[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 44 : Unspoken ตอนที่ 42 : It's Almost The End

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59


          บรรยากาศหน้าโรงเรียนประถมยามเย็นยังเป็นแบบเดิมเสมอ ผู้ปกครองมายืนรอรับบุตรหลานอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เด็กนักเรียนชายหญิงวัยกำลังซนต่างรีบพากันออกจากโรงเรียนทันทีที่ถึงเวลาเลิกเรียน
          จอห์น วัตสันอยู่ในชุดเสื้อเชิร์ตลายสก็อตสีแดงปนสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีดำตัวโปรดกำลังยืนรอหลานสาวอยู่ที่หน้าประตูอย่างเคย เชอร์ลิน โฮมส์หลานสาวของเขามักจะออกจากโรงเรียนมาช้าที่สุดเสมอเพราะเธอต้องกล่าวลาเพื่อนๆและคุณครูให้ครบเสียก่อน
          นี่ก็เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่เขาต้องมารับ-ส่งเชอร์ลินที่โรงเรียนตามลำพังโดยไร้เชอร์ล็อค โฮมส์ผู้เป็นพ่อของเชอร์ลินเพราะเขากำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ แมร์รี่ มอร์สแตนผู้หญิงจอมลวงโลกคนนั้นยิงเชอร์ล็อคเพื่อนของเขาแล้วยังวางแผนที่จะลักพาตัวหลานของเขา.....มันเป็นความผิดของเขาเองที่เขาพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในชีวิต...ผิดที่เขาเองที่ทั้งเชอร์ล็อคต้องมาเจ็บตัว และเชอร์ลินต้องร้องไห้อีกครั้งมันเป็นความผิดของเขาเอง
          เชอร์ล็อคมีอาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ มายครอฟ โฮมส์พี่ชายของเชอร์ล็อคยังไม่ยอมย้ายประวัติการรักษามาให้เขาเป็นคนดูแลอย่างที่ควรจะเป็น มายครอฟทำตัวน่ารำคาญเสมอในความคิดของเขา แต่ยังดีที่มายครอฟไม่กันหลานให้ออกห่างจากเขาและยังให้เขาไปรับส่งเชอร์ลินที่โรงเรียนได้ในช่วงที่เชอร์ล็อคยังไม่หายดี
          จอห์นย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเลขที่ 221B เบเกอร์สตรีทแล้วหลังจากหย่ากับภรรยาจอมหลอกลวงคนนั้น บ้านที่เคยเป็นเรือนหอปัจจุบันเขาประกาศขายไปแล้วและคงไม่กลับไปที่นั่นอีก เขามีบ้านที่อยู่แล้วรู้สึกดีมากกว่า อบอุ่นมากกว่า นั่นก็คือแฟลตเล็กๆบนถนนเบเกอร์แห่งนั้น
          เขากลับไปนอนที่ห้องเดิมของตัวเองที่แฟลต เชอร์ลินจะนอนอยู่กับเชอร์ล็อคที่โรงพยาบาล ห้ามก็ไม่ค่อยฟัง เธอบอกว่าเธอจะเฝ้าคุณพ่อ มายครอฟเลยอยู่เฝ้าทั้งน้องและหลานที่โรงพยาบาลตลอดทั้งคืน ทุกๆเช้าจอห์นก็จะรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนำอาหารเช้าของเชอร์ลินที่คุณนายฮัตสันทำให้และชุดนักเรียนไปให้เปลี่ยน เชอร์ลินจะทานอาหารเช้ากับคุณพ่อก่อนจะไปโรงเรียน ตอนเย็นก็จะรีบกลับไปหาที่โรงพยาบาลเพื่อทำหน้าที่เป็นพยาบาลตัวน้อยๆคอยดูแลพ่อของตัวเองไม่ห่าง
          ไม่รู้ว่าเมื่อเชอร์ล็อคหายดีเขาจะกลับไปอยู่ที่แฟลตไหม เชอร์ล็อคอาจจะไปอยู่กับพี่ชายที่ดูแลได้ดีกว่า จอห์นดูแลเชอร์ล็อคได้แย่....เขาสร้างแต่ปัญหา เขาแย่เกินไปที่จะได้ดูแลเชอร์ล็อคอย่างเดิม เขารู้ตัวดี

          "อาจอห์นขา อาจอห์น" เสียงของเชอร์ลิน โฮมส์ดังขึ้นเพื่อดึงเขาออกจากห้วงความคิดของตัวเอง
          จอห์นเดินไปที่หน้าประตูโรงเรียนแล้วรับกระเป๋านักเรียนลายการ์ตูนของเด็กหญิงวัยประถมมาถือเอาไว้ มืออีกข้างก็จูงมือหลานสาวตัวเล็ก
          "เป็นยังไงบ้าง วันนี้ที่โรงเรียนสนุกมั้ย" จอห์นถาม "วันนี้ทำอะไรบ้าง"
          "วันนี้เชอร์ลินเรียนวาดรูปด้วยค่ะ แต่ไม่ได้ใช้สีเทียนเหมือนตอนอนุบาลแล้ว เชอร์ลินใช้สีน้ำเป็นแล้วนะคะอาจอห์น" เชอร์ลินชี้ไปที่กระเป๋า "รูปอยู่ในกระเป๋าค่ะ เอาไว้ไปดูพร้อมๆกันกับคุณพ่อที่โรงพยาบาลนะคะ"
          จอห์นมองกระเป๋าแล้วยิ้ม "วาดรูปอะไร วาดรูปแมวอีกแล้วหรือเปล่า"
          "วาดรูปคุณพ่อค่ะ" เชอร์ลินยิ้ม "รอบนี้วาดขาเท่ากันสองข้างแล้วนะคะ"
          จอห์นหัวเราะ "ใช่เลย ตอนอนุบาลเชอร์ลินวาดขาคุณพ่อไม่เท่ากัน คุณพ่อเลยเดาตั้งนานว่าในรูปคือใคร"
          "คุณพ่อเดาไม่เคยถูกเลย เชอร์ลินวาดโดเรม่อน คุณพ่อยังไม่รู้จักเลยค่ะ"
          "ก็คุณพ่อไม่รู้จักโดเรม่อนนี่" จอห์นยิ้ม "ไว้คุณพ่อหายแล้วกลับไปอยู่บ้าน เราซื้อการ์ตูนเรื่องใหม่ๆมาดูด้วยกันเนอะ คุณพ่อจะได้รู้จักตัวการ์ตูนที่เชอร์ลินชอบหลายๆตัว ดีไหม?"
          "ดีค่ะ" เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจ แล้วก็มีสีหน้าเศร้าลงเล็กน้อย "แต่ลุงไมค์ไม่ให้อาจอห์นเข้าบ้านใช่มั้ยคะ แล้วอาจอห์นจะดูการ์ตูนกับเชอร์ลินกับคุณพ่อได้ยังไง เชอร์ลินอยากดูการ์ตูนกับอาจอห์นกับคุณพ่อ"
          "เชอร์ลินก็กลับไปอยู่กับอาที่แฟลตสิ กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม มีคุณพ่อ มีคุณยาย มีเชอร์ลินแล้วก็มีอาดีไหม" จอห์นถาม "ตอนเช้าเราจะได้ทานอาหารเช้าด้วยกัน เดินไปโรงเรียนด้วยกัน ตอนเย็นกลับมาเราก็จะได้ทานอาหารเย็นพร้อมกัน วาดรูปเล่นบนพื้นห้องรับแขก เล่นของเล่น ดูการ์ตูนด้วยกันดีไหม"
          "อาจอห์นจะกลับมาอยู่ด้วยกันใช่มั้ยคะ คุณพ่อบอกว่าอาจอห์นแต่งงานไปแล้ว แล้วก็จะไม่กลับมาอยู่กับเชอร์ลินอีก ลุงไมค์บอกว่าที่ให้เชอร์ลินกับคุณพ่อไปอยู่บ้านลุงไมค์เพราะอาจอห์นไม่อยู่จะไม่มีใครดูแลคุณพ่อกับเชอร์ลิน ลุงไมค์เลยจะดูแลแทน" เชอร์ลินพูดเสียงแผ่ว
          "ใครดูแลเชอร์ลินของอาได้ดีเท่าอาจริงไหม ลุงไมค์ของเชอร์ลินทำแพนเค้กรูปหมีอร่อยหรือเปล่า ลุงไมค์รู้รึเปล่าว่าเชอร์ลินชอบกินคุ้กกี้ก่อนนอนไม่ใช่สตรอเบอร์รี่" จอห์นถาม "ลุงไมค์จะไปดูแลเชอร์ลินได้ดีเท่าอาได้ยังไง"
          เชอร์ลินยิ้ม "กาแฟที่บ้านลุงไมค์ไม่อร่อยด้วยค่ะ คุณพ่อบอก"
          "บอกคุณพ่อว่าให้กลับไปอยู่ที่บ้านเราเถอะนะเชอร์ลิน อาสัญญาว่าอาจะไม่ทิ้งเชอร์ลินกับคุณพ่อไปไหนอีก อาจะดูแลคุณพ่อกับเชอร์ลินเอง" จอห์นพูด "บอกคุณพ่อว่าถ้าหายแล้ว ให้กลับไปอยู่ด้วยกันที่ถนนเบเกอร์นะ ตกลงไหม"
          เชอร์ลินพยักหน้า "เข้าใจค่ะ" เด็กหญิงพูดแล้วชูมือขึ้นด้วยความดีใจ "เย้ ! จะได้กลับไปอยู่บ้านแล้ว"
          จอห์นยิ้มกับท่าทีดีใจของหลานสาว....หากเชอร์ลินไปอ้อนมายครอฟ คิดว่ามายครอฟน่าจะยอมให้หลานกลับไปอยู่ที่เดิม ส่วนเชอร์ล็อค....คงต้องลุ้นเอาดูอีกทีว่าจะใจอ่อนไหม....ใจอ่อนพอที่จะให้อภัยคนที่ทำเชอร์ล็อคเสียใจได้ไหม
          "รีบกลับไปหาคุณพ่อกันดีกว่าเนอะ ใกล้ได้เวลามื้อเย็นของคุณพ่อแล้ว เดี๋ยวเราสองคนกลับไปไม่ทันคุณพ่อกินยา" จอห์นพูดกับหลานสาว
          "ถ้าเชอร์ลินไม่อยู่ คุณพ่อจะไม่ยอมกินยาด้วย" เชอร์ลินพูด "คุณพ่อเป็นคนไข้ที่ดื้อมากๆ"
          "คุณหมอเชอร์ลินต้องรีบไปจัดการคนไข้ดื้อๆแล้ว" จอห์นพูด "ไปโรงพยาบาลกันนะ"
          เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจแล้วจับมือของจอห์นให้กระชับขึ้น



          หน้าห้องพักคนไข้พิเศษที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ตามคำขอของมายครอฟ โฮมส์ ปกติแล้วจะมีคนของมายครอฟเฝ้าเอาไว้อยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้แปลกออกไป ไม่มีคนเฝ้าและในห้องมันดู....เงียบกว่าปกติ จอห์นขมวดคิ้วมองรอบตัวด้วยความสงสัย
          เชอร์ลินยื่นมือไปบิดลูกบิดประตูห้องพักคนไข้แล้วผลักเข้าไป
          "คุณปู่ คุณย่า สวัสดีค่ะ" เชอร์ลินกล่าวทักทายชายหญิงสูงวัยด้วยเสียงสดใส "วันนี้คุณปู่ คุณย่ามาเร็วจังเลยค่ะ ลุงไมค์เลิกงานเร็วหรอคะ"
          คุณโฮมส์และคุณนายโฮมส์ที่มาเยี่ยมลูกชายคนเล็กเป็นเวลาร่วมสัปดาห์และอาศัยอยู่ที่บ้านของมายครอฟ หันมายิ้มให้หลานสาวตัวเล็ก
          "เชอร์ลี่ กลับมาแล้วหรอลูก หิวไหม ออกไปทานมื้อเย็นกับปู่กับย่าไหม" คุณนายโฮมส์ทักหลานสาว
          "สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่" จอห์นกล่าวทักทายพ่อแม่ของเพื่อน แล้วมองรอบห้อง "เชอร์ล็อคไปเอ็กซเรย์หรอครับ ทำไมไม่อยู่ในห้อง"
          คุณโฮมส์และคุณนายโฮมส์มองหน้ากันด้วยความสงสัย "เชอร์ล็อคเขาออกจากโรงพยาบาลไปตั้งแต่บ่าย 3 แล้วนะจอห์น หมออนุญาตแล้ว" คุณโฮมส์พูด
          "ออก....ออกจากโรงพยาบาลหรอครับ ออกไปได้ยังไง ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย แล้วนี่เขาไปไหนครับ"
          "อ่า....แม่ได้ยินเขาบอกว่าเขามีนัดนะ" คุณนายโฮมส์พูด "เขารีบไปตามนัดน่ะ"
          จอห์นขมวดคิ้ว "นัด...กับใครครับ?"
          "อ่า....แม่ไม่แน่ใจ เขาบอกว่ามีนัดไปดูหนัง" คุณนายโฮมส์หันไปหาสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ "ช่วยพูดอะไรหน่อยสิคุณ"
          "อ้อใช่....เขาบอกว่าเขามีนัดนะ นัดที่เขาเคยไปสาย เขาอยากกลับไปแก้ไข" คุณโฮมส์พูด "นัดตอน 5 โมงเย็นน่ะ"
          "นัดกับใครครับคุณพ่อ เขายังไม่หายดีพอที่จะออกไปไหนมาไหนตอนค่ำๆเลยนะครับ" จอห์นพูด "คุณพ่อทราบไหมครับว่าเขาไปไหน"
          "อ่า....คือ" ชายหญิงสูงวัยสองคนมองหน้ากันไปมา
          "ไปดูหนัง" ชายคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา "เชอร์ล็อคไปดูหนัง"
          "ลุงไมค์ !!!" เชอร์ลินกล่าวทักทายผู้ที่มาใหม่
          "ว่ายังไงเด็กดี หิวไหม เดี๋ยวเราไปทานมื้อเย็นกันนะ" มายครอฟกล่าวกับหลานสาว
          "มายครอฟ เชอร์ล็อคไปไหน นี่เขาออกจากโรงพยาบาลไปยังไงทำไมชั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย" จอห์นถาม
          "ก็เขาหายดีแล้ว หมออนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ ชั้นเลยเซ็นต์ให้เขาออกจากโรงพยาบาลเอง" มายครอฟตอบ "อีกอย่างเขามีนัดด้วย เขาต้องรีบไป"
          "นั่นคือสิ่งที่ชั้นสงสัย เขามีนัดกับใคร คุณพ่อบอกว่าเขาไปดูหนัง เชอร์ล็อคเนี่ยนะจะไปดูหนัง? เขาซื้อตั๋วหนังไม่เป็นด้วยซ้ำ"
          "เป็นสิ เขาซื้อเป็น เขาเคยซื้อมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสองปีก่อนและเขาก็ไม่ได้ไปดูไง" มายครอฟตอบ "ชั้นว่านายเข้าใจนะ"
          จอห์นก้มมองนาฬิกาข้อมือ ขณะนี้เวลา 16.45 น. ถ้าหากเขาไม่ได้เข้าใจสิ่งที่มายครอฟพูดผิดไป....เชอร์ล็อคจะไปรอเขาที่โรงหนังตอน 5 โมงตรงอย่างที่เคยนัดไว้ใช่ไหม?
          "ชั้นจะรับฝากเชอร์ลินให้ ขอแค่นายหาน้องชั้นให้เจอก็พอ" มายครอฟพูดแล้วยื่นบางอย่างให้ "เขาต้องกินยา"
          จอห์นรับซองพลาสติกใส่ยามาถือไว้แล้วรีบเดินไปคว้าเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำของเชอร์ล็อค ที่พาดไว้ที่โซฟาในห้อง
          "อากาศข้างนอกเย็นมาก ต้องเอาไปเผื่อ" จอห์นพูดขณะพับเสื้อโค้ทแล้วกอดเอาไว้ "หนังเรื่องอะไร รอบกี่โมงนายรู้รึเปล่า"
          มายครอฟยักไหล่ "มันเป็นเรื่องของนายสองคนชั้นไม่รู้" เขาพูดแล้วหันไปหาพ่อแม่ของตนเอง "ไปทานมื้อเย็นกับครับคุณพ่อ หม่ามี้ ผมจองร้านอาหารเอาไว้แล้ว"
          เชอร์ลินเงยหน้ามองคุณลุงกับคุณอาสลับกันไปมา "เชอร์ลินต้องไปกับใครคะ"
          "เชอร์ลินต้องไปทานมื้อเย็นกับคุณปู่ คุณย่า" มายครอฟตอบ "อาจอห์นจะออกไปหาคุณพ่อ ต้องรีบไป เชอร์ลินจะเดินตามไม่ทัน"
          จอห์นย่อตัวลง แล้วยื่นมือข้างที่ว่างลูบผมหลานสาวเบาๆ "อาไปหาคุณพ่อก่อน คุณพ่อไม่ได้สวมเสื้อโค้ท คุณพ่อจะหนาว คุณพ่อต้องกินยาด้วย ถ้าอาหาคุณพ่อเจอแล้วอาจะโทรหาเชอร์ลินนะ เชอร์ลินเปิดนาฬิการอนะ อาจะโทรไปถามว่าเชอร์ลินอยู่ที่ไหน แล้วอากับคุณพ่อจะไปหา"
          เชอร์ลินยกข้อมือขึ้นมาแล้วยิ้ม "เปิดเครื่องรอแล้วค่ะ" 
          "อาไปนะ" จอห์นพูดแล้วลุกขึ้นยืน "ผมขอโทษนะครับคุณพ่อ คุณแม่ที่ผมเสียมารยาท ผมคงต้องขอรีบออกไปหาเชอร์ล็อคเขาก่อน ผมกลัวเขาจะมีไข้ครับ เขายังไม่หายดีถึงขนาดจะออกไปเดินคนเดียวตอนค่ำๆได้" 
          "ไม่เป็นไรจ้ะ แม่เข้าใจนะ แม่เข้าใจ" คุณนายโฮมส์ยิ้มให้อย่างใจดี
          เชอร์ลินเดินไปที่กระเป๋านักเรียนของตัวเองแล้วรูดซิปเปิด หยิบซองพลาสติกรูปการ์ตูนน่ารักออกมา "อาจอห์นคะ นี่รูปที่เชอร์ลินวาด อาจอห์นเอาไปให้คุณพ่อดูด้วยนะคะ"
          จอห์นรับซองพลาสติกมาถือไว้แล้วยิ้ม "ได้ เดี๋ยวอาเอาให้คุณพ่อเองนะ" เยาพูดก่อนจะขอตัวออกจากห้องพักคนไข้ไป

          คุณนายโฮมส์หันหน้าไปหาสามี "ที่รัก คุณว่าชั้นเล่นละครเนียนมั้ย"
          คุณโฮมส์หัวเราะเบาๆ "ผมก็ไม่แน่ใจ....ผมไม่แน่ใจว่าผมพูดถูกใช่มั้ยว่าเวลานัดคือ 5 โมง"
          มายครอฟยิ้ม "คุณพ่อกับหม่ามี้เก่งมากเลยครับ พูดไม่ผิด เล่นละครเนียนสุดๆเลย" เขาพูด แล้วก้มหน้ามองหลานสาว "จิตรกรเอกล่ะ วาดรูปสวยมั้ย"
          "สวยค่ะ วาดขาคุณพ่อเท่ากันทั้งสองข้างแน่นอน" เชอร์ลินยิ้ม "เชอร์ลินไปยืมกระดาษกับสีมาจากคุณครูทั้งๆที่ไม่มีเรียนศิลปะ คุณครูใจดีมาก ให้ยืมด้วยค่ะ"
          "คุณครูใจดีมาก ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ลุงจะออกทุนการศึกษาให้เด็กๆในชมรมศิลปะของโรงเรียนเพิ่มเอง" มายครอฟตอบ
          "มันจะดีหรอไมค์...เชอร์ลเขาจะไม่มาโกรธแม่ใช่มั้ย" คุณนายโฮมส์ถามด้วยเสียงเป็นกังวล "เชอร์ลเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย"
          "ไม่โกรธหรอกครับหม่ามี้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เชอร์ล็อคเขาจะไม่โกรธเราแน่นอน" มายครอฟตอบ
          คุณโฮมส์หันมาหาลูกชายคนโต "แล้วถ้ามันล่มล่ะ ถ้าเชอร์ล็อคไม่ไปรอที่โรงหนังจะทำยังไง จอห์นจะหาเชอร์ล็อคเจอไหม แล้วถ้าหาที่โรงหนังไม่เจอจะต้องไปหาที่ไหนต่อ เขาสองคนจะไปหาที่เดียวกันไหม"
          "เดี๋ยวจอห์นก็โทรหาเชอร์ลเองแหละคุณ เขามีเบอร์โทรกันนะ" คุณนายโฮมส์พูด
          มายครอฟล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท "เบอร์โทรน่ะมีครับ" เขาพูดแล้วกดปิดโทรศัพท์มือถือของน้องชาย "แต