[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 17 : ●▽● 16 : Deer vs Dragon (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    11 เม.ย. 61

Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!




Chapter 16 – Deer vs Dragon

Rate : PG

Author : MariaTest.

 


 

“ว้าวววววววววววววววววววววววววววว”เด็กน้อยสองคนพากันร้องออกมาอย่างตื่นเต้นทันทีที่เห็นทัศนียภาพตรงหน้า ท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาจรดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดใส คลื่นลูกเล็กซัดเข้าหาหาดทรายขาวเนียนละเอียดน่าลงเล่นให้ชื่นใจท่ามกลางอากาศร้อนๆแบบนี้เป็นที่สุด

อี้ชิงเองก็อดตะลึงไปพร้อมกับลูกชายทั้งสองคนไม่ได้ นานแล้วที่เขาไม่ได้มาเที่ยวทะเล ครั้งสุดท้ายแน่นอนว่ามากับพี่หยุนผิง ถึงจะไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวด้วยกันสามคน แต่วันนี้เขาก็มีป๋ายเซียน ดวงใจของพี่สาวที่รักยิ่งแทน

ป๋ายเซียนกระโดดขึ้นลงบนหาดทรายขาวพลางหัวเราะอย่างถูกใจเพราะไม่ยักเจ็บเท้าเหมือนตอนกระโดดโลดเต้นบนพื้นปกติ แถมทรายนี่ยังทำเอาเท้าเล็กๆจั๊กจี้อีกด้วย อี้ชิงมองลูกชายแล้วก็ได้แต่ยิ้มตาม ป๋ายเซียนมีความซนแต่ก็สดใส นับวันเหมือนพี่หยุนผิงเข้าไปทุกที 

“อาเลี่ยไม่ต้องกลัวนะ”ถึงป๋ายเซียนจะตัวเล็ก แต่ใจไม่เล็กตาม ร่างป้อมกระโจนเข้าหาทรายสีขาวก่อนเพื่อนตัวโตที่ยืนลังเลอยู่บนพื้นหินของรีสอร์ทหรู

อู๋อี้ฟานมองไปรอบๆตัวแล้วก็ได้แต่เบ้หน้า ทั้งหมั่นไส้ทั้งชื่นชมไอ้หน้าคิตตี้นั่น ไม่ยักคิดว่าเห็นหน้าตาอ่อนๆแบบนั้นจะเป็นถึงผู้บริหารของบริษัทวิศวะชื่อดังของประเทศไม่พอ ยังมีเงินเหลือเก็บทุ่มพื้นที่สร้างรีสอร์ทสวยใกล้ชายหาดแบบนี้อีก ถึงจะพอเดาๆไว้แล้วว่าเสี่ยวลู่หานไม่ใช่ธรรมดา... แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้


ศัตรูหัวใจเขานี่ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ


“มาเร็วสิอาเลี่ย!”เจ้าตัวจ้อยกว่าร้องเรียกเพื่อนพลางกวักมือหยอยๆ

“รอแปปนึงสิน้องป๋าย!”ช่านเลี่ยตอบกลับไป ก็เขาเพิ่งมาเป็นครั้งแรกนี่นา... แล้วนี่มันก็อะไรก็ไม่รู้แฮะ... บอกกับตัวเองพลางก้มลงมองพื้นที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

ช่านเลี่ยค่อยๆนั่งลงกับพื้น เอาเท้าแตะๆทรายด้วยความไม่แน่ใจแล้วก็ชักเท้ากลับเพราะสัมผัสที่ไม่คุ้นเคย

“อึ๋ย....”

“อาเลี่ยอ้ะ!!”

ต่อให้ป๋ายเซียนจะโวยวายให้เขาลงยังไง แต่ช่านเลี่ยก็ยังรู้สึกว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลืออยู่ดี

ยังไม่ต้องมองหาหรือร้องเรียก มือใหญ่พร้อมไออุ่นที่คุ้นเคยก็โอบตัวเขาแผ่วเบา

“กลัวเหรอครับอาเลี่ย?”

คุณหมอหนุ่มถามเสียงแผ่ว ก้มลงมองกลุ่มผมน้อยๆของลูกชายที่ขยับขึ้นลงช้าๆ ไม่บ่อยนักที่เขาจะได้เห็นท่าทางหวาดกลัวของลูกชาย นอกจากเวลาที่เขาดุแล้วยิ่งไม่เคยเห็น อี้ฟานคิดมาตลอดว่าลูกชายช่างคิดมากกว่าที่จะช่างพูด ไม่ทันนึกเลยว่าบางครั้งช่านเลี่ยเพียงแค่เก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจเพราะคิดว่าเขาไม่ว่างจะฟัง...  ยิ่งคิดคนเป็นพ่อก็ยิ่งรู้สึกเจ็บอยู่ในอก

“ค่อยๆลองเอาเท้าแตะดูสิลูก”อี้ฟานว่าอย่างอ่อนโยนพลางเปลี่ยนมากุมมือเล็กๆนั่นไว้แทน มือของชานเลี่ยยังคงเล็กจนหายเข้าไปในมือใหญ่ของเขา


ฝ่ายช่านเลี่ยพอเห็นว่าปะป๊าเข้ามาช่วยก็มั่นใจขึ้นเป็นกอง จากที่ทำแค่เอาเท้าแตะ คราวนี้เริ่มลงมาเต็มตัว นิ้วเท้าเล็กๆขยับหยุกหยิกสัมผัสเม็ดทรายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองคนเป็นพ่อพลางยิ้มกว้าง


“นุ่มจังฮับ”

“เก่งมากครับ”ย่อตัวลงหอมแก้มให้ลูกชายเป็นรางวัลความกล้าหาญ ก่อนจะยอมปล่อยให้ลูกชายไปวิ่งเล่นกับเพื่อนต่อ

ตาคู่คมมองตามลูกชายที่ยิ้มกว้างสดใส วิ่งเล่นบนชายหาดด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในอก

ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่ ตั้งแต่สัมผัสแรกที่เขาได้อุ้มเจ้าตัวน้อยตัวแดงๆที่ยังไม่ทำแม้กระทั่งลืมตา หรือจนวันนี้ที่เขามองช่านเลี่ย ความรู้สึกรักล้นใจก็ยังเหมือนเดิม และเหมือนมันจะเพิ่มขึ้นทุกวันด้วยซ้ำ

 

ปะป๊าขอโทษนะครับอาเลี่ย

ขอโทษที่มัวแต่คิดถึงแต่ตัวเอง

เขารักอาเลี่ยมาก มากเกินกว่าใครบนโลกใบนี้จะรัก

...แต่รักจะรับรู้ได้ก็ด้วยการกระทำผสมผสานกับความเอาใจใส่ 

ที่ผ่านมาเขาเฝ้ามอบสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้กับอาเลี่ย โดยที่ไม่เคยถามเลยว่าที่จริงแล้วลูกชายต้องการแค่ตัวเขา มากกว่าของเล่น หรือสิ่งของใดๆที่เขาเพียรเอามาปรนเปรอให้ 

          คุณหมอหนุ่มรู้แล้ว และเขาจะไม่ทำผิดเหมือนที่ผ่านมาอีก

 

อี้ชิงลอบมองรอยยิ้มกึ่งเศร้าของคนข้างๆแล้วก็นึกรู้ทันถึงความคิดในใจจนต้องพูดชวนออกไป

“เล่นน้ำทะเลกันมั้ยครับอาฟาน”

ร่างสูงหันกลับมามองอี้ชิงหัวจรดเท้า “คุณจะลงชุดนี้เลยเหรอ”

อี้ชิงมองตัวเองตามสายตาคนตรงหน้า ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักมั่นใจ “แน่นอนครับ ทำไมล่ะ?”

“เดี๋ยวก็หนาวแย่หรอก”

“รีสอร์ทอยู่แค่นี้เองคุณ”ว่าพลางเดินเข้ามาใกล้พร้อมส่งยิ้มล้อ

“ป๋ายเซียนยังไม่เคยเล่นน้ำทะเลเลย”อี้ชิงว่าพลางสูดลมหายใจเข้าลึก “วันนี้ล่ะผมจะพาลูกลงทะเลครั้งแรก!”

อี้ฟานมองประกายตาวิบวับของอีกฝ่ายที่มองทะเลแล้วก็อดไม่ได้จะแซว “อยากให้ลูกลง หรือคุณเองอยากเล่นน้ำกันแน่”

แก้มใสแดงระเรื่อเล็กน้อยเมื่อถูกจับได้ “น่า... คุณมาก็ด้วยกันเถอะครับ” เอ่ยปากชวนแล้วแต่พอเห็นร่างสูงยังคงยืนนิ่งจึงเสริม

  “อาเลี่ยกล้าเสมอนะถ้าคุณอยู่ด้วย”

  แค่ประโยคสั้นๆง่ายๆ แต่อี้ฟานกลับรู้สึกเต็มตื้นในอกอย่างน่าประหลาด แถมความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่าอี้ชิงพยายามดึงเขาออกมาจากความคิดของตัวเองก็ยิ่งเรียกรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า ร่างสูงก็รีบก้าวตามอี้ชิงที่มุ่งตรงไปหาเด็กๆทันที

“เด็กๆ! มาครับ! มาทะเลก็ต้องเล่นน้ำทะเล!”

