[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 16 : ●▽● 15 : If it's real (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    11 เม.ย. 61



Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!




Chapter 15 – If it’s real

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 


 

 

ฮอลล์ใหญ่วันนี้ถูกเปิดไฟสว่างจ้าด้วยเพราะจะถูกใช้เป็นสถานที่ซ้อมละครเวที งานประจำปีที่ถูกจัดขึ้นทุกวันของเด็กๆอนุบาลโรงเรียนทานตะวัน เด็กตัวน้อยๆพอเห็นสถานที่กว้างๆก็เป็นไม่ได้เริ่มแตกแถวกันทีละคนบ้างร้องโอ้โหด้วยความตื่นเต้น

          “เด็กๆตั้งแถวรอตรงนี้ให้เป็นระเบียบนะคะ เดี๋ยวคุณครูแทแทมา”คุณครูสาวสั่งพลางเดินเลี่ยงไปจัดแจงดูเวทีใหญ่ที่ถูกประดับสวยงาม เด็กๆที่เกาะไหล่กันแบบรถไฟมาถึงรับคำกันเสียงดัง แต่ก็ไม่วายหันมองซ้ายทีขวาทีอย่างตื่นเต้น

“ช่านเลี่ยจ๊ะ ดูเพื่อนๆให้คุณครูแทแทด้วยนะ ห้ามให้ใครแตกแถว ใครดื้อไม่เชื่อฟังหัวหน้าห้องพู่ช่านเลี่ย คุณครูแทแทจะลงโทษ”

ช่านเลี่ยรับคำแข็งขันกว่าใคร พวกเด็กผู้ชายพอเห็นช่านเลี่ย หัวหน้าห้องตัวโตที่สุดหันมามองก็พากันเงียบกริบตาม ส่วนพวกผู้หญิงแทบไม่ต้องห่วง นั่งลงพับเพียบกันเรียบร้อยเพราะไม่อยากเป็นเด็กไม่ดีในสายตาของอาเลี่ย หนุ่มในฝันของสาวๆประจำห้อง

ดวงตากลมโตไล่สายตามองเพื่อนๆทีละคนพลางนับนิ้วไปพลาง เพื่อนๆเข้าแถวกันเรียงตามเลขที่ เด็กตัวน้อยเพราะเป็นหัวหน้าห้องเลยจำได้ว่าเพื่อนๆคนไหนเลขที่อะไร พอเพื่อนคนไหนเริ่มแตกแถวเขาก็เริ่มร้องห้าม จนสายตาไปหยุดอยู่กับเด็กตัวกลมที่นั่งแหมะอยู่ข้างๆน้องชิ่งจู


ท่าทางไม่ร่าเริงจนติดจะหงอยนิดๆทำให้ช่านเลี่ยเป็นห่วงจริงๆ


“น้องป๋าย เป็นอะไรเหรอ”

ชิ่งจูเห็นด้วยทันที “นั่นสิอาเลี่ย ชิ่งจูชวนไปเล่นหมีน้อยน้องป๋ายก็ไม่เล่นเลย” ว่าพลางยื่นหน้าพร้อมดวงตากลมโตกว่าเด็กคนอื่นๆเข้าไปใกล้เพื่อน 

“น้องป๋ายโกรธอะไรชิ่งจูป่าวเนี้ย ชิ่งจูไม่ได้แย่งคุกกี้น้องป๋ายนะ ซือชุนสมุนอาเลี่ยตะหาก”

“ซือชุนป่าว ก็น้องป๋ายกินช้า เดี๋ยวคุณมดมาแย่ง ซือชุนก็เลยช่วยกิน”เด็กตัวขาวอีกคนที่รอจังหวะอยู่นานพอได้ยินชื่อตัวเองถูกเอาไปพูดก็รีบร่วมวงทันที 

พอชิ่งจูแลบลิ้นใส่ ซือชุนก็รีบหาแนวสนับสนุน “จริงๆนะอาเลี่ย ซือชุนถามแล้วว่าน้องป๋ายไม่กินเหรอ พอน้องป๋ายบอกไม่กิน ซือชุนค่อยกิน”

ช่านเลี่ยพยักหน้ารับฟังอย่างเข้าใจ ก่อนจะนั่งยองๆลงข้างเจ้าตัวกลมที่ยังเงียบกริบ นิ้วเล็กๆจิ้มวนไปวนมากับพื้นเหมือนจะวาดรูปแต่ก็ไม่ได้วาด

“น้องป๋ายไม่สบายรึป่าว อาเลี่ยพาไปหาคุนคูมิยองมั้ย คุนคูมิยองมียา มีวิตามีนซีด้วยนะ”ปะเหลาะเพื่อนเหมือนที่ปะป๊าตัวเองปะเหลาะ

“ป่าว...”ป๋ายเซียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปากเล็กๆแดงๆเหมือนของอี้ชิงไม่มีผิดคว่ำ “น้องป๋ายคิดถึงปะป๊าเฉยๆ”

ชิ่งจูสนใจ นึกว่าปะป๊าอี้ชิงไม่อยู่ มีเด็กตัวโตคนเดียวที่เข้าใจ ใบหน้าใสๆหงอยตามอย่างช่วยไม่ได้

“อาเลี่ยก็คิดถึงปะป๊าเหมือนกัน...”

“ทำไมปะป๊าไม่มากินข้าวกับน้องป๋าย กับมะม๊าเลยล่ะอาเลี่ย”

ใช่ว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นบ่อยอยู่แล้วสำหรับช่านเลี่ย แต่เด็กน้อยก็ไม่เคยชินสักที กับป๋ายเซียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง เจ้าตัวเล็กตัวติดกับมะม๊าอยู่ตลอด พอมีปะป๊าแล้วปะป๊าไม่มาให้เห็นหน้า หัวใจดวงน้อยๆก็พลอยสั่นไหว

“ปะป๊าทำงาน กลับดึกจะตาย”ช่านเลี่ยอธิบาย 

“จริงๆนะ”เขย่าแขนเพื่อนพลางเงยหน้าขึ้นมองอย่างขอความมั่นใจ “ปะป๊าไม่ได้เบื่อน้องป๋ายใช่มั้ย”

ดวงตาคู่ใสมีน้ำตาคลอ ท่าทางเบะจนเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“ปะป๊าไม่เบื่อน้องป๋ายหรอก”รีบแก้ตัวให้ปะป๊าตัวสูงพัลวัน มือเล็กๆขยับกอดปลอบ “ปะป๊าคิดถึงน้องป๋ายนะ แต่กว่าปะป๊าจะกลับก็ดึก อาเลี่ยว่าปะป๊าคงมีผ่าตัด อาเลี่ยอยากอยู่รอปะป๊ามากเลย แต่พี่เลี้ยงก็บอกให้อาเลี่ยนอน”     

“ชิ่งจูก็ผ่าตัดเป็นนะ มานี่ชิ่งจูจะทำให้ดู”เพราะอยากมีส่วนร่วม เด็กตัวจ้อยก็วางตุ๊กตาหมีเน่าลงนอนหงาย พร้อมกับใช้มือตัวเองต่างมีดผ่าตัดทำท่ากรีดพุงหมี แต่มีซือชุนคนเดียวที่มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น 

“แต่น้องป๋ายคิดถึงปะป๊า”ถึงจะได้ฟังเหตุผลป๋ายเซียนก็ยังไม่พอใจ ไม่พอใบหน้าเล็กๆก็จ๋อยสนิท

ช่านเลี่ยหลุบตาลงต่ำ เห็นด้วยไม่ต่างกัน “อาเลี่ยก็เหมือนกัน แต่ปะป๊าเป็นหมอ ก็ต้องดูแลคนไข้”

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปะป๊าเขากลับบ้านดึก บางสัปดาห์แทบไม่ได้เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ เด็กน้อยจำได้แต่สัมผัสของจูบจางๆข้างแก้มตอนกลางดึกเวลาปะป๊ากลับมาถึงบ้านเท่านั้น แต่ถึงอาเลี่ยจะชิน ก็ใช่ว่าจะชอบเสียเมื่อไหร่...

