GOT7 [JackJae] SO DANGER รักอันตราย

ตอนที่ 7 : ขม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    27 ธ.ค. 58

mx-xine


หลังจากเลิกเรียนวิชาประจำภาคแล้ว จงฮยอนรีบคว้ากล้องถ่ายรูปคู่ใจขึ้นมาก่อนจะเดินไปเรื่อยๆตามสนามหญ้าขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย

เขารักการถ่ายรูปมาตั้งแต่สมัยมอปลายและก็ทำอย่างนั้นมาตลอดจนเมื่อได้เข้ามหาวิทยาลัยจึงเดินตามทางอย่างที่ต้องการ เขามีความสุขเสมอเวลาที่ได้มองอะไรผ่านเลนส์

ร่างสูงของเขาก้าวเท้าเดินไปเรื่อยๆ ถ่ายนกถ่ายไม้ไปตามประสาของคนอารมณ์ดีแต่พอลดกล้องลงสายตาเขาก็โฟกัสไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งโดยบังเอิญ เธอมีรูปร่างสมส่วน ผิวสีเข้ม ใบหน้าสวยหวานแต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง เธอเป็นใคร??

ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีดีอะไร ไม่ได้สวยกว่าบรรดาผู้หญิงในรายชื่อของเขาด้วยซ้ำแต่เวลาที่มองเธอผ่านเลนส์กล้องอย่างนี้เขากลับรู้สึกหลงใหลแปลกๆ ไม่รู้ตัวว่ากดรัวชัตเตอร์ไปมากเท่าไหร่ แต่มารู้อีกทีตอนล้างรูปว่าเขาถ่ายรูปเธอเป็นร้อยๆใบ !!

นับตั้งแต่นั้นเขาจะพยายามไปที่สนามหญ้านั่นบ่อยๆและแอบถ่ายรูปเธออยู่ตลอด จากที่แค่แอบถ่ายก็เข้าไปขอถ่ายตรงๆ และเริ่มทำความรู้จักกับเธอ

เธอชื่อกายอนเป็นเด็กรุ่นน้องปีสองที่อยู่ต่างคณะ เป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัยด้วยและที่ทำร้ายจิตใจเขามากที่สุดก็คือ เธอมีแฟนแล้ว


ไม่แน่ใจว่าอะไรเข้าสิงเขารึเปล่า แต่จงฮยอนอยากแย่งเธอมาจากคนของเธอ!!!!


หวัง แจ็คสัน คือชื่อของคนๆนั้น หมอนั่นเป็นนักกีฬาเหมือนกายอน ทั้งคู่อยู่ชั้นปีเดียวกันและคบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง สำหรับเขามันเป็นความสัมพันธ์ที่ยากจะแทรกกลางเข้าไป


แต่ความอยากได้ มันผลักดันให้เขาทำสิ่งที่ไม่สมควรทำ


เขาแย่งเธอมาจากแจ็คสัน เขาทำทุกอย่างให้เธอเปลี่ยนใจ ทำทุกอย่างให้เธอหมดรักผู้ชายคนนั้น...


และเขาทำสำเร็จ!!!!!



มีความสุข..มันคือความรู้สึกนั้น เวลาที่ได้เดินข้างๆเธอ ได้มองเธอยิ้ม ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเธอ!!!!

แน่นอนว่าแจ็คสันไม่ยอมง่ายๆแต่เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้กายอนกลับไปเหมือนกัน นับตั้งแต่นั้นมาตรงไหนมีแจ็คสัน ตรงนั้นจะไม่มีเขา!!!

แต่เวลาเป็นสิ่งที่น่ากลัวเสมอเขากับกายอนจืดจางกันอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยจะใส่ใจกันเหมือนแรกๆจนถึงขั้นอยากขอแยกทาง เขาจึงต้องทำให้ทุกอย่างเหมือนเดิมเพราะเขาไม่อยากจะเสียเธอไป

วันนั้นเขาพาเธอไปเที่ยวที่สวนสนุกเพราะอยากใช้เวลากับเธอทั้งวัน พยายามทำให้อะไรๆมันเหมือนเดิม แต่โชคชะตาคงกำหนดเวลาของพวกเขามาเพียงเท่านั้นเมื่อเขาได้เจอกับยองแจที่นั่น


และตกหลุมรักทันทีที่ได้สบตาเพียงครั้งเดียว...


อาจจะฟังดูตลกที่เขาชอบตกหลุมรักใครบ่อยๆ แต่กับยองแจความรู้สึกมันต่างไป ไม่อยากครอบครองแต่อยากดูแล ไม่ได้ต้องการแต่กับรู้สึกโหยหาแปลกๆ ความรู้สึกเขารวนไปหมด

หลังจากที่มีปัญหากับกายอนหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มตามสืบเรื่องของยองแจมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนกันจะบอกว่าเขาแอบคุยกับยองแจเลยก็คงได้

แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้เล่นๆเหมือนที่ผ่านๆมา เขาจริงจังแล้วก็ใส่ใจยองแจกว่าทุกๆคนรวมไปถึงกายอน

สุดท้ายทุกอย่างจึงลงเอยที่เขาบอกเลิกกายอนและมาขอคบกับยองแจโดยที่ยองแจไม่เคยรับรู้เรื่องของอีกคนเลยแม้แต่นิด

 



“เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ เพราะพี่ไม่ดีเองที่ทำตัวแบบนั้น”


“พี่อย่าโทษตัวเองสิจงฮยอน อีกอย่างมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วนี่”


“ใช่ ผ่านมานาน จนพี่ลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นคนนิสัยไม่ดีขนาดไหน”


“พอเถอะครับ อย่าพูดแบบนี้อีก” 

ยองแจทนฟังไม่ไหวถึงกับต้องเอื้อมมือขาวไปปิดปากของคนรักไว้ไม่ให้ด่าทอตัวเองอีก จงฮยอนเบือนหน้ากลับมาสบตาด้วยเล็กน้อยก่อนจะดึงมือนั่นออกแล้วกุมเอาไว้


“พี่เล่าทุกอย่างให้ยองแจฟังหมดแล้ว ยองแจเกลียดพี่ไหมที่พี่เป็นคนแบบนั้น?”

