[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 45 : Unspoken ตอนที่ 43 : His Last Vow [ Ending ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    19 ธ.ค. 59

          หลายเดือนผ่านมาหลังจากวันที่จอห์น วัตสันขอเชอร์ล็อค โฮมส์แต่งงานซึ่งนั่นเป็นข่าวดีที่สุดของครอบครัวโฮมส์ในรอบ 3 ปีหลังจากรับเชอร์ลิน โฮมส์เข้ามาเป็นสมาชิกของบ้าน คุณโฮมส์และคุณนายโฮมส์รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายคนเล็กจะได้แต่งงาน
          พิธีแต่งงานถูกกำหนดให้จัดในฤดูหนาวตามความชอบของเชอร์ล็อคที่นักสืบหนุ่มนั้นจะชื่นชอบฤดูหนาวมากเป็นพิเศษ นับจากวันที่ทุกคนทราบข่าวดีในกลางฤดูใบไม้ผลิจนกระทั่งถึงวันงานในกลางฤดูหนาวกินเวลาไปทั้งสิ้น 5 เดือน
          ช่วงเวลา 5 เดือนของการจัดเตรียมงานเป็นช่วงที่แสนจะชุลมุนวุ่นวายแต่มันกลับมีความสุข ทุกคนยินดีที่จะช่วยงานแต่งงานของเชอร์ล็อคและจอห์นกันอย่างเต็มที่
          และเมื่อช่วงเวลาแห่งการเตรียมงานสิ้นสุดลงก็ถึงวันแห่งความสุข วันแต่งงานของเชอร์ล็อค โฮมส์และจอห์น วัตสันได้มาถึง


          งานแต่งงานเล็กๆแต่อบอุ่นถูกจัดขึ้นที่ One Great George Street  ในย่านหรูหราอย่างเคนซิงตัน ธีมจัดงานแต่งที่จัดดอกไม้แค่พอให้สดชื่นเพราะจอห์น วัตสันแพ้เกสรดอกไม้ เชอร์ล็อคเปลี่ยนดอกไม้เหล่านั้นเป็นไม้ประดับซึ่งมีหลากลายสีสันไม่ต่างจากดอกไม้สด เมื่อผสมกับลูกโป่งสีสันน่ารักที่นำมาตกแต่งร่วมด้วย งานแต่งเล็กๆในอาคารก็ดูจะอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น
          งานแต่งงานของทั้งสองเลือกที่จะเริ่มงานสายเล็กน้อยและให้งานจบลงในเวลาไม่ดึกมาก ทั้งสองใช้เชอร์ลิน โฮมส์เป็นเป็นตัวกำหนดในทุกๆอย่างเพราะไม่อยากให้เด็กหญิงตัวน้อยจะต้องตื่นนอนเช้าจนเกินไปไม่เช่นนั้นตอนบ่ายจะเริ่มงอแงเมื่อง่วงนอน และไม่ให้งานเลี้ยงลากยาวมากไปจนเที่ยงคืนตีหนึ่งจนลูกสาวจะหลับไปก่อน เขาอยากจะให้ทุกๆวินาทีแห่งความทรงจำนี้มีเชอร์ลินร่วมอยู่ด้วยตลอด
          ภายในห้องพักสำหรับเชอร์ล็อค โฮมส์ผู้เป็นเจ้าบ่าว เขากำลังยืนตรวจเช็คการแต่งกายของตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องพักด้วยความรู้สึกที่มีความสุขจนล้นหัวใจ
          เสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดตาถูกสวมทับด้วยสูทสีเทาอ่อนอย่างสุภาพ นี่เป็นครั้งแรกที่เชอร์ล็อค โฮมส์ใส่สูทสีอื่นนอกจากสีดำ 
          มือของเขาขยับเนคไทด์สีชมพูอ่อนให้เข้าที่ก่อนจะใช้มือจัดแต่งทรงผมที่วันนี้ถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อย ไม่ถูกปล่อยให้ยุ่งเหยิงอย่างที่เคยเป็นแล้ว
          เด็กหญิงวัย 7 ขวบในชุดกระโปรงยาวฟูฟ่องสีชมพูอ่อนสีเดียวกับเนคไทด์ของเจ้าบ่าว ผมยาวสีดำสนิทถูกหวีให้ตรงอย่างเรียบร้อย เดินถือกล่องใบไม่ใหญ่สีแดงสดเข้ามาในห้อง
          "คุณย่าให้เอาเข็มกลัดดอกไม้มาให้ค่ะคุณพ่อ" เชอร์ลินวางกล่องลงบนโต๊ะแล้วเปิดออก
          เชอร์ล็อคหันไปมองลูกสาวแล้วยิ้ม "เชอร์ลินติดให้พ่อสิ"
          เด็กหญิงยิ้มออกมาด้วยความดีใจ "ติดได้หรอคะคุณพ่อ นึกว่างานแต่งงานจะเป็นงานผู้ใหญ่ เด็กห้ามซนซะอีก"
          เชอร์ล็อคย่อตัวลงหาลูกสาว "ทำไมจะไม่ได้ เชอร์ลินลูกพ่อนี่นา เชอร์ลินก็ช่วยงานแต่งได้สิ นี่งานแต่งงานของพ่อกับอาจอห์นไง"
          เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจแล้วหยิบเข็มกลัดรูปดอกไม้ออกมาจากในกล่องก่อนจะนำมันไปติดไว้ที่หน้าอกด้านซ้ายของคุณพ่อตัวเอง
          เชอร์ล็อคมองมือเล็กๆของลูกสาวที่กำลังมุ่นมั่นตั้งใจอยู่กับการติดเข็มกลัด "ระวังเข็มโดนมือนะเชอร์ลิน เดี๋ยวหลับ"
          เชอร์ลินหัวเราะคิกคัก "คุณพ่อรู้จักเจ้าหญิงออโรร่าด้วยหรอคะ ที่โดนเข็มแล้วหลับ" เธอพูด "ปกติคุณพ่อไม่รู้จักเจ้าหญิงของเชอร์ลินนี่นา"
          "เมื่อคืนพึ่งอ่านมา พ่อจำได้" เชอร์ล็อคพูด "นอนไม่หลับเลยอ่านนิทานของเชอร์ลินเผื่อว่าจะหลับ"
          "ลุงไมค์บอกว่าคุณพ่อตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเหมือนเด็กๆเลย" เชอร์ลินยิ้มแล้วใช้มือเล็กๆลูบไปที่หน้าอกบริเวณเสื้อนอกเพื่อจัดการรอยยับเล็กน้อยหลังติดเข็มกลัด "ตอนเชอร์ลินจะได้ไปเที่ยวก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเหมือนกัน"
          เชอร์ล็อคถอนหายใจ "อย่าไปฟังลุงไมค์พูดนะเชอร์ลิน ลุงไมค์เพ้อเจ้อ"
          "วันนี้คุณพ่อหล่อมากๆเลยค่ะ ไม่เหมือนทุกๆวันเลย"
          "เชอร์ลินของพ่อก็สวยมากๆเลย สวยเหมือนเจ้าหญิง"
          "เจ้าหญิงคนไหนคะ" เชอร์ลินเอียงคอถามอย่างสงสัย "เหมือนเอลซ่ามั้ยคะ เชอร์ลินชอบเอลซ่า"
          "เอลซ่าไม่ใช่เจ้าหญิง เอลซ่าเป็นราชินี นี่พ่อจำได้นะ พ่ออ่านการ์ตูนของลูกหมดแล้ว" เชอร์ล็อคพูด "ตอนนี้พ่อพูดกับลูกสาวของพ่อเข้าใจแล้ว"
          "คุณพ่อเก่งที่สุดเลย" เชอร์ลินยิ้ม
          "แล้วเจ้าหญิงของพ่อหิวหรือยัง ให้คนเอาขนมมาให้ดีไหม ไม่อย่างนั้นต่อรออีกประมาณชั่วโมงกว่าๆเลยนะกว่าจะได้ทานมื้อเที่ยง" 
          เชอร์ลินส่ายหัว "ไม่หิวค่ะ คุณย่าให้ทานขนมแล้ว" เชอร์ลินตอบ "คุณย่าบอกว่าวันนี้วันสำคัญของคุณพ่อกับอาจอห์น เชอร์ลินอย่างอแงเด็ดขาด เดี๋ยวคุณพ่อกับอาจอห์นจะเป็นห่วง" 
          "อย่าวิ่งเล่นซนด้วยนะ พ่อกลัวเชอร์ลินชนคนแปลกหน้าแล้วล้ม เดี๋ยวเชอร์ลินจะเจ็บ แล้วก็จะไม่สวย" 
          "ได้ค่ะ เชอร์ลินจะไม่ซน ไม่ดื้อ ไม่งอแง" เชอร์ลินพูด "ลุงไมค์บอกว่าอย่าสะดุดขาตัวเองล้มด้วย อายเขาแย่"
          เชอร์ล็อคหัวเราะ "ล้มก็แค่ลุกเองอายทำไม"

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก
          เสียงเคาะประตูดังขึ้น สองพ่อลูกหันไปมองตามเสียง
          มายครอฟ โฮมส์เปิดประตูห้องเข้ามา "ได้เวลาไปที่พิธีแล้ว หม่ามี้รออยู่" เขาพูดกับน้องชายก่อนจะหันไปหาหลานสาว "เชอร์ลินต้องไปรอคุณพ่อกับลุงที่แท่นพิธีนะ อย่าไปเดินเล่นที่ไหน"
          "เชอร์ลินขอไปหาอาจอห์นก่อนได้ไหมคะลุงไมค์ เชอร์ลินต้องเอาดอกไม้ไปติดให้อาจอห์นก่อน"
          "ได้สิ แต่เสร็จแล้วต้องไปที่แท่นพิธี  ห้ามไปเล่นซนกับเพื่อนๆของเชอร์ลินนะ" มายครอฟตอบ
          "ได้ค่ะ เดี๋ยวเชอร์ลินจะรีบไปรีบมานะคะ" เชอร์ลินหันไปหาเชอร์ล็อค "เดี๋ยวเชอร์ลินจะไปรอคุณพ่อในงานนะคะ" เธอพูดแล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
          เชอร์ล็อคหัวเราะ "จะเอาขนมไปให้จอห์นน่ะสิ ที่มือยังมีเศษขนมอยู่เลย"
          มายครอฟยิ้ม "เห็นแอบหยิบคุ้กกี้มาจากบนโต๊ะของว่างในงาน" เขาพูด "แล้วนี่พร้อมหรือยังเจ้าบ่าว"
          เชอร์ล็อคลุกขึ้นยืนแล้วขยับสูทตัวเองเล็กน้อย "พร้อมตั้งแต่เมื่อวาน"
          มายครอฟยักไหล่ "ก็ดี....มั่นใจแบบนี้อย่าท่องบทปฏิญาณผิดก็แล้วกัน" เขาพูด "ว่าแต่คนจะพาจอห์นเข้าพิธีมาหรือยัง จะไม่เลทใช่ไหม"
          "ไม่เลท เพราะว่ามาถึงงานแล้ว" เชอร์ล็อคยิ้ม



          จอห์น วัตสันอยู่ลำพังในห้องเตรียมตัวอีกฝั่งหนึ่งของงาน เขากำลังตรวจสอบการแต่งกายของตัวเองอยู่ที่หน้ากระจก
          เสื้อเชิร์ตสีขาวผูกเนคไทด์สีชมพูอ่อน สวมทับด้วยสูทสีเทาถูกจัดให้เข้าที่เข้าทาง เขายกมือขึ้นขยับเนคไทด์สีหวานอีกครั้งเล็กน้อย
          ทั้งเขาและเชอร์ล็อคไม่ได้เป็นคนเลือกเนคไทด์สีชมพู เพราะที่จริงแล้วเขาทั้งสองคนตัดสินใจไม่ได้ด้วยว่าควรจะเลือกเนคไทด์สีอะไรจนกระทั่งเชอร์ลินผู้ชื่นชอบสีชมพูมาเป็นคนเลือก ผลสรุปเจ้าบ่าวทั้งสองจึงเลือกเนคไทด์สีชมพูอ่อนตามที่ลูกสาวตัวน้อยของเชอร์ล็อคเป็นคนเลือก
          "อาจอห์นคะ" ใบหน้าเล็กๆของเชอร์ลินชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง "เชอร์ลินเข้าไปได้ไหมคะ"
          จอห์นยิ้ม "เข้ามาสิ"
          เชอร์ลินเดินเข้ามาในห้องแล้ววางกล่องใส่เข็มกลัดดอกไม้ลงบนโต๊ะ แล้วยื่นบางสิ่งในกำมือให้จอห์น 
          "หืม...อาคิดว่าเชอร์ลินจะมาติดดอกไม้ให้อาซะอีก" จอห์นถาม "แล้วนี่เชอร์ลินเอาอะไรมาให้"
          เด็กหญิงค่อยๆแกะกระดาษห่อสีขาวออก ด้านในคือคุ้กกี้ช็อคโกแลตชิพชิ้นเล็กๆ 3-4 ชิ้น "เชอร์ลินเอาคุ้กกี้มาให้อาจอห์นค่ะ เชอร์ลินไม่รู้ว่าอาจอห์นทานอะไรหรือยัง เพราะคุณพ่อก็ทานไปแค่นิดเดียวเอง เชอร์ลินเลยเอามาให้ค่ะ อร่อยนะคะ เชอร์ลินแอบชิมแล้ว" เชอร์ลินยื่นคุ้กกี้ให้ "ทานคุ้กกี้นะคะ"
          จอห์นยิ้มแล้วอ้าปากรับคุ้กกี้ที่หลานสาวป้อน ก่อนจะพูด "จะติดดอกไม้ให้อามั้ย เราจะได้ออกไปที่งานกัน"
          เชอร์ลินพยักหน้า "ติดค่ะ" เธอพูดก่อนจะเปิดกล่องดอกไม้ที่เป็นเข็มกลัดออกมาแล้วนำไปติดที่หน้าอกข้างซ้ายของจอห์น
          "อาจอห์นตื่นเต้นมั้ยคะ คุณพ่อตื่นเต้นมากๆเลย" เชอร์ลินถาม "ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ จนต้องเอาการ์ตูนของเชอร์ลินมาอ่าน"
          จอห์นหัวเราะ "อาก็นอนไม่หลับเหมือนกัน"
          เชอร์ลินยกมือขึ้นจัดเข็มกลัดดอกไม้ให้เรียบร้อยอีกครั้ง "เสร็จแล้วค่ะ"

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก
          เสียงเคาะประตูดังขึ้น เชอร์ลินรีบหันไปมองที่ประตู "ลุงไมค์ต้องมาตามแล้วแน่เลยค่ะ เชอร์ลินบอกลุงไมค์ว่าจะมาแค่แปบเดียว ต้องโดนดุอีกแน่ๆ"
          ไม่ทันที่จอห์นจะพูดอะไร บุคคลที่เคาะประตูด้านนอกก็เปิดประตูเข้ามา
          ผู้หญิงวัย 50 ปลายๆในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มแต้มด้วยลวดลายดอกไม้เล็กๆ สวมรองเท้าส้นสูงสีดำและสวมหมวกปีกกว้างที่ดูทันสมัย ยืนยิ้มอยู่ที่หน้าประตูห้อง
          "แม่ !!!" จอห์นรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหาหญิงสูงวัยที่พึ่งมาใหม่
          เจ้าบ่าวในชุดสูทสีเทาอ่อนกอดมารดาจนแน่น "ผมคิดว่าแม่จะไม่มา ที่ผมไปหาแม่ครั้งล่าสุดแม่ดูยุ่งๆ"
          หญิงสูงวัยผู้เป็นแม่ของจอห์นยิ้มแล้วพูด "จะไม่มาได้ยังไง ลูกชายแต่งงานทั้งที" เธอพูด "ถึงจะเป็นการแต่งงานครั้งที่สองภายใน 1 ปีก็เถอะ"
          "โถ่..แม่ ผมรู้ว่ามันไม่ดี" จอห์นตอบเสียงเบา "ถือว่าเป็นความผิดพลาดของผมเองก็แล้วกันครับ"
          "ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย" แม่พูด "แต่งกับคนที่เรารักมากกว่าน่ะถูกต้องแล้ว"
          "แม่ไม่ว่าหรอ ผม...แต่งงานกับผู้ชายนะ"
          "จะว่าได้ยังไง ลูกเขยแม่น่ารัก แม่เคยเจอมาก่อนแล้ว" แม่ตอบแล้วหันไปยิ้มให้เด็กหญิงชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน "จริงไหมเชอร์ลิน เราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม"
          "จริงค่ะคุณย่า" เชอร์ลินตอบ
          จอห์นขมวดคิ้วมอง "คุณย่าหรอ" จอห์นถาม "ไปพบกันมาตอนไหนครับ"
          แม่ยิ้ม "เรื่องมันยาวมากจ้ะ" เธอพูดแล้วหันไปหาเชอร์ลิน "เชอร์ลินต้องไปรอที่แท่นพิธีกับคุณลุงของหนูหรือเปล่า ป่านนี้คุณลุงจะมองหาแล้วนะ"
          "งั้นเดี๋ยวเจอกันในงานนะคะคุณย่า อาจอห์น" เชอร์ลินกล่าวก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องไป
          "เห้ออ บอกว่าอย่าวิ่ง อย่าวิ่ง" จอห์นมองตามเด็กหญิงไป
          "ได้เวลาเข้างานแล้วมั้งเจ้าบ่าว" แม่ถาม "พร้อมหรือยัง"
          จอห์นยิ้มแล้วยกแขนขึ้นเพื่อให้มารดาคล้องแขนเข้างาน "ผมพร้อมมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ"



          แขกเหรื่อที่ได้รับเชิญมาเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของเชอร์ล็อคและจอห์นทยอยเข้ามานั่งประจำที่เก้าอี้ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ที่บริเวณหน้าพิธี เก้าอี้สีขาวผูกตกแต่งด้วยริบบิ้นสีขาวและสีชมพูอ่อนถูกจับจองไปจนเต็ม
          คุณโฮมส์ผู้เป็นพ่อของหนึ่งในเจ้าบ่าวมานั่งที่เก้าอี้แถวหน้าสุดของฝั่งขวาตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ครอบครัวของคู่สมรสจะนั่งแถวหน้าเพื่อตอบรับคำยินยอมให้ทั้งสองแต่งงานกัน
          เพลงบรรเลงในพิธีดังขึ้น แขกที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ทั้งหมดลุกขึ้นเมื่อศิษยาภิบาลประธานในพิธีก้าวเท้าเข้ามาในงาน เมื่อท่านเดินมาถึงแท่นพิธี ก็กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่ได้สละเวลามาเป็นสักขีพยานของคู่สมรสคู่ใหม่ในวันนี้
          แท่นพิธีถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวจำนวนหนึ่งดูสวยงามไม่น้อยจนดูเบาบางและไม่มากจนเกินไปจนทำให้จอห์นอาจจะเกิดการแพ้ได้ เทียนสีขาวในพิธีถูกจุดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าถึงเวลาแห่งพิธีสำคัญแล้ว
          เสียงเปียโนโดยนักเปียโนประจำสถานที่ดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าบ่าวทั้งสองนั่นก็คือจอห์น วัตสันและเชอร์ล็อค โฮมส์เดินเข้าพิธีมาจากประตูคนละฝั่งของงานโดยที่มือจับจูงอยู่กับมารดาของตนเองที่ทำหน้าที่ส่งลูกชายสุดที่รักเข้าพิธีแต่งงาน
          มือของเชอร์ล็อคบีบมือคุณนายโฮมส์แน่นเสียจนผู้เป็นแม่ต้องยื่นมือไปบีบเบาๆเพื่อปลอบ
          "ไม่เป็นไรนะเชอร์ล ใจเย็นๆ ไม่ต้องตื่นเต้น"คุณนายโฮมส์พูดขึ้นเบาๆ
          "ผมกลัวสะดุดล้ม กลัวพูดผิดพูดถูกจังเลยหม่ามี้ ผมกลัวจอห์นจะอายคนอื่นเพราะผม" เชอร์ล็อคตอบเสียงเบา "ถ้าผมพูดที่ท่องมาผิดมันจะเป็นยังไง ต้องแย่มากแน่ๆ"
          "เชอร์ล็อค โฮมส์ลูกแม่ความจำดี เขาจะท่องบทสาบานตนผิดได้ยังไงกันหืม?"
          "ความตื่นเต้นนี่จะทำทุกอย่างพังหมดเลยครับหม่ามี้ เพราะเวลาเราตื่นเต้นหัวใจเราจะเต้นเร็ว จนเลือดมันสูบฉีดมากจนเกินไป มือจะสั่นปากจะสั่น แย่แน่ๆครับหม่ามี้" เชอร์ล็อคพูด "กลัวจะพูดผิด"
          คุณนายโฮมส์ยิ้ม "ถ้าจะพูดที่ท่องมาผิด ก็พูดสิ่งที่อยู่ในใจก็ได้ ขอแค่ประโยคลงท้ายจบสวยๆก็พอ ไม่มีใครเขาว่าลูกหรอกนะ" เธอพูด "เอาล่ะ เข้าพิธีแล้ว อย่ามัวแต่กังวลล่ะเชอร์ล"

          แม่ของทั้งสองจับมือลูกชายเข้ามาที่แท่นพิธีที่อยู่ตรงกลางเชอร์ล็อคและจอห์นยิ้มให้กันเมื่อเดินมาหยุดลงที่แท่นพิธี
          คุณนายโฮมส์ยื่นมือสัมผัสมือลูกชายตัวเองเบาๆเพื่อปลอบโยน ก่อนจะยิ้มให้กับเจ้าบ่าวของลูกชายตนเอง
          "แม่ฝากเชอร์ลด้วยนะจอห์น" เธอพูด
          "ครับคุณแม่ ผมจะดูแลเขาอย่างดี" จอห์นตอบ
          คุณนายวัตสันแม่ของจอห์นก็ยิ้มให้เชอร์ล็อค ก่อนจะพูด "แม่ฝากจอห์นด้วยนะเชอร์ล็อค ดูแลเขาแทนแม่ด้วยนะ"
          เชอร์ล็อคพยักหน้า "ยินดีครับคุณแม่" 
          หญิงสูงวัยทั้งสองยื่นมือลูกชายที่ตนจับมือมาตลอดการเดินเข้าพิธีให้อีกฝ่ายจับ เชอร์ล็อคและจอห์นยื่นมือมาจับกันแล้วกุมมือกันเพื่อเริ่มต้นทำพิธีสำคัญ
          เมื่อคุณนายโฮมส์และคุณนายวัตสันนั่งลงประจำที่ที่จัดไว้สำหรับครอบครัวของคู่สมรสเรียบร้อยดีแล้ว พิธีจึงเริ่มต้นต่อไป
          ชายวัย 50 กว่าปีผู้เป็นประธานในพิธีกล่าวกับคู่แต่งงานทั้งสอง
          "คู่แต่งงานที่รัก ท่านทั้งสองมาสถานที่แห่งนี้เพื่อให้ความรักของท่านทั้งสองได้รับการประทับตราศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าผู้ที่มาชุมนุมอยู่ ณ ที่นี้ เพื่อให้ความรักของท่านทั้งสองได้ถือซื่อสัตย์ตลอดไปกับปฏิบัติหน้าที่อื่นๆของการสมรส ฉะนั้น ข้าพเจ้าขอถามเจตจำนงของท่านต่อหน้าท่านที่มาชุมนุม ณ ที่แห่งนี้.....คุณวิลเลี่ยม เชอร์ล็อค สก็อต โฮมส์และนายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสัน ท่านทั้งสองมาที่นี่โดยไม่ถูกบังคับแต่มาด้วยความสมัครใจอย่างแท้จริง เพื่อเข้าพิธีสมรสใช่หรือไม่"
          "ใช่ครับ" เชอร์ล็อคตอบ
          "ใช่ครับ" จอห์นตอบ
          "คุณวิลเลี่ยม เชอร์ล็อค สก็อต โฮมส์ ท่านจะรับชายผู้นี้เป็นสามีของท่าน และสัญญาว่าจะเอาใจใส่เลี้ยงดูช่วยเหลือเขาด้วยความรักและนับถือทุกอย่าง ทั้งหน้าที่และการปฏิบัติทั้งหลายด้วยความเชื่อและความอ่อนโยนเยี่ยงสามีที่ดี จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา และถนอมรักเขาไปตลอดชีวิตของท่าน...ท่านจะสัญญาเช่นนั้นหรือไม่"
          "สัญญาครับ" เชอร์ล็อคตอบ
          "นายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสัน ท่านจะรับชายผู้นี้เป็นสามีของท่าน และสัญญาว่าจะเอาใจใส่เลี้ยงดูช่วยเหลือเขาด้วยความรักและนับถือทุกอย่าง ทั้งหน้าที่และการปฏิบัติทั้งหลายด้วยความเชื่อและความอ่อนโยนเยี่ยงสามีที่ดี จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา และถนอมรักเขาไปตลอดชีวิตของท่าน...ท่านจะสัญญาเช่นนั้นหรือไม่"
          "สัญญาครับ" จอห์นตอบ
          "เมื่อท่านทั้งสองได้ให้คำสัญญาต่อหน้าสุภาพชนทั้งหลายในที่แห่งนี้แล้ว ขอให้ท่านทั้งสองหันหน้าเข้าหากันและจับมือขวาของกันและกันและแสดงความสมัครใจในการสมรสครั้งนี้"
          เชอร์ล็อคและจอห์นหันหน้าเข้าหากันแล้วยื่นมือขวามาจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อกล่าวคำปฏิญาณ
          "ข้าพเจ้านายวิลเลี่ยม เชอร์ล็อค สก็อต โฮมส์ขอรับนายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสันเป็นสามีของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอสัญญาและปฏิญาณต่อสุภาพชนทั้งหลายในที่นี้ว่า ข้าพเจ้าจะเป็นสามีที่รักใคร่และซื่อสัตย์สามีของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจน จะสุขหรือทุกข์ จะเจ็บป่วยหรือสุขสบาย ตลอดชีวิตของเราทั้งสอง" เชอร์ล็อคกล่าว
          "ข้าพเจ้านายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสัน ขอรับคุณวิลเลี่ยม เชอร์ล็อค สก็อต โฮมส์เป็นสามีของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอสัญญาและปฏิญาณต่อสุภาพชนทั้งหลายในที่นี้ว่า ข้าพเจ้าจะเป็นสามีที่รักใคร่และซื่อสัตย์สามีของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะมั่งมีหรือยากจน จะสุขหรือทุกข์ จะเจ็บป่วยหรือสุขสบาย ตลอดชีวิตของเราทั้งสอง" จอห์นกล่าว
          เด็กชายสองคนซึ่งเป็นเพื่อนๆของเชอร์ลินที่โรงเรียนเดินถือหมอนที่มีแหวนแต่งงานวางอยู่ยื่นให้ประธานในพิธีทำการเสกแหวนแต่งงาน
          "ขอพระเจ้าเสกแหวนสองวงนี้ เพื่อท่านทั้งสองจะสวมให้แก่กันและกัน เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความรัก และความซื่อสัตย์ต่อกันตลอดชีวิต ขอให้ท่านทั้งสองจงช่วยกันดูแลความรักอันประเสริฐนี้ไว้ให้บริสุทธิ์ อีกนัยหนึ่งแหวนนี้เป็นวงกลม จะหาต้นหาปลายนั้นไม่มี ขอให้ความรักของท่านเป็นเช่นแหวนนี้จนไม่มีวันแตกสลายได้ มูลค่าของแหวนนั้นมีมากนัก ของให้ท่านทั้งสองจงช่วยกันพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งคุณค่าของชีวิต และระมัดระวังอย่างหนัก" ท่านพูดก่อนจะยื่นแหวนแต่งงานให้เชอร์ล็อคก่อน
          แหวนเรียบที่ทำมาจากทองคำขาวมีเพชรอยู่ตรงกลาง 1 เม็ดแบบไม่ฉูดฉาดเกินกว่าจะเป็นแหวนของผู้ชาย ค่อยๆถูกสวมไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของจอห์น
          "แหวนนี้ขอมอบให้แก่คุณไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งคำมั่นสัญญาและเพื่อปฏิญาณว่า เราทั้งสองคนจะรักใคร่และซื่อสัตย์ต่อกันจนวันตาย" เชอร์ล็อคกล่าวเมื่อสวมแหวนเรียบร้อยแล้ว
          ท่านประธานในพิธีมอบแหวนให้จอห์น แหวนทองคำขาวของผู้ชายแต่ถูกออกแบบมาอย่างดีดูคลาสสิค ถูกสวมไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของเชอร์ล็อคช้าๆ
          "แหวนนี้ขอมอบให้แก่คุณไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งคำมั่นสัญญาและเพื่อปฏิญาณว่า เราทั้งสองคนจะรักใคร่และซื่อสัตย์ต่อกันจนวันตาย" จอห์นกล่าว
          "ท่านที่รักทั้งสอง ท่านได้ให้คำมั่นสัญญาต่อกันและกันแล้ว วันนี้เป็นวันเริ่มต้นของท่าน ความรักนั้นไม่มีวันแตกสลายแต่อยู่จนชั่วฟ้าดินสลาย ขอให้ท่านทั้งสองทะนุถนอมความรักและการยกย่องนับถือซึ่งกันและกันยั่งยืนไม่แปรเปลี่ยน"
          "ข้าพเจ้าขอประกาศให้ท่านสุภาพชนทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน ณ บัดนี้ว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปคุณวิลเลี่ยม เชอร์ล็อค สก็อต โฮมส์และนายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสันนับว่าสมรสกันเรียบร้อยแล้ว ท่านทั้งสองจะสามารถจุตพิตกันได้เป็นพันๆครั้งหรือมากกว่านั้น ในวันนี้จุมพิตของท่านจะเป็นคำสัญญาข้อสุดท้าย" ท่านกล่าวประโยคสุดท้ายก่อนจะก้าวถอยไปด้านหลัง
          เชอร์ล็อคและจอห์นเขยิบตัวเข้ามาใกล้กันมากยิ่งขึ้น ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนที่เชอร์ล็อคจะพูดบางอย่างขึ้นมา "นี่เราต้องจูบกันใช่มั้ย.....หมายถึงจูบกันในที่สาธารณะ"
          "ในงานแต่ง" จอห์นตอบประโยคที่ถูกต้องให้ "เรากำลังจะจูบกันในงานแต่งของเราเอง"
          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าไปหาสามีหมาดๆ ริมฝีปากของทั้งสองคนแนบแน่นและสัมผัสได้ถึงความรักที่ส่งผ่านจูบแรกหลังผ่านพิธีสมรส จอห์นจับมือข้างซ้ายของเชอร์ล็อคยกขึ้นมาแล้วหันหลังมือไปหาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน
          เสียงการกดชัตเตอร์ของช่างภาพทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นดังขึ้นมาไม่ขาดสายกับการบันทึกภาพจูบแรกพร้อมกับการโชว์แหวนแต่งงานที่ทั้งสองคนสวมให้กันและกันพร้อมกับการกล่าวคำสัญญาว่าจะรักและดูแลกันไปตลอดชีวิต
          จอห์นค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาก่อน เขายิ้มก่อนจะพูด "เราจะต้องแนะนำตัวกันใหม่ มันเป็นธรรมเนียม" 
          "อ่า....ห้ะ" เชอร์ล็อคพยักหน้า ก่อนจะหันไปยิ้มกับแขกผู้มีเกียรติ
          "ทุกท่านครับ ผมเชอร์ล็อค โฮมส์และนี่....." เชอร์ล็อคชี้นิ้วไปที่คนข้างๆ "คนนี้จอห์น เอช. วัตสัน สามีผมครับ"
          "ผม...จอห์น เอช. วัตสัน ส่วนคนนี้..." จอห์นชี้ไปที่เชอร์ล็อค "คนนี้เชอร์ล็อค โฮมส์ สามีของผมครับ"
          เสียงปรบมือพร้อมกับเสียงโห่ร้องยินดีดังไปทั่วทั้งงาน.....ในที่สุดเชอร์ล็อค โฮมส์กับจอห์น วัตสันสองคนดังแห่งอังกฤษก็ได้แต่งงานกันด้วยความรัก และจะไม่มีอะไรแยกเขาทั้งสองคนออกจากกันได้อีกตลอดไป
          เสียงเปียโนเตรียมจะดังขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเป็นสัญญาณว่าจบพิธีแต่งงาน แต่จอห์นหันไปหานักเปียโนท่านนั้นเพื่อขอบางอย่าง
          "อย่าพึ่งบรรเลงเพลงนะครับ.....คือพิธีมันยังไม่จบ" จอห์นกล่าว "ผมยังไม่ได้กล่าวคำสัญญากับอีกคนหนึ่ง"
          จอห์นพูดก่อนจะจูงมือเชอร์ล็อคไปหาศิษยาภิบาลประธานในพิธีที่กำลังเตรียมตัวที่จะกลับออกไปจากงาน
          "ท่านครับ รบกวนเป็นประธานให้ผมอีกสักครู่ได้ไหมครับ" จอห์นถาม
          "คุณจะกล่าวคำสัญญาอะไรอีกหรือ" ท่านถาม
          จอห์นยิ้มก่อนจะหันไปหาเด็กหญิงในชุดกระโปรงฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงที่นั่งอยู่ข้างๆมายครอฟ ที่เก้าอี้แถวที่สองหลังคุณโฮมส์และคุณนายโฮมส์ "เชอร์ลิน มาหาอาหน่อยสิ"
          เชอร์ลินค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินขึ้นมาบนแท่นพิธี เด็กหญิงมองคุณอาด้วยสายตาไม่เข้าใจก่อนจะถาม "เชอร์ลินซนอะไรหรือเปล่าคะอาจอห์น"
          จอห์นส่ายหน้าแล้วยิ้ม "เปล่า เชอร์ลินไม่ได้ซน อาไม่ได้เรียกมาดุนะ" เขาพูดก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูทสีเทาของตนเองแล้วหยิบกล่องเครื่องประดับที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมา "อามีของจะให้"
          จอห์นหันไปหาแขกผู้ร่วมงานก่อนจะพูด "รบกวนทุกท่านเป็นสักขีพยานอีกสักครู่นะครับ" เขาพูด
          จอห์นคุกเข่าลงเพื่อให้ส่วนสูงไม่ต่างจากเด็กหญิงมากนัก เขาเปิดกล่องเครื่องประดับออกก่อนจะหยิบสร้อยข้อมือที่ทำมาจากรูเบลไลต์หรือพลอยทัวร์มาลีนสีชมพู ความยาวพอดีกับข้อมือเล็กๆของหลานสาว
          "เรเชล เอลิซาเบ็ธ เชอร์ลิน โฮมส์ อาจอห์น เฮมิช วัตสันคนนี้รักคุณพ่อวิลเลี่ยม เชอร์ล็อค สก็อต โฮมส์ของเชอร์ลินจนหมดหัวใจ เราเป็นเพื่อนที่ดีกันมานานร่วมสัปดาห์ ร่วมเดือน ร่วมปี เราได้เรียนรู้กันและนั่นทำให้อารู้ว่าคุณพ่อของเชอร์ลินเป็นคนน่ารักและเป็นคนดี อาจึงจะขอแบ่งปันความรักของคุณพ่อมาให้อา อย่างที่อาแบ่งปันความรักและความห่วงใยให้กับคุณพ่อและเชอร์ลิน อาขอสัญญาว่าอาจะซื่อสัตย์ต่อคุณพ่อของเชอร์ลินและอาจะซื่อสัตย์ต่อเชอร์ลิน อาไม่ได้เข้ามาแทนที่เชอร์ลินและไม่ได้มาเอาคุณพ่อไปจากเชอร์ลิน อาจะเป็นคุณพ่ออีกคนหนึ่งของเชอร์ลิน อาสัญญาว่าจะเป็นทั้งพ่อที่ดีและเพื่อนที่ดีให้เชอร์ลิน ในวันที่อาแต่งงานกับคุณพ่อของเชอร์ลินแล้ว อาอยากให้เชอร์ลินรับคำสัญญานี้จากอา อาจะรักทั้งคุณพ่อและเชอร์ลินไปจนตลอดชีวิตของอาและจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจอาไปได้"
          ท่านประธานในพิธียิ้มแล้วหันไปหาเชอร์ลิน "เด็กหญิงเรเชล เอลิซาเบ็ธ เชอร์ลิน โฮมส์ หนูยินดีที่จะรับนายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสันเป็นคุณพ่อของหนู และจะรับเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของหนูหรือไม่"
          เชอร์ลินมองอาจอห์น มองคุณลุงที่เป็นประธานก่อนจะหันไปมองคุณพ่อที่ยืนอยู่ข้างหลัง "เชอร์ลินต้องตอบว่าอะไรคะคุณพ่อ"
          เชอร์ล็อคเข้ามายืนใกล้ๆลูกสาวแล้วคุกเข่าลงข้างๆ "คุณลุงถามว่าเชอร์ลินจะรับอาจอห์นเป็นคนในครอบครัวไหม ถ้าอาจอห์นขอเป็นคุณพ่ออีกคนหนึ่ง เชอร์ลินจะตกลงไหม"
          "เชอร์ลินจะมีคุณพ่อเพิ่มใช่ไหมคะ"
          เชอร์ล็อคพยักหน้า "ถ้าเชอร์ลินตกลง อาจอห์นจะเป็นคุณพ่อของเชอร์ลินอีกคนหนึ่ง"
          เชอร์ลินหันกลับไปมองจอห์นก่อนจะพูด "เชอร์ลินตกลงค่ะ"
          "แล้วหนูยินดีที่จะเป็นเด็กดีและเชื่อฟังคำสั่งสอนของนายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสันในฐานะที่เป็นคุณพ่อของหนูอีกคนหนึ่งไหม"
          "ยินดีค่ะ" เชอร์ลินตอบอีกครั้ง
          จอห์นยิ้มแล้วรีบหยิบสร้อยขอมือที่เป็นพลอยสีชมพูขึ้นมาจากกล่อง เชอร์ล็อคจับมือลูกสาวยื่นออกไปข้างหน้าเพื่อให้จอห์นสวมสร้อยข้อมือให้
          "สร้อยข้อมืออันนี้เป็นตัวแทนคำสัญญาของอา ว่าอาจะรักเชอร์ลินของอาตลอดไปนะ" 
          "เชอร์ลินก็รักอาจอห์น เชอร์ลินสัญญาว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซนและจะเป็นเด็กดีของอาจอห์นค่ะ" เด็กหญิงพูดแล้วเดินเข้าไปกอดจอห์นที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ "เชอร์ลินรักอาจอห์นมากๆนะคะ ดีใจที่อาจอห์นจะมาเป็นครอบครัวเดียวกับเราด้วย"
          เสียงปรบมือดังกึกก้องอย่างแสดงความยินดี บางคนยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างตื้นตันใจเมื่อได้ยินคำสัญญาของจอห์นที่มีต่อเชอร์ลิน
          เสียงเพลงบรรเลงดังขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าพิธีจบลงจริงๆแล้ว จอห์นจูงมือเชอร์ลินข้างหนึ่งเชอร์ล็อคจูงอีกข้างหนึ่งเพื่อออกจากบริเวณพิธีไปด้านนอกเพื่อถ่ายรูปร่วมกัน



          บรรยากาศนอกอาคารดูผ่อนคลายกว่าด้านในซึ่งเป็นพิธีการจริงจัง ด้านนอกจะตกแต่งด้วยไม้ประดับหลากสีทำให้งานดูไม่แห้งแล้งจนเกินไป นอกจากนั้นยังมีบอลลูนหลากสีสันประดับตกแต่งเอาไว้จนทั่ว
          เนื่องจากด้านนอกอาคารมีสวนดอกไม้แปลงไม่ใหญ่มากอยู่ก่อนแล้ว แขกท่านผู้มีเกียรติบางส่วนจึงไปถ่ายรูปกันที่นั่น
          โซนหนึ่งจัดเป็นสัดส่วนไว้เพื่อเป็นจุดทานอาหารกลางวัน โต๊ะรับประทานอาหารกลางวันจำนวนหลายสิบโต๊ะถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย อาหารกลางวันก็เตรียมไว้รอเสิร์ฟแล้วเช่นกัน
          จอห์นและเชอร์ล็อคมายืนอยู่ตรงจุดที่ใช้ถ่ายรูป ทั้งสองยืนถ่ายรูปร่วมกันอยู่ครู่หนึ่ง ครอบครัวของทั้งสองก็เดินมาหา
          "ดูซิว่าใครตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มไปหมด" คุณนายโฮมส์พูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ลูกชาย"
          "ร้อนต่างหากครับหม่ามี้" เชอร์ล็อคปฏิเสธ
          คุณนายวัตสัน แม่ของจอห์นยื่นแขนไปโอบเอวลูกชายหลวมๆ "เป็นยังไงเจ้าบ่าว ครั้งนี้เหมือนครั้งแรกไหม"
          อห์นยิ้ม "ไม่เหมือนเลยครับครั้งนี้มัน...." จอห์นตอบแล้วหันไปมองหน้าเชอร์ล็อค "ครั้งนี้ผมดูสบายใจกว่า"
          คุณนายวัตสันยิ้ม "ดีแล้ว เชอร์ล็อคนิสัยดี น่ารัก และฉลาดมากๆ" เธอพูด "เชอร์ล็อคเขาไปช่วยแม่ทำงานมาด้วยนะ"
          "นั่นสิครับ แม่ไปเจอเชอร์ล็อคมาได้ยังไง เชอร์ลินด้วย....ผมไม่เห็นรู้เลย" จอห์นถาม
          เชอร์ล็อคหันมายิ้มให้กับคุณนายวัตสันแล้วพูด "ก็แค่ช่วยหาคนให้นิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง ง่ายมาก 20 นาทีก็เสร็จแล้ว"
          "เชอร์ล็อคเขาไปหาแม่มา เพื่อจะไปเชิญมางานแต่งของลูกทั้งสองด้วยตัวเองไง แต่ก็นะ....อย่างที่แม่บอกจอห์นไปนั่นแหละว่าแม่ติดงานที่ยังแก้ไม่ได้ ไม่รู้จะมางานลูกได้ไหม ครั้งที่แล้วก็มาไม่ได้...งานมันเกี่ยวกับศาลน่ะ จะไม่ไปก็ไม่ได้ แม่ก็ไม่รู้จะทำยังไง" แม่พูด "องค์กรการกุศลที่แม่ช่วยงานอยู่มีหอบเงินบริจาคหนีไปน่ะสิ พอทุกคนไปตามปรากฏว่าภรรยาของคนนั้นบอกว่าเขาตายไปแล้ว ทีนี้พวกแม่ก็วุ่นวายกันใหญ่ ก็ขึ้นศาลอะไรกันวุ่นวายที่เงินบริจาคสาธารณะประโยชน์หายไป คนที่ขโมยก็ยังมาตายไปแล้วอีก วุ่นวายสุดๆ...ดีนะที่เชอร์ล็อคเขาไปหาแม่พอดี"
          "เรื่องมันง่ายมากเลย ภรรยาของคนนั้นบอกว่าสามีถูกฆ่าตายในรถเพื่อโจรจะได้ขโมยเงินไป หลักฐานคือมีเลือดอยู่เต็มรถไปหมด แต่พอไปสอบถามปริมาณเลือดที่ตำรวจเก็บหลักฐานไว้ ปรากฏว่ามันมีปริมาณ 1 ไพน์เป๊ะๆเลย....ใครจะไปถูกฆ่าตายแล้วเลือดมีปริมาณ 1 ไพน์พอดี นั่นเลยทำให้รู้ว่าถูกจัดฉากน่ะสิ" เชอร์ล็อคพูด "เลยไปยืมมือเลสเตรดและลูกน้องอีกนิดหน่อยมาช่วย คดีเลยปิดเร็วขึ้น ผลคดีก็คือเขาขโมยเงินไปจริงๆแต่ยังไม่ตาย ภรรยาต้องช่วยบอกไปแบบนั้น เพื่อจะได้ไมต้องคืนเงิน  คุณแม่ก็ไม่ต้องไปศาลให้วุ่นวายอีก จะได้มางานแต่งของเราไง"
          "แล้วเราก็ไปทานอาหารเย็นกันมาด้วย 2-3 ครั้ง เชอร์ลินก็ไป แม่เลยรู้ว่าคนที่จะมาอยู่กับจอห์นของแม่จริงๆแล้วเป็นคนน่ารัก หลานของแม่ในอนาคตก็น่ารักไง" แม่กล่าว
          "แล้วไม่มีใครบอกอะไรผมเลยนะครับ ปล่อยให้ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยคนเดียวได้ยังไง" จอห์นโวยวายเสียงเบา
          "ก็เซอร์ไพร์สไง ดีใจไหม" เชอร์ล็อคถาม
          "ดีใจน่ะดีใจ แต่วันหลังบอกก่อนก็ได้" จอห์นบ่นเบาๆ "แม่ก็ด้วย อย่าไปสนุกกับการสืบคดีในแบบเชอร์ล็อคเขานะครับ บางครั้งมันก็ไม่ได้ดูสนุกและน่าตื่นเต้นแบบนั้นหรอก"
          "แต่ลูกแม่ดูสนุกและตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่เชอร์ล็อคทำเลยนะ" แม่ยิ้มเล็กน้อย "ดีใจด้วยนะลูก รักกันให้มากๆ ดูแลกันดีๆนะ"
          จอห์นยื่นแขนไปกอดแม่แล้วพูด "ขอบคุณนะครับแม่ ขอบคุณที่มาในงานที่สำคัญในชีวิตของผม ขอบคุณนะครับ" 
          เชอร์ล็อคยื่นแขนข้างหนึ่งไปกอดคุณนายวัตสัน ส่วนอีกข้างก็โอบหลังสามีของตนเอง "ขอบคุณคุณแม่ที่ให้จอห์นเกิดมาแล้วเป็นคนดี ใจดีและอนุญาตให้เขารักกับผมนะครับ"
          "เนียนเลยนะ" จอห์นแซวที่เชอร์ล็อคทำตัวเนียนกอดเขาไปด้วย
          "นิดหน่อย" เชอร์ล็อคยิ้ม
          "ดูแลกันและกันให้ดีนะ ดูแลครอบครัวให้ดี หากมีปัญหาก็ตกลงกันให้เข้าใจนะ อย่าเสียงดังใส่กันเพราะจากเรื่องเล็กมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แม่ฝากจอห์นด้วยนะเชอร์ล็อค แม่ฝากดูแลเขาด้วย ส่วนจอห์นก็ต้องทำหน้าที่สามีที่ดีและพ่อที่ดีให้ได้นะ แม่รักลูกทั้งสองคนจ้ะ"
          "ขอบคุณครับ" ทั้งสองคนกล่าวพร้อมกัน
          "เชอร์ล จอห์น มาให้แม่กอดหน่อย" คุณนายโฮมส์เรียกลูกชาย ทั้งสองจึงผละออกจากคุณนายวัตสันแล้วมากอดแม่ของเชอร์ล็อคแทน
          "ดีใจด้วยนะลูก รักกันให้ยืนยาวนะ" แม่กล่าว "เชอร์ลอย่าดื้อกับจอห์นให้มากนัก ส่วนจอห์นถ้าเชอร์ลดื้อมากๆให้ว่าได้เลย ดุได้เต็มที่แม่อนุญาต"
          เชอร์ลล็อคดันหน้าเข้าไปที่หน้าอกของแม่อย่างออดอ้อน "โถ่...หม่ามี้ ... ทุกวันนี้ผมก็โดนดุ โดนว่า โดนบ่นอยู่ทุกวันอยู่แล้ว พอหม่ามี้พูดแบบนี้ ผมโดนหนักกว่าเดิมแน่เลย"
          คุณนายโฮมส์ยิ้ม "ก็อย่าดื้อสิ" เธอพูดแล้วหันไปกระซิบกับจอห์น "ดุได้เต็มที่ กำราบเด็กดื้อให้ได้นะ"
          จอห์นยิ้ม "ครับ คุณแม่"
          "ผมได้ยินนะหม่ามี้" เชอร์ล็อคอู้อี้ตอบ
          คุณโฮมส์ยื่นมือไปลูบผมของลูกชายเบาๆก่อนจะพูด "เป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีนะเชอร์ล็อค พ่อเชื่อว่าลูกทำได้ ถ้ามีปัญหาก็ให้นึกถึงตอนที่รักกันให้มากๆเข้าไว้ นึกถึงวันที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ต้องอยู่ห่างกันให้มากๆเข้าไว้นะ"
          "ครับคุณพ่อ" เชอร์ล็อคตอบ "ผมคุณพ่อนะครับ"
          "พ่อก็รักเด็กซนของพ่อเหมือนกัน" คุณโฮมส์กล่าว
          "ถ่ายรูปกันไหมครับ จะได้ไปทานมื้อกลางวันกัน แขกเริ่มทยอยไปที่โซนอาหารแล้วด้วย" มายครอฟถามขึ้น
          "อ้อ โอเคๆจ้ะ ถ่ายรูปกันนะ" คุณนายโฮมส์พูดแล้วหันไปหาหญิงสูงวัยในชุดเดรสสีกรมท่า "เชิญคุณนายวัตสันถ่ายรูปด้วยกันนะคะ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว"
          "ยินดีค่ะ" คุณนายวัตสันกล่าว
          เชอร์ล็อคปล่อยแขนจากการกอดแม่ของตนแล้วสอดส่องสายตาไปทั่วงาน "เชอร์ลินไปไหน เชอร์ลินหายไปไหนครับ"
          จอห์นชี้ไปที่โต๊ะขนม "นั่นไง อยู่ที่โต๊ะขนม" 
          ทุกคนหันไปมองตามที่จอห์นชี้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของทุกๆคนคือเด็กหญิงในชุดกระโปรงสีชมพู กำลังยืนมองขนมหวานที่อยู่บนโต๊ะจัดเลี้ยงอย่างครุ่นคิด เหมือนกำลังลังเลว่าควรจะหยิบอะไรมากินดี โดยมีเพื่อนๆวัยเดียวกันอีก 3-4 คนยืนอยู่ข้างๆคล้ายกับเป็นลูกสมุนในการจะแอบหยิบขนม
          "เชอร์ลิน หนูมาทำอะไรตรงนี้ คุณพ่อเรียกหาแล้วนะ" มอลลี่ ฮูเปอร์ในชุดเดรสสีเหลืองสดใสเดินเข้ามาหาเด็กหญิง
          "อ๊ะ....คุณพ่อเรียกเชอร์ลินหรอคะอามอลลี่ ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวโดนดุ" เชอร์ลินรีบหันไปหาเพื่อนๆของตัวเอง "เดี๋ยวเชอร์ลินมานะ เดี๋ยวโดนคุณพ่อกับลุงไมค์ว่าเอาที่แอบกินขนมก่อน ไว้เรามากินขนมพร้อมกันนะ"
          เพื่อนๆพยักหน้าเข้าใจ มอลลี่ยิ้มแล้วยื่นมือไปจูงเด็กหญิงวัย 7 ขวบเพื่อไปถ่ายรูปรวมกับครอบครัวที่กำลังยืนรออยู่ที่จุดถ่ายภาพ

          "แอบไปกินขนมอีกแล้วเชอร์ลิน เดี๋ยวก็อ้วนเป็นหมูหรอก" มายครอฟดุหลานสาวเบาๆ 
          "เชอร์ลินอ้วนเป็นหมูมาตั้งนานแล้วค่ะลุงไมค์" เชอร์ลินตอบแล้วหันไปหาจอห์น "ใช่มั้ยคะอาจอห์น"
          "ยังจะเรียกอาจอห์นอยู่อีกหรอเชอร์ลิน นี่ไม่ใช่อาจอห์นของเชอร์ลินแล้วนะ" คุณนายโฮมส์พูด "ต้องเรียกคุณพ่อได้แล้ว"
          "เรียกคุณพ่อสลับกันไปมาน่าจะงงนะ คงต้องให้เชอร์ลินเรียกอย่างอื่น" คุณโฮมส์กล่าว
          "เรียกปะป๊าดีมั้ย คล้ายๆกับที่เชอร์ลินเรียกแม่ของเชอร์ลินว่าหม่าม้าด้วย" เชอร์ล็อคถาม "เชอร์ลินเรียกง่ายมั้ย ชินปากหรือเปล่า"
          เชอร์ลินมองเชอร์ล็อคก่อนแหงนหน้ามองจอห์นที่ยิ้มอย่างถามความเห็น "ถ้าเรียกอาจอห์นว่าปะป๊าแล้วเราจะยังเป็นพ่อหมูกับลูกหมูกันอยู่หรือเปล่าคะ"
          จอห์นยิ้ม "เป็นสิ เราสองคนจะยังเป็นพ่อหมูกับลูกหมูที่กินขนมด้วยกันทุกวันเหมือนเดิม"
          เชอร์ลินยิ้มตอบกลับ "ถ้าอย่างนั้นเชอร์ลินเรียกอาจอห์นว่าปะป๊านะคะ เชอร์ลินจะได้มีทั้งคุณพ่อ ทั้งปะป๊าเลย"
          "เชอร์ลินเป็นลูกสาวของปะป๊านะ" จอห์นพูด
          เชอร์ลินพยักหน้า "ค่ะ เชอร์ลินเป็นลูกของปะป๊ากับคุณพ่อ" 
          "เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นหันหน้ามองกล้องได้แล้วนะครับปะป๊ากับลูกสาว" เชอร์ล็อคพูด "เราจะได้ถ่ายภาพครอบครัวร่วมกัน"
          "มองกล้องนะครับ ตัวนี้นะครับ โอเค...ยิ้มนะครับ" ตากล้องเตรียมจะถ่ายภาพ "ยิ้มนะครับ 1 2 3"
          และการถ่ายภาพนั้นก็คือการจบพิธีในช่วงเช้า



          งานเลี้ยงในช่วงค่ำ ถูกจัดขึ้นในสถานที่เดียวกันกับที่จัดงานในช่วงเช้า ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกปรับไฟให้มีหลากสีสันดูสนุกสนานสมกับการเป็นงานจัดเลี้ยง ฝั่งหนึ่งของห้องเป็นบาร์เครื่องดื่มที่ถึงแม้ว่าเชอร์ล็อคผู้เป็นหนึ่งในเจ้าบ่าวจะดื่มแอลกอฮอล์แรงๆไม่ได้ แต่เขาก็ได้แจ้งกับบาร์เทนเดอร์ที่หน้าบาร์ไว้ว่า 'งานแต่งนี้เหล้าไม่อั้น'
          แขกผู้มาร่วมงานช่วงค่ำจะแต่งกายเป็นทางการน้อยลงเพื่อให้สะดวกกับงานปาร์ตี้ที่กำลังจะเริ่มขึ้น งานแต่งงานนี้ดูเหมือนจะมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนั่นเป็นเพราะเชอร์ล็อคไม่ได้มีเพื่อนมากมายอะไร เพื่อนๆที่มาร่วมงานแต่งส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนๆของจอห์น ซึ่งเป็นทหารและแน่นอนว่าเกือบจะทั้งหมดเป็นผู้ชาย สาวๆที่เป็นเพื่อนของจอห์นก็พอจะมีอยู่บ้างซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนโรงเรียนแพทย์เป็นหลัก
          และแน่นอน.......บรรดาคู่เดต กิ๊กและแฟนเก่าของจอห์นทั้งหมดไม่ถูกเชิญมาร่วมงานแต่ง....ตามคำสั่งของเชอร์ล็อค โฮมส์
          อาหารจัดเลี้ยงในค่ำคืนนี้จอห์นและเชอร์ลินเป็นคนไปเลือกตามร้านที่ทั้งสองคนชอบกิน ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ซึ่งสามารถมั่นใจได้เลยว่ามันจะอร่อยถูกปากแขกที่มาร่วมงานอย่างแน่นอน 
          ปะป๊ากับลูกสาวพากันเดินไปดูอาหารและขนมที่ช่วยกันเลือกมาให้แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทาน จอห์นอุ้มเชอร์ลินเพื่อให้เด็กหญิงยื่นมือไปหยิบคัพเค้กที่วางอยู่บนชั้นวางคัพเค้กอันใหญ่ เค้กแครอทที่สั่งทำพิเศษไม่ให้มีส่วนผสมของถั่วที่เชอร์ลินแพ้ถูกจัดเรียงอย่างสวยงามอยู่บนโต๊ะของหวาน
          ผู้ใหญ่อย่างครอบครัวโฮมส์ซึ่งก็คือคุณพ่อและหม่ามี้กำลังนั่งทานมื้อค่ำและร่วมพูดคุยกันอย่างออกรสร่วมกับคุณนายวัตสันแม่ของจอห์น และคุณนายฮัตสันผู้เป็นเจ้าของแฟลตที่เจ้าบ่าวทั้งสองอาศัยอยู่ ดูจากการหัวเราะคิกคักของผู้ใหญ่ทั้งสี่ที่โต๊ะอาหารแล้ว คงสามารถอนุมาณได้เลยว่าเรื่องที่เล่าเป็นส่วนใหญ่คงเป็นการแฉพฤติกรรมของสองเจ้าบ่าวตอนที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ว่าดูแลกันอย่างไร ทำอะไรให้กันบ้างแม้ว่าที่ผ่านมาต่างคนจะต่างปากแข็งและไม่ยอมรับอะไรเลยก็ตาม
          จบกัน ! ลืมสั่งคุณนายฮัตสันว่าห้ามเล่าเรื่องนี้ !
          แต่นั่นก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ทุกคนจะได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ เพราะ 'คนสนิทของเจ้าบ่าวทั้งสอง' อย่างมายครอฟ โฮมส์ก็แฉเรื่องราวความรักของน้องชายตัวเองให้ทุกคนฟังไปจนหมดแล้ว เมื่อตอนดื่มฉลองให้กับคู่สมรสและรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อช่วงบ่าย
          ไม่แน่ใจว่าแขกผู้ร่วมงานจะซึ้งไหม เพราะบางคนก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาด้วย แต่จอห์นแอบกระซิบบอกเชอร์ล็อคไปว่า 'เขาน่าจะขำจนน้ำตาไหลมากกว่า ที่เชอร์ล็อค โฮมส์ผู้เป็นอัจฉริยะของทุกคนไม่รู้ว่าความรักคืออะไร และไม่รู้ตัวว่าตัวเองรักจอห์น วัตสันมากแค่ไหน กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านล่วงเลยมาหลายปี' แม้เชอร์ล็อคจะงงๆกับประโยคนั้นว่า 'นี่เขาโง่จริงๆหรือเปล่า' แต่เขาก็พยักหน้าเข้าใจเพราะนั่นคือสิ่งที่จอห์นบอก.....เขาเชื่อจอห์น
          เชอร์ล็อคเข้ามาในงานเลี้ยงช้ากว่าจอห์น เพราะจอห์นจูงมือเชอร์ลินไปดูลูกโป่งในงาน ดูขนมมาก่อนแล้ว เชอร์ล็อคสอดส่องสายตาหาใครบางคนที่เขาต้องการที่จะขอบคุณ
          "คนนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมว่าเขาเจ้าชู้" เชอร์ล็อคนั่งลงที่เก้าอี้ทรงสูงข้างๆกับมอลลี่ ฮูเปอร์
          มอลลี่หัวเราะแล้วถาม "ถ้าอย่างนั้นคนนั้นดีไหมคะ คนนั้นที่ใส่แว่น สูงๆ ที่ยืนถ่ายรูปอยู่ตรงนั้น"
          "เด็กเนิร์ด" เชอร์ล็อคยักไหล่ "ไม่คิดว่าจะน่าเบื่อหรอ ของสะสมเขาเป็นพวกแมลงด้วย ผมเห็นรอยผื่นแพ้ขาของแมลงสาบที่มือของเขา"
          มอลลี่ทำหน้าเหมือนกลัว "ชั้นไม่ชอบแมลงสาบ ขอผ่านก็แล้วกันค่ะ" มอลลี่พูด "หรือว่าจะเป็นทหารดีคะ? เพื่อนของจอห์นคนนั้น คนที่ดูเหมือนเป็นประธานของเพื่อนๆ คนนั้น"
          "ชอบวางอำนาจ ขี้เก๊กมาก ชอบออกคำสั่ง" เชอร์ล็อคพูด "คอเขาตั้งตลอดเวลาเหมือนพยายามแสดงอำนาจ.....เหมือนกิ้งก่าพยายามแผ่แผงขนที่คอนะคุณว่ามั้ย"
          มอลลี่หัวเราะ "สรุปว่าไม่มีใครดีเลย แล้วชั้นจะมีแฟนไหมคะเนี่ย" 
          "บอกแล้วว่าเดี๋ยวจะช่วยหาแฟนให้ แต่ตอนนี้ผมยังหาไม่เจอ ไม่มีเพื่อนของจอห์นคนไหนเหมาะกับคุณเลย" เชอร์ล็อคพูด "ต้องหาคนที่ต้องคุยกับผมรู้เรื่องด้วย ต้องไม่โง่จนเกินไป เพราะจะน่าเบื่อ"
          "สงสัยว่าคงไม่มีแล้วมั้งคะ ผู้ชายแบบนั้น" มอลลี่พูด
          เชอร์ล็อคไม่ได้พูดอะไรเขาดึงมือของตนเองที่ซ่อนของไว้ข้างหลัง แล้วมอบสิ่งนั้นให้มอลลี่ "ผมให้คุณนะมอลลี่ เพื่อแสดงความขอบคุณในทุกๆอย่างที่คุณทำให้ผม ขอบคุณที่เป็นเพื่อนของผม เชื่อใจผมและไว้ใจผม ขอบคุณที่ดูแลผม จอห์นและเชอร์ลินมาเป็นอย่างดี"
          ช่อดอกไม้ขนาดไม่ใหญ่มากถูกยื่นมาให้มอลลี่ เธอยิ้มแล้วรับมันมาถือไว้ "ได้รับดอกไม้จากเจ้าบ่าวในงานแต่งงานแบบนี้ ชั้นจะได้แต่งงานคนต่อไปหรือเปล่าคะเนี่ย"
          "บอกแล้วต้องหาคนที่เหมาะกับคุณให้ได้ก่อน ไม่งั้นผมไม่ให้คุณแต่งจริงๆนะมอลลี่" เชอร์ล็อคพูด "เพื่อนของผมต้องได้คู่กับคนที่เหมาะสมเท่านั้น"
          "คุณพ่อคะ อันนี้อร่อยมาก คุณพ่อชิมไหมคะ" เชอร์ลินเดินมาหาเชอร์ล็อคตักพุดดิ้งคำเล็กยื่นให้
          เชอร์ล็อคอ้าปากรับของหวานจากลูกสาว เชอร์ลินยิ้มแล้วถาม "อร่อยใช่ไหมคะ นี่เชอร์ลินไปเลือกร้านนี้มากับอาจอห์น ....เอ้ย...ปะป๊าเลยนะคะเนี่ย"
          "ขนมที่เชอร์ลินกับปะป๊าเลือกก็อร่อยอยู่แล้ว" เชอร์ล็อคพูด "แล้วนี่ปะป๊าไปไหน ไปเข้าห้องน้ำหรอ"
          "ไม่รู้เหมือนกันค่ะ" เชอร์ลินตอบแล้วกินขนมต่อ


          มุมหนึ่งของอาคารมายครอฟ โฮมส์กำลังนั่งเงียบๆลำพังอยู่บนเก้าอี้ชมวิวด้านนอก ช่อดอกไม้ช่อเล็กช่อหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้าของเขา
          "เอาไปซะ" จอห์น วัตสันในชุดสูทสีเทาเนคไทด์สีชมพูอ่อนพูด
          "เอามาให้ชั้นทำไม" มายครอฟถาม
          "เขาบอกว่าถ้าใครได้รับช่อดอกไม้จากคู่ที่แต่งงานในวันแต่งงานเนี่ย จะได้แต่งงานคนต่อไปไม่หรือไง" จอห์นพูด "รับไปซะ เผื่อว่าจะได้แต่งงานเหมือนคนอื่นเขา จะได้เลิกยุ่งกับครอบครัวของชั้นซะที"
          มายครอฟหัวเราะเบาๆแล้วพูด "คิดว่าชั้นจะปล่อยให้นายดูแลน้องชั้นกับหลานชั้นตามลำพังหรือไง จะรอดมั้ย"
          "ชั้นยังไม่ได้ชำระความกับนายอีกหลายเรื่อง แต่ชั้นก็ไม่อยากจะมาเถียงกับนายอีกเพราะมันจะเสียบรรยากาศ" จอห์นพูด "รับไว้เร็วเข้า"
          มายครอฟรับช่อดอกไม้มาถือไว้ก่อนจะถาม "แค่นี้ใช่มั้ย?"
          "ขอบคุณ" จอห์นพูด "ขอบคุณที่ทำให้ชั้นรู้ใจตัวเองและยอมรับตัวเอง"
          "ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลย" มายครอฟตอบ "นั่นมันเป็นเพราะนายรักกันอยู่แล้ว คนรักกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน"
          "การที่นายเอาเชอร์ล็อคไปอยู่ด้วย นั่นทำให้ชั้นรู้ว่าจริงๆแล้วชั้นขาดเขาไปไม่ได้จริงๆ และชั้นเสียเขาให้ใครไปไม่ได้" จอห์นพูด
          มายครอฟหัวเราะ "ชั้นยกน้องให้นายแล้ว และหวังว่าชั้นจะไม่ต้องพาน้องหนีมาอีกล่ะ ชั้นเหนื่อย"
          "แล้วนายนี่ยังไง ท่าดีทีเหลวหรอ โถ่เอ๊ย....นึกว่าจะแน่ ทำไมเป็นแบบนี้"
          "อย่ามายุ่งน่า มันเป็นเพราะชั้นมัวแต่เสียเวลาอยู่กับคู่ของนายนั่นแหละ ชั้นเลยจบแบบนี้ไง" มายครอฟพูด
          "ขอให้มีข่าวดีเร็วๆ ชั้นรอฟังข่าวดีจากคู่ของนาย" จอห์นพูด
          "หวังว่าจะเป็นแบบนั้น" มายครอฟตอบ "ส่วนนายน่ะไปเตรียมตัวได้แล้ว ใกล้จะถึงเวลา First Dance แล้วนี่ อย่ามาเหยียบเท้าน้องชั้นจนอายคนอื่นเขาล่ะ"
          "ชั้นซ้อมมาดี ไม่เหยียบเท้ากันเองหรอกน่า" จอห์นพูดก่อนจะเดินกลับเข้าห้องจัดเลี้ยงไปอีกครั้ง



          แสงไฟภายในห้องจัดเลี้ยงถูกปรับให้สว่างขึ้นอีกเล็กน้อย เสียงเพลงที่เปิดจากแผ่นซีดีของโซนดีเจที่จอห์นเป็นคนจัดหามาเงียบเสียงลงเมื่อพิธีกรของงานขึ้นไปยืนบนเวทีและกล่าวว่าถึงเวลาที่คู่แต่งงานจะเต้นรำเพื่อเปิดฟลอร์สำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ เสียงปรบมือโห่ร้องอย่างยินดีของแขกผู้ร่วมงานดังขึ้นอย่างกึกก้อง เชอร์ล็อคและจอห์นจับมือออกไปยืนที่กลางฟลอร์เต้นรำ
          มือขวาของทั้งสองสอดนิ้วประสานกันจนแนบแน่น มือซ้ายของทั้งคู่แตะไปที่กลางแผ่นหลังของกันและกัน เชอร์ล็อคขยับตัวเข้าใกล้จอห์นไปอีกเล็กน้อยเพื่อให้เต้นรำถนัดมากขึ้น
          "ชั้นจะไม่เหยียบเท้านายใช่ไหมเนี่ย" จอห์นก้มมองเท้าของตนเอง
          "ก็มองหน้าชั้นสิจะได้ไม่เหยียบ แบบที่เราซ้อมมาไง" เชอร์ล็อคพูด
          จอห์นเงยหน้ามองคู่เต้นรำของตัวเอง ดวงตาสีแปลกคู่นั้นยังคงเหมือนเดิม ยังคงมองมาด้วยความอบอุ่นและแสดงออกมาจนเขารับรู้ได้ว่าคนตรงหน้านี้รักเขามากแค่ไหน
          "ชั้นดีใจที่ได้เห็นดวงตาคู่นี้ใกล้ๆอีกครั้งนะ" จอห์นพูด "คิดมาตลอดว่าคงไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว"
          "ชั้นจะมองนายแบบนี้ทุกวันในตลอดชีวิตของชั้น ชั้นสัญญาว่าจะมองนายคนเดียว เหมือนที่ผ่านมาชั้นก็รักนายคนเดียวมาตลอด"
          จอห์นยิ้มก่อนจะถาม "นายรักชั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า" 
          เชอร์ล็อคส่ายหัวช้าๆก่อนจะพูด "นอกจากเชอร์ลินแล้ว ไม่มีใครเป็นรักแรกพบของชั้นหรอก ชั้นก็พึ่งรู้ความจริงข้อนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง" 
          "อ่า......อ่าห้ะ" จอห์นพยักหน้าเข้าใจถึงแม้ว่าจะแอบ....ผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ยินประโยคที่อยากฟัง
          เชอร์ล็อคยิ้ม "นายไม่ใช่รักแรกพบของชั้น แต่นายเป็น 'รักทุกครั้งที่พบ' ต่างหาก รักทุกครั้งที่ได้พบ รักทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า รักทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเลย"
          จอห์นหัวเราะเบาๆ "ไปเอาประโยคแบบนี้มาจากที่ไหนเนี่ย เดี๋ยวนี้พูดประโยคแบบนี้เป็นแล้วหรือไง"
          เชอร์ล็อคยักไหล่แล้วพูด "จำมายครอฟมา"
          "โถ่เอ๊ย....นึกว่าคิดเอง" จอห์นหัวเราะ "ถึงว่า......เชอร์ล็อค โฮมส์เนี่ยนะจะพูดอะไรแบบนี้"
          "แต่มันดีนะ ความหมายเหมือนที่ต้องการจะสื่อเลย แค่ให้มายครอฟคัดกรองคำให้อีกนิดหน่อย กลัวใช้คำผิด" เชอร์ล็อคตอบ
          "ต่อไปให้ถามชั้นนี่ จะบอกรักชั้นก็มาถามชั้นว่าชั้นอยากฟังอะไร" จอห์นพูด

          เสียงไล่นิ้วไปตามลิ่มนิ้วของเปียโนดังขึ้น เจ้าบ่าวทั้งสองหันไปมองตามเสียงนั้น
          เด็กหญิงเชอร์ลิน โฮมส์วัย 7 ขวบนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวด้านหน้าเปียโนหลังสีขาวบนเวที ด้านข้างมีมายครอฟนั่งอยู่ มือของทั้งสองคนวางลงบนลิ่มนิ้ว ส่วนสายตาก็มองไปที่สมุดโน้ตเพลงที่วางอยู่ตรงหน้า
          เชอร์ล็อคยิ้ม "แบบนี้นี่เอง" เขาพูด "ช่วง 2-3 เดือนก่อนที่เชอร์ลินไปเล่นอยู่บ้านมายครอฟบ่อยๆ ชั้นเข้าใจว่าแค่ไปเรียนเปียโนตามปกติ แต่ที่แท้....แอบไปซุ่มเงียบซ้อมเล่นเปียโนกันมานี่เอง"
          "นี่เชอร์ลินจะเล่นเปียโนในที่สาธารณะครั้งแรกเลยนะ" จอห์นพูดอย่างตื่นเต้น "แล้วนายจะรู้ว่าลูกเล่นเปียโนเก่งแค่ไหน ยิ่งเรียนกับมายครอฟจะยิ่งเก่งมากขึ้นแน่"
          "ไม่ใช่แค่เชอร์ลินหรอกที่เล่นเปียโนในที่สาธารณะครั้งแรก มายครอฟก็เหมือนกัน" เชอร์ล็อคพูด "สงสัยเป็นของขวัญแต่งงานจากสองคนนั้นที่มอบให้เรา"
          จอห์นยิ้มแล้วหันไปมองเชอร์ล็อคที่กำลังมอบตอบกลับมาเช่นกัน "ชั้นรักนายนะเชอร์ล็อค ขอโทษสำหรับเรื่องแย่ๆที่เคยทำให้นายเสียใจ"
          "ไม่เป็นไร ชั้นไม่โกรธ" เชอร์ล็อคตอบ "ต่อไปนี้เราเริ่มต้นกันใหม่นะ"
          จอห์นพยักหน้ารับ ก่อนที่เสียงเปียโนจากนักดนตรีทั้งสองจะเริ่มบรรเลงขึ้น




Endless Love ( หาเวอร์ชั่นเปียโนที่เราชอบไม่ได้เลย จึงขออนุญาตใช้อันนี้แทนค่ะ )



My love,
There's only you in my life
The only thing that's bright

My first love,
You're every breath that I take
You're every step I make

And I ……

I want to share
All my love with you
No one else will do...

And your eyes
Your eyes, your eyes
They tell me how much you care
Ooh yes, you will always be
My endless love

Two hearts,
Two hearts that beat as one
Our lives have just begun

Forever

I'll hold you close in my arms

I can't resist your charms

And love
Oh, love
I'll be a fool
For you,
I'm sure
You know I don't mind
Oh, you know I don't mind

'cause you,
You mean the world to me
Oh
I know
I know
I've found in you
My endless love

Oooh-woow


Oooh, and love
Oh, love
I'll be that fool
For you,
I'm sure
You know I don't mind
Oh you know
I don't mind

And, yes
You'll be the only one
'cause no one can deny
This love I have inside
And I'll give it all to you
My love
My love, my love
My endless love


          เท้าของทั้งสองหยุดก้าวตามจังหวะเมื่อเพลงจบลง มือข้างขวาที่สอดนิ้วไว้อย่างแนบแน่นลดต่ำลงจนอยู่แค่ข้างตัว มือที่โอบหลังกดแนบแน่นยิ่งขึ้นไปอีก
          เชอร์ล็อคจ้องไปที่ดวงตาคู่สีเทาของจอห์นที่มองมาด้วยความรัก "เกมส์ของเรามันเริ่มต้นขึ้นแล้ว ดร.วัตสัน" เชอร์ล็อคพูด
          จอห์นยิ้มก่อนจะถาม "มันจะมีวันจบลงมั้ย"
          "Never Ending" เชอร์ล็อค โฮมส์ตอบก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจูบจอห์น วัตสันอย่างดูดดื่ม เสียงโห่ร้องอย่างอิจฉาปนกับการแซวของครอบครัวและเพื่อนๆดังขึ้นอย่างไม่ขาดสายเมื่อได้เห็นจูบประวัติศาสตร์ของยอดนักสืบและอดีตคู่หูที่ตอนนี้กลายมาเป็นคู่สมรสกันไปเรียบร้อยแล้วอีกครั้ง



          งานเลี้ยงช่วงค่ำจบลงในเวลาสามทุ่มไม่เกินกำหนดเวลาที่ตั้งเอาไว้ แขกที่มาร่วมงานต่างพากันทยอยกลับหลังจากงานเลี้ยงจบลง เจ้าบ่าวทั้งสองยิ้มพอใจที่เห็นแขกค่อนข้างที่จะชื่นชอบงานเลี้ยงที่ทั้งสองคนตั้งใจจัดขึ้น
          คุณพ่อและหม่ามี้ของเชอร์ล็อคไปรออยู่ที่รถของมายครอฟเพราะท่านทั้งสองจะยังคงพักที่บ้านของลูกชายคนโตก่อนที่จะกลับบ้านที่เมืองลีดส์ในวันพรุ่งนี้ ส่วนคุณแม่ของจอห์น สารวัตรเลสเตรดอาสาที่จะไปส่งให้ที่บ้านเอง เพื่อให้จอห์นกลับไปพักผ่อนและไม่ต้องห่วงเรื่องคุณแม่เพราะเพื่อนสนิทอย่างเลสเตรดจะจัดการให้
          จอห์นและเชอร์ล็อคพาเชอร์ลิยกลับไปที่แฟลตเลขที่ 221B เบเกอร์สตรีทเพราะทั้งสองไม่มีแพลนที่จะซื้อเรือนหอใหม่ เพราะที่นี่คือบ้านของครอบครัวเขาจริงๆ ทั้งสามคนรวมไปถึงคุณนายฮัตสันกลับถึงบ้านในเวลา 4 ทุ่มเล็กน้อย ต่างคนต่างขอแยกกันไปพักผ่อน
          ทุกอย่างเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไป จอห์นย้ายลงมานอนห้องเดียวกับเชอร์ล็อคที่ชั้นสองหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแต่งงาน เชอร์ล็อคขอตัวไปอาบน้ำก่อน ส่วนจอห์นก็นั่งคุยเรื่องต่างๆเป็นเพื่อนเชอร์ลินจนกว่าเชอร์ล็อคจะอาบน้ำเสร็จ และในช่วงนี้เองจึงทำให้จอห์นรู้คำสารภาพผิดจากเชอร์ลินว่าที่จริงแล้วตอนเล่นเปียโนนั้นเธอเล่นผิดโน้ตไปหลายตัวมากเลยทีเดียวเพราะความตื่นเต้น จอห์นก็ทำได้แต่หัวเราะและบอกว่าไม่เป็นไร ไว้ฝึกให้เก่งแล้วมาเล่นให้ดูใหม่ก็ได้
          เมื่อเชอร์ล็อคอาบน้ำเสร็จเขาก็รับหน้าที่พาเชอร์ลินไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด จอห์นจึงไปใช้ห้องน้ำชั้นบน เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินกลับลงมาที่ห้องนอนชั้นล่าง
          ในห้องคือเชอร์ลินในชุดนอนลายการ์ตูน ไร้เครื่องประดับที่ข้อมืออย่างสร้อยข้อมือพลอยทัวร์มาลีนสีชมพูกำลังนอนกอดเชอร์ล็อคอยู่ ดูเหมือนเธอจะกำลังเล่าเรื่องแบบเดียวกับที่เล่าให้จอห์นฟังเมื่อสักครู่ให้คุณพ่อของตัวเองฟังบ้าง เชอร์ล็อคหัวเราะกับสิ่งที่ลูกสาวเล่าก่อนจะหันไปมองจอห์นที่พึ่งเปิดประตูห้องนอนมา
          จอห์นในชุดนอนแขนสั้นกางเกงขายาวสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามาในห้อง เชอร์ลินพยุงตัวขึ้นมองแล้วพูด "คุณพ่อกับปะป๊าใส่ชุดนอนเหมือนกันเลย สีเดียวลายเดียวกันเลยค่ะ"
          จอห์นยิ้มแล้วพูด "คนแต่งงานแล้วก็จะเป็นแบบนี้แหละ" เขาพูด "แล้วข้อมือไปไหนล่ะเชอร์ลิน"
          "ข้อมือเก็บอยู่ในลิ้นชักของเชอร์ลินค่ะ" เชอร์ลินตอบแล้วก้มมองตัวเอง "ทำไมชุดนอนเชอร์ลินไม่เหมือนใครเลย"
          เชอร์ล็อคลูบผมยาวดำของลูกสาวแล้วพูด "เดี๋ยวเราไปซื้อชุดนอนใหม่กันดีกว่า ใส่เหมือนกัน 3 คนเลยดีไหม"
          เชอร์ลินพยักหน้า "ดีค่ะ ใส่เหมือนกันสามคนเลย" เธอพูดแล้วลุกขึ้น "ถ้าปะป๊ามาแล้ว เชอร์ลินไปนอนก่อนนะคะคุณพ่อ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"
          เชอร์ล็อคและจอห์นขมวดคิ้วมอง "เชอร์ลินจะไปไหน" จอห์นถาม
          "ก็.........." เชอร์ลินอ้ำอึ้ง "ไปนอนไงคะ ห้องข้างบน"
          "ไปนอนห้องข้างบนทำไม ห้องของเชอร์ลินคือห้องนี้นะ" จอห์นพูด
          "ลุงไมค์พูดอะไรอีก" เชอร์ล็อคถามด้วยเสียงหงุดหงิด "ลูกไปฟังอะไรมา"
          เชอร์ลินก้มหน้าอย่างสำนึกผิด "ลุงไมค์บอกว่าเชอร์ลินต้องแยกห้องนอนได้แล้วเพราะว่าคุณพ่อแต่งงานแล้ว คนแต่งงานกันต้องนอนห้องเดียวกัน" เชอร์ลินตอบเสียงแผ่ว "คนแต่งงานกันต้องมีเวลาอยู่ด้วยกันแบบผู้ใหญ่ๆ เด็กไม่ควรอยู่ด้วย"
          จอห์นถอนหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อนึกถึงมายครอฟผู้ที่กลายเป็นพี่เขยในปัจจุบัน "ปะป๊าบอกแล้วไงว่าอย่าฟังที่ลุงไมค์พูดมากจนเกินไป เป็นยังไงล่ะทีนี้.....เชอร์ลินจะย้ายห้องนอนเลยหรอ"
          "เชอร์ลินอยากให้คุณพ่อกับปะป๊ามีความสุข เชอร์ลินไปนอนข้างบนก็ได้ค่ะ เชอร์ลินโตแล้ว เชอร์ลินนอนได้"
          "แล้วลูกอยากนอนคนเดียวจริงๆหรอ" เชอร์ล็อคถาม
          เชอร์ลินส่ายหน้า "ไม่ค่ะ เชอร์ลินอยากนอนห้องนี้กับคุณพ่อ อยากนอนกอดคุณพ่ออีก"
          "แล้วปะป๊าล่ะ เชอร์ลินอยากนอนกอดด้วยมั้ย" จอห์นถาม
          เชอร์ลินเงียบไม่ได้ตอบคำถามนั้น
          เหมือนหัวใจของจอหืนหล่นลงไปที่ตาตุ่มเมื่อเชอร์ลินไม่ตอบคำถาม เขาพยักหน้าเข้าใจ แล้วพูด "ไม่เป็นไร ปะป๊าเข้าใจว่ามันต้องอาศัยเวลาในการปรับตัว...ปะป๊าขึ้นไปนอนห้องข้างบนก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะลงมาปลุกนะ"
          "คือ......" เชอร์ลินลังเล "คือเชอร์ลินนอนกอดปะป๊าไม่ได้ค่ะ เพราะว่าเชอร์ลินกอดคุณพ่ออยู่"
          "อ่า...ปะป๊าเข้าใจ ปะป๊าไปนอนห้องข้างบนก็ได้ ห้องนั้นมันก็อุ่นอยู่นะ ปะป๊านอนห้องข้างบนมาตั้งหลายปีนี่นา" จอห์นฝืนตอบ
          "เชอร์ลินกอดปะป๊าไม่ได้เพราะแขนไม่ว่าง แต่ปะป๊านอนกอดเชอร์ลินได้นะคะ เพราะแขนปะป๊ายังว่างนี่นา" เชอร์ลินตอบ "ใช่มั้ยคะคุณพ่อ ปะป๊านอนกอดเชอร์ลินได้ใช่ไหมคะ"
          เชอร์ล็อคส่ายหน้า "ปะป๊าต้องกอดพ่อสิ กอดเชอร์ลินคนเดียวนี่ไม่ยุติธรรมเลย" เชอร์ล็อคพูด "นี่พ่อแต่งงานกับปะป๊าแล้วนะ"
          "ไม่เอาอ่ะไม่เอา ปะป๊าต้องกอดเชอร์ลินสิคะ คุณพ่อมีเชอร์ลินกอดอยู่แล้วไง พอได้แล้วค่ะ" เชอร์ลินโวยวาย
          จอห์นยิ้ม "เดี๋ยวกอดทั้งคู่เลยไม่ต้องทะเลาะกัน" เขาพูดแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอนหลังใหญ่ "มีที่พอไหมเนี่ย ในนี้มีใครนอนดิ้นหรือเปล่า"
          "ไม่มีคนนอนดิ้นค่ะ" เชอร์ลินตอบ "นี่ๆ ปะป๊านอนตรงนี้ นอนข้างๆเชอร์ลินจะได้กอดเชอร์ลินแน่นๆเลย"
          "ไม่ยุติธรรมกับพ่อเลยให้ตายสิ" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงงอนแล้วล้มตัวลงนอน "ยื่นแขนมากอดให้ถึงชั้นนะจอห์น"
          จอห์นยิ้มแล้วนอนบนเตียง เชอร์ลินมองพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างสองคนแล้วค่อยล้มตัวนอน จอห์นนอนตะแคงข้างแล้วยื่นแขนสอดไปใต้ศรีษะของเชอร์ลินเพื่อให้เชอร์ลินนอนหนุน เชอร์ล็อคนอนตะแคงหน้าหันกลับมาขยับตัวเบียดเข้าไปอีกเพื่อให้มือของจอห์นสามารถโอบไหล่ได้ ส่วนเชอร์ลินผู้นอนอยู่ตรงกลางนั้นสบายที่สุดเพราะไม่ต้องขยับไปไหน คุณพ่อและปะป๊าของเธอนอนกอดเธอทั้งสองด้านจนอบอุ่นแล้ว
          "ดีจังเลย ที่คุณพ่อกับปะป๊านอนกอดเชอร์ลินแบบนี้" เชอร์ลินพูด "เรานอนกอดกันแบบนี้ทุกคืนเลยได้ไหมคะ"
          "ถ้าแขนปะป๊าไม่เหน็บกินไปเสียก่อนก็สัญญาว่ากอดทุกคืนเลย" จอห์นหัวเราะ "เชอร์ลินต้องลดน้ำหนักแล้วไม่งั้นแขนปะป๊าชาหมดก่อนแน่"
          "ไม่ลดหรอก จะกินอีกเยอะๆ" เชอร์ลินอู้อี้ตอบแล้วยกแขนขึ้นกอดเชอร์ล็อค
          เชอร์ล็อคขยับตัวเล็กน้อยเพื่อกดจูบไปที่เส้นผมสีดำของลูกสาวอย่างที่เคยทำทุกคืน "ราตรีสวัสดิ์นะเชอร์ลิน"
          เชอร์ลินผงกหัวขึ้นมาจูบแก้มเชอร์ล็อคกลับแล้วพูด "ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ
          จอห์นยิ้มแล้วจูบไปที่ขมับข้างซ้ายของเชอร์ลินแล้วพูด "ฝันดีนะลูกสาวของปะป๊า"
          เชอร์ลินพลิกตัวกลับมาแล้วจูบแก้มจอห์น "ฝันดีค่ะปะป๊า" เธอพูดแล้วพลิกตัวกลับไปนอนกอดเชอร์ล็อคต่อ
          จอห์นพยุงตัวขึ้นแล้วยื่นหน้าไปจูบที่หน้าผากของสามีตัวเองเบาๆ "ฝันดีนะเชอร์ล็อค"
          เชอร์ล็อคทำได้แต่เพียงยิ้มเพราะไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เนื่องจากถูกเชอร์ลินกอดอยู่ จอห์นจึงหันไปปิดโคมไฟข้างเตียงแล้วล้มตัวลงนอน
          มือข้างซ้ายของจอห์นที่เชอร์ลินไม่ได้นอนทับไว้ยื่นไปจับมือของเชอร์ล็อคที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนอุ่น เชอร์ล็อคบีบมือตอบรับเบาๆก่อนจะสอดนิ้วมือเข้าไปที่นิ้วมือของจอห์น แล้วกุมมือของกันและกันเอาไว้ตลอดทั้งคืน...........









******************************************
          ถ้าช่วงพิธีการมันจะมีอะไรผิด หรือขาดตกบกพร่องอะไรบอกได้นะคะ เรานับถือพุทธค่ะ แล้วนี่ก็แปลคำสาบานมาจากภาษาอังกฤษอีก ไม่รู้จะแปลถูกไหม แต่ลองเทียบกับภาษาไทยมาบ้าง ปรับคำไปบ้างแล้ว ถ้ามันไม่ถูกต้อง ใครนับถือคริสต์มาบอกเราได้ค่ะ เราจะลองปรับแต่งช่วงพิธีการใหม่
          นี่ตั้งใจตั้งชื่อว่า His Last Vow ( คำสาบานครั้งสุดท้าย ) ให้พ้องกับในซีรีส์เลย แต่ในซีรีส์จบไม่สวยเนอะ ของเราเอาจบให้สวยๆ ต่างจากซีรีส์สักหน่อย อีกอย่างคำสาบานครั้งสุดท้ายในทีนี้เป็นของจอห์นด้วยไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานครั้งสุดท้าย และ Last Vow จริงๆก็คือการสาบานกับเชอร์ลินว่าจะดูแลเชอร์ลินอย่างดีด้วย นี่คือ His Last Vow จริงๆ
          อ้อ...ใช่.....เราชอบที่สองคนนี้เป็น 'สามีของกันและกัน' มากกว่าเป็นสามีภรรยา เราว่ามันน่ารักดีและดูไม่แบ่งแยกด้วย : )
        เพลง Endless Loveที่เอามาใช้ เราชอบมากๆ ( เพลงดักแก่อีกแล้ว 555 มันเก่ามากตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 ) จริงๆเวอร์ชั่น Original เพราะว่าของ Glee มากกกก แต่เขาไม่ได้มีการบันทึกเสียงเพลงต้นฉบับเอาไว้ค่ะ มีแต่การแสดงสดเท่านั้นมันเลยฟังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เราเลยไม่ได้เอามาใช้ ใครสนใจกดฟังได้ค่ะ ฟังแล้วหลายคนน่าจะชอบเหมือนเรา ความหมายมันน่ารักดีเนอะ เพลงก็หวานมากด้วย ( เพลงนี้เป็นเพลงรักอมตะตลอดกาลด้วยค่ะ จึงมีหลายเวอร์ชั่นมาก เพื่อนๆไปหาฟังได้ค่ะ เผื่อใครไม่ชอบเวอร์ชั่นของ Glee แต่เราชอบของ Glee นะ เสียงแหลมน้อยสุดแล้ว เลยฟังดูหวานๆดี )



          
          ปล.เรื่องนี้มันยังไม่จบค่ะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #384 Sedius (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 19:21

    อ่ยยย จบดีมากเลยยยย

    #384
    0
  2. #292 heechulnarak (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:33
    เกลียดการเสียมหลานของคุณลุงไมค์มากคะ 55555555 เดียวรอเด็กโตก่อนก็ได้ สงสารเด็ก 555555
    #292
    0
  3. #229 Mojito* (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 23:29
    แงงงงงงง หวานจนตัวจะระเบิด ดีต่อจัยยยยยยย ;//////;

    สรุป! ตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ค่ะว่าผู้ใดจะเป็นสามีทั้งนอกเตียงและในเตียง ตามต่อไปค่ะ! .โดนเตะ

    แต่เป็นงานแต่งที่แบบนัลล๊าคอบอุ่นภายในครอบครัวมากค่ะ ไม่รู้จะเวิ่นจุดไหนดีเพราะมันน่าเวิ่นเพ้อเจ้อไปหมดเลยค่ะ ;/////;

    ตอนเต้นรำนี่ยอมใจเลยค่ะ มันน่าหวีดมาก กระซิกๆ .กัดผ้าทึ้งหมอน แต่คำพูดสไตล์พี่ไมค์อ้อยพี่เกร็กของจริงๆ เค้าก็ว่าไม่จู่ๆพี่เหนียงลุกขึ้นมาปากหวาน โถๆๆๆ ใช้ท่าไม้ตายพี่ชายนี่เอง 555
    #229
    0
  4. #218 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 19:14
    ดีใจสุดๆ
    #218
    0
  5. #213 SHKMHB (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 09:20
    แงงๆๆๆ จบแย้วเหยอใจหายอ่า แต่จบได้อบอุ่นละมุนสุดๆเลยจ้าา น่ารักมากกๆ

    รอติดตามเรื่องต่อไปเน้อ

    คู่ข้าราชการด้วยยย
    #213
    0
  6. #212 Junior Prince LP (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 23:57
    ยังไม่อยากให้จบจริงๆเช่นกันเลยคะไรต์ อ่านตอนนี้แล้วเหมือนได้ร่วมงานแต่งด้วยเลยอ่าา แล้วมีความรู้วึกอบากแหวกกคนถ่ายรูปแล้วเรากดถ่ายกลางงานมั่ง จะเป็นภาพที่ฟิยที่สุดในสามโลเลยค่า55555

    ขอชื่นชมไรต์นะคะ การเรียบเรียงเนื้อเรื่องและการวางตัวละครได้เท่าเทียมและการบรรยายได้ลงตัวสุดๆอย่างไม่มีใครทำได้ขนาดนี้มาก่อน เราชอบอ่านฟิคมากค่ะสไตส์แต่ละคนที่แต่งก็มีแตกต่างกัน ดังนั้นเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ ถ้ามีผลงานมาอีกจะติดหนึบตลอดๆๆๆเลยจ้า

    ปล.คู่พี่ไมค์ เราจะตามอ่านเก็บเยอะๆ หลังจากที่ดองอ่านมานานเพราะงานตลุมบอนมาก
    #212
    0
  7. #211 Jeab (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 17:51
    อ้าว จบแล้ว หวีดกันตอนไหนอะคะ ขอหวีดค่ะ ดิ้นปัดๆ
    #211
    0