“โฮะๆๆ
สวัสดีเจ้าไดอารี่”
“เออ...หวัดดีคนเขียน”
“เป็นอะไรไป ดูเศร้าๆยังไงก็ม่ายรู้”
“ก็ไนซ์ดันไม่อยู่”
“โธ่! จะไปยึดติดอะไรกับเจ้าไนซ์กันนักหนาฮะ?”
“คิดถึงไนซ์อ่ะ
แงๆๆๆๆๆๆๆ”
“อย่าทำตัวเป็นเด็กให้มากนักนะ
เป็นแบบนี้ใครจะคอยดูและแกฮะ?”
“เออ! จริงสิ!
จาบอกอารายห้าย เอาป่าว?”
“บอกอะไรล่ะ...?”
“อะไรบางอย่างที่ออกจะเลือดเย็น”
“อะไร เจ้าไดอารี่บอกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะ....”
“จะฆ่าฉันเรอะ นี่ถ้าฉันไม่เขียนลงไดอารี่อย่างเธอ
เธอคงจะมีชีวิตได้ล่ะเนอะ”
“หากมีวันใดวันหนึ่งที่เราจะต้องออกเดินทางไป....”
“อย่าเพิ่งนอกเรื่องเจ้าไดอารี่”
“ไม่ฟังเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ฟัง
ฉันอ่านย่ะ”
“เออๆๆ จะฟังมั้ยเจ้าคนเขียนติงต๊อง?”
“อะไรล่ะ”
“ก็เคยมีคนในครอบครัวของฉันเล่ามาน่ะ....
....ว่า....
หากมีวันใดวันหนึ่งที่เราจะต้องออกเดินทางไป
ไกลแสนไกลขนาดไหนก็ม่ายรู้
แต่มันก็ไม่ใช่ความฝันนะ! อย่าเพิ่งรีบยอมแพ้
ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดเลย! ลุกขึ้นมาก่อนสิ
หากวันใดวันหนึ่งเราต้องจากไป
ใครจะดูแลเธอ ในเมื่อเธอยังยอมแพ้อยู่แบบนี้
จงทำตัวให้เหมือนเลขแปด....”
“ทำตัวให้เหมือนเลขแปด? บ้าไปแล้วนะแกเนี่ย”
“เออ จะฟัง....”
“ไม่ฟังล่ะ ฉันจะอ่าน”
“งั้นก็อ่านต่อนะ”
“มีอะไรก็ว่ามาเร็วๆ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน....!”
“จงทำตัวให้เหมือนเลขแปด
ซึ่งเมื่อมองแล้วมันจะเหมือนตุ๊กตาล้มลุก
หากวันใดที่เธอหกล้ม
จงลุกขึ้นมาให้ได้เหมือนตุ๊กตาล้มลุก
ไม่มีสิ่งใดจะดูแลตัวเธอได้ดีไปมากว่าตัวเธอเอง
จงจำเอาไว้
รวบรวมปัญญา ความกล้าและความรัก
เอาไว้ด้วยกัน”
“เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ”
“อะไรอีกล่ะ เดี๋ยวคนอานก็เบื่อกันพอดีหรอก
เจ้าคนเขียนซื่อบื้อ...”
“ว่าไงนะ ไปตายซะ.....”
แล้วคนเขียนก็ขว้างไดอารี่ทิ้ง แต่ไดอารี่ยังไม่ตาย
“โฮะๆๆ
ฉันยังไม่ตาย
มาฟังต่อซะดีๆ”
“ถ้าฟังจบแล้วก็ช่วยไปตายได้มั้ย?”
“ถ้าเธอไม่มีฉัน
เธอก็อยู่ไม่รอดหรอกน่า มาเร็วมา....”
“งั้นก็รีบๆเล่า เร็วๆ”
“เอาล่ะนะ.......
