[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 15 : ●▽● 14 : Say it,please (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    11 เม.ย. 61



Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!




Chapter 14 – Say it,please

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

 

“เสียดายจังที่วันนี้ไม่ใช่วันหยุดเค้า ไม่งั้นเค้าคงได้ชิมฝีมือเชฟอี้ชิงแล้วแน่ๆเลย”

“อย่าคาดหวังมากสิจุนเหมียน ผมเกร็งนะเนี่ย”

“ก็แหม มันน่าเสียดายนี่นา”

“ไว้วันไหนจุนเหมียนว่างก็มาสิ ร้านอยู่ติดถนนใหญ่หาไม่ยากหรอก”

คนถูกชวนหมายมั่นปั้นมือ “แน่นอน เค้าไปแน่ อี้ชิงรอเค้าได้เลย”

ถึงแม้ทั้งโต๊ะจะมากันทั้งหมดสี่คน แต่ดูเหมือนคนที่คุยกันจะมีแค่สองคนที่นั่งข้างกัน ส่วนอีกสองคนที่นั่งตรงข้ามได้แต่ทานอาหารของตัวเองไปเงียบๆ... อันที่จริงก็ไม่ได้เต็มใจจะเงียบหรอก 

แต่เพราะว่าแทบไม่มีช่องให้พวกเขาได้พูดเลยต่างหาก!

คุณหมอกระดูกและคุณหมอหัวใจได้แต่เหลือบมองกันไปมา ต่างกันตรงที่คุณหมอกระดูกได้แต่มองแบบขำๆอย่างอารมณ์ดีตามพื้นเพนิสัย แต่คุณหมอหัวใจเริ่มเซ็งขึ้นทุกขณะ

ดวงตาคมหรี่ตามองเพื่อนสนิทตัวเองอยู่หลายครั้ง ด้วยความที่จุนเหมียนเป็นลูกคุณหนูคนสุดท้องของบ้าน เลยมีทั้งนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาชนะ และอะไรต่ออะไรที่อี้ฟานค่อนขอดอยู่เสมอว่าน่ารำคาญแต่ก็ยังคบเป็นเพื่อนเพราะติดใจนิสัยแบบนี้เข้าไม่รู้ตัว 

โดยเฉพาะเวลาที่อี้ฟานนึกเบื่อสาวๆคู่ควงคนไหน ยิ่งพวกช่างเกาะแกะไม่ยอมปล่อย เป็นต้องมาใช้บริการเพื่อนตัวแสบคนนี้ให้ช่วยตะเพิดเสมอ

แต่ดูเหมือนครั้งนี้กรรมจะตามสนองเขาเข้าเต็มๆ เพราะจุนเหมียนจงใจยึดอี้ชิงเอาไว้กับตัวคนเดียวไม่แบ่งให้ใครเลย!

“ไม่เอาน่าไอ้ฟาน อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ”เฉินสะกิดเพื่อนตัวสูงด้วยเสียงกระซิบ ทั้งๆที่ก็นึกสมน้ำหน้าอยู่ไม่น้อย บอกแล้วให้ทำตามหัวใจตัวเองตั้งแต่แรก มัวแต่ตั้งแง่กันอยู่นั่น

“เพราะจุนเหมียนมันถูกชะตาคุณอี้ชิงหรอก ถึงได้ทำแบบนี้”

ร่างสูงฟังคำปลอบที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยพลางกลอกตา เรื่องที่เพื่อนๆเขากับอี้ชิงเข้ากันได้ดีมันก็เป็นเรื่องดี

แต่ไอ้การที่เพื่อนของเขาดึงความสนใจจากอี้ชิงไปจากเขาหมดเลยเนี่ยสิ!

 


เพื่อนๆของอู๋อี้ฟานน่ารักกันทุกคน ดูเฟรนด์ลี่ เข้าถึงง่าย ไม่เห็นจะเหมือนเจ้าตัว

คือความเห็นของอี้ชิงเมื่อได้คลุกคลีกับคุณหมอหน้าใสทั้งสอง โดยเฉพาะกับคนข้างตัวที่แม้จะดูรสนิยมไม่ตรงกันกับเขา แต่ก็คุยกันได้เรื่อยชนิดที่คนคุยไม่เก่งอย่างเขายังไม่รู้สึกเบื่อ นี่ถ้าซิ่วหมินอยู่ด้วยล่ะก็สองคนนี้คงเป็นขาเม้า เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยแน่

“อี้ชิงน่ารักจัง ผมชอบ”

จู่ๆร่างบางที่พูดฉอเลาะก็พูดทะลุกลางปล้อง พอหันไปมองก็เจอรอยยิ้มจริงใจพร้อมดวงตาคู่สวยที่มองตรงมา

ดวงตาคู่นั้นจริงๆก็ไม่ต่างกันกับดวงตาหวานๆของคุณลู่หานเท่าไหร่ เพียงแต่คุณจุนเหมียนนั้นมีความเฉี่ยวในตัวที่บ่งบอกถึงความมั่นใจในแบบของตัวเองค่อนข้างสูง

“ขอบคุณครับ คุณเองก็น่ารักเหมือนกัน”ชมกลับไปไม่ใช่เพราะหยอด แต่เพราะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

คนข้างตัวเขาหัวเราะเสียงใสแต่ยังคงไม่หยุดกระซิบกระซาบ “ขอโทษนะครับที่เสียมารยาทถึงเนื้อถึงตัวมากไปหน่อย ผมแค่อยากแกล้งไอ้ฟานมันเล่นนะ”

เรื่องนั้นผมก็พอจะรู้ครับ “ไม่เป็นไรหรอกครับ คนแบบนั้นโดนแกล้งซะบ้างก็ดีเหมือนกัน”

ตาคู่สวยเบิกกว้าง “พูดแบบนี้ แปลว่าโดนมันเอาเปรียบตลอดเลยเหรอ”

“ก็...” อี้ชิงหัวเราะแห้งๆ แต่คนข้างๆกลับตีความไปสุดกู่ ...ซึ่งก็ถูกต้องเสียด้วย

“ไม่ได้เลยนะอี้ชิง ไม่ได้เลย อย่างไอ้ฟานเนี่ยเสือสิงกระทิงแรดเชียว อย่าไปไว้ใจมัน เราต้องมีมารยาของเราบ้าง อย่างมุกผมก็ใช้ได้ผลนะ เค้า ตัวเอง เห็นมั้ย พอผมใช้กับอี้ชิงไอ้ฟานมองใหญ่เลย สงสัยหึง”

ถ้อยคำเปี่ยมความหมายนั่นแทงใจคนฟังเขาเข้าอย่างจัง 

ใครต่อใครอาจจะคิดว่าเขาเป็นแฟนของคุณหมออู๋อี้ฟาน แต่ใครเลยจะรู้ว่าอันที่จริงแล้วความสัมพันธ์ของพวกเขามันไม่ได้มีอะไรที่ดูจริงจังเลยสักนิด ทุกอย่างยังคงย่ำอยู่กับที่ดีแค่ไหนที่ไม่ก้าวถอยหลัง ตั้งแง่ทำตัวร้ายกาจใส่กันเหมือนตอนแรกๆที่เจอ 

“ไม่หึงหรอกครับ”

มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะ?

