คัดลอกลิงก์เเล้ว

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้แต่งโดยอิงมาจากเรื่องจริงของเราเองค่ะ
อาจจะดูมั่วๆหน่อยเพราะว่าเพิ่งแต่งOne-shotครั้งแรกเลยยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

ปล.และเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเราไม่ได้ฟังเพลงนี้ค่ะ



อย่าลืมเปิดเพลงนี้ไปด้วยระหว่างการอ่านนะคะ:)
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ความรักของฉันเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลา24ชั่วโมง
และเวลาเพียงแค่นี้มันไม่พอสำหรับการที่จะลบเธอคนนั้นออกไปจากใจฉันหรอก

#ShakenBC

Story By : MINALIIN




? cactus

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 14 มิ.ย. 62 / 22:55

บันทึกเป็น Favorite





ความรักครั้งแรกของฉันเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลา24ชั่วโมง
เพราะงั้นฉันเลยพยายามจำทุกอย่างเกี่ยวกับเรื่องราวครั้งนั้นเพื่อบันทึกมันลงไปในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ



16.30
         "ฉันกลับละนะมีเรียนพิเศษตอนห้าโมงอ่ะ"
     "โหห เรียนอะไรเยอะแยะวะหมวย"
     "หม่อมแม่สั่งมา"
     "เอออีเจี๊ยบมึงก็รู้อยู่ว่ามันไปเรียนเพราะอะไร"
     "กูไม่รู้เว้ย ไม่งั้นกูจะถามมันหรอวุ้น"
     "เออๆไม่รู้ก็ไม่รู้ กูขี้เกียจเถียงกับมึง"    
     "เอ้า!กูไม่รู้จริงๆป่าววะ"
          "เออออ รู้แล้วมึงนี่ ชวนกูทะเลาะจัง ขาดความอบอุ่นหรอ" 
     "โวะ!ฉันไปแล้วนะ รำคาญ!"
     "เห้ยจะไปแล้วหรอ"
     "เออดิ สี่โมงกว่าละเนี่ย"
     "เออๆบายแก รีบไปเหอะเดี๋ยวไปสายก็โดนด่าอีก"
     "อือ บายแก"

หลังจากที่ฉันร่ำลาวุ้นกับเจี๊ยบเสร็จก็รีบสาวเท้าออกจากประตูโรงเรียนทันที
ไม่ทันแน่ๆกว่าจะรอวินฯอีก ให้ตายเถอะ!
การที่ต้องรีบไปถึงอุดมสุขจากอโศกในตอนสี่โมงกว่าจะห้าโมงมันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ
จะไปยังไงทันวะถามจริง?
ฉันเอาแต่เดินเถียงกับตัวเองตลอดทางจนไปถึงจุดรอวินมอเตอร์ไซค์ที่แถวยาวมาจนถึงอีกฝั่งของถนน
ยิ่งทำฉันใจแป้วเข้าไปอีก  -ประตูนรกเปิดรอรับฉันแล้วตอนนี้

17.30
     "คริสคงไปไม่ทันแล้วล่ะค่ะ เอาไว้ชดเชยวันพรุ่งนี้ละกันค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ"
     (ไม่เป็นไรๆงั้นเดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้ตอนห้าโมงที่Mrt เพชรบุรีนะ อย่าสายอีกล่ะ)
     "ค่าา รับทราบแล้วค่ะ!"

แล้วก็เป็นไปตามคาดฉันไปเรียนไม่ทันจริงๆ
มีเรียนห้าโมงแต่กว่าจะมาถึงบีทีเอสก็ห้าโมงแล้วแถมแถวยังยาวเป็ยหางเว่าอีก รอมัน30นาทีแล้วยังไม่ได้ขึ้นเลยจ้าT-T
วันนี้มันวันซวยอะไรของฉันวะเนี่ยยย!