“คนไข้นิสัยไม่ดีเลยเนอะ”ป๋ายเซียนสรุปหน้าตาเฉย  “ถ้าคนไข้ไม่ป่วย ปะป๊าก็คงได้อยู่กับเรานานๆ”

“นั่นสิเนาะ”หัวหน้าห้องตัวน้อยเออออห่อหมกไปตามเรื่องเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของหมอมานานแสนนาน เพิ่งจะเริ่มคิดตอนถูกสะกิดนี่ล่ะว่าคนไข้นี่ช่างนิสัยไม่ดีเลยจริงๆ 

“ปะป๊าก็เลยไม่ได้เจอกับมะม๊าเลย มะม๊าจะคิดถึงปะป๊าเหมือนเรามั้ยเนาะ”        

“คิดถึงสิ คิดถึงมากๆ”

ช่านเลี่ยหันขวับทันที “จริงเหรอ น้องป๋ายรู้ได้ไง”

“น้องป๋ายเห็นมะม๊าชอบนั่งเหม่อ แบบนี้” ไม่พอยังสาธิตการนั่งเหม่อสไตล์มะม๊าอี้ชิงให้เพื่อนดูด้วยการนั่งมองตรงไปข้างหน้า กระพริบตาบ้างเป็นบางทีตามกลไกที่รู้ตัว “บางทีน้องป๋ายเรียกตั้งนานมะม๊าก็ไม่หันมา พี่จงเหรินบอกว่ามะม๊าเหม่อเพราะคิดถึงปะป๊า”

ได้ฟังเหตุผลจนสบายใจบวกกับชื่อของใครอีกคนที่โผล่เข้ามาก็ทำเอาช่านเลี่ยยิ้มเคลิ้ม “อ๋า... พี่จงเหรินนี่เท่จังเลย อาเลี่ยชอบ”

คราวนี้เป็นป๋ายเซียนที่หันขวับ “อาเลี่ยชอบพี่จงเหรินเหรอ”

“ชอบสิ ทำไมจะไม่ชอบล่ะ พี่จงเหรินทำเค้กก็อร่อย แถมยังเท่ด้วย ตัวก็สู๊งสูงขาย้าวยาว”ถึงจะไม่เท่าปะป๊า แต่ก็ยาวกว่าอาเลี่ยอยู่ดีล่ะนะ ลองยืดๆดูเล่นๆแล้วยังไม่ถึงเข่าพี่จงเหรินเลย 

ป๋ายเซียนยู่ปาก หัวใจดวงเล็กรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันควัน แต่เด็กน้อยก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง มะม๊าอี้ชิงบอกว่าอิจฉาไม่ดี แต่ป๋ายเซียนไม่เห็นรู้เลยว่าป๋ายเซียนต้องอิจฉาพี่จงเหรินตรงไหน 

แขนเล็กๆชูออกมามองตัวเองอย่างครุ่นคิด ลืมเรื่องปะป๊าไปชั่วขณะ ถ้าน้องป๋ายตัวดำ อาเลี่ยจะชอบน้องป๋ายบ้างมั้ยน้า?

           

 

 

“จะ... เจ้าชาย... มาแล้ว เจ้าชายมาแล้ว...”

ป๋ายเซียนนั่งกอดอก ตามองเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มเด็กผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตาที่กำลังสวมบทบาทสโนไวท์ แต่ดันพูดนอกบทซะเยอะแยะ มัวแต่ก้มหน้ามองถุงเท้าลายโบว์สีชมพูของตัวเอง ไม่มองหน้าเจ้าชายช่านเลี่ยซะงั้น พอถึงฉากคนแคระเต้นรำที่ต้องเป็นบทของเขา สโนไวท์ก็ดันออกมาเต้นด้วยซะอีก เฮ้อ... ป๋ายเซียนล่ะเซ็ง

“ข้ามาแล้วเจ้าหญิง”ช่านเลี่ยยังคงสวมบทบาทเจ้าชายได้อย่างดีเยี่ยม เด็กตัวสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้เตียงตัวเล็กๆที่สโนไวท์นอนอยู่       

“ท่านช่างสวยเหลือเกินเจ้าหญิง”

“อาเลี่ยก็หล่อ หล่อมากๆเลย”

ช่านเลี่ยกระพริบตาปริบๆ มองหนึ่งในเพื่อนผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตาที่รับบทเป็นเจ้าหญิง แทนที่จะนอนลงดีๆและหลับไปเพราะแอปเปิ้ลอาบยาพิษกลับลุกขึ้นนั่งบิดตัวมองเขาหน้าแดงแปร๊ด

“คีปึมจ๊ะ หนูต้องนอนหลับตานิ่งๆนะ”คุณครูแทยอนที่ทำหน้าที่กำกับละครอยู่เบื้องล่างเอ่ยเตือนอย่างอารมณ์ดี นี่เพิ่งเริ่มซ้อมเองเด็กๆยังทำได้ขนาดนี้ ในฐานะครูประจำชั้นล่ะก็ปลื้มใจในความน่ารักของเด็กๆจริงๆ

“แต่... แต่ว่าคีปึมยังไม่ง่วงเลยนี่คะคูแทแท”

“ไม่ได้ให้นอนจริงๆซักหน่อย คีปึมนี่เก๊าะ”

ยังไม่ทันที่คุณครูสาวจะได้เอ่ยปากอะไร เสียงเล็กๆของเด็กตัวน้อยที่ต้องรับบทเป็นคนแคระก็เอ่ยแทรกขึ้นมา ไม่พอ ป๋ายเซียนยังสาวเท้าเข้ามาใกล้ เท้าสะเอวชี้นิ้วสั่งอย่างกับเป็นคนเขียนบท

“ฉากนี้คีปึมต้องนอน แบบนี้!”ว่าแล้วก็แกล้งทำท่าหลับเพื่อประกอบความสมจริง “เสร็จแล้วก็รอให้เจ้าชายจุ๊บก่อน แล้วคีปึมค่อยลืมตา เข้าใจมะ”

น้องคีปึมสโนไวท์ตัวจริงพยักหน้าหงึกหงัก ส่วนเจ้าชายก็ได้แต่ยืนมองอยู่วงนอก ไม่แปลกที่ป๋ายเซียนจะจำบทได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพราะสโนไวท์เป็นนิทานเรื่องโปรดที่มะม๊าอ่านให้ฟังก่อนนอน แต่เพราะป๋ายเซียนเป็นคู่ซ้อมบทละครให้เจ้าชายแทบทุกเย็นต่างหาก   

“เสร็จปุ๊บ คีปึมก็ลุกขึ้นนั่ง แล้วก็พูดกับเจ้าชายว่า ‘ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้า’ อย่างงี้”

“งือ....”สโนไวท์ตัวจริงย่นหัวคิ้ว สองมือยกขึ้นเกาผมจนเปียตัวเองยุ่งเหยิง “เอาใหม่ได้มั้ยน้องป๋าย คีปึมจำไม่ได้ง่ะ”

ป๋ายเซียนส่ายหน้า บ่งบอกว่าไม่โอเคสุดๆ “มะๆ ตั้งใจฟังนะ น้องป๋ายจะทวนให้อีกรอบ”

          คุณครูสาวยืนอยู่วงนอก มองป๋ายเซียนศิษย์เอกอย่างภาคภูมิใจ จริงอยู่ที่หน้าที่กำกับการแสดงเป็นของครูประจำชั้น แต่เธอก็อยากให้เด็กๆด้วยกันสอนกันเองแบบนี้มากกว่า ละครจะได้ออกมาแบบเด็กๆดูเป็นธรรมชาติ อีกอย่างดูจากท่าทางที่เพื่อนๆคนอื่นเริ่มเข้ามารุมล้อมดูป๋ายเซียน... คุณครูคิมก็ได้แต่คิดว่าขอยืนมองอยู่ตรงนี้ดีกว่า

“อาเลี่ยว่า...”ช่านเลี่ยที่มองดูป๋ายเซียนท่องบทให้คีปึมฟังอย่างใจเย็นอีกห้ารอบอดไม่ได้จะพูด “ขอคุนคูแทแทให้น้องป๋ายเป็นเจ้าหญิงแทนมั้ย”

ซือชุนร่วมวงทันที “น้องป๋ายเป็นเจ้าหญิงไม่ได้หรอก เจ้าหญิงที่ไหนอ้วน”

“แต่น้องป๋ายจำบทได้หมดเลยนะ”ช่านเลี่ยให้ความเห็น และตามประสาหัวหน้าห้องว่ายังไง เด็กๆคนอื่นๆก็เริ่มเออออห่อหมกตาม กระทั่งคีปึมที่ยืนเกาหัวแกรกๆถึงจะเสียดายบทเจ้าหญิงเพราะได้ใส่มงกุฎแต่ก็ยังเห็นด้วย

ป๋ายเซียนสะบัดหน้าพรืด “ไม่เอา น้องป๋ายไม่เป็นเจ้าหญิงให้อาเลี่ยหรอก”

