+ศึกโชเน็นมหาเวท+

ตอนที่ 4 : หลิง ซือหลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ย. 50

หลังจากที่ชินูดะทนฝืนกับอาการเจ็บปวดที่ต้นแขนข้างขวามานานจนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติและของเหลวอุ่นๆบางอย่างที่ค่อยๆรินไหลลงมาจากต้นแขน เขาก็เริ่มไม่สบายใจและขอปลีกตัวไปห้องน้ำคนเดียว โดยปฏิเสธลูกน้องมาเฟียที่ตั้งใจจะตามไปคุ้มกันให้เขาด้วย แต่ชินูดะให้เหตุผลว่า ในโรงพยาบาลแบบนี้จะมีใครกล้าทำอะไรเอะอะ

เขารีบวิ่งมาห้องน้ำอย่างเร่งด่วนจนผมสีแดงชี้โด่ชี้เด่ที่ตัวเองหวงนักหวงหนานั้นกระเซิงไปหมด แต่พอมาถึงห้องน้ำก็เริ่มหงุดหงิดกับตัวเองที่ลืมนึกไปว่าจะดูรอยแผลยังไงในเมื่อมีอีกข้างของเขาบาดเจ็บ

ชินูดะเริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก จะกลับไปตอนนี้ก็ใช่ที่ เพราะเลือดที่ตอนแรกเพียงแค่ซึมออกมาจากต้นแขนเริ่มไหลจนเลอะไปทั่วแขนเสื้อไหมพรมสีเขียวของเขาจนหยดลงที่พื้น จะล้างก็ล้างไม่ได้

โธ่โว้ยยยยย!! รู้งี้เรียกลูกน้องพ่อมาด้วยสักคนตั้งแต่แรกก็จบแล้ว!

ริมฝีปากของชินูดะกัดแน่นด้วยความกังวล เลือดเริ่มไหลลงมาตามแขนเสื้อมากขึ้น นัยน์ตาเริ่มสั่นระริกเนื่องด้วยความรู้สึกราวกับเด็กน้อยที่หลงทางอยู่กลางป่าก็ไม่ปาน

แอ๊ด...

สายตาของชินูดะหันไปมองทางประตูห้องน้ำทันทีด้วยความตกใจสุดขีด!

เขาลืมล็อกกลอนที่ประตูห้องน้ำเสียสนิท ไม่สิ เป็นความผิดของเขามากกว่าที่ไม่เข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำเสียตั้งแต่แรก!

คนผู้เข้ามาใหม่เป็นเด็กหนุ่มท่าทางจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขาแต่มีความสูงกว่าเขาถึงช่วงศีรษะ หน้าตานั้นจัดว่าหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว เส้นผมที่เป็นสีเงินยาวจนถึงกลางหลังถูกมัดรวบเอาไว้เป็นหางม้าสูงเผยให้เห็นผิวขาวผุดผ่อง ชุดที่เขาสวมใส่เป็นเสื้อเชิ้ดสีขาวกับกางเกงขายาวสีเทา การแต่งตัวดูเป็นผู้ใหญ่นักเมื่อเทียบกับใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ขนาดนี้!

เป็นดาราได้สบาย!

แต่... ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้!

นัยน์ตาสีเงินราวกับน้ำแข็งมองมาที่ชินูดะด้วยสายตาอะไรสักอย่างที่เขาอ่านไม่ออก ก่อนจะเบือนสายตามองลงไปที่เลือดที่ออกมาจากต้นแขนของเขา

"คุณ... บาดเจ็บ?"ริมฝีปากบางเอ่ยถามเขา สีหน้าและเววตายังคงเรียบเฉยอย่างไม่บ่งบอกถึงความรู้สึก

"ก็... ประมาณนั้นแหละครับ"

คนตรงหน้ายังไม่พูดอะไรออกมาอีก เขาเพียงแค่สาวเท้าเข้าใกล้ชินูดะช้าๆเนิบๆแต่ดูสง่าไร้ที่ติ!

เปลี่ยนจากดาราเป็นเจ้าชายก็แล้วกัน!!

นิ้วมือเรียวยาวราวกับนักดนตรีค่อยๆเลิกแขนเสื้อที่ยาวจนถึงข้อมือไปจนถึงไหล่ วูบหนึ่งชินูดะสังเกตเห็นว่าแววตาของเขาสั่นระริก

"รอยปานนี่..."

"ปาน?"

"ปานรูปจันทร์เสี้ยวที่แขนคุณน่ะ"

"หา?"

เจ้าของแขนที่ถูกกล่าวหาว่ามีปานรูปจันทร์เสี้ยวนั้นก้มลงมองดูแขนของตัวเอง แล้วก็ต้องตกตะลึงอ้าปากค้าง

เลือดที่ไหลไม่หยุดมาจากปานรูปจันทร์เสี้ยวนี้นี่เอง! แต่มันมาจากไหนกันล่ะ? เขาไม่เคยมีปานนี่มาก่อน? เดี๋ยวสิ... มันเหมือนกับของมาซาชิเด๊ะเลยนี่นา!

ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถามอะไร นัยน์ตาก็พลันมาสบกับแขนของคนตรงหน้าเสียก่อน

ปานรูปจันทร์เสี้ยว!!

อะไรกัน!!

มีคนมีปานนี้ถึงสามคน!

คนหนึ่งคือมาซาชิ เขา และ... ผู้ชายคนนี้!!

ผ้าพันแผลสีขาวที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดถูกแกะออกมากองไว้ตรงอ่างล้างหน้า จนอ่างล้างหน้าที่เป็นสีขาวนั้นมีคราบเลือดติดอยู่เล็กน้อย

นัยน์ตาสีเงินนั้นจ้องมองกับนัยน์ตาของเขา คิ้วของทั้งสองขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยระคนตกใจอย่างสุดจะบรรยาย

"คุณมี... ปาน... แล้วเลือดก็..."ชินูดะพูดตะกุกตะกัก ในขณะที่คนตรงหน้าเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย นั่นทำให้ชินูดะถึงกับตกตะลึงอีกเรื่อง!

พระเจ้า! นึกว่าเป็นได้แค่เจ้าชายน้ำแข็งเสียอีก!

ไม่ทันที่ชินูดะจะกะพริบตา เจ้าของเรือนผมสีเงินแปลกตาแต่โดดเด่นตรงหน้าก็แบมือข้างขวาออกอย่างแผ่วเบา ปรากฎแสงสีขาวเป็นประกายเล็กน้อยที่ปานรูปจันทร์เสี้ยวของเจ้าตัว แล้วผ้าพันแผลสะอาดหมดจดก็ปรากฎขึ้นที่ฝ่ามือของเขา!

"เชื่อว่าคุณก็คงมีพลังแบบนี้ใช่มั้ย?"เด็กหนุ่มตรงหน้าชวนคุยขณะบรรจงพันผ้าพันแผลเข้าที่ปานรูปจันทร์เสี้ยว(ที่มาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้)ของชินูดะอย่างแผ่วเบา

"พลังอะไร"ผู้ที่เล่นบทเป็นคนบาดเจ็บถามเสียงเอ๋อ เขายังตกใจไม่หายกับสิ่งที่ตนเพิ่งเห็นเมื่อกี้

เวทมนตร์ ไม่ผิดแน่!

"พลังแบบเมื่อครู่..."มือยังคงตั้งอกตั้งใจพันแผล "คุณมีปานรูปจันทร์เสี้ยวเหมือนผม"

"ลูกพี่ลูกน้องฉันก็มีนะ"ชินูดะเริ่มเล่าเรื่องของมาซาชิและเรื่องของตัวเองให้คนตรงหน้าฟังราวกับคุ้นเคยกันมานาน และผู้พันแผลให้เขาคนนี้เองก็เล่าเรื่องของตัวเขาเองเช่นกัน และแล้วทั้งสองก็ได้พบว่ามีอะไรเหมือนกันอย่างหนึ่ง!

คนๆนี้คือ 'หลิงซือหลง' เด็กหนุ่มลูกครึ่งจีนญี่ปุ่น ทายาทคนเดียวของมาเฟียอันดับสองรองจากพ่อของชินูดะ ซือหลงเพิ่งกลับมาจากอเมริกาและพาพ่อของเขา 'หลิงเทียนหลง' มาตรวจสุขภาพ นอกจากนี้เขากำลังจะย้ายมาอยู่โรงเรียนเดียวกับมาซาชิด้วย!

"ตอนฉันเห็นนายครั้งแรกฉันนึกว่านายจะหยิ่งซะอีก"ชินูดะพูดพลางหัวเราะเบาๆ "บุคลิกของนายเย็นชามากเลยล่ะรู้ตัวรึเปล่า"

"ตอนฉันเห็นนายครั้งแรกฉันก็นึกว่านายเป็นพวกไม่เต็มเหมือนกันแหละ"เส้นอารมณ์แห่งความดทนของชินูดะเริ่มเปราะบางเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้าได้นี่เขาก็พลอยยิ้มตามไปด้วย

"จริงสิ... เรื่องพลังที่นายว่าน่ะ มันหมายความว่ายังไงเหรอ"เด็กหนุ่มผมสีแดงถามเมื่อนึกขึ้นได้

"เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจ เมื่อสามวันก่อนผมได้รับโทรศัพท์จากชายนิรนามคนหนึ่ง เขาเล่าเรื่องของปานรูปจันทร์เสี้ยวให้ฟัง ผมนึกว่าเขาบ้าเลยกดสายทิ้งไป ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกแปลกเมื่อตอนเช้ามีเลือดไหลมาจากแผลนี้... มัน... น่ากลัวมากๆ"

"แต่เลือดของผมจะหยุดไหลทุกครั้งที่ผมใช้พลัง"

"พลัง?"คิ้วของชินูดะแทบจะผูกเป็นโบว์ด้วยสงสัย

"แบบนี้"ซือหลงดีดนิ้วดังเป๊าะ พลันก็มีแหวนเพชรเม็ดโตปรากฎขึ้นที่นิ้วของเขา ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายเยกรปภ.ข้างนอกห้องน้ำ

ซือหลงหัวเราะเมื่อเห็นหน้าตาตกใจปนเอ๋อของชินูดะ เขาดีดนิ้วอีกครั้งก่อนที่แหวนนั้นจะหายไป และเสียงข้างนอกห้องน้ำเลห่านั้นก็เงียบสงบลง

"ผมสามารถเรียกอะไรก็ได้ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆให้มาปรากฎตรงหน้าของผม"ชินูดะอ้าปากหวอ "โดยที่ไม่มีใครรู้"

ตื๊ดดด~ตื๊ดดดดด~

เสียงโทรศัพท์ของชินูดะในกระเป๋ากางเกงของเขาดังขึ้น

"ฮัลโหล... อ่า... ครับ ห้องน้ำครับพ่อ ไม่เป็นไรครับ... อ่อ... ครับๆ เดี๋ยวผมจะรีบไป"

"เอ้อ... ซือหลง ฉันคงต้องไปแล้วล่ะ"ชินูดะหันไปพูดกับเพื่อนร่วมห้องน้ำ(!?) ซึ่งซือหลงก็พยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มน้อยๆ

"ผมเองก็เหมือนกัน"

หลังจากที่ทั้งสองแยกย้ายกันไป ชินูดะก็รีบร้อนตรงไปยังห้องพักของมาซาชิทันที พ่อของเขาโทรมาบอกว่ามาซาชิเริ่มรู้สึกตัวบ้างแล้ว เขาเองที่มัวแต่คุยกับเพื่อนใหม่จนเพลินจนลืมเรื่องของมาซาชิไปเสียสนิท...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น