[Fic EXO: Krislay] Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!

ตอนที่ 14 : ●▽● 13 : Our complicated bond (rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    6 พ.ย. 58


Finding Mommy! สมาคมคุณพ่อป่วนรัก!




Chapter 13 – Our complicated bond

Rate : PG

Author : MariaTest.

 

 

 

 

ทันทีที่รู้สึกตัว สิ่งๆแรกที่คุณหมอหนุ่มรู้สึกได้ทั้งที่ยังไม่ลืมตา คือกลิ่นหอมของผ้าปูเตียงที่แม้ไม่คุ้นเคย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

รู้สึกได้ถึงแสงแดดอุ่นที่เล็ดลอดผ้าม่านเข้ามากระทบตัวเขา แต่ความนุ่มของเตียงนอนนี่ กับความรู้สึกอุ่นวาบทั้งใจของน้ำเสียงของใครอีกคนที่เฝ้าวนเวียนในหัวตั้งแต่เมื่อคืนก็ทำเอาเขาได้แต่ยิ้ม การนึกถึงเรื่องดีๆได้แต่เช้าแน่นอนว่าเป็นความสุขที่คงทำให้เขายิ้มได้ทั้งวัน

ใช่... เสียงนุ่ม อ่อนโยนของเจ้าของกลิ่นหอมๆนี่...

เมื่อคืนอู๋อี้ฟานจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมานอนอยู่ในห้องของจางอี้ชิงได้ยังไง แต่กลับจำไออุ่นที่โอบกอดตัวเขาได้ชัดเจน...

 

พระเจ้าไม่ได้ใจร้ายกับเขาอีกต่อไปแล้ว

 

จางอี้ชิง... บ้าจริง

ขนาดว่าเขาพยายามก่อกำแพงครั้งแล้วครั้งเล่า ผู้ชายคนนี้ก็เหมือนจะใช้แค่ปลายนิ้วเดียวสะกิด พังมันครืนครั้งแล้วครั้งเล่า

 

แต่ครั้งนี้มันจะแตกต่างออกไป...

ครั้งนี้เขานี่ล่ะ... ที่จะเอากำแพงลงด้วยตัวเอง...

 

ตึกๆๆๆๆๆ

“ชู่ววววว! อาเลี่ยเดินเบาๆเด๊ะ!”

“อะราย เสียงเท้าน้องป๋ายตะหาก มาว่าอาเลี่ยได้ไง เนี่ยอาเลี่ยย่องสุดๆแล้ว”

“อาเลี่ยเท้าใหญ่กว่าน้องป๋าย อาเลี่ยก็ต้องเดินดังกว่าสิ!”

“ใครบอก คนอ้วนต่างหากที่เดินเสียงดัง!”

“น้องป๋ายไม่ได้อ้วน!”

“ชู่วววว! มะม๊าบอกให้มาแอบดูปะป๊าเงียบๆตะหาก! น้องป๋ายเสียงดังปะป๊าตื่นแล้วแน่เลย!”

“งือ...”


          เสียงลูกๆสองคนเถียงกันงุ้งงิ้งว่าใครจะเป็นคนเปิดประตูห้องทำเอาคุณหมอหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าพลางขำ

          “หวาาาาา”

          ทั้งป๋ายเซียนและช่านเลี่ยที่เอาหูแนบประตูห้องนอนฟังเสียงเขาเซถลาเข้ามาไม่เป็นท่า ดีที่ร่างสูงตั้งท่ารับอยู่ก่อนแล้ว ตัวป้อมๆทั้งสองถึงได้แหมะอยู่บนตักเขาทั้งคู่

“ปะป๊าตื่นแล้ว! เห็นมั้ยเพราะอาเลี่ยแหละเดินเสียงดัง!”ป๋ายเซียนมือไวผลักหัวเพื่อนตามเคย  

ช่านเลี่ยเถียงกลับหน้าแดงอย่างชักโมโหขึ้นมาบ้าง แต่ด้วยความที่อยู่ต่อหน้าปะป๊าเลยไม่กล้าผลักหัวอีกฝ่ายคืนทำได้แค่เถียงกลับ “ใครบอก! น้องป๋ายตะหากที่เสียงดังปะป๊าเลยตื่น!”

อี้ฟานกลั้นขำ หมั่นเขี้ยวเด็กสองคนนี้จนต้องกอดเอาไว้แน่นๆ ทั้งคู่ไม่ต่างกับคิวปิดตัวน้อยๆแสนซนเลยจริงๆ 

“พอกันเลยครับทั้งคู่นั่นแหละที่ทำปะป๊าตื่น ไหนมาโดนทำโทษซะดีๆ!”

ว่าแล้วร่างสูงก็จัดการหอมแก้มยุ้ยๆของเด็กสองคนฟอดใหญ่คนละหลายที ไรหนวดรำไรพาเอาเด็กตัวเล็กจั๊กจี้จนหัวเราะร่า กรี๊ดกร๊าดวิ่งหนีลงบันไดกันพัลวัน

“ฮ่าๆๆๆๆๆแน่จริงปะป๊าจับป๋ายเซียนให้ได้สิฮับบบบ”

“ปะป๊าจับน้องป๋ายไม่ทันหรอก น้องป๋ายตัวกลมกลิ้งหลุนๆไปนู่นนนน”

สียงเด็กสองคนดังพอจะทำให้บ้านทั้งหลังดูวุ่นวายขึ้นมาทันตา จากที่บอกจะให้เขาวิ่งไล่ กลายเป็นเจ้าตัวแสบสองคนวิ่งไล่กันเองซะงั้น

กำลังมองเจ้าตัวเล็กสองคนเพลินๆเสียงนุ่มๆก็ดังขึ้นพาเอาเขาต้องหันมองตาม

“ตื่นแล้วเหรอครับอาฟาน หลับสบายรึเปล่า”

 

กลิ่นแพนเค้กหอมฉุยกับใบหน้าขาวๆฝีมือคนทำโผล่ออกมาจากโซนห้องครัวพร้อมรอยยิ้มสดใส...ที่พาเอาคนอย่างเขาถึงกับตาพร่า... 

 

ตั้งแต่ชีวิตการเป็นหมอมา เรียกได้ว่าอี้ฟานแทบไม่เคยจะไม่สบายเลยสักครั้ง จนกระทั่งวันนี้...