“ทำไมล่ะน้องป๋าย เป็นเจ้าหญิงของอาเลี่ยเลยนะ”เพื่อนผู้หญิงกลุ่มตุ๊กตาเริ่มโวยวาย เด็กผู้หญิงที่ไหนก็อยากเป็นเจ้าหญิงของอาเลี่ยกันทั้งนั้นแหละ

ป๋ายเซียนเหลือบตามอง ‘เจ้าชาย’ แวบหนึ่ง ก่อนจะทำปากคว่ำ “ถ้าอาเลี่ยอยากได้เจ้าหญิงคนใหม่ อาเลี่ยก็ไปบอกพี่จงเหรินสิ”

ช่ายเลี่ยงง “ทำไมอาเลี่ยต้องบอกพี่จงเหรินด้วยล่ะ”

“ก็อาเลี่ยชอบพี่จงเหรินนี่นา”

ชื่อพี่จงเหรินกลายเป็นเสียงซุบซิบของบรรดาเด็กๆอนุบาลทันทีว่าใคร พวกเด็กผู้หญิงเริ่มหันมองหน้ากันแล้วชี้มั่วซั่วว่าใครคือพี่จงเหริน

เจ้าชายหัวหน้าห้องกอดอก “อาเลี่ยชอบพี่จงเหรินก็จริง แต่พี่จงเหรินตัวโต๊โต สูงกว่าอาเลี่ยตั้งเยอะ อาเลี่ยปกป้องพี่จงเหรินไม่ไหวหรอก”

“อาเลี่ยก็ปกป้องน้องป๋ายไม่ได้เหมือนกันแหละบู้ว”ทำปากจู๋พร้อมพ่นลมเมื่อความไม่พอใจมาถึงขีดสุด ใช่ซี้... น้องป๋ายอ้วนนี่ ดูซือชุนสิมองพุงน้องป๋ายแล้วก็หัวเราะใหญ่เลย

“ได้สิ อาเลี่ยปกป้องน้องป๋ายได้แน่นอน”

ช่านเลี่ยยืนยันเสียงแข็ง ไม่พอยังเดินเข้าไปใกล้ คว้ามือน้อยๆของเด็กตัวเล็กกว่ามาจับไว้

“แล้วน้องป๋ายก็ต้องเป็นเจ้าหญิงของอาเลี่ยด้วย!”       

“เห็นมั้ย! เห็นมั้ยซือชุนบอกแล้วว่าอาเลี่ยกับป๋ายเซียนกิ๊กกัน!”ซือชุนพอเห็นฉากสวีท(?) ก็ชี้มือชี้ไม้ให้ทุกคนดูเป็นพัลวัน

ชิ่งจูร้องไห้จ้า ถึงขั้นทิ้งทั้งหมีเน่าและค้อนของเล่นพร็อพประจำตัวคนแคระของตัวเองวิ่งดุ๊กๆมาเกาะแขนป๋ายเซียน “ไม่เอา ไม่เอาน้องป๋ายเป็นของชิ่งจู”

“ชิ่งจูอย่าร้องไห้นะ”ช่านเลี่ยเห็นเพื่อนตัวเล็กร้องไห้ก็รีบปลอบตามหน้าที่หัวหน้าห้อง 

แต่ชิ่งจูก็คือชิ่งจู... พอได้ร้องแล้วก็หยุดยาก ยิ่งเห็นเพื่อนที่ตัวเองหมายปอง(?)โดนเด็กตัวสูงแถมยังมีดีกรีเป็นหัวหน้าห้องจับมือจับไม้ยิ่งร้องไห้เสียงดัง พาเอาเด็กๆคนอื่นๆจากที่ล้อมกันอยู่แล้วก็ยิ่งมุงกันเข้ามาใหญ่ช่วยปลอบน้องชิ่งจูตาโตแต่ก็ไม่ได้ผล

เท้าเล็กกระทืบเร่าๆ “ไม่เอาาาาา น้องป๋ายเป็นของชิ่งจู!!!”

“น้องชิ่งจูอย่าดื้อสิ ป๋ายเซียนกับอาเลี่ยกิ๊กกัน เข้าใจมะ”ซือชุนตัวต้นเรื่องจอมแสบพยายามไกล่เกลี่ย

“ม่ายเข้าจาย!”

“เอางี้ น้องชิ่งจูมากิ๊กกับซือชุนโอเค้”เสนอข้อเสนอใหม่

ผลคือชิ่งจูยังคงส่ายหน้าขวับ มือหนึ่งเกาะป๋ายเซียนแน่น อีกมือพยายามดึงมือป๋าบเซียนออกจากมือช่านเลี่ย

“ไม่เอาไม่เอาไม่เอา!! น้องชิ่งจูจะกิ๊กกับน้องป๋าย!!”

ระหว่างที่ทั้งห้องกำลังสับสนวุ่นวาย ชุลมุนว่าใครต่อใครเป็นกิ๊กใคร ป๋ายเซียนก็ได้แต่ลูบหลังปลอบชิ่งจูเพื่อนตัวเล็ก และหันไปถามน้องคีปึมเจ้าของบทสโนไวท์ตัวจริงว่า...

“กิ๊กแปลว่าไรอะ”

 

 

 

 

อี้ชิงกำลังรู้สึกแปลกๆ....

ใช่... แปลกมากๆ!

          เขาไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรกันที่แปลก รู้แต่ว่ามันรู้สึกไม่ชิน แล้วก็ไม่ชอบเอาเสียเลยกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งๆที่มันก็เป็นสิ่งที่เขาเคยเป็นมาตลอดทั้งชีวิต ตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวให้ป๋ายเซียน แล้วก็ออกมาทำงานหน้าดำคร่ำเคร่งในครัว แต่เพราะคนๆหนึ่งเท่านั้นที่ดันเข้ามาทำให้ระบบชีวิตของเขารวนไปชั่วขณะ...

 

เขาไม่ได้รู้สึกอะไรสักหน่อย

 

ไม่ได้รู้สึกอะไรกับความแปลกใจว่าทำไมเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมาถึงไม่มีโทรศัพท์จากอู๋อี้ฟานในเวลาพักเที่ยงเหมือนสองสามวันที่ผ่านมาที่อีกฝ่ายโทรมาติดๆกัน

ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่ต้องส่งช่านเลี่ยให้คุณลุงคนขับรถมารับกลับบ้านทุกเย็น แทนที่จะเป็นร่างสูงที่ดูเหนื่อยล้าในเชิ้ตสีฟ้าสะอาด

ไม่ได้รู้สึกอะไรกับข้าวเย็นที่ทำเหลือๆไว้อย่างนั้น แค่ทำเหลือไว้เท่านั้นล่ะ ...ไม่ได้รอให้ใครมาทานสักหน่อย!

หรือจะโกรธจริงๆที่เขาพูดไปวันนั้น?

แต่ถ้าโกรธจริงๆก็เรื่องของเขาสิ! มันเรื่องอะไรที่เขาต้องเป็นฝ่ายยอม เป็นฝ่ายขอความรักตลอดเวลาด้วย ไหนใครว่าความรักเป็นเรื่องของคนสองคนไม่ใช่หรือไง จะให้เขาพยายามอยู่ฝ่ายเดียวตลอดมันจะเรียกว่ารักได้เหรอ?

อี้ชิงไม่ปฏิเสธว่าเขารู้สึกแย่ที่อีกฝ่ายพูดถึงพู่ซิ่วหยาน

เขาเกลียดความรู้สึกนี้เหมือนกัน เกลียดที่ตัวเองทำเหมือนคนเห็นแก่ตัว... เห็นแก่ตัวกับคนที่รู้สึกยังไงกับตัวเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ น่าตลกสิ้นดี! 

“โอ๊ย!”

อารามว่าคิดอะไรเพลินไปหน่อยพาเอามีดในมือแฉลบเข้าเนื้อตัวเองจนได้...

“พี่อี้ชิงเหม่อมาหลายวันแล้วนะครับเนี่ย”จงเหรินว่าพลางกุลีกุจอหยิบพลาสเตอร์ปิดแผลส่งให้

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ หรือว่า... คิดถึงใคร”ทั้งที่ตายังจับจ้องอยู่ทีแผลบนนิ้วเรียว แต่รอยยิ้มล้อเลียนก็ยังประดับกว้างบนใบหน้าเข้ม

“ฉันจะไปคิดถึงใครกันล่ะ”โดนลูกน้องแหย่เข้าหน่อยอี้ชิงก็นึกอยากดีดนิ้วใส่หน้าอีกฝ่ายนัก หนอย... ชักจะรู้มากไปแล้วนะ!

