#อยากปีนเขาจังครับ (Yaoi)

ตอนที่ 1 : 0 | INTRO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ต.ค. 62

INTRO

 

 

            เคยสงสัยมั้ยว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเลือกเรียนต่อในสายวิทย์หรือสายศิลป์ตอนม.ปลาย

 

            บางคนก็เลือกตามวิชาที่ชอบ เลือกตามเพื่อน เลือกตามคณะที่อยากเรียน เลือกเพราะไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร แม้กระทั่งเลือกเพราะที่บ้านอยากให้เรียน แน่นอนว่าปีนจัดอยู่ในประเภทหลังสุด

 

            เขาเลือกเรียนต่อสายวิทย์ในโรงเรียนเดิม ตอนแรกจะไปสอบสายศิลป์ในโรงเรียนท็อป ๆ ของประเทศแต่ก็โดนขัดไว้ก่อน คุยกับญาติพี่น้องกี่คนเขาก็บอกให้เลือกวิทย์เพราะวิทย์ไปต่อได้มากกว่า เรียนศิลป์มันตกงาน เขาก็สงสัยนะ ว่าถ้าเรียนจบมาแล้วมันไม่มีงาน จะเปิดคณะหรือสายนั้นไว้ให้เรียนเพื่ออะไร

 

            แต่สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย เลือกเรียนวิทย์ไปตามที่ที่บ้านอยากให้เรียน ส่วนหนึ่งก็ตัดรำคาญ ขี้เกียจโดนบ่น รวมกับคิดว่าน่าจะพอเรียนได้เพราะตอนม.ต้นก็อยู่ห้องโครงการห้องสุดท้ายของโรงเรียน อาจจะไม่ใช่อันดับต้น ๆ ของห้องแต่ก็เป็นต้น ๆ ของโรงเรียน โรงเรียนก็ไม่ไก่กาเท่าไหร่ ก็โรงเรียนประจำจังหวัดที่ตอนสอบต้องแย่งกันสอบเข้า

 

            ก็คิดว่าน่าจะเรียนได้จนได้มานั่งเรียนจริง ๆ

 

            โอ้โห... ไม่รู้เรื่องเลยว่ะ

 

            เขานั่งจ้องกระดานไวต์บอร์ดที่ครูกำลังเขียนสูตรฟิสิกส์อยู่ พยายามทำความเข้าใจกับมัน หันมองเพื่อนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นเพื่อนทั้งโต๊ะเรียนรู้เรื่อง วางปากกาในมือลงก่อนจะมองไปนอกหน้าต่างห้องเรียน เลิกสนใจเนื้อหาที่พยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางเข้าใจ

 

            เรียนก็ไม่รู้เรื่อง เพื่อนสนิทก็อยู่คนละห้อง มีอะไรแย่กว่านี้อีกมั้ย

 

            เพราะตอนขึ้นม.4 เด็กนักเรียนห้องโครงการที่ผ่านเงื่อนไขเรื่องเกรดจะได้เลื่อนขึ้นม.ปลายโดยอัตโนมัติไม่ต้องสอบเข้า เพียงแต่การจัดห้องเรียนนั้นจะเรียงตามเกรด ทำให้เขากับเพื่อนอีกสามคนต้องกระจัดกระจายไปอยู่กันคนละห้อง เพื่อนคนนึงไปอยู่ห้อง 1 อีกสองคนไปอยู่ห้อง 3 ส่วนเขาก็อยู่ห้อง 2 แบบงง ๆ

 

            เขาถอนหายใจอีกครั้ง หันหน้ากลับมามองสมุดตัวเองก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะ แหงนหน้าขึ้นมองคนที่นั่งเรียนอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังถกเถียงเรื่องสูตรกับเพื่อนอีกคนที่นั่งข้าง ๆ

 

            หิมะเป็นคนเรียนเก่ง เขาคิดว่างั้นนะ เห็นจากที่ทำได้ตอบได้ทุกครั้งที่ครูถาม ไม่ใช่แค่วิชาเดียวนะ แต่คน ๆ นี้น่ะทำได้ทุกวิชาเลย อ่อ แต่จะมีภาษาไทยที่เจ้าตัวไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่

 

            เขามองหิมะจนเจ้าตัวรู้เลยหยุดเถียงกับเพื่อนข้าง ๆ แล้วหันมามอง เลิกคิ้วข้างหนึ่งมองหน้าเขาก่อนจะพูดทักทายออกมา “มีอะไรรึเปล่าอะ”

 

            เขาส่ายหน้าก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น มองนู่นมองนี่ไปเรื่อย แม้แต่ขยะในถังขยะก็ไม่เว้น ก็คนมันทำไม่ได้ พยายามยังไงก็ทำไม่ได้ ซงสูตรไรไม่เห็นรู้เรื่องสักอย่าง เวร ย้ายสายตอนนี้ทันมั้ย อ่อ ไม่ทัน มันปิดให้ย้ายสายไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