 

อี้ชิงเผยยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มข้างแก้มพลางพยายามเปลี่ยนเรื่อง “แล้วทำไมไม่เรียกเค้า กับตัวเองแล้วล่ะครับเนี่ย”

คนข้างตัวมีท่าทีแปลกใจไม่น้อย“เรียกเค้ากับตัวเองได้จริงเหรอ”

ร่างบางเลิกคิ้ว “ได้สิครับ ทำไมล่ะ ผมว่าก็น่ารักดี”

“งั้นอี้ชิงก็ลองทำกับไอ้ฟานมันสิ”

“โห... ไม่ดีกว่าครับ”แค่จินตนาการก็ทำเอาขนลุกซู่ “ต้องแบบจุนเหมียนทำน่ะถึงน่ารัก อีกอย่างผมกับอาฟาน... เราเอ่อ... แค่เพิ่งเริ่มคุยกันเองครับ”

จริงๆแล้วอี้ชิงเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตาหมอตัวสูงน่ะพาเขามาทานข้าวกับเพื่อนๆตัวเองทำไม ตอนแรกก็คิดว่าหาหมอกันเสร็จแล้วก็จะได้รีบกลับไปดูร้านต่อ ที่ไหนได้กลับโดนรั้งเอาไว้ให้อยู่ทานข้าวด้วยกัน แถมยังต้องมานั่งให้เพื่อนๆของนายแพทย์หนุ่มซักไซ้อย่างกับมีสถานะเป็นแฟนเพื่อนที่พามาแนะนำให้รู้จักอย่างนั้นแหละ

คิดย้อนไปถึงเรื่องเมื่อเช้าแล้วหัวใจเชฟก็ได้แต่ห่อเหี่ยวยังไงชอบกล

อะไรของตาบ้านี่ก็ไม่รู้ ตอนนี้เขาสับสนไปหมดแล้ว 

จริงอยู่ที่ถูกบอกว่าตกลงเป็นแฟน แต่ในความรู้สึกมันก็ยังมีอะไรบางอย่างที่เหมือนจะคอยขัดหัวใจกันตลอด

จะอ้างกับคนอื่นว่าเป็นเพื่อน ก็ไม่มีอะไรเข้าเค้าเลยสักนิดว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกัน แล้วเป็นแฟนนี่ก็เหมือนเป็นแค่ในนาม ไม่รู้เสียงกระซิบอะไรมันบอกว่าอี้ฟานแค่พูดไปอย่างนั้นตามอารมณ์ที่หวั่นไหวจากเมื่อคืน  

แต่ที่แน่ๆ เชฟหนุ่มรู้สึกราวถูกแกล้งให้คิดเองเออเอง หัวปั่นอยู่คนเดียวตลอดเวลา ไม่ชอบเลย 

ความคิดของอี้ชิงตีกันยุ่งเหยิงแตกดังเป๊าะเหมือนฟองสบู่ที่โดนจิ้ม เมื่อคำพูดของจุนเหมียนดังเข้ามาในโสตประสาท 

“นี่แหละอี้ชิง ดีมาก แกล้งเล่นตัวนานๆเอาให้ลงแดงกระอักเลือดตายไปเลย ฉันมองหน้ามันปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามันคิดอะไรกับอี้ชิง”

เขากระพริบตาปริบๆ เผลอหันไปมองสบดวงตาคู่สวยที่มองมาตาเป็นประกาย

‘คิดอะไร’ ของจุนเหมียนนี่ หมายความว่ายังไงกันน่ะ?

อารามสับสนจนต้องเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าตัวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วก็ต้องหลบตาเป็นพัลวันเมื่อเห็นว่าร่างสูงมองมาอยู่ก่อนแล้ว

          บ้าจริง... สายตานั่นเปลี่ยนไปจริงๆด้วย

ก็แล้วมันหมายความว่ายังไงกันล่ะ! ให้ตายสิ เขาทำตัวไม่ถูกจริงๆนะ!  

กำลังวุ่นวายกับความคิดตัวเองจนมารู้สึกตัวก็เมื่อมือเล็กบีบหมับเข้าที่ต้นแขนเขาพร้อมน้ำเสียงชื่นชม คราวนี้จงใจชมให้บรรดาหมอๆตรงข้ามได้ยินกันด้วย

“อี้ชิงนี่กล้ามแน่นจังเลย เค้าอิจฉา”

คนถูกชมรวบรวมสติกลับมาคุยกับคนข้างๆทันทีไม่ให้ผิดสังเกต “ก็จุนเหมียนไม่ต้องแบกหม้อแบกกระทะทั้งวันแบบผมนี่นา”

“งั้นถ้าเค้าไปช่วยอี้ชิงแบกหม้อแบกกระทะ เค้าจะล่ำแบบอี้ชิงมั้ย?”

          

 


          เค้า... อี้ชิง... เค้า... อี้ชิง

          หมั่นไส้โว้ย!        

“จุนเหมียน นี่เหลือเวลาอีกแค่ยี่สิบนาทีนะ”อี้ฟานที่แทบจะนั่งนับเวลาขอให้มันผ่านไปเร็วๆได้แต่นั่งหน้าหงิกจนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยเตือนเพื่อนตัวขาวตรงข้าม

จุนเหมียนลอบสบตากับอี้ชิง คิ้วโก่งสวยยักขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงว่า เห็นมะ... ฉันบอกแล้ว 

“แหม ห้องตรวจก็อยู่ใกล้แค่นี้ ฉันเดินห้านาทีก็ถึง อ๊ะ อี้ชิง ลองกินเค้กมั้ย ที่นี่อร่อยมากเลยนะ”

“ก็ที่อี้ชิงเอามาให้แล้วนี่ไง ยังไม่พออีกเหรอ”

“หมายถึงให้ชิมเฉยๆสิน่า อาจจะมีบางอย่างที่ไม่ได้ทำที่ร้านก็ได้จริงมั้ย?”

“อี้ชิงเคยทำหมดนั่นแหละ อร่อยกว่าที่นี่ไม่รู้กี่เท่า”

คำพูดชนิดที่สวนกลับไปอย่างรวดเร็วกะเอาให้สะดุดหน้าทิ่มของอี้ฟานทำจุนเหมียนชะงักเหมือนโดนคาถาจังงัง เฉินกลั้นหัวเราะขณะเหลือบมองหน้าที่เริ่มบูด ตลอดเวลาที่มาถึงที่ร้านอี้ชิงมัวแต่คุยกับจุนเหมียนเพลินจนเพิ่งจะหันมาสบตาคนตัวสูงก็เมื่อครู่นี่เอง

เพิ่งนึกได้รึไงล่ะว่าไม่ได้มาคนเดียว! 

อี้ฟานไม่อยากจะหึงอี้ชิงกับเพื่อนเขาหรอกนะ แต่ท่าทางสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วแบบนี้มันก็ทำให้อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้จริงๆ อี้ชิงเองก็เคยมีภรรยา ถ้าอี้ชิงยังไม่เปลี่ยนสเป็ค จุนเหมียนนี่ก็ถือว่าเข้าเค้าสเปคเก่าทุกอย่าง ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ...

คิดแล้วมันก็อยากพาออกไปจากที่นี่เร็วๆแล้วสิ! 

ทั้งที่จริงๆแล้วเขาแค่อยากให้เพื่อนสนิทกับอี้ชิงได้รู้จักกันเอาไว้แท้ๆ ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งหึงตาเป็นเตาผิงปะทุแบบนี้

ภายนอกคุณหมอหนุ่มเป็นเหมือนรูปปั้นสุดหล่อที่ดูเคร่งเครียดเหมือนไม่พอใจ แต่ใครจะรู้ว่าภายในใจแทบกระทืบเท้าอย่างเอาแต่ใจ กู่ร้องให้ไอ้เพื่อนไม่รักดีเอามือปลาหมึกออกไปจากอี้ชิงของเขาเดี๋ยวนี้! 



          มีแต่คนเขาสนุกสนานเฮฮาเวลาอยู่กับเพื่อน นี่คนบ้าอะไรมานั่งหน้าหงิก... ป้ายเหตุผลที่ตัวเองคิดเอาเองให้อี้ฟานไป เพราะยังไม่กล้าสรุปกับตัวเองว่าสายตานั่นที่มองมาก็เพราะ ‘หึง’

“ขอบคุณนะครับจุนเหมียน แต่ผมว่าเอาไว้วันหลังดีกว่า วันนี้อิ่มมากๆเลย”ถึงจะชอบเพื่อนใหม่คนนี้มากขนาดไหน แต่อี้ชิงก็นึกเสมอว่าอู๋อี้ฟานเป็นคนพาเขามา ไม่สนใจเจ้าตัวนานเกินไปเดี๋ยวจะมีเรื่องซะเปล่า

“อี้ชิงก็ ไม่ต้องเกรงใจหรอก เดี๋ยวเค้าเลี้ยงเอง”

“ไว้วันหลัง....”

