+ศึกโชเน็นมหาเวท+

ตอนที่ 6 : พบกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ย. 50

กลับไปนานแล้ว แต่ดูเหมือนกับคำพูดทุกอย่างของเขายังคงดังก้องอยู่ในหัวของทั้งสอง

ในมือของมาซาชิคือกระดาษแผ่นหนึ่ง... ประวัติของA...

"ดร.ฌอน โจเซฟ แอนเดอร์สัน??"

มาซาชิที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวยาวอ่านชื่อเต็มของนักโบราณคดีที่ทำตัวเป็นคนลึกลับอยู่ตลอดเวลา มี่ชินูดะทำตาโตอยู่ตรงโซฟาด้านตรงข้าม

ชื่อของดร.ฌอน โจเซฟ แอนเดอร์สัน กำลังเป็นที่ยกย่องในหมู่นักโบราณคดีทั่วโลก เนื่องด้วยผลงานมากมายที่เขาได้ค้นพบค้นคว้านั้น แต่ละอย่างเป็นถึงมรดกของโลกเลยทีเดียว อีกทั้งการวิเคราะห์ที่ปราดเปรื่องและดูเต็มไปด้วยการจำลองสถานการณ์ที่ดูสมจริง ทำให้ใครๆต่างเชื่อมั่นและยกย่องในตัวเขา แต่ทว่า... ไม่เคยมีใครเห็นหน้าตาที่แท้จริงของเขามาก่อน ทุกครั้งที่ได้ค้นพบอะไรนั้นคนที่ออกแถลงข่าวจะเป็นผู้ชายคนสนิทจริงๆของดร.ทุกที แม้กระทั่งลูกศิษย์ของเขาเองก็ไม่เคยเห็น

เคยมีนักข่าวถามตัวแทนของดร.แอนเดอร์สันว่าทำไมถึงไม่เคยออกมาปรากฎตัวให้ประชาชนหรือสื่อมวลชนได้เห็น และตัวแทนคนนั้นก็ตอบได้ฉะฉานราวกับเป็นตัวดร.เสียเองว่า "แค่พียงงานเล็กๆน้อยๆอย่างการค้นพบมรดกโลกไม่มีความจำเป็นที่ต้องออกมาปรากฎให้ใครเห็นหรือมีชื่อเสียงเพราะเรื่องเล็กๆน้อยแค่นี้"

เรื่องเล็กๆ?น้อยๆ?

มาซาชิขยำกระดาษประวัติของเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวนัยน์ตาสีฟ้าก่อนจะโยนทิ้งลงในถังขยะที่มุมห้องได้อย่างแม่ยำอย่างนึกหมั่นไส้

ทำตัวหยิ่งนัก! มีแต่คนชื่นชม! เชอะ เขานี่แหละที่ไม่ขอเป็นหนึ่งในคนที่ยกย่อง!

ชินูดะมองการกระทำของลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอย่างสงสัย ตั้งแต่มาซาชิได้เจอกับดร.แอนเดอร์สัน จากเด็กหนุ่มมาดเข้มผู้สุขุมเยือกเย็นเป็นที่หมายปองของสาวๆดันกลายเป็นแบดบอยไปซะได้!

กริ๊งงงงงงงงงงงง!!

เสียงโทรศัพท์ในคฤหาสน์ดังขึ้น แค่มันส่งเสียงเพียงครั้งเดียว ก็มีคนปราดเข้าไปรับมันเสียก่อนจะดังขึ้นเป็นครั้งที่สองแล้ว เพราะพ่อของมาซาชิเกลียดเสียงดัง และทุกๆคนในคฤหาสน์ต่างก็รู้นิสัยของคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านคนนี้เป็นอย่างดี

"คุณหนูมาซาชิครับ คุณคาสึโอะโทรมาครับ"คนรับใช้ผู้รับโทรศัพท์นั้นโผล่หน้ามาบอกที่ห้องนั่งเล่นที่คุณหนู(น้อย)ทั้งสองนั่งเล่น(!?)อยู่

มาซาชิเพียงปรายตาไปมองยังประตูเพียงเล็กน้อย ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์อย่างอ้อยอิ่ง

"ฮัลโหล"

"มาซาชิ นี่ฉันเองนะ"เสียงของคาสึโอะดังมาตามสาย

"อือ"

"ทำไมนายไม่พูดอะไรเลยล่ะ"

"แล้วจะให้ฉันพูดอะไรล่ะ"

"..."ปลายสายนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มาซาชิจะกรอกน้ำเสียงลงไปบ้างด้วยความรำคาญ!

"ถ้าไม่มีอะไรก็วางซะ"

"พรุ่งนี้นายจะเอาไง"

"อะไร"เขาแกล้งถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ มือข้างที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์ยกขึ้นเสยเส้นผมไปมา

"นายจะคืนดี..."