ไม่รู้ตัวเลยว่าที่เผลอสวนออกไปทันควันน่ะเอาซะคนแหย่รู้ทัน แต่ก็ต้องรีบแก้ตัวพัลวันเพราะกลัวโดนลูกหลงเจ้านายไปด้วย

“ผมหมายถึงพี่ซิ่วหมินต่างหากล่ะครับ โถ่... ก็จะไปเที่ยวทะเลกันนี่นา พี่ซิ่วหมินก็คงเร่งเคลียร์งานที่ออฟฟิศล่วงหน้านั่นล่ะครับ”

“....”

แต่ด้วยความที่สนิทกันและค่อนข้างแน่ใจว่ามีดอยู่ไกลมือเจ้านาย จงเหรินก็อดไม่ได้จ้อต่อ “เอ... หรือพี่อี้ชิงจะหมายถึงคุณหมอหัวใจล่ะครับ แต่คุณอี้ฟานเขาก็จะไปเที่ยวทะเลเหมือนกันนี่นา สงสัยช่วงนี้คนไข้เยอะล่ะมั้งครับ”

“มีงานอะไรก็ไปทำเลยไปจงเหริน พูดมากจริง”

จงเหรินเผยยิ้มล้อเลียน แต่ก็รีบหลบฉากออกไปทำเค้กช็อคโกแลตตามคำสั่งของคุณหนูตัวน้อยอย่างรวดเร็ว ป๋ายเซียนมาตะแง้วๆใส่เขาตั้งแต่เช้าว่าอยากทานเค้ก ใครที่ไหนจะไม่ใจอ่อนทำให้กันล่ะจริงมั้ย?

“ไม่ไปเที่ยวด้วยกันจริงๆเหรอจงเหริน”เอ่ยชวนเพราะยังไงซะเขาก็เห็นร่างโปร่งนี่เหมือนน้องเหมือนนุ่ง

“ไม่ล่ะครับพี่”ตอบพลางก้มหน้าก้มตาคนส่วนผสมกลิ่นหอมในหม้อ “ผมมีรายงานที่มหาลัยต้องส่ง ดีเหมือนกันจะได้แอบฮุบกิจการพี่ไปด้วยเลย”

“ทำเป็นปากเก่ง”ว่าพลางอดไม่ได้จะปาต้นหอมใส่อีกฝ่าย

ร่างสูงโปร่งเอียงตัวหลบพลางแสร้งตีหน้าเครียดอธิบาย “อีกอย่าง ผมไม่อยากเป็นทางผ่านสายตาสายฟ้าฟาดเปรี๊ยะๆของคุณอี้ฟานกับคุณลู่หานหรอกครับ...”แค่วันนั้นยังสยองไม่หาย ถึงจะน่าสนุกก็เถอะ

“แต่ถ้ามีอะไรสนุกๆก็กลับมาเล่าให้ผมฟังบ้างนะครับ”ท้ายเสียงเด็กหนุ่มลดเสียงลงอย่างคนขี้เล่น

อี้ชิงกลอกตา “ทำงานของนายไปเลยไป”

จงเหรินส่งเสียงตอบรับอย่างล้อเลียน รู้ว่ายังไงซะอี้ชิงก็ไม่เล่าหรอก คนเล่าตัวจริงน่ะพี่ซิ่วหมินนู่น

“ถ้าคิดถึง ก็โทรไปหาสิครับ”ร่างโปร่งแนะอย่างอารมณ์ดี

ในบรรดาลูกน้องทั้งหมด จงเหรินคือคนที่สนิทกับอี้ชิงมากที่สุด จากน้องข้างบ้าน มาเป็นลูกน้องในร้าน เรียกได้ว่าจงเหรินคืออีกหนึ่งคนนอกจากซิ่วหมินที่รู้เรื่องราวในชีวิตของอี้ชิงเป็นอย่างดี และตลอดเวลาที่ผ่านมา ถึงจะมีคนเข้ามาหาพี่อี้ชิงมากมาย แต่ก็ไม่เคยมีสักคนที่ทำให้อี้ชิงหลุดมาดนิ่งๆแบบนี้ไปได้

จงเหรินรู้ ไม่ใช่เพราะอี้ชิงปิดใจ แต่เป็นเพราะมันไม่เคยมีใครที่ตรงกับใจเลยต่างหาก

เขาคิดแล้วเชียวว่าพี่อี้ชิงคงกลายเป็นพ่อหม้ายลูกติดที่หนุ่มและน่ารักที่สุด เนื้อหอมที่สุดไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าจู่ๆวันดีคืนดีมีผู้ชายที่ชื่ออู๋อี้ฟานเข้ามาเปิดประตูหัวใจพี่อี้ชิงซะอย่างนั้น

การเข้ามาของอู๋อี้ฟานทำให้จงเหรินได้เรียนรู้ด้านแสนงอนเหมือนผู้หญิงของพี่ชายคนนี้เป็นครั้งแรก 

ถึงพี่ชายที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายคนนี้จะไม่พูดอะไรมากตามประสาคนคิดเยอะแต่พูดน้อย แต่เด็กหนุ่มก็ค่อนข้างแน่ใจและสรุปเอาจากสิ่งที่เห็น เชื่อว่าพี่ซิ่วหมินเองก็คงจะเห็นเหมือนเขา ถึงได้ชอบทำตาวิบวับส่งซิก เรียกให้ไปแอบดูพี่อี้ชิงกับคุณอี้ฟานเวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ

และจงเหรินก็ไม่ปฏิเสธเลยว่า สองคนนี้เวลาอยู่ด้วยกันมันดู... เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

  ขนาดคุณลู่หานตามจีบมานานแสนนานยังไม่เคยได้แม้แต่จะเป็นสายตาห่วงใยเกินคำว่าเพื่อน เพราะฉะนั้น.. กับคุณหมอนายแบบน่ะ อย่าเรียกว่าม้ามืดเลย

เรียกว่าเป็นม้าที่มาจากไหนก็ไม่รู้ แต่ดันวิ่งชนโครม ทลายด่านพี่อี้ชิงราบเป็นหน้ากลองเลยต่างหาก

อ้อ... แล้วก็ทลายด่านกวางด้วย รู้สึกว่านะ?

คนตัวขาวแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา ง่วนอยู่กับงานตรงหน้า “ฉันเปล่าคิดถึงสักหน่อย อีกอย่าง เรื่องอะไรจะต้องโทร เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว”

นั่นน่ะสิ เรื่องอะไรจะต้องไปคิดถึง 

แฟนก็เป็นแค่ในนามเท่านัั้นเอง 

“โถ่... พี่อี้ชิงก็ อย่างอนไปเลยครับ คุณอี้ฟานคงยุ่งๆมากกว่า”

อี้ชิงลอบถอนหายใจเฮือก ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าที่จงเหรินว่ามาก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย อีกฝ่ายเป็นหมอ มีหน้าที่ความรับผิดชอบชีวิตผู้คนมากมาย จะให้มาคอยตามง้องอนเขาตลอดเวลาได้ที่ไหน

เอ๊ะ แล้วสรุปเขาไปงอนตอนไหนล่ะเนี่ย? 

“ฉันไม่ได้งอนสักหน่อย!”พอได้สติก็สวนลูกน้องทันควันซึ่งไม่ทันเสียแล้ว 

“คนปากแข็ง”

“จงเหริน!”

“อ้าวเนยหมดตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย ใครเอาเนยของผมไปน้า สงสัยต้องไปเอาใหม่แล้ว”หลบฉากออกไปอย่างชาญฉลาดสไตล์พ่อครัว ทิ้งให้อี้ชิงยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่คนเดียว

โธ่เอ๊ย... เขาไม่ได้งอน ไม่ได้คิดถึง ไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ!

           

 

ความว่ากำลังอารมณ์บูดเพราะโดนลูกน้องแซว พาให้เขาต้องเดินไปสงบสติอารมณ์หน้าร้าน ก็พอดีกับที่มีโทรศัพท์ร้านดังเข้ามาทันที

มือบางคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพลางเผลอกรอกเสียงใส่อย่างไร้อารมณ์

“โห... เสียงดุขนาดนี้ลูกค้าที่ไหนจะกล้าสั่งอาหารล่ะครับหืม?”