 ดวงตาที่เคยจ้องมองมาด้วยความรักของจงฮยอน ตอนนี้มันสั่นไหวและพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่อยเล็กๆจนคนที่จ้องมองอย่ายองแจยังรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย


“ผมไม่เกลียดพี่หรอกครับ ไม่แม้แต่จะคิด”


“การที่พี่กล้าบอกทุกอย่างกับผมมันแสดงว่าพี่ไม่คิดจะปิดบังเรื่องราวของพี่ และผมรู้สึกดีนะที่พี่ทำแบบนี้”


“มันยิ่งทำให้ผมรักพี่กว่าเดิมอีกนะ” 

ยองแจกระชับมือที่กุมอยู่เอาไว้ให้แน่นยิ่งขึ้น ก่อนจะใช้มืออีกข้างคว้าคอคนตัวสูงกว่าให้โน้มลงมาหาแล้วประทับริมฝีปากนุ่มลงไปบนแก้มทั้งสองข้างแผ่วเบา

จงฮยอนอมยิ้มมุมปากหลังจากได้รับรอยจูบเล็กๆนั่นที่สองข้างแก้ม ถึงมันจะไม่ได้วาบหวามหรือฉุดกระชากหัวใจแต่สัมผัสที่แผ่ออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นมันทำให้เขาอบอุ่นและเบาใจ


อย่างน้อยที่สุดยองแจก็ยังรักเขาและก็คงได้แต่หวังว่าคนอย่างแจ็คสันคงทำให้ยองแจเปลี่ยนใจไม่ได้


หรือว่าเขาจะมองโลกในแง่ดีจนเกินไปนะ???





“ยองแจ ตกลงนายจะโดดเรียนอีกวันจริงๆรึไง” ยูคยอมถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆหลังจากที่ถูกคนๆนี้ลากตัวออกมาตั้งแต่คาบแรกยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ แถมเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้วอีกต่างหาก


“ก็ฉันไม่อยากเรียนนี่ มันเครียดนายเข้าใจไหม?”


“นายจะเครียดอะไรนักหนา ในเมื่อนายก็ยอมรับอดีตของแฟนนายได้อีกอย่าง..นายก็ยังรักเขา” ยูคยอมเอ่ยกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆถึงแม้ท้ายประโยคเขาจะรู้สึกปวดหนึบๆตรงอกข้างซ้ายก็ตาม เขารู้เรื่องทุกอย่างของยองแจผ่านปากของแบมแบมเรียบร้อยแล้ว


และไม่ต้องแปลกใจหรอกที่มีแต่เขาที่อยู่กับยองแจตอนนี้..เพราะแบมแบมมันก็ไม่มาเรียนเหมือนกัน


เหตุผลน่ะเหรอ ไปนอนค้างกับผู้ชายจนขี้เกียจมาเรียนยังไงล่ะ!!!


“มันก็จริง ฉันยอมรับได้แต่ฉันกลัวว่ะยูคยอม กลัว”



“ขนาดผู้หญิงคนนั้นที่พี่จงฮยอนก็บอกว่ารักเธอ แต่ก็ยังทิ้งมาหาฉันได้”



“แล้วฉันที่เป็นผู้ชาย นิสัยก็ไม่ดีสักวันพี่จงฮยอนอาจจะทิ้งฉัน”


“คิดมากน่า” 

เขาเอื้อมมือออกไปคว้าตัวคนข้างๆมากอดไหล่ไว้หลวมๆอย่างต้องการปลอบ ยองแจไม่เคยเปราะบางแบบนี้และเขาก็ไม่ชอบเวลาที่ยองแจเป็นแบบนี้


เหมือนหัวใจเขามันจะรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วยยังไงก็ไม่รู้


“พี่เขาดูออกจะรักนายมากนะ แล้วเท่าที่ฉันสังเกตเขาก็จริงจังกับนายมากเลยนี่”


“เขาไม่มีวันทิ้งนายหรอกน่า”


“หรือถ้าเขาทำอย่างนั้นจริงๆ”


นายก็ยังเหลือฉันอีกตั้งคนนึง


“ขอบใจนะ ที่ไม่เคยทิ้งฉัน” 

ยองแจตอบกลับมาเบาๆก่อนจะพิงหัวไว้กับบ่ากว้างของเขาอย่างต้องการปล่อยวาง ยูคยอมจึงกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ก่อนจะเกยหัวตัวเองลงบนหัวของอีกฝ่าย


อยากให้มีช่วงเวลาแบบนี้บ่อยๆจัง เวลาที่เขาจะได้กอดคนๆนี้ไว้ในอ้อมกอดของตัวเองนานๆ

ถึงแม้จะต้องอยู่ในสถานะ ที่ปรึกษา ก็ตาม

 

 





“จะกลับแล้วเหรอครับ” เสียงทุ้มนุ่มของผู้ชายร่างสูงที่นอนเปลือยเปล่าเอ่ยออกมาเมื่อลืมตาขึ้นแล้วเห็นร่างบางน่ารักกำลังยืนแต่งตัวอยู่ข้างๆเตียง


“ครับ เดี๋ยวแบมจะต้องไปทำธุระที่อื่นอีก”


“อยู่กับพี่อีกสักวันไม่ได้หรือไง” นายหนุ่มทำเสียงอ้อนก่อนจะหยัดกายที่ไม่มีเสื้อผ้าปิดบังเดินเข้ามาหาแล้วคว้ากอดคนตัวเล็กเอาไว้


“ไม่ได้หรอกครับพี่ฮันบิน แบมอยู่กับพี่มาสามวันแล้วนะไม่ได้ไปเรียนหลายวันแล้วเดี๋ยวยองแจกับยูคยอมมันจะด่าเอา” แบมแบมพยายามเบี่ยงกายออกหลังจากถูกกอดรัด คนหน้าสวยชักสีหน้านิดหน่อยตอนถูกจูบเบาๆที่คอขาวเนียน


“แต่..


