ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

ตอนที่ 1 : ข้อหาที่1. ผมชอบสีแดง [LayChen]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 31 พ.ค. 61

ข้อหาที่ 1
“ผมชอบสีแดง”
*LayChen* 





เขาชอบสีแดงที่เป็นของเหลว มีกลิ่นคาวสำหรับคนอื่น แต่เขาคิดว่ามันหอมมากเลยล่ะ…



“จงแดเกลียดอะไรพี่ ทำไมนายถึงทำแบบนี้ เรารักกันไม่ใช่หรอ?” เขาไม่คิดว่าคนที่ตัวเองรักและไว้ใจจะกล้าทำร้ายร่างกายเขาถึงปานนี้ การที่ถูกคนตัวเล็กกว่านำแจกันดอกไม้มาทุบหัวโดยไม่ทราบสาเหตุนั้นทำให้ “จาง อี้ชิง” เกิดความรู้สึกเจ็บทั้งกายและใจ สับสนว่าตนทำอะไรผิดทั้งๆ ที่ตนไม่ได้ทำอะไรเลย ถึงแม้ที่ผ่านมา “คิม จงแด” แฟนหนุ่มของเขาจะมีนิสัยชอบทำร้ายร่างกายแต่ก็ไม่มากถึงขั้นนี้ ครั้งนี้จงแดค่อนข้างอันตรายเกินไป
“เพราะรักไงครับผมถึงทำกับพี่คนเดียว…” เขาพูดเสียงเรียบนิ่งราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย แค่นำแจกันดอกไม้มาฟาดหัวของคนที่ตัวเองรัก เพื่อที่จะได้เห็นน้ำสีแดงข้นคาวไหลออกมาเท่านั้น สำหรับเขามันก็แค่งานศิลปะอย่างหนึ่งที่ช่างสวยงามและมีความหมายเสียเหลือเกิน…

เลือดคือสิ่งที่สวยงามที่สุดบนโลกใบนี้

จงแดเดินเข้าไปใกล้อี้ชิงอย่างใจเย็น ในขณะที่คนถูกกระทำพยายามถอยหนี ครั้งนี้เขาหมดความอดทนกับคนบ้าอย่างจงแดเสียแล้ว! แต่ถ้าจะให้เขาพูดตอนนี้ก็กลัวว่าตัวเองจะเสียเปรียบ หากคนตัวเล็กเกิดคลั่งขึ้นมาคงไม่ดีแน่
“ทนเจ็บหน่อยนะครับ ขอผมดูสิ่งที่สวยงามจนอิ่มก่อน… เอ… จะว่าไปผมยังไม่เคยเห็นพี่ร้องไห้เลยนี่นา… ผมจะทำยังไงดีล่ะ?”
“จงแดครับ… พี่ขอร้องล่ะ เราอย่าเล่นแบบนี้เลยนะ” อี้ชิงในตอนนี้แม้จะเจ็บแผลและโกรธแต่เขาก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายเห็นใจเขาบ้าง “ครั้งนี้พี่เจ็บมากจริงๆ ไว้วันหลังเราค่อยดูเลือดพี่แล้วกันนะ…”
“แต่ผมอยากดูเดี๋ยวนี้!” คนตัวเล็กตวาดเสียงแข็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธที่โดนขัดใจ เขาต้องการมันเดี๋ยวนี้เท่านั้น! “ทนไม่ได้หรอ? ปอดแหกรึไงห๊ะ!” อี้ชิงได้ยินดังนั้นก็เกิดอาการน็อตหลุดอีกคน เขาจะไม่ทนกับคนบ้าอีกต่อไปแล้ว! คิดว่าเดือดเป็นคนเดียวรึไง!?
“มึงมันบ้าจงแด มึงมันบ้า…!” อี้ชิงแค่นเสียงพูดออกมาอย่างเหลืออด เขาพยายามลุกขึ้นเผชิญหน้ากับคนรัก

