+ศึกโชเน็นมหาเวท+

ตอนที่ 12 : สมาชิกใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ย. 50

"ว่าไงนะ!!! ผุ้ใช้สายลม!!! ฮานา... เอ๊ย!! ยาบุมิเองก็เป็นหนึ่งในเงาจันทรางั้นเหรอครับ!!"

เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มที่เพิ่งกลับจากคฤหไสน์โอนิชิตะไปได้ประมาณสองสามชั่วโมงแว้ดๆดังมาจากปลายสาย เล่นเอาคนฟังอยู่อีกฝั่งถึงกับยกโทรศัพท์ออกห่างจากหูตัวเองแทบไม่ทัน

"เบาๆโว้ยไอ้ซือหลง เออนั่นแหละ เป็นแบบที่นายพูดทุกอย่าง แต่ก็ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ"

เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่นานยังคงติดตรึอยู่ที่ตาไม่จางหาย...

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณครึ่งชม.ที่แล้ว

'ฉัน... คือ...'ฮานาโกะซังเริ่มทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนขาแข้งอ่อนแรงจนต้องทรุดนั่งลงกับพื้น

'อืม... ไม่ผิดหรอก เจ้าเก้าหางนั่นพยายามที่จะขัดขวางพวกเจ้าเพื่อเป็นการถ่วงเวลา ยิ่งพวกเจ้าค้นหาสมาชิกได้ช้ามากเท่าไหร่ เผ่าพันธุ์ปีศาจก็ขยับขยายไปได้หลายแห่งมากยิ่งขึ้น'ปากที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวดูขนพองสยองเกล้านั้นเอ่ยเรียบๆ

'แล้วตกลงมันยังไงเนี่ย คือผมงงอ่ะ'มาซาชิถามบ้างหลังจากเงียบอยู่ครู่ใหญ่

'สรุปก็คือ จริงๆแล้วฮานาโกะซังที่พวกเจ้ารู้กันน่ะคือยาชิคริ ยาบุมิ ผู้ใช้ลมแห่งเงาจันทรา และจริงๆเธอไม่ได้ตาย แต่ถูกทำให้อยู่ในสภาพที่กลืนกินเลือดเนื้อไปเลยกลายเป็นร่างโปร่งใสแบบนี้ จากนั้นก็โดนผนึกขังอยู่แต่ในหองน้ำเท่านั้น แต่ก็ช่างน่าแปลกจริงๆนะ ที่ผู้ใช้ไฟอย่างเจ้าจะทำให้คำสาปส่วนนั้นเปราะบางไปได้กว่าครึ่ง...'

'...'มาซาชิไม่พูดอะไร แค่ก้มลงดึงคนข้างๆที่เอาแต่เข่าอ่อนมองมือของตัวเองอยู่อย่างนั้นให้ลุกขึ้น แล้วค่อยๆจับแขนเสื้อนร.ที่ใส่อยู่ตลอดเลิกขึ้นไป... รอยปานรูปจันทร์เสี้ยว... จริงๆด้วย

'แล้วจะทำยังไง ถึงจะให้เธอกลับมามีเลือดเนื้อเหมือนเดิมล่ะ'เด็กหนุ่มยิงคำถามต่อ แต่สายตาไม่ได้ละไปจากรอยปาน

'แล้วเจ้าคิดว่าที่ข้าถ่อมาถึงนี่มันเพื่ออะไรกันล่ะ เฮ้อ...'

อาคางิยามาโนะมูคาเดกามิแน่นิ่งไปพักหนึ่ง ลูกตาจับจ้องอยู่กับร่างบางของผู้หญิงที่ยืนพิงคนข้างๆดูอ่อนระโหยไร้ซึ่งเรี่ยวแรง และในทันใด ร่างโปร่งบางก็กระตุกเฮือก ก่อนที่เลือกตาจะค่อยๆปิดพริ้มลงอย่างสงบ

'เฮ้ย!!'มาซาชิร้องลั่น อ้าแขนประคองร่างของฮานาโกะเอาไว้ได้ทันก่อนที่เอจะหล่นตุ้บไปที่พื้น

'ไม่ต้องห่วงๆ รอสักพักเดี๋ยวก็ฟื้น ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายที่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ยังไงซะก็คอยเฝ้าไว้ให้ดีล่ะ'

'เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆ แล้วครอบครัวเธอล่ะ อยู่ไหนกันหมด'