"พอเถอะคาสึโอะ ถ้านายเลือกไม่ได้ ฉันจะเลือกให้นายเอง แล้วก็เลิกคร่ำครวญเพราะฉันซักที"

น้ำเสียงของมาซาชิแม้จะราบเรียบไม่แสดงออกถึงอารมณ์ หากแต่ความหมายของคำพูดนั้นเสียดแทงเข้าไปถึงข้างในของคนฟัง...

เขายกโทรศัพท์ออกจากหูและทำท่าจะวาง แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าปลายสายยังไม่วาง มาซาชิจึงส่งโทรศัพท์ให้กับคนรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วเดินจากไป ทิ้งให้คนรับใช้ยืนหน้างง

จะให้ผมคุยแทนหรือไงครับนายน้อย!?

ทันทีที่เขาก้าวมาถึงห้องนั่งเล่น...

"ใคร!!!"มาซาชิถามทันทีพลางชี้ไปยังแขกที่เขาไม่รู้สึกเลยว่ามาตอนไหน!?และใครพาเข้ามา

เด็กหนุ่มผู้ที่ดูจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขาและชินูดะ สวมเสื้อเสวตเตอร์สีขาวและกางเกงสีดำ เส้นผมสีเงินยาวที่ถูกมัดรวบเอาไว้แบบลวกๆ ใบหน้านั้นหันมามองที่มาซาชิทันทีที่ได้ยินเสียงพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

"ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณโอนิชิโตะ มาซาชิ"

พลันความรู้สึกอะไรบางอย่างก็ส่งผลให้เจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยมาเมื่อครู่นั้นชี้ไปยังผู้เอ่ย ก่อนจะพูดชื่อของอีกฝ่ายออกมาบ้าง

"หลิงซือหลง?"

"ใช่"

หลิงซือหลงยังคงยิ้มให้มาซาชิที่ยืนทำหน้าเอ๋อปนแปลกใจอยู่ข้างๆ

เข้ามายังไง???

ก่อนที่เครื่องหมายคำถามจะลุกลามไปถึงสมองส่วนหลังของมาซาชิ เจ้าของเรือนผมสีเงินโดดเด่นเพียงคนเดียวในห้องนี้ก็เอ่ยขึ้นมาก่อน..

"ชินูดะซังคงยังไม่เล่าให้ฟังว่าผมสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุอะไรก็ตามให้มาปรากฎตรงหน้าผมได้โดยที่ไม่มีใครรู้ และนั่นก็หมายถึงผมเองก็สามารถย้ายตัวเองไปไหนก็ได้ตามที่ใจต้องการ..."

ผีชัดๆ!!

ลูกชายเจ้าของคฤหาสน์แอบคิดในใจ

"ช่างเถอะ นั่งสิ ซือหลง"

คำเรียกชื่อสั้นๆส่งผลให้เจ้าของชื่อยิ้มออกมาอีกครั้ง มาซาชิค่อนข้างเป็นคนรู้จักพูด รวมถึงตอนนี้... เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามทำให้หลิงซือหลงผ่อนคลายลงด้วยการเรียกที่ชื่อไม่ใช่ที่สกุล แต่เวลาโกรธนี่สิ... อย่าให้นึกเชียว!

ทันทีที่ซือหลงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังสีดำราคาแพงนุ่มนิ่มตรงกลางระหว่างเจ้าของคฤหาสน์และญาติเจ้าของคฤหาสน์ เขาก็เอ่ยเปิดบทสนทนาทันที

"เรื่องที่Aพูด คุณเชื่อรึเปล่า"ชินูดะขยับตัวบนโซฟาที่นั่งอยู่เล็กน้อย สายตาสังเกตปฏิกิริยาของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

"เชื่อสิ"มาซาชิตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "คือ... มันมีอะไรหลายๆอย่างที่เป็นแรงจูงใจให้เชื่อถือน่ะ"มาซาชิรีบอธิบายต่อเมื่อเห็นญาติของตัวเองมองมาด้วยสายตาแปลกๆประมาณว่า 'ฉันนึกว่านายจะไม่เชื่อซะอีก'

"แรงจูงใจ?"คิ้วโก่งเรียวแบบชาวจีนของคนตรงกลางเลิกขึ้นสูงราวกับเป็นคำถาม "ถ้าไม่รังเกียจ..."

"Aคือดร.ฌอน โจเซฟ แอนเดอร์สัน"ชินูดะเป็นฝ่ายเอ่ยตอบเรียบๆ

ใบหน้าของหลิงซือหลงละจากใบหน้าของมาซาชิมาทางชินูดะทันทีด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเป็นประกาย

"นักโบราณคดีชื่อดังคนนั้นน่ะเหรอ!!??"