นาทีนี้มันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน… 

“ถ้ากูบ้า มึงมันก็บ้าเหมือนกันนั่นแหละ! เดี๋ยวนี้คิดจะสู้หรอ… เอาสิ เอาเลยที่รัก… ต่อยผมสิ ที่รัก ฮ่าๆๅ ที่รักต่อยผมสิครับ ผมชอบ… ผมอยากเห็นเลือดตัวเองเหมือนกัน…!” พูดจบจงแดก็ระเบิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางตบหน้าตัวเองเต็มแรงไม่หยุด อี้ชิงรีบเข้าไปคว้ามือของจงแดเอาไว้เพื่อไม่ให้คนตัวเล็กทำร้ายตัวเอง เขารวบมือจงแดไว้แน่นก่อนที่จะรวบรวมแรงทั้งหมดผลักอีกคนลงพื้น เพราะเขาจะเป็นคนลงมือสั่งสอนจงแดด้วยตัวเอง เมื่ออีกคนเสียหลักอี้ชิงรีบขึ้นคร่อมร่างจงแดเอาไว้ ตอนนี้เขาเองก็เดือดมากเช่นกัน! ความเจ็บปวดที่สะสมมามันคงถึงเวลาที่ต้องระบาย
“มึงท้ากูเองนะ มึงชอบความรุนแรงนักใช่มั้ย? ได้… กูจัดให้!” พูดไม่ทันขาดคำอี้ชิงก็ชกจงแดที่แก้มไปหนึ่งหมัด แต่คนใต้ร่างกลับหัวเราะชอบใจเหมือนเป็นเรื่องสนุกเสียอย่างนั้น อี้ชิงคิดว่าจงแดกำลังกวนประสาทตนจึงรัวหมัดไม่ยั้ง จนใบหน้าน่ารักของจงแดเริ่มมีเลือดไหลออกมา รอยแผลที่น่าเกลียดนั่นทำให้จางอี้ชิงค่อนข้างพอใจกับผลงานตัวเอง เขาคิดว่าจงแดคงไม่มีทางสู้เขาแล้วจึงยอมปล่อยอีกคน ทันทีที่ลุกขึ้นเตรียมจะออกไปจากที่นี่เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเพ่งเล็งมาที่เขาอยู่ เขาค่อยๆ หันไปดูสภาพของจงแด แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกคน ไม่มีแม้แต่รอยเลือด

จงแดหายไปไหน?

เขาไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่าย แต่กลับรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบกายดูอันตรายไปเสียหมด…


แต่ก่อนที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงจากประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นมากะทันหัน ทำให้อี้ชิงเปลี่ยนความสนใจทันพลัน เขาเลิกสงสัยว่าจงแดหายไปไหนแต่เลือกที่จะไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ มาเวลาแบบนี้ทำเขาหงุดหงิดแทบบ้า


ทันทีที่อี้ชิงเปิดประตูไม้สีน้ำตาลออกนั้น เขาก็พบกับชายร่างสูงที่คุ้นเคย ใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนสนิทชาวเกาหลี แม้จะไม่ได้เจอกันนานแต่เพื่อนคนนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยเปลี่ยนไปเลย
“ไฮ… ว่าไงชันยอล” เขาทักทายแขกที่ชื่อ "ปาร์ค ชันยอล” เพื่อนสมัยเรียนของเขานั่นเอง
“ไม่ได้เจอกันนานเลยอี้ชิง ไปทะเลกันมั้ย?” เจ้าของบ้านได้แต่เลิกคิ้วเชิงคำถาม 
“พวกเราไม่ได้ออกไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วนี่ ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง” ชันยอลว่าพลางตีไหล่เพื่อนชาวจีนเบาๆ ก่อนจะส่งสายตาอ้อนๆ มาให้ อี้ชิงเห็นแบบนั้นจึงพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่ายก่อนจะเชิญแขกคนสนิทเข้าบ้าน