'เหอะๆ เธอเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการอุปการะจากครอบครัวๆหนึ่งแล้วก็ส่งให้มาเรียนที่โรงเรียนเดียวกับเธอไงล่ะผู้ใช้ไฟ แต่ไม่ต้องห่วง เรื่องนั้นไอ้เจ้าจิ้งจอกเก้าหางหน้าโง่มันลบความทรงจำเกี่ยวกับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตัวเธอซะหมดไม่เหลือซาก ต่อจากนี้ไป... ก็คงต้องเป็นหน้าที่เจ้าแล้วล่ะนะ'พูดจบ 'เจ้าเทพตะขาบ'ก็หายวับไปในพริบตา

"โอ้... อย่างงั้นล่ะหรือ"

"ยังจะมาทำเสียงกรุ้มกริ่มอีกแน่ะไอ้หัวเงิน! แล้วนี่ฉันจะทำยังไงดีล่ะ"

"ก็ไม่เห็นยากเลยครับ คุณก็แค่ให้เธออยู่บ้านคุณก็เท่านั้นเอง"

"พูดง่ายไปมั้ง!! แกลองให้เธอไปอยู่บ้านแกเอามั้ยล่ะ!!"

"แน่ใจเหรอครับ..."

"ฉันล้อเล่น!!!"

พูดจบมาซาชิก็ส่งเสียงฮึ่มเบาๆในลำคอ ในขณะที่อีกฝ่ายได้แต่หัวเราะชอบอกชอบใจเป็นการใหญ่กับอาการหึงหวงออกนอกหน้า

"เฮ้ย... หลิงซือหลง เอาดีๆฉันเครียดนะ"

"ครับๆ ก็... วันนี้พ่อแม่คุณกลับไม่ใช่เหรอครับ"

"เอ่อ... นั่นดิ ตอนนี้ยังไม่กลับเลย สงสัยรถจะติด"มาซาชิพยายามคิดในแง่ดีปลิบใจตัวเองเข้าไว้ หลังจากที่กำหนดเลื่อนกลับบ้านของพ่อแม่ของเขานั้นล่าช้าไปถึงสองวันเต็มๆ

"ก็พอพ่อแม่คุณกลับมาก็ลองแนะนำตัวเธอให้รู้จัก แล้วก็ขอให้อุปการะเธอเอาไว้สิครับ"

"อืม... นั่นสิ แต่ไม่รู้พ่อแม่ฉันจะยอมรึเปล่าอ่ะนะ"

"ถ้าไม่ยอมยังไง... คุยกับผมอีกทีก็ได้นะครับ คฤหาสน์ตระกูลหลิงของผมมีห้องว่างอยู่อีกหลายห้อง..."

"ไม่ต้องมาทำเป้นพูดดี!! แม่ชั้นรักเด็กโว้ยยย!!! ยังไงก็ต้องรับอยู่แล้ว!!"ตะโกนใส่ดทรศัพท์เสร็จก็โยนโทรศัพท์ส่งให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ประจำคฤหาสน์(?!)ตามนิสัยประจำที่จะไม่ยอมวางสายหากคนปลายสายยังไม่วาง

เขาเดินไปยังห้องนั่งเล่น... บนโซฟามีฮานาโกะซัง... ไม่สิ ยาบุมินอนหลับอยู่ ร่างโปร่งใสค่อยๆกลับมามีเลือดเนื้อเหมือนมนุษย์อีกครั้ง เสียงของลมหายใจเองก็เป็นปกติแล้วด้วย เขาเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาข้างๆ สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าของคนที่ยังไม่รู้สึกตัว

ตอนนี้ในใจของมาซาชิเอาแต่ว้าวุ่นร้อนรน ว่าเมื่อไหร่พ่อแม่ของเขาจะกลับมาถึงบ้านสักทีจะได้คุยกันให้จบๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เอาแต่คิดว่าหากคำตอบคือไม่...

เขาจะต้องส่งเธอให้ซือหลงจริงๆหรือนี่!!