“วันหลังฉันพามาใหม่ก็ได้ ยังไงซะอี้ชิงก็คงได้มาที่นี่บ่อยๆอยู่แล้ว แฟนเขาเป็นหมอ”เน้นคำว่าแฟนชัดเจนกะเอาให้ได้ยินกันทั้งโรงอาหารนี่เลย

            อีกแล้ว... อีกแล้วนะอู๋อี้ฟาน!

            อี้ชิงเม้มริมฝีปากแน่น สมองขาวโพลนกับคำประกาศิตกลายๆ แถมไอ้หัวใจบ้านี่ก็เอาแต่เต้นแปลกๆตลอดเวลาเลยด้วย! 

 

            ทั้งๆที่รู้ว่ากำลังโดนแซะ แต่จุนเหมียนก็ยังคงเป็นจุนเหมียนจอมแสบอยู่วันยังค่ำ ใช่ว่าไม่รู้ตัวนะว่าเพื่อนกำลังฉุนเต็มที แต่เขาไม่เคยเห็นอู๋อี้ฟานออกอาการหึงหน้ามืดแบบนี้เลยอยากเห็นนานๆจนต้องแหย่เล่น ทุกทีเห็นมัวแต่เก๊กให้สาวกรี๊ด สนุกจะตาย

            จุนเหมียนกำลังจะชวนอี้ชิงกินกาแฟต่ออีกสักหน่อย ทว่าคนที่นั่งเงียบที่สุดก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“จุนเหมียน ฉันว่าเราไปกันเถอะ คุณอี้ชิงเพิ่งหายดีน่าจะพักผ่อนให้มากๆ”

เฉินไม่ใช่แค่พูด แต่ยังแอบขยิบตาให้อี้ชิงรีบรับมุก ซึ่งร่างบางก็หัวไว รีบเล่นละครตามทันที

จุนเหมียนมีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด “ตายจริง เค้าไม่รู้เลยอะอี้ชิง ขอโทษนะ ไปๆ อี้ชิงรีบกลับบ้านเถอะ”กุลีกุจอเรียกพนักงานเก็บเงินเสร็จก็ประคองอี้ชิงขึ้น “ยังเจ็บมากรึเปล่า เค้าตื่นเต้นที่ได้เจออี้ชิงเลยไม่ได้สังเกตเลยว่าอี้ชิงยังเจ็บอยู่ ว้า... เค้าเป็นหมอที่ไม่ได้เรื่องเลย”

เห็นความห่วงใยอย่างจริงใจที่ถูกส่งมาก็ชักรู้สึกผิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมให้อีกฝ่ายประคอง

“เอารถเข็นมั้ยครับ?”เพื่อความสมจริงคุณหมอเจ้าของไข้ก็เริ่มเล่นใหญ่ 

“ไม่ต้องหรอก”ร่างสูงที่สุดไม่พูดพร่ำทำเพลงหลังจากรอจังหวะมานาน ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ จัดการคว้าเอวอี้ชิงเข้ามาประคอง ท่าทางและการกระทำอ่อนโยนกึ่งแสดงความเป็นเจ้าของที่ชวนให้คนรอบตัวกรี๊ดอุดปากตาม

ฝ่ายคนถูกโอบก็ได้แต่ตัวแข็งทื่อ ใจหนึ่งก็ไม่อยากโกหก แต่อีกใจก็กลัวแผนจะไม่เนียนจนไม่กล้าขัดขืนจนเป็นอันต้องหลบตาหันไปส่งยิ้มลาให้คุณหมอทั้งสองแก้เก้อ

รู้สึกได้ถึงเจ้าของอ้อมแขนที่กระชับกันแน่น ทั้งที่กายอบอุ่น แต่หัวใจของอี้ชิงกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่แน่ใจ

ถ้ามันจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่น หรือเรื่องสนุกๆต่อหน้าเพื่อนๆเท่านั้นล่ะก็ อี้ชิงก็ยังไม่อยากรับรู้ตอนนี้

แปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆก็ยอมรับว่าเขาเองกำลังกลัว

  กลัวว่าทั้งหมดที่เขารู้สึก มันจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่นสำหรับอี้ฟานเท่านั้น 

 

 

 

“ตลกไอ้ฟานว่ะ”ลับหลังอี้ฟานแล้วจุนเหมียนก็หัวเราะก๊าก “นายเห็นปะ หึงเลือดขึ้นหน้า เน้นคำว่าแฟนเป็นสิบๆรอบ โอ๊ย ฉันเป็นคุณอี้ชิงนะอึดอัดตาย”

“ก็นายเล่นแรงซะขนาดนั้นนี่ เค้า ตัวเองอะไร แบ๊วชะมัด”

“ก็แหม ฉันชอบอี้ชิงนี่นา คนอะไรน่ารักจะตาย คนนี้นะให้สามผ่าน สี่ผ่าน ร้อยผ่านเลยเอ้า!”

เฉินได้แต่ส่ายหน้า ทั้งขำทั้งระอา

“ว่าแต่นายไม่ชอบเหรอ เค้า ตัวเอง น่ารักออก ฉันว่าถ้าฉันมีแฟนนะ ฉันจะใช้สรรพนามแทนตัวเองแบบนี้บ้าง”

“อือฮึ”นึกขำความคิดพิสดารของเพื่อน อยากจะบอกกลับไปว่าสรรพนามแบบนี้มีแต่เด็กมัธยมเห่อแฟนเขาใช้กันเท่านั้นล่ะ นี่ก็วัยทำงานแล้วแถมยังเป็นหมออีก มันเข้ากันมั้ยล่ะเนี่ย?

“ขนาดคุณอี้ชิงยังชอบเลยนะ นายว่าไง”จุนเหมียนผู้ไม่ได้ล่วงรู้เลยซึ่งความในใจของอีกฝ่ายก็ได้แต่อมยิ้มภูมิใจในความน่ารักของตัวเอง เกิดมาหน้าตาดีก็ดีอย่างนี้ล่ะ ทำอะไรก็น่ารักน่าหยิกไปหมด นี่ขนาดกับคนที่เพิ่งเจอกันแท้ๆนะ

“อื้อ”

ไม่อยากทะเลาะเลยไม่พูดมันซะเลย นี่ล่ะสไตล์เฉิน

“เฮ้อ แต่นานๆทีจะมีคนมาให้เรียกเนี่ยสิ ฉันเรียกกับนายก่อนดีปะ เค้า ตัวเอง ตั้งแต่วันนี้เลย พอฉันมีแฟนจริงๆจะได้ดูน่ารักเป็นธรรมชาติ”

“นายกับไอ้ฟานเหมือนกันก็ไอ้ตรงเป็นโรคหลงตัวเองนี่ล่ะ”

พอโดนเปรียบเทียบกับอี้ฟานก็ชักไม่ชอบใจ “ไม่จริง อย่างไอ้ฟานเรียกขี้เก๊ก อย่างฉันก็... ก็... เขาเรียกว่าอะไรล่ะ มารยาน่ารักๆ”

เฉินส่ายหน้า ไม่อยากจะภูมิใจในตัวเองเลยจริงๆว่าในบรรดาเราสามคนที่เรียนหมอมาด้วยกันว่าเขาเนี่ยล่ะปกติสุดแล้ว

“เอ้า ไป ไปทำงานได้แล้ว”

“รู้แล้วน่า!”

ถึงเฉินจะเป็นฝ่ายเดินมาส่งถึงแผนกเหมือนเคย แต่จุนเหมียนกลับเป็นฝ่ายยืนรออีกคนเดินหายไปจนลับตาแทน มันเป็นแบบนี้ประจำตั้งแต่สมัยเรียน ไปส่งที่ห้องเรียน ไปส่งที่หอพัก จนตอนนี้ทำงานกันแล้ว ดันโชคดีได้มาอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน ก็เดินมาส่งที่ห้องตรวจอีก คนหนึ่งมาส่ง คนหนึ่งที่แม้จะถึงที่หมายแล้วกลับยืนมองจนแน่ใจว่าเขาไปแล้วจริงๆ

จุนเหมียนสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะตะโกนเรียกอีกฝ่าย

“เฮ้ย เฉิน!”