ชันยอลเดินตามหลังอี้ชิงมาติดๆ สายตาก็กวาดมองไปทั่วบ้าน จนกระทั่งสะดุดกับกรอบรูปที่แขวนอยู่ตรงพนังห้องรับแขก เขามองรูปนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รูปที่เขาเห็นคืออี้ชิงกับจงแดยิ้มให้กัน…


“นายดูดีขึ้นเยอะเลยนี่อี้ชิง” ชันยอลชวนคุยระหว่างที่เจ้าของบ้านกำลังเดินเข้าไปในครัว คนถูกชมได้แต่ส่ายหัวหน่ายๆ ก่อนจะตอบไปว่า
“ดูดีบ้าอะไรล่ะ วันนี้จงแดเกิดบ้าอะไรไม่รู้ อยู่ๆ ก็เอาแจกันมาฟาดหัวฉัน แถมยังพูดจาน่าโมโหเสียอีก” อี้ชิงระบายความรู้สึกให้เพื่อนตัวสูงฟังเกี่ยวกับเรื่องวันนี้ ผู้ฟังได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ปล่อยให้อีกคนได้ระบายมันออกมา
“ฉันคุมตัวเองไม่ได้ก็เลยซัดมันไป ตอนนี้หายหัวไปไหนไม่รู้ นายดูสิ เศษแจกันยังไม่ได้กวาดเลย ฉันเจ็บหัวไปหมด เจ้านั่นไม่คิดจะดูดำดูดีกันเลย…” พูดจบอี้ชิงก็กวาดสายตาไปที่เศษแจกันบนพื้น ชันยอลมองตามก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ อีกครั้ง เขาไม่รู้จะจัดการกับเรื่องแบบนี้ยังไงดี… เขาไม่อยากให้เพื่อนเขาต้องเป็นแบบนี้เลย


“ฉันเตรียมตัวพร้อมแล้ว ไปกันเถอะ”
“อ่า… ตอนนี้จงอินกับเซฮุนรออยู่ที่ทะเลแล้วล่ะ งั้นพวกเราก็ไปกัน” พูดจบก็ทำท่าจะออกจากบ้านแต่ก็ถูกรั้งเอาไว้ก่อน 
“เดี๋ยวฉันไปบอกจงแดก่อนว่าจะไปเที่ยว” ชันยอลไม่ได้ห้ามอะไรเพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น


ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนเขาก็พบจงแดกำลังนอนกอดตุ๊กตาอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่สบัดสะบอมจากฝีมือเขาเอง
“พี่จะไปเที่ยวกับเพื่อน นายก็อยู่คนเดียวละกัน”
“เชิญ… ตอนนี้ผมเห็นสีแดงสมใจแล้ว ขอบคุณ”
“…อือ เรื่องของเรากลับมาค่อยเคลียร์…เราต้องมีข้อตกลงกันหน่อย แต่ตอนนี้พี่มีนัด” พูดจบก็รีบปิดประตูห้องนอนไม่รอให้จงแดได้มีโอกาสพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น 



ชันยอลขับรถพลางชวนอี้ชิงคุยตามประสาเพื่อนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันบ่อยเพราะต่างคนต่างมีงานที่ต้องทำ โดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นชันยอลที่คอยเปิดประเด็นใหม่ๆ เสียมากกว่า 


จนในที่สุดก็ถึงที่หมายปลายทาง นั่นคือทะเล
ทั้งคู่ตรงดิ่งไปหาเพื่อนร่วมแก๊งค์ทั้งสองคน นั่นคือ “คิม จงอิน” และ “โอ เซฮุน” พวกเขาทักทายกันอย่างสนิทสนมก่อนที่เซฮุนจะลากชันยอลไปคุยอะไรบางอย่าง
“เป็นไงมั่ง ดีขึ้นป้ะ?” เซฮุนกระซิบถามเสียงเบา พยายามไม่ให้อีกสองคนได้ยิน ชันยอลเพียงแค่ส่ายหัวให้เป็นคำตอบ เล่นเอาเซฮุนขมวดคิ้วจนเป็นปมก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“หวังว่าการพามาเที่ยวทะเลคงทำให้ดีขึ้น” ชันยอลพูดพลางมองไปที่อี้ชิงด้วยแววตาที่ห่วงใยและสงสารจับใจ 
“ถ้าไม่ดีขึ้นอ่ะ ทำไงวะ?” เป็นเซฮุนที่ยังคงกังวลอยู่เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดิม ชันยอลถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบไปว่า “คงไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ มันจะได้จบสักที…” สิ้นสุดการสนทนาชันยอลก็เดินกลับไปหาเพื่อนทั้งสองตามเดิมโดยปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด



“ช่วงนี้เป็นไงมั่งอี้ชิง” เป็นจงอินที่ถามขึ้นมา พลางใช้สายตาจับจ้องไปที่คนถูกถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย อี้ชิงแค่นหัวเราะออกมาก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง เมื่อเล่าจบกลับไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นในเวลานี้ จงอินได้แต่มองหน้าเซฮุนสลับกับชันยอลไปมา พวกเขาทั้งสามไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี 


จนกระทั่งอี้ชิงเป็นคนทำลายความเงียบเพราะเขาคิดว่ามาทะเลก็ต้องผ่อนคลาย มานั่งมองหน้ากันมันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ แต่สิ่งที่เขายกมาเป็นบทสนทนากลับทำให้คนที่เหลือมีสีหน้าย่ำแย่กว่าเดิม 
“ตอนนี้ฉันใจเย็นลงเยอะแล้วล่ะ ว่าจะซื้อของฝากไปให้จงแดด้วย ครั้งหน้าฉันจะพาจงแดมาทะเลดีกว่า เผื่อจงแดจะชอบสีฟ้าของน้ำทะเลมากกว่าสีแดงของเลือด” เขาพูดพลางยกยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่แก้มขวา ดวงตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงคนที่รออยู่บ้าน แม้จงแดจะชอบทำร้ายร่างกายเขา และบางครั้งเขาจะทำร้ายตอบ แต่ก็แปลกที่ยังรักกันอยู่ไม่ไปไหน ถึงบางครั้งเกิดอารมฌ์ชั่ววูบว่าจะเลิกกับจงแดก็ตาม…
“จงแดนะ… เป็นคนน่ารักมากๆ เลย คนเราก็มีข้อดีข้อเสียนั่นแหละ เขาขี้อ้อน ปากหวาน คุยเก่ง แถมยัง/พอเถอะอี้ชิง…!” เป็นชันยอลที่แย้งขึ้นมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย คนถูกขัดขมวดคิ้วไม่พอใจ กำลังจะอ้าปากพูดแต่ก็โดนแทรกขึ้นอีกครั้ง
“พอเถอะอี้ชิง พอ! นายต้องยอมรับความจริง!”
“อะไร!?” อี้ชิงลุกพรวดขึ้นอย่างฉุนเฉียว จงอินที่อยู่ใกล้ๆ ก็พยายามลูบหลังอีกคนให้ใจเย็น เซฮุนตอนนี้ก็ได้แต่นั่งแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
ชันยอลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดมันออกไป แม้มันจะทำร้ายเพื่อนรักก็ตาม
“อี้ชิง… จงแดตายแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ” อี้ชิงแทบไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ลมหายใจเข้าออกไม่เป็นจังหวะทั้งๆ ที่เขาสบายดี ตัวแข็งราวถูกสาปด้วยเวทมนตร์ เขาไม่มีวันเชื่อสิ่งที่ชันยอลพูดเด็ดขาด!
“ไม่…! จงแดยังไม่ตาย จงแดแค่ป่วยที่ซาดิส จงแดยังไม่ตาย!”
“จงแดตายแล้วอี้ชิง! ฉันไม่อยากจะพูดแบบนี้เลยแต่นายก็รู้ว่าจงแดตายเพราะใคร…”