ด้วยเพราะในสมองที่กำลังคิดเรื่องอ่นอยู่วุ่นวายตีกันไปหมด มาซาชิเลยถึงกับสะดุ้งเมื่อบอดี้การ์ดรีบกระหืดกระหอบเข้ามาบอกด้วยน้พเสียงราบเรียบ หากแต่มันดังก้องเลหือเกินในหูของเด็กหนุ่ม

"นายน้อยครับ ท่านชายท่านหญิงกลับมาแล้วครับ"

ลูกชายคนเดียวของท่านชายท่านหญิงแทบจะกระโจนไปปูพรมรอรับหน้าบ้านเลยทีเดียว ร่างของบุพการีที่เดินเคียงคู่กันมาในชุดทำงานทำเอามาซาชิสะอึกไปชั่วขณะ

นี่เขาคิดถูกรึเปล่านะที่จะเอาภาระหนักขนาดนี้มาให้พ่อแม่ของเขา

"ไงจ๊ะมาซาชิ มาให้แม่กอดหน่อยซิ คิดถึงจังเลย"แม่ของมาซาชินั้นโอบกอดร่างของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่สูงกว่าเธอเสียแล้วประมาณสองสามเซนต์นั้นอย่างแนบแน่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในอกของมาซาชิจนเขาแทบไม่อยากผละไปเลย

"เป็นยังไงบ้างลูก หืม"เธอหอมแก้มมาซาชิอย่างรักใคร่เอ็นดู ก่อนจะปล่อยลูกชายให้สามีได้กอดบ้าง

"ผอมไปนะลูก นี่ได้ทานข้าวบ้างรึเปล่า"มาซาชิหันไปถลึงตาวาวใส่คนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังบิดาทันทีอย่างจับผิด เล่นเอาสคนรับใช้ส่ายศีรษะกันพัลวันเป็นอันสรุปว่า...

ไม่ได้ขัดคำสั่ง

"คือ... ผมมีเรื่องอยากจะขอ..."มาซมาชิเริ่มเรื่องทันทีที่ผละออกจากอกของบิดาที่ยกแขนขึ้นกอดคอลูกายไว้หลวมๆก่อนจะพาเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น... ที่มีร่างของใคตรคนหนึ่งหลับผล็อยอยู่ที่โซฟาตัวยาว

"ตายจริง!!"มารดาของมาซาชิเอ่ยขึ้นก่อนอย่างตกใจ ก่อนจะปราดเข้าไปหาเด็กสาวที่บัดนี้ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นั่ง ขยี้ตาไปมาอย่างงัวเงีย

"นี่หนู... เป็นใครจ๊ะ ทำไมถึงมานอนอยู่ที่นี่..?"สายตาที่ส่งไปหาเด็กสาวที่เอาแต่กระพริบตาปริบๆอย่างทำอะไรไม่ถูก มาซาชิถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะทันทีที่เห็นเธอในสภาพที่ไม่ได้โปร่งใส

ผมสีดำสนิทยาวสยายเหยียดตรงยาวถึงกลางหลัง ริมฝีปากอิ่มสีชมพู นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายแวววาว ผิวขาวใสเรียบเนียนไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ ที่แก้มมีสีแดงระเรื่อเล็กน้อย

บอกได้คำเดียว... น่ารัก

"มาซาชิ!!"

"คะ.. ครับ!! เอ่อ.. คือ... นี่ละครับเรื่องที่ผมจะขอ"มาซาชิขานเสียงรับของมารดาตัวเองที่กำลังตกใจสุดขีดไม่แพ้บิดา ก่อนจะเริ่มเข้าเรื่องทันที

"ยังไงจ๊ะแม่ไม่เข้าใจ"เธอเบือนสายตาไปมองลูกชาย แล้วหันกลับมามองเด็กสาวอีกครั้ง

"อ๋อ... คือเธอเป็นเด็กกำพร้าน่ะครับ บังเอิญว่าครอบครัวของเธอเสียชีวิตไปเมือเดือนที่แล้วเธอเลยต้องอยู่คนเดียว แล้วตอนนี้เธอก็ลำบากเพราะไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงตัวเองน่ะครับ เราอยู่โรงเรียนเดียวกันแล้วบัเงอิญผมได้รู้จักเธอเข้า ผมสงสารก็เลย... ชวนมาอยู่ด้วย"

มาซาชิพูดพลางเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ปั้นหน้าปั้นเรื่องที่ตัวเองคิดว่าเศร้าสุดฤทธิ์ ในขณะที่พ่อกับแม่ของเขาไม่ได้แสดงสีหน้าอารมณ์อะไรออกมาทางแววตาหรือใบหน้าเลยแม้แต่น้อย เขาเลยเงียบไปพักหนึ่งเพื่อรอดูท่าที ในขณะเดียวกันนัยน์ตาก็เหลือบมองฮา... ยาบุมิที่ตอนนี้หันมามองเขาทันทีด้วยแววตาแลตกใจสุดขีด