“หืม?”

ทั้งที่ลอบกลืนน้ำลายแต่กลับตีหน้าหยิ่งเหมือนเช่นเคย “ตกลงฉันเรียก เค้า ตัวเอง กับนายได้ปะ!”

เฉินหัวเราะ แค่หัวเราะจนดวงตายิบหยี ไม่รู้ว่าหัวเราะเพราะระอาเหมือนทุกที หรือเพราะขำจริงๆหรืออะไรอื่น แต่ที่แน่ๆคือเจ้าตัวแค่โบกมือบ๊ายบายแล้วเดินห่างออกไปเฉยๆโดยที่ไม่ตอบคำถาม

คำถามที่จุนเหมียนมั่นใจว่าเฉินได้ยิน        

และมันก็ชวนให้จิ๊ปากอย่างขัดใจในความรู้สึก

นี่ถ้าเขาเป็นแค่เด็กๆประถมล่ะก็ จะกระทืบๆเท้าระบายความขัดใจสักหลายๆที

“ไอ้หมอกระดูกเวร”

วันๆนั่งจ้องแต่กระดูกจนมันบังตาไปแล้วมั้ง คนเขาอ่อยขนาดนี้ถึงยังไม่รู้ตัวอีก 

 

      

 

“แหมๆๆๆ คุณหมอเฉินคะ แอบกิ๊กกั๊กกับใครไม่เห็นเล่าให้ฟังบ้างเลย พวกเราก็หลงดีใจนึกว่าคุณหมอเฉินจะครองโสดให้พวกเรากรี๊ดกันไปนานๆ”

เฉินหัวเราะเบาๆเมื่อกลุ่มนางพยาบาลที่สนิทชิดเชื้อกันดีเพราะทำงานมาด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่เขามาประจำที่นี่เอ่ยแซวทันทีที่ก้าวมาถึงแผนกตัวเอง

“เปล่าหรอกครับ คนนั้นไม่ใช่แฟนผม แฟนไอ้หมอฟานน่ะ”

“โอ๊ย ไม่ใช่คุณคนนั้นหรอกค่ะ คุณคนนั้นพวกเรารู้กันหมดทั้งโรงพยาบาลแล้วว่าเป็นแฟนคุณหมอฟาน ดิฉันหมายถึงผู้หญิงที่มาถามหาคุณหมอน่ะค่ะ”

เฉินกระพริบตา ถามออกไปอย่างงงงวยว่าใคร 

“ก็ผู้หญิงผมสีทองๆ หุ่นงี้ดีเลยนะคะคุณหมอ แต่งตัวก็อย่างกับพวกดารา นี่ขนาดใส่แว่นกันแดดนะคะยังสวยทะลุแว่นขนาดนี้”

คราวนี้เขางงหนัก ผมสีทองๆ หุ่นดีๆ? ถึงจะมีผู้หญิงเข้ามาหาบ้าง แต่ที่ว่าลักษณะมานี่ไม่มีเลยสักคนในความทรงจำ

“เขาเป็นอะไรมาเหรอครับ แล้วตอนนี้ไปไหนแล้วล่ะ”

“กลับไปแล้วล่ะค่ะ ไม่รู้เป็นอะไรมาเหมือนกันไม่ได้ถาม แต่เธอเจาะจงเลยนะคะว่าจะมาหาคุณหมอเฉิน”

ชายหนุ่มยักไหล่ คนไข้เขาคนใดคนหนึ่งอาจจะไปย้อมสีผมมาก็ได้ล่ะมั้ง แต่ที่แน่ๆคงต้องรีบเคลียร์ข่าวก่อน เรียกเสียงวี้ดว้ายอย่างถูกอกถูกใจของคุณๆพยาบาล

“ผมยังอยู่เป็นโสดให้คุณพยาบาลแถวๆนี้ชื่นใจอีกนานล่ะคร้าบ”

ต้องรีบเคลียร์...ก่อนเรื่องไม่จริงจะดันไปเข้าหูใครบางคนที่แผนกอายุรกรรมเสียก่อน


 



อี้ชิงไม่เคยมีความรักมาก่อน นอกเหนือจากว่ามันเป็นรักที่เขามีให้กับพี่หยุนผิงกับป๋ายเซียน 

แต่กับครั้งนี้มันต่างออกไปชัดเจน

มันไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ ไม่เหมือนกับสิ่งที่ลู่หานพยายามทำที่หลายครั้งอี้ชิงยอมรับว่าตัวเองทั้งเกรงใจทั้งอึดอัด 

ไม่เหมือนอี้ฟาน ที่อี้ชิงคอยแต่รู้สึกเรียกร้อง อยากได้ทั้งสัมผัสและความรู้สึกจากเขาอยู่ตลอดเวลา

และตอนนี้... อี้ชิงอยากได้ความชัดเจน ความชัดเจนที่จะเป็นหลักประกันความรู้สึกของตัวเอง

เขานึกอยากรู้ อย่างน้อยก็เป็นคำใบ้อะไรเล็กๆน้อยๆก็ยังดี ว่ามันมีวี่แววไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า 

เพราะหากปล่อยเขาให้สรุปเองคนเดียวจากการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมา มันจะไปหยุดอยู่ที่ความรู้สึกเดียวเท่านั้น 

หัวใจเจ้ากรรมเต้นตึกตัก ยิ่งพยายามทำเป็นเฉยๆมองนั่นมองนี่นอกหน้าต่างแต่กลิ่นน้ำหอมสะอาดของคนข้างกายก็คอยแต่จะมาแตะจมูกให้ใจสั่นไหวทั้งที่ไม่จำเป็น 

“อี้ชิง”

“ครับ?”ตอบออกไปทันควันแล้วก็เริ่มรู้สึกได้ว่าทั้งหน้าทั้งคอมันพาลร้อนไปหมดทั้งที่เครื่องปรับอากาศภายในรถยนต์นั้นส่งอุณหภูมิตรงกันข้ามพาลให้ต้องกัดริมฝีปากตัวเอง 

บ้าจริง ทำไมเขาดูโง่แบบนี้นะ

“คุณอย่าไปคิดมากนะ จุนเหมียนมันชอบพูดเล่นแบบนั้นแหละ”

“อือ”

“พวกมันสองคนชอบแหย่ชอบเย้าไปเรื่อย แต่ดูเหมือนคุณก็เข้ากับจุนเหมียนได้ดีนะ”

“ครับ คุณจุนเหมียนน่ารัก คุยเก่ง”อี้ชิงว่า รู้สึกได้ว่ามือตัวเองชื้นเหงื่อ และรู้สึกดีที่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังขับรถจนสมาธิจดจ่ออยู่กับทางข้างหน้า เพราะไม่อย่างนั้นเขาเองคงทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่านี้

แค่นี้ไอ้ก้อนเนื้อในอกเขามันก็แทบกระเด้งกระดอนออกมาวิ่งเล่นจนจับไม่ทันแล้ว 

“มันเป็นแบบนี้ตลอดมาตั้งแต่สมัยเรียน เฉินน่ะไม่เท่าไหร่ แต่จุนเหมียนน่ะตัวจี๊ด”พูดถึงเพื่อนตัวเล็กแสนกวนของตัวเองแล้วก็แค่นหัวเราะ “สแกนเก่งยิ่งกว่าMRIก็คงเป็นหมอนี่ คนไหนที่ไม่ถูกชะตาเป็นอันไล่ตะเพิดไปหมด บรรดากิ๊กของผมเจอฤทธิ์เดชเจ้าแม่มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง”

อี้ชิงเม้มปาก พยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นยิ้ม ความหวังมันถาโถมเข้าสู่หัวใจ “นั่นเป็นเหตุผลที่คุณพาผมมาเจอเพื่อนๆของคุณเหรอครับ แค่เพราะอยากให้ผมถูกสแกนน่ะเหรอ?”

“ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกก่อน”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ดีเสียอีกผมได้มีเพื่อนใหม่”วันๆอยู่แต่ในครัวไม่ค่อยได้พบปะกับใคร จนซิ่วหมินยังเคยถึงขั้นค่อนขอดว่าถ้าไม่มีตัวเองอี้ชิงคงต้องปรึกษาถ้วยชามรามไหแทน

“แล้วแม่ของอาเลี่ยเคยเจอพวกเขาหรือเปล่า”

เกิดความเงียบขึ้นครู่ใหญ่ เงียบเสียจนเป็นคนถามเสียเองต้องรีบพูด “ผมขอโทษครับ...​อย่าใส่ใจเลย”

“เคยเจอสิ ของมันแน่นอนอยู่แล้ว”คำตอบของเสียงทุ้มหนักทำให้ความพยายามในการเปลี่ยนคำถามของอี้ชิงไม่เป็นผล 

“แล้ว... คุณจุนเหมียนกับคุณเฉินชอบเธอมั้ยครับ?”

“ไม่ ไม่เลย”อี้ฟานส่ายหน้าหวือ มุมปากของชายหนุ่มมีรอยยิ้มจางๆประดับยามนึกถึงความหลัง “ยิ่งจุนเหมียนหมั่นไส้ซิ่วหยานตั้งแต่เจอหน้าคร้ั้งแรก ยุให้เลิกกันแทบทุกวันจนไอ้เฉินต้องปราม ตอนนั้นผมน่ะยิ่่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ”

“ยังไงเหรอ?”

“ตอนนั้นสำหรับผม... ไม่สิ จริงๆก็สำหรับทุกคน เธอคือคนที่ดีที่สุด บางทีนะ...ถ้าคุณได้เจอเธอ คุณก็ต้องเหลียวหลังมองตามเธอแน่ ปฏิกิริยาของใครต่อใครเป็นแบบนั้นเสมอล่ะ”อี้ฟานหัวเราะเบาๆ และคนฟังก็รู้สึกว่ามันช่วยไม่ได้ที่ต้องหัวเราะตาม

ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกอยากหัวเราะเลยสักนิด 

“บางทีนะ ผมคิดว่าจุนเหมียนอิจฉาที่ผมเอาแต่ขลุกอยู่กับเธอ ตอนนั้นเรายังเด็ก ความรักมันก็เหมือนว่าจะร้อนแรงน่ะ ตอนนั้นใครๆก็พากันอิจฉาผม และผมก็คิดว่าผมโชคดีมากที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของเธอ แต่ใครๆก็กลับบอกว่าซิ่วหยานเองก็โชคดีที่มีผมเหมือนกัน ไม่รู้สิ...​พวกเขาบอกว่าเราเป็นเหมือนกิ่งทองใบหยก อะไรทำนองนั้นน่ะ”

“อ้อ...”

‘ซิ่วหยาน’ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่อี้ชิงเคยได้ยินชื่อ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินชื่ออีกฝ่ายจากปากของผู้ชายคนนี้

เชฟหนุ่มอดไม่ได้จะจ้องมองดวงตาคมของคุณหมอหนุ่มที่กำลังทำหน้าที่สารถี แต่แล้วก็ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแทนเพราะไม่อาจทนมองได้ 

ไม่อาจทนมองสายตาที่แสนจะดูมีความสุขเมื่อพูดถึงหญิงสาวคนนั้น

ภาพเมื่อคืนซ้อนทับกันมา ความเสียใจที่ส่งผ่านมาจากผู้ชายตัวสูงนั่นก็เพราะเธอคนนี้ 

เพราะรักมากเมื่อมีเธอ จึงทุกข์มากเมื่อเธอจากไป 

ซิ่วหยาน... อี้ชิงไม่แน่ใจนักว่าอยากจะเจอผู้หญิงคนนี้

“แล้วคุณทำยังไงครับ”

คนตัวสูงยักไหล่ “ที่จุนเหมียนไม่ชอบเธอน่ะเหรอ? ก็ไม่ยังไง แค่เพื่อนสนิทของผมไม่ชอบเธอมันไม่เห็นจะสำคัญตรงไหน ตอนนั้นผมคิดแค่นั้น ผมรักเธอ รักมาก ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำยังไงให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ได้สร้างครอบครัวด้วยกัน ใครจะว่ายังไงผมไม่เคยสนใจอยู่แล้ว”

“….”

“อี้ชิง มีอะไรเหรอ?”

“แล้วผมล่ะ”

“?”

ทันใดที่รถยนต์จอดเทียบหน้าร้านของเขา ตอนนั้นเองที่ในที่สุดสายตาของอี้ฟานก็กลับมามอง

“คุณหมายถึง?”

อี้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก อาจเป็นเพราะเขาเผลอกลั้นหายใจจนไม่มีอากาศไปเลี้ยงสมองอย่างเพียงพอ ถึงได้มีความกล้าพอที่จะพูดอะไรแบบนี้ออกมา 

“การที่คุณพาผมไปเจอเพื่อนคุณวันนี้ มันมีความหมายอะไรหรือเปล่าครับ”

“ผมอยากให้คุณรู้จักกันไว้”

“อยากให้รู้จักกันไว้”อี้ชิงทวนคำพลางพยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว “นั่นสินะ”

คนตัวขาวยืนยันว่าเขาไม่ชอบที่อะไรๆมันเป็นแบบนี้ ไม่ชอบที่หัวใจของเขามีปฏิกิริยากับการกระทำของอี้ฟานมากเกินความจำเป็น

เกือบไปแล้ว... อี้ชิงเกือบปล่อยหัวใจให้หลุดลอยไปเสียแล้ว...​

ทันทีที่เปิดประตูลงจากรถได้ก็คิดแค่ว่าอยากออกห่างจากเจ้าของเรือนกายแสนอบอุ่นนี่ก่อนหัวใจจะยิ่งเจ็บ ในฐานะคนที่หัวใจไม่เคยเปิดรับใครจนรู้จักตัวเองดีพอ อี้ชิงรู้ทันทีว่าตอนนี้เขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการหยุดคิดเรื่องของผู้ชายใจร้ายคนนี้นัก

ใจร้าย นั่นสินะ ไม่มีคำไหนจะเหมาะไปกับอู๋อี้ฟานมากไปกว่านี้อีกแล้ว

“อะไรกัน คุณหึงผมเหรอที่พูดถึงซิ่วหยาน”

อี้ชิงหยุดเดิน และหันกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาจนเหลือร้ายที่กำลังเปื้อนยิ้มยียวน

“ผมคงไม่มีสิทธิขนาดนั้นมั้งครับ”

เขาสาบานได้ว่าไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว แต่ตอนนี้ความคิดของเขาแล่นฉิวเหมือนเรือใบที่กำลังกางปีกรับสายลมของอารมณ์จนมันล่องลอยไปไกลเกินจะหยุดเสียแล้ว 

รอยยิ้มของอี้ฟานเลือนหายไปทันใดที่เห็นสีหน้าของเขา 

“อี้ชิง นี่คุณ...”

“คุณจะปล่อยให้ผมตีความเอาเองไปอีกนานแค่ไหนเหรอ คุณอี้ฟาน”

เขาจงใจใช้สรรพนามที่รู้ดีว่าอีกคนไม่ชอบ เชิดหน้าขึ้นมองใครอีกคนที่ทำท่าจะก้าวเข้ามาใกล้ 

“หมายความว่ายังไงที่ว่าตีความไปเอง เราก็เป็นแฟนกันนี่ไง”

“ถ้างั้นคุณบอกผมหน่อยสิ เราเป็นแฟนกันเพราะอะไรครับ?”

ฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้นั้นหยุดชะงัก และนั่นทำให้อี้ชิงหลุดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปอีกครั้ง

“เราเป็นแฟนกัน เพราะอยากเล่นพ่อแม่ลูกให้สมบทบาทเพื่อป๋ายเซียนกับอาเลี่ย หรือเพราะว่าเรา... มีความรู้สึกอะไรต่อกัน”

“…”

ริมฝีปากสีสดเม้มเข้าหากัน“ผมต้องการความแน่ใจ ผมอยากให้ความรู้สึกของเราสองคนเท่ากัน ผมกลัวว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด...”

