[FanFic. Sherlock BBC] [Mystrade] Christmas Cake

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 : ครับเชฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    24 พ.ย. 63

"สวัสดีครับเชฟ"

"สวัสดีค่ะเชฟ"

เสียงทักทายของชายหญิงในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดอันเป็นที่รู้จักกันดีว่ามันคือชุดของเชฟ อาชีพที่รังสรรค์อาหารรสชาติชั้นเลิศออกมาให้ผู้ที่หลงใหลในความอร่อยได้รับประทานกันในแต่ละมื้ออาหารดังขึ้นในห้องครัวขนาดใหญ่ของร้านโนเอล (Noël ) ร้านอาหารระดับภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดของย่านไนท์บริดจ์

ไมครอฟต์ หัวหน้าเชฟค้อมศีรษะรับคำทักทายของเพื่อนร่วมงานพร้อมยิ้มเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียดของการทำงานที่จะมาถึง เขาเดินตรงไปที่มุมห้องทำงานขนาดเล็กของตนเองที่อยู่ติดกับห้องครัว ตรวจสอบรายชื่อเชฟประจำวัน จากนั้นก็ตรวจสอบเมนูอาหารพิเศษประจำวันที่ทางร้านจะนำมาดึงดูดแขกในค่ำคืนนี้

เสียงปิ๊บดังขึ้นเบาๆจากนาฬิกาสีขาวตั้งโต๊ะเรือนเล็กที่อยู่มุมขวาของโต๊ะทำงาน เขาชำเลืองมองด้วยหางตาเล็กน้อยก็พอจะรู้ว่ามันดังเพื่อบอกว่าถึงเวลา 17 นาฬิกา 45 นาทีแล้วป้ายแขวนหน้าร้านจะถูกเปลี่ยนจาก 'Closed' เป็น 'Open' ในเวลาไม่ถึง 15 นาทีต่อจากนี้

ชายผู้มีตำแหน่งสูงสุดของห้องครัวยื่นมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนชนิดครึ่งผืนที่ได้รับการซักทำความสะอาดและพับอย่างเรียบร้อยขึ้นมาจากมุมซ้ายของโต๊ะทำงาน เขาคลี่มันออกแล้วผูกมันไว้อย่างแน่นหนาที่บริเวณเอวก่อนจะดึงแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับการทำงาน

ไมครอฟต์ เป็นชายวัย 26 ปีที่นับว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในอาชีพเชฟ จากเด็กชายที่ตัดสินใจเข้าสู่วงการอาหารทันทีที่เรียนจบไฮสคูล ไต่เต้ามาตั้งแต่ตำแหน่งเล็กที่สุดของครัวอย่างเด็กล้างจาน มาเป็นเด็กวิ่งซื้อของ ยกระดับอีกขั้นไปเป็นพนักงานส่งอาหารตามบ้าน จนเริ่มเป็นที่ไว้วางใจจึงได้เริ่มทำงานครัวอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก เริ่มตั้งแต่เป็นคนเด็ดผัก แยกหัวมันฝรั่งตามขนาด ปอกเปลือกผลไม้และเมื่อมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตเขาก็ได้เริ่มจับมีดทำครัวและได้รับหน้าที่หั่นเนื้อเป็นครั้งแรก

บ่อยครั้งที่เขามักจะได้รับคำถามจากเชฟหน้าใหม่ที่พึ่งเข้าสู่วงการนี้ว่าทำอย่างไรถึงจะเป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วแบบเขาบ้าง ชายวัย 26 ปีนี้ก็มักจะตอบไปว่า "มันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะคุณไม่ใช่ไมครอฟต์"

ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องทำยังไง ไม่มีใครเข้าใจว่ากว่าจะมาอยู่ตรงนี้ต้องทำอะไรและเสียอะไรไปบ้าง หากคุณไม่ใช่ไมครอฟต์ คุณไม่มีวันเข้าใจ

