[FanFic. Sherlock BBC] [Mystrade] Christmas Cake

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : ข่าวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    24 พ.ย. 63

กริ๊งงงงงงงงงง

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นภายในแฟลตแห่งหนึ่งย่านแมร์รี่โบน เจ้าของที่พักสะดุ้งเบาๆเมื่อได้ยินเสียงอันน่ารำคาญที่ตนเองเป็นคนตั้งเวลาเอาไว้ เขายื่นมือออกจากผ้าห่มผืนหนาที่กำลังซุกตัวอยู่อย่างขี้เกียจเพื่อกดปิดเสียงเจ้าวัตถุกรีดร้องเรือนเล็กนั้นเสีย ไม่นานนัก เขาก็ฝืนตัวเองผลักผ้าห่มออกจากร่างและลุกขึ้นไปทำภารกิจประจำวันของตัวเองในเวลาเช้ามืด

ทุกๆวันหลังจากเลิกงานที่ร้านโนเอลในเวลาเที่ยงคืน เขาจะกลับมาที่แฟลตเล็กๆที่เช่าไว้ อาบน้ำและจัดการธุระส่วนตัวอีกเล็กน้อย กว่าจะได้พักผ่อนก็เวลาก็ล่วงเข้าไปตี 1 กว่าๆ บางครั้งอาจจะเลยไปถึงตี 2 และยังไม่ทันจะได้หลับสนิทดีเขาก็ต้องตื่นขึ้นมาตอนตี 4 เพื่อมาทำงานที่สำคัญไม่ต่างจากการไปเข้าครัวอีกครั้ง นั่นก็คือการไปเลือกซื้อวัตถุดิบจากตลาดเช้า

ตลาดเช้าเป็นแหล่งซื้อขายวัตถุดิบชั้นดีที่สดใหม่ที่สุดของเมือง ปลาและอาหารทะเลที่พึ่งนำขึ้นมาจากทะเลจะถูกส่งเข้าเมืองมาตั้งแต่เช้าตรู่ รวมไปถึงผักและผลไม้คุณภาพดีที่ถูกส่งเข้ามาในประชากรในเมืองได้เลือกรับประทานกันก่อน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมหัวหน้าเชฟแบบไมครอฟต์จึงจะต้องมาด้วยตัวเองในทุกๆเช้า วัตถุดิบที่ดีที่สุดจะต้องเป็นของเชฟฝีมือดีที่สุดแบบเขาเท่านั้น

ไมครอฟต์ดึงปกเสื้อโค้ทขึ้นและกระชับผ้าพันคออีกเล็กน้อยเพื่อสร้างความอบอุ่นช่วงลำคอ เขาดึงแขนเสื้อขึ้นทำให้เห็นมือเรียวที่ขาวซีดแต่ไม่ได้ดูสุขภาพย่ำแย่เพื่อเปิดลังไม้ใส่อาหารทะเลที่ชาวประมงนำมาขายด้วยตัวเอง

"นี่ล็อบสเตอร์สวยๆจากคอร์นวอลล์เลยนะไมครอฟต์" หญิงชาวประมงท่าทางทะมัดทะแมงชี้ชวนให้ดูกุ้งมังกรตัวใหญ่ยักษ์ที่อยู่ในลัง "ตัวใหญ่ใช่ไหมล่ะ"

"ของยัยนั่นน่ะตัวเล็กกว่าฉันอีก" หญิงร้านข้างๆตะโกนมา "ไมครอฟต์มาดูของร้านฉันสิ"

"เดี๋ยวผมไปดูนะพอลล่า" ไมครอฟต์ยิ้มแล้วหยิบกุ้งมังกรขึ้นมาดูอย่างพิจารณา "ช่วยส่งทั้งหมดนี้ไปที่ร้านก่อนบ่าย 2 ด้วยนะ"

"ได้ค่ะ ได้เลย" เจ้าของร้านตอบอย่างยินดีที่เชฟชื่อดังเลือกซื้อกุ้งมังกรของเธอก่อนใคร