“เอาล่ะอี้ิชิง ผมเข้าใจแล้ว ถ้าคุณอยากได้ยิน ผมจะพูดก็ได้”

อี้ชิงส่ายหน้า มองคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันแล้วก็ได้แต่เยาะตัวเองในใจ

ไม่พอใจสินะ ที่ถูกเขาไล่ต้อนแบบนี้ ในเมื่อทุกๆอย่างมักอยู่ในความควบคุมของอี้ฟานอยู่เสมอ

“อย่าเลยครับ อย่าพูดมัน”

เขาเคยคิดว่าตัวเองได้รู้จักอู๋อี้ฟานมากขึ้น ได้เข้าใกล้อู๋อี้ฟานมากขึ้น ได้รู้ว่าผู้ชายตัวสูงคนนี้ไม่ใช่คนที่น่ารังเกียจเหมือนกับตอนที่เจอกันวันแรก

แต่ตอนนี้อี้ชิงชักไม่แน่ใจ 

“…ทำไม”

“ถ้าคุณจะพูดแค่เพราะว่าผมอยากได้ยิน คุณก็ไม่ต้องพูด”

อี้ฟานส่ายหน้า สีหน้าเหมือนจะไม่พอใจ หงุดหงิด หรืออะไรสักอย่าง “ก็ได้ ผมยอมรับ ว่าผมอาจจะยังไม่พร้อมพูดกับคุณ แต่การที่ผมพาไปเจอเพื่อนวันนี้ มันแปลว่าผมเองก็...”

“ก็อะไรครับ”



การคาดคั้นของอี้ชิงทำให้สมองของอี้ฟานขาวโพลนไปหมด 

รัก

เขารู้ว่าอีกฝ่ายอยากได้ยินคำนี้ แต่เขากลับพูดมันไม่ออก

ไม่ใช่เพราะว่าไม่รู้สึก แต่เพราะยังไม่แน่ใจว่าเวลานี้เขารู้สึกแบบนั้น

อี้ชิงพูดถูกทุกอย่าง 

“เอาไว้เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึก และคุณอยากบอกมันกับผม คุณก็ค่อยบอก”เชฟหนุ่มหายใจเข้าลึก “จริงๆแบบนี้มันก็ดีแล้ว ผมจะได้รู้ตัวว่าควรจะรู้สึกแค่ไหน แล้วก็ควรจะทำตัวยังไงไม่ให้คุณลำบากใจ”

เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง อะไรก็ได้ที่จะทำให้อี้ชิงรู้สึกดีขึ้น แต่อี้ฟานนึกไม่ออกแม้แต่คำเดียว ยิ่งสิ่งที่ได้รับกลับเป็นรอยยิ้มจางๆจากอี้ชิง

ไม่ว่าอะไรที่อี้ฟานจะพูดออกไป...​ เขากลัว กลัวว่ามันจะเป็นเพียงคำแก้ตัวให้ตัวเองเสียมากกว่า 




“อี้ชิง! กลับมาแล้วเหรอครับ”

เสียงของลู่หานพาเอาคนสองคนสะดุ้งสุดตัว บรรยากาศตึงเครียดถูกขัดจังหวะทันควัน และอี้ชิงก็อาศัยจังหวะนั้นขอตัวเดินเข้าร้านไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางสีหน้ายิ้มๆของเจ้าของเสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังที่ยืนยิ้มเผล่อยู่

เสี่ยวลู่หาน... ไอ้เวรนี่ไม่แอบดูอยู่นานแล้ว ก็คงเกิดมาเพื่อเป็นก้างขวางคอเขาชัดๆ!

ร่างโปร่งของชายหนุ่มแขกประจำของร้านทำหน้าที่สุภาพบุรุษเปิดประตูรับอีกฝ่าย แต่สำหรับอี้ฟาน ดูยังไงมันก็กันท่ากันสุดฤทธิ์! 

“คุณลู่หานมานานรึยังครับเนี่ย?”อี้ชิงถามพลางส่งยิ้มทักทายเหมือนเคย

“สักพักแล้วล่ะครับ มากับซิ่วหมินน่ะ”

“โห่บอสเสียมารยาทว่ะ! คนเขากำลังคุยกันผมบอกให้มารอข้างในก็ไม่เชื่อ!”แค่พูดถึงเท่านั้นเจ้าตัวก็มาพร้อมเสียง ร่างเล็กป้อมเกาะอยู่ที่ประตูหน้าตาบอกบุญไม่รับ ดวงตาคู่โตสุกใสนั้นมองมาที่เขาเล็กน้อยและพยักหน้ารับเหมือนทุกครั้ง ทว่ากระแสเจือเป็นมิตรที่อี้ฟานเคยได้รับนั้นแตกต่างไปจากวันอื่นๆ ดูจากสองมือที่ดึงอี้ชิงเข้าไปในร้านโดยไม่พูดอะไรนั่นก็พอจะบอกได้ 

ว่าทั้งลู่หาน ทั้งซิ่วหมิน ทั้งคู่คงได้ยินบทสนทนาของพวกเขาแล้วแน่ๆ 

อี้ฟานจึงทำได้เพียงมองตามเชฟตัวขาวไปเงียบๆ และสุดท้ายก็เลื่อนสายตามาสบเข้ากับดวงตากลมโตอีกคู่ของชายหนุ่มอีกคนที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว

ลู่หานก้าวเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มกึ่งท้าทายอยู่ในที แต่ก่อนร่างโปร่งนั้นจะได้หมุนตัวตามเจ้าของร้านเข้าไปอี้ฟานก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน 

  “ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”




“มีเรื่องอะไรครับ?”

  “ผมชอบอี้ชิง”

  ลู่หานอึ้งไปชั่วขณะเพราะประโยคที่ไม่คาดคิด ก่อนจะแค่นหัวเราะพลางกอดอก “แล้วจะมาบอกผมทำไม”

...ท่าจะบ้า มาบอกเขาทำไมวะ ทีเมื่อกี้ล่ะไม่พูด

คิดแล้วหนุ่มหน้าหวานก็ได้แต่ลอบกัดฟันกรอด ถึงแม้ว่าอี้ชิงจะยังไม่ได้แสดงท่าทีอะไรชัดเจนกับคนตรงหน้า แต่มันก็เป็นสีหน้าและแววตาที่ตัวลู่หานไม่เคยได้รับ แม้ว่าจะเพียรพยายามตามตื๊อมากแค่ไหน

แต่เขาก็ค่อนข้างแน่ใจ ว่าคำว่า ‘ชอบ’ คงไม่ใช่คำที่อี้ชิงอยากจะได้ยิน

ผู้บริหารหนุ่มสรุปเอาเองว่าเขายังมีหวัง! 

“ผมว่าคุณถอยดีกว่า”

“ถอย?”เสี่ยวลู่หานทวนคำ นึกอยากหัวเราะเยาะออกมาดังๆซะจริงๆ “ขอโทษนะครับคุณอู๋อี้ฟาน ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดนะ”ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างท้าทายแล้วเน้นเสียงชัดเจน

“ผมมาก่อน คุณสิต้องถอย”

  “มาก่อน...”อี้ฟานทวนคำ ยิ้มเยาะขึ้นบ้าง “แล้วอี้ชิงเขารักคุณเหรอ”

“ผมจะไม่อ้อมค้อมนะคุณอี้ฟาน ว่าผมได้ยินที่พวกคุณคุยกันเมื่อกี้”ลู่หานว่า สีหน้าไม่ได้รู้สึกผิดสักนิดที่แอบฟังบทสนทนาของคนอื่น “ในเมื่อคุณสองคนยังไม่ได้เป็นอะไรกัน ผมก็ยังมีสิทธิที่จะเดินหน้าในส่วนของผม”


อี้ฟานขบกรามแน่นกับใบหน้าหล่อเหลาลอยหน้าลอยตาของไอ้คิตตี้คู่สนทนา จะยังไงก็เถอะ ขอโมเมเข้าข้างตัวเองก่อนแล้วกัน “อย่างน้อยเขาก็มีท่าทีอะไรกับผมมากกว่าคุณ... ที่มาก่อน”

  แกล้งเน้นเสียงคำหลังให้คู่สนทนาเจ็บใจเล่น แต่หารู้ไม่ว่ากระแทกใจคนฟังเข้าอย่างจัง

ลู่หานอดหัวเสียไม่ได้ ที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่เคยมีใครมาชอบอี้ชิงเหมือนกับเขา เขาเฝ้าสังเกตท่าทางของอี้ชิง(และมีซิ่วหมินเป็นสปายบ้างในหลายๆโอกาส) นั่นทำให้รู้ว่า ยังไม่เคยมีใครทำให้เชฟหนุ่มคนนั้นหวั่นไหวมาก่อน

  แต่อู๋อี้ฟานนั้นต่างออกไป...