เขามองไปรอบๆ ประสาทสัมผัสทั้งห้าสัมผัสได้แต่ความอบอุ่นที่พาเอาให้หัวใจอุ่นวาบ วินาทีนั้นคุณหมอเกือบบอกตัวเองว่ากำลังฝันอยู่ ฝันว่าเขาได้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีความสุขที่สุด ก็ดูเอาสิ..  ตื่นเช้ามาเจอรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกชาย บ้านน่ารักๆ และ... ภรรยาในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้าพร้อมกลิ่นหอมอาหารเช้า 

           

เขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าที่ผ่านมา ตัวเองเฝ้ารอสิ่งเหล่านี้มานานแค่ไหน...

         

วันที่ได้อยู่พร้อมตา พ่อ แม่ ลูก ผู้หญิงคนนั้นทำให้เขาคิดว่าเรื่องเหล่านี้มีอยู่จริงแค่ในจินตนาการ

 

แต่ตอนนี้... ทุกๆอย่างมันคือความจริง

ทุกๆอย่างเพราะผู้ชายคนนี้....

 

พลันคำพูดของนายหมอกระดูกก็ดังเข้ามาในหัวอีกเป็นรอบที่ร้อย...

เปิดใจตัวเองสักครั้งมันจะตายรึไงวะ

 

ทำตามที่มึงแนะนำแล้วนะเว้ย ไอ้เฉิน

แล้วก็... ไม่ตายด้วย

เหมือนเกิดใหม่มากกว่า

 

“ฟาน... อาฟาน!”

อี้ฟานสะดุ้งเฮือก ใบหน้าของคนที่เขาแอบคิดถึงอยู่เงียบๆอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากสีแดงสดอยู่ใกล้เพียงแค่คืบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตัดสินใจทำตัวเป็นคนฉวยโอกาส  ร่างบางก็ถอยห่างออกไปจัดโต๊ะต่อ ทิ้งให้คนที่เคยมือไวปากไวอยู่เสมอแต่เพราะเพิ่งตื่นเลยยังสะลึมสะลือส่ายหน้ากับตัวเองอย่างขัดใจ 


เฮ้ย อู๋อี้ฟาน ใจเย็นๆสิ... 


“เป็นอะไรรึเปล่าครับ? เมื่อคืนหลับไม่สนิทเหรอ คุณดูเหม่อๆนะ”

เห็นอีกฝ่ายจัดแจงโต๊ะอย่างขะมักเขม้นก็อดไม่ได้จะยื่นมือเข้าไปช่วย “ผมหลับไม่สนิทก็เพราะคุณนั่นล่ะ”

          “หืม?”

          “ก็เรื่องเมื่อคืน... ไหนจะยังตื่นเช้ามาเจอคนน่ารักทำอาหารเช้ารออีก”

          อี้ชิงอมยิ้มทั้งที่ไม่หันมอง “ลืมตาได้ก็หยอดเชียวนะคุณ”

          “ผมพูดจริงๆ”คลี่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของลูกชายดังมาอีกระลอก “ตื่นมาเจอภรรยาตัวเองกับลูก คนเป็นหัวหน้าครอบครัวก็มีความสุขได้ทั้งวัน”

         

          อี้ชิงยิ้มตาม ก็จริงของอู๋อี้ฟานนั่นล่ะ เขาแทบไม่อยากจะนึกเลยว่าเช้าวันไหนที่ตื่นมาไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของป๋ายเซียน วันทั้งวันเขาจะเป็นยังไง

          เช้าวันนี้แม้จะวุ่นวายกว่าปกติเพราะมีแขกมาเพิ่มอีกสองคน แต่ก็เป็นเช้าที่สดใสกว่าปกติเหมือนกัน

          หลายปีแล้วที่อาหารเช้าของเชฟจางอี้ชิงไม่เคยมีใครมาร่วมโต๊ะด้วย... อดไม่ได้จะนึกย้อนไปเมื่อครั้งที่พี่สาวของเขายังมีชีวิตอยู่

 

          วันนี้มีอู๋อี้ฟาน ผู้ชายร่างสูงมานั่งแทนที่ บนเก้าอี้ตัวเดียวกัน

 

          “อ้าวๆ พอผมหายเหม่อ คุณก็มาเหม่อแทนผมซะงั้น”

          ร่างบางมองค้อน “ผมก็คิดๆอะไรของผมบ้างสิ”

          คิ้วเข้มเลิกคิ้วเป็นเชิงล้อ “คิดเรื่องผม?”

          “ผมเคยคิดว่าอาฟานเป็นคนหลงตัวเองนะ แต่ไม่นึกว่าจะเป็นตั้งแต่ตอนตื่นนอน”อดไม่ได้จะแขวะอย่างหมั่นไส้


          “ราดน้ำผึ้งนิดหน่อย อร่อยนะครับอาเลี่ย”รอจนลูกชายคนโตพยักหน้าว่าอยากลอง เขาถึงได้ตักน้ำผึ้งราดบนแพนเค้กอันเล็ก

          “อร่อยป่าวอาเลี่ย”ป๋ายเซียนที่เคี้ยวตุ้ยๆถามเพื่อนทั้งที่ยังไม่ทันจับส้อมเลยด้วยซ้ำ

         

          อี้ชิงเผลอมองสองพ่อลูกที่วันนี้มาร่วมโต๊ะด้วยอย่างลุ้นๆ อดไม่ได้จะนึกถึงความจริงที่ว่า แพนเค้กนี่มีแค่พี่หยุนผิง กับป๋ายเซียนเท่านั้นที่เคยทาน ในใจนึกกลัวว่าอี้ฟานกับช่านเลี่ยจะไม่ชอบ นี่เขาแอบเตรียมเมนูสำรองเอาไว้ด้วยซ้ำ

          ยิ่งดูอย่างนี้อี้ฟานกับช่านเลี่ยยิ่งเหมือนกันอย่างกับแกะ ทั้งกิริยาการจับช้อนส้อม ท่าทางที่ก้มตัวลงมาน้อยๆ กระทั่งท่าทางการเคี้ยว ช่างเป็นพ่อลูกที่ถอดแบบกันมาไม่ผิดเพี้ยน

          สายตาเลื่อนกลับมาหาป๋ายเซียน ที่เหมือนพี่หยุนผิงราวกับแกะเช่นเดียวกัน

          ภาพเก่าๆย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ พี่หยุนผิงเคยนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ที่ตอนนี้ร่างสูงจับจอง ร่างอวบมีน้ำมีนวลของหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์เคี้ยวแพนเค้กฝีมือเขาตุ้ยๆ

 

          “มีอีกมั้ย อร่อยมากๆเลย!”