เมื่อหลายเดือนก่อน


“พี่อี้ชิง… ทำไมพี่นอกใจผม ผมยังดีไม่พอรึไง?”
“หุบปาก! เรื่องแค่นี้อย่ามางี่เง่าได้มั้ยวะ ทำงานมาเหนื่อยๆ ก็อยากผ่อนคลายเป็นธรรมดา เอากับมึงทีไรไม่ได้อารมฌ์เลยรู้ตัวรึเปล่า!?” อี้ชิงตวาดใส่จนอีกคนร้องไห้ออกมาเบาๆ อี้ชิงที่กำลังโดนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครอบงำจึงพูดไม่คิดออกมา เขาขาดสติ… เขาไม่รู้เลยว่ากำลังทำร้ายจิตใจใครอยู่
“กูเนี่ยทำงานหาเงินมาให้มึงใช้แล้วยังจะหน้าด้านมาบ่นอีกหรอวะจงแด บ้านก็บ้านกู เงินก็เงินกู ยุ่งห่าไรวะ!” พูดจบก็ใช้นิ้วจิ้มหัวอีกคนเป็นเชิงดูถูก จงแดไม่ตอบโต้อะไรเพราะไม่กล้า เพราะอี้ชิงเวลาเมานั้นน่ากลัว…
“จำใส่หัวมึงไว้เลย อย่าเสือกเรื่องของกู กูจะมั่วกับใครก็ได้!”
“…ครับ…” จงแดเพียงแค่ก้มหน้าตอบเสียงค่อยเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนเมา แต่อี้ชิงเกิดรู้สึกไม่พอใจจึงกระชากหัวจงแดสุดแรงแล้วพลักลงพื้น โดยไม่สนว่าคนถูกกระทำจะรู้สึกเจ็บมากน้อยเท่าไหร่ก็ตาม 
“กวนตีนกูหรอ!?” ไม่ว่าเปล่าก็ใช้กำลังกับอีกฝ่าย เขาเตะเข้าที่หน้าท้องจงแดไปหนึ่งครั้ง จงแดได้แต่ร้องไห้โฮออกมาเพื่อระบายความเจ็บปวด
“จำไว้ว่าอย่ากวนตีนกู!”
“ฮือ… ฮึก… ฮึก คะครับ… ฮือๆ …” เมื่อได้ยินดังนั้นคนเมาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่าบ้าคลั่ง เขามีความสุขอยู่คนเดียว…


จงแดเจ็บทั้งกายและใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกทำร้ายร่างกายแบบนี้ แต่ในเมื่อถูกกระทำเรื่อยๆ ความอดทนมันก็หมดไป ในเมื่ออี้ชิงยังเปลี่ยนไปได้ ทำไมความรู้สึกของจงแดจะเปลี่ยนบ้างไม่ได้…!


จนในที่สุดจงแดตัดสินใจว่าเช้าวันนี้เขาจะบอกเลิกกับอี้ชิง หลังจากที่ทบทวนเรื่องนี้มาทั้งคืน หวังว่าคงจะหมดเวรหมดกรรมกันเสียที ในเมื่ออี้ชิงคนเดิมที่เขารักนั้นไม่มีอีกแล้วก็ไม่รู้จะทนอยู่เพื่ออะไร
“ผมว่าเราเลิกกัน/เพี๊ยะ!” จงแดไม่ทันพูดจบประโยคอี้ชิงก็ตบเข้าที่แก้มขวาของจงแด ยิ่งทำให้ชายหนุ่มคิดถูกว่าควรจะเลิกกับเขา…
“กูไม่ให้มึงเลิก…!” อี้ชิงใช้มือข้างที่ตบเปลี่ยนมาบีบหน้าจงแดสุดแรง สายตาที่ดุร้ายของอี้ชิงทำให้จงแดตกใจกลัวจนตัวสั่นเทา เขาพยายามจะไม่ร้องไห้ เขาเจ็บที่ถูกกระทำแต่ก็สู้อะไรไม่ได้ปล่อยให้อีกคนกระทำรุนแรงจนพอใจ…!