  ภาพการใกล้ชิดของคนสองคนยังคงติดตา

ภาพที่อี้ชิงยอมให้ผู้ชายคนนี้... ที่รู้จักกันไม่เท่าไหร่แตะเนื้อต้องตัว

สรรพนามที่ใช้เรียกขานใกล้ชิดที่อี้ชิงเผลอเรียกจนติดปาก...

ยิ่งพอเอาเขากับอี้ฟานมาเทียบกันแล้ว ถึงหน้าที่การงานเขาทั้งคู่จะมั่นคงและเป็นที่นับหน้าถือตาพอๆกัน แต่พอมาดูเรื่องรูปร่างหน้าตาแล้ว... ลู่หานก็เจ็บใจอยู่ลึกๆ

อีกฝ่ายสูงโปร่ง สูงกว่าเขาด้วยซ้ำ ทั้งยังคมเข้มสมกับเคยเป็นอดีตนายแบบชื่อดัง กลับกันกับเขาที่ถึงแม้จะสูง(กว่าซิ่วหมินอยู่หลายช่วงหัว) แต่ก็ดันหน้าหวานเสียยิ่งกว่าผู้หญิง ตามจีบอี้ชิงทีไรยังมีแต่คนมองว่าอี้ชิงโดนผู้หญิงตามจีบ!

เอาเถอะ นั่นมันแค่ปัจจัยภายนอก

เพราะจุดแข็งที่แท้จริงที่เขาไม่มีวันทาบติดได้เลย คือเด็กตัวน้อยๆทั้งสองคน ป๋ายเซียน และช่านเลี่ย ลู่หานเป็นหนุ่มโสดที่เคยได้ยินแต่ว่าลูกน้อยจะเป็นโซ่ทองตล้องใจของพ่อแม่ แต่เพิ่งจะเข้าใจหมายความจริงๆก็วันนี้เมื่อนึกไปถึงป๋ายเซียนกับช่านเลี่ย

อู๋อี้ฟานเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของเสี่ยวลู่หานก็เพราะอย่างนี้

แต่ก็ใช่ว่าจะกลัวสักหน่อย!

ใบหน้าสวยหวานราวผู้หญิงเชิดขึ้น ในหัววางแผนอย่างรวดเร็วสมกับเป็นซีอีโอหนุ่มไฟแรง

“ผมว่า... เรามาตัดสินกันแบบลูกผู้ชายดีกว่า”

“ดีครับ”แพทย์หนุ่มตอบรับรวดเร็ว “นั่นล่ะที่ผมต้องการ ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย”

ลู่หานกระตุกยิ้มมุมปาก “แต่มีข้อแม้ว่า... คุณต้องไม่เอาอาเลี่ยมาอ้าง ทุกๆการตัดสินใจของอี้ชิง จะต้องเป็นเพราะคุณล้วนๆ ไม่มีอาเลี่ยมาเกี่ยวข้อง”

ใบหน้าคมเข้มพยักหน้ารับรู้ นึกชอบใจอีกฝ่ายไม่น้อยที่ถึงแม้จะประกาศตัวเป็นคู่แข่งกันชัดเจน แต่เขากลับเห็นแววตาเอื้อเอ็นดูของคนตรงหน้ายามพูดถึงลูกชายเขา

“ตกลง”

ลู่หานกอดอก “ก็ได้ ในเมื่อคุณเองก็จริงใจกับอี้ชิง เหมือนผม”เน้นย้ำทุกถ้อยคำเพื่อประกาศความเท่าเทียม 

“ผมก็จะไม่ปิดบังแผนของผม วันนี้ผมตั้งใจจะมาชวนอี้ชิงกับป๋ายเซียนไปเที่ยวทะเลกัน ผมกับซิ่วหมินตั้งใจลาพักร้อน แล้วยังไงร้านของอี้ชิงก็มีวันหยุดอยู่แล้วสองสามวัน ถ้าคุณกับอาเลี่ยจะมา ก็มาได้นะ ขึ้นอยู่กับว่าคุณว่างรึเปล่า”

ทันทีที่เอ่ยออกไปลู่หานก็ลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายที่นิ่งไปชั่วอึดใจเพราะต้องใช้ความคิด

 

ใช่... ก็บอกให้เล่นกันแฟร์ๆ...

แต่แฟร์ในสไตล์นักบริหาร มันก็อีกเรื่องนะครับ คุณหมอ

 

 

อี้ฟานอึ้งไปชั่วอึดใจ... เขาไม่ควรจะลืมเลยจริงๆว่าลู่หานน่ะเป็นนักธุรกิจจอมวางแผน อีกฝ่ายรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นหมอ และทิ้งงานไปนานๆไม่ได้ สำหรับอาชีพของเขา ความรู้สึกส่วนตัวกับจรรยาบรรณเป็นเส้นขนานอย่างแท้จริง

ลงอีหรอบนี้... ถึงจะ(โมเมเอาว่า)ตัวเองเป็นต่อ แต่ก็คงประมาทคนอย่างลู่หานไม่ได้

 

ร่างสูงตัดสินใจยิ้มสู้ไว้ก่อน“ขอบคุณที่ชวนนะครับ อาเลี่ยเองก็ไม่ได้ไปเที่ยวทะเลนานแล้ว”

“พอดีผมก็ทำงานไม่ได้หยุดมานานแล้วเหมือนกัน ถือโอกาสใช้เวลาพักร้อนไปด้วยก็คงดีเหมือนกัน”

“อ้อ เหรอครับ”เห็นสีหน้าของลู่หานที่แม้จะเปลี่ยนไปแม้เพียงนิดเดียว แต่อี้ฟานก็รู้ทันทีว่าเขามาถูกทาง “ผมก็นึกว่าคนเป็นหมอเขาไม่ทิ้งคนไข้กันซะอีก แต่ไม่เป็นไรครับ ไปกันเยอะๆก็คงสนุกดีเหมือนกัน”

 

“งั้นก็ตกลงตามนี้แล้วกัน ในฐานะที่คุณเป็นคนวางแผน ผมจะให้คุณเป็นคนชวนอี้ชิง”

ลู่หานหัวเราะหึ “ใจดีจังนะครับ...แต่ซิ่วหมินไปชวนแล้วล่ะครับป่านนี้ ผมไม่เอาเปรียบคุณหรอก”

 

ไม่ใช่อะไร... เขารู้ดีว่าถ้าส่งซิ่วหมินไปเป็นทัพหน้า อี้ชิงคงจะอึดอัดน้อยกว่า และไม่ปฏิเสธ...

ถึงจะเจ็บจี๊ดในหัวใจที่ยังทำลายกำแพงของอี้ชิงไม่ได้ แต่ลู่หานจะถือซะว่าเป็นการให้เกียรติ เพื่อความสบายใจของอี้ชิงก็แล้วกัน!

ร่างโปร่งบางกว่าเอ่ยขอตัวเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้ว แต่ก็ยังไม่วายหันหลังกลับมาหยอก “อ้อ แต่ถ้าคุณไม่ว่าง ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมเชื่อว่าอี้ชิงคงจะเข้าใจ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณลู่หาน”

อี้ฟานก้าวเข้ามาใกล้ ระยะตาสบตา คู่หนึ่งกลมโตสวยแต่เต็มไปด้วยเล่ห์กลเหมือนลูกกวาง คู่หนึ่งคมและดุดันเหมือนสิงโต

“ถึงผมจะเป็นแค่ศัลยแพทย์หัวใจ และอาจจะตามเกมของนักบริหารอย่างคุณไม่ทัน...”    

