Sleep Tight!

ตอนที่ 8 : VIII : ฝันร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 เม.ย. 58

VIII

ฝันร้าย

 

            ล็อคเดินลากเท้าไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมสีเขียว เขาไม่แน่ใจนักว่าตนเองกำลังย่องอย่างเงียบเชียบหรือกำลังกระแทกเท้าเพื่อปลุกทุกคนในบ้านกันแน่ หรืออาจจะทั้งสองอย่าง ชายหนุ่มตัดสินใจว่าน่าจะเป็นอย่างสุดท้าย แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยต้องกังวลว่าพวกผู้ใหญ่จะตื่นจากเสียงของเขา พ่อคนแม่คนเหล่านั้นเหนื่อยอ่อนกับการเลี้ยงลูกมากพอที่จะหลับไปได้อีกสองวันเต็มๆ แต่เด็กๆ นี่สิตัวปัญหา เขาจำไม่ได้ว่าเคยทำให้เด็กตื่นกี่หนระหว่างทำงาน ปฏิกิริยาของเด็กเหล่านั้นทำให้ล็อคเบ้หน้า พวกเขากรีดร้อง ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย บางรายพยายามฟาดเขาด้วยตุ๊กตาหมีด้วยซ้ำ

            แม้เด็กเหล่านั้นจะน่ารำคาญ แต่ก็จัดการได้ไม่ยากเลย เพียงแค่ล็อคโปรยผงทรายเข้าตาพวกเขานิดหน่อย เด็กๆ ก็สลบเหมือดไปถึงรุ่งเช้า ชายหนุ่มอาจจะมอบความฝันที่เกี่ยวข้องกับการจมน้ำให้ พวกเขาจะได้ฉี่ราดตอนตื่น นั่นคือการแก้แค้นในแบบฉบับของล็อค ซึ่งแม้แต่เขาเองยังยอมรับว่าน่าสมเพชที่สุด

            อายุก็ป่านนี้แล้วยังจะทำตัวเป็นเด็กๆ ชายหนุ่มติตนเอง

            เขาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องก่อนจะพูดกับตัวเองในความมืด “อย่าตื่นเลยนะ”

            ล็อคเปิดประตูออก ภายในห้องเงียบสนิท หน้าต่างถูกแง้มไว้ ส่งให้ลมหนาวพัดผ่านลงบนเตียงเดี่ยวที่ตั้งอยู่กลางห้องเต็มๆ ล็อคนึกติเตียนพ่อแม่ของเด็กคนนี้อยู่ในที พวกเขาไม่ควรเปิดหน้าต่างไว้กว้างขนาดนั้น คงจะน่าแปลกใจหากเด็กคนนี้ไม่เป็นหวัดในเร็วๆ นี้ ชายหนุ่มเดินไปที่เตียง พร้อมจะกางร่มสีขาวของตนเองออก ก่อนที่เขาจะต้องเลิกคิ้ว

            เพราะไม่มีเด็กอยู่ในเตียง

            “เยี่ยมเลย...” เขาพึมพำพลางมองผ้าห่มยับยู่ยี่บนเตียง นี่คือเด็กประเภทที่กลัวสัตว์ประหลาดใต้เตียงเลยวิ่งไปนอนกับพ่อแม่สินะ อย่างนี้เขาก็ต้องเข้าไปในห้องที่มีคนนอนหลับอยู่ถึงสามคน รวมเขาด้วยเป็นสี่ จะต้องแออัดมากแน่ๆ และนั่นจะทำให้มนุษย์รับรู้การมีตัวตนอยู่ของเขาง่ายขึ้น เยี่ยมเลย เขาพูดซ้ำในใจ

            ชายหนุ่มตามหาห้องของพ่อแม่เด็กได้ไม่ยากนัก เขาแง้มประตูออก ใช้สายตาที่มองเห็นได้ดีเยี่ยมในความมืดกวาดไปรอบเตียงขณะที่ดวงตาข้างหนึ่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส เขามองเห็นความฝัน ผู้เป็นพ่อกำลังฝันว่าตนเองกลับไปอายุสิบเจ็ดและต้องสอบแคลคูลัสอีกหน คงเป็นเพราะเครียดจากการย้ายงาน ส่วนคนแม่กำลังฝันถึงนักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดัง เธอคงจะพึ่งดูหนังที่เขาแสดงมาเป็นแน่

            เขาขมวดคิ้ว เขามองไม่เห็นความฝันของลูกชายของพวกเขาเลย

            ระหว่างพ่อแม่ที่กำลังหลับใหล ไม่ปรากฏวี่แววของลูกชายตัวน้อย

            ล็อคถอยหลังออกมา ภาพทางเดินอันมืดมิดเลือนหายไปและถูกแทนที่ด้วยความฝันนับไม่ถ้วนที่ประดังประเดเข้ามา เขาเพ่งหาความฝันของเด็กผู้ชายจนปวดหัว จิมมี่ มิลเลอร์ คือชื่อของเด็กน้อยที่เขาตามหา แต่ทำอย่างไรก็หาไม่พบ และนั่นบ่งบอกถึงความเป็นไปได้อย่างเดียว คือจิมมี่กำลังตื่น