          “พอแล้วครับพี่! พี่ทานไปตั้งห้าอันแล้วนะ!”

          พี่หยุนผิงเคี้ยวตุ้ยๆทั้งที่หน้ายิ้มแป้น มือเล็กข้างที่ไม่ได้จับส้อมลูบท้องนูนๆของตัวเอง “นี่! ฉันไม่ได้ทานเองทั้งหมดนะ ฉันแบ่งกับหลานของนายต่างหาก!”

          อี้ชิงย่อตัวลงนั่งข้างๆ นึกอัศจรรย์ใจกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆที่ตั้งแต่มีขึ้นมา พี่สาวเขาก็ทานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสามเท่า ไม่ใช่ว่าเขางกหรือคิดว่ามันจะเปลืองอะไรหรอกนะ แต่กลัวจะต้องมาทนฟังเสียงบ่นเรื่องน้ำหนักตัวของพี่สาวหลังคลอดเจ้าตัวน้อยต่างหาก!

          เขาก้มลงกระซิบติดท้องของพี่สาว “ไหน หลานน้า แพนเค้กฝีมือน้าอร่อยรึเปล่าครับหืม?”

          หยุนผิงหัวเราะเสียงใส ก่อนจะแกล้งดัดเสียงเล็กเสียงน้อยตอบเขา

“อร่อยยยย อร่อยม้ากมากกก!”

 

          “อร่อยฮับ อร่อยม้ากมากกก!”

          เสียงของช่านเลี่ยทำเอาเขาหลุดจากภวังค์ ดวงตากระพริบถี่มองช่านเลี่ยที่เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่พอยังยกนิ้วโป้งเล็กๆสองนิ้วมาชูยืนยันว่าชอบมากจริงๆ

          “อร่อยใช่มั้ยฮับปะป๊า!”

          “อื้ม! อร่อยมากๆ”อู๋อี้ฟานเองก็ชูนิ้วโป้งตามลูกชาย

          เห็นสามหนุ่มสามสไตล์เคี้ยวตุ้ยๆคนทำก็พลอยมีความสุขไปด้วย อี้ชิงแค่มองเท่านั้นก็นึกอิ่มซะแล้ว 

          เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครมาแทนที่พี่สาวของเขาได้ ครอบครัวของเขาที่เคยขาดหาย ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องการการเติมเต็ม คิดเสมอมาว่าแค่เขากับป๋ายเซียน มีกันและกันแค่นี้ก็พอ

 

          แต่สองพ่อลูกอี้ฟาน กับช่านเลี่ย เปลี่ยนความคิดนี้โดยสิ้นเชิง

          ในที่สุดอี้ชิงก็เข้าใจ เขาไม่เคยต้องการใครมาแทนที่ แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าต้องการการเติมเต็ม จนกระทั่งวันนี้....

 

          เป็นอีกครั้งของวันที่อี้ชิงเผลออมยิ้มกับตัวเองเพราะความรู้สึกแปลกใหม่ที่เคยได้รับ

          สายตาอดไม่ได้ที่จะสำรวจคนตรงหน้าชัดๆ ทั้งๆที่ตอนนี้อู๋อี้ฟานอยู่ในชุดเสื้อยืดของเขา หัวหูออกยุ่งเหยิงเล็กน้อย ผิดจากมาดเนี้ยบของคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่เขาเห็นบ่อยๆ แต่ลุคนี้... ทั้งๆที่เป็นผู้ชายด้วยกัน แต่อี้ชิงไม่อยากจะยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายดูฮอตกว่าเดิมหลายเท่า!

กำลังคิดอะไรเพลินๆ จู่ๆมือใหญ่ของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็โน้มเข้ามาใกล้ เช็ดที่มุมปากเขาแผ่วเบา การกระทำอ่อนโยนที่ทำเอาอี้ชิงตัวชาไปชั่วอึดใจ

          “น้ำผึ้งเลอะปากน่ะ”

          พยักหน้ารับเล็กน้อยพร้อมพูดขอบคุณเบาๆแก้เก้อ ก่อนจะส่งทิชชู่ให้อีกฝ่าย แต่ก็ช้ากว่าเจ้าตัวที่ยกนิ้วโป้งขึ้นและ... 


เลีย...!


          ประกายตาพราวระยับที่มองมาทำเอาเขาที่หลบสายตาไม่ทันอยู่แล้วหน้าร้อนซู่

“ท... ทำไมไม่เช็ดมือเล่า”

“มันหวาน เสียดาย”

ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าอี้ฟานอาจจะจงใจกวนประสาทเขา แต่สายตาที่มองตรงมามันราวกับกำลังท้าทายให้เขาเดาว่าไอ้ที่ว่าหวานน่ะ มันน้ำผึ้ง หรืออะไรกันแน่!

เพราะแก้เขินและไม่อยากเสียฟอร์มมากไปกว่านี้ อี้ชิงจึงเลือกที่จะก้มหน้างุดๆจัดการกับแพนเค้กส่วนของตัวเอง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทุกๆอิริยาบถของเขาตกอยู่ในสายตาของคุณหมอหนุ่มตรงข้ามเช่นกัน 

 

          ปกติอี้ฟานมักจะเห็นอี้ชิงในชุดผ้ากันเปื้อน หรือไม่ก็เสื้อทำงานที่ติดจะมอมแมมเล็กน้อยเพราะเข้าครัวอยู่ตลอดเวลา และถึงอี้ชิงจะเป็นเชฟที่คุมลูกน้องอีกหลายคนแต่เจ้าตัวก็มักจะมีมุมสบายๆที่ชวนให้มองเสมอ ตอนนี้เองก็เช่นกัน อี้ชิงมีมุมที่ทำให้คนอื่นๆเผลอมองตามได้ไม่รู้เบื่อ 

ยิ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดสบายๆแบบนี้ ใบหน้าเนียนใสที่ไร้ความมอมแมมใดๆเพราะยังไม่ถึงเวลาทำงานทำเอาดวงตาคมได้แต่ไล่มองตั้งแต่หน้าผากมน ไล่มายังจมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากสีแดงสด

         