ไมครอฟต์เดินไปอีกร้านหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง เจ้าของร้านผมหยิกเป็นเกลียวกำลังทำหน้าง้ำไม่พอใจเล็กน้อยที่เขาเลือกซื้ออาหารทะเลสดอย่างกุ้งมังกรของร้านอื่นไปก่อนที่จะมาซื้อร้านของเธอ

ไมครอฟต์ยิ้ม"ดูซิว่ามีร้านไหนสามารถหาของที่ผมต้องการได้ครบหรือเปล่า" เขาพูดขณะแสร้งทำเป็นชะเง้อมองหาบางอย่าง "ที่นี่คงมีมั้ง"

หญิงเจ้าของร้านถอนหายใจแล้วพูด "ถ้าไม่ใช่ฉันจะเป็นใครกันล่ะ"

ไมครอฟต์ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น "จริงหรอ"

"แล้วคุณให้ฉันเป็นคนหาหรือเปล่าล่ะคะ" สาวพอลล่าทำเสียงงอนกลับ "ฉันก็ต้องเป็นคนหาน่ะสิ หาได้ด้วย"

หญิงในชุดผ้าเดนิมสีน้ำเงินอ่อนเปิดลังสินค้าของตัวเองอย่างภาคภูมิใจเมื่อเห็นไมครอฟต์กำลังยิ้มอย่างปีติที่เห็นสิ่งที่เธอหามาให้เขาได้ "ปลาไทล์ฟิชสีทอง ตกด้วยเบ็ดนะไม่ได้ใช้อวนลาก ผิวหนังของปลาเลยยังสวยงามดีอยู่ไม่ถลอกเลยแม้แต่นิดเดียว"

"พอลล่า" ไมครอฟต์ร้องออกมาอย่างยินดีเมื่อเห็นปลาตาใสแจ๋วนอนแน่นิ่งอยู่ในลังอาหารสด "คุณเก่งมากเลย"

พอลล่าเชิดหน้าอย่างยินดีแล้วพูด "รางวัลของฉันล่ะ" เธอยื่นหน้าไป "ฉันหามายากมากเลยนะ ต้องแย่งกับพี่ชายที่กำลังจะเอาไปขายให้คนอื่นด้วย"

"คุณเป็นนางฟ้าสำหรับผมเลย" ไมครอฟต์พูดแล้วกดริมฝีปากไปที่ข้างแก้มของหญิงสาวในชุดเดนิมเบาๆ

"ไมครอฟต์ แล้วฉันล่ะคะ ฉันหาล็อบสเตอร์ให้ได้เชียวนะ"

"ไมครอฟต์ ของฉันปลาเรนโบว์เทราต์เมื่อวานนี้ด้วย"

"ฉันด้วยค่ะ ฉันด้วย ทำไมคุณไม่จุ๊บฉันบ้าง"

และแล้วเสียงของชาวประมงสาวก็เซ็งแซ่กันไปทั่วทั้งบริเวณเพียงแค่เห็นจูบเบาๆเพื่อการขอบคุณจากคนมีชื่อเสียงของวงการเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ครั้งหน้าเขาอาจจะต้องหาสิ่งอื่นมาเป็นการของกำนัล เขาคงจะจูบสาวๆทุกวันแทนการขอบคุณไม่ได้

 

เสียงฉู่ฉี่ดังขึ้นเบาๆรับกับกลิ่นหอมฟุ้งจากเนยในกระทะที่กำลังทำหน้าที่คลุกเคล้าอยู่กับหอยเชลล์ตัวอ้วนสร้างความเบิกบานใจให้แก่เจ้าของแฟลตผู้นี้เป็นอย่างดี เขาหันไปหยิบขวดพริกไทยดำที่อยู่ใกล้มือขณะที่ปากกำลังฮัมเพลงอย่างมีความสุขระหว่างการะประกอบอาหารในช่วงบ่ายวันนี้