แวบแรกอี้ชิงคิดว่าตัวเองหูฝาด จนต้องยกโทรศัพท์ออกห่างจากหู ทั้งๆที่รู้ว่าเสียงนั่นเป็นเสียงใคร แต่... อี้ชิงก็แค่กลัวว่าจะคิดไปเองเท่านั้น

 

บ้าเหรอ! อะไรจะถึงขนาดที่เขาต้องคิดถึงเสียงของไอ้หมอบ้านี่ด้วย! แค่บังเอิญจงเหรินพูดถึงเท่านั้นเอง! 

ปฏิเสธตัวเองพัลวันทั้งที่หัวใจมันเต้นดังไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้กับอีแค่ได้ยินเสียงคนปลายสาย 

“คุณ... อาฟาน มีอะไรรึเปล่าครับ ถ้ามีก็รีบๆพูดมาเถอะ ผมยุ่งอยู่นะ”

“ผมเองก็ยุ่งนะ”อี้ชิงได้แว่วได้ยินเสียงเก้าอี้เอี๊ยดอ๊าด นึกภาพออกเลยว่าอีกฝ่ายคงนั่งคุยโทรศัพท์พลางหมุนเก้าอี้เล่นไปมาเหมือนที่ชอบทำ “แต่คิดถึงภรรยาตัวเองนี่นา”

คนฟังหลุดหัวเราะหึ “มุกเดิมนะครับ แต่ผมก็จะตอบแบบเดิม ผมไม่ใช่ภรรยาคุณ”

ไม่ใช่ตั้งแต่ไม่รู้ว่าเป็นแฟนกันเพราะอะไรแล้ว 

อี้ฟานหัวเราะเบาๆ “งอแงอะไรครับหืม?”

“งอแงอะไรของคุณ ผมโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ” 

“อ้าว ถ้าไม่ได้งอแง งั้นก็..?”คนปลายสายทิ้งช่วง ก่อนจะเฉลยออกมา น้ำเสียงกวนอารมณ์ “งอนเหรอ?”

มือที่กำโทรศัพท์นั้นแน่นขึ้นพอๆกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากัน งอนบ้างอนบออะไรล่ะ! ทำไมใครๆก็ชอบหาว่าเขางอนอยู่เรื่อย! 

ยิ่งอี้ชิงเงียบ อี้ฟานก็เหมือนจะยิ่งต้อน “ว่าไงครับ งอนผมหรือเปล่า?”

กลอกตาทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่ว่าจะไม่พอใจอะไร? “เปล่าครับ ผมไม่รู้ว่าจะงอนคุณทำไม”

“ไม่เอาน่า...”

“ผมงานยุ่งครับ แค่นี้ก่อนนะ”

“อ๊ะ เดี๋ยวสิ”

อี้ชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดใจวางหูโทรศัพท์ดังกริ๊ก! ไม่นึกอยากได้ยินเสียงคนปลายสายอีก

คนบ้าอะไรหายหน้าหายตาไปตั้งสามวัน ทั้งที่บทสนทนาสุดท้ายที่เราคุยกันมันแสนจะตึงเครียด(ในความรู้สึกของเขา)แท้ๆ แต่นับจากวันนั้นก็ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์สักสาย ไหนจะยังปล่อยให้อาเลี่ย น้องป๋าย (และเขา)เผลอรอทานข้าวอีก แล้วพอโทรมาก็มาพูดจากวนประสาทเหมือนยั่วโมโหกัน ไม่ถามไม่ไถ่อะไรกันสักคำยังจะเป็นโรคหลงตัวเองมาหาว่าเขาคิดถึงอีก คิดว่าตัวเองเป็นใคร? หล่อมากนักเหรอ? คิดว่าเขาจะหวั่นไหวมากนักสิ? คิดผิดแล้วตาบ้าเอ๊ย ใครจะไปคิดถึงกันล่ะ! 

ก็เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!

 

ความคิดที่วุ่นวายนั้นหยุดลงทันที

ก็เพราะไม่ได้เป็นอะไรกันไม่ใช่เหรอ อู๋อี้ฟานถึงไม่โทรมา เขาจะโทรมาทำไมกันล่ะ? 

วันนั้นเขาเป็นคนพูดเองด้วยซ้ำว่าเขารู้ตัวดี และจะไม่ถลำลึกมากไปกว่านี้ 

บ้าจริงเลย... รู้ทั้งรู้ แต่อี้ชิงก็ยังรอ 

 


 

“ทะเล ทะเล้ ทะเล น้องป๋ายอยากเห็นผู้หญิงใส่บิกินี่”

อี้ชิงฟังลูกชายแล้วก็ได้แต่หัวเราะขำแกมประหลาดใจ “น้องป๋ายรู้จักบิกินี่ได้ยังไงครับ?”

“พี่จงเหรินบอกฮับ พี่จงเหรินบอกว่าผู้หญิงใส่ชุดบิกินี่ ส๊วยยยสวย ผู้ชายมองแล้วจะน้ำลายหก บางคนจะเลือดกะเดาไหล”

“กำเดาครับ”แก้คำผิดให้ลูกไป ใจหนึ่งก็แอบคาดโทษให้เจ้าลูกน้องตัวดีที่คงจะแอบเถลไถลเวลางานอีกแน่ๆ แล้วไปทำอีท่าไหนถึงมีเรื่องสาวในชุดบิกินี่ขึ้นมาได้ล่ะนี่?

“กำเดาไหล”ป๋ายเซียนทวนคำ ซ้ำไปซ้ำมาอยู่สองสามรอบ จนอี้ชิงพยักหน้าว่าออกเสียงถูกต้องแล้วเจ้าตัวจ้อยก็จ้อต่อ

อี้ชิงกำลังเตรียมแพ็กข้าวของเตรียมพร้อมสำหรับทริปไปเที่ยวทะเลในวันพรุ่งนี้ ทั้งช่านเลี่ย ทั้งป๋ายเซียนตื่นเต้นมาก โดยเฉพาะอาเลี่ย พอเลิกเรียนปุ๊บก็ขอตรงดิ่งกลับบ้านทันที บอกว่าอยากลองไปจัดกระเป๋าด้วยตัวเอง และ...

 

ร่างบางรีบส่ายหน้าขวับ เมื่อรู้สึกได้ว่าเมื่อเขาคิดถึงคนลูก ความคิดมันก็พาลจะไพล่ไปหาคนพ่อ...

 

อี้ชิงหันกลับมาให้ความสนใจกับลูกชายตัวป้อมที่ตั้งคำถามขึ้นมาอีกครั้ง  

“แล้วทำไมผู้ชายต้องเลือดกำเดาไหล น้ำลายหก เวลาเห็นบิกินี่ด้วยล่ะฮับ”

“ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกครับลูก”พับเสื้อลงกระเป๋าไปพลางก็คิดไปว่าจะอธิบายยังไงดีเด็กๆถึงจะเข้าใจ 

“แล้วผู้ชายมีบิกินี่บ้างมั้ยฮับมะม๊า”

“ผู้ชายไม่มีบิกินี่หรอกครับ บิกินี่น่ะ แบบนี้”หยิบมือถือตัวเองกดเสิร์ชรูปแล้วยื่นให้เจ้าตัวเล็กดู ป๋ายเซียนพยักหน้ารับเข้าใจ  


“แล้วถ้ามะม๊าใส่บิกินี่ ปะป๊าจะชอบมั้ยฮับ?”

อี้ชิงทำหน้าปั้นยากเมื่อนึกภาพตาม แต่ก็อธิบายไปตามตรง “ไม่หรอกครับ.... อีกอย่าง มะม๊าเป็นผู้ชาย ใส่แบบนี้ไม่ได้หรอกครับลูก”

“งือ... จริงด้วย”

เด็กตัวน้อยก้มลงมองหน้าอกตัวเอง แล้วหันไปเทียบกับสาวเซ็กซี่อกอึ๋มในชุดบิกินี่สีแดงเพลิงบนหน้าจอโทรศัพท์ อี้ชิงหันมองตามแล้วก็นึกอยากรู้ว่าลูกคิดอะไร แต่ยังไม่ทันได้ถาม หน้าจอเครื่องมือสื่อสารก็ขึ้นว่าเป็นเบอร์บ้านอาเลี่ยที่โทรเข้ามา

อี้ชิงเห็นก็บุ้ยให้ลูกชายรับโทรศัพท์เพื่อนทันที ในใจอดนึกไปถึงตอนกลางวันไม่ได้ วางหูโทรศัพท์ใส่แบบนั้น จะถูกโกรธรึเปล่านะ?

.....

แต่จะโกรธก็ช่างเขาสิ! ไม่เห็นต้องแคร์เลยนี่!

