    0
  19. #710 Yezo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 21:12
    รอนะ ตอนต่อไป ลุ้นมากอ่ะ รักกันตอนนี้ ตอนหน้ามาแด กมาม่าอีกแน่เลย ต้องเตรียมใจ สู้ๆนะไรต์
    #710
    0
  20. #709 Ekaract Sun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 21:08
    เห้อออออ มาซะที คิดถึ๊ง คิดถึง
    #709
    0
  21. #707 b_22 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 20:17
    คิดถึงจังค่ะ ฮือออออ คิดถึงมาก กลับมาแบบยาวๆด้วย //กอดไรเตอร์//
    #707
    0
  22. #706 (:Milk:) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 20:07
    อร๊ายยยยย ฟินคร้าาาา~ ดีใจมากๆเลยที่ไรท์กลับมา แทบจิวิ่งกระโดดตบรอบบ้าพร้อมจุดพลุป่าวประกาศเลยครัช ชอบมากครับกับเรื่องนี้ ตอนสารภาพรักเป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติมากๆ แล้วก็ฟินสุดๆ โดยเฉพาะฉากจูบ คริคริ เขินแทนอี้ชิง จะนั่งรอ นอนรอ ยืนรอ ตอนต่อไปนะคะ ไรท์สู้ๆน้าาาา
    #706
    0
  23. #705 BJCB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:39
    โอ้ยยยย ในที่สวดดดด ไรท์ก็กลับมา5555555 แงงงง ดีใจบอกไปแล้ว ฮืออออออออออ
    #705
    0
  24. #704 นมเย็นสีฟ้า (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:37
    หลังจากที่ห่างหายกันไปนาน....ไรท์กลับมาแล้ว! ;---;
    #704
    0
  25. #703 NOKE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:14
    คิดถึงฟิคเรื่องนี้มากแต่ก็ติดอีกเรื่องมากเช่นกัน555 ตอนที่จะสารภาพรักอ่ะคุยได้เป็นกันเองมากแต่ก็สารภาพออกไปซะเขินเลยงื้ออออ มีจงมีจูบด้วยอ่าฟินไปสิบโลกรักคู่นี้จังงงงง TT

    พี่ลู่นี่อะไรยะ555 เป็นตะคริวโอ้ยขำนึกว่าจะทำอะไรเท่ๆ

    แล้วแฟนเก่าพี่นี่อะไรจะมาทำเริ่มต้นใหม่คือไรอ่ะนี่หล่อนไม่เข้าคำว่าไม่ต้องการหรอจะมาชดใช้อะไรอีกทำตัวเหมือนจะไม่ไปง่ายๆกลัวนางเหลือเกิน
    #703
    0