“หวาาาา”คราวนี้เป็นป๋ายเซียนที่ถอยพรืดหนีมะม๊าตัว “ไม่เอา ไม่เอาน้องป๋ายไม่ลง น้องป๋ายกลัว”

“ได้ไงครับ โถ่.. มาถึงทะเลทั้งที”

“แต่... แต่ว่า...”ร่างน้อยๆถอยกรูดแต่อี้ชิงก็ชิงคว้าไว้ก่อนเจ้าตัวกลมจะก้นจ้ำเบ้าเพราะเสียหลัก ถึงจะไม่เจ็บเพราะเป็นพื้นทรายนุ่มๆก็เถอะ

“น้องป๋ายไม่ชอบทะเลเหรอครับ? ว้า... เสียดาย”

“ชอบฮับ ชอบมาก”รีบตอบทันควันเพราะกลัวไม่ได้มาอีก แต่สายตาก็มองไกลออกไปในท้องทะเลกว้าง มือเผลอขยุ้มทรายเม็ดละเอียดที่เปื้อนมือ มันน่ากลัวนี่นา... “เราไปเล่นในสระว่ายแน้มแทนไม่ได้เหรอฮับ”

“สระว่ายน้ำ”ช่านเลี่ยที่ยืนอยู่ใกล้ๆแก้

อี้ชิงย่อตัวลงให้ใบหน้าใกล้กับลูกชายก่อนจะค่อยๆตะล่อม ไม่ยอมใจอ่อนให้ท่าทางจ๋อยสนิทเพราะอยากให้ลูกสัมผัสความเป็นทะเลจริงๆ “เดี๋ยวคุณอาหานเห็นน้องป๋ายไม่เล่นน้ำทะเล คิดว่าน้องป๋ายไม่ชอบจะเสียใจน้า...”

อี้ฟานเห็นอีกฝ่ายกำลังกล่อมลูกตัวเองก็หันมาหาเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนของตัวบ้าง “อาเลี่ยล่ะครับ อยากเล่นน้ำทะเลรึเปล่า”

“เล่นฮับเล่น!!”ช่านเลี่ยที่ชอบว่ายน้ำอยู่แล้วพอมาเห็นทะเลก็เหมือนเห็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ อยากลงเล่นน้ำรีบชูไม้ชูมือขึ้นตอบรับทันทีที่ปะป๊าตัวสูงชวน

อี้ฟานอุ้มช่านเลี่ยขึ้นทันทีก่อนจะหันไปหาป๋ายเซียนที่ยังงอแงไม่ยอมลงง่ายๆ “น้องป๋าย ไปครับ ไปเล่นน้ำทะเลกันดีกว่าเนอะ”

“งือ”ป๋ายเซียนหน้าเบ้พลางทำปากจู๋ “ไม่เล่นไม่ได้เหรอฮับปะป๊า”

ร่างสูงเท้าสะเอวด้วยมืออีกข้างที่ไม่ได้อุ้มช่านเลี่ย 

“เราเป็นเด็กผู้ชาย ก็ต้องกล้าหาญ เข้มแข็ง รู้มั้ยครับ เชื่อปะป๊าสิว่าถ้าลงน้ำทะเลแล้ว รับรอง น้องป๋ายจะโตขึ้น หล่อขึ้นเท่าตัวเลยนะ”

พอได้ยินคำว่าหล่อขึ้นเท่าตัวเท่านั้นป๋ายเซียนก็สนใจทันที

“จริงป่าวฮับ”

“แน่นอนครับผม”ยืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมชี้นิ้วมาที่ตัว “แมนๆแบบปะป๊านี่เลย ป๋ายเซียนอยากตัวสูงๆ อยากเท่แบบปะป๊ารึเปล่า”

“อยากฮับ!”ตอบรับทันทีเมื่อข้อเสนอถูกใจ ไม่พอยังยอมตะกายขาให้อี้ชิงอุ้มง่ายๆ ตะแง้วขอลงทะเลทันที ฝ่ายอี้ฟานก็หันมายักคิ้วล้อเลียนให้อี้ชิง 

‘เห็นมั้ยว่าลูกเห็นใครเป็นไอดอล’

คนโดนเย้ยเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้ ดูเอาสิ ต้องให้อู๋อี้ฟานมากล่อมว่าจะเท่แบบตัว โถ่เอ๊ย เขาก็เท่ ก็แมนไม่แพ้กันหรอกน่า

สี่ร่างลงเล่นน้ำทะเลกันสนุกสนาน เริ่มแรกผู้ใหญ่สองคนอยากให้ลูกๆของตัวเองได้ชินก่อน ถึงได้พาเอาเท้าแตะๆที่น้ำ ก่อนจะพาลงลึกหน่อยด้วยการอุ้มเอาไว้แน่น พาเล่นไปก็กำชับไปว่าถ้าปะป๊ามะม๊าไม่อยู่จับต้องมีห่วงยางไม่ก็เสื้อชูชีพเพราะยังลึกเกินไป และห้ามเล่นน้ำทะเลคนเดียวเด็ดขาดจนกว่าจะตัวสูงพอ

“นี่แน่ะ!”

พอลงทะเลจนคุ้นเคยป๋ายเซียนจอมซ่าก็ก่อสงครามสาดน้ำทะเลขึ้นมา เอาซะคู่พ่อลูกอีกฝั่งเปียกม่อล่อกม่อแล่ก

“หนอยแน่!!ปะป๊าโจมตีเลย!”ช่านเลี่ยไม่ยอมแพ้ สาดน้ำคืนป๋ายเซียนบ้าง กลายเป็นเด็กสองคนในอ้อมแขนเขาเล่นเป็นทหารเอกบนหลังปะป๊ามะม๊าที่รับบทเป็นม้าศึก มีอาวุธเป็นน้ำทะเล สาดน้ำกันไปมาจนเปียกแฉะกันทั้งคนสาดทั้งคนอุ้ม

เห็นเด็กๆสองคนหัวเราะกันสนุกสนานทั้งที่น้ำเค็มเข้าปากแต่ก็ไม่ยักร้องไห้สักแอะ ไม่รู้เพราะกลัวไม่แมนอย่างที่ปะป๊าบอกหรือเพราะสนุกจนเพลิน หรืออาจจะทั้งสองอย่าง

แต่ที่แน่ๆคือ ทั้งอี้ชิง ทั้งอี้ฟาน มีความสุขไม่แพ้ลูกๆเลยจริงๆ       

“เฮ้ยยยยยยยยยยยยย อี้ชิงงงงงงงงงง”

เสียงเรียกโหวกเหวกที่ไม่เบานักของซิ่วหมินพาเอาคนถูกเรียกหันกลับไปมอง ซิ่วหมินยืนกระโดดโลดเต้นโบกไม้โบกมือมาให้จากหาด ข้างๆกันนั้นคือลู่หานที่ก็ยืนโบกมืออยู่เช่นกัน

“ไปครับเด็กๆ เราขึ้นกันดีกว่าเนอะ คลื่นชักสูงแล้ว”อี้ชิงเอ่ยชวนเมื่อเห็นเพื่อนร่วมทริปครั้งนี้อีกสองคนมาถึง

“คลื่นสูงก็ดีสิฮับมะม๊า คลื่นสูงๆเราก็จะหวือๆสูงๆ”ลูกชายจอมซนเริ่มซ่าจัด นึกถึงตัวเองตอนที่คลื่นซัดเข้ามาแล้วพาเอาทั้งเขาทั้งมะม๊า กระทั่งปะป๊าตัวโตๆลอยหวือกันไปตามกระแสน้ำแล้วมันออกจะตุ้มๆต่อมๆดี

“ไม่ดีครับ เพราะพอคลื่นสูงมากๆจะเริ่มอันตราย แล้วลมทะเลก็ทำให้ไม่สบายด้วย”อี้ฟานช่วยอธิบายอีกแรง คุณหมอไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะลูกชายของเขารับฟังเหตุผลและยอมโอนอ่อนให้ง่ายๆเสมอ 

แต่การคลุกคลีกับป๋ายเซียนได้พักใหญ่ทำให้ได้รู้ว่าที่ผ่านมาอี้ชิงคงจะรับมือกับลูกชายคนนี้ได้ยากอยู่ เพราะเทียบกันแล้วป๋ายเซียนมีความอินดี้กว่าช่านเลี่ยมาก

และเขาก็รู้สึกได้ว่าป๋ายเซียนฟังเขา

อี้ชิงหันมามองเขาพร้อมส่งสายตาเป็นเชิงหมั่นไส้มาให้อีกรอบเมื่อเป็นอีกครั้งที่ป๋ายเซียนยอมทำตามคำบอกของคนเป็นปะป๊า ฝ่ายอี้ฟานก็ยักไหล่ตอบกลับไปด้วยท่าทียียวนกวนประสาท

ตอนนี้ทั้งคู่รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ป๋ายเซียนต้องการความเป็นพ่อ ส่วนช่านเลี่ยต้องการความเป็นแม่

ป๋ายเซียนต้องการใครสักคนที่จะเด็ดขาด และจัดการได้อยู่หมัด ในขณะที่ช่านเลี่ยต้องการใครสักคนที่รับฟังและเข้าใจ

การเติมเต็มที่ลงตัวอย่างน่าประหลาดของจางอี้ชิง และอู๋อี้ฟาน มันพาความอบอุ่นเข้ามาในหัวใจโดยไม่รู้ตัว


 

 

 

“โอ้โห เปียกซ่กกันเลยนะครับเด็กๆ”ซิ่วหมินเอ่ยพลางวิ่งไปคว้าผ้าเช็ดตัวผืนนุ่มห่อตัวเด็กๆกันคนละผืน หลังจากหันไปทักทายอี้ฟานแล้วพอเป็นพิธี 

“มาถึงกันนานรึยัง... ครับ”ลู่หานหันมาถามอี้ชิงพร้อมส่งรอยยิ้มกว้างขวาง ก่อนรอยยิ้มจะค่อยๆหุบลงเมื่อสังเกตเห็นคนที่ตัวเองให้ความสนใจเต็มตา...