สายตาของผู้ใหญ่สองคนที่แอบมองกันแต่ดันไม่รู้ตัว กลับอยู่ในสายตาของเด็กสองคนที่ได้แต่อมยิ้มทั้งที่แพนเค้กตุ่ยเต็มแก้ม

แต่เปี้ยนป๋ายเซียน ด้วยความที่ต้องพูด เจ้าตัวเล็กก็จัดการดันแพนเค้กเข้าข้างแก้มพูดออกมาจนได้

“อาเลี่ยรู้ป่าว ถ้าพี่จงเหรินอยู่ พี่จงเหรินจะพูดว่าไง”

ช่านเลี่ยเคี้ยวหยับๆ “พูดว่าไงเหรอน้องป๋าย”

เด็กตาเรียวรียิ้มเจ้าเล่ห์ “เก๊าะพูดว่า น้องป๋ายไม่ต้องราดน้ำผึ้งบนแพนเค้กแล้ว เพราะแถวนี้หวานจนมดตัวน้อยๆขึ้นไปหมดแล้ว”

มุกของลูกชายตัวกลมทำเอาคนสองคนกลับมาจากโลกส่วนตัวอย่างรวดเร็ว   

“คนบ้า! เห็นมั้ยทำอะไรไม่ดูเลยว่าลูกอยู่”

อี้ชิงกระซิบลอดไรฟันเอาให้คนตรงข้ามรู้เรื่องแค่คนเดียว

แต่แทนที่อีกฝ่ายจะได้สำนึกในฐานะผู้ใหญ่ อี้ฟานกลับอาศัยมันเป็นจังหวะหยอดเขากลับมาซะงั้น 

“เอ... นี่แปลว่าถ้าเราอยู่กันสองคน...”

ยังพูดไม่ทันจบ เชฟหนุ่มก็ชิงยัดแพนเค้กชิ้นเบ้อเร่ออุดปากเขาทันที หันมาหาลูกๆที่นั่งฟังหูผึ่งตาแป๋วทั้งที่ตัวเองหน้าร้อนฉ่า 

          “ตอนทานอาหารต้องไม่คุยกัน ใช่มั้ยครับเด็กๆ!”

          “ใช่ฮับมะม๊า!”

          ถึงลูกชายทั้งสองจะขานรับแข็งขัน แต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆในลำคอของร่างสูงที่ส่งมาให้จั๊กกะจี้ใจอยู่ดี 

 

 

          “เด็กๆเอานมอีกมั้ยครับ มะม๊าหยิบให้”

          พอเด็กๆตอบรับแข็งขัน ร่างบางถึงได้ลุกขึ้นยืน

          ท่าทางป๋ายเซียนจะแอบเอาแกลลอนนมไปยกเล่นเป็นดัมเบลอีกตามเคย มันถึงไม่อยู่ในตู้เย็นที่ๆมันควรจะอยู่ พอเจอของที่ตามหาก็หันหลังกลับ พอดีชนกับแผ่นอกกว้างที่ไม่รู้มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่

          “อะไรเนี่ยคุณ ตกใจหมดเลย!”

          ดีที่ถือขวดนมแน่นพอ บวกกับอีกฝ่ายช่วยคว้าเอาไว้ กลายเป็นว่ามือของเขาที่กำลังจับที่จับขวดนม ก็ถูกมือใหญ่ของอู๋อี้ฟานจับไว้อีกที

          “ผมช่วย”

          “แค่ขวดนมเองครับ ผมถือได้”

          “คุยกันก่อนสิ”

แปลกใจเล็กน้อยจนเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาดวงคู่คมที่มองมาจนได้ 

          “คุยอะไรตอนนี้ล่ะครับ อิ่มแล้วเหรอ”

          “ยังหรอก แต่อยากคุยก่อน”

          อี้ชิงมองข้ามไหล่กว้างของอีกฝ่ายไป เห็นป๋ายเซียนป้ายแยมสตรอเบอร์รี่ของตัวเองให้ช่านเลี่ยลองชิม ท่าทางจะไม่ได้สนใจเขาสองคนเท่าไหร่ก็เลื่อนสายตากลับมาที่ร่างหนาเบื้องหน้า

          “คุยอะไรเหรอครับ?”

          “วันนี้คุณต้องไปหาหมอนี่ ถึงนัดไอ้เฉินแล้วใช่มั้ย”

          อี้ชิงพยักหน้ารับ

          “เดี๋ยวผมพาไป วันนี้วันหยุดผมพอดี”

          “ผมไม่กวน...”

          อี้ฟานขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่ากับเรื่องแค่นี้  

“ไม่กวนทั้งนั้นล่ะ ไหนๆเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว คุณทำอาหารเช้าให้ผม ผมพาคุณไปหาหมอ ก็แฟร์ดีออก”

 

          อี้ชิงลอบถอนหายใจ ความรู้สึกสุขใจพลันหดหายไปทันทีที่นึกได้ว่าอีกฝ่ายเห็นมันเป็นแค่ข้อตกลงชั่วคราวเท่านั้น

          นั่นน่ะสิ.... เป็นเขานั่นแหละที่ฟุ้งซ่านไปเองอยู่เรื่อย 

          ข้อตกลงของเขากับอู๋อี้ฟาน ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม เติมเต็มให้ช่านเลี่ย แล้วก็จีบคนตรงหน้าเป็นข้อแลกเปลี่ยนให้ได้เข้าใกล้เด็กน้อย 

เรื่องเมื่อคืน อี้ฟานก็แค่เหนื่อยจนเผลอพูดความในใจออกมา แล้วก็เป็นเขาเองนั่นแหละที่ใช้โอกาสตอนที่ใครอีกคนอ่อนแอกอดอีกฝ่าย แล้วก็มาทึกทักเอาเองว่าตัวเองมีความสำคัญมากพอเพราะเป็นคนเดียวที่เข้าถึงหัวใจที่เจ็บปวดของอีกคน 

 

          “ครับ เอาอย่างนั้นก็ได้”อี้ชิงเผลอก้มหน้าลงไม่รู้ตัว “แค่นี้ใช่มั้ยครับ”

          “เดี๋ยวสิ”

          มือใหญ่คว้าแขนเอาไว้ได้ทันก่อนร่างบางจะเดินหนี 

ดวงตาคู่คมทันมองเห็นสีหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะจับแขนอีกคนไว้แน่น มันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาที่เห็นสีหน้าแบบนี้

เมื่อครู่เขายังเห็นสีหน้ายิ้มๆมีความสุขอยู่เลย ทำไมพอมาพูดด้วยแค่นี้ถึงได้หน้าหมองลงแบบนี้

นี่เขาทำอะไรผิดไปรึเปล่านะ?