ก็ได้แต่บ่นล่ะนะ สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
เหงาดีจังเลยนะ...การกลับบ้านคนเดียวเนี่ย
ถ้ามีคนกลับด้วยก็ดีสิ

กุก กัก กุก กัก

ฉันควานหาหูฟังในกระเป๋าก่อนจะเสียบเข้ากับโทรศัพท์เพื่อฟังเพลง ...ห่อเหี่ยวอยู่น่ะเผื่อมันจะรู้สึกดีขึ้น
แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ช่วยเลยจ้า เพราะสปอติฟายที่ฟายสมชื่อดันสุ่มเพลง State of grace มาให้ฉันอ่ะ ตอกย้ำกันเข้าไป
สปอติฟายหน้าโง่เอ๊ยยย!

I'm walking fast through the traffic lights
ฉันก้าวเดินผ่านไฟจราจรไปอย่างรวดเร็ว
Busy street and busy life
ท่ามกลางถนนและชีวิตที่วุ่นวาย
And all we know is Touch and Go
สิ่งเดียวที่พวกเรารู้คือการพบเจอเพียงแค่ได้สัมผัสแล้วก็จากกันไป

[Please mind the gap between train and -]
อย่างน้อยๆรถไฟฟ้าก็มาแล้วล่ะนะ ถึงจะต้องยืนเบียดกันจนจะได้กับคนข้างๆแล้วก็เถอะ
     "ขยับเข้าไปอีกนิดนึงได้มั้ยแก"
     "อ๊ะ!อือๆได้"
แต่ในใจฉันอ่ะหรอ..
ได้บ้านป้าแกดิ แหกตาดูบ้างได้ป่าววะว่ากูจะได้กับป้าที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วว้อย!

[ติ๊ดติ๊ดติ๊ด]
ฉันบอกแล้วว่าวันนี้มันเฮงซวย นอกจากจะไปเรียนไม่ทัน ฉันยังต้องขึ้นรถขบวนที่คนแน่นจนแทบจะได้เสียกัน
แถมยังต้องมาเจอ บี น้ำทิพย์ จากแก๊งจักพรรดิ(นี)อีก 

คือแค่เจอว่าเฮงซวยแล้วที่ยิ่งไปกว่านั้นคือชีกำลังนินทาฉันให้เพื่อนอีกคนที่มากับชีฟังแบบระยะเผาขนเลยน่ะสิ 
หน้าด้านดับเบิ้ลตัวเงินตัวทองเลย

     "มึงรู้จักมันป่ะ?"
     "อือ เพื่อนวุ้นเส้นอ่ะ อยู่ห้อง2มั้งรู้สึก"
     "นิสัยมันเป็นไงวะ หยิ่งน่าดูเลยดิ ไม่หันมาทักซักนิด"

เห็นฉันใส่หูฟังอยู่แบบนี้ฉันได้ยินทุกประโยคนะเฟ้ย!เราไม่ได้ยืนไกลกันขนาดนั้น!!!

อยากจะตะโกนออกไปดังๆว่าไม่ได้หยิ่งว้อยยแต่ฉันไม่สนิทกับแกไงงงงง ต้องทักด้วยรึไง 
ครั้งก่อนบีเพื่อนแกมองจิกฉันซะฉันนึกว่าตัวเองไปฆ่าหมาบ้านนางมา 
สรุปง่ายๆคือ ถ้าไม่สนิทกันใครเขาจะกล้าทักคนในกลุ่มคุณมึงกันวะคะ? 
ถ้าทักไปแล้วพูดไม่เข้าหูพวกมึง พวกมึงก็เอาไปนินทากันอีกตัวเงินตัวทองจริง!

และก็เช่นเคยจ้าา 
ฉันก็ทำได้แค่บ่นในใจแล้วก็ก้มหน้าควานหานิยายที่เพิ่งยืมมาอ่าน เพื่อไม่ให้ตัวเองปรี๊ดแตกกลางบีทีเอส


[อ่อนนุช Please mind the gap-]
     
     "กูไปละมึง"
     "เอ้าวันนี้มึงลงอ่อนนุชหรอ"
     "เออดิ กูบอกมึงแล้วไม่ใช่"
     "โห่ละงี้กูก็กลับคนเดียวดิ"
     "คนเดียวที่ไหนล่ะ นู่นอีกคนไง"

[ติ๊ดติ๊ดติ๊ด]
     
     "ไปละมึง เจอกันพรุ่งนี้"
     "เออๆ"  

บรรยากาศอึดอัดมากกว่าเดิมอีกแฮะ...
ถึงแวบแรกจะรู้สึกดีที่จะได้ไ่ต้องยืนฟังอีคุณบีกับเพื่อนของนางนินทาฉันระยะเผาขนแล้วก็เถอะ
แต่ตอนนี้ชักอยากให้เพื่อนนางกลับขึ้นมานินทาฉันต่อละ

[สถานนีต่อไป บางจาก-]
อีกแค่สองสถานีเราก็จะต้องลงแล้วสินะ
บีจะลงสถานีเดียวกันกับเรารึเปล่านะ?
อยู่ดีๆคำถามนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวฉัน....แล้วก็ดูเหมือนบีจะรู้เลยว่าฉันคิดอะไรอยู่   
ก็อยู่ดีๆเธอก็หันมาเปิดบทสนทนาของเราด้วยคำถามที่ว่า

     "แกลงสถานีไหนอ่ะ?"
     "หือ?ถามเราอ๋อ?"
     "เออดิ ถ้าไม่ถามแกแล้วจะถามใคร"
กวนตีน...
     "เออเนอะ..ลงอุดมสุขอ่ะ แล้วแกอ่ะ?"
     "ไม่เ-ือกสิ"
อื้อหือ!มาตบกันเลยมา!
     "เอ้าไม่แฟร์เลยอ่ะแกรู้ว่าเราลงสถานีไหนแต่แกไม่บอกเราเนี่ยนะ"
     "บ้านแกอยู่อุดมสุขหรอ?"
     "ห่ะ?นี่แกจะไม่ตอบเราจริงดิว่าลงสถานีไหน"
     "ก็บอกแล้วไงว่า ไม่เ-ือกสิคะ:)"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่ฉันว่าประโยคสุดท้ายดูอ่อนลงจากครั้งแรก
เเละมันทำให้ฉันรู้สึกว่า...

แกเป็นคนที่พูดคำว่าเ-ือกได้น่ารักที่สุดเลยเว้ย!

     "เออๆไม่บอกก็ไม่บอก"
     "แล้วสรุปบ้านอยู่อุดมสุขป่ะ?"
     "หึ..ไม่อ่ะ อยู่ศรีนครินทร์"
     "อ๋อ"
[สถานีบางจาก-]
     
     "ปกติกลับเวลานี้บ่อยหรอ?" บีถามฉันอีกครั้ง
     "ก็บ่อยแหละ มีเรียนพิเศษ แกก็กลีบเวลานี้บ่อยหรอ?"
     "ไม่อ่ะ ปกติกลับทุ่มนึง แต่วันนี้มีเรียนต่อ"
     "อ๋อ...กลับดึกจัง"
     "ซ้อมวงโยอ่ะ ซ้อมเสร็จก็หกโมงกว่าละ"
     "คนแน่นป่ะ ทุ่มนึงอ่ะ"
     "ก็แน่นเหมือนห้าโมงนั่นแหละ เอาจริงมีตอนไหนที่มันไม่แน่นด้วยหรอ-"
     ""
     ""
     ""
บทสนทนาของเราเริ่มมีความเป็นกันเองมากขึ้น จนฉันแอบคิดว่าฉันน่าจะทักบีตั้งแต่ตอนแรกที่เจอ
เวลาของเราจะได้มีมากกว่านี้...

[สถานีอุดมสุข-]
     
     "ไปละนะ"
ฉันบอกลาบีไปพร้อมความรู้สึกใจหายแปลกๆ
พรุ่งนี้เราจะยังรู้จักกันอยู่มั้ยนะ? -ฉันได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ
     "จะไปแล้วหรอ อยู่ด้วยกันก่อนดิ"     
ได้สิ...
     "บ้าหรอ พ่อเรามารับแล้ว"
ใจจริงอยากจะไปด้วยใจจะขาด
แต่ถ้าเราไปกับบี
วันพรุ่งนี้บีอาจจะเอาไปเล่าให้คนในกลุ่มฟังว่าเราง่ายก็ได้นี่นา
     "น่าา ไปด้วยกันหน่อย เหงาอ่ะ"
     "บี!"
ฉันเผลอตะโกนออกมา
ก็บีเอามือมาจับที่กระเป๋านักเรียนของฉันเพื่อรั้งไม่ให้ฉันลงไปน่ะสิ
นี่มันอ่อยกันชัดๆเลยนี่นา ถ้าฉันไปด้วยพรุ่งนี้ได้เป็นหัวข้อสนทนาของกลุ่มบีแน่ๆ
     "ปล่อยยย พ่อเรามารับแล้ว..." ไว้เจอกันวันพรุ่งนี้นะ

ประโยคหลังฉันไม่ได้พูดออกไป ด้วยเวลาที่จำกัดเพราะฉันกลัวจะลงไม่ทัน
แต่หลักๆที่ไม่พูดออกไปก็เพราะ...
ไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้เราจะยังรู้จักกันอยู่

[ติ๊ดติ๊ดติ้๊ดติ๊ด]

ฉันมองหน้าบีที่ค่อยๆหายไปเพราะประตูบีทีเอสเลื่อนมาปิด
และเวลานั่นแหละที่ฉันรู้สึกว่าฉันหวั่นไหว
รู้สึกว่าฉันชอบบีเข้าแล้วจริงๆ 

ไม่ได้เหมือนกับตอนซัมเมอร์ที่ฉันเดินผ่านเธอแล้วก็แอบชอบเธอ

แต่ด้วยเพราะรู้ว่าไม่มีหวังฉันเลยตัดใจซะตั้งแต่วันไหน
โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าจะต้องมาเจอกับบีในรูปแบบของวันนี้ 
และไม่ได้รู้เลยว่ากำลังหวั่นไหวกับเธอ...จนกระทั่งเธอจากไป

ได้แต่หวังว่าวันพรุ่งนี้เราจะยังรู้จักกัน...แม้ในความเป็นจริงจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ฉันหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบเพื่อฟังเพลงอีกตามเคย
สปอติฟายเจ้าปัญหาก็ยังคงสุ่มเพลงState of grace มาให้ฉันเหมือนเคย
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกของฉันต่อบทเพลงนี้

     นั่นแหละมึง แต่กูว่ามันคงแค่อ่อยกู..แบบล่าแต้มไรงี้'
     ' แต่เมื่อเช้าตอนเข้าแถวกูเห็นมันมองมึงคริส'
     ' อือ เห็นเซม แต่มันอาจจะมองผ่านกูไปหาคนอื่นก็ได้ป่ะ'
     ' ไม่รู้ว่ะ แต่กูว่ามันมองมึง เอออีแกนก็มองมึงนะ'

เเละเพื่อเป็นการพิสูจน์ฉันเลยแกล้งทำเป็นบอกเจนี่กับวุ้นเส้นว่า
     ' มึงงงกูลืมมม'
     ' ลืมวัท?'
     ' กูต้องวิ่งแก้บน15รอบอ่ะ'
     ' เออพอดีเลยกูก็ต้องวิ่ง'
     ' พวกมึงบนอะไรไว้วะ'
     ' บัตรคอนฯ'
     ' เซม' ฉันตอบสมทบเจนี่ไป
     ' งั้นมึงนับรอบให้พวกกูด้วยละกันวุ้น'
     ' เออๆๆ'

ที่ใช่วิธีนี้เพราะมันเด่นมากๆไงล่ะแถมกลุ่มของบีก็เดินมานู่นแล้วด้วย
จะกลับบ้านกันแล้วสินะ เอ๊!หรือไปซ้อมวงโย?

ฉันวิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่งจนครบ แอบเห็นบีกับออแกนมองมาแวบๆแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจหรือหยุดดู
คงจะอ่อยล่าแต้มจริงๆสินะ...

All we know is Touch and Go
                                                                    ..we know is touch and go
                                                                    ....know is Touch and Go
                                                                    ......is Touch and Go
                                                                      ........Touch and Go.......
                                          พบกันเพียงแค่ได้สัมผัสแล้วก็จากกันไปแบบไม่มีวันย้อนกลับมา

ท่อนนี้ของเพลงState of grace ยังดังก้องอยู่ในหัวของฉันแม้ว่าตอนนี้มันจะเลื่อนไปเพลงอื่นแล้วก็ตาม
น้ำตาใสๆเริ่มไหลออกมาเล็กน้อยเมื่อย้อนกลับไปคิดเรื่องเมื่อวาน
ฉันควรจะต้องขึ้นบีทีเอสกลับไปได้แล้วแต่...ผ่านมาสามขบวนแล้วฉันก็ยังไม่ได้ขึ้น
และมันไม่ได้เป็นเพราะคนเยอะ..แต่เป็นเพราะฉันไม่เห็นเธอเลยบี
ฉันก็เลยรอ...
รอดูว่าบีจะมามั้ย
เพราะเราแค่อยากกลับไปคุยกับบีเหมือนเมื่อวาน

แต่ในเมื่อเมื่อวานมันคืออดีต
และอดีตไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้
เรื่องของเราเมื่อวานมันเลยเป็นเหมือนความฝัน..
ที่ฉันพยายามจำมันออกมาให้ได้มากที่สุดและบันทึกมันลงไปในส่วนลึกของหัวใจ

-END-
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ 
ภาษาอาจจะดูมั่วๆกับเนื้อเรื่องที่อาจจะยาวเกินความเป็นOne-shot เพราะว่าเราไม่เคยแต่งวันชอตเลยค่ะครั้งนี้ครั้งแรกเลยT-T
ถ้าผิดพลาดประการใด ต้องขอโทษด้วยนะคะ ติชมมากันได้เต็มที่เลยนะคะ 
สำหรับใครที่อยากพูดคุยกับเราเกี่ยวกับฟิคนี้สามรถเข้าไปพูดคุยได้ที่ทวิตเตอร์ #ShakenBC หรือจะทักเดมมาก็ได้
นะคะ@BeabeammmP ค่ะ??’???’•

ในส่วนของ #LovestoryBC จะอัพในวันอาทิตย์ เวลาประมาณ22.00-0.00น.ค่ะ ดึกไปใช่มั้ย เรารู้ตัว แต่เรามีเวลาอัพแค่ช่วงนั้นจริง;-;
งั้นใครที่นอนไวมาตามอ่านตอนเช้าของวันจันทร์เอาละกันเนอะ โดยเฉพาะคนที่ต้องตื่นไปเรียนเหมือนเราไม่ต้องเข้ามาอ่านเลยนะ! เพราะเดี๋ยวจะตื่นสายเหมือนเรา55555 แต่ไม่ใช่ไม่เข้ามาอ่านเลยนะ ถ้าเป็นแบบนั้นเราโกรธจริงๆด้วย!//เสียงงอแง
ยังไงอย่าลืมแวะเข้าไปอ่านกันนะคะรักส์❤
-MINALIIN-


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Minaliin จากทั้งหมด 2 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • แฟนฟิคไทย

    5

    101/1378

    18

    0%

    13 ก.ค. 62

  • แฟนฟิคไทย

    เรื่องสั้น

    50/198

    0

    0%

    14 มิ.ย. 62

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น