ตอนนี้อี้ชิงอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวที่เปียกน้ำทะเลไปหมด จริงๆอี้ชิงก็ใส่เสื้อยืดสีขาวบ่อยๆ แต่ครั้งนี้มันเปียกน้ำด้วย... มันก็เลยมีอะไรที่แตกต่างออกไป อย่างมาก...

เพราะเสื้อที่เปียกน้ำมักจะแนบเนื้อ โดยเฉพาะรูปร่างบอบบางที่เห็นไปถึงไหนต่อไหน แต่ก็อย่างเคย จางอี้ชิงก็ยังคงเป็นเชฟจางอี้ชิงผู้ไม่เคยจะรู้เรื่องอะไรมากไปกว่าขนมกับอาหาร ทั้งยังมัวแต่ให้ความสนใจกับการเช็ดหัวหูให้ลูกๆที่เปียกม่อล่อกม่อแล่ก

“สักพักแล้วล่ะครับ คุณลู่หาน ไอ้หมิน หิวกันรึเปล่า ทานอะไรมารึยัง”

มีแต่อู๋อี้ฟานที่เงียบอยู่นานเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของไอ้หน้าคิตตี้ที่จู่ๆก็เงียบไปซะอย่างนั้น พอเห็นเป้าสายตาแล้วขายาวก็ทำได้แต่คว้าผ้าเช็ดตัวอีกผืนจากในกระเป๋า ถือวิสาสะก้าวเข้าไปห่อตัวคนไม่รู้ตัวอย่างรวดเร็ว

คอยดูเถอะ กลับถึงบ้านเมื่อไหร่เขาจะแอบเอาเสื้อสีขาวของอี้ชิงไปเผาทิ้งให้หมด ชอบใส่ดีนัก! 

(แต่เออ เหลือไว้สักตัวสองตัว ไว้ใส่เวลาอยู่ด้วยกันสองคน)

“เดี๋ยวก็หนาวหรอก”ให้เหตุผลสั้นๆผิดกับในใจที่หึงไปไหนต่อไหน แต่ดวงตาคู่คมกลับเหลือบมองลู่หานที่หลบตาแล้วเสมองไปทางอื่นทันควันด้วยความเป็นสุภาพบุรุษลึกๆ ส่วนอี้ชิงก็เอ่ยขอบคุณออกทันได้สนใจนัก 

“ยังเลย นี่พอเลิกงานปุ๊บไอ้คุณบอสฉันก็บึ่งมาปั๊บ สงสัยกลัวรีสอร์ทหนี เนอะ บอส”ซิ่วหมินตอบคำถามแทนเจ้านายตัวเองเพราะแอบมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตามประสาคนตาไว

“อะ อื้ม”หลังจากกลบเกลื่อนอารมณ์ตัวเองเสร็จปุ๊บก็หันมาส่งสายตาไม่เป็นมิตรให้คนที่ทำลายทัศนียภาพประจำวันของเขาทันที


เฮอะ... ทำตัวเจ้าเข้าเจ้าของ น่าหมั่นไส้ชะมัด

แต่อู๋อี้ฟาน ลืมอะไรไปรึเปล่า ว่าเราเป็นคู่แข่งกัน

และทริปทะเลครั้งนี้แหละ จะเป็นตัวตัดสินว่าเขา หรือไอ้หมอนี่จะเป็นคนที่คู่ควรกับอี้ชิง!           

หมายมั่นปั้นมือกับตัวเองในใจ ก่อนดวงตาคู่โตจะหันมองไปรอบๆ พลันเห็นชาวต่างชาติกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งกำลังจับคู่กันเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาดอยู่ไม่ไกล

มุมปากสวยราวเด็กสาวยกยิ้มขึ้นทันที

“ไหนๆก็มาทะเลแล้ว เจ็ตสกีกันหน่อยมั้ยครับ?”

“เอาสิบอส!”

“เล่นฮับเล่นๆๆๆ!”

เป็นซิ่วหมินและเด็กๆที่ตอบรับอย่างกระตือรือร้น ทั้งๆที่ป๋ายเซียนกับช่านเลี่ยนี่ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือเจ็ตสกี แต่คิดเอาเองว่าคุณอาก็คงชวนเล่นอะไรสนุกๆเหมือนเคย อี้ชิงพึมพำว่าขอผ่านเพราะเล่นไม่เป็น ส่วนเป้าหมายตัวจริงที่เขาอยากแข่งด้วยก็ดันมองมาด้วยสายตาเหมือนประเมินเป็นเชิงว่ารู้ทันหรอกน่าว่าเขาคิดอะไรอยู่

แหงล่ะ เรื่องวันนั้นก็รู้กันอยู่สองคน 

สายตาที่มองตรงไปยังเป้าหมายชัดเจนของลู่หานทำให้ซิ่วหมินนึกรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรต่อไป ร่างเล็กรีบหันไปหาอี้ชิงทันที

“เออ ลืมไป วันก่อนเพิ่งมอเตอร์ไซค์ล้ม ยังใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ ฉันไปช่วยพาเด็กๆอาบน้ำดีกว่า คุณอี้ฟานถ้าไม่รังเกียจก็ไปเล่นเป็นเพื่อนไอ้คุณบอสของผมทีนะครับ ฝากหน่อยนะ”

            จัดฉากให้เสร็จสรรพสมกับเป็นลูกน้องที่แสนรู้ใจเอาซะลู่หานตบรางวัลให้ในใจ ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าซิ่วหมินโกหกคำโต

มอเตอร์ไซค์ล้มบ้าบออะไร ซีอีโอลู่หานไปรับไปส่งอยู่ทุกวัน...


“อ๋า เล่นอะไรกับฮับน้องป๋ายเล่นด้วย”ป๋ายเซียนพอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะพลาดเรื่องสนุกก็เริ่มโวย ฝ่ายช่านเลี่ยก็เริ่มประท้วงเล็กๆด้วยการเดินมาเกาะขาปะป๊าตัวเองแน่น

ร่างสูงของอี้ฟานรู้ตัวแล้วว่าลู่หานคงคิดจะทำอะไรบางอย่าง และด้วยความนึกอยากเล่นด้วย(?)เลยหันไปอธิบายให้ลูกฟังว่าอะไรคือเจ็ตสกีและเด็กๆยังไม่โตพอที่จะเล่น แต่ถ้าอยากดูก็ให้รีบไปอาบน้ำจะได้รีบลงมาดู

“ไปกันครับ รีบอาบน้ำสระผมกันดีกว่าเนอะ จะได้ลงมาดูว่าปะป๊ากับคุณอาเล่นอะไรกัน”ซิ่วหมินว่าพลางต้อนเด็กๆ (และอี้ชิง) พากันจะขึ้นไปบนห้องพัก

“ขี่เป็นรึเปล่าครับ เจ็ตสกี”พอเหลือกันสองคนลู่หานก็ถามพลางพาอี้ฟานเดินนำไปยังชายหาดที่เป็นมุมให้เช่าเจ็ตสกีสำหรับนักท่องเที่ยว

“ก็พอจำได้รางๆครับ”อี้ฟานว่า นึกถึงตัวเองตอนที่ยังเป็นนายแบบแล้วมีโอกาสได้มาถ่ายในคอลเลคชั่นฤดูร้อนที่ทะเล มีฉากที่ต้องถ่ายกับเจ็ตสกีด้วยเหมือนกัน แต่นั่นมันก็หลายปีแล้วล่ะนะ...

“ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ เดี๋ยวนี้คนเป็นหมอเขาขี่เจ็ตสกีเป็นด้วย”

ชวนคุยด้วยการตั้งคำถามเหมือนชวนคุยทั่วไป แต่อี้ฟานกลับรู้สึกเหมือนได้ยินน้ำเสียงท้าทายเจืออยู่ในที 

“อาชีพเก่าน่ะครับ”ตอบออกไปสั้นๆ เพราะนึกรู้ว่าคนอย่างลู่หานน่ะหรือจะไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน 

“ผมก็ไม่อยากเอาเปรียบคุณหรอกนะ”คนตัวเล็กกว่าว่าพลางควงกุญแจดอกเล็กที่ได้มาจากพนักงานในมือ “เอาเป็นว่า ผมให้คุณซ้อมก่อนแล้วกัน ดีมั้ย”

อี้ฟานนึกขำกับท่าทางที่ดูเหมือนจะมีน้ำใจเหลือเกินนั่นของคนตรงหน้า

ลู่หานไม่สนใจว่าเขาจะตอบรับข้อเสนอหรือไม่ หันไปกระโจนจับเจ้าเครื่องยนต์ได้ก็พุ่งลงน้ำทันทีอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางเสียงกรี๊ดของสาวๆตามชายหาด แหงล่ะ มาทะเลทั้งทีแต่แต่งตัวเหมือนตอนเขามาถ่ายแบบไม่มีผิด ไหนจะยังไอ้แว่นเรย์แบนด์รุ่นหรูนั่น นึกอยากถามว่าไม่กลัวตกน้ำตกท่าหายเป็นอาหารเต่าบ้างรึยังไง แต่ไม่รวยจริงคงไม่กล้าใส่ขี่เจ็ตสกีหรอกมั้ง เผลอๆแซะเอาเสารีสอร์ทไปขายก็น่าจะทดแทนได้หลายตังค์

เห็นท่าทางคล่องตัวที่พุ่งลงน้ำพร้อมเลี้ยวหลักกลางทะเลอย่างสวยงามแล้วคุณหมอหนุ่มก็ไม่รู้ว่าควรจะชักสีหน้าหรือถอนหายใจก่อนดี

โตจนป่านนี้ยังจะเล่นอะไรเป็นเด็กๆ

ไม่ได้ว่าแต่ลู่หานหรอก ว่าตัวเองด้วยเนี่ย ทำตัวอย่างกับเด็กมัธยมแย่งแฟน                

 

 

 

 

“บอสฉันโคตรหื่น”ซิ่วหมินว่าหลังจากปล่อยให้เด็กๆจัดการอาบน้ำกันเอง เพราะช่านเลี่ยยืนยันเสียงแข็งว่าโตแล้วอาบเองได้ ร่างเล็กนั่งลงที่ปลายเตียงมองดูเพื่อนสนิทจัดข้าวของ

“หื่นยังไง?”