คุณหมอหนุ่มพยายามนึกย้อนไปแต่ก็นึกออกแต่เรื่องที่บอกว่าจะพาร่างบางไปหาหมอ แล้วก็ถึงบางอ้อด้วยตัวเองจนอยากยกแกลลอนในมือมาตีหัวตัวเอง

เพราะเพิ่งตื่นแท้ๆ ถึงได้เบลอเผลอพูดจาร้ายกาจออกไปให้คนฟังเข้าใจผิด บ้าจริงๆเลย ตอนนี้อี้ชิงต้องคิดว่าที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นการทำตามข้อตกลงแน่ๆ แต่ไม่ใช่ มันเปลี่ยนไปแล้ว

 

การพาไปหาหมอครั้งที่แล้วอาจเป็นจรรยาบรรณหมอร้อยเปอร์เซ็นต์

         แต่ครั้งนี้เขายอมรับว่าตัวเองพาไปด้วยความเป็นห่วงร้อยเปอร์เซ็นต์

         


เขาเหลือบมองเชฟหนุ่มที่ยังหลบสายตาไม่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมองๆแล้วก็นึกเสียใจเหมือนกันที่พูดอะไรออกไปไม่คิด แต่ใจหนึ่งก็ยั้งเอาไว้...

         เพราะถ้าหากจริงๆแล้วอี้ชิงไม่ได้คิดอะไร ถ้าหากที่ไอ้เฉิน หรือที่ใครต่อใครพยายามเสี้ยมเขานั้นเป็นแค่การเข้าใจผิดตามประสาผู้ชายใจดีและอ่อนโยนอย่างอี้ชิง เขาจะได้ไหวตัวทัน ไม่เสียฟอร์ม ก็แฟร์ดี

 

แค่ต้องการความแน่ใจว่าผู้ชายคนนี้คิดอะไรๆกับเขา

          เหมือนกับที่เขาแน่ใจ ว่าความรู้สึกที่เขามีต่ออี้ชิง มันมีอะไรที่พิเศษ... 

 

...ความในใจของเขามันต้องการการพิสูจน์ ก่อนที่จะถลำลึกมากไปกว่านี้


เพราะตอนนี้ เขารู้แล้ว ว่าตัวเองคิดอะไร รู้แล้วว่าหัวใจรู้สึกแบบไหน


 



          ฝ่ายอี้ชิงพอรู้สึกตัวว่านิ่งกันอยู่นานถึงได้ตัดสินใจเงยหน้าขึ้น สบตาตรงๆให้รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีอะไรกันแน่ แต่กลับเจอประกายตาพริบพราวพร้อมกับที่อีกฝ่ายพูดออกมาในเวลาเดียวกัน

 

          “ผมตกลง”

 

          ร่างบางกระพริบตาปริบๆ “ตกลงอะไร?”

          “ก็... เรื่องที่เราเคยคุยกัน”

          อี้ชิงยิ่งงงหนัก “เรื่องอะไรเหรอ ผมว่าผมกับคุณ เราคุยกันหลายเรื่องอยู่นะ”

          อี้ฟานถอนหายใจ ทำท่าทีเหมือนเหนื่อยหน่ายเสียเต็มประดาที่สื่อสารกันไม่เข้าใจ แต่ไม่รู้ทำไมอี้ชิงถึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเจ้าเล่ห์แปลกๆที่ส่งออกมา...

         

จะมาไม้ไหนอีกล่ะผู้ชายคนนี้

และอี้ชิงก็เดาถูก เมื่อรอยยิ้มมุมปากจุดขึ้นบนใบหน้าคมคายของอีกฝ่าย

 

“ก็เรื่องที่คุณเคยขอผมเป็นแฟนไง อะไรกัน เพิ่งผ่านมาไม่นานเองทำไมขี้ลืมจัง”

 

          ร่างบางหน้าเหวอ ทั้งๆที่รู้สึกได้ว่าใบหน้าหล่อเหลานั่นโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นน้ำหอมจางๆที่หลงเหลืออยู่บนตัวของอีกฝ่ายพาเอาเขายืนนิ่ง บอกไม่ถูกว่าตัวเองตกใจที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ หรือตกใจกับเรื่องที่จู่ๆก็ถูกพูดขึ้นกันแน่

 

          “นี่... ค... คุณบ้าไปแล้วเหรอ”

 

          “ตอนคุณขอผมเป็นแฟน ผมก็ว่าคุณบ้าเหมือนกัน”

 

เออ! ก็ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้เขาก็ไม่ขอหรอก ไอ้หมอบ้า!

          อี้ชิงนึกอยากตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายทั้งๆที่รู้สึกได้ว่าตัวเองหน้าร้อนฉ่า... ซึ่งก็ไม่รู้อีกล่ะว่าเพราะได้เห็นคนหน้าตาเข้าขั้นเทพบุตรในระยะใกล้ หรือเพราะนึกอายกับคำพูดที่ตัวเองเคยพูดไว้กันแน่

 

แถม... ยังไม่รู้เลยว่า นี่พูดจริงหรือแค่พูดเล่น 


คนสองคนที่ต่างคนต่างก็ไม่แน่ใจในคำพูดของอีกฝ่าย 

แต่หัวใจ... กลับเทไปให้กันจนเกือบหมดใจแล้วแท้ๆ



          “เอาไงครับ อี้ชิง หืม? คุณขอมา ผมก็ตกลงแล้วนะ ตอนนี้เราก็เป็นแฟนกันแล้ว ใช่มั้ยล่ะ”


คำพูดที่คนฟังถึงกับอ้าปากค้าง 

เป็นแฟน!! เขากับอู๋อี้ฟานเนี่ยนะ!!

 

          ทั้งๆที่ตอนนั้นว่าพร้อมสุดๆแล้วที่เอ่ยปากออกไป แต่พอถูกตอบรับเขากลับอึ้งกิมกี่พูดไม่ออกไปซะงั้น หรือนี่จะเป็นความรู้สึกของอี้ฟานตอนที่เขาเริ่มพูดเรื่องนี้กันล่ะเนี่ย?