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่แคร์เขาด้วยซ้ำ

บอกตัวเองให้ไม่สนใจทั้งที่เผลอทำเสื้อที่จะแพ็กลงกระเป๋ายับจนต้องคลี่ออกมาพับใหม่

เหลือบตามองดูนาฬิกาที่เห็นว่าเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว อาเลี่ยใช้เบอร์บ้านโทรมา แสดงว่าตาหมอบ้านั่นยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?

หรือว่าจะงานยุ่งอย่างที่จงเหรินบอก....

“มะม๊าฮับ อาเลี่ยถามว่าพับเสื้อยังไง”

มือเล็กของลูกชายยื่นโทรศัพท์มาจ่อเข้าที่ข้างแก้ม อี้ชิงยิ้มตามแค่นึกภาพเด็กชายตัวน้อยนั่งหน้ายุ่งๆอยู่หน้ากระเป๋าสัมภาระของตัวเอง ท่าทางที่ลั่นวาจาเอาไว้ว่าจะไม่ยอมให้พี่เลี้ยงจัดกระเป๋าให้แต่จะทำเองสงสัยจะจริง

  ลูกชายใครน้า... เก่งจริงๆ

  เชฟหนุ่มอมยิ้มพลางกรอกเสียงลงไปตามสาย “ว่าไงครับอาเลี่ย”

“อย่าเพิ่งวางสายนะครับ”

อี้ชิงเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกทันที มือที่กำลังพับเสื้ออยู่หยุดชะงักเมื่อแทนที่เสียงปลายสายจะเป็นเสียงแจ๋วๆของเด็กตัวน้อยพู่ช่านเลี่ย กลับเป็นเสียงทุ้มนุ่มของคนพ่อซะงั้น...

แผนสูงจริงนะอู๋อี้ฟาน!

  “ผมจะวางทำไมล่ะ?”

“ก็คุณวางหูใส่ผมตอนกลางวันนี่นา...”อี้ฟานตอบกลับมาเสียงอ่อน ก่อนจะรีบเข้าเรื่องทันทีคงเพราะกลัวว่าเขาจะวางสายจริงๆ

  “ผมขอโทษ”

  คนฟังเผลอกัดริมฝีปาก “ขอโทษเรื่องอะไรล่ะครับ” 

คราวก่อนนั้นก็ขอโทษ... ขอโทษอยู่นั่นแหละ คิดว่าแค่ประโยคสั้นๆมันจะทดแทนความรู้สึกเขาได้หรือไง 

“เรื่องที่หายหน้าหายตาไปตั้งสามวัน พอดีคุณหมอในแผนกลาหยุดช่วงนี้น่ะครับ อีกอย่างผมกำลังจะไปพักร้อน เลยขอแลกเวรกับหมอคนอื่น กว่าจะเลิกงานก็เหนื่อยจนแทบนั่งแท็กซี่กลับบ้านแน่ะ”

อี้ชิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจอ้อนหรือพูดจริง แต่ที่แน่ๆคือเขารู้สึกผิดขึ้นมาทันใดที่ดันพาลไม่เข้าเรื่อง

           

 

 

อธิบายพลางอมยิ้มพลาง ยิ่งปลายสายนิ่งเงียบ น้ำเสียงติดจะเย็นชาเท่าไหร่ อี้ฟานก็ยิ่ง... อารมณ์ดี

จะว่าประสาทก็คงได้ แต่ยิ่งอี้ชิงมีท่าทีแสนงอนแบบนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกได้น่ะสิว่าตัวเองถูกคิดถึง

“งานของคุณนี่ จะมาบอกผมทำไมล่ะ”

         ดูน้ำเสียงแสนงอนนั่นสิ โธ่เอ๊ย คนปากแข็ง ยังจะมาหาว่าเขาฟอร์มจัดอีก อู๋อี้ฟานคิดอย่างหมั่นเขี้ยว นึกอยากเห็นหน้าคนปลายสายเสียตอนนี้เลย

“ผมอยากบอกให้คุณรู้นี่”

จริงๆที่เขาหายหน้าหายตาไป คุณหมอยอมรับเลยว่าตัวเองคิดถึงเชฟร่างบางแทบแย่ อยากเห็นหน้า ได้ยินเสียงสักนิดก็ยังดี แต่ทันทีที่ออกเวร ตั้งใจว่าจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยโทรหา เผื่อได้ยินเสียงสักสองสามประโยคจะคลายคิดถึงลงบ้าง แต่ก็เป็นเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนจนเลยเถิดไปถึงตีหนึ่งตีสองบ้างทุกทีเลยไม่กล้าโทร กลัวจะไปรบกวนการนอนเปล่าๆ 

ส่วนเรื่องจะให้เขาโทรหาช่วงพักระหว่างวัน... เป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นคงคิดถึงจนต้องโดดเวรเย็นมาหา

เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นเอามาก จนแค่ได้ยินเสียงน่ะมันไม่พอต่อความคิดถึงที่มี


อันที่จริงแล้วการจงใจหายไปทำงานถึงสามวันครั้งนี้มีจุดประสงค์สองอย่าง

อย่างแรกคือ เขาได้ทำงานเต็มที่ก่อนจะไปพักผ่อนเต็มที่ในฐานะหมอ

อย่างที่สอง คือเขาอยากย้ำให้ตัวเองแน่ใจ ว่าความรู้สึกที่เขามีต่ออี้ชิง มันเป็นเรื่องจริง ซึ่งมันก็จริงอย่างที่สุดแบบไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใดๆ ดูจากที่อาการคิดถึงจนแทบบ้าของตัวเองนี่ก็พอแล้ว 

เพราะประโยคของอี้ชิงที่ยังติดอยู่ในหัวแท้ๆ

‘ถ้างั้นคุณบอกผมหน่อยสิ เราเป็นแฟนกันเพราะอะไรครับ?’

อี้ฟานมั่นใจว่าตัวเองได้คำตอบแล้ว และเขาจะไม่ปล่อยให้อี้ชิงต้องตีความเอาเองอีก 

เขาควรทำให้ทุกอย่างชัดเจนเสียที ถ้าไม่ต้องการให้อี้ชิงเจ็บปวดมากไปกว่านี้ 

“ไม่เห็นจะถามผมสักคำว่าผมอยากรู้มั้ย”

  ไม่รู้ทำไมคุณหมอหนุ่มถึงรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังอมยิ้ม

ได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งมีกำลังใจหยอดต่อ

“ผมอยากบอกนี่นา... อีกอย่าง ถ้าไม่หายไป จะรู้เหรอว่ามีคนคิดถึง”

ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบกลับมาด้วยการเปลี่ยนเรื่อง ซึ่งเขาจะคิดเข้าข้างตัวเองแล้วกันว่าเป็นเพราะอี้ชิงเขิน 

“ดึกแล้วนะครับ อาฟานนอนเถอะ พรุ่งนี้ต้องขับรถนี่”

ใช่ พวกเขาตกลงว่าจะล่วงหน้าไปก่อนลู่หานกับซิ่วหมินที่จะไปพร้อมกัน โดยอู๋อี้ฟานอาสาเป็นสารถี

“คนใจร้าย ใจคอจะไม่ให้ได้ยินเสียงกันเลยเหรอครับ”

“....ก็ได้ยินแล้วนี่ไง”

          “น่า... คุยกันอีกหน่อยสิ”

 

 

 

 

อี้ชิงไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่แน่ๆทันทีที่รู้ว่าอี้ฟานหายไปเพราะไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขาก็โกรธไม่ลง ที่สำคัญ น้ำเสียงเหมือนลูกหมาหงอยๆที่เข้ามาออดอ้อนนั่นก็ด้วยที่ทำเอาเขาใจอ่อนยวบยาบ

  ตาคนนี้นี่... บทจะง้อ ก็เอาซะน่ารักเลยนะ

เผลอคิดกับตัวเองแบบไม่รู้ตัว ร่างบางเอาโทรศัพท์แนบแก้มพลางจัดข้าวของต่อ “คุณอยากคุยเรื่องอะไรล่ะครับ”

“ก็...อย่างเช่น...”อี้ฟานเว้นช่วงเหมือนใช้ความคิด “สามวันที่ผ่านมาคุณทำอะไรบ้าง อยู่กับใครบ้าง ไอ้คิตตี้นั่นมาหาคุณบ้างมั้ย แล้วก็...”ร่างสูงเว้นช่วงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆเมื่อเขาพูดถึงไอ้นักบริหารหน้าซานริโอนั่น  

  “คิดถึงผมมั้ย?”