ไมครอฟต์มักจะทำอาหารรับประทานเองก่อนจะไปเข้างานที่ร้านเสมอ หอยเชลล์อบเนย ไก่กงฟีต์ ราตาตุยล์ หรือแม้แต่เมนูที่ทำง่ายและอร่อยทุกครั้งอย่างคาสซูเล่ต์ก็เป็นเมนูที่เขามักจะทำขึ้นมาเพื่อรับประทานเองบ่อยๆเช่นกัน

คนอื่นอาจจะมองว่าเขาทำอาหารเหล่านี้เพื่อฝึกฝีมือทั้งๆที่จริงมันเป็นอาหารที่เขาทำเองเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ได้พิเศษอะไร มันก็แค่อาหารที่รับประทานเข้าไปเพื่อดำรงชีพเหมือนคนอื่นๆก็เท่านั้น

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากห้องรับแขก เขารีบตักหอยเชลล์ที่ผัดเนยเรียบร้อยแล้วลงจานก่อนที่จะรีบไปรับโทรศัพท์ เขาเผลอสูดกลิ่นอาหารอันหอมหวนของตัวเองอีกครั้งก่อนจะกรอกเสียงลงไปกับโทรศัพท์เพื่อทักทายคู่สนทนา

"สวัสดีครับ ไมครอฟต์ครับ"

"ไมครอฟต์หรอ นี่แม่เองนะ" ปลายสายตอบกลับมา

ชายในชุดสีน้ำเงินเรียบๆยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร "แม่หรอ แม่จะถึงแล้วหรอครับ"

"ยังจ้ะ แม่จะโทรมาบอกว่าถึงช้าหน่อยนะ อาจจะดึกๆเลยเพราะเราออกมาช้ากว่าที่ตั้งใจไว้น่ะจ้ะ" แม่พูดแล้วเสียงก็เบาไปเล็กน้อยเหมือนเธอกำลังพูดกับใครอีกคนที่อยู่ข้างๆ "เพราะใครสายก็ไม่รู้"

"ไม่ใช่ผมนะ" เสียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งตอบกลับมา

ไมครอฟต์หัวเราะ "เชอร์ล็อคตื่นสายหรือไง"

"ไม่ได้ตื่นสายหรอกจ้ะแต่ชอบทำอะไรชักช้า กว่าจะอาบน้ำ กว่าจะกินข้าว ทำแม่เสียเวลาไปเยอะเลย" แม่กล่าวตอบกลับมาอย่างใจดี "นี่น้องโตขึ้นจากที่เจอกันล่าสุดอีกนะ แต่เอ๊ะ .... ครั้งล่าสุดที่เจอนั่นเมื่อไหร่กัน"

"น่าจะประมาณเกือบๆ 2 ปีแล้วมั้งครับ" ไมครอฟต์กรอกเสียงลงไปตามสาย "ก่อนเขาเข้าเรียนประถม"

"โอ้ใช่ นานเลยเนอะ" แม่พูดแล้วเสียงก็เบาลงอีกครั้งเหมือนกำลังพูดคุยกับลูกชายคนเล็กที่อยู่ใกล้กัน "เชอร์ล็อค บอกพี่เขาเร็วเขาว่าเรากำลังจะไปหานะ รอพวกเราด้วย"

"พี่ครับ ผมกับแม่กำลังจะไปหานะ" เสียงเด็กชายตอบกลับมา "ผมพาเพื่อนมาด้วยเยอะเลย"

"นั่นมันตุ๊กตาต่างหาก" แม่ตอบลูกชายคนเล็กแล้วค่อยคุยโทรศัพท์กับลูกชายคนโต "เดี๋ยวแม่ขับรถก่อนนะ เจอกันที่ลอนดอนนะจ๊ะ"

"ได้ครับ ขับรถดีๆนะครับแล้วเจอกัน" เขาพูดก่อนจะวางสายโทรศัพท์

นานแล้วที่เขาไม่ได้เจอแม่และน้องชายหลังจากที่เขาทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับการทำงานที่ลอนดอน แม่ของเขาอยู่ที่กลาสโกว์กับครอบครัวที่แม่แต่งงานใหม่หลังจากพ่อเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตอนที่ไมครอฟต์พึ่งเริ่มเข้าไฮสคูล จากนั้นไม่นานนักเขาก็มีเชอร์ล็อค น้องต่างพ่อเป็นเด็กผู้ชายผมหยิกผู้เป็นเจ้าของดวงตาซุกซนซึ่งตอนนี้อายุ 8 ขวบแล้ว เขาไม่ค่อยได้เจอแม่และน้องชายบ่อยนัก ครั้งล่าสุดก็ตอนหยุดยาวส่งท้ายปีที่เขาไปเยี่ยมทั้ง 2 คนที่นั่นซึ่งมันก็ผ่านมาเกือบจะ 2 ปีแล้ว และครั้งนี้ทั้ง 2 คนก็กำลังเดินทางจะมาเยี่ยมเขาที่ลอนดอนบ้าง ป่านนี้น้องชายของเขาคงโตขึ้นมากอย่างที่แม่บอกเอาไว้จริงๆ

 

"ไมครอฟต์ คุณพึ่งกลับมาหรอ" เสียงตะโกนทักทายดังขึ้นจากด้านหลังเมื่อไมครอฟต์ปิดประตูห้องเพื่อจะออกไปข้างนอก

ผู้ถูกทักลอบถอนหายใจเบาๆก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุดแล้วเดินลงบันไดไป 1 ชั้นเพื่อทักทายกลับ "เปล่าหรอกบิลลี่ ผมลืมของน่ะ"

ชายหน้าตาดีอีกคนที่พักอยู่อาคารเดียวกับไมครอฟต์ลอบยิ้ม "หรอ" เขาตอบกลับ "คุณสบายดีใช่ไหม"

"อ่าห้ะ ขอบคุณครับ" ไมครอฟต์ตอบ "คุณก็สบายดีใช่ไหม"

"ก็ดี" บิลลี่ตอบแล้วถามคำถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจ "คืนนี้คุณทำงานไหม ผมรู้จักร้านอาหารไทยอร่อยๆที่ถนนเชิร์ท ..... "

"ทำสิ ผมทำงานทุกวัน" ไมครอฟต์ตอบแบบไม่ลังเล "แต่วันนี้ทำแค่ไม่กี่ชั่วโมง"

"หรอ ... ถ้าอย่างนั้นคุณก็ ..."

"พอดีแม่กับน้องชายผมจะมาเยี่ยม"

บิลลี่ยิ้มมุมปาก "ผมไม่ถอดใจง่ายหรอกนะไมครอฟต์ สักวันหนึ่งผมจะชวนคุณไปดินเนอร์ให้ได้"

"ฟังนะบิลลี่ ผมคิดว่าคุณควรจะรู้ไว้" ไมครอฟต์พูดขณะเดินลงบันไดมา "ผมไม่เดทกับเพื่อนบ้านหรือคนที่อาศัยอยู่ตึกเดียวกัน"

"เพราะอะไร"

"มันเป็นกฎ"

บิลลี่หัวเราะแล้วหันไปไขกุญแจเพื่อเข้าที่พัก "คุณมีกฎอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด" เขาพูด "แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก จริงๆนะ ผมพูดเลย"

นั่นคือบิลลี่ เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ตึกเดียวกันและเขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ย้ายเข้ามาที่นี่เมื่อปีที่แล้ว บิลลี่เป็นเพื่อนบ้านที่ดี เขามีลูกชายฝาแฝดที่เกิดกับภรรยาเก่า เขาเคยเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจแม้ว่าไมครอฟต์จะไม่ได้ถามว่าเขาเลิกกับภรรยาที่ตน 'แค่ทดลองกับผู้หญิง' แล้วพลาดท้อง แต่ถึงอย่างนั้นในสายตาของเพื่อนบ้านอย่างไมครอฟต์ก็คิดว่าเขาเป็นพ่อที่ดีสำหรับลูกชายฝาแฝดมากเลยทีเดียว

ชื่นชมในฐานะเพื่อนบ้านเท่านั้น

 

"ก็คุณมีกฎอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมดจริงๆ"

ไมครอฟต์ถอนหายใจเมื่อได้ยินเช่นนั้นขณะที่มือของเขายังวุ่นอยู่กับการตกแต่งจานอาหารของผู้มีเกียรติที่กำลังจะชิมอาหารของเขา "แล้วมันผิดหรือไง"

"ไม่คิดว่านั่นเป็นการแสดงอำนาจหรอ" อีกคนถาม "เหมือนคนบ้าอำนาจนะว่าไหม"

"ผมก็แค่อยากให้ทุกอย่างมันอยู่อย่างถูกที่ถูกทางถูกต้องในที่ที่เหมาะสมกับมัน ดังนั้นทุกอย่างมันมีทางของมันอยู่แล้ว" เขาพูด "ลองคิดสภาพการทำอาหาร 40 จานโดยไม่มีระเบียบ ไม่มีกฎสิว่ามันสยองขนาดไหน"

"ก็นั่นมัน ... "

"เดี๋ยวก่อน ซอสมันน้อยไป" เขาขัดคอขึ้นแล้วรีบใช้ช้อนค่อยๆราดซอสลงไปบนหอยเชลล์อย่างเบามือ "โอเค เสร็จแล้ว"

"ไมครอฟต์ ผมว่าเราตกลงกันแล้วว่าคุณไม่ต้องทำอาหารมาให้ผมเพราะผมเป็นจิตแพทย์ไม่ใช่นักชิมอาหาร" จิตแพทย์สูงวัยกล่าวขณะเช็ดช้อนและส้อม

เชฟหนุ่มทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาวสำหรับผู้ที่มารับคำปรึกษา "ผมไม่ได้ทำอาหาร ผมกำลังคิดต่างหาก" ไมครอฟต์ตอบ "ลองคิดแนวทางใหม่ๆให้ตัวเอง"

"อย่างนั้นหรอ" จิตแพทย์ถามซ้ำขณะกำลังอร่อยอยู่กับหอยเชล์ "ถ้าอย่างนั้นมาลองแนวทางใหม่ๆจากผมบ้างไหมล่ะ"

"อ่าห้ะ น่าสนใจ"

"ต่อไปนี้ผมจะถามคำถามกับคุณ คุณมีหน้าที่ตอบให้ตรงคำถามก็พอ"

ไมครอฟต์พยักหน้า "โอเค ... ว่ามาสิ"

"คุณมีแฟนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่" จิตแพทย์ผมขาวถาม "เอาแค่คนเดทหรือคนคุยๆกันก็ได้ถ้าไม่เคยมีแฟน"

ผู้มารับคำปรึกษาชะงักไปกับคำถามนั้นก่อนจะทำหน้าไม่แน่ใจ "มันไม่เป็นคำถามส่วนตัวไปหน่อยหรอ"

"เพื่อการบำบัด" จิตแพทย์พูด "สรุปว่าเมื่อไหร่"

"ไม่แน่ใจเหมือนกันผมไม่ได้จำเลย อาจจะ 3 ปี หรือ 4 ปี หรือ 5 ปีแล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"ใครเป็นคนเลิก"

"ผมเอง" ไมครอฟต์ตอบอย่างลังเล "เขาเรียกร้องจากผมเยอะเกินไป ผมไม่ชอบ"

"เรียกร้องหรอ" จิตแพทย์รับประทานอาหารอีกคำ "เช่นอะไรบ้าง"

"จำเป็นต้องรู้ด้วยหรอ" ไมครอฟต์ถามกลับอย่างรำคาญ

"ถ้าอย่างนั้นคุณจะมารักษาทำไมล่ะไมครอฟต์ถ้าคุณไม่คิดจะเล่าอะไรให้ผมฟังเลย" อีกคนพูด "คุณมารักษา มาปรับพฤติกรรมของตัวคุณเองนะ"

"เขาอยากย้ายมาอยู่กับผม"

"แล้วการย้ายมาอยู่ด้วยกันมันผิดหรอ"

"เขาอยากให้ผมย้ายออกจากแฟลตของผม ไปหาที่อยู่ใหม่ที่มีผมกับเขา 2 คน" ไมครอฟต์ยักไหล่ "ผมจะทำแบบนั้นไปทำไมในเมื่อผมมีที่พักเป็นของตัวเอง"

"หลายๆคู่ก็ทำแบบนั้นนะ"

"ลองคิดดูสิถ้าเลิกกันแล้วผมจะไปอยู่ไหนล่ะเพราะผมคงอยู่กับเขาไม่ได้อีก" ไมครอฟต์ตอบ "เห็นไหมว่าสุดท้ายก็เลิกกันจริงๆ ดีแล้วที่ผมตัดสินใจถูก"

"พระเจ้า .... " จิตแพทย์ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงชื่นชม "ซอสหญ้าฝรั่นที่คุณใส่มาในอาหารจานนี้มันอร่อยจัง"

"ขอบคุณครับ" ไมครอฟต์ยิ้มดีใจที่ถูกเปลี่ยนหัวข้อสนทนาได้เสียที

 

"ล็อบสเตอร์โต๊ะ 12 ได้แล้ว"

วันนี้ยังคงเป็นเหมือนทุกๆวัน ครัวในร้านโนเอลยังคงวุ่นวายอยู่เสมอจากแขกที่แวะเวียนเข้ามารับประทานอาหารรสชาติเลิศจากเชฟชื่อดัง ไมครอฟต์ยังคงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเชฟที่ดีและมีประสิทธิภาพเช่นเดิม

"อาหารโต๊ะ 6 เสร็จแล้วครับเชฟ"

"โอเค ยกมาเลย"

"ลูกค้าโต๊ะ 9 โคตรหื่นเลย นี่รู้อะไรไหม หมอนั่นนะเปลี่ยนสาวมาร้านเราไม่ซ้ำวันเลย" คริสติน บริกรสาวสวยของร้านเดินเข้าครัวมาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดแล้วสนทนากับบริกรหนุ่มอีกคนที่กำลังมายืนรอรับอาหารจากเชฟ "แล้วถ้าไอ้บ้านั่นมองนมฉันนะ ฉันจะเอาอาหารยีหัวมันเลย"

ไมครอฟต์เหลือบตามองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

"พวกผู้ชายนี่มันแย่กันจริงๆเลย ให้ตายสิ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงโมโหอีกครั้งก่อนจะคว้าจานล็อบสเตอร์ย่างเพื่อจะนำไปเสิร์ฟ แต่ด้วยความไม่ระมัดระวังที่มากพอจึงทำให้เธอชนเข้ากับบริกรอีกคนที่เก็บจานอาหารจากโต๊ะลูกค้ากลับมา จานเปล่าหล่นลงบนพื้นพร้อมกับจานอาหารที่หน้าตาดูเอร็ดอร่อย คริสตินหวีดขึ้นมาด้วยความตกใจผสมกับอารมณ์โกรธ

"ระวังหน่อยสิ"

"คริสติน เงียบ!" ไมครอฟต์ตวาด

"ขอโทษค่ะเชฟ" แม้จะพูดเช่นนั้นแต่บริกรสาวก็ยังคงมีใบหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนักที่ถูกตำหนิต่อหน้าคนอื่น

"ก็อย่าทำอีกแล้วกัน งานครัวต้องระวังกว่านี้" ไมครอฟต์กล่าวกับผู้ผิดก่อนจะหันไปสั่งกับเชฟครัวร้อนที่กำลังเร่งทำอาหารกันจนมือเป็นระวิง"ทำล็อบสเตอร์เพิ่มก่อน 2 จานเดี๋ยวนี้ อาหารโต๊ะ 9 พักเอาไว้ก่อน"

"ครับเชฟ"

"ใจเย็นๆค่ะเชฟ ดื่มน้ำเย็นๆหน่อยไหมคะ" แอนเทียร์ยื่นกระบอกใส่น้ำเย็นให้กับหัวหน้าเชฟ เขารับมาแล้วเปิดดื่มทันที

"เดี๋ยวล็อบสเตอร์หมดผมจะกลับแล้ว"

"ไม่หมดหรอกค่ะ วันนี้มีหลายลังเลย" รองหัวหน้าเชฟกล่าวอย่างหน้าระรื่น

"ยังจะยิ้มทำหน้าทะเล้นอยู่อีกหรองานยุ่งจะตาย" ไมครอฟต์ตอบขณะมองไปที่ท้องนูนจนชุดสีขาวของอาชีพแทบจะปกปิดไม่ได้ของเพื่อนร่วมงาน "คุณจะเป็นแม่คนอยู่แล้วนะ ไม่ทุกข์ใจอะไรบ้างหรือไง"

"กำลังฝึกเป็นคนคิดบวกอยู่ค่ะ" เธอกล่าวแล้วลูบท้องอย่างอารมณ์ดี "คุณน่าจะลองฝึกเป็นคนคิดบวกบ้างนะคะ"

"ไม่ล่ะ" ไมครอฟต์บอกปัดแล้วคืนขวดน้ำให้ "ขอบคุณสำหรับน้ำเย็น"

"ค่ะเชฟ" เชฟสาวกล่าวแล้วเดินแยกไปทำงานของตัวเองต่อ

ไมครอฟต์กลับไปยืนประจำตำแหน่งเคาน์เตอร์สุดท้ายของสเตชั่นอาหารก่อนที่อาหารจะถูกยกไปเสิร์ฟ เขาตรวจสอบคุณภาพของอาหารทุกจานด้วยตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากโต๊ะข้างหลัง เขาหันไปมองครู่หนึ่งจึงตะโกนออกไป

"ใครก็ได้รับโทรศัพท์หน่อย"

คริสตินเดินกลับเข้ามาพอดีจึงอาสาที่จะไปรับโทรศัพท์แทนหัวหน้าเชฟเอง

"สวัสดีค่ะ ครัวร้านโนเอลค่ะ"

"ถ้าแม่ผมโทรมาบอกว่า 4 ทุ่มผมกลับนะ" ไมครอฟต์พูดกับคริสตินขณะที่เขายังคงวุ่นอยู่กับการทำงาน "ให้กลับเร็วกว่านั้นคงไม่ได้"

คริสตินมีสีหน้าซีดเผือดลงเมื่อรู้ว่าปลายสายที่โทรมาเป็นใคร "ของคุณค่ะเชฟ"

"ให้เขาฝากข้อความเอาไว้ก่อนได้ไหมเดี๋ยวผมติดต่อกลับ"

"ไมครอฟต์ !" คริสตินดุใส่ "คุณมารับสายเถอะค่ะ"

ไมครอฟต์วางช้อนสำหรับตักซอสลงบนจานรองก่อนจะยื่นมือไปรับโทรศัพท์จากมือของคริสติน

"สวัสดีครับ ผมไมครอฟต์ โฮมส์กำลังพูด"

"สวัสดีค่ะที่นี่โรงพยาบาลเซนต์บาโธโลมิว คุณเป็นญาติกับคุณเอมิเลียและเด็กชายเชอร์ล็อคใช่ไหมคะ ทางเรามีเรื่องแจ้งให้ทราบ ..... "

 

******************************

 

*Note*

 

1.ล็อบสเตอร์ ( Lobster ) เป็นสัตว์ทะเลน้ำเค็มขนาดใหญ่ ลักษณะลำตัวจะมีสีดำปนแดงสายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือล็อบสเตอร์ยุโรปกับล็อบสเตอร์อเมริกานอกจากนี้แล้ว ล็อบสเตอร์ยังถือว่าได้ว่าเป็นครัสเตเชียน ( สัตว์ทะเลจำพวกกุ้ง กั้ง ปู ) ที่มีอายุยืนยาวที่สุดด้วย มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 100 ปี

 

(Lobster Tagliatelle )

 

2. ปลาไทล์ฟิช (Tilefishes ) ปลาขนาดเล็กที่ส่วนใหญ่มักจะพบในแนวประการัง

 

(Sauteed Golden Tilefish with Kumquat-Shallot Glaze )

 

3.ปลาเรนโบว์เทราต์ ( Rainbow Trout )เป็นปลาชนิดหนึ่งในวงศ์ปลาแซลมอน อาศัยอยู่ในสาขาแม่น้ำที่ไหลสู่มหาสมุทรแปซิฟิกในทวีปเอเชียและทวีปอเมริกาเหนือ

 

(Grilled Trout )

 

4. หอยเชล์ (Scallop ) เป็นสัตว์มอลลัสกาฝาคู่ (ไฟลัมหนึ่งของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง )อาศัยอยู่ในทะเล หอยเชลล์พบได้ทุกมหาสมุทรของโลก หอยเชลล์จำนวนมากเป็นแหล่งอาหารราคาสูง ทั้งเปลือกสีสว่าง รูปพัดของหอยเชลล์บางตัว พร้อมกับแบบร่องเว้าแผ่ออกจากศูนย์กลาง ทำให้มีค่าสำหรับนักสะสมหอย

 

(Scallops with Tomato Sauce)

 

5.กงฟีต์ ( Confit ) คือกรรมวิธีของทำอาหารอย่างหนึ่งของฝรั่งเศส ซึ่งใช้น้ำมันจากสัตว์มาเพื่อตุ๋นอาหาร โดยให้น้ำมันทำหน้าที่เป็นตัวนำพาความร้อน ค่อยๆแทรกซึมเข้าไปในเนื้อจนเกิดรสสัมผัสนุ่มฉ่ำละลายลิ้น

 

( Confit chicken confit potatoes and glazed carrots )

 

6.ราตาตุยล์ (Ratatouille )เป็นอาหารพื้นเมืองของทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส โดยมีลักษณะเป็นสตูผัก มีต้นกำเนิดมาจากเมืองนิส อาหารชนิดนี้มีชื่อเต็มว่าราตาตุยล์นีซวซ ( Ratatouille niçoise )

 

(Ratatouille )

 

7.คาสซูเล่ต์ ( Cassoulet ) ทำมาจากถั่วขาวเคี่ยวช้าๆ กับเนื้อหมูหรือเป็ดกับไส้กรอก เนื้อแกะ หรือเนื่ออื่นๆตามที่มี เป็นอาหารของชาวนา เริ่มต้นมาจากทางตอนใต้ของฝรั่งเศสแถวตูลูสและคาร์คาซอนน์ นิยมทำรับประทานกันในหน้าหนาว

 

(Cassoulet)

 

8. หญ้าฝรั่น ( Saffron )เครื่องเทศสมุนไพรที่มีราคาแพงมากที่สุดในโลก เป็นพืชสมุนไพรที่มีการใช้มาตั้งแต่สมัยกรีกและโรมันโบราณ โดยแหล่งผลิตหญ้าฝรั่นที่มีคุณภาพสูงคือประเทศอิหร่าน

 

(Saffron )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #2 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 07:13

    กลิ่นมาม่าลอยมาเลยค่ะ ฮือออ ;-;

    #2
    0