“โถ่... ไอ้อี้เอ๊ย ไม่เคยมีใครสอนเหรอครับว่าอย่าใส่เสื้อสีขาวลงน้ำ มันโป๊!”

อี้ชิงก้มลงมองตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อน “แล้วไง ฉันเป็นผู้ชาย ไม่มีใครสนใจหรอกน่า”

ซิ่วหมินกลอกตาไปมาอย่างนึกเนือย ก็แล้วไอ้ที่เจ้านายเขามองมันแทบกำเดาพุ่งกลางหาดนี่มันหมายความว่ายังไงกันล่ะ แต่เอาเถอะ ปล่อยไอ้อี้มันซื่อๆไปแบบนี้ก็น่ารักดีตามสไตล์

“ยังไม่ได้ทานข้าวไม่ใช่เหรอ ไม่หิวรึไง”อี้ชิงถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วง

ร่างป้อมส่ายหน้า “ยังไม่เท่าไหร่ อีกอย่าง ร้านอาหารที่รีสอร์ทนี่ไม่ใช่แค่หรูแต่อร่อยมากกกกกกกกกก”ลากเสียงยาวเป็นการยืนยันไม่พอยังตบพุงตัวเองแปะๆ “หิ้วท้องรอทั้งวันยังได้ จัดหนักมื้อเย็น คุ้ม!”

“แสดงว่ามาทะเลด้วยกันบ่อยเลยสิ”อี้ชิงอดไม่ได้จะแอบอมยิ้มกับความสนิทสนมของเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้

“ถ้าที่นี่ก็หลายครั้งอยู่นะ พอดีช่วงที่สร้างรีสอร์ทใหม่ๆแล้วยังไม่อยู่ตัว บอสเลยต้องมาคุมด้วยตัวเอง แถมตอนนั้นเลขาตานั่นลาคลอด พอไม่มีใครมาแทนเลยลากฉันออกมาด้วย นี่ถ้าไม่ติดว่าบรรยากาศดี อาหารอร่อย ฉันไม่มาหรอกจะบอกให้”

“เคยคิดบ้างมั้ยว่าทำไมคุณลู่หานเขาต้องชวนนายออกมาด้วย อยู่แผนกเดียวกันรึก็เปล่า”อี้ชิงชวนคุยพลางซ่อนยิ้มพลาง มือตระเตรียมเสื้อผ้าให้ลูก

ซิ่วหมินน่ะ เห็นดูภายนอกเหมือนจะเหวี่ยงวีนไปอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริงก็มีมุมอ่อนไหวซ่อนอยู่ 

ถึงไอ้มุมๆนั้นมันจะอยู่ลึกไปสักหน่อยก็เถอะ 


“แหม ถามได้”ซิ่วหมินว่าพลางกอดอก เบ้หน้าเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้เจ้านายจอมวางแผนของตัวเองที่ดูเหมือนอะไรๆมันก็มักจะเข้าที่เข้าทางคนอย่างเสี่ยวลู่หานไปซะหมด ไม่รู้เพราะโชคช่วยหรือตัวเองวางแผนเก่งอย่างที่ชอบโวกันแน่ 

“ตั้งแต่เขารู้จักนาย ชีวิตฉันก็มีแต่ตานั่นตามจิกอยู่แทบทุกวัน ทุกอย่างก็เพราะเขาอยากรู้เรื่องเชฟจางอี้ชิงทั้งนั้นแหละครับ”

“ไม่แน่นะ บางที คนบางคนอาจจะอยู่ใกล้เกินไปจนมองไม่เห็นก็ได้”

“โอ๊ย ถ้านายหมายถึงฉันกับไอ้บอสตุ๊ดล่ะก็ บอกเลยว่าไม่มีทางหรอก”ซิ่วหมินสวนกลับทันควันพลางหงายหลังแผ่มองเพดาน ท่าทางเหมือนไม่แยแสแต่เพื่อนสนิทดูออกหรอกว่าคนฟอร์มยักษ์กำลังแอบคิดตาม 

“ทำไมล่ะ ฉันว่านายกับบอสนายดูเหมาะกันดีจะตาย”

“เพราะเขาไม่ได้รักฉันไง”

อีกฝ่ายเงียบไปกับน้ำเสียงแข็งๆที่จู่ๆก็มีแววหวั่นไหวขึ้นมาให้จับได้ ส่วนคนพูดก็เหมือนจะรู้ตัว รีบกระแอมพร้อมผุดลุกขึ้นนั่งทันควัน

“ป่านนี้เด็กๆเสร็จแล้วมั้ง นายก็รีบๆไปอาบน้ำเข้าจะได้ลงไปดูสองคนนั่น เผลอๆป่านนี้จะโชว์เท่วางแผนเช่าเรือชาวประมงออกเรือไปตกหมึกคืนนี้แล้วมั้ง”

“โชว์เท่?”

ซิ่วหมินยักไหล่ “ก็แบบว่า ใครเท่กว่าคนนั้นก็ได้ใจสาวที่ตัวเองหมายปองไป อะไรทำนองนี้ไง ใช้กับคนสองคนที่ดันไปรักคนๆเดียวกันเลยต้องเป็นคู่แข่งกันไปโดยปริยาย คนที่ถูกรักก็ต้องเลือก ใครเท่กว่า ใครโดนใจกว่า ก็ได้เทคะแนนใจไปเต็มๆ นี่ต้องให้ฉันอธิบายทุกอย่างเลยมั้ยฮะ ไอ้นายเอก”

อี้ชิงสั่นหัวอย่างนึกตลกแค่นึกภาพตาม “อย่างคุณลู่หาน? กับอู๋อี้ฟานเนี่ยนะ? ไม่มั้ง โตป่านนี้แล้ว”

อีกฝ่ายไม่เห็นด้วยไม่พอ แถมยังหัวเราะหึๆ คิดในใจว่าคนโตแต่ตัวเยอะแยะ 

“เดี๋ยวนายก็รู้”

 


 


นี่เขากำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย...

อู๋อี้ฟานถามตัวเองเป็นรอบที่ร้อย หลังจากพยายามควบคุมเจ้าเจ็ตสกีนี่อยู่นานจนอยู่ในระดับที่พอขี่ได้ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้แบบไม่อายคนที่ยืนดูบนหาด แต่ก็ดูเหมือนจะเท่ได้ไม่ถึงครึ่งไอ้ผู้บริหารตัวเอ้ปราดเปรียวที่โฉบไปโฉบมาอย่างกับฉลามบนผิวน้ำ

ด้วยความที่มัวแต่ทำงานในโรงพยาบาลมานาน ไม่ค่อยได้ออกมาสัมผัสกับชีวิตกลางแจ้งแบบนี้เท่าไหร่มันเลยทำให้เขารู้สึกร้อนกว่าปกติ ถึงจะออกกำลังกายบ้างให้ตัวเองไม่เจ็บไข้ได้ป่วยจนเสียการเสียงาน แต่ก็ไม่ได้โหดแบบเอ็กซ์ตรีมอะไร

จะให้ถอนตัวตอนนี้ก็ดูจะขี้ขลาดไปหน่อย หรือพูดง่ายๆก็คือ.. ถอนตัวไม่ทันแล้วนั่นแหละ

“โทษทีครับ ผมลืมบอกไปบังเอิญผมเป็นแชมป์ของถิ่นนี้น่ะ”

ไอ้เจ้าของรีสอร์ทหน้าหวานนี่เหมือนจะเป็นมิตร ขับโฉบมาใกล้ๆเขาที่ยังลอยลำอยู่กลางทะเลพร้อมบอกข้อเท็จจริงของตัวเองซะงั้น

เออ แค่เห็นก็รู้แล้วไอ้คิตตี้น้ำเค็ม!                    