รวบรวมปัญญา ความกล้าและความรัก
เอาไว้ด้วยกัน
ปัญญาพิชิตปัญหา
ความกล้าต่อสู้อุปสรรค
และความรักความเมตตากรุณา
ต่อสู้ไปด้วยกันเถอะ
ตอนนี้ยังพอมีเวลาที่จะเตรียมตัว
แต่หากวันใดเวลาหมดไป
เธอจงลุกขึ้นสู้ อย่าถอย ลุกขึ้นสู้ อย่าถอย
ไม่ว่าจะน่าเชื่ออย่างไรก็ตาม
มันคือความจริงที่เธอไม่ควรมองข้ามผ่าน
มองไปบนเส้นทางข้างหน้า
มองไปยังเส้นทางสู่อนาคต
ปิดประตูแห่งอดีต.....”
“เดี๋ยวก่อนนะ....”
“เอาอีกแล้วนะเธอ....ไม่กลัวคนอ่านเบื่อเลยรึไง?”
“เออน่า....
ถ้าปิดประตูแห่งอดีตแล้ว....
มีความทรงจำดีๆอยู่ล่ะ
จะไม่น่าเสียดายแย่เรอะ? ทิ้งไปแบบนั้นน่ะ”
“เดี๋ยวสิ ใกล้จบแล้ว
จบแล้วเดี๋ยวก็รู้เองแหล่ะน่า”
“งั้นก็เล่ามา...”
“อะแฮ่ม....ปิดประตูแห่งอดีต
ดูแลตัวเองให้ดี
ไม่มีสิ่งใดจะดูแลตัวเองได้มากกว่าตัวเอง
และจงทิ้งเรื่องราวแห่งความทุกข์ทรมาณออกไปให้หมด
มันจะทำให้เธอหมกมุ่นอยู่กับมัน
ล้างสมอง
เราสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
ไม่ว่าจะยังไง...”
“เฮ้ย! คิดจะให้ล้างสมองเลยรึ”
“มันมีความหมายน่า
ยัยคนเขียนคนนี้ก็บ้าจริงๆ
แทรกขึ้นมาอยู่ได้
คนอ่านคงเบื่อออกไปก็หมดแล้ว”
“อย่าแช่งสิ...=_=
อุตส่าห์เขียนนะ แงๆๆๆๆๆๆ
ToT
คนอ่านอย่าเพิ่งไปสิ...”
“ก็อย่าทำตัวแบบนี้ก็แล้วกัน”
“ฮือๆๆ
T_T”
“เอาล่ะ....อะแฮ่ม....
ล้างสมอง
เราสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
ไม่ว่าจะยังไง
ความทรงจำอันล้ำค่าจะยังคงอยู่กับตัวเธอ
ชั่วนิรันดร์”
“และแล้วก็เล่าจบจนได้นะ เจ้าไดฯ”
“ซึ้งใช่มั้ยล่ะ”
“เปล่า”
คนเขียนส่ายหน้าไปมา
“ไม่ซึ้งล่ะ แต่ดีใจต่างหากที่จบเร็ว
เย่ๆๆๆๆ”
“งั้นก็แค่นี้นะจ้ะ คนเขียนที่รัก...”
“แหม ที่คราวนี้มาทำปากหวานเชียวนะเจ้าไดฯ”
“ก็เธอทำให้ฉันมีชีวิต....”
“แล้วทีตอนนายด่าฉันล่ะ เจ้าบ้า”
“งั้นเจอกันใหม่วันพรุ่งนี้นะจ้ะ
พบกันใหม่วันฟ้าใสนะ”
“หวานซะไม่มีเหลือเลยนะยะ”
“แหม แหะๆๆ”
ตกลง ไดอารี่นี่มันผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่เนี่ย?
เอาไปคิดดูแล้วลองบอกมาหน่อยนะคะ
บาย
การเดินทางบนถนนแห่งชีวิตกับความทรงจำอันล้ำค่า
เขียนโดย
Maple N. Sarika
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
2 ต.ค. 50
92
2
ความคิดเห็น
อ่า . . ทำตัวเหมือนเลข แปด อิอิ
เขียนได้น่ารักดี เหมือนคุยกันอยู่ 2 คนเลย
http://my.dek-d.com/_freedom_/diary/
PS. ~ Life ' s like a novel with the ripped out. ~