อี้ฟานกระตุกยิ้ม

  “แต่ผมจ้องหัวใจคนมาหลายปี รู้วิธีดูแลดีครับ เชื่อสิ”

 

                       

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. #752 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 23:35
    นี่บอสคิตตี้จะไฟต์กับหมอจอมฉกหรอคะ

    มันดูไม่ค่อยจะสมกันเลยอะ 555
    #752
    0
  2. วันที่ 12 กันยายน 2558 / 15:46
    แหมพี่หมิน เป็นชิบเปอร์ฟานชิงก็ไม่บอก
    แล้วตัวเองก็มาชิบเปอร์ลู่หมินต่อใช่มั้ย 555+
    #737
    0
  3. #678 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 02:52
    พี่ฟานสู้ๆๆๆ
    #678
    0
  4. #636 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:28
    สู้ๆนะอาฟานนนนน555555
    #636
    0
  5. #603 คู่ชิปดวงดาว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:13
    #ทีมอี้ฟาน
    #603
    0
  6. #602 [นางฟ้าปีศาจ] (@pannapak1308) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:46
    ต่อเถอะๆๆๆๆ ๆ ขอร้อง T T
    #602
    0
  7. #601 [นางฟ้าปีศาจ] (@pannapak1308) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:46
    ต่อเถอะๆๆๆๆ ๆ ขอร้อง T T
    #601
    0
  8. #600 zealotkray (@zealotkray) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:33
    ศัลยแพทย์หัวใจ ง่อววววววววววววว ศึกชิงนางชิงชิง เริ่มแล้วครับ เเต่เอาจริงๆพี่ลู่ไม่น่ามารีบขัดจังหวะเล้ยยยยย ฝายก็นะจพูดอะไรก็ไม่รีบๆพูดอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั่นแหละ เนอะอี้เนอะ หมั่นไส้ครับ55555555 แล้ว ผญที่มาถามหาจงแดนี่แม่ชานเลี่ยใช่ม้ายยยย?? อย่ามาสร้างเราม่าก่อดราม่าเลยนะ เค้าขอออ เรื่องมันกำลังจะไปได้สวย ถ้ามาก็มาลูกมาดูชานเลี่ยก็ได้แต่อย่ามาทำอะไรขิงชิงขิงเค้านะ ไม่ยอมมมม ;----; ห้ามร้ายใส่ชิงนะ หวงงง #แทคทีมเป็นฝานชิงชิปเปอร์กับพี่หมินครับ55555555 ><ฝานชิงจุ้บๆ
    #600
    0
  9. #599 |2e@|_ (@real-st) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:21
    ดูแล้วบรรดาแพทย์ในเรื่องนี้จะปากหนักกันพอตัวนะ~
    เอาใจช่วยคู่หมอกระดูก × หมออายุรกรรมนะคะ เรื่องราวยาวนานขนาดนีเ ก็ขอให้ได้ลงเอยด้วยดี
    ส่วนศึกษาตากวาง Vs ตาสิงโต ดูท่าแล้วจะสนุก ทั้งวิวาทะ และเหล่าตัวช่วย (ซิ่วหมินทำดี)
    ภาวนาให้หมอหัวใจได้พูดความในใจก่อนสาวผมทองคัมแบ็คนะครัช
    #599
    0
  10. #598 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:15
    เชียร์คุณหมอรัวๆค่ะ
    #598
    0
  11. #597 pupunika (@poo333nika) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:40
    ง่อออออออออออออออ เค้าแข่งกันแล้ววว ชิงชิงเราเนี่ยฮอตจริงๆ
    #597
    0
  12. #596 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:42
    ซิ่งหมิน เธอมันน่าฟัด~ กรี๊ดกับคุณหมอจุนเหมียนมาก น่าร๊าก~~
    #596
    0
  13. #595 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 07:44
    คำพูดหมอ ผมนี่อึ้งเลย เด็ด!
    #595
    0
  14. #594 JEANSiWA (@minhojeans) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:26
    พี่ลู่ก็ร้ายนะเนี่ยยยย 
    #594
    0
  15. #593 jangmu (@jangmu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:30
    อัพแล้ววว รำถวายยยย ไรอยากดูมั้ยยย 555 ชอบ รักน่ะ
    #593
    0
  16. #592 Kt88 (@popo810) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 03:06
    จุนนี่กะพี่เฉินแอบกินกันเองหรอเนี่ย แอร้ยยยยยยย ฟานตอกกลับบอสตุ๊ดได้ติ่งแตกจริงๆ ฮือ รู้จักวิธีดูแลหัวใจ คนบว้าาาา นี่ม้วนสุดตัวละนะ เวลาอยู่กะชิงไม่ปากเก่งงี้บ้างชักช้าลีลา
    #592
    0
  17. #591 BJCB (@shioon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:36
    งู้ยยยยยยยยยเริ่ทแล้ววววววๆๆ
    #591
    0
  18. #590 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:02
    โอยยยยยยยย อิจฉาอี้ คูณหมอก็ดี นักบริหารก็ดี ><
    #590
    0
  19. #589 dovy_bubble (@pakjira-nest) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:02
    อิจได้ไกมคะ อยากให้มีคนมารุมแย่งบิางงง
    #589
    0
  20. #588 ปอ-อุย-ปุย (@gunganya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:56
    มาแล้ววว คริสลู่จะตีกันแล้ว อิจฉาอี้ มีตั้งสองคนมาแย่ง หล่อๆทั้งน้านนนน
    เฮียป๊อดอ่ะ บอกไปเลยดิ โด่ววว
    ไม่อยากให้เมียเก่าเฮียกลีบมาอ่ะ ไม่เอาได้ไหม ฮือออออออ
    #588
    0
  21. #587 เอเรียล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:40
    ทริปนี้สนุกแน่นอนค่ะ

    ว่าแต่ว่าหญคนนั้นยังไม่ออกโรงเหรอคะ?

    อี้ฟานกับพี่ลู่เดินหน้าเต็มที่

    แต่เหมือนพี่ลู่กับหมินก็มีซัมติงนะคะ ยังไงๆ



    ลุ้น
    #587
    0
  22. #586 Zanaka I (@zanaka-i) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:10
    อิพี่ลู่นี่ยังไม่ตัดใจอีก นึกว่าหลงพี่หมืนไปแล้วนะเนี่ย555

    #586
    0
  23. #585 zao (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:05
    นี่แอบกรี๊ดคุณหมอกระดูกกับคุณหมออายุกรรมนะเนี่ย กรุ่มกริ่มกันดีเหลือกันอ้อยกันไปอ้อยกันมา กริ๊บกร๊าวมากอ่า
    #585
    0
  24. #584 Partintida Jakthong (@partintida) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:59
    รักพี่หมินจุง 555 คุนหมอก็พูดๆออกไปสักที่สิ
    #584
    0
  25. #583 Felicia :") (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:53
    ถึงผมจะเป็นแค่ศัลยแพทย์หัวใจ และอาจจะตามเกมส์นักบริหารอย่างคุณไม่ทัน

    แต่ผมจ้องหัวใจคนมาหลายปี ผมรู้วิธีดูแลดีครับ น่อวววววววววว !!!!

    ตายไปเลย ตายไปเลย ตายไปเลย

    แหม่ทำเป็นพูดดีอิหมอหัวใจ รีบพูดรีบบอกก่อนสิยะ พี่ลู่ไม่ว่า แต่ชะนีผมทองกำลังมาไหมหล่ะ ถถถถถถถ



    โอ้ยยย ตลกหมอกระดูกเวร หมออายุรกรรมเค้าอ่อยอยู่ รู้ยัง 55555555555



    ไรท์จ๋า เค้ารักเรื่องนี้น้า สู้ๆ เป็นกำลังใจน้าาาา
    #583
    0