“อี้ชิง! ซิ่วหมิน! ทางนี้!”เสียงเรียกของลู่หานพาเอาอี้ฟานหันมองตาม ก่อนจะนึกรู้ว่าที่ลู่หานยอมให้เขาซ้อมเจ็ตสกีก่อนเนี่ยไม่ใช่เพราะมีน้ำใจอะไรหรอก แค่อยากถ่วงเวลา  รอโชว์ต่อหน้าอี้ชิงกับเด็กๆมากกว่า

คิดแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบ พยายามข่มความเขินอายเล็กๆว่าตัวเองอายุเท่าไหร่ลงไป 

“ปะป๊า!”ช่านเลี่ยที่หันซ้ายหันขวามองหาเขาพอหันมาเห็นว่าเขาอยู่กลางทะเลก็กระโดดโลดเต้นตื่นเต้นซะไม่มี ทำเอาเขาต้องโบกมือตอบกลับให้ลูกอย่างเสียไม่ได้ทั้งที่รู้สึกว่าแขนเขาเริ่มล้าเต็มที... 

ก็ไอ้เครื่องยนต์นี่น่ะหนักน้อยเสียที่ไหน 

“และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา...”

เสียงโทรโข่งที่ดังมาจากลำโพงบนไม้ไผ่เล็กๆพาเอาร่างสูงสะดุ้งเพราะตกใจกับเสียง พอหันไปมองตามที่มาถึงได้เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีประภาคารเล็กๆที่มีคนยืนอยู่บนนั้น ทำหน้าที่เป็นทั้งคนรายงานสด และกรรมการในคราวเดียวกัน..

เดี๋ยวนะ? กรรมการ?

“พร้อมรึยังครับคุณหมอ”

ลู่หานที่มาจอดอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ พอเขาหันมองรอบๆตัวก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆจากชายหาดโล่งๆเมื่อกี้ตอนนี้มีคนมามุงดูเต็มไปหมด ทั้งคนชาติเดียวกันและคนต่างชาติ ต่างคนต่างส่งเสียงเชียร์มายังผู้เข้าแข่งขันเจ็ตสกีที่รอเวลาออกตัวอยู่ตอนนี้

ศัลยพทย์หนุ่มที่กลายเป็นหนึ่งในสองผู้เข้าแข่งขันแบบไม่รู้ตัวได้แต่กลอกตาไปมากับชะตากรรมบ้าๆบอๆของตัวเอง ไม่สิ... กับแผนที่เหมือนเด็กมัธยมแย่งกันจีบสาวของไอ้ผู้เข้าแข่งขันหมายเลขหนึ่งนี่มากกว่า จากที่ฟังเสียงกรรมการการจากโทรโข่งได้ความว่าเป็นแค่การแข่งขันแบบClosed course(แบบจับเวลา)ธรรมดา

“หน้าคุณดูซีดๆนะครับ เป็นอะไรรึเปล่า?”

ตวัดสายตาหันไปมองคนมีน้ำใจอย่างนึกอยากเอาเจ็ตสกีนี่ชนซะให้หน้าหงาย แต่ก็ทำได้แต่ส่งยิ้มตอบกลับไป เขาเป็นหมอ รู้ตัวเองดีน่ะ!

  ต่อให้รู้ตัวว่ายังไงก็อาจจะสู้ไม่ได้ แต่เอาวะ ลองดูซักตั้ง ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันค้ำคอ!

  “เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ดีกว่าครับคุณแชมป์เก่า”

เจ้าของเรย​์แบนด์อันหรูผิวปากหวือ สีหน้ายียวนไม่ยี่หระอย่างคนประสบการณ์เหนือกว่า 

  ทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณเริ่มการแข่งขัน เครื่องยนต์ทั้งสองลำก็พุ่งทะยานไปด้านหน้าทันทีพร้อมๆกับเสียงเชียร์ของคนมากมายรอบชายหาดที่ส่วนใหญ่จะเป็นสาวๆที่แค่อยากมายลความเท่ของผู้เข้าแข่งขันทั้งสอง

“บอสโคตรปัญญาอ่อน”ซิ่วหมินอดไม่ได้จะพึมพำพลางกลอกตาไปมา ในใจเทคะแนนเชียร์อู๋อี้ฟานไปแล้วเต็มที่ แหงล่ะ เรื่องอะไรจะต้องมาเชียร์บอสตัวเองด้วย ย้ำเป็นรอบที่ล้านว่าเพราะเขาน่ะเป็นฟานชิงชิปเปอร์

ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตาบอสตุ๊ดเลยซักกะติ๊ด

“คุณลู่หานดูเก่งมากๆเลยนะเนี่ย”อี้ชิงเอ่ยชม หลังจากเจ้าตัวเลี้ยวหลักสีเขียวสีแดงอะไรไม่รู้ผ่านไปได้อย่างสวยงาม เขาดูไม่เป็นหรอก แต่ฟังๆจากกรรมการดูเหมือนว่าใครที่เข้าเส้นชัย วิ่งวนครบหลักที่กำหนดเอาไว้โดยใช้เวลาน้อยกว่า หรือเข้าเส้นชัยโดยใช้เวลาน้อยกว่าเป็นผู้ชนะ

“แหง”ร่างป้อมยักไหล่ “ก็ตานั่นน่ะเป็นแชมป์ของหาด ขับคล่องกว่าขับรถอีกมั้ง เฮอะ คิดแล้วก็หมั่นไส้ แบบนี้มันโกงคุณอี้ฟานหน้าด้านๆเลยนี่หว่า”

อี้ชิงไม่ตอบอะไร แต่ก็อดไม่ได้จะมองตามร่างสูงบนเจ็ตสกีที่ถึงแม้ท่าทางจะดูโปรพอๆกันกับลู่หาน แต่ดูก็รู้ว่าท่าทางการขับนั้นดูระมัดระวังกว่าคู่แข่งอยู่มาก 

“ว้าวววววว”ป๋ายเซียนในอ้อมแขนของซิ่วหมินอุทานออกมาอย่างตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ช่านเลี่ยในอ้อมแขนของเขา

“ปะป๊าสู้ๆๆๆ!!”เด็กตัวน้อยส่งเสียงเชียร์เต็มเสียงก่อนจะหันมาหาเขา “ปะป๊าเท่จังเลยฮับมะม๊า!”

“ครับลูก”ตอบรับพร้อมหอมแก้มยุ้ยๆไป ในใจก็นึกห่วงอยู่เหมือนกันว่ามันอันตรายรึเปล่านะ เจ็ตสกีเนี่ย...

“อาเลี่ยอยากลองเล่นมั่งจังเลย เนอะน้องป๋าย”หันไปหาเพื่อนที่อยู่ข้างๆกันเพราะดูเหมือนผู้ใหญ่สองคนจะใจจดใจจ่อกับการแข่งขันมากกว่าตัวเขา

“งือ ไม่เอาอะ น้องป๋ายว่าน่ากลัวออก”

“แต่ถ้าขี่เป็นจะเท่มากๆเลยนะ เหมือนปะป๊าไง”ช่านเลี่ยยังคงเข้าข้างปะป๊าตัวเองอย่างออกนอกหน้าเช่นเคย เด็กน้อยไม่ได้เกลียดลู่หาน อย่างน้อยก็ชอบเวลาที่คุณอาคนนั้นพยายามเอาใจด้วยการซื้อขนมมาฝากเขาด้วยเหมือนๆกับป๋ายเซียน ช่านเลี่ยก็แค่รู้สึกว่าไม่อยากชอบลู่หานมากไปกว่านี้

ไม่อยากให้ใครมาแทรกกลางปะป๊ากับมะม๊า แม้จะเป็นแค่ความรู้สึกของตัวเองก็ตาม 

          “เห็นธงขาวนั่นไหม”ซิ่วหมินชี้ให้ดูคนที่ทำหน้าที่กรรมการอยู่บนแท่นที่สูงกว่าคนอื่นเล็กน้อยบนชายหาด “เขายกธงขาว หมายถึงนี่เป็นการแข่งขันรอบสุดท้ายแล้ว”

เครื่องยนต์ทั้งสองฉวัดเฉวียนกันอยู่บนคลื่นน้ำที่แตกเป็นฟองตามแนวอย่างไม่มีใครยอมใคร ดูเหมือนทั้งหาดจะพากันลุ้นเหมือนกันว่าใครกันจะมาถึงเส้นชัยได้ก่อน กระทั่งเด็กน้อยสองคนก็ยังเงียบและเกาะแขนคนอุ้มแน่นเพราะลุ้นตาม

ร่างสูงของอู๋อี้ฟานเร่งสปีดเครื่องมากขึ้น ถึงจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าคงไม่มีโอกาสชนะแต่เขาก็ยังวางแผนเอาไว้ว่าแกล้งไปแบบเนิบๆให้อีกฝั่งตายใจ แล้วค่อยเร่งเครื่องแบบสุดแรงเกิดเอาในรอบสุดท้าย และก็ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อลู่หานเร่งเครื่องน้อยกว่าที่เคย ไม่รู้ว่าชะล่าใจ หรือตั้งใจออมมือให้กันแน่


จังหวะนี้แหละ!

บรืนนนนนนนนน

ลู่หานที่นึกชะล่าใจเหลือบมองคู่แข่งตัวเองด้วยความตื่นตะลึงไม่น้อย เขาคิดว่าอู๋อี้ฟานกลัวเสียการทรงตัวเพราะยังไงก็ถือว่าเป็นมือใหม่ แต่ที่ไหนได้... กลับเร่งเครื่องเอาในรอบสุดท้าย

ไม่เลว... 

เอ่ยชมในใจก่อนตัวเองจะเร่งเครื่องเต็มกำลัง

...แต่ก็ยังอ่อนหัด

เพียงบิดข้อมือเจ็ตสกีของลู่หานก็พุ่งทะยานออกไปนำอีกฝ่ายไกลโข ไม่มีอีกแล้วการออมมือ ในเมื่อคู่แข่งสู้เต็มที่ เขาก็ไม่คิดจะประมาทอีกต่อไป!