“ไม่มีแต่ครับ ถ้าพี่พูดไม่รู้เรื่องแบมก็จะถือว่าทุกอย่างจบลง” แบมแบมยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคนที่กำลังปลุกปั่นต้องยอมคลายอ้อมแขนออกแล้วเปลี่ยนไปนั่งบนเตียงอย่างเซ็งๆแทน


“ทุกทีเลย แบมเป็นอย่างนี้ตลอดพอแบมเหงาก็เรียกหาพี่ แต่พอสมใจแล้วก็ทิ้งพี่แล้วหายหน้าหายตาไป”


“นั่นก็เป็นหนึ่งในข้อตกลงของเรานี่ครับ แบมบอกไปแล้วว่าไม่มีการผูกมัด เราก็วินๆทั้งคู่” กอดอกมองอีกฝ่ายอย่างเหนือกว่า แบมแบมไม่สนหรอกว่าผู้ชายคนนี้จะรู้สึกแย่หรือเปล่าก็อยากเข้าหาเขาเองนี่


“ไม่คิดเหรอว่าเราควรจะคบกันจริงๆ”


“เราจะไม่คุยกันเรื่องนี้นะครับ ตกลงไหมถ้าพี่ยังอยากเจอแบมอีก”


“เฮ้อ ก็ได้ครับๆ” ฮันบินจำเป็นต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นการยอมแพ้ ซึ่งนั่นก็ทำให้แบมแบมยิ้มหวานออกมาทันที อย่างที่ต้องให้รางวัล


ผู้ชนะเดินเข้าไปหาแล้วกดริมฝีปากสีสวยลงไปบนปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาก่อนจะเปลี่ยนเป็นจูบที่เร่าร้อนและรุนแรงจนได้ยินเสียงหอบหายใจของกันและกัน เนิ่นนานจนในหัวเริ่มลางเลือนแต่พอทุกอย่างกำลังจะดำเนินไปในทางที่ควรของมัน แบมแบมกลับผละออกมาเสียอย่างนั้น


“โธ่ แบมแบมครับ พี่ปวดแล้วนะ” คนที่เครื่องกำลังเดินครางออกมาอย่างทรมาน เขาพยายามส่งสายตาวิงวอนไปให้คนที่ยืนยิ้มอยู่เข้ามาหาอีกครั้งแต่แบมแบมก็ยังคงไม่มีท่าทีว่าจะสงสารแต่อย่างใด


“เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะครับพี่ฮันบิน วันนี้แบมรีบ ไม่ต้องไปส่งนะครับ”


แบมแบมหันหลังเดินออกมาจากห้องหน้าตาเฉย ไม่ได้สนใจแม้จะได้ยินเสียงฮันบินเรียกชื่อตัวเองซ้ำๆหรือว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามทำอะไรเขาก็ไม่คิดจะหันหลังกลับไปดูหรอก

ก็อย่างที่ฮันบินพูดนั่นแหละ พอสมใจเขาก็ตีจากแต่ทุกคนก็ต้องยอมรับเรื่องนี้ให้ได้ เข้ามาหาเขาก่อนก็ต้องทำตามข้อตกลงของเขาสิ

แบมแบมที่กำลังคิดอะไรเพลินๆเป็นต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงคนตะโกนออกมาจากลิฟต์ด้านหน้าว่าจะเข้าไหม เขารีบสาวเท้าไปให้ทันประตูลิฟต์ที่ยังเปิดอยู่ก่อนจะหันไปขอบคุณคนที่กดลิฟต์รอ

ด้วยความที่ตัวเล็กและในนี้คนก็เยอะพอสมควร แบมแบมเลยโดนเบียดซะหายใจไม่ออกถึงแม้จะพยายามทำตัวลีบๆแต่เขาก็ยังโดนดันจนแทบจะกลายเป็นปลาหมึกปิ้งที่ถูกหนีบซ้ำไปซ้ำมา


“อึดอัดเหรอ มายืนตรงนี้ไหม” เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังขึ้นก่อนที่ร่างทั้งร่างของเขาจะถูกดึงไปทางทิศเดียวกับเสียงด้วย แบมแบมไม่ทันได้เงยหน้ามองว่าเป็นใครแต่ก็นึกขอบคุณอยู่ลึกๆเพราะอย่างน้อยตรงนี้เขาก็ไม่โดนเบียดถึงแม้จะดูเหมือนถูกกอดแทนก็เถอะ


“อ่า ขอบคุณนะครับ”


“ไม่เป็นไร ตัวเล็กขนาดนั้นโดนเบียดก็ลำบากแย่ จริงไหม?” เสียงที่ตอบกลับมาดังขึ้นใกล้มากกว่าเดิมจนแบมแบมเริ่มทำตัวไม่ถูก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียเฉยๆจมูกเผลอสูดกลิ่นกายหอมๆของผู้ชายใจดีคนนี้เข้าไปเต็มๆ


เป็นบ้าอะไรเนี่ยเรา..แค่ได้ยินเสียงก็ดันมาเขินซะได้ อีตู้ชายคนนี้ก็ตัวหอมซะเหลือเกินนะ!!!


“อ่า คือ ครับ” ตะกุกตะกักด้วย เป็นบ้าไปแล้วจริงๆสินะแบมแบม


หลังจากจบประโยคเหมือนคนที่ช่วยเขาจะหัวเราะเบาๆแต่ก็ไม่ได้ต่อบทสนทนาแต่อย่างใดจนคนในลิฟต์เริ่มทยอยออกไปเหลือแค่ไม่กี่คนนั่นล่ะอีกฝ่ายถึงผละออกไปแต่นั่นก็ยิ่งทำให้เขาเขินหนักขึ้นไปกว่าเดิมซะอีก


ก็นี่มันเพื่อนอีตาแจ็คสันอะไรนั่นไงล่ะ!!!


หล่อลืมโลกขนาดนี้ใครมันจะลืมลง!!!


“ไงครับ เพื่อนน้องยองแจ” ผู้ชายหน้าหล่อเอียงคอทักทายเขาก่อนจะส่งยิ้มละลายใจมาให้ แบมแบมถึงกับไปไม่เป็นด้วยไม่คิดว่าจะเจอกับคนๆนี้ในสถานการณ์แบบนี้


“ไงครับ” ตอบกลับสั้นๆก่อนจะส่งยิ้มที่หวานที่สุดไปให้ แถมดูคล้ายว่าอีกฝ่ายก็จะชะงักไปเล็กน้อยด้วย


เขาก็มีเสน่ห์เหมือนกันนะ อย่าคิดว่าจะอ่อยเป็นฝ่ายเดียวซิ!


“มาทำอะไรแถวนี้เหรอ”


“แบมมาทำรายงานห้องเพื่อนน่ะครับ เมื่อคืนอยู่ดึกเลยนอนที่นี่ซะเลย” โกหกคำโตหน้าตาเฉยแถมยังไม่รู้สึกผิด แบมแบมยิ้มกลบเกลื่อนความแหลของตัวเองแล้วทำสีหน้าใสซื่อ


“แบม..ชื่อแบมเหรอครับ?”