พ่อแม่ของมาวาชิมองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะยิ้มออกมาทันที แววตาเจ้าเลห์ดู่กลัวเสียจนมาซาชิกลืนน้ำลายไม่ลง

"หนู... ชื่ออะไรจ๊ะ"แม่ของมาซาชิถามอย่างใจดี

"เอ่อ... ยาชิคุริ ยาบุมิค่ะ"

"หนูก็น่ารักดีนะ ตกลงจ้ะมาซาชิ แม่จะรับยาบุมิเป็นลูกบุญธรรม ใช่มั้ยคะคุณ"พ่อของมาซาชิพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้เด็กสาว... ที่จะกลายมาเป้นสมาชิกใหม่ของบ้าน ส่วนเจ้าตัวคนขอดีใจจนแทบจะเก้บอาการไว้ไม่มิด

"อืม... ว่าแต่ทั้งสองคนเนี่ย...

เป็นอะไรกันเหรอจ๊ะ"

คำถามที่ราวกับฟ้าผ่ามากลางใจทำเอายาบุมิกลับไปอยู่ในท่าฮานาโกะซังคนเดิมอีกครั้ง คือนั่งก้มหน้า หน้าแดงเป็นก้นลิง ส่วนมาซาชินั้นมั่นใจเต็มร้อย คว้ามือเด็กสาวมากุมเอาไว้อย่างแนบแน่นก่อนจะตอบ

" แฟนครับ "

บอดี้การ์ดรวมไปถึงคนรับใช้ที่ยืนอยู่ด้วยกันในที่นั้นอ้าปากค้าง ทันที ในขณะที่ผู้ที่ใหญ่ที่สุดในบ้านทั้งสองต่างยิ้มให้กันอย่างรู้ทันในลูกชาย

"เอาเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้วต้องรีบไปโรงเรียน แล้วเสื้อผ้าล่ะจ๊ะหนู มีครบรึยัง ถ้ายังไม่มีเดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้กลับจากโรงเรียนแม่จะให้คนรับลูกไปซื้อของนะจ๊ะ"

"เอ่อ..."ยาบุมิยังคงงงๆ ทำอะรไม่ถูก มาซาชิรีบแก้ต่างให้แทนทันที

"เธอคงดีใจจนพูดไม่ออกน่ะครับ ยังไงเราขอตัวก่อนนะครับ นี่ก็ดึกมากแล้วเธอคงอยากพักผ่อน"

พูดจบก็ดึงมือเล็กที่กุมอยู่ให้ลุกขึ้นยืน แต่พ่อของมาซาชิรีบค้านเอาไว้ทนัที

"ได้ไงลูก ยาบุมิเป็นผู้หญิงนะ ต้องนอนแยกห้องกันสิ"

"งั้นเว้นคืนนี้ซักคืนนะครับ พอดีผมมีเรื่องสำคัญม้ากมากจะคุยกับเธออ่ะครับ เอ่อ..."

แม่ของมาซาชิมีประกายตาระยิบระยับก่อนจะเอ่ยปากแซว

"ถึงแม่อยากจะหลานไวๆแต่แม่ก็ยังอยากให้ลูกเรียนให้จบก่อนนะจ๊ะ เข้าใจที่แม่บอกรึเปล่า"

เลือดสูบฉีดขึ้นบนใบหน้าของผู้อ่อนวัยทั้งสองที่ยืนเกาะกุมมือกันอยุ่ ยาบุมิพยายามจะดึงมืออกแต่ไม่สำเร็จ

"ไม่ใช่อย่างนั้นครับแม่! เธอนอนบนเตียงผมนอนข้างล่างต่างหากล่ะครับ!! โอเคๆ งั้นถ้าให้คนจัดห้องให้ยาบุมิเสร็จก็ให้ไปเรียกที่ห้องผมแล้วกันนะครับ ขอบคุ๕มากนะครับแล้วก็... ฝันดีครับแม่ พ่อ"

พูดจบก็รีบสาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปในทันที ท่ามกลางเสียงถอนหายใจของบุพการีทั้งสองที่มองตามลูกชายไปด้วยแววตาเอ็นดู

"ดะ...ดะ...เดี๋ยวมาซาชิ นี่มัน..เกิดอะไรขึ้นล่ะ ทำไมจู่ๆแม่ของมาซาชิถึงรับฉันเป้นบุตรบุญธรรมล่ะ แล้ว...."ยาบุมิยิงคำถามทันทีที่ถึงห้องนอนของมาซาชิ เจ้าของห้องเอนหลังลงกับเตียงอย่างเหนื่อยหน่าย แต่คนถามยังไม่ยอมแพ้เขย่าๆแขนอย่างลืมตัว