          ร่างบางนึกอยากพูดอะไรสักอย่างออกมาเพื่อเป็นการประท้วง เพื่อไม่ให้ตัวเองดูเหมือนโดนโจมตีด้วยคำพูดจนเสียหลักไม่เป็นท่าแบบนี้ แต่เขากลับนึกไม่ออกสักประโยค พอดีกับที่ใบหน้าเรียวคมนั่นเข้ามาใกล้จนไม่เหลือช่องว่าง ริมฝีปากเข้ามาประชิด ฉกวูบเอาอย่างรวดเร็ว!

 

          “นี่...!”

 

          อี้ชิงพยายามขัดขืนเมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองชักจะเสียเปรียบมากขึ้นทุกที เขาพยายามดันตัวออกห่างแต่ดันลืมไปว่าอีกฝ่ายก็ช่วยเขาถือแกลลอนนมอยู่ มือใหญ่อาศัยว่าตัวเองแข็งแรงและเขาเองก็เสียหลัก ดึงแกลลอนเข้ามาใกล้ตัว จุ๊บปากเขาอีกรอบ

 

จัดว่าสองเด้ง...

 

          “อันนี้แค่เบาๆนะครับ ถือเป็นmorning kiss”อี้ฟานถอยห่างออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ว่าอี้ชิงตั้งตัวไม่ทัน ทั้งๆที่ยังนึกเสียดายกับความอ่อนนุ่มนั่นไม่น้อย พูดไม่พูดเปล่ายังยักคิ้วล้อเลียนอย่างเท่..

          อี้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามอย่างยิ่งที่จะตั้งสติทั้งที่เริ่มรู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองร้อนผะผ่าวเพราะความเขิน เกือบหลุดปากด่าออกไปตามสัญชาตญาณแล้วดีที่เหลือบไปเห็นลูกๆก่อนเลยยั้งปากไว้ได้ทัน

“คนเป็นแฟนกัน ก็ต้องแสดงความรักต่อกัน ยิ่งเราสองคนมีลูกด้วยแล้วไม่ใช่คนตัวเปล่าๆ นอกจากลูกจะได้ความอบอุ่นจากเรา เราก็ต้องเติมเต็มความอบอุ่นให้กันและกันด้วย จริงมั้ยครับเชฟ”

ท่าทางอึ้งกิมกี่ของอี้ชิงทำเอาอี้ฟานนึกขำ นี่มันอย่างกับกระต่ายช็อกชัดๆ ทั้งตลกและ... น่ารักที่สุด... 

         

ดวงตาคมเลื่อนกลับไปยังริมฝีปากนุ่มที่อยู่ห่างแค่คืบอีกครั้ง ยังไม่รู้ตัว อีกสักรอบคงได้มั้ง...

         

คิดเอาตามนิสัยเพลย์บอยแล้วทำท่าจะโน้มตัวลงมาอีกรอบ ก็พอดีกับที่อี้ชิงกระชากแกลลอนนมออกทีเผลอแล้วถอยห่างออกไปหลายก้าว

ใบหน้าขาวใสยังคงแดงแปร๊ด แต่คนมองรู้แน่นอนว่าเป็นเพราะเขิน ไม่ใช่โกรธ!

“ตกลงบ้าอะไรล่ะ ตอนนั้นคุณแค่อนุญาตให้ผมจีบเฉยๆต่างหาก! ผมยังไม่ได้ขอคุณเป็นแฟนสักหน่อย!”

พูดจบก็ไม่อยู่รอฟัง รีบเดินหนีกลับไปพึ่งลูกๆข่มความอายทันที

แต่ก็ยังไม่วายหันกลับมามองค้อนเขาทีนึง พร้อมกระซิบมุบมิบที่ปาก ให้แน่ใจว่าได้ยินกันแค่สองคนทั้งที่หน้ายังไม่หายแดงด้วยซ้ำ

 

“ไอ้หมอบ้า!”

 

          อี้ฟานนึกอยากหัวเราะออกมาดังๆ

          โธ่... ทีตอนนั้นมาหาว่าเขาเล่นลิ้นทวนคำ

          พอเขาตกลงจะเป็นแฟนขึ้นมาจริงๆกลับเป็นเจ้าตัวที่เขินไม่เป็นท่า

 

         ถ้าอย่างนั้น... อู๋อี้ฟานขอสรุปเข้าข้างตัวเองทั้งหมด จากหน้าตาใสๆ และท่าทีเขินอายนั่น ว่าอี้ชิงเองก็คิดเหมือนกันกับที่เขาคิด

แต่... สำหรับคำๆนั้น เขาขอเก็บมันไว้ก่อน

ที่ผ่านมาเคยเจอแต่คนที่ตั้งท่าหึงหวง แสดงออกถึงความเป็นเจ้าของตัวเขาชัดเจนทั้งๆที่เขาไม่เคยแสดงออกอะไรเลย แต่กับผู้ชายซื่อบื้อตัวขาวคนนี้ ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองทำตัวให้คิดไปไกลตั้งเยอะ แต่ก็เก็บซ่อนอารมณ์เงียบ ทั้งที่แววตากับสีหน้าแสดงชัดถึงความในใจขนาดนี้แล้วแท้ๆ

จะหาว่าคุณหมออู๋อี้ฟานโรคจิตก็ได้ 

แต่เขาโคตรมีความสุขเลย ที่ได้เห็นท่าทางแสดงความรู้สึกอะไรออกมาบ้างของอี้ชิง

เพราะงั้น... ‘คำๆนั้น’ เขาขอเก็บเอาไว้ก่อนแล้วกัน

ขอเฝ้ามองสีหน้าของคนตัวขาวนั้นให้ชื่นใจ

แล้วถ้าวันไหนที่ทนไม่ไหว

...เขาจะพูดคำที่แสนมีค่านั้นให้อี้ชิงฟังดังๆเลย...