“อ่อ..ใช่ครับ ชื่อแบมแบม แต่แบมชอบแทนตัวเองว่าแบมมากกว่า”


“ครับ ชื่อน่ารักดีนะ แบมแบม”


“ขอบคุณที่ชมนะครับ แล้วพี่ละจะให้แบมเรียกว่าอะไรดี?” แบมแบมยิ้มเขินเมื่อถูกอีกฝ่ายหยอดคำหวาน ก่อนจะถามกลับด้วยท่าทีออดอ้อน


“มาร์ค พี่ชื่อมาร์คครับ”


“พี่มาร์ค...แบมจะจำไว้อย่างดีเลย”


“ฮะๆ จริงหรือครับ บอกว่าจะจำแล้วก็อย่าลืมพี่ละกันนะ”


“ไม่ลืมแน่นอน แล้วพี่มาร์คพักอยู่ที่นี่เหรอ?”


“ครับ พี่อยู่ชั้นบนจากห้องเพื่อนแบมแบมไปสองชั้น”


“อ่อครับ อ๊ะ ถึงแล้ว แบมขอตัวก่อนนะ” พอถึงชั้นหนึ่งปุ๊บ แบมแบมรีบแทรกตัวออกมาจากลิฟต์ทันที เขาไม่ต้องการต่อบทสนทนาเท่าไหร่ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะถามหาห้องเพื่อน ขืนให้มาร์คได้รู้เข้า เขาคงโดนมองไม่ดีถึงแม้เขาจะไม่ดีจริงๆก็เหอะ

แต่คงรีบร้อนเกินไปหน่อยละมั้ง อยู่ดีๆขาแบมแบมเกิดสะดุดขึ้นมาเฉยๆจนเกือบหน้าทิ่ม โชคดีที่คนที่เดินตามมาคว้าเอวเล็กไปไว้ได้ก่อน


อย่างกับฉากพระนางในละครนะ….แบมแบมได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจถึงแม้ใบหน้าจะฉีกยิ้มหวานออกมาก็ตาม


“ระวังหน่อยสิครับ”


“แหะๆ ขอบคุณนะครับ วันนี้พี่ช่วยแบมตั้งสองรอบ” หลังจากถอยห่างออกมาแล้วแบมแบมก็ขอบคุณมาร์คอีกครั้ง ถึงจะรู้สึกทะแม่งๆแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร


“ไม่เป็นไรพี่เต็มใจช่วย แบมแบมนี่เวลายิ้มแล้วน่ารักมากเลยนะ แต่ปกติก็น่ารักอยู่แล้ว”


“ปากหวานจังนะครับ” แบมแบมยิ้มเขินอีกรอบ ถึงจะรู้ว่าคำพูดนั้นมันเป็นการหยอดทั่วๆไปของผู้ชายที่สนใจในตัวของเขาก็ตาม


“พี่ไม่ได้หวานแค่ปากอย่างเดียวหรอกนะ อย่างอื่นก็หวานด้วย”


“หวานหรือไม่หวาน ถ้ามีโอกาสแบมก็คงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ว่าไหมครับ? พี่มาร์ค” ในเมื่ออีกฝ่ายทอดสะพานมาให้มีหรือแบมแบมจะไม่ทอดกลับไป ในเมื่อเขาเองก็สนใจผู้ชายคนนี้อยู่เหมือนกัน 


อยากรู้จริงๆว่าไอ้สายตาที่เชิญชวนนั่น มันจะเร่าร้อนสักเท่าไหร่หากได้อยู่ด้วยกันแค่สองคน แต่รับรองเลยว่าเขาจะไม่มีวันประมาทผู้ชายคนนี้เด็ดขาด


ขนาดเพื่อนยังร้ายอย่างกับเสือแล้วผู้ชายคนนี้มันจะไม่ร้ายก็คงแปลก!!!


“เอาไว้คราวหน้าถ้าได้เจอกันอีก ไปทานข้าวกับพี่สักมื้อได้ไหมครับ?”


“ครับ แต่วันนี้แบมต้องขอตัวก่อนถ้าได้เจอกันอีกแบมจะไปกับพี่มาร์คแน่นอน”




น่ารัก เย้ายวน และร้ายกาจ!!

มาร์คหัวเราะอยู่กับตัวเองเบาๆ เขารู้ว่าแบมแบมไม่ได้มาพักห้องเพื่อนหรอก ต้องบอกว่ามานอนกับคู่ขาถึงจะถูก คิม ฮันบิน ใครๆก็รู้จักหมอนั่น

แถมมันยังป่าวประกาศไปทั่วว่าจะเอาแบมแบมมาเป็นแฟนให้ได้ เมื่อหลายคืนก่อนเขาก็เห็นมันเดินเข้ามากับแบมแบม คงเรียบร้อยกันไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว

แต่ใครจะสนกันล่ะ ยิ่งเยอะยิ่งมีประสบการณ์ไม่ใช่รึไง???

อยากจะรู้จริงๆว่าร่างบางๆนั่นตอนที่อยู่ใต้ร่างของเขาจะเป็นยังไง !!!

แล้วไอ้ที่แบมแบมสะดุดเมื่อกี้ก็ฝีมือเขาเหมือนกัน...ก็แค่อยากจะกอดอีกทีเป็นการอำลาเฉยๆนี่

ให้ตายเหอะ เนื้อตัวนุ่มนิ่มแล้วก็หอมเป็นบ้า !!!

เห็นทีพี่คงต้องหาโอกาสหน้าให้เราเจอกันเร็วๆซะแล้วสิ น้องแบมแบม...