 

            “เลขที่ 8 ออกมาทำข้อนี้ให้เพื่อนดูหน่อย”

 

            ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ก็มีเสียงสวรรค์มาเบรกเอาไว้ เขาเงยหน้า มองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่าใครเป็นผู้โชคดีของวันนี้ก่อนจะเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามลุกออกไปพร้อมกับสมุดในมือ ใช้เวลาครู่เดียวเจ้าตัวก็กลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับคำชมเชยของครูที่ดังตามหลังมาไม่หยุด

 

            “มีอะไรหรือเปล่า” หิมะถามเมื่อเห็นว่าเขามอง

 

            เขาส่ายหน้า เท้าคางมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามต่อ เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูดอะไรก็ก้มลงไปขีด ๆ เขียน ๆ อะไรบางอย่างใส่เศษกระดาษก่อนจะเลื่อนมาไว้ตรงกลางโต๊ะ จริง ๆ น่าจะเลื่อนมาให้เขาแต่โต๊ะแล็บมันกว้างและหิมะก็ตัวเล็ก(กว่าเขา) ไม่แปลกที่เลื่อนสุดแขนแล้วจะได้แค่กลางโต๊ะ

 

            เขาหยิบกระดาษตรงหน้าขึ้นมาคลี่ออก กวาดสายตามองข้อความในนั้นแล้วก็ยิ้มออกมานิด ๆ เมื่อเห็นว่าหน้าตากับลายมือของหิมะนั้นไม่เข้ากันเลยสักนิด ลายมืดหวัด ๆ ที่แสนจะอ่านยากนั่นไม่ได้เข้ากับหน้าตาท่าทางที่ดูเป็นคนมีระเบียบและเรียบร้อยของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

 

            “อ่านแล้วก็ตอบดิ ยิ้มไร”

 

            “เปล่า”

 

            “ก็เห็นอยู่ว่ายิ้ม ก่อนหน้านี้ก็มองอยู่”

 

            “เปล่า”

 

            เขายังคงตอบกลับไปแบบเดิม หิมะดูหงุดหงิดเล็กน้อย พึมพำว่าเขากวนตีน แต่ถึงจะพูดเบาจนแทบไม่ได้ยินแต่เขาก็รู้ว่าเจ้าตัวพูดอะไร เรื่องอ่านปากน่ะเขาถนัดอยู่แล้ว

 

            “เก่ง” เขาพูด พับเศษกระดาษเล็ก ๆ นั่นลงในกระเป๋ากางเกงก่อนจะสบตากับคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม “ออกไปทำแป๊บเดียวเอง แถมถูกอีก”

 

            “หมายถึงโจทย์อะหรอ”

 

            “อือ” เขาครางรับในลำคอ มองคนที่กำลังเปิดหนังสือไปมาสลับกับเปิดสมุด ขมวดคิ้วที่เป็นทรงนั่นก่อนจะมองเขาด้วยสีหน้างง ๆ

 

            “มันก็ไม่ได้ยากนะ”

 

            “ยาก” เขาตอบกลับไปทันทีโดยไม่ต้องคิด ใครว่ามันไม่ยากล่ะ เขาพยายามทำความเข้าใจตั้งนานแต่กลับไม่รู้เรื่องสักนิด “ไม่เห็นเข้าใจสักอย่าง”

 

            หิมะหัวเราะออกมาก่อนจะหยิบสมุดของตัวเอง เอ่ยขอสลับที่กับเพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แต่เขาจำชื่อไม่ได้ เขามองการกระทำนั่นอย่างไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

 

            จริง ๆ เขาไม่ใช่คนที่ไม่ชอบพูดหรือว่าพูดน้อย กลับกันเขาเป็นคนคุยเก่ง เพียงแต่ถ้าไม่สนิทก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปเลยกลายเป็นคนที่เหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปาก

 

            “ชื่อไรอะ” คนที่เพิ่งหย่อนก้นนั่งข้าง ๆ เขาเอ่ยถาม เขามองนิ่ง ๆ กำลังจะตอบกลับไปแต่อีกฝ่ายก็พูดแนะนำตัวเองขึ้นมาก่อน “เราชื่อหิมะนะ ตอนม.ต้นอยู่ห้อง2

 

            “รู้จัก”

 

            “รู้จักเราด้วยหรอ”

 

            “อือ หิมะดัง” เขาตอบกลับไป

 