 

 

 

 

 

          “เมื่อกี้ไอ้ฟานมันโทรมาแล้วนะ นายว่างรึเปล่าล่ะ อยากเห็นหน้าคุณอี้ชิงไม่ใช่เหรอ”

          “เออ พวกนายพาคุณอี้ชิงไปรอที่ร้านอาหารแล้วกัน ไหนๆวันนี้เราก็ว่างตรงกันแล้ว ไปทานข้าวด้วยกันเลย”

          ไม่รอให้เฉินตอบรับ จุนเหมียน คุณหมออายุรกรรมหนุ่มผิวขาว ใบหน้าเรียวสวยราวผู้หญิงก็กดวางสายก่อนตามประสาลูกคุณหนูเอาแต่ใจที่ไม่ต้องการได้ฟังคำปฏิเสธ มือบางพลิกแฟ้มคนไข้ดูอีกทีเป็นรอบสุดท้าย

          คิดถึงไอ้เพื่อนตัวสูงอีกคนแล้วเขาก็นึกเคืองไม่น้อย เจอใครน่าสนใจทำไมไม่เห็นบอกกันบ้าง ที่ผ่านมาไม่ว่าใครที่เข้ามาใกล้อี้ฟาน คนๆนั้นจะอยู่ในสายตาของเฉินและเขาอย่างเงียบๆ ไม่ใช่ว่าอยากยุ่งอะไรเรื่องส่วนตัวของเพื่อนหรอกนะ แต่เขาก็แค่อยากให้มั่นใจว่าคนอย่างอู๋อี้ฟานจะไม่กลับไปเจอคนแบบยัยนั่นอีกก็เท่านั้น ถึงแม้เจ้าตัวจะมีกลไกป้องกันตัวเองเข้มงวดอยู่แล้วก็เถอะ


          แต่จะโทษอี้ฟานทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะพวกเขาทั้งสามคนต่างก็งานยุ่งกันทั้งคู่ เวลาจะพักทานข้าวกลางวันพร้อมกันยังยาก

    

“คุณหมอจุนเหมียนจะไปพักแล้วเหรอคะ”

“ครับ มีอะไรรึเปล่า”

          หันกลับไปมองนางพยาบาลที่สนิทๆกันดีทำท่างุบงิบเหมือนมีเลศนัยเขาก็นึกสนใจตาม

          “คือ... ที่เขาลือกันว่าคุณหมออู๋มีคนรักใหม่เป็นตัวเป็นตนแล้วนี่ จริงรึเปล่าคะ”

          ได้ฟังคำถามเขาก็อดไม่ได้ที่จะระบายยิ้มอ่อนๆ เรื่องขี้เม้าในวงพยาบาลนี่ก็ยังเป็นเรื่องของเพื่อนเขาเสียส่วนใหญ่ตามเคย คุณหมออู๋ควงคนนั้น คุณหมออู๋ควงคนนี้

 

          เขาก็ได้แต่หวังว่าข่าวลือครั้งนี้คงจะเป็นข่าวลือครั้งสุดท้าย...


เอ๊ะ ไม่สิ ขอเขาไปดูให้เห็นกับตาก่อนตัดสินใจดีกว่า

 

“คุณหมอเป็นเพื่อนสนิทกัน ก็น่าจะรู้กันดี”

“ผมก็ไม่รู้ครับ กำลังจะไปดูให้เห็นกับตาเหมือนกัน”

          “แหม ไหนๆก็ไหนๆแล้ว อย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะคุณหมอ”

          เขายักไหล่ ไม่ได้ไม่ชอบสมาคมคนวัยทองขี้เม้า เพราะตัวเองก็ได้ฟังเรื่องอะไรน่าสนใจของคนทั้งโรงพยาบาลก็จากคนกลุ่มนี้นี่ล่ะ

   

ไม่ได้ขายเพื่อนนะ เขาเรียกว่า ‘ผู้รู้ความเป็นไปในสถานที่ทำงาน’ต่างหาก


          ร่างบางเดินลิ่วไปตามทาง มีคนไข้และพยาบาลทักทายบ้างประปราย สายตาเขามองทางไปเรื่อยๆตามประสาคนที่สนใจเรื่องราวรอบข้าง พอมาถึงแผนกกระดูกก็มองไปยังที่นั่งรออย่างสนใจ เทียบกันแล้วถึงแผนกเฉินจะเจอคนที่น่าสนใจกว่าเยอะ อย่างวันนี้เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนจะเป็นดารา ไม่ก็นางแบบ (จากเสื้อผ้าหน้าผมน่ะนะ) กลับกันกับเขาที่เจอแต่คุณลุงคุณป้า แต่มันก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอก เพราะอยู่กับคนไข้ เขารู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัวจริงๆที่ขาดหาย

          กำลังล่องลอยไปตามความคิดของตัวเองว่าดาราสาวคนนั้นเป็นใคร ก็เป็นอันต้องดึงสติกลับมาเมื่อรู้สึกได้ว่ามีคนที่น่าสนใจกว่านั้นที่กำลังรอให้เขาไปเจอ...

 

         

 

 

          “เอ่อ... ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณหมอเฉินอยู่รึเปล่าคะ?”

          “วันนี้คุณหมอเข้าเวรถึงห้าโมงเย็นนะคะ แต่ตอนนี้เป็นเวลาพักกลางวันของคุณหมอ”นางพยาบาลสาวเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก่อนจะหันมาตอบคนไข้อย่างใจดี

          ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดถูกขบอย่างครุ่นคิด กำลังวางแผนคร่าวๆว่าอยากให้จะให้นางพยาบาลหยิบแฟ้มประวัติคนไข้ให้เธอ 

ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร สายตาภายใต้แว่นกันแดดสีชาราคาแพงก็พลันเหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินออกมาจากห้องตรวจ...

ร่างสูงคุ้นตาในชุดเสื้อกาวน์ที่ต่างไปจากจินตนาการของเธอเหลือเกิน

ไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ ใกล้กันแค่นี้ หญิงสาวกลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นเปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นบุคลิก แผ่นหลัง อาชีพการงานที่เธอได้ยินข่าวของเขาเข้าหูมาตลอดแม้จะอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ตาม 


          หัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นใบหน้าคนที่คุ้นเคย คนที่เธอไม่คิดว่าชาตินี้จะยอมพบหน้าเธออีก...

     

แต่ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง หญิงสาวก็เตรียมใจที่จะยอมรับมันแล้ว เพราะเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ต้นเหตุมันมาจากเธอเองทั้งนั้น...


          วินาทีที่ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังกว้าง ราวกาลเวลาเดินช้าลง เธอขยับไม่ได้... ความรู้สึกผิดกดทับหนักอึ้งจนรองเท้าส้นสูงคู่เก่งไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย


          ขนาดดูภายนอกแบบนี้... เขายังเปลี่ยนไปมาก

          แล้วหัวใจของเขาล่ะ หัวใจของเขาจะยังมีเธออยู่ไหม?

         

          คุณจะยังอยากเจอฉัน เหมือนตอนที่ไม่อยากให้ฉันไปรึเปล่า? 