"ใช่เลย"ชินูดะพูดพลางยกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนโซฟา "คนที่มีชื่อเสียงขนาดนั้นปรากฎตัว... ทายาทคนเดียวแห่งตระกูลโอนิชิตะก็คงจะมีสมองอันปราดเปรื่องพอจะรู้ว่าควรจะทำยังไง?"ว่าพลางยักคิ้วส่งให้คนที่ถูกเอ่ยถึงอย่างกวนๆ ถ้าซือหลงไม่คิดไปเองเขารู้สึกเหมือนมีเขี้ยวงอกออกมาจากปากของมาซาชิยังไงอย่างงั้น

"เก่งจริงก็คงไม่ตกประวัติศาสตร์หรอก..."เจ้าตัวพึมพำเบาๆแต่เองจากบรรยากาศของทั้งห้องที่ค่อนข้างเงียบ อีกสองคนที่อยู่ในห้องเลยต่างได้ยินกันถ้วนหน้า

เด็กหนุ่มลูกครึ่งเพียงคนเดียวในห้องอมยิ้มน้อยๆกับการพูดคุยที่เป็นกันเองแบบนี้... นานแล้วสินะ...

"ขำอะไรเหรอซือหลง นี่ฉันยังไม่ได้ปล่อยมุขเลยนะ"ผู้ที่ซือหลงเห็นว่า'มีเขี้ยว'ถาม

"ผมแค่... ไม่เคยยิ้มแบบจริงๆจังๆสักทีน่ะครับ"

ว่าแล้วนัยน์ตาของคนพูดก็ดูหม่นหมองลงในทันใด ทำเอามาซาชิรู้สึกผิดชั่ววูบ

"เอ่อ... โทษทีๆ ฉันผิดเองที่ซะ..."

"ผมไม่เคยมีเพื่อนมาเลยตลอดชีวิต...."

"หา?"ชินูดะอ้าปากหวอถามทันทีอย่างลืมมารยาท "แล้วนายได้เรียนที่โรงเรียนรึเปล่าเนี่ย!"จนกระทั่งคุณหนูเจ้าของบ้านปารองเท้าเดินในบ้านพร้อมรอยยิ้มเย็นมาหาเขานั่นแหละถึงได้รู้สึกตัวว่าพูดอะไรผิด

"ผมไม่เคยไปโรงเรียน ตลอดเวลาที่อเมริกา ท่านพ่อของผมเชื่อว่าผมไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน เพราะผมเกิดมามีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะฐานะ ตระกูล หน้าตาและความสามารถ ท่านพ่อเลือกครูที่ดีที่สุดมาสอนถึงในห้อง เป็นเวลาหลายสิบปีที่ผมได้แค่แอบมองเด็กๆวัยเดียวกับผม... เด็กที่รายล้อมด้วยคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อน... ผมทำได้แค่แอบมองผ่านหน้าต่างคฤหาสน์ชั้นบนสุด ทำตัวเหมือนเป็นนักโทษ ทุกคนมองว่าผมเย็นชา... แต่เพราะผมเข้าสังคมไม่เป็น ผมไม่รู้วิธีเข้าสังคม ผมพูดน้อย ไม่ใช่เพราะผมหยิ่ง แต่เป็นเพราะผมคุยไม่เก่ง..."

"แต่ได้ยินมาว่านายจะมาเข้าโรงเรียนฉันนี่"มาซาชิเอ่ยแย้ง ซือหลงก้มหน้าลงมองมือทั้งสองข้างของตัวเองบนตัก เม้มปากแล้วฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก

"ผมทะเลาะกับพ่อ...พ่อคงไม่รักผม..."ผู้ฟังที่ดีทั้งสองต่างพากันมองตากันอ้าปากค้าง

ทะเลาะกับพ่อ!

สำหรับมาซาชิ ไม่มีปัญหาเพราะเขาไม่เคยเถียงหรือทะเลาะกับคนในบ้าน อีกอย่างคือพ่อของเขาเป็นคนใจเย็น มาซาชิจึงรู้สึกว่าคนที่ทะเลาะกับพ่อนั้นช่างไม่มีหัวคิดเอาซะเลย...

สำหรับชินูดะ มันช่างเป็นเรื่องน่าหวาดเสียวเป็นยิ่งนัก! ทะเลาะกับบมาเฟียอันดับหนึ่ง! โอ้... ราวกับเอื้อมมือไปประตุกหนวดเสือถึงถ้ำยังไงยังงั้น!

แต่พอได้เจอกับซือหลง... ก็ดูเหมือนความคิดของทั้งสองจะมีอะไรดีๆเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง..