“จงฮยอน วันนี้ผมไม่ไปนอนห้องพี่นะครับ ตอนเย็นมีทำรายงานต่อที่ห้องแบมมัน”


“โอเคครับ พี่ก็อย่าคิดมากล่ะรู้ไหม”


วางสายไปแล้ว ยองแจถอนหายใจหนักๆออกมาหลังจากที่โกหกแฟนครั้งแรกในชีวิต


ไม่ใช่ว่าไม่อยากเจอหรอกนะ แต่ช่วงนี้เขาเครียดสะสมจริงๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องอดีตของจงฮยอนแล้วยังมามีเรื่องของแจ็คสันอีก

แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อดี ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน กลับห้องตัวเองก็เบื่อ ไปห้องแบมแบมก็ไม่อยากเจอผู้ชายของมัน ไปห้องยูคยอมก็เกรงใจ


ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเลยเนี่ยไปหาอะไรกินคนเดียวละกัน เขาไม่ค่อยได้ไปไหนคนเดียวมาตั้งนานแล้วนี่นา


ยองแจเลยเดินเรื่อยๆจากคอนโดตัวเองไปตามทาง เป้าหมายคือสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ๆถึงแม้เขาจะมีรถยนต์เป็นของตัวเองแต่ยองแจแทบไม่ได้แตะมันเลย

เขาไม่ชอบขับรถเท่าไหร่หรอก ตั้งแต่เคยขับไปชนรั้วบ้านของตัวเองก็เข็ดขยาดไม่ค่อยกล้าจะขับมันอีก

เท้าก็เดินไป ปากก็ฮัมตามเพลงที่เสียบหูฟังอยู่เบาๆ รู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหน่อยหลังจากเครียดมาหลายวัน ใบหน้าใสเริ่มปรากฏรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว

อยากกินของหวานจริงๆ พอคิดได้อย่างนั้นจากที่เดินเอื่อยๆยองแจก็เร่งสปีดกลายเป็นวิ่งแทนเป้าหมายที่วางไว้แต่แรกเปลี่ยนเป็นร้านเค้กไปซะอย่างนั้น


คิดถึงร้านนี้จังพี่คนขายเขาน่ารักดี ไม่ได้ไปซะนาน

 

 



แปลกใจ? ทำไมยองแจถึงได้มาเดินอยู่ริมถนนคนเดียวแบบนั้น แจ็คสันที่กำลังขับรถผ่านเป็นต้องชะลอความเร็วลงแล้วเปลี่ยนเป็นขับตามไปห่างๆ

เขาไม่เคยเห็นยองแจแต่งตัวแบบนี้เลยแหะ เสื้อยืดสีขาวที่บางจนจะมองทะลุกับกางเขนขาสั้นที่อวดต้นขาขาวๆแบบนั้น นี่แต่งตัวไปยั่วใครกัน เหอะ!

ขับตามจนเห็นว่าคนตัวขาวเดินเข้าไปที่ร้านเค้กเล็กๆตรงซอยๆหนึ่ง แจ็คสันจึงรีบขับวนหาที่จอดรถไว้ใกล้ๆร้านก่อนจะดับเครื่องแล้วลดกระจกลง

ไม่ได้คิดจะตามเข้าไปในร้านหรอก เด็กนั่นชอบตื่นตูมแล้วก็เหยียดหยามเขาเวลาที่ได้เจอหน้ากันเสมอ เวลานึกถึงคำพูดที่บอกว่าจะไม่มีวันรักเขาทีไรแล้วพาลหงุดหงิดขึ้นมาเสียดื้อๆ


อย่าให้มีโอกาสก็แล้วกัน จะทำให้ปากคู่นั้นไม่กล้าพูดอีกเลยว่าไม่ต้องการเขา!!!!


มือหนาควานหาบุหรี่ขึ้นมาจุดระหว่างที่เฝ้ามองพฤติกรรมของเป้าหมาย ยองแจอมยิ้มน่ารักตอนที่ได้เค้กชิ้นเล็กมาไว้ในมือก่อนจะหัวเราะร่าเริงกับใครสักคนที่หันหลังมาทางเขา

ถ้าหากยองแจยิ้มให้เขาแบบนั้นบ้างมันก็คงจะดี นึกอิจฉาไอ้จงฮยอนมันอยู่เหมือนกันที่ได้เห็นด้านน่ารักๆของเด็กคนนี้บ่อยๆ แต่ไม่เป็นไรหรอกอีกหน่อยยองแจก็เป็นของเขาทั้งตัวแล้ว

รอดูอยู่สักพักยองแจก็เดินออกมาจากร้าน บิดขี้เกียจอย่างผ่อนคลายก่อนจะก้มหน้าลงค้นหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าสะพาย แจ็คสันเลยอาศัยจังหวะนี้เดินออกไปจากรถแล้วตรงเข้าหาคนที่ก้มๆเงยๆอยู่ทันที


“ไง เจอกันอีกแล้วนะ”


“ห๊ะ!!!” คนที่ไม่รู้ตัวสะดุ้งออกมา ท่าทางตกใจที่มองเห็นเขานี่มันน่าทำให้ร้องไห้จริงๆ สีหน้าตกใจแต่สายตารังเกียจ เห็นแล้วอารมณ์เสียเป็นบ้า


“ตกใจอะไร เจอฉันอย่างกับเจอผี”


“ยิ่งกว่าผีไงถึงตกใจ”

ตอบกลับมาพอแสบๆคันๆคนตรงหน้าก็เบี่ยงตัวออกไปอีกทาง เขาก็ขยับตามไปเหมือนกันเรื่องอะไรจะให้หนีไปง่ายๆ


“จะมาขวางทำไม??”


“เรื่องของฉัน ถนนสาธารณะนี่ฉันจะขยับไปทางไหนก็ได้”


“งั้นก็กรุณาอย่าขยับตามผม”


คราวนี้เขาไม่ได้ขยับตามอย่างที่อีกฝ่ายบอกแต่เอื้อมมือไปกระชากแขนนิ่มมากุมไว้แทนก่อนจะลากให้เดินตามกลับไปที่รถโดยที่ยองแจก็ขัดขืนเต็มที่แต่ให้ตายยังไงก็สู้แรงนักกีฬาอย่างเขาไม่ได้หรอก


“ถ้านายก้าวขาลงจากรถของฉันโดยที่ฉันไม่อนุญาตละก็”


“พี่จะทำไมผมไม่ทราบ”


“อยากรู้จริงๆเหรอ?” พูดจบเขาก็โน้มใบหน้าลงไปหาอย่างคุกคามจนยองแจต้องเบือนหน้าหนี อีกฝ่ายส่งเสียงจิจ๊ะในลำคอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา


“เข้าใจแล้วสินะ”

ผละออกมาก่อนจะปิดประตูรถใส่หน้าอีกคนแรงๆ เขาก็แค่อยากแกล้งให้ยองแจหงุดหงิดเท่านั้นแหละ ร้ายๆแบบนั้นเวลาถูกปราบพยศแล้วก็น่ารักไม่หยอก