อย่าหาว่าทับถมกันเลยนะครับคุณหมอ  

ฟึ่บ!

ธงลายหมากรุกถูกยกขึ้นพร้อมๆกับเสียงนกหวีดแสดงว่าผู้เข้าแข่งขันมาถึงเส้นชัยแล้ว

“ผู้ชนะคือ คุณลู่หาน แชมป์เก่าของปีที่แล้วคร้าบบบบ!”

สิ้นเสียงประกาศคนรอบหาดก็ปรบมือเกรียวกราวให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย กระทั่งช่านเลี่ยที่แม้จะส่งเสียงเสียดายออกมาเล็กน้อยแต่ก็ตบมือเปาะแปะเพราะรู้สึกว่าคุณอาคนนั้นน่ะก็เก่งจริงๆนั่นล่ะ

น้ำใจนักกีฬาไง 

“ขอโทษทีนะครับ”อีกครั้งที่ลู่หานยักคิ้วกวนประสาทใส่อี้ฟานที่ค่อยๆลงมาจากเจ็ตสกี ร่างสูงนึกเสียฟอร์มอยู่เล็กๆเหมือนกัน แต่เขาก็รู้ดีตั้งแต่อีกฝ่ายท้ามาแล้วว่าเขาไม่มีทางเอาชนะได้หรอก

“คุณก็เก่งสมชื่อแชมป์นี่ครับ”ยื่นมือออกไปเชคแฮนด์กันเป็นเชิงเหมือนว่าไม่ติดใจอะไร แต่จากคำพูดและสายตาคมดุที่มองตรงมาทำให้ลู่หานแปลความหมายได้ทันที...

  ว่าถ้าไม่ใช่การแข่งขันเจ็ตสกีที่ลู่หานเป็นต่อ เขาอาจจะแพ้ก็ได้!

          “จริงๆผมก็แอบผิดหวังนะเนี่ย หวังว่าแข่งรอบต่อไปคงจะสนุกกว่านี้นะครับ”ร่างบางกว่าพูดออกไปจงใจยั่วุ ทั้งที่จริงแล้วเขากลับรู้สึกได้ว่าการแข่งเมื่อครู่ถ้าอู๋อี้ฟานได้ซ้อมก่อนหน้านั้นนิดสักสองสามวัน อาจจะเป็นคู่แข่งที่ตึงมือแชมป์เลยก็ได้

“ผมก็ได้แต่หวังว่าคุณจะไม่ได้ใจไปซะก่อน”

พูดเป็นเชิงยืนยันมั่นเหมาะว่าการแข่งขันระหว่างเขากับไอ้กวางนี่มันเพิ่งแค่เริ่มเท่านั้น

หนทางของทริปนี้ยังอีกยาวไกล...

“ถ้าอยากแก้มือก็บอกผมได้เสมอนะครับ”ลู่หานไม่ยี่หระกับคำท้าทายพร้อมยื่นข้อเสนออย่างใจดีอีกครั้ง ถึงแม้นี่จะเป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขากับอู๋อี้ฟานและเขาได้รับชัยชนะก็ตาม แต่นี่ก็แค่การแข่งครั้งแรกเท่านั้น

ลู่หานกับอู๋อี้ฟาน เรายังต้องเจอกันอีกหลายแมตช์!              

สาวๆที่ยืนอยู่ข้างๆหาดเริ่มทยอยเข้ามาใกล้จนแทบจะเป็นรุมล้อมเขาทั้งคู่เพราะอยากขอถ่ายรูปทั้งสองคนเป็นที่ระลึกสักหน่อย ก็แหม ทั้งหล่อ ทั้งเท่ ครบสูตรแบบนี้มันหายากนี่นะ

“ขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ!”

“เมื่อกี้คุณเท่มากๆเลย”

อี้ฟานตอบรับคำชมไปด้วยรอยยิ้มบางๆทั้งที่รู้สึกว่ามือตัวเองกำลังสั่นเล็กน้อยจากเครื่องยนต์ที่เพิ่งพาเขาล่องทะเลมาเมื่อครู่

“ปะป๊า!”

ทั้งๆที่เสียงสาวๆดังกันเซ็งแซ่ บ้างขอถ่ายรูป บ้างขอเบอร์โทรศัพท์ แต่เสียงเล็กๆของเด็กสองคนที่แม้จะไม่ดังมากนัก แต่อี้ฟานที่กำลังจะปฏิเสธอย่างสุภาพก็หันขวับตามเสียงเรียกทันที

สาวๆพากันซุบซิบเสียดายกันระงมแต่ก็ยอมทยอยถอยออกห่างเล็กน้อยเมื่อได้รู้ว่าร่างสูงแสนเท่บนเจ็ตสกีเบอร์สองคนนี้มีครอบครัวมีลูกแล้ว ต่างคนต่างพากันมาให้ความสนใจกับเด็กตัวน้อยๆสองคนที่วิ่งเข้าหาร่างสูงแทน

“ปะป๊าเท่มากเลยฮับ!”ช่านเลี่ยเอ่ยชมอีกครั้งเมื่อขอให้อี้ชิงอุ้มเข้าไปใกล้ได้สำเร็จ จริงๆอยากให้ปะป๊าอุ้มแต่ติดที่ว่าปะป๊าตัวเปียกและเขาเพิ่งจะอาบน้ำมา...

“ถึงปะป๊าจะแพ้ แต่ปะป๊าก็เท่มาก ใช่มั้ยน้องป๋าย!”

หันไปหาพวกสนับสนุน ฝ่ายสนับสนุนตัวจ้อยก็ยืนยันว่องไวทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมแขนของซิ่วหมินที่เดินไปหาร่างโปร่งผู้เข้าแข่งขันอีกคน

“ปะป๊าเท่มากๆๆๆๆๆๆๆๆ”ยืนยันด้วยการย้ำเสียงพร้อมตบมือเปาะแปะเอาซะอี้ฟานยิ้มกว้างกับความน่ารักของกองเชียร์ตัวน้อย

“คุณรีบไปอาบน้ำดีกว่านะครับ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วก็ยังไม่ได้อาบเลย”อี้ชิงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่อเหลือบไปเห็นมือใหญ่สั่นเล็กน้อย เข้าใจไปเองว่าคงเพราะหนาว เพราะนี่ก็เริ่มเปนเวลาเย็นแล้ว ลมทะเลก็เริ่มเย็นขึ้นตามลำดับ

รับผ้าขนหนูมาจากร่างบางแล้วก็ไม่วายส่งสายตามาหาเมื่อรู้สึกได้ถึงความห่วงใยในน้ำเสียงของคนตัวขาว

“ต่อให้แข่งแพ้ แต่ถ้าเจอคนดูแลแบบนี้ผมยอมแพ้ไปตลอดชีวิตเลยก็ได้”

เสียงกรี๊ดกร๊าดวี้ดว้ายของสาวๆรอบตัวทำเอาอี้ชิงชักเขิน เออเนอะ คนบ้าอะไรมาหยอดตรงนี้คนเยอะแยะ

            “ยังจะมาพูดมากอยู่อีก รีบขึ้นไปอาบน้ำดีกว่าครับ จะได้มาทานข้าวกัน อาเลี่ยหิวแล้วนะ”


ลู่หานมองคนสามคนด้วยความรู้สึกอิจฉาอย่างปิดไม่มิด รู้อยู่หรอกว่าอี้ชิงอุ้มช่านเลี่ย ก็ต้องพาลูกไปหาพ่อเขาแน่ๆ แต่เขาก็อยากให้อี้ชิงสนใจบ้างนี่ อย่างน้อยแค่สายตาชื่นชมนิดๆก็ยังดี ตาคู่หวานตวัดมองไปทางอื่นเพราะนึกเกลียดภาพของคนสามคนที่ดูอบอุ่นเป็นครอบครัวที่น่ารักจริงๆ 

“คูนอาฮับผ้าขนแมว”

“ผ้าขนหนูครับน้องป๋าย”ซิ่วหมินช่วยแก้ให้ ร่างโปร่งพอเห็นเจ้าตัวเล็กยื่นผ้าขนหนูมาให้ก็อดไม่ได้จะหยิกแก้มยุ้ยเบาๆอย่างเอ็นดู

“มะกี้คูนอาเท้เท่ฮับ เท่ม้ากมาก”ป๋ายเซียนเอ่ยชมพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้พร้อมยิ้มโชว์ฟันน้ำนม

เอาวะ คนพ่อไม่อยู่ คนลูกมาชมแทนก็ยังดี!

ลู่หานกำลังจะฉีกยิ้มปลื้มใจแต่ก็เป็นอันต้องหน้าเจื่อนลงทันควันเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“แต่น้อยกว่าปะป๊าน้องป๋ายนิดนึง!”