"...ท่านพ่อไม่ยอมให้ผมมา แต่ผมไม่ยอมและดื้อดึงที่จะมา ท่านเลยมาส่งผมที่ญี่ปุ่นเพื่อมาหาโรงเรียนดีๆสักแห่งและอยู่กับท่านแม่ของผมที่สนับสนุนให้ผมเข้าโรงเรียน บังเอิญวันนั้นเป็นวันที่ท่านพ่อผมต้องตรวจสุขภาพเลยแวะที่โรงพยาบาล และวันนั้นก็คือวันที่ผมได้พบกับชินูดะซัง..."

ทั้งห้องเงียบไปพักหนึ่ง...

"แย่จัง นี่ผมทำให้พวกคุณต้องเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขอโทษด้วยนะครับ"ซือหลงหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะหันไปสบตากับมาซาชิที่ยิ้มให้เขาอย่างเป็นกำลังใจ

"ช่างมันเถอะซือหลง ดีซะอีกที่นายเล่าให้ใครซักคนฟัง ฉันพนันได้เลยว่านายคงไม่เคยเล่าเรื่องของนายให้ใครฟังเลยใช่มั้ยล่ะ"

"ก็... ประมาณนั้นแหละครับ"เรือนผมสีเงินที่มัดต่ำกว่าเคยสะบัดไปมาเล็กน้อยเมื่อเจ้าของเรือนผมพยักหน้า

"มันเหมือนเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ของนายมากขึ้นนะ..."

"ใช่แล้วล่ะ ตอนที่ฉันเห็นนายครั้งแรก บุคลิกของนายบ่งบอกเลยว่านายเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง..."

"ใครๆก็พูดแบบนั้นน่ะครับ..."

"พ่อของนายอาจจะมีมุมมองที่ไม่เหมือนใครสักหน่อย แต่เคยมีคนบอกฉันว่าผู้ใหญ่เขาเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน แสดงว่าพ่อของนยายคงมีความทรงจำอะไรสักอย่างที่ไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับเพื่อนๆของท่านเอง ท่านเลยไม่อยากให้นายที่เป็นลูกคนเดียวต้องเจอกับอะไรไม่ดีๆเหมือนที่ท่านเคยเจอ.. เชื่อเถอะว่าพ่อนายเขารักนายแหละ อย่าคิดมากเลย"

ประโยคยาวๆที่หลุดออกมาจากปากของมาซาชินั้นราวกับน้ำที่รดรินลงบนต้นไม้ที่ใกล้จะตายเต็มทีอย่าวหัวใจของซือหลงให้กลับมามีชีวตอีกครั้ง...

"เออใช่ นายจะเข้าเรียนวันไหนล่ะซือหลง?"ชินูดะเอ่ยถาม

"พรุ่งนี้แล้วล่ะครับ"นัยน์ตาของหลิงซือหลงกลับมามีประกายเหมือนเดิมอีกครั้ง ชินูดะที่ได้ยินคำตอบก็หันไปยิ้มกับมาซาชิ

"ฉันเป็นหัวหน้าห้องน่ะ เดี๋ยวฉันจะช่วยแนะนำนายกับเพื่อนๆเอง แต่ฉันว่านะ... หน้าอย่างนายคงไม่ต้องพึ่งฉันหรอก แค่ยิ้มแค่ครั้งเดียวสาวๆก็ตอมกันหึ่งแล้ว เฮ้อ...ฉันเพิ่งจะเสียดายคะแนนสาวๆที่เคยถูกโหวตให้เป็นหนุ่มป๊อปก็ตอนนี้แหละ!"มาซาชิถอนหายใจท่ามกลางเสียงหัวเราะของบุคคลอีกสองคนในห้อง

"เชอะ! ยังจะมาโม้อีก! พวกคนห้องนายกับอาจารย์นี่ก็ติ๊งต๊องพอกันเลย! เลือกหัวหน้าห้องได้เกรด2ประวัติศาสตร์ ชิชะ!!"

'หากว่าท่านพ่อของผมเคยมีประสบการณ์ร้ายๆเกี่ยวกับเพื่อน ผมคงเป็นลูกที่ดวงดีเหลือเกินที่ขนาดขัดคำสั่งท่านพ่อแต่ก็ยังได้รู้จักกับเพื่อนดีๆอย่างพวกคุณ...'ซือหลงคิดในใจก่อนจะยกแขนขึ้นป้องหมอนไม่ให้โดนใบหน้าเพราะสงครามหมอนขนาดย่อมระหว่างทายาทมาเฟียกับทายาทนักธุรกิจกำลังเริ่มต้นอย่างไม่อายแขกอย่างเขาเลยแม้แต่น้อย!!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น