 



ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง ตลอดเวลาที่อยู่บนรถยองแจเอาแต่มองไปนอกหน้าต่าง เหตุการณ์เหมือนครั้งแรกที่นั่งรถมากับแจ็คสันแต่ต่างที่ครั้งนี้เขาถูกบังคับให้มาด้วยวิธีรุนแรง

มือขาวลูบไปบนแขนที่ขึ้นรอยนิ้วมือจากการถูกบีบกระชากเมื่อครู่ เขารู้สึกแสบผิวหน่อยๆแต่ก็ไม่ได้ปริปากบอกกับแจ็คสันหรอก เกลียดไม่อยากคุยด้วย


“วันนี้อยู่ที่ห้องตัวเองหรือเปล่า” แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้สินะ


“อะไรของพี่”


“ฉันถามว่าวันนี้นายนอนห้องตัวเองหรือเปล่าไง ไม่เข้าใจตรงไหน?”


“พี่จะอยากรู้ไปทำไม?”


“ถามก็ตอบ แล้วเวลาคุยกันก็หันหน้ามามองฉันด้วย”


ยองแจได้แต่กรอกตาไปมาอย่างไม่รู้จะทำยังไง แค่ให้หายใจด้วยอากาศเดียวกันเขาก็อยากจะอ้วกแล้วนี่จะให้หันหน้าคุยกัน นี่มันห่าเหวอะไร!!!


“ไม่ได้ยินหรือไง??” แจ็คสันก็ยังคงทำตัวแย่ๆใส่เขาไม่หยุด อีกฝ่ายเบรกรถกะทันหันจนหัวเขาแทบจะทะลุออกไปนอกกระจกหากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ ยองแจเลยจำใจต้องหันกลับไปเผชิญหน้าอย่างไม่มีทางเลือก


“ครับ ผมจะนอนที่ห้องตัวเอง!


“แปลกดีนะ หึ!!” แจ็คสันแค่นเสียงหัวเราะออกมาให้เขาหงุดหงิดเล่นเสียอย่างนั้น ถึงแม้จะอยากถามแต่ยองแจก็เลือกที่จะเงียบมากกว่า คุยกันให้น้อยที่สุดน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าต่อปากต่อคำ

 แจ็คสันที่เห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไรเลยออกรถอีกครั้งอย่างใจเย็น คนที่ขับรถไปด้วยท่าทีสบายๆไม่ได้สนใจเลยว่าเขาจะเป็นยังไง แล้วนี่มันไม่ใช่ทางกลับคอนโดเขานี่


“พี่จะพาผมไปไหน?” ยองแจรีบถามอย่างร้อนรน สายตาที่ไม่เคยมองอีกฝ่ายในแง่ดียิ่งทวีความรังเกียจเข้าไปอีกหลายเท่าจนคนที่ถูกมองมุ่นหัวคิ้วเล็กๆ


“เรื่องของฉัน นายมายุ่งอะไรด้วย”


“แต่ผมอยู่บนรถกับพี่นะ อย่างนั้นก็จอดรถซะ ผมจะลง”


“ทำไมฉันต้องจอด? นี่รถฉันไม่ใช่รถนาย” 

ตอบหน้าตายแล้วเร่งเครื่องให้แรงขึ้นไปอีกจนยองแจถึงกับต้องรีบดันตัวให้ติดกับที่นั่งมากที่สุด เขาเกลียดผู้ชายคนนี้จริงๆ

ไม่ถึงสิบนาทีแจ็คสันก็เลี้ยวเข้าจอดในโรงแรมเดิมที่เคยติดต่อธุรกิจกับแม่ของเขา ยองแจรีบปลดเข็มขัดแล้วพยายามเปิดประตูรถแต่ว่ามันเปิดไม่ออกเพราะคนขับจัดการล็อกทุกอย่างอีกแล้ว


“รอฉันก่อนสิ รีบไปไหน” แจ็คสันเอ่ยยิ้มๆก่อนจะกระชากเขาให้ขยับเข้าไปหาถึงแม้จะพยายามขืนตัวแต่ยองแจก็สู้แรงไม่ได้อยู่ดี เลยถูกดึงจนกลายเป็นว่าตอนนี้นั่งเกยอยู่บนตัวแจ็คสันเรียบร้อย


“ทำอะไรของพี่ห๊ะ ปล่อยผมนะ!!!!


“โวยวายทำไม แค่จะให้ลงฝั่งเดียวกัน” 

ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่สันจมูกโด่งก็ยังคลอเคลียอยู่ใกล้ๆแก้มไม่ห่าง ยองแจที่ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากพยายามเบือนหน้าหนีอย่างเดียว

แกล้งจนพอใจ ร่างแกร่งก็เปิดประตูรถแล้วดันคนบนตักให้ลงไปก่อนแต่มือหนาก็ยังกุมข้อมือขาวไว้ไม่ปล่อยก่อนจะค่อยๆตามออกมาทีหลัง

ไม่รู้ว่าต้องไปไหนแต่ยองแจก็ขัดขืนแรงจากคนตรงหน้าไม่ได้ แจ็คสันลากเขาเข้าไปในโรงแรมแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ไปที่ห้องอาหารเพราะแจ็คสันพาเขาตรงไปที่ลิฟต์และกดไปที่ชั้นบนสุด


“พี่กำลังจะไปที่ไหน??” เป็นอีกครั้งที่ยองแจถามคำถามเดิม แต่คราวนี้ไม่มีคำตอบกลับมานั่นยิ่งทำให้ยองแจวิตก

พอลิฟต์เปิดออกยองแจถึงได้รู้ว่านี่มันห้องพักพิเศษสำหรับผู้บริหารซึ่งหมายความว่าทั้งชั้นนี้มีแค่เขากับแจ็คสันไงล่ะ!!!