 

          อู๋อี้ฟาน...

 

         

 

         

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

915 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 กันยายน 2563 / 00:22
    กลับมาทำไมมมมม...เขาลืมเธอไปหมดแล้ววว
    #915
    0
  2. #878 Choi P (@pear32917) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 18:39
    ไม่! อยาก! เจอ! ชิส์
    #878
    0
  3. #830 kortoeyy77 (@kortoey) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 15:46
    มาทำไมให้อายบ้านนาาา~ โนววววววว มาทำไม เว๊!!
    #830
    0
  4. #825 ploylybbs (@ploylybbs) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 03:06
    กลับมาทำมายยยย
    #825
    0
  5. #806 Xingmin (@fairy32) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 11:16
    โน่วววววว ไปแล้วไม่ต้องกลับมาเลยจ้าคู้ณ เขาสวีทหวานกันดีแล้วววว
    #806
    0
  6. #791 เมียน้องโด้อิไต๊ๆ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 21:03
    มาทิมอยยย! อิหรรม!! เขากำลังแฮปปี้ ปรี้!!กันยุ่มาทำไมให้อายบ้านนาหล่ะนวลน้องง!! ไปบ้านเกิดตัวเองไป๊!!***กกน. เอ้ย!! กขค.จริมๆเล๊ย!!** แกคิดว่าคริสจะกลับไปรักแกเลอะ!!! ไม่มีทาง!! ตอนนี้คริสเป้นแฟนชิงชิงล้าววววว!*****ว้ายยยยย หน้าหนาจางงง! ออกดี!!!!!!!!!**** FU*K!!!!!!*****

    #เปนรัย!!

    #เปนรัย

    #กูเนี่ยเปนรัย!!!!
    #791
    0
  7. #781 numwatchak (@numwatchak) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 22:49
    แม่นังนางแบบกลับบ้านเก่าไปเลยไป๊
    เค้ามีภรรยาใหม่แล้ว ฮุๆ เสียจุยด้วยนะย้ะ
    (????*)?
    #781
    0
  8. วันที่ 12 กันยายน 2558 / 15:30
    อู๋ฟานต้องร้องเพลงนี้นะ 
    กลับมาทำไม ฉันลืมเธอไปหมดแล้ว #ไม่ใช่แล้ว -*-
    กำลังจะไปได้สวยกับอาอี้แล้วเชียว แม่นางจะมาทำไมอีก 
    #736
    0
  9. #677 BrowZNiiZ (@wowwee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 02:31
    แฟนเก่าหมอฟานกับมาเพื่ออออออออ ????
    #677
    0
  10. #659 pputeeta (@pputeeta) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:36
    ดีใจมากง่ะ กลับมาแล้วๆ
    #659
    0
  11. #658 pputeeta (@pputeeta) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:36
    ดีใจมากง่ะ กลับมาแล้วๆ
    #658
    0
  12. #655 Ekaract Sun (@sunsun9) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:23
    ห๊ะะใคร แฟนเก่าเหรอ
    #655
    0
  13. #635 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 04:04
    แม่ของยอลหรอกลับมาทำไมอะ
    #635
    0
  14. #582 i'm lion (@dada57184) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:38
    เย้ๆๆๆๆไรต์กลับมาแล้วดีจายยยย แต่จะดีใจกว่านี้ถ้ามาคนเดียว ยัยรองเท้าส้นสูงนั่นจะมาด้วยทามมายกลับไปเลยนะ อาฟานเค้าไม่สนใจเธออีกแล้วววยัยป้าาาา ทำไมรู้สึกสงสารอาเลี่ยจัง
    #582
    0
  15. #581 BeamE PC. (@beame) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:39
    "กลับมาทิมมอยย เขาลืมเธอปายหมดล๊าววววว" เพลงนี้อิป้าขอมอบให้แด่อิเจ้เจ้าของส้นสูงที่กำลังคิดไกลค่ะ!!!! โอ๊ยแกกก ตอนนี้หมอฟานเขามีคนใหม่ไปแล้วเหอะ กลับไป ชิ่วๆๆๆๆ
    #581
    0
  16. #580 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:28
    ใครมา?? แม่ชานรึเปล่า?? ไปไกลๆเลยนะ-*-
    #580
    0
  17. #579 zealotkray (@zealotkray) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:43
    กลับมาทำไมมมมมมมม!!!! อ๊ากกกกกกกกก เรื่องกำลังไปได่ดีเลออออ เมียพี่คริสมาจากหลุมไหนอ่ะฮืออออออออออ งานยุ่งงงานใหญ่มาเเล้ว ดราม่าไม่นะไม่เอาาา5555555
    #579
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #577 SeHan (@thunradee42) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:50
    OMG wtf..... กลับมาทำม้ายย!!!! ไม่น่ะหื้ออออ กำลังจะสปาร์คกันเลยฟานชิง กลับมาทำไม!! ชานเลี่ยจะทำยังไงล่ะเนี้ย นึกถึงจิตใจลูกด้วยเถอะ หวังว่าคงเป็นผญมีสติไม่ใช่นางมากร้ายที่จะกลับมาแย่งทุกสิ่งหรอกน่ะ เห้อ ดราม่าหนักเลย
    #577
    0
  20. #576 I'm care (@take-care) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:23
    เจ๊จะกลับมาทำไม ทีตอนไปจากฟานกับอาเลี่ยทำไมไม่คิด เสียใจฟานมีชิงแล้วล่ะ
    #576
    0
  21. #575 LADYGIFTZY (@ladygiftzy0107) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:01
    ไร้ท์กลับมา พร้อมกับภรรยาเก่าอาฟานทำไม...เค้าลางดราม่าจะมาละป่ะ ไม่เอานะ อยากได้เช้าสดใสของป๋ายเซี่ยนและชานเลี่ยอยู่
    #575
    0
  22. #574 pwen (@earnnnn_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:17
    ไรเตอร์กลับมาแล้วววว หายไปนานมากเลยยยย
    #574
    0
  23. #573 pwen (@earnnnn_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:17
    ไรเตอร์กลับมาแล้วววว หายไปนานมากเลยยยย
    #573
    0
  24. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:09
    กลับมาไมเนี่ย มาต่อไวๆน้าคร้าไรท์
    #572
    0
  25. #570 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 06:57
    กลับมาทำม๊ายยยยยยยย
    #570
    0