อี้ชิงที่กำลังขาดสติทำการเหวี่ยงร่างจงแดไปชนกับพนังห้องนอนอย่างจัง 
“ทำไม มึงจะเลิกกับกูทำไม? กูยังรวยไม่พอให้มึงดูดเงินรึไง?” เขาตะคอกใส่จนคนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว
“มึงมีคนอื่นใช่มั้ย!? ไอ้ห่านั่นมันเป็นใครห๊ะ!?” จงแดส่ายหัวรัวๆ ว่าเปล่า แต่กลับยิ่งทำให้อีกฝ่ายโมโหมากกว่าเดิม อี้ชิงเข้าไปตบหน้าจงแดไม่ยั้งมือจนปากบางๆ เต็มไปด้วยเลือด เสียงสะอื้นของจงแดไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นลงเลยสักนิด 

เหมือนอี้ชิงกลายเป็นบ้าไปเสียแล้ว…

“ร้องไห้? เรียกพ่อเรียกแม่มึงมาช่วยไง๊?” ด่าไม่พอก็ชกเข้าไปที่ท้องอีกหนึ่งหมัดซ้ำรอยที่เมื่อคืนได้กระทำไว้ คนน่าสงสารจุกจนทรุดลงกับพื้น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาไม่ขาดสาย หรือต้องให้น้ำตาหลั่งไหลเป็นสายเลือดอี้ชิงถึงจะพอใจ…!?
“จำไว้ว่ามึงไม่มีวันเลิกกับกู ถ้ากูยังไม่เบื่อมึงห้ามเลิกเด็ดขาด คิม จงแด!” พูดจบก็ถ่มน้ำลายใส่คนบนพื้น นี่เป็นการกระทำที่เลวทรามที่สุดเท่าที่เคยได้รับ อีกคนไม่แยแสว่าจงแดจะได้รับความเจ็บปวดมากน้อยแค่ไหน
คิดแล้ว… คิดดีแล้วว่าจะไป ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ไม่ “ทางเป็น” ก็ “ทางตาย”


พ่อแม่พี่น้องก็ไม่มี คนที่รักและไว้ใจที่สุดในชีวิตก็กลายเป็นแบบนี้… ไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่เหลืออะไรเลย
จงแดพยายามลุกขึ้นมาแม้จะยากลำบาก เขาตัดสินใจแล้วว่าจะจบชีวิตตัวเอง เขาทนอยู่ต่อไปไม่ได้จริงๆ ความทุกข์ที่สะสมมานานถึงเวลาปลดปล่อยแล้ว บางที…ความตายอาจเป็นอิสรภาพที่เขาตามหาอยู่ก็ได้


อี้ชิงกำลังนั่งสูบบุหรี่ในห้องรับแขกก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงปืนดังลั่นมาจากข้างบน ไม่รอช้าเขาก็รีบสาวเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องนอนอย่างรวดเร็วพลางตะโกนเรียกชื่อจงแดไม่ขาด
“จงแด! จงแด!”
ตอนนี้หัวใจเต้นรัวแทบทะลุออกมาจากอก แค่เต้นรัวยังไม่พอยังเหมือนหัวใจถูกอะไรบางอย่างมาบีบรัดจนปวดหนึบ หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่คิด… ความรู้สึกในใจช่างทรมานแทบบ้า จงแดต้องไม่ทำแบบนั้นสิ 


อี้ชิงรีบเปิดประตูก่อนที่ภาพตรงหน้าทำให้ชายคนนี้เข่าทรุดลงกับพื้น หัวใจแทบหยุดเต้นทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้มันเต้นรัว หยดน้ำตาไหลรินเป็นสายอย่างที่ไม่เคย หมดแล้วทุกอย่าง เขาสูญเสียจงแดไปแล้ว… แต่มันเป็นเพราะเขาเองไม่ใช่หรือที่เป็นต้นเหตุเรื่องทุกอย่าง