“พาผมมาที่นี่ทำไมปล่อยนะ!” ยองแจได้แต่ยื้อข้อมือคืนมาแต่ก็เหมือนเขาสู้อยู่กับยักษ์ แจ็คสันไม่มีท่าทีสะทกสะท้านอะไร เอาแต่ลากให้เดินตามอย่างเดียว


“ไม่ได้ยินที่ผมพูดหรือไง ปล่อยสิไอ้พี่แจ็คสันบ้า”

แจ็คสันก็ยังไม่ยอมตอบกลับมา มืออีกข้างที่ว่างอยู่ไขประตูเข้าห้องอย่างใจเย็น ต่างจากยองแจที่ตอนนี้กำลังร้อนรนเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เขาเลยพยายามแงะมือของอีกฝ่ายทุกวิถีทาง

แต่พอเปิดประตูได้ แจ็คสันก็ใช้แรงที่มีของตัวเองเหวี่ยงเขาเข้าไปในห้อง ยองแจไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้หลังไปกระแทกกับอะไรเพราะในนี้มันมืดไปหมดแถมอีกคนก็ไม่ยอมเปิดไฟสักที

กริ๊ก!!

“โวยวายอะไรนักหนา แค่จะพามากินข้าวด้วย” ไฟที่ถูกเปิดพร้อมกับแจ็คสันที่เดินเลยไปที่โซฟาแล้วนั่งลงจุดบุหรี่ขึ้นสูบตรงนั้นแทน


“ผมไม่อยากกิน อิ่มแล้ว” ยองแจที่ยังจุกไม่หายพูดแทรกขึ้น เขานึกโกรธอีกฝ่ายขึ้นกว่าเดิมทันทีเมื่อหันไปแล้วเห็นว่าเมื้อกี้ถูกเหวี่ยงมาปะทะกับชั้นหนังสือ


“แต่ฉันหิว นั่งลงซะ”


“ไม่ ผมจะกลับ”


“ฉันบอกว่าให้นั่งลงไงล่ะ!!!” แจ็คสันที่ไม่รู้ว่าลุกมาถึงตัวตั้งแต่ตอนไหน คว้าไหล่เขาแล้วผลักให้นั่งลงบนโซฟาจนรู้สึกจุกเข้าไปอีกจนพูดไม่ออก


“นายนี่มันยังไง ห๊ะ!! ทำไมต้องต่อต้านฉันมากขนาดนี้ด้วย”


“พี่ก็เลิกยุ่งกับผมซะสิ ผมจะได้ไม่ต่อต้านพี่”


“ฝันอยู่ก็รีบตื่นซะ ฉันบอกนายไปแล้วนี่ไม่ว่ายังไงนายก็ต้องเป็นของฉัน อย่าพยายามทำให้เรื่องมันยุ่งยากจะได้ไหม” พูดไปด้วยก็อัดไอ้แท่งมรณะนั่นเข้าปอดไปด้วยแถมยังพ่นควันใส่หน้าเขาอีก เสียมารยาทที่สุด


“พี่นี่ดูละครมากไปหรือไง ผมบอกไปตั้งไม่รู้กี่หนแล้วนะว่าผมมีแฟนแล้วไม่เข้าใจภาษาคนรึไง!!


“มีแฟนแล้ว แล้วจะทำไมก็ฉันจะเอานาย” ตอบกลับสบายๆแล้วนั่งลงที่โซฟาอีกตัวก่อนจะบี้ไอ้เศษซากที่เหลือในมือลงที่ในของมัน


“ผมไม่เคยเจอใครที่พูดจาไม่รู้เรื่องเท่าพี่เลยนะ เหอะ!!


“ฉันก็ไม่เคยเจอใครที่น่าครอบครองเท่านายมาก่อนเลยนะ อยากรู้จริงๆว่าไอ้จงฮยอนมันเด็ดถึงใจขนาดไหนนายจึงได้รักได้หลงมันขนาดนี้”


“แจ็คสัน!! นี่มันจะมากไปแล้วนะ คนอย่างพี่นี่มันน่าขยะแขยงที่สุด”

“ต่อให้เรื่องอย่างว่าพี่จะทำได้ดีกว่าพี่จงฮยอน ผมก็จะไม่มีวันหันมาเอาคนน่ารังเกียจอย่างพี่แน่ๆ!!


“รังเกียจเหรอ?? นายแน่ใจแล้วนะที่พูด”


“แน่ใจงั้นเหรอ ยิ่งกว่าแน่ใจซะอีก!!


“นายพูดเองนะ!!


“ทำไม พี่จะทำอะไรผม???” อยู่ดีๆยองแจก็เกิดนึกกลัวขึ้นมาเสียอย่างนั้น แจ็คสันที่มีสีหน้าเดือดดาลกำลังดุนดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มไปมาก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาหาเขาอย่างคุกคามจนตั้งตัวไม่ทัน


“อยากรู้มากใช่ไหมว่าฉันจะทำอะไร!!!!


พูดจบ ริมฝีปากสวยคู่นั้นก็ฉกลงมาอย่างกับงู ปิดทุกช่องทางที่ยองแจจะออกเสียงแต่เขาก็ไม่ได้ยอมให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาง่ายๆ ยองแจปิดปากสนิทจนอีกคนทำเสียงขัดใจในลำคอก่อนที่คมเขี้ยวของแจ็คสันจะเกี่ยวเนื้อริมฝีปากจนเลือดไหลซึมด้วยความตกใจปนเจ็บปวดยองแจเลยเผลออ้าปาก

สัมผัสและรสชาติแรกที่เข้ามาให้ปากคือ ขมกลิ่นบุหรี่เย็นๆเจืออยู่ทั่วช่องปากกับลิ้นอุ่นร้อนที่เข้ามากวาดต้อนและเลาะเล็มอย่างเอาแต่ใจทำเอายองแจเริ่มหายใจไม่ออกเขาเลยพยายามที่จะ กัดแต่อีกฝ่ายก็ร้ายพอที่จะหลบหลีกไม่ให้ทำอย่างนั้นได้

ไม่รู้ว่ามันนานเท่าไหร่แต่ตอนนี้ยองแจกำลังขาดอากาศ เขาหอบหายใจจนอีกคนยอมผละออกไปแต่ก็เพียงชั่วขณะเท่านั้นก่อนจะถาโถมลงมาใหม่

ยองแจไม่เคยมีจูบที่รสชาติขมแบบนี้มาก่อน พอตั้งสติได้ก็พยายามดันตัวคนตรงหน้าออกอีกครั้ง แต่แจ็คสันที่เรี่ยวแรงมหาศาลกว่าก็จัดการรวบข้อมือเขาแล้วยึดไว้กับที่จนไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก


เนิ่นนานและทรมานจนยากจะบรรยายกว่าที่แจ็คสันจะยอมผละออกไป


คนที่สำเร็จโทษเขาเรียบร้อยยังคงคร่อมอยู่บนตัว แจ็คสันเลียริมฝีปากอย่างผู้ชนะ ใบหน้าหล่อร้ายฉายแววสะใจออกมาต่างจากเขาที่กำลังหอบหายใจถี่ ทั้งตกใจ ทั้งทำอะไรไม่ถูก


“ทีนี้รู้รึยังว่าฉันจะทำอะไร”



“นายนี่หวานมากเลยนะยองแจ หวานกว่าทุกคนที่เคยเจอ ฉันชักอยากได้นายขึ้นมาจริงๆแล้วสิ!!!

