คัดลอกลิงก์เเล้ว

[short fic] twenty-four seven of Draco Malfoy

โดย PpangolinNnnn

ผมอยากจะมองเธอเเบบนี้ ถึงเเม้จะต้องมองอีกพันปีก็ตาม

ยอดวิวรวม

15

ยอดวิวเดือนนี้

15

ยอดวิวรวม


15

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 พ.ย. 62 / 22:30 น.
นิยาย [short fic] twenty-four seven of Draco Malfoy [short fic] twenty-four seven of Draco Malfoy | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
“ ผมอยากจะมองเธอเเบบนี้ ถึงเเม้จะต้องมองอีกสักพันปีก็ตาม ”

เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 พ.ย. 62 / 22:30


     [short fic] Twenty-four Seven of Draco Malfoy

 

     เเสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบใบหน้าขาวซีด ผมสีบลอนด์สว่างกับเเสงเเดดอรุณทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มราวกับส่องเเสงออกมาได้ สายลมพัดเอื่อยเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็ก เสียงใบไม้ปลิวไสว น่าอภิรมย์ดีเเท้ เเต่เปล่าเลย..  ในความคิดของเขา

     ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในเวลาเพียงเจ็ดโมงครึ่ง เป็นความจริงที่ว่าผมไม่ชอบตื่นเช้า เเละก็เป็นความจริงเช่นกัน ที่ผมทำเเบบนั้นมานับสิบปีเเล้ว(หรืออาจเกินจากนั้น) อากาศตอนเช้าเย็นสบาย เเสงเเดดส่องกระทบตัวผมที่บัดนี้ยังลากสังขารให้ตัวเองลุกจากเตียงไม่ขึ้น ใครสักคนคงเปิดหน้าต่างทิ้งไว้อีกเเล้วล่ะสิ ชิ.. ผมเกลียดตอนเช้า มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมต้องละจากช่วงเวลาอันเเสนสงบยามค่ำคืน ห้องสีขาวสะอาดตาบ่งบอกว่าได้รับการดูเเลเป็นอย่างดี เเน่นอนล่ะ ไม่มีอะไรในบ้านหลังนี้ที่จะดูไม่เป็นระเบียบไปมากกว่าผมอีกเเล้ว ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ มองดูตัวเองจากเงาสะท้อนของกระจก ผมคือเดรโก มัลฟอยในวัยสามสิบเก้าปี ผมไม่ปฏิเสธว่าผมเริ่มจะอายุมากขึ้นทุกวัน เเต่ก็มั่นใจเช่นกันว่าผมยังคงความหล่อเหลาเหมือนเด็กหนุ่มวัยสิบเเปด ผมยิ้มกับตัวเอง น่าขัน หากใครมาเห็นผมในยามที่ห่างไกลจากคำว่าโก้หรูมากเช่นนี้อาจจะช็อคเอาได้ ลองนึกภาพตามดูนะ เด็กหนุ่มในชุดสูท เส้นผมเรียบเเปล้มันวาวที่ถูกจัดทรงอย่างดีทุกกระเบียดนิ้ว กับผมในเสื้อกล้าม เเละกางเกงสามส่วน ผมบลอนด์ยุ่งๆซึ่งบัดนี้เริ่มจะยาวจนจัดทรงยากเข้าทุกที ใบหน้าที่มีหนวดเคราเเสดงถึงความไม่สนใจดูเเลตัวเองนั้นเริ่มจะมีริ้วรอยตามกาลเวลาหรือที่เรียกกันว่าตีนกานั่นเเหละ ใครจะคิดว่านี่คือคนเดียวกันล่ะ เเต่เอาเถอะ ผมไม่ได้สนใจมากนักหรอกว่าใครจะมองยังไง ผมอยู่ในบ้านของตัวเองนะ

         ด้านหลังของผมคืออ่างอาบน้ำขนาดกลางที่มีน้ำอยู่เลยครึ่งเเต่ก็ไม่ถึงขอบอ่าง ผมไม่ชอบเวลาที่ลงไปในอ่างเเล้วน้ำล้นออกมาเลอะพื้น คงเป็นความทรงจำวัยเด็กกระมัง ก็เคยลื่นหัวฟาดพื้นเข้าเต็มๆน่ะสิ เเต่นี่ยังไม่ใช่เวลาอาบน้ำของผมหรอกนะ

        ทันทีที่ผมเปิดประตูออกมาจากห้องนอน กลิ่นไส้กรอกย่างกับเบคอน ก็ลอยเข้ามาเตะจมูกผม เสียงกระทะของใครบางคนที่กำลังง่วนอยู่กับการทอดไข่ดาวอยู่ในครัวนั้นดังดีทีเดียว ผมก้าวเท้าเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า

      “คิดว่าคุณจะอาบน้ำเเล้วซะอีก” เสียงใสๆของใครคนนั้นดังขึ้นมา

      “คุณรู้มั้ย ผมก็ยังตอบเหมือนกับทุกวัน มันเช้าเกินไป” ผมหัวเราะเบาๆกับใบหน้าฉุนๆนั้น มันเป็นเช่นนี้ทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ

    “มีอะไรกินบ้าง” ผมถามต่อเเล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตรงมุมนึงของโต๊ะซึ่งเป็นที่ประจำ หลังจากคนตรงหน้าไม่พูดอะไร

    “ไข่ดาว ไส้กรอก เบคอน เเล้วก็มีเเป้งเเพนเค้กที่เหลือจากเมื่อวานด้วย ถ้าคุณอยากกินฉันจะจัดการให้” เธอพูดก่อนจะรินชาใส่ถ้วยให้ผม กลิ่นชาทำให้ผมผ่อนคลาย มันหอม เเละเหมาะกับอากาศยามเช้ามากที่สุด ผมยักไหล่เป็นคำตอบให้ ซึ่งเธอคงเดาออกว่าไม่

     อีกฟากนึงของบ้าน เสียงโทรทัศน์เเละคนสองคนที่เหมือนกำลังยื้อเเย่งอะไรบางอย่างกันอยู่ ทำให้อีกสองคนในห้องครัวต้องส่ายหน้าอย่างระอา

    “เอามานะ ฉันจะดูหนัง!” เสียงของคนที่คาดว่าเป็นผู้หญิงตะโกนอย่างโกรธๆ

    “เเต่เธอดูมาตั้งเเต่เช้าเเล้วนะ!” อีกเสียงหนึ่งของเด็กหนุ่มก็ดังไม่เเพ้กัน

    “ก็นายตื่นสายเองทำไมล่ะ!”

    “โทรทัศน์ไม่ใช่ของเธอคนเดียวนะ เอลล่า!”

    “ฉันเป็นพี่นะ เจฟ!”

     “เเล้วไง!?”

   รีโมทถูกเเย่งจากมือนึงไปอีกมือเป็นอย่างนี้อยู่หลายทีจนกระทั่งผู้เป็นเเม่ต้องเดินเข้ามาห้าม

     “เจฟ เอลล่า หยุด! เเล้วมากินอาหารเช้าเดี๋ยวนี้เลย” ทั้งสองหยุดชะงักทันทีก่อนจะลุกเดินเข้าไปในครัวตามคำสั่งของผู้เป็นเเม่

     ผมได้เเต่ขำร่วนกับท่าทางของลูกทั้งสอง ช่างไม่มีใครยอมใคร เเต่ก็นั่นเเหละ คนเป็นเเม่รู้วิธีจัดการดี เเล้วดูเหมือนเด็กๆจะฟังเธอมากกว่าผมซะด้วยสิ ก็ผมมันคุณพ่อเเสนใจดีของลูกๆนี่นา

    เด็กทั้งสองนั่งลงด้วยใบหน้างอง้ำ ใครๆก็บอกว่าพวกเขาเหมือนผมมากจนน่าตกใจ ถ้าเป็นโจเซฟน่ะใช่ ทั้งรูปร่างหน้าตา เเละเเม้กระทั่งนิสัยใจคอ เขาคือร่างโคลนนิ่งของผมเลยล่ะ

     เเต่กับบีเอลล่า เธอมีเส้นผมบลอนด์สว่างเหมือนกันกับผม เเต่โครงหน้าหวาน กับดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นได้มาจากใครอีกคน เเล้วใครๆก็ยังบอกว่าเธอเเสบเหมือนเเม่

     “ไม่หยุดกันสักที เเม่จะขายทีวีทิ้ง คอยดูเถอะ”

      ประโยคนั้นทำผมชะงักจากการหั่นไส้กรอก ก็เรื่องนี้มันเกี่ยวกับผมเต็มๆน่ะสิ!

       “ไม่ได้นะ ผมต้องดูบอลคุณก็รู้นี่” เธอถลึงตาใส่ผมเป็นเชิงให้เงียบ ผมไม่ได้กลัวเมียหรอกนะ เเต่เเค่ไม่อยากเถียงด้วยก็เท่านั้น

       “เเม่ก็ยอมให้พ่อซื้อทีวีอีกเครื่องสิครับ ผมจะได้ไม่ชิงกับพี่”

    ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เเต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ เพราะเธอก็ปฏิเสธตามเคย พูดกันมาหลายครั้งเเล้วเธอก็ยังไม่ยอมให้ผมซื้ออะไรเกินความจำเป็นอยู่ดี เงินของตระกูลมัลฟอยจะหล่นทับตายก็คราวนี้เเหละโว้ย! ผมยอมรับว่าทั้งชีวิตไม่เคยพอเพียงขนาดนี้มาก่อน เพราะตระกูลของผมน่ะรวยล้นฟ้า เเต่สะใภ้คนล่าสุดคนนี้ดันประหยัดมัธยัสถ์เสียเหลือเกิน ดีที่ตอนเเต่งงานเธอเป็นคนให้ผมตัดสินใจเลือกเรือนหอ เลยได้บ้านขนาดพอดิบพอดี ถึงจะไม่ใหญ่เท่าคฤหาสน์มัลฟอยของพ่อเเม่ผมเเต่ก็ไม่อุดอู้อึดอัดอะไร เเถมมีพื้นที่รอบบ้านไว้ให้ลูกๆของเราวิ่งเล่น(ก็เฉพาะตอนเด็กน่ะนะ ตอนนี้เริ่มจะไล่ตีกันเเล้ว) เเละสนามควิดดิชหลังบ้านสำหรับผมเเละเพื่อนๆที่มาเยี่ยม รวมถึงสวนของเราที่ร่วมดูเเลด้วยกัน ถึงพักหลังๆผมจะเป็นคนทำทั้งหมดเพราะเจ้าตัววุ่นอยู่กับการจัดการร้านหนังสือที่เพิ่งเปิดก็เถอะ เเต่ผมก็ไม่ใช่ตาเเก่คนสวนของบ้านอย่างเดียวหรอกนะ ผมทำธุรกิจบริษัทยาสมุนไพรทั้งในโลกเวทมนต์เเละมักเกิ้ลซึ่งร่วมลงทุนกับเพื่อนมักเกิ้ลด้วยเเต่ตอนนี้ดันกลายเป็นว่าผมทำคนเดียวซะเเล้ว เพราะเพื่อนคนนั้นดันทิ้งงานไปอยู่กับลูกเมียที่สกอตเเลนด์ ผมเลยทำงานอยู่คนเดียวนี่ไง!

     ดีที่ผมมีเธอผู้เชี่ยวชาญเรื่องปรุงยาเป็นที่หนึ่งเป็นเพื่อนคู่คิด เลยเเบ่งเบาภาระไปได้เยอะ เพราะนับว่าบริษัทของผมไปได้สวยทีเดียว เอาเป็นว่าผมสามารถเลี้ยงดูลูกให้สบายไปทั้งชีวิตเหมือนที่พ่อเเม่ผมทำนั่นเเหละ

     ลูกสาวของผมในวัยสิบหก เเละลูกชายในวัยสิบห้า เป็นความบันเทิงอย่างนึงของผม เเต่คงไม่ใช่สำหรับเเม่ของพวกเขา ยามทั้งสองปิดเทอมฤดูร้อนเเละกลับมาจากฮอกวอตส์เป็นเวลาที่บ้านจะวุ่นวายเป็นพิเศษ บีเอลล่า มัลฟอยเป็นพี่สาวเจ้าระเบียบเหมือนกับเเม่ของเธอ ขณะเดียวกันก็ขี้อ้อนต่างจากเวลาอยู่กับ โจเซฟ มัลฟอย ผู้เป็นน้องชาย  อีกเรื่องที่ใครๆก็พูดกัน ที่ว่าผมกับเธอมารักกันได้อย่างไร ผมตอบคำถามนี้มาร่วมสิบปีนับตั้งเเต่วันเเต่งงานของเรา ตอนนั้นเราอายุเเค่ยี่สิบสองเท่านั้น ความรักของเราก็เหมือนคนทั่วๆไปเจอะเจอเเล้วก็เรื่อยๆ เพียงเเค่เราเจอกันนานสักหน่อย กว่าจะรู้ใจตัวเองว่ารักกัน

       ผมเงยหน้ามองเธอผู้เป็นที่รัก ซึ่ง

กำลังส่งสายตาดุไปให้ลูกๆของเรา ใบหน้าเเละเเววตานั้นไม่เคยเปลี่ยนเเม้จะร่วงโรยตามกาลเวลา เเววตาที่เปี่ยมด้วยความอบอุ่นยามเฝ้ามอง มันต่างจากดวงตาสีเทาเย็นยะเยือกของผม เส้นผมหนานุ่มสีน้ำตาลเข้มเหมือนกับสีดวงเนตรที่ถูกรวบขึ้นสูง ผมชอบมองเธออย่างนี้มาตลอดยี่สิบกว่าปีที่เรารู้จักกัน เเละผมไม่เคยเบื่อถึงจะต้องมอง

‘เฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอย’คนนี้ไปอีกสักกี่ร้อยปี

 

---------------------------TALK----------------------------------

 

จบเเล้วล่ะค่ะ เรื่องนี้จริงๆเเล้วเป็นshort fic นะคะ

กะจะให้ลุ้นกันเล่นๆว่านางเอกคือใคร เเต่ไรท์เป็นชิปเปอร์dramione เเละ feltson ตัวยงค่ะ น่าจะไม่เเต่งคู่อื่นเเน่ๆ อิอิ ความจริงเเล้วเรื่องนี้คงจะจบเพียงเท่านี้ เเต่ยังมีพล็อตก่อนเเต่งงานตอนที่พระเอกกับนางเอกของเรายังไม่เเก่กันด้วย ฮุฮุ อย่างไรก็ตาม ขอเช็คประชากรก่อนเเล้วกันค่ะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ PpangolinNnnn จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น