อี้ชิงได้แต่ร่ำไห้ขอโทษร่างที่ไร้วิญญาณของคนรัก เขาเข้าไปกอดร่างจงแดเป็นครั้งสุดท้าย เขากอดแน่นไม่ยอมปล่อย เขาร้องไห้หนักไม่เหมือนอี้ชิงคนเดิม แต่อี้ชิงยังเจ็บปวดไม่เท่ากับจงแดด้วยซ้ำ ร่างหนากอดคนรักอย่างน่าสงสาร 
“ฮือ…จงแด…ฮึก” ระหว่างที่กำลังร้องไห้อยู่สายตาก็ชำเลืองเห็นกระดาษใบเล็กในมือของจงแด เขาอ่านข้อความนั่นด้วยความเจ็บปวดที่สุดในชีวิต มือปริศนามันกำลังบีบหัวใจแรงขึ้นกว่าเดิม…
“ผมเกลียดพี่”
“ฮือ จงแด ฮือ… พี่ขอโทษ จงแด ฮือ…”




“เพราะในอดีตคนไข้ทำร้ายร่างกายคุณจงแดไว้มาก และการที่คนไข้ชอบทำร้ายร่างกายตัวเองจนเลือดตกยางออกคงเพราะอยากชดใช้ความผิดที่เคยทำค่ะ คนไข้เคยทำอะไรไว้ก็จะจินตนาการว่าตนเองถูกกระทำเช่นนั้นโดยคุณจงแดคือผู้กระทำ เหตุที่คนไข้ชอบที่จะเห็นเลือดของตัวเองก็มีความเป็นไปได้ว่าเลือดคือผลของการกระทำในแต่ละครั้ง ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณอี้ชิงตบหน้าตัวเองแต่เลือดไม่ออก จะถือว่าการทำร้ายร่างกายตนเองครั้งนี้ไม่สำเร็จ แต่ถ้าหากนำมีดมากรีดที่แขนจนเลือดออกจึงถือว่าสำเร็จค่ะ…” คุณหมอที่ดูแลอี้ชิงกำลังอธิบายอาการของคนป่วยให้ทั้งสามคนฟัง ตอนนี้อี้ชิงต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวท หลังจากวันนั้นที่พวกเขาตัดสินใจบอกความจริงให้อี้ชิงรับรู้ อาการของอี้ชิงก็แย่ลงและรุนแรงขึ้น… 


จากปกติอี้ชิงแค่จินตนาการขึ้นมาว่าตัวเองถูกทำร้าย แต่ครั้งนี้กลับทำร้ายตัวเองจริงๆ 


ไม่รู้ว่าอี้ชิงต้องรักษาตัวนานแค่ไหน แต่บางทีนี่มันอาจเป็นผลของการกระทำก็ได้
ถ้าหากไม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของจงแด เรื่องสลดนี้คงไม่เกิด…









-จบบริบูรณ์-

เนื่องจากพิมพ์ในมือถือมันเลยเป็นแบบนี้… 
มีตรงไหนที่อยากให้แก้ไขสามารถบอกกันได้เลยนะคะ 
อย่าลืมเข้าไปพูดคุยใน #ฟิคCเฉิน น้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น

  1. #41 chenchen_narak (จากตอนที่ 1)
    29 ส.ค. 61 / 12:07 น.
    อ่านตอนแรกสงสารพี่อี้มากนึกว่าต้องพาจงแดไปหาหมอได้แล้ว แต่พออ่านมาถึงตอนท้ายนี่สงสารจงแดจับใจเลย ทำไมพี่อี้ทำกับน้องได้ลงคอ
    #41
    0
  2. #1 พลอย (จากตอนที่ 1)
    30 เม.ย. 61 / 16:28 น.

    ชชอบอ่ะ ไรท์มาแต่งต่อนะค่ะเป็นกำลังใจให้ค่ะ????????????

    #1
    0