คำถามง่ายๆแต่คนฟังกลับรู้สึกว่าตัวเองหุบยิ้มไม่ได้เลย 

“น้องป๋ายบ่นคิดถึงคุณอยู่บ่อยๆครับ”ตอบแบบเลี่ยงคำตอบชัดเจน

“น้องป๋ายคิดถึงผมแน่ๆอยู่แล้ว แล้วคุณล่ะ”

คะยั้นคะยอจะให้พูดออกไปทำไมเล่า! “ไม่รู้สิครับ คุณไม่มาก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องทำข้าวเย็นรอ... แล้วผมก็...”

“แต่ผมคิดถึงคุณนะ”

         ประโยคสั้นๆง่ายๆแต่พาเอาใจสั่นขึ้นมาทันที อี้ชิงไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะได้ยินประโยคๆนี้จากคนปลายสาย คิดว่าคงถูกหยอดเล็กๆน้อยๆเหมือนเคย

“อี้ชิง... ผมมีหลายเรื่องเลยที่อยากคุยด้วย”อี้ฟานว่า ทั้งที่น้ำเสียงนั้นเหนื่อยล้าเต็มที แต่สุ้มเสียงของอีกฝ่ายกลับเต็มไปด้วยกระแสความอ่อนโยนบางอย่างที่ทำเอาคนฟังอดไม่ได้จะใจเต้นผิดจังหวะ “แต่เอาไว้ตอนไปเที่ยวทะเลดีกว่า”

“นอนเถอะครับคุณอี้ฟาน ดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณต้องขับรถอีก”ตัดบทเพราะรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายว่าคงเหนื่อยมาก อี้ชิงไม่รู้เหมือนกันว่าพวกหมอเขามีทำโอทีดึกๆหรือสลับเวรอะไรแบบที่ซิ่วหมินชอบทำกับเพื่อนร่วมงานรึเปล่า เอาเถอะ ไว้วันหลังค่อยถามก็แล้วกัน

“จุ๊ๆ”

เสียงจิ๊จ๊ะเหมือนคนที่ตื่นทันตาทำเอาอี้ชิงส่ายหน้าพลางกลั้วหัวเราะ

“ครับๆ ขอโทษครับ อาฟาน

“ตามข้อตกลงของเราสองคน ถ้าคุณเรียกชื่อผมผิด ผมจูบ”

อี้ชิงพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นยิ้ม แต่ก็กลั้นไว้ไม่อยู่ ไม่รู้จะยิ้มทำไม

“แค่จุ๊บผ่านโทรศัพท์ สบายอยู่แล้ว”

“ไม่ดีกว่า ทบต้นทบดอกไว้พรุ่งนี้”

“....ตามใจ”



            คำตอบกลับที่ทำเอาคนฟังอมยิ้มแก้มตุ่ย ‘ตามใจ’ แปลได้ว่า ไม่ห้าม จะทำอะไรก็เชิญ สินะ จางอี้ชิง

เห็นหน้าใสๆน่ะร้ายนักเชียว

 



“ยั่วผมเหรอ”

“บ้า! ใครยั่วคุณ! ไม่เจอกันแค่มีกี่วันทำไมพูดจาแบบนี้เนี่ย”

ร่างสูงปลายสายไม่ทันเห็นหน้าชมพูระเรื่อแดงๆของอี้ชิงเลยพาให้ใจแป้วขึ้นมา อดคิดไม่ได้ว่าเพราะทิ้งช่วงนานไป บทสนทนาสุดท้ายระหว่างเราสองคนมันไม่สู้ดีเสียเท่าไหร่ด้วย “คุณไม่ชอบเหรอ...”

“เปล่าสักหน่อย”รีบตอบทันควันเพราะใจอ่อนกับน้ำเสียงอ่อยๆแล้วก็ต้องตะครุบปากตัวเองแทบไม่ทันเพราะรู้สึกตอบเร็วเกินจนไม่มีชั้นเชิง “ผมก็แค่... แซวคุณขำๆเหมือนที่คุณแซวผมไง”

“แล้วถ้าผมไม่อยากแซวขำๆแล้วล่ะ ถ้าผมเกิดอยากจริงจังขึ้นมาล่ะครับ?”

อี้ชิงเงียบไปครู่หนึ่ง รู้สึกเหมือนในหัวขาวโพลนไปหมด ถามคำถามแบบนี้... น้ำเสียงแบบนี้มันหมายความว่ายังไง?

พอได้เงียบขึ้นมา ร่างบางถึงได้รู้ว่าตอนนี้หัวใจตัวเองเต้นแรงขนาดไหน

“อาฟาน คุณพักผ่อนเถอะครับ”

  ตัดสินใจตัดบทไปในที่สุด แต่คนปลายสายดูเหมือนจะไม่ยอมให้การสนทนานี้จบลงง่ายๆเหมือนครั้งล่าสุด

“ถ้าผมอยากจะจริงจังขึ้นมา... คุณจะรู้ตัวรึเปล่านะ อี้ชิง?”

อี้ชิงไม่รู้ตัวว่ากำโทรศัพท์แน่นจนนิ้วขึ้นข้อขาว 

  “ถ้าความรู้สึกของผมมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา คุณจะยอมรับมันรึเปล่า?”

  “อาฟาน...”

พูดแบบนี้.. พยายามจะสื่ออะไรกันแน่ จะใช่คำที่พูดค้างไว้ไม่ยอมบอกนั่นรึเปล่า?

เขาเผลอกลั้นใจ รอฟังเสียงทุ้มนั่นต่อประโยคของตัวเองจนจบ 

“.....”    

“..............”

“........................”   

“อาฟานครับ...”

          “......”

“อาฟาน....?”

“....”เสียงกรนเบาๆจากปลายสายแทนคำตอบทั้งหมด อี้ชิงอดไม่ได้จะหัวเราะพรืด บอกให้ไปนอนก็ไม่เชื่อ แล้วนี่อายุเท่าไหร่แล้วถึงได้หลับคาโทรศัพท์แบบนี้เนี่ย 

ช่วยไม่ได้แฮะ... เห็นแก่ที่ว่าทำงานเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแต่ก็ยังโทรมาคุยกันขอแค่ได้ยินเสียง

“ฝันดีนะคุณ”

กระซิบบอกแผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นลักยิ้มบุ๋มข้างแก้ม หวังว่าอีกฝ่ายอาจจะได้ยินมันในความฝันสักแผ่วหนึ่งก็ยังดีก่อนจะกดวางสาย

พาลให้อดคิดไม่ได้ว่าคำพูดเหล่านั้นออกมาจากความตั้งใจจริงหรือละเมอกันแน่


แต่ถ้าละเมอ... ก็คงดี 


         

             


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 กันยายน 2558 / 16:29
    บทจะขี้อ้อนก็อ้อนซะเขินแทนอี้ชิงเลย
    บทจะโมโหร้ายก็น่ากลัวใช่ย่อยนะปะป๊าตัวสูง
    #739
    0
  2. #679 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 03:15
    เขินแทนอี้เลยย