            เขารีบลงบันไดไปที่ครัว เต็มไปด้วยความหวังว่าเด็กผู้ชายตัวน้อยอาจจะตื่นและลงมาหาน้ำดื่ม จนถึงตอนนี้ ล็อคไม่สนใจแล้วด้วยซ้ำว่าจิมมี่อาจจะเห็นเขา ความหวังของชายหนุ่มดับวูบลงไปเมื่อไฟในห้องครัวยังคงดับสนิท เขาได้ยินเสียงหายใจครืดคราดของแมวที่มุมหนึ่ง แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

            จิมมี่ เธอหายไปไหนกัน

            ล็อคกลับไปที่ห้องนอนของเด็กชาย หน้าต่างยังเปิดแง้มไว้อยู่ หากเด็กชายกำลังนอนอยู่บนเตียง เขาคงจะปิดหน้าต่างเพื่อไม่ให้เด็กชายต้องเป็นหวัด แต่ในเมื่อเตียงนั้นว่างเปล่า ล็อคจึงไม่กล้าแตะต้องมัน อะไรบางอย่างกำลังบอกเขาว่าหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้จะต้องไม่ได้รับการแตะต้องโดยเด็ดขาด

            อะไรบางอย่างที่เลวร้ายกำลังเกิดขึ้น

            “จิมมี่...” ล็อคพึมพำก่อนจะเดินสะดุดตุ๊กตากระต่ายที่กลิ้งอยู่บนพื้น มันอาจเป็นตุ๊กตากระต่ายขนฟูฟ่องแบบที่เห็นได้ทั่วไปในห้างสรรพสินค้าสำหรับสายตาของมนุษย์ แต่สำหรับล็อค เขารู้ดีกว่านั้น นี่คือผู้พิทักษ์ของจิมมี่ เขาหยิบตุ๊กตาที่ปวกเปียกไว้ในมือ “เกิดอะไรขึ้นกับจิมมี่น่ะ”

            ตุ๊กตากระต่ายไม่ตอบ ไม่สิ... มันตอบไม่ได้

            ...ในตอนนี้

            ล็อคแบมืออีกข้างหนึ่งออก เผยให้เห็นเม็ดทรายสีม่วงจำนวนหนึ่ง เขาโปรยเม็ดทรายใส่ตุ๊กตา รู้สึกได้ว่าศีรษะปวดตุบๆ และเลือดลามไหลออกมาจากจมูก นั่นเป็นเพราะเขากำลังพยายามฝาฝืนกฎของทุกอย่าง เขากำลังปลุกวิญญาณที่ไม่สมควรจะได้ปริปากพูดอีกขึ้น เพื่อถามวิญญาณหรือผู้พิทักษ์นั้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับจิมมี่กันแน่...

            “มนุษย์ทราย” ตุ๊กตากระต่ายร้อง เสียงแหบแห้งไม่เข้ากับรูปลักษณ์น่ารักน่ากอดของมัน ล็อครู้ว่าเขาเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน แน่นอนว่าเขาเคยเจอผู้พิทักษ์ทุกตนก่อนที่พวกเขาจะถูกฝังลงในตุ๊กตา ส่วนมากผู้พิทักษ์เหล่านั้นไม่ใช่ประเภทที่ควรจะเป็นวิญญาณสิงตุ๊กตาเท่าไรหรอก พวกเขาไม่อ่อนโยนหรือใจดี

            เพราะผู้พิทักษ์เหล่านั้นล้วนมาจากคนที่เคยกระทำความผิดร้ายแรงมาก่อน

            แต่พวกเขายังมีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ท่ามกลางความเข้มแข็งป่าเถื่อนนั้น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบในการจะปกป้องเด็กๆ จากฝันร้าย และสิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็น นั่นคือสิ่งที่ฟินนีแกนพูดตอนที่ความตายโน้มน้าวให้เขายอมให้คนเหล่านั้นชดใช้บาปด้วยการสิงในตุ๊กตาเพื่อดูแลเด็กๆ ยามค่ำคืน แรกสุด ล็อคคิดว่ามันเป็นความคิดที่แย่ที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินออกจากปากความตาย

            แต่ดูเหมือนว่าความตายจะคิดถูก...