            หิมะหัวเราะเสียงดังก่อนจะมองไปรอบ ๆ ห้อง เมื่อเห็นว่าครูไม่อยู่ก็หัวเราะต่อ เขามองคนที่หัวเราะจนตาปิดแล้วก็ยิ้มตาม ก่อนจะแนะนำตัวออกไป “ชื่อปีน มาจากห้อง4

 

            “ปีนแบบปีนเขาอะหรอ”

 

            “อือ”

 

            “ชื่อเท่จัง”

 

            ปีนหรอเท่ หิมะที่มาจากหิมาลัยที่เป็นชื่อจริงของอีกฝ่ายมันไม่เท่กว่าหรอ

 

            เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ยิ้มไปให้ หิมะจ้องหน้าเขาจนเขาประหม่า กลัวว่าจะทำหน้าแปลก ๆ ออกไปก็เลยหุบยิ้มลงกลับมาทำหน้านิ่ง ๆ เหมือนเดิม มองคนที่มองหน้าเขาอยู่ “ปีนยิ้มแล้วหล่ออะ มีลักยิ้มสองข้างด้วย โคตรเท่เลย”

 

            เท่?

 

            เขาเนี่ยนะ?

 

            “อะไรอะ ทำหน้างั้นไม่เชื่อหรอ ถามอ๋องดิ เนอะอ๋อง” พูดแล้วก็หันไปเออออกับเพื่อนผู้หญิงที่ขอสลับที่นั่ง ซึ่งสาวเจ้าก็พยักหน้าเออออห่อหมกเห็นด้วย “เห็นมะ”

 

            “เห็น”

 

            “ปีนพูดน้อยจังอะ”

 

            “ก็ไม่รู้จะพูดอะไร”

 

            “งี้ก็ได้หรอ5555” หิมะหัวเราะอีกครั้ง

 

            เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำแค่มองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จนครูเดินเข้ามาถึงได้หยุดหัวเราะ มือขาว ๆ สมชื่ออีกฝ่ายเลื่อนสมุดที่ถือติดมือมาด้วยมาตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยถาม “ไม่เข้าใจตรงไหน”

 

            “ทุกตรง”

 

            “ล้อเล่นปะเนี่ย”

 

            “เปล่า”

 

            “โอเค งั้นเดี๋ยวเราอธิบายให้ฟัง ไม่เข้าใจตรงไหนถามได้” หิมะพูด เขาก็พยักหน้าเป็นการตอบรับก่อนจะนั่งฟังสิ่งที่อีกฝ่ายอธิบาย พยายามทำความเข้าใจแต่มันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่

 

            เขาขมวดคิ้ว ทำหน้างงเป็นพัก ๆ แต่ทุกครั้งที่เขามีอาการแบบนั้นหิมะก็จะหยุดพูด ค่อย ๆ ให้เขาใช้เวลาทำความเข้าใจ แต่ถ้าเขายังทำหน้างงอยู่ก็จะอธิบายใหม่อีกรอบ แน่นอนว่าหิมะต้องอธิบายซ้ำอีกอยู่หลายรอบกว่าเขาจะเก็ต

 

            หิมะสอนเขาอยู่แบบนั้นจนหมดคาบ แน่นอนว่าก่อนหมดคาบครูก็สั่งการบ้านกองโตให้กลับไปทำ เขาถอนหายใจ งานในห้องยังไม่ทันทำได้ การบ้านก็มากองสุมให้ต้องปวดหัว

 

            “ปีน”

 

            “หือ”

 

            “ขอไลน์หน่อยดิ” หิมะยื่นโทรศัพท์มาให้เขา เขาก็รับมาก่อนจะกดแอดไลน์ของตัวเองแล้วก็ยื่นโทรศัพท์คืนไป หิมะยิ้มก่อนจะโบกมือให้ “ขอบคุณนะ เราไปก่อนนะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้”

 

            “อือ”

 

            “บาย” หิมะโบกมือให้เขาอีกครั้งก่อนจะวิ่งตามเพื่อนสนิทของเจ้าตัวไป

 

            เขาหันกลับมาเก็บของต่อ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วก็โทรหาเพื่อนเพื่อนัดเจอกัน ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้แฟ่บ ๆ ออกจากห้องแล็บไป

 

            เอาเหอะ อย่างน้อยเรียนวันนี้ก็พอได้อะไรกลับไปบ้างล่ะวะ

 

            ก็อย่างเช่น... ไลน์ของหิมะ ?

 

 

To be continued.

เอาอินโทรมาเสิร์ฟก่อนฮับ

มีความตีแผ่จิตจุยของเด็กสายวิทย์ที่ใจไม่มีความวิทย์555555

ฝากเจ้าปีนด้วยน้า คุยกันได้ที่ #อยากปีนเขาจังครับ

ปล. เป็นไฟล์ดิบ ยังไม่ได้เช็กคำผิด+รีไรต์



1 ความคิดเห็น