 

100 %



***************************

ครบ100% แล้วน้าคร้าาาาา

อาจจะอ่านแล้วขัดหูขัดตาก็ขอโทษนะ

แต่ความสามารถมันมีแค่นี้เจรงๆ T^T

พยายามไม่ให้มันหยาบเต็มที่แล้ว

ถ้ายังขัดๆอยู่ก็ทนอ่านหน่อยนะ (จะมีคนอ่านไหม)

เอาไว้เจอกันตอนหน้าน้อ เดี๋ยวชายปาร์คจะมาแล้วนะคะ

หรือว่ายังไม่มา ??? >< รอลุ้นละกันเนอะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

497 ความคิดเห็น

  1. #467 piangngam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 13:00
    อื้อหือ เฮียยยย
    #467
    0
  2. #457 Jekkju (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 22:18
    ไม่น่าเรียกพี่เลย

    ไม่น่าพูดดีด้วย
    #457
    0
  3. #352 thuglifes (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 15:33
    แจ๊คเข้าหาน้องแบบใจเย็นกว่านี้ได้ไหมเนี้ย
    #352
    0
  4. #232 SUNSHINE852 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 19:30
    หู้ยยยย แจ็คสันเบาๆกับลูกนี่หน่อยได้มั้ยคะ ถึงนี่จะอยู่ทีมแจ็คสันแต่ก็สงสารลูกอยู่นะ ฮรึก 5555
    #232
    0
  5. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:40
    งื้อออ ทำไมต้องเขินตอนแจ๊คสันยิ้มตอนเลียริมฝีฝาก นี่ยิ้มไม่หุบรู้เลยว่าเขินอ่ะแกร๊!!! อิฉันยังรู้สึกขนาดนี้ยองแจจะขนาดไหน. เออลืมไปแจเกลียดแจ็คสันอยู่นี่ฟ่า. แต่แบบนี้คือดีงาม ไม่ขงไม่ขมแล้ว เขินมากกว่า. ^////^
    #140
    0
  6. #77 ak_teaw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 03:41
    ขมมมมมมากกกกก เหมือนรับรู้รสชาติไปด้วยยยยอ๊ากกกกกก....มาร์คแบมก๋อ่อยยกันจน แหม๋ๆๆๆ ไม่ใช่แค่ปากหวานจ๊ะรีบๆๆๆพากันไปชิมนะ รีดรอให้2คนได้พิสูจน์ คริๆ
    #77
    0
  7. #40 jazzotorii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 09:44
    ฮือออออ เมื่อไหร่พี่แจ็คจะละมุนซักที อย่างงี้น้องมันจะไปรักได้ไงล่ะ ฮือออ อึดอัด พิแจ็คบ้าๆๆๆ ทำตัวดีๆเซ่ แงง
    #40
    0
  8. #39 "นรี" (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 23:24
    หายใจขัดตามเลย หน่วงง่ะ
    #39
    0
  9. #38 มปสท (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 23:08
    แจ็ค!!!! ทำดีค่ะ จูบอีก555(
    #38
    0
  10. #31 Sone91 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 22:09
    กำลังเข้มที่เดียวเชี่ยว เเจ๊คเเกรุนเเรงวะ เเต่ชอบนะ55566
    #31
    0
  11. #22 Honey Moon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 23:38
    ชอบมากเลยยยย อัพต่อเร็วๆนะคะ ฮี่ฮี่ เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่าาาาา
    #22
    1
    • #22-1 Mankaw-bobaibe(จากตอนที่ 7)
      29 ธันวาคม 2558 / 00:59
      จะมาอัพบ่อยๆๆๆเลยนะคะ ไม่สัญญา 555
      #22-1
  12. #21 Faibook42 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 18:47
    ตอนนี้ดุเดือดจริงๆๆ เถียงกันไปมา 555 ดันะที่แจโดนแค่จูบ ถ้ามากกว่านี้จะเกลียดแจ็คแล้ว 5555 สนุกดีคะ บรรยายได้เข้าใจดีนะ สู้ๆๆ
    #21
    1
    • #21-1 Mankaw-bobaibe(จากตอนที่ 7)
      29 ธันวาคม 2558 / 00:58
      ซาบซึ้งเจรงๆ ขอบคุณค่า ><
      #21-1
  13. #18 Faibook42 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 09:48
    แบมใช่ย่อยเลยนะเนี้ย แบบนี้เรียกอ่อยแรงสินะ 55555 แต่เอาจริงเรื่องที่ยองแจจะกลัวก็ไม่แปลกหรอก เพราะใครจะเชื่อได้ว่ามันจะไม่ทิ้งยองแจไปมีคนอื่น รอต่อไปน้า
    #18
    1
    • #18-1 Mankaw-bobaibe(จากตอนที่ 7)
      25 ธันวาคม 2558 / 10:38
      >< แรงกว่าแบมไม่มีอีกแล้ววววว
      #18-1
  14. #14 Faibook42 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 23:47
    เราไม่ด่าไรท์แน่นอน เราออกจะชอบไรท์ อิอิ

    เอาตามที่ไรท์สะดวกละคะ คนอ่านอย่างเราได้ทุกอย่างอยู่แล้ว 

    มาอ่านฟิคช่วงสอบเลยนะเนี้ย เห็นไรท์อัพแล้วมันอดใจไม่ได้อ่ะ55555

    รอนะคะ ชอบๆ สนุกดี เป็นกำลังใจให้นะคะ

    ยังมีรีดเดอร์อย่างเราเป็นกำลังใจให้น้า ><
    #14
    1
    • #14-1 Mankaw-bobaibe(จากตอนที่ 7)
      24 ธันวาคม 2558 / 23:27
      ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่ยังรออ่าน ^O^
      #14-1