            “เกิดอะไรขึ้นกับจิมมี่” ล็อคใช้หลังมือปาดเลือดออก แต่ศีรษะเขายังปวดแทบจะระเบิด ยิ่งเขาปล่อยให้ตุ๊กตาได้พูดนานเท่าไร เขาก็ยิ่งทรมานมากขึ้นเท่านั้น

            “เขาไปแล้ว” ตุ๊กตาร้อง เสียงสั่นเหมือนคนกำลังร้องไห้ “โอ... มนุษย์ทราย จิมมี่ไม่อยู่แล้ว”

            “ใจเย็นก่อน” ล็อคพยายามระงับไม่ให้ตนเองเค้นคอตุ๊กตาและตะโกนให้มันบอกทุกอย่างที่รู้มาให้หมด แม้ว่าเขาพอจะรู้ด้วยความสยดสยองว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นแล้วก็ตาม “เล่าให้ผมฟังสิ”

            “ผมอาจจะไม่เคยเป็นคนดีตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ผมอาจจะขับรถชนคนตายแล้วหนี แต่มนุษย์ทราย... ผมไม่เคยเห็นอะไรที่ชั่วร้ายเลวทรามขนาดนี้มาก่อนเลย หมอนั่น... ผู้ชายในหมวกไหมพรมคนนั้น มันปีนเข้ามาในหน้าต่าง และมัน... และมันเอาตัวจิมมี่ไป โอ้พระเจ้า... จิมมี่ไปแล้ว ถูกหอบหิ้วไว้ในกระสอบทรายเหมือนลูกหมาลูกแมวตัวเล็กๆ คุณต้องช่วยเขา...” ผู้พิทักษ์ไม่มีโอกาสพูดจนจบ เพราะล็อคโปรยเม็ดทรายสีม่วงใส่มันอีกหน ส่งผลให้ตุ๊กตาที่กำลังร้องไห้กลับมาเป็นตุ๊กตาผ้าธรรมดาๆ อีกครั้ง

            “ผมจะพยายาม...” เขากระซิบบอกผู้พิทักษ์พลางวางตุ๊กตากระต่ายกลับลงไปที่เดิมอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มเงยหน้ามองหน้าต่างที่ถูกเปิดแง้มไว้ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าลางสังหรณ์ที่บอกไม่ให้เขาแตะต้องหน้าต่างนั้นหมายความว่าอย่างไร ใช่... เขาไม่อยากเป็นคนทำให้สถานที่เกิดเหตุผิดเพี้ยนไปแน่

            พรุ่งนี้เช้า ห้องนี้จะเต็มไปด้วยตำรวจ เขาแทบจะมองเห็นพ่อแม่ยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้าประตู...

            ล็อครู้สึกหมดเรี่ยวแรงขึ้นมากะทันหัน ชายหนุ่มโซเซออกจากห้องมาอยู่บนทางเดิน

            อย่าเปราะบางไปหน่อยเลย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายเจออะไรอย่างนี้ การลักพาตัวเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่มีอะไรที่นายจะทำได้ ไม่มีอะไรที่นายจะขัดขวางได้เลย...

            ยกเว้น...

            ล็อครีบเดินไปยังห้องนอนของพ่อแม่จิมมี่อีกครั้ง ร่มสีขาวในมือเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม หมอกไอสีดำทำให้บรรยากาศรอบข้างเหมือนตกอยู่ในฝันร้าย เขาเปิดประตูห้องออกก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ที่หัวเตียงของสองสามีภรรยา

            ความฝันที่ว่าลูกหายตัวไปอาจเป็นสิ่งที่เลวร้ายเกินพรรณนา

            แต่พวกเขาจะต้องตื่นมาพบกับความจริงที่เลวร้ายยิ่งกว่า

            ล็อคภาวนาขอให้สิ่งแรกที่แม่ของจิมมี่ทำหลังจากสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย คือการเข้าไปเช็คลูกชายของเธอเอง



_________________
ทิ้งล็อคกับฟินนีแกนไปพักหนึ่งเลย ต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านจริงๆ นะคะ แต่ขอยอมรับไว้ตรงนี้เลยว่าเราไอเดียตันนิดนึง การจะเขียนเรื่องสั้นให้สนุกทุกเรื่องมันยากกกก (ก ไก่เยอะๆ) แต่ก็ขอย้ำคำเดิมว่าไม่ทิ้งเรื่องนะ แต่อาจจะอัพช้า (ภาษาที่ฟังดูดีน้อยคือดอง T_T) จะพยายามเค้นไอเดียออกมาจากหัวนะคะ!
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตาม ชอบก็คอมเม้นต์กันบ้างอะไรบ้างเนาะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #14 marblє fox (@giffyandgetty) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 15:25
    งื้ออออ อยากให้หาจิมมี่เจออ่ะ สนุกมากเลย เหมือนกำลังอ่านวนิยายเเปลสักเรื่องอยู่เลยครับ....
    #14
    0
  2. #13 Elf-Man (@Elf-Man) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2558 / 15:17
    สู้ๆค่ะ! จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ! 
    #13
    0
  3. #12 Elf-Man (@Elf-Man) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2558 / 15:13
    สู้ๆค่ะ! จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ! 
    #12
    0