"ก็ฉันรู้มาจากไอ้ตะขาบนั่นว่าเธอน่ะเป็นเด็กกำพร้า"

"แล้วยังไงอีก"ยาบุมิเค้นเสียงถาม

"แล้วไอ้จิ้งจอกห้าบวกสี่หางนั่นก็ดันไปลบความทรงจำเรื่องเธอกับคนที่อยู่รอบช้างเธอทั้งไหมดยังไงล่ะ ฉันก็เลยว่าจะรับเธอมาอยู่ด้วยเอง ดีนะที่พ่อกับแม่ฉันตกลง ไม่งั้นเธอคงได้ไปเป็นลูกบุญธรรมตระกูลหลิงแทน"

"หือ...?"

"เออเอาเถอะ!! ช่างมัน!! ว่าแต่เอก็กลับมามีเลือดเนื้อแล้วนี่ ดีใจด้วยนะ"

"ค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าฉันจะเป็น... โชเน็นเหมือนกัน"

"เหอะๆ ช็อกล่ะสิ เป็นผีอยู่ดีๆดันพลิกล็อคมาเป้นคนปราบขผีซะงั้น"

เด็กสาวหัวเราะคิก " ก็อาจะประมาณนั้นมั้งคะ"

"ว่าแต่เธอเนี่ย... น่ารักดีเหมือนกันนะ"

และแล้วกิริยาเดิมก็กลับมาอีกครั้ง... ยาบุมิก้มหน้ซ่อนความเขินอายเอาไว้

ก๊อกๆๆๆ

"คุณหนูครับห้องของคุณหนูยาบุมิเสร็จแล้วครับ"

มาซาชิกระโจนลงจากเตียงกระชากประตูออกกว้างทันที เล่นเอาอีกคที่อยู่ในห้องลุกขึ้นยืนจากปลายเสียงแทบไม่ทัน ร่างสุงใหญ่หน้าเหี้ยใปรากฎขึ้นที่หน้าประตู

"ก็ห้องมันพร้อมอยู่แล้วนี่ครับ ไม่ต้องจัดอะไรมากนอกจากเปลี่ยนห้องนิดหน่อย"

"เออๆ เฮ้อ... แล้วห้องของยาบุมิอยู่ที่ไหน"

"ตรงข้ามห้องคุณหนูนี่แหละครับ"สายตาของบอดี้การ์ดในสูทดำที่มองมาที่ทั้งสองด้วยสายตาเหมือน... เป็นแฟนกันแน่หรือ...?

มาซาชิหันไปพูดกับเด็กสาว "เธอแยกห้องนอนกับฉันนะยาบุมิ แม่ต้องห่วงมีอะไรก็เรียกฉันได้ ห้องเราอยู่ฝั่งตรงข้ามกันไปนอนได้แล้วล่ะ พรุ่เราจะได้ไปโรงเรียนกัน"

ยาบุมิเดินออกมาอย่างว่าง่าย สายตาของเธอสาดส่องมองไปรอบๆบริเวณ บอดี้การ์ดหน้าห้องมาซาชิสองคน หน้าบันไดสี่คน หน้าห้องเธอสองคน มองไปทางไหนก็เห็นแต่ผุ้ชาย!!

"ไม่ต้องห่วงนะครับคุณหนูเล็ก มีแม่บ้านที่ท่านหญิงให้มาดูแลคุณหนูรออยู่ในห้องนอนคุณหนูนะครับ"

"อืม... ไม่ต้องห่วงนะ ฝันดีนะยาบุมิ"และแล้วโดยที่ยังไม่มีใครได้ทันตั้งตัว มาซาชิก็คว้าตัว 'คุณหนูเล็ก'มาหอมแก้มฟอดใหญ่ ท่ามกลางสายตาของบอดี้การ์ดเป็นสิบๆคน!!

ส่วนคนถูกเอาเปรียบตอนนี้หน้าแดงไปทั้งใบหู รีบก้าวออกมาให้พ้นรัศมีคนเอาเปรียบแล้วเดินเข้าห้องใหม่ของตัวเองไปทันที

มาซาชิหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้บอดกี้ร์ดคู่คนสนิทของเขา ริโอะและเรชิในทันที ก่อนจะปิดประตูดังปัง!!

หลังจากวันนี้... คงมีเรื่องน่ารักๆของวัยรุ่นได้เห้นกันอีกนาน!!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น