    หมอฟานนี่โคตรขี้อ้อนชะมัด
    #679
    0
  3. #656 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:42
    เขินๆ -/////- 
    #656
    0
  4. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:28
    ละลายแทนอาอี้ เจอคนหล่อยอดใส่อย่างนี้  ไม่ใจอ่อน ไม่หวั่นไหวนิ ไม่ใช่คนนะเนี้ย   มาต่อไวๆ นะคะ
    #649
    0
  5. #637 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:19
    คุณหมอน่ารัก555555 
    #637
    0
  6. #629 AlwaysFanXing (@baekhyunn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:41
    ไรเตอร์อ่านคอมเม้นนี้ๆ ๆ ที่ไรเตอร์บอกฟิคน่าเบื่อมันเป็นความรู้สึกที่ไรเตอร์คิดไปเอง ง ง ง นะนะนะนะ ฟิคน่าเบื่อตรงไหน!??? ห้ะ ?? สนุกจะตาย น่ารักด้วย อ่นแล้วรู้สึกดีมาก รู้สึกฟินมาก น่าบื่อเพราะไรเตอร์อัพฟิคช้าอ๊ะป่าว โด่ว ว ว ฟิคน่ารักจะตาย ย ย
    #629
    0
  7. #628 skullployz (@ploysillyz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:49
    โคตรน่ารักเลย ชอบมากกกก เขืน
    #628
    0
  8. #627 Huda_exoelf (@lonely-da) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:45
    งื้ออออออ อ่านมาทีเดียวทั้งวันเลยค่าาาา เฟปเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน ขอโทษไรต์ด้วยนะคะที่เค้าเม้นต์รวบยอดอย่างนี้ แต่แบบหยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ เรื่องนี้เป็นฟิคละมุนมากกกกกกกดด ช่วงหลังมานิ่พี่คริสน่ารักเว่อร์ ว่างไม่ได้ หยอดอี้ตลอดดดด ส่วนคู่คุณลูกก็งุ้งงิ้งสุดๆ อาเลี่ยกับน้องป่าย งื้ออออ อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆๆๆๆ จากที่เค้าเครียดๆอยู่ เรื่องนี้ช่วยได้มากเลยทีเดียว ภาษาที่ใช้ก็สละสลวย การดำเนินเรื่องเค้าว่าไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลย แต่น่าติดตามตลอด เค้าว่ามันลงตัวและดีที่สุดแล้ว ไรต์อยากให้เรื่องดำเนินยังไง เป็นไปทางใหน อันนี้ก็แล้วแต่ไรต์เลย เค้าจะคอยตามอ่านตลอดนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ สู้ๆๆๆ ไฟติ้ง
    #627
    0
  9. #626 ปอ-อุย-ปุย (@gunganya) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:22
    โอ้ยยยยย มันไม่น่าเบื่อเลยนะไรท์ มันน่ารักมากๆ 
    อาฟานขยันหยอดสุดๆ ขอแค่เมียเก่าเฮียยังไม่กลับมา คนอ่านก็มีความสุข 5555
    #626
    0
  10. #623 Kt88 (@popo810) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:46
    ไม่สนุกอะไรกันไรต์นี่หวานจนเบาหวานขึ้นละนะ ยิ้มตามจนแก้มจะแตกฮาน้องชิ่งจู ฮือ กิ๊กกะซือชุนก่อนได้มั้ยลูก 555555555555555555555
    #623
    0
  11. #621 zealotkray (@zealotkray) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:11
    งื้ออออออออออออออออ ตัลล๊าคคคคคค ฟินนนน มีงอนมีง้อ ปากแข็งจังน้ามะม๊าเนี่ย น่ารักอ่ะงื้ออ>< ฟินสนุกนะไรท์ไม่น่าเบื่อจ้าา มีเด็กๆ สร้างสีสัน สดใสมากเลย แล้วมีคู่ป๊าม๊าให้ฟิน มห้เขินอยู่ตลอดเลยลงตัวคะ น่ารักกุ้งกิ้งๆ>< 555555 สู้ๆน้าไรท์เตอร์ จุ๊ๆ 5555
    #621
    0
  12. #620 |2e@|_ (@real-st) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:37
    แอบสงสารคุณผู้บริหารหน้าคิตตี้เหมือนกันนะ แต่คนไม่ใช่ยังไงกฌไม่ใช่ เอาเถอะคุณเลขาฯ ยังอยู่อย่าซีไป
    ชิ่งจู่ น่าสงสารนะ คนที่หมายปอดันไปชอบ (?) คนหูกางหัวฟูซะงั้น
    น้องป๋ายหึงชานเลี่ยกะพี่จงเหรินสินะ
    ฮุนฮุนนี่~ ชอบชิงจู่ หรือไม่มีคนรักคะลูก?
    สุดท้ายพระนายของเรา *จุดพลุ ค่า~
    #620
    0
  13. #619 pupunika (@poo333nika) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:08
    ไม่น่าเบื่อหรอกค่ะ เราว่ามันน่ารักดี
    #619
    0
  14. #618 Aommy Lahm Rx (@aommy_u) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:55
    เราว่ามันไม่ได้นน่าเบื่อน้าา เราดีใจทุกครั้งที่ไรท์อัพและก็ไม่เคยผิดหวังด้วย เราว่ามันดูเป็นความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไปดีนะ น่ารัก อ่านเพลินไม่เบื่อ
    #618
    0
  15. #617 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:47
    ก็หายไปนานหน่อยทำให้เริ่มๆลืมเนื้อเรื่องบางส่วนบ้างแล้วก็ลองให้มีอุปสรรคนิดๆหน่อยบ้าง
    #617
    0
  16. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:32
    ไม่น่าเบื่อนะคะ มีเด็กๆอย่างชานเลี่ยกับป๋ายเซี่ยนและผองเพื่อนนี่ฮาดีค่ะ น่ารักมากด้วย แล้วยิ่งตอนนี้เฮียกำลังลุกอี้หนักขึ้น หวานขึ้น นี่เขินมากกก >_< ตอนนี้รอไปเที่ยวทะเลอยู่นะ ^3^
    #616
    0
  17. #615 LADYGIFTZY (@ladygiftzy0107) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:39
    ฟิคยังสนุกเหมือนเดิมนะ... แต่พอดีว่าไร้ท์หายไปนาน (นานไปหน่อย) พอมาต่อ เลยต้องเริ่มอ่านใหม่หมด เพื่อที่จะได้เข้าถึงอารมณ์มากขึ้น คือถ้ามาอ่านต่อเลย ฟีลลิ่งมันจะไม่มานะ คิอความน่ารักของชานเลี่ยกะป๋ายเซี่ยนมันมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น เหมือนความรู้สึกของป๋าม๊า ถ้าจะให้อ่านตอนที่ต่อเลย มันจะเฉยๆๆมากก แต่ถ้าเริ่มมาใหม่หมด ฟิคก็ต่อเนื่อง อารมณ์ก็มา ความรู้สึกก็มาไง...
    #615
    0
  18. #614 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:58
    คย๊า~~~~~~ น่ารักกก เทหัวใจให้ล้านดวง ฮาซือชุนกับชิ่งจู 555555 ป๋ายเจ้าหญิงของเลี่ย~ คู่ป๊าม๊านี่ง้องแง้งน่ารัก~
    #614
    0
  19. #613 iseyeol (@warangk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:38
    โอ้ยยย หวานตลอด ไรต์เตอร์คิดมากไป เราว่ามันไม่น่าเบื่อเลยนะ น่ารักออก ทั้งคู่เล็กคู่ใหญ่ แอบเชียร์ลู่หมินอยู่ด้วยเนี่ย สนุกมากเลย เราช้อบบบชอบ
    #613
    0
  20. #612 เอเรียล (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:59
    เราว่าไม่น่าเบื่อนะคะไรเตอร์

    แต่ช่วงแรกของฟิคอาจจะหวือหวากว่าช่วงนี้สักหน่อย

    เพราะว่าช่วงแรกทั้งคริสและอี้ชิงยังคงมีเถียงกันเป็นระยะ

    แต่ตอนหลังนี้เริ่มหวานและต่างก็หาคำตอบในใจตัวเองกันมากขึ้น



    เหมือนว่าอะไรยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

    อยากรู้ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น

    คริสหรืออี้ชิงที่จะเป็นฝ่ายเข้าใจผิดก่อน
    #612
    0
  21. #611 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:27
    เราว่ามันไม่น่าเบื่อนะไรต์ แบบนี้กำลังดีเลย เด็กๆน่ารัก คู่พ่อแม่ก็น่ารักก แงงง เขินแทนอี้ชิง ><
    #611
    0
  22. #610 b_22 (@doubble) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:50
    เด็กๆเรื่องนี้มันน่ารัก วุ่นวายเหมือนจับลิงใส่กระด้งมากค่ะ อ่านแล้วก็เพลินไปเหนื่อยแทนคุงคูไปด้วย 555 ส่วนคู่ปะป๊ากับหม่าม้า เค้าผู้ใหญ่กันทั้งคู่ คุยกันง่ายๆ ตรงประเด็นแบบนี้ไปเลย แต่กำลังลุ้นอ่ะ! หมอดันมาหลับแบบนี้ได้ไงอะคะ!? โถ่วววว
    #610
    0
  23. #609 BJCB (@shioon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:37
    จริงจังได้แล้ว!!! อี้ชิงไม่ต้องซึนแล้วแม่คุณ อาเลี่ยกับอาป๋านน่ารักมาก 5555555555555555 หึงเหรอน้องป๋าย 55555
    #609
    0
  24. #608 zao (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:08
    เราว่าไม่น่าเบื่อนะ อ่านทีไรชุ่มชื่นใจทุกที น่ารักค่ะเด็กเติมสีสันตลอดเลยยิ่งช่วงนี้คู่ปะป๊ากำลังหวานยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่
    #608
    0
  25. #607 Everyone LIE (@treasures) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:52
    โง้ยยยย ชอบเรื่องนี้มากเลย ไม่รู้ทำไม อัพบ่อยๆน้าไรท์เตอร์
    #607
    0