ซิ่วหมินกลั้นขำแทบตายกับหน้าที่แห้งลงไปกะทันหันของพ่อกวางหนุ่มเจ้านายตัว จนต้องพูดออกไปบ้าง

“เอาน่า... สำหรับผมบอสโคตรเท่เลย เท่สุดในหาดเลยครับ เก่งด้วย หล่อเหลา โอ๊ย พ่อกวางทะเลของผม”

พูดออกไปอยากยั่วให้อีกฝ่ายยิ้มออกแล้วก็ได้ผล ลู่หานยื่นมือมาขยี้หัวเขาเล่นแต่ซิ่วหมินก็หนีทัน รู้ว่าเจ้านายรู้ว่าที่พูดไปก็แหย่ให้ยิ้มออกเป็นการปลอบใจ 

ทั้งที่ในใจก็... รู้สึกอย่างที่พูดไปนั่นแหละ 

 

 

             


“ผู้หญิงคนนั้นเขาก็มาได้ทุกวันเนอะเธอ”นางพยาบาลแผนกกระดูกพากันซุบซิบกันยกใหญ่ เมื่อสายตาพาไปเห็นร่างระหงของหญิงสาวที่ท่าทางสวยเด่นท่ามกลางเหล่าคนไข้ที่นั่งรอคิว แม้ใบหน้าเรียวขาวจัดแต่งแต้มลิปสติกนั้นจะถูกซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตากันแดดแบรนด์เนมตลอดก็ตาม

“ไม่รู้ใครเนอะ คุณหมอเฉินก็บอกนี่นาว่าไม่ใช่กิ๊ก แต่แม่คุณก็มาได้ทุกวี่ทุกวัน นี่ แล้ววันนี้ที่เขามา บอกชื่อรึเปล่า”

นางพยาบาลอีกคนส่ายหน้าขวับ “เปล่าเลย มาถึงก็แต่มาด้อมๆมองๆ นั่งคอยอยู่สักพักก็กลับ ไม่เห็นมาติดต่อที่แผนก”

“จริงๆวันนั้นเธอก็จะมาให้ชื่อเราแล้วนะ เออ จะว่าไปก็แปลกคน มาถามหาคุณหมอเฉิน มานั่งรอคุณหมอเฉิน แต่วันนั้นพอคุณหมอเฉินออกมาปุ๊บแทนที่จะเดินไปหากลับเดินหนีไปอีกทางซะงั้น”

เหล่านางพยาบาลกำลังพูดถึงวันก่อน ที่สามคุณหมอผู้โด่งดังของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ออกไปทานข้าวด้วยกัน ผู้หญิงคนนี้ที่ตอนแรกจะมาหาคุณหมอเฉิน และคุณหมอเองก็มาอยู่ต่อหน้าแล้วแท้ๆแต่ก็ดันไม่เดินตามไป เอาแต่ยืนมองจนลับสายตาแล้วก็ทำหน้าเศร้าเดินออกไปซะงั้น 

สวยนะ แต่พฤติกรรมเพี้ยนจนต้องเก็บมาเม้าเป็นอรรถรส

“เอ... แปลกจัง แต่ก็สบายใจอย่างนะเธอ คุณหมอเฉินบอกว่าไม่ใช้ไม่ใช่กิ๊ก ยังไงก็จะยังโสดให้พวกเราดอมๆดมๆกันไปอีกนาน”

  “พูดถึงใครกันอยู่เหรอครับ?”

          เหล่านางพยาบาลที่กำลังลอบซุบซิบกันถึงกับวงแตก แต่เป็นวงแตกแบบตาเยิ้มเพราะเจ้าของเสียงขัดจังหวะคือคุณหมอจุนเหมียน หนึ่งในแก๊งเสื้อกาวน์ประจำโรงพยาบาลที่แอบกรี๊ด

“โถ่ คุณหมอจุนเหมียนนี่เอง พวกดิฉันก็ตกใจหมดเลย ก็คุณคนนั้นไงคะ คนนู้นนนน”พูดพร้อมกับแอบชี้ไปยังทิศทางของคนไข้ปริศนา “มารอคุณหมอเฉินได้เกือบอาทิตย์แล้วค่ะ แต่ก็ไม่เคยมาแจ้งชื่อเข้าคิวเหมือนคนไข้คนอื่นเลย”

จุนเหมียนขมวดคิ้วพลางมองไปตามทาง หญิงสาวคนดังกล่าวนั่งก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ไม่ได้มองมา

พอเห็นว่าเป็นสาวสวยดูมีคลาสตั้งแต่หัวจรดเท้าคุณหมอตัวขาวก็เบ้ปากขึ้นมาโดยอัตโนมัติ หนอย... ไอ้เฉิน ทำเป็นพูดจาทำหน้าทำตาซื่อๆเหมือนยังโสด ที่แท้ก็สมภารกินไก่วัด กิ๊กกั๊กกับคนไข้เหรอ

ถึงความไม่พอใจจะผุดขึ้นมาเป็นริ้วๆแต่ก็ยังตีหน้านิ่ง 

“เขาก็คงมีธุระส่วนตัวกันล่ะครับ”เน้นคำว่าธุระส่วนตัวทั้งที่ใจตัวเองนี่คันยิบ 

โธ่เอ๊ย อุตส่าห์เดินมาชวนไปกินข้าวตั้งไกล มาเจอเรื่องให้หงุดหงิดแบบนี้มันน่าเดินกลับไปกินคนเดียวซะนี่...

ร้อนถึงนางพยาบาลต้องรีบแก้ตัวให้คุณหมอหน้ายิ้มพัลวัน “โฮ้ยยย ไม่ใช่หรอกค่ะคุณหมอ ดิฉันถามคุณหมอเฉินแล้วนะคะ คุณหมอเฉินเธอก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะค่ะว่าเธอน่ะโส๊ดโสด”

จุนเหมียนแอบซ่อนยิ้มพอใจไม่ให้ใครเห็นถึงอย่างนั้นก็ยังไม่หยุดก้มหน้าซุบซิบกับพี่ๆพยาบาลอย่างนึกสนุก 

“เขาบอกงั้นเหรอครับ? บางทีเขาอาจจะซุกกิ๊กไว้ แล้วแกล้งทำเป็นว่า...”

คำพูดที่จะพูดต่อไปพลันเลือนหายพลางดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง เมื่อหญิงสาวที่ตกเป็นเป้าสนทนาของพวกเขาเงยหน้าขึ้นมาให้เห็นเต็มตา...

ใบหน้าที่คุ้นเคย... แม้จะห่างหายไม่ได้เจอกันหลายปีก็ตาม

“นั่นมัน....!”

ดูเหมือนสายตาที่มองมาของจุนเหมียนจะโจ่งแจ้งเกินไป พาเอาคนถูกมองรู้ตัว ใบหน้าสวยหันกลับมาเจอเข้า ไม่รู้ทำไมคุณหมอหนุ่มถึงรู้สึกได้ถึงความรู้สึกวิตกบางอย่างผ่านดวงตาที่ถูกซุกซ่อนไว้นั้น

ร่างบางเตรียมจะลุกหนี พร้อมกับเขาที่ก้าวขาออกตามแทบจะในวินาทีเดียวกัน 

 

“อ้าว! อ้าวคุณหมอจุนเหมียน! โธ่เอ๊ย....”

พวกพยาบาลสาวพากันส่งเสียงร้องเสียดายกันเป็นทิวแถว ต่างคนต่างพากันคิดไปไกลว่าสงสัยคุณหมอจุนเหมียนจะติดใจจนเดินตามไปขอเบอร์ซะล่ะมั้งเนี่ย เป็นเวลาเดียวกันกับที่คุณหมอเฉินเดินออกมาจากห้องตรวจเพราะเป็นเวรพักพอดี

“คุณหมอเฉินจะไปพักแล้วเหรอคะ?”

เฉินยิ้มกว้างตอบรับ “ครับ ต้องรีบแล้วล่ะ นี่เลยเวลานัดกับจุนเหมียนมาสิบนาทีแล้วผมโดนบ่นหูชาแน่เลย”

นางพยาบาลสาวชักสีหน้ากระเง้ากระงอด “ไม่ต้องรีบหรอกค่ะคุณหมอ นู่นค่ะ คุณหมอจุนเมียนเขาตามไปขอเบอร์ผู้หญิงถึงนู่น”

คนฟังถึงกับกระพริบตาปริบๆอย่างไม่ค่อยจะเชื่อหู

“ขอเบอร์? ผู้หญิง?”

“ก็ใช่น่ะสิคะ จำได้มั้ยคะคนไข้คนสวยๆที่เคยมาถามหาคุณหมอ คนนั้นล่ะค่ะ เมื่อกี้คุณหมอจุนเหมียนมาหาถึงแผนกแล้วพวกดิฉันก็เลยเล่าให้ฟัง พอคุณหมอเธอเห็นหน้าเท่านั้นล่ะก็จ้ำอ้าวตามไปเลยซะงั้น โธ่... พวกเราก็ไม่น่าเล่าให้ฟังเล้ยจริงๆ”

เฉินไม่ทันได้สนใจคำตัดพ้ออะไรต่อจากนั้น รีบก้าวตามไปยังทิศทางที่เหล่าพยาบาลชี้ทันที

ถ้าลางสังหรณ์เขามันจะไม่ผิดเพี้ยน เขาว่ามันมีอะไรแปลกๆ

 

 


 

“หยุดนะ!”

คุณหมอตัวขาวก้าวจ้ำยาวๆ รู้หรอกว่ายังไงก็ก้าวตามเรียวขาคู่นั้นทันอยู่แล้ว แต่เลือกจะทิ้งระยะห่างเอาไว้แบบพอดีๆ ไม่อยากเข้าใกล้จนเกินไป

           

ไม่ว่าจะเป็นเพราะในใจที่นึกรังเกียจผู้หญิงคนตรงหน้าเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต หรือด้วยความเป็นสุภาพบุรุษตามประสาผู้ชายก็เถอะ 

แต่จุนเหมียนเชื่อเอาว่าคงจะเป็นเพราะเหตุผลแรกมากกว่า...               

ภาพความทรมานของเพื่อนตัวสูง ความทรงจำที่เจ็บปวด และเรื่องราวต่างๆที่อู๋อี้ฟานเพื่อนของเขาต้องก้าวผ่านและเอาชนะมาด้วยตัวเองคนเดียว ทั้งๆที่เพิ่งจะมีลูก ทั้งๆทีเพิ่งจะเป็นพ่อลูกอ่อน ทั้งๆที่ควรจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขกับครอบครัวที่ตัวเองเพิ่งจะมีครบสมบูรณ์            

ก็ผู้หญิงคนนี้แหละ ตัวการที่ทำชีวิตของเพื่อนเขาพังลงไม่เป็นท่า! 

  “พู่ซิ่วหยาน!”

  ร่างระหงเจ้าของชื่อหยุดกึกทันทีตามเสียงเรียกเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองคงจะหนีไม่พ้นอีกต่อไป

  เท้าเรียวเล็กในรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังนำสมัยค่อยๆหันกลับมา ราวกับกำลังยื้อเวลารวบรวมความกล้าที่จะหันไปเผชิญหน้ากับจุนเหมียน 

ดวงหน้าเฉี่ยวปนเก๋ที่สวยจนหาตัวจับยากยังคงเหมือนเดิมเท่าที่เขาจำได้ โดยเฉพาะดวงตาคู่โตนั้น ดวงตาที่ถ่ายทอดไปให้เด็กน้อยอีกคนชนิดถอดแบบไม่ผิดเพี้ยน              

ติดที่ว่าวันนี้... ใบหน้างดงามหมดจดที่แม้จะยังไม่เปลี่ยนไป หรือไม่ก็คงจะเปลี่ยนไปน้อยมาก และแสดงความมั่นใจออกมาอยู่เสมอ

  วินาทีนี้กลับเต็มไปด้วยความอ้างว้างและเศร้าหมอง เกินกว่าที่จุนเหมียนจะเข้าใจ 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #899 มะลิ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 13:17

    กกลับมาทำไมมมหรืว่าอยากคืนดี

    ไม่น้าาาากลัวน้องอาเลี่ยจะกลับไปหาแม่ที่แท้จริงจังโว้ยยยยย


    #899
    0
  2. #753 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 14:47
    กลับมาทำไม ฉันลืมเธอไปหมดแล้ว

    พี่ลู่ ขี้โกง เป็นแชมป์แล้วยังจะมาท้าแข่งอีกนะ

    มาม๊าผู้ไม่รู้ว่าตัวเองอ่อยแรง
    #753
    0
  3. วันที่ 12 กันยายน 2558 / 17:13
    กลับมาทำไมทิ้งลูกทิ้งผัวไปแล้วยังจะต้องการอะไร
    หรือจะเรียกร้องสิทธิ์ความเป็นแม่ฮะ!
    #740
    0
  4. #693 KRISLAY FOREVER (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 13:17
    เธอจะกลับมาทำไม...? ทิ้งไปแล้วก็ทิ้งไปเลยสิ อย่ากลับมาได้มั้ย...?
    #693
    0
  5. #692 KRAY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 21:01
    โห ค้างอ่ะ ค้างเลย 5555 ยังรอนะคะไรท์ ^^

    ว่าแต่จะกลับมาทำไมนะ...
    #692
    0
  6. วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 19:33
    ไรท์กลับมาเถอะน่ะ รอออ
    #689
    0
  7. #688 (:Milk:) (@richlyaha) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 22:52
    อ่านเรื่องนี้รวดเดียวเลยยย สนุกมากกกก ไรท์เตอร์รีบมาตอนนะคะ จินั่งรอ นอนรอ อ่านเรื่องนี้ทุกวันนน
    #688
    0
  8. #685 haneulee (@haneulee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 04:10
    นางกลับมาทำไมมมมมมม อย่ามาดราม่าใส่แฮปปี้แฟมิลี่ฉันนะ เพิ่งมาเจอ ไล่อ่านตั้งแต่ตอนแรกยันตอนล่าสุดไม่หลับไม่นอน (ตอนนี้ตี4กว่าละ5555) สนุกมากกกกก ไรท์รีบมาต่อนะคะ รอๆๆ ชอบมากเลย
    #685
    0
  9. #682 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 17:38
    มาม่า มาม่าาาา ผญคนนั้นกลับมาทำไมมมมมมม
    #682
    0
  10. #681 LoveEXO_Forever (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 20:47
    กลิ่นมาม่าโชยมาแต่ไกลลล TT

    หมินรักลู่ แต่ลู่รักอี้ และอี้กับฝานก้รักกัน (แม้จะยังคงซึนอยู่ก้ตาม) แล้วยิ่งตอนนี้แม่ตัวจริงของชานเลี่ยกลับมาแล้วด้วย

    เตรียมผ้าเช็ดหน้าแปป
    #681
    0
  11. #680 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 03:36
    กลิ่นดราม่ามาแล้วครับบบบบ
    #680
    0
  12. #676 ปอ-อุย-ปุย (@gunganya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 17:15
    ไม่น้าาาา อย่ากลับมา ฮืออออออ ออกไป!!!!
    #676
    0
  13. #674 BJCB (@shioon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2558 / 00:06
    โอ้ยยยยยยยย รอเลยยยย มะม๊าชานเลี่ยมาแล้ว ฮืออออ รอดราม่า อ้ะเป่า
    #674
    0
  14. #673 kwang_pri (@hongkikwang) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 16:13
    กลับมาทำไม
    #673
    0
  15. #672 LADYGIFTZY (@ladygiftzy0107) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 10:31
    ป่ะป๋าของอาเลี่ยกะน้องป๋ายเท่มากๆๆเลยฮับบ ฮี่ๆๆๆ
    #672
    0
  16. #671 LADYGIFTZY (@ladygiftzy0107) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 10:30
    ป่ะป๊าของอาเลี่ยกะน้องป๋ายเท่มากๆๆเลยฮับบบ ฮี่ๆๆๆ
    #671
    0
  17. #670 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 06:22
    กลับมาทำไม!!!!!
    #670
    0
  18. #667 Kt88 (@popo810) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:30
    ชัดเลยอาหมินมีใจให้บอสอยู่ละนี่เอง นี่ทนเป็นสะพานให้อีตาบอสมานานขนาดนี้ได้ไงคะ ตายละแม่น้องเลี่ยมา ท่าทางจะมาแนวน่าสงสารซะด้วย ฮือออออ ไม่นะหมอกำลังเข้าที่เข้าทางกะหม่าม๊าละแท้ๆ
    #667
    0
  19. #666 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:22
    เค้าคือแม่ของอาเลี่ยเหรอ มาทำไมกันไหนบอกไม่ต้องก่รแล้วไง วันรี้กลับใาทำไม
    #666
    0
  20. #665 i'm lion (@dada57184) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:01
    เฮ้ยยยนางมาแล้วอ่ะ ม๊าอาเลี่ยใช่มั๊ย????ไม่นะ
    #665
    0
  21. #664 BeamE PC. (@beame) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:41
    กลิ่นอะไรหนะ?? มาม่าาา ม๊ามาาาาา แงงงง ไม่เอาดราม่าได้ม้อยค่ะไรต์ อิป้ากำลังอินกับครอบครัวสุขสันต์ของน้องป๋ายกะอาเลี่ยอยู่เหล่ยยยย ปล. แอบฮาคิตตี้ทะเล กวางน้ำเค็ม และผ้าขนแมวว ปล.2 น้องป๋ายนางอินดี้อย่างที่ปะป๊าฟ่านกล่าวไว้จีๆ
    #664
    0
  22. #663 BeamE PC. (@beame) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:37
    ไม่เอาดราม่าาาาาา ป้าขอครอบครัวสุขสันนนน T_T คือฮาคิตตี้น้ำเค็มของคุณหมอฟ่านไม่พอ มาฮาผ้าขนแมวของน้องป๋าย กับกว่างทะเลของพี่หมินอีกก โอ๊ยยยยย น่ารักไม่ทน!!!! น้องป๋ายจะอินดี้ไปไหน ตอบ!!!!!
    #663
    0
  23. #662 เอเรียล (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:15
    อ่านเรื่องนี่แล้วนอกจากจะได้อารมณ์หวานยังแอบฮาเป็นระยะๆนะคะ

    คิดได้ยังไงกันนะ แต่ละคำนี่สร้างสรรค์จริงๆค่ะ

    กวางทะเล คิตตี้น้ำเค็ม ฮาอ่ะ



    ตอนท้ายแอบมีลุ้นว่าจะมีเรื่องราวอะไรเฉลยมาบ้าง

    นี่ตอนไปทะเลเป็นช่วงฮันนีมูนของสองคู่ใช่ไหมคะ

    คริสเลย์ ลู่หมิน กลับมาโรงพยาบาลเมื่อไหร่คงจะมีเฮล่ะทีนี้
    #662
    0
  24. #661 b_22 (@doubble) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:13
    อย่ามาแย่งครอบครัวที่กำลังจะลงตัวของอาเลี่ยนะ!! แม่ที่ทิ้งไปแล้วแท้ๆ จะกลับมาขอโอกสสอะไรอีก!!
    #661
    0
  25. #660 pputeeta (@pputeeta) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:23
    ได้กลิ่น เค้ารางความวุ่นวายตะหงิดๆเนาะ
    #660
    0