"มีออเดอร์ 2 เมนูมาใหม่เป็นเมนูผัดทั้งคู่" ไมครอฟต์ดึงกระดาษที่แปะอยู่ตรงเคาน์เตอร์สูงของครัวมาอ่านให้ทุกคนฟังตามหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง เขาหันไปหาหญิงสาวที่ทำงานอยู่โซนด้านหลัง "แอนเทียร์"

"ค่ะเชฟ"

"คุณทำเมนูนกกระทาย่างของโต๊ะ 9 ด้วย"

"ได้ค่ะเชฟ" เธอตอบกลับอย่างกระฉับกระเฉง แล้วรีบก้าวเท้ายาวๆไปจัดการเมนูที่ได้รับมอบหมาย

ไมครอฟต์หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดขอบจานอาหารเพื่อความเรียบร้อยก่อนยกไปเสิร์ฟ "นี่ ใครดูแลเนื้ออบ ผมรอเนื้ออบอยู่ 1 ที่นะ"

"ครับเชฟ" ใครสักคนที่ดูแลเนื้อตอบกลับมาโดยทันที

"เมนูของโต๊ะ 6 ล่ะ อยู่ไหน" ไมครอฟต์ตะโกน "เร็วเข้า"

"ได้แล้วค่ะเชฟ"

"นี่เทอร์รีนของโต๊ะ 6 คาร์พาร์ชชิโอของโต๊ะ 5" ไมครอฟต์ทวนเมนูและเลขโต๊ะจุดหมายปลายทางของอาหารได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องหยิบกระดาษขึ้นมาดูอีกครั้ง "นี่เทอร์รีนอีกจานของโต๊ะริมหน้าต่าง"

เสียงจากชายสำเนียงแปร่งหูดังมาจากโซนหนึ่งของครัว "ต้องการนกกระทาอีกกี่ที่ครับเชฟ"

"อีก 2 ที่ ช่วยแอนเทียร์ดูออเดอร์ก่อนหน้านี้ด้วย"

"ครับเชฟ"

"เชฟครับ เชฟไมครอฟต์ครับ" บริกรคนหนึ่งก้าวเท้ามาหาเขาด้วยท่าทีเร่งรีบ "มีเรื่องจะแจ้งครับ"

ไมครอฟต์รีบเดินกลับมาที่จุดปล่อยอาหารออกจากครัว "มีอะไร"

"แขกชมว่าวันนี้เนื้อแกะอร่อยมาก" บริกรหนุ่มยิ้ม "อร่อยกว่าเมื่อวานอีกครับ"

ไมครอฟต์ยิ้มขณะหยิบช้อนขึ้นมาตักซอสเพื่อตกแต่งจานอาหารเพิ่มเติม "จริงหรอ"

บริกรหนุ่มพยักหน้ายืนยันและยิ้มอย่างยินดีเป็นที่สุดเมื่อหัวหน้าเชฟผู้ที่ไม่ค่อยยิ้มให้ใครยิ้มตอบกลับให้เขาเมื่อสักครู่นี้แม้ว่าที่จริงแล้วหัวหน้าเชฟจะยิ้มเพื่อรับคำชมจากแขกก็ตาม

ขอเก็บประสบการณ์ดีๆนี้ไว้เป็นความทรงจำหน่อยก็แล้วกัน นานๆจะได้เห็นสักครั้ง

ประตูห้องครัวเปิดอีกครั้ง ผู้ที่เข้ามาใหม่ไม่ใช่บริกรชายหญิงของร้านหรือบรรดาเชฟ แต่ทว่าเขาคือมาร์ติน ชายวัย 36 ปีผู้เป็นเจ้าของร้านอาหารโนเอลแห่งนี้

"นี่ไมครอฟต์ ครอบครัวพาร์เมอร์ตันมารอพบคุณอยู่แน่ะ" มาร์ตินพูด "แฟนคลับตัวยงของคุณเลย"

"ขอบคุณ" ไมครอฟต์ตอบโดยไม่เงยหน้ามองชายผู้เป็นนายจ้างสักนิด เขายังคงสาละวนอยู่กับการราดซอสบนเนื้อแกะย่างทีละจาน "เชฟที่ดีควรอยู่แต่ในครัว"

ชายในชุดสูทดูภูมิฐานสมวัยถอนหายใจ "ไปทักทายสักประโยคก็ได้" เขาพูด "คุณก็รู้ว่านี่แขกประจำของร้าน"

ไมครอฟต์เงยหน้าขึ้นมองแล้วกลอกตาอย่างรำคาญเมื่อนายจ้างงัดผลประโยชน์ทางธุรกิจมาเจรจากับลูกจ้างอย่างเขา เขาวางช้อนสำหรับตักน้ำซอสลงบนจานรองเบาๆก่อนจะพูดขึ้นมา "รอแปบนึง"

เชฟคนดังไม่ได้ออกไปพบแขก VIP ทันทีที่ละจากงานตรงหน้า เขาเดินย้อนกลับไปที่เคาน์เตอร์ปรุงอาหารที่อยู่ติดกันเพื่อดูคุณภาพของเนื้อที่กำลังปรุงอยู่

แอนเทียร์หญิงสาวผมบลอนด์ที่กำลังตั้งท้องอยู่เปิดฝาหม้ออบให้หัวหน้าเชฟดู "มันไม่ได้อบนานเกินไปใช่ไหมคะ"

ไมครอฟต์ส่ายหัวเบาๆแล้วพูด "ไม่เลย มันกำลังดี แต่ดูไว้ดีๆล่ะเนื้อที่อบนานเกินไปหนังมันจะยุ่ย"

"ส่วนเนื้อที่ย่างนานเกินไปมันจะแห้ง ไม่ชุ่มฉ่ำ" เชฟสาวพูดทบทวนความรู้

"ใช่เลย ตามนั้น" ไมครอฟต์ยิ้มแล้วเดินไปทางห้องเก็บวัตถุดิบของครัว

"นี่ไมครอฟต์ ผมจะคุยเรื่องเมนูสัปดาห์หน้ากับคุณด้วยนะ" มาร์ตินตะโกนมาจากหน้าประตูครัวก่อนจะเดินออกไปด้านนอก

อยากให้เขาออกไปพบแขกจนต้องเอาเมนูอาหารมาชักจูงเลยหรือนี่

ถึงอย่างนั้น ไมครอฟต์ก็ยังไม่ได้ตามเจ้าของร้านออกไปข้างนอกอยู่ดี

เขาเดินไปยังห้องเก็บวัตถุดิบซึ่งเป็นห้องเย็นขนาดใหญ่ อุณหภูมิในห้องจะถูกรักษาให้คงที่เพื่อคงคุณภาพและความสดใหม่ของวัตถุดิบอยู่เสมอ สถานที่ที่มนุษย์ไม่น่าจะอยู่ในนี้ได้นานหากไม่จำเป็นแห่งนี้คือสถานที่ระงับจิตใจของเขา ไม่ว่าเขาจะกำลังรู้สึกเช่นไร อุณหภูมิอันหนาวเหน็บของมันจะช่วยทำให้ใจของเขาสงบขึ้นไม่มากก็น้อยอยู่เสมอ

 

"คุณเก่งมากๆเลยครับ รู้ไหมภรรยาของผมเป็นคนไม่ชอบรับประทานอาหารฝรั่งเศสเลยแต่เขาชอบฝีมือการทำอาหารของคุณมาก ชมคุณไม่หยุดเลยจนผมเริ่มคิดแล้วว่าหรือผมควรจะต้องหึงบ้าง" ชายสูงวัยที่ดูมีฐานะกล่าวแล้วยิ้มให้ไมครอฟต์

ไมครอฟต์ยิ้มรับคำชม "ขอบคุณครับ"

หญิงเจ้าเนื้อที่แต่งกายด้วยอัญมณีจนดูเหมือนตู้เพชรเคลื่อนที่มองค้อนสามีแล้วพูดขึ้นว่า "ฉันแค่ชื่นชมคนเก่งเท่านั้นแหละค่ะคุณ" คุณนายพาร์เมอร์ตันกล่าว "เชฟไมครอฟต์เขาทำให้ฉันรู้ว่าอาหารฝรั่งเศสเป็นอาหารเลิศรสนะ"

คนที่ได้รับคำชมค้อมศีรษะเล็กน้อยอย่างนอบน้อมขณะยื่นมือออกไปเพื่อกล่าวลา "ยินดีที่มีโอกาสได้ทำอาหารให้คุณทั้ง 2 คนนะครับ แล้วพบกันใหม่คราวหลังนะครับ ทางร้านยินดีให้บริการเสมอ"

"สัปดาห์หน้าจะมาใหม่นะจ๊ะ" แฟนคลับอันดับหนึ่งของเชฟชื่อดังกล่าวก่อนจะเดินตามสามีออกไปที่นอกร้าน

"ได้ครับ ยินดีครับ ราตรีสวัสดิ์นะครับ" ไมครอฟต์กล่าวแล้วหมุนตัวหันหลังกลับเพื่อเดินมุ่งตรงกลับไปยังสถานที่ที่จะทำให้เขาสบายใจมากกว่าอย่างห้องครัว

ทุกครั้งเมื่อเชฟคนดังยอมก้าวขาออกจากห้องครัวขณะที่ร้านยังเปิดให้บริการอยู่มักจะดึงความสนใจของแขกในร้านเสมอ ทุกๆโต๊ะต่างพยายามขอโอกาสสักครั้งที่จะได้พูดคุยกับเชฟที่ตนชื่นชอบในฝีมือการทำอาหาร แม้ว่าบางครั้งแขกที่มาจะไม่ได้มาเพื่อชื่นชมในรสมือแต่มาเพื่อขอเห็นเชฟที่ได้ชื่อว่าอายุน้อยและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและมีข่าวลือเกี่ยวกับหน้าตาที่จัดว่าเป็นตัวท็อปของวงการ แต่ไม่ว่าแขกที่แวะเวียนมาที่ร้านจะมาด้วยเหตุผลใดหากไมครอฟต์ออกจากห้องครัวมาแล้วเขาต้องกล่าวคำทักทายทุกโต๊ะอย่างเป็นมิตรที่สุดตามคำสั่งของนายจ้างอย่างมาร์ติน

"มันไม่สุก" เสียงของแขกโต๊ะหนึ่งที่อยู่ติดกับเฉลียงด้านนอกกล่าวขณะที่ยกจานให้อาหารจนเกือบจะชิดกับใบหน้าของบริกรชาย "คุณเห็นไหม มันไม่สุก"

ไมครอฟต์ที่กำลังจะเดินผ่านไปเหลือบไปเห็นพอดีจึงรีบเดินไปสอบถามถึงความผิดปกติของอาหารที่เขาดูแลอยู่

"ไม่ทราบว่าอาหารเป็นอะไรหรอครับ" ไมครอฟต์ถามอย่างสุภาพเมื่อไปถึงที่โต๊ะ

เพียงเสี้ยววินาทีเดียวชายหนุ่มผู้แต่งกายภูมิฐานรีบปรี่มาที่โต๊ะเกิดเหตุและรั้งแขนเชฟมือหนึ่งของร้านตนเองเอาไว้เพื่อให้เขาออกไปจากตรงนี้ "เดี๋ยวผมดูแลเองไมครอฟต์"

"อ้อ เชฟไมครอฟต์หรอครับ" แขกคนนั้นเริ่มทำน้ำเสียงเย้ยหยัน "นี่ คุณดูนี่สิ"

จานฟัวกราส์ถูกยกขึ้นมาจนประชิดกับใบหน้าของไมครอฟต์ เขาเหลือบตามองแขกที่ไม่มีมารยาทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองอาหารที่ถูกกล่าวหาว่ามีปัญหา ฟัวกราส์ที่ถูกทอดอย่างน่ารับประทานกลิ้งเล็กน้อยตามแรงของจานที่ถูกยก

"ฟัวกราส์ของภรรยาผมไม่สุก" เขาพูด "ผมว่าเวลามันยังไม่ได้นะ"

มาร์ตินรับจานอาหารมาถือไว้เองพร้อมดันหลังของไมครอฟต์เบาๆเพื่อให้เขากลับเข้าห้องครัวไปให้ไวที่สุด "เดี๋ยวทางร้านจะรับผิดชอบโดยการทำให้ใหม่และไม่คิดเงินสำหรับอาหารจานนี้นะครับ ขออภัยด้วยจริงๆ"

"แต่ผมว่ามันสุกพอดีแล้ว" หัวหน้าเชฟกล่าวขัดขึ้นมา "ผมควบคุมอาหารเองทุกจาน"

ชายคนนั้นมีท่าทีที่ไม่ยอมแพ้ เขายกแขนขึ้นกอดอกพร้อมยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจในคำพูดชี้แจง "เป็นเชฟก็ยอมรับได้นะครับว่าทำผิดจริงๆ เชฟชื่อดังกว่าคุณทำอาหารไม่สุกออกจะบ่อย" เขาพูด "ไม่น่าอายหรอกนะถ้าจะยอมรับว่ามันไม่สุกจริงๆ"

"แต่จานนี้มันสุกดีแล้วครับ ผมปรุงตามาตรฐานของร้านทุกอย่าง"

"หมายความว่ายังไง" อีกฝ่ายโต้กลับแม้ว่าภรรยาที่มาด้วยกันจะเริ่มมีท่าทีอายต่อสายตาของโต๊ะรอบข้าง

"หมายความว่ามันสุกไงครับ" ไมครอฟต์ชี้แจง "ฟัวกราส์จานนี้ซอเต้เป็นเวลา 45 วินาทีต่อ 1 ข้างแล้วนำไปทำให้สุกอย่างสมบูรณ์ด้วยน้ำเป็นเวลา 25 นาที มันไม่นานหรือเร็วเกินไปหรอกครับ ..... คุณผู้ชาย"

"งั้นหรอ" ชายคนนั้นปาผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะแล้วหันไปกึ่งลากกึ่งจูงภรรยาที่กำลังหลบสายตาผู้คนลุกออกจากโต๊ะอาหาร "เราจะไปดินเนอร์ร้านอื่น"

ไมครอฟต์ยักไหล่อย่างไม่สนใจท่าทีของแขกที่ปฏิบัติเช่นนั้น เขาชี้ไปที่ร้านตรงมุมถนนที่อยู่เยื้องกับร้านของตนเอง "ตรงนู้นมีร้านไส้กรอกทอดถาดละ 3 ปอนด์ขายด้วยนะครับถ้าคุณสนใจ มันน่าจะเหมาะกับลิ้นของคุณ"

 

"ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วไมครอฟต์ว่าอย่าเถียงกับแขก ต่อให้เขาจะตำหนิยังไงคุณก็แค่ฟังผ่านๆก็พอ" มาร์ตินตะโกนไล่หลังเชฟฝีมือดีของตนเองที่เดินนำหน้าเข้าครัวไปก่อนโดยไม่สนใจพนักงานคนอื่นที่กำลังทำงานกันอยู่อย่างเคร่งเครียด

ไมครอฟต์คว้าผ้ากันเปื้อนของตนเองมาผูกอีกครั้งแล้วหันไปหยิบมีดสำหรับหั่นผักขึ้นมาหั่นแตงกวาที่อยู่บนเขียงที่ใกล้ที่สุด "คุณสนใจไอ้คนเฮงซวยแบบนั้นหรอ คนแบบนั้นไม่ควรเข้าร้านเรามาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ"

"ลูกค้าถูกเสมอ" มาร์ตินพูด "ถ้าเขาบอกว่ามันไม่สุกแปลว่ามันไม่สุก เรามีหน้าที่ทำให้เขาใหม่เท่านั้น"

แอนเทียร์ผู้ช่วยของไมครอฟต์พูดขึ้นมาอย่างลอยๆ "เมนูฟัวกราส์ทรมานสัตว์จะตาย คนกินเมนูพวกนี้จิตใจโหดเหี้ยมที่สุด"

"แอนเทียร์คุณเงียบไปเลย" มาร์ตินหันไปตำหนิลูกน้องอีกคน

"อย่ามาตำหนิคนของผม" ไมครอฟต์พูดกับนายจ้าง

เจ้าของร้านหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วพูด "ให้ตายเถอะ ถ้าคุณไม่ใช่หนึ่งในเชฟฝีมือดีของลอนดอนล่ะก็ผมไล่คุณออกไปนานแล้ว"

"หมายความว่ายังไง คำว่าหนึ่งในเชฟฝีมือดีน่ะ" ไมครอฟต์ตะโกนถามไล่หลังแต่มาร์ตินก็ไม่ได้สนใจที่จะตอบคำถาม เขาเดินหนีออกจากห้องครัวไปด้วยท่าทีที่โมโหไม่ต่างกัน

เขาไม่ชอบคำว่า 'หนึ่งในเชฟฝีมือดี' เพราะนั่นแสดงว่าเขาไม่ใช่ที่ 1 เพียงคนเดียวในวงการทำอาหาร .... ที่ 1 ต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น

 

******************************

 

*Note*

 

1. เทอร์รีน ( Terrine ) อาหารฝรั่งเศส ทำมาจากเนื้อบดหรือผักบดผสมกับมันหมูและเครื่องเทศหรือไวน์ บุลงในพิมพ์สี่เหลี่ยมผืนผ้าเพราะเทอร์รีนหมายถึงพาชนะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีฝาปิด

 

( Wild Boar Terrine )

 

2. คาร์พาร์ชชิโอ ( Carpaccio ) อาหารอิตาเลี่ยน เป็นเนื้อสดมักเสิร์ฟคู่กับสลัด

 

(Carpaccio di manzo )

 

3. ฟัวกราส์ (Foie Gras ) อาหารฝรั่งเศส แปลว่าตับอ้วนเพราะทำมาจากตับห่านหรือเป็ดที่ถูกขุนจนอ้วน ร้อยละ 96 ของฟัวกราส์ในฝรั่งเศสทำมาจากตับเป็ดองค์การสิทธิสัตว์และสวัสดิการสัตว์ระบุว่าฟัวกราส์เป็นอาหารที่เกิดจากการทรมาณสัตว์

 

(Pan Seared Foie Gras )

 

4. ซอเต้ (Saute' ) การทอดแบบใช้น้ำมันน้อย

5. หัวหน้าเชฟ (Executive Chef )คนที่อยู่ในตำแหน่งนี้จะไม่ได้ลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง เนื่องจากต้องกำกับดูแลในการทำอาหารและควบคุมใบสั่งอาหารโดยจะบอกเชฟแต่ละคนที่มีหน้าที่ในการเตรียมสิ่งของ ที่สำคัญเชฟใหญ่ต้องตรวจสอบไม่ให้พนักงานใช้ของแบบทิ้งๆขว้างๆ รวมถึงดูแลห้องครัวให้สะอาด ถูกสุขลักษณะอีกทั้งอาหารทุกเมนูที่ทำออกมาต้องมีคุณภาพที่ดี พร้อมทั้งมาตรฐานสูง ( ตำแหน่งต่างๆ ในครัว กับความสำคัญที่แตกต่างกัน )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #11 ฉันไม่ใช่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:29

    เราชอบที่หลังจากจบตอนเเล้วมีการอธิบายเมนูอาหารเเละตำแหน่งต่างๆในห้องครัวเพิ่มเติมค่ะ

    แต่งดีมากเลยค่ะ

    #11
    0