+ศึกโชเน็นมหาเวท+

ตอนที่ 14 : ตัวตายตัวแทน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ม.ค. 51

"เอาไงดีครับ!"ซือหลงถามอย่างร้อนรน เสียงชุลมุนวุ่นวายดังคับไปทั่วทั้งห้อง แน่นอนว่าเสียงนั้นดังพอที่จะให้ห้องอื่นๆเริ่มทยอยกันออกมาดู

"ไมได้นะ เราจะให้คนอื่นๆเห้นไอ้ตัวนี้ไม่ได้เด็ดขาด!"มาซาชิรีบพูด แต่ในใจก็ว้าวุ่นเต็มไปด้วยความสับสน ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ใช้ไฟแห่งเงาจันทรา แต่เขายังไม่รู้อะไรสักอย่างเกี่ยวกับการปราบผี น่าขำไหมเล่า...โชเน็นไร้ยันต์!!

แต่แล้ว... ทุกสิ่งมทุกอย่างกลับเงียบหาย สรรพสิ่งทุกอย่างสงบเงียบผิดปกติ เงียบเชียบจนเข้าข่ายสงัด การเคล่อนไหวของนักเรียนทุกคนในห้องหยุดนิ่ง มีเพียงห้าคนในห้องสองเท่านั้นที่ยังคงขยับตัวได้ และต่างพากันมองหน้ากันไปมาเลิ่กลั่กด้วยความตกใจระคนงุนงง

"เกิดอะไรขึ้น?"ชิโระถามขึ้น สายตามองไปรอบๆห้อง นักเรียนบางคนยังนิ่งค้างอยู่ในท่าที่กำลังวิ่ง บางคนลอยอยู่กางอากาสเพราะเมื่อครู่กำลังกระโดด กิจกรรมของทุกคนถูกหยุดค้างไว้เพียงแค่นั้นหมดทุกคน!!

ซือหลงหันไปมองสมาชิกที่ยังคงขยับตัวได้อยู่ ทว่า... อาจารย์ซึบุงิ ไม่สิ... ต้องเรียกว่าปีศาจในคราบของอาจารย์ซึบุงิมากกว่า หายตัวไปเสียเฉยๆโดยไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เลย

"ระวังนะยาบุมิ อย่าเพิ่งขยับตัว มันอาจจะยังอยู่ในห้องนี้"มาซาชิเอ่ยเตือนสาวเจ้าที่ทำท่าจะก้าวออกไปข้างหน้า เธอชะงักนิดหนึ่งกับคำเตือนที่ถูกส่งมา แต่สายตาก็ไม่ได้หันกลับไปมองยังผู้พูด

"มันไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้วล่ะครับ"ซือหลงที่เงียบไปพักหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบ พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ชุ่มโฉกไปด้วยเลือดที่เริ่มแห้งเกรอะกรังเพราะอากาศ "เลือดมที่แขนของผมหยุดไหลแล้ว"

เท่านั้นแหละ ทั้งห้าก็หายจากอาการเกร็ง เริ่มต้นสังเกตไปรอบๆห้อง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยือ้นเลยสักนิด สิ่งมีชีวิตทุกอย่างยังคงหยุดค้างนิ่งด้วยท่สสุดท้ายที่ตัวเองเพิ่งจะทำกนอที่เวลาทั้งหมดจะ'หยุด'ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งของปีศาจเมื่อครู่

"แล้วนี่เราจะทำยังไงกับทุกคนล่ะ"เคตะเอ่ยถามขึ้นบ้าง

พลัน.. มาซาชิรู้สึกทรมาน... ร่างกายร้อนราวกับกำลังถูกไฟเผา เม็ดเหงื่อที่เดิมทีก็มีมากอยู่แล้วเริ่มมากขึ้นอีกจนเสื้อนักเรียนชุ่มโชกไปหมด เขารู้สึกเหมือนร่างกายมันจร้อนจนแทบจะระเบิด แสบที่ปานรูปจันทร์เสี้ยวแทบขาดใจ แต่ก็ยังฝืนเอามือยันกับโต๊ะ พยายามทำสีหน้าเรียบเฉยให้ดูเป็นปกติทำเหมือนกับไม่มีอาการใดๆเกิดขึ้น เขาพยายามจะสะกดกลั้นความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้

"โทรหาA..."มาซาชิพูดเสียงแผ่ว นัยน์ตาสีน้ำตาลเฉียบตวัดไปหาซือหลงทันที "โทรหาA!!"

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือสีขาวสะอาดของเพดานห้องเรียนและใบหน้าติ่นตระหนกตกใจของยาบุมิที่อยู่ข้างๆ

++++++++++++++

...ที่นี่...ที่ไหน...?

มาวาชิค่อยๆลืมตาขึ้น กระพริบตาปรับภาพทั้งหมดให้ชัดเจน แสงสว่างกระทันหัทำให้เขาอดรู้สึกหวิวๆที่ช่องท้องไม่ได้

"มาซาชิ เป็นยังไงบ้าง อยู่ๆนายก้ล้มลงไปพวกเราตกใจแทบแย่แน่ะ"ใบหน้าของเคตะลอยมาอยู่ข้างหน้าเขา เจ้าตัวกระพริบตาปริบๆไล่ความมีนงงออกไปจากหัว ก่อนที่เสียงคุ้นเคยอีกเสียงจะดังขึ้นมาอีก

"ดูเหมือนว่าอาการแปลกๆนี่จะมีขึ้นทุกทีที่สัมผัสกับไอปีศาจนะ"

"A...?"

"ช่าย... และที่นี่ก็คือบ้านของผม ยินดีต้อนรับทุกคนนะ"

มาซาชิเริ่มตาตื่นขึ้นเต็มที่ก่อนจะมองสำรวจไปรอบๆ ที่ๆเขานอนเหยียดยาวอยู่เป็นโซฟากำมะหยี่สีดำสะอาดอย่างดี โซฟาตัวอื่นๆถูกจับจองด้วยเจ้าของบ้านคนหนึ่ง ยาบุมิ ชิโระ ซือหลง และเคตะ ดูจากเฟอร์นิเจอร์แล้วคาดว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นพักผ่อนมากกว่าห้องรับแขก

ตามชั้นต่างๆเต็มไปด้วยแจกัน เครื่องเรือนโบราณที่แตกหักบ้างบิ่นๆตามขอบบ้าง รวมไปถึงหนังสืออะไรต่ออะไรอีกมากมายที่วางเรียงรายและถูกตกแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดูราบเรียบชวนดึงดูดใจตามชั้นหนังสือที่ทำจากไม้โอ๊กสีน้ำตาลเข้มอย่างดี มาซาชิอดชมไม่ได้ว่าถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆจะดูโบราณ แต่เจ้าของบ้านกลับสามารถนำมาดีไซน์ให้ลงตัวดูดีใช่ย่อยเลยทีเดียว

"ผมเป็นอะไรกันแน่"

"ดูเหมือนว่าอาการของคุณจะเหมือนกับตอนที่เจอกับฮานาโกะซังใหม่ๆนะ"ซือหลงเป็นคนตอบ ยาบุมิ'อดีต'ฮานาโกะซังพยักหน้ารับอยู่ข้างๆชิโระ

"อืม... นี่ไม่ใช่ครั้งที่สองหรอก ครั้งที่สามแล้วล่ะมั้ง ดูเหมือนว่ครั้งแรกจะเป็นตอนอยู่บ้าน จำอะไรไม่ได้เลย รู้แต่ว่าฟื้นขึ้นมาก็โดนเจ้าชินูดะมันด่าโทนทำข้อือมันหัก"มาวาชิเอามือเคาะๆขมับของตัวเองไปด้วยราวกับจะสามารถดึงความทรงจำเก่าๆออกมาเล่าใหม่ได้

"แปลก... แปลกจริงๆ"Aลูบคางแหลมของตัวเองเบาๆ นัยน์ตาสีเงินดูเลื่อนลอย คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเป็นหลักฐานบนใบหน้าว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

"ผมว่าเรื่องของคำสาปหยุดเวลานั่นน่ะยังพอมีทางแก้อยู่หรอก เพียงแต่จะแก้ยังไงเนี่ย ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เรพาะผมมีเรื่องน่ายินดีจะมาบอกให้ทุกๆคนได้ฟังกัน"

บุรุษผมสีเงินยาวสลวยยาวถึงบั้นเอวรีบเอาหัวข้อเรื่องให่ขึ้นมาอ้างก่อนที่มาซาชิจะอาละวาดใส่

"เราเจอโชเน็นอีกสองคนแล้ว..."

"ผมว่าแล้วเชียว"ซือหลงดีดนิ้ว สายตาจับจ้องไปยังเคตะและชิโระที่ทำหน้างงๆ

"เธอสองคนก็คือโชเน็นเหมือนกับพวกเรานั่นแหละ เพราะถ้าไม่ใช่... ก็คงต้องโนคำสาปมนตร์ดำไปบ้างแล้ว"

"เท่าที่ฉันรู้... ดูเหมือนว่าพวกโชเน็นในสมัยโบราณจะมีญาณพิเศษคล้ายกับเกราะป้องกันคำสาปของปีศาจได้ส่วนหนึ่งโดยอัติโนมัติ ซึ่งมันจะทำงานด้วยตัวเองทันทีที่โชเน็นได้เจอกับปีศาจ"Aอธิบาย สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่สมาชิกใหม่ซิงๆอีกสองคน ที่จนตอนนี้ก็ยังทำหน้างงอยู่เหมือนเดิม และดูท่าจะงงหนักกว่าเก่าเสียด้วย

"เดี๋ยวก่อน! นี่ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ย! พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย"ชิโระถามขัดขึ้น เคตะพยักหน้ารับเป็นเชิงเห็นด้วย

"หลักฐานมันอยู่ตรงนี้..."ซือหลงกระโจนพรวดเดียวถึงตัวชิโระ เล่นเอาเธอตกใจ แต่ก็เขยิบหนีไม่ทันมือไวของใครบางคนที่กระชากเอวของเธอเข้ามาใกล้... เสียจนลมหายใจสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา

มาซาชิถอนหายใจเล็กน้อย... เขาคิดไม่ตกเลยว่าถ้าเมื่อครู่เขาไม่เอื้อมมือไปคว้ายาบุมิเอาไว้ก่อน สงสัยไอ้กร๊วกซือหลงต้องได้โอกาสแต๊ะอั๋งพร้อมกันทีเดียวสองคนแน่!!

"ไอ้บ้า!!ทำอะไรปล่อยฉัน!!"ชิโระตะโกนทั้งๆที่หน้ายังแดงก่ำด้วยความอาย เกิดมาเธอไม่เคยโดนผู้ชายคนไหนกอดมาก่อนเลย แต่อีตานี่กลับทำ! ทั้งๆที่เธอไม่ได้เต็มใจเสียด้วย

แต่คนแต๊ะอั๋งยังไม่สนใจ มือขวารั้งเอวบางเอาไว้ไม่ให้หนี ส่วนมืออีกข้างกระชากแขนเสื้อนักเรียนให้เลิกขึ้น ปานรูปจันทร์เสี้ยวเด่นหราท่ามกลางสายตาของทุกคน สีของมันเป็นสีแดงตัดกับสีของผิวโดยสิ้นเชิง

"นี่ไงล่ะ... เธอเป็นโชเน็นจริงๆด้วย"นัยน์ตาสีเงินเป้นประกายวาววับราวกับเด็กได้ของเล่นถูกใจ คนอื่นๆพากันลอบมองปฏิกิริยานั้นเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร แต่เคตะกลับแอบคิดในใจ

'นิสัยตอนอยู่ที่โรงเรียนมันไม่ใช่แบบนี้นี่หว่า?! คนละฟากฝั่งฝาเลยทั้งเนี่ย!'

"คืออย่างนี้นะอิโชจัง เธอน่ะคือหนึ่งในเจ็ดสุดยอดของโชเน็น แล้ว..."

Aร่ายยาวชนิดตัดตอนเอาให้เข้าใจง่ายๆ เคตะหลุดเสียงอุทานออกมาหลายต่อหลายครั้ง ตาโตเกกว้างด้วยความทึ่ง

"ผมสังเกตเห็นคุณตั้งนานแล้วล่ะนะเคตะ แต่ก็ยังไม่กล้าสรุปเอาเองเพดราะยังไม่มีหลักฐาน เอาล่ะ ลองเลิกแขนเสื้อดูสิครับว่ามีปานมั้ย?"

เมื่อซือหลงมองเห็นปานรูปจันทร์เสี้ยวของเคตะก็ยิ้มน้อยๆออกมา

"ผมดีใจที่ทุกคนในโชเน็นอยู่ห้องเดียวกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำ"

"ยังไงฉันก็ต้องแนะนำสมาชิกใหม่ให้ชินูดะฟังอยู่ดี"มาซาชิบ่นอุบเบาๆ แต่เหมือนจะไม่มีใครได้ยิน

"ยังไงซะฉันก็คงต้องขอเวลานิดหน่อยนะ เพราะเรื่องแบบนี้ฉันคงทำใจเชื่อในวันเดียวไม่ได้หรอก"เคตะบอก คิ้วของเขาขมวดขณะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของบ้านที่ยักไหล่เป็นเชิงว่า 'ก็เรื่องของคุณ'

"ซือหลง ปล่อยฉันนะ"ชิโระกระซิบเบาๆที่ข้างหู หน้าเนียนยังคงแดงก่ำด้วยความเขินอาย ถ้าเธอไม่เอามือยันอกเขาเอาไว้ คงจะเป้นตัวเธอนี่แหละที่ซบอยู่ที่ไหล่กว้างของลูกครึ่งจีนญี่ปุ่นคนนี้แน่!

แต่เจ้าตัวกลับทำไม่ได้ยิน ยิ้มร่าแถมยังแกล้งกระชับมือที่รั้งเอวบาเงอาไว้อีกด้วย!

"แล้วเรื่องคำสาปล่ะ?"มาซาชิถามขึ้นมาอีกครั้ง

"ดูเหมือนว่า... พลังของพวกคุณจะถูกค้นพบด้วยตัวของพวกคุณเองเท่านั้นแหละนะ"Aตอบ

"ถ้าเราต้องรวบรวมสมาชิกให้ครบทั้งเจ็ดคน ตอนนี้เราก็มีหกคนแล้วสินะ"ชิโระรำพึงเบาๆ แต่เนื่องจากระยะที่อยู่ใกล้กับใครบางคนมาก คนๆนั้นจึงถามกลับเสียงดังเอาให้ได้ยินกันทั้งห้อง

"หกคน? เดี๋ยวนะ ตอนนี้ก็มีฉัน มาซาชิ ยาบุมิ เคตะ เธอ แล้วก็..."

"ก็Aไง เขาเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าพวกโชเน็นจะมีเกราะพิเศษป้องกันคำสาปน่ะ แล้วAเองก็ยังขยับได้ แสดงว่าเขาเองก็เป็นโชเน็นเหมือนกัน!!"

มาซาชิตาเบิกค้างทันที ยาบุมิท นิ่งเงียบอยู่นานก็ถึงกลับตกใจไปครู่ใหญ่เหมือนกัน

"จริงของเธอนะชิโระ"ซือหลงกระซิบตอบเบาๆ ส่วนผู้ที่มีอายุมากที่สุดแค่หัวเราะขำๆ

"แหม... เข้ามาอยู่ทีมเดียวกันแค่ไม่กี่นาที กลับรู้ตัวของโชเน็นอีกคนได้ ไม่เบาเลยจริงๆ"

"เหอะๆ เราก็โง่เนอะ เอาแต่สงสัยคนอื่น แต่คนที่ใกล้ตัวเราที่สุดกลับไม่ได้สังเกตเลย"มาซาชิเกาหัวแกรกๆ ส่วนชิโระก็เริ่มพูดตามความคิดของตัวเองต่อ

"เพราะฉะนั้น... ตอนนี้ทั่วทั้งโลกกำลังหยุดนิ่ง ก็แสดงว่านอกจากพวกเราหกคนแล้ว มีเพียงแค่คนเดียวในโลกเท่านั้นที่ขยับได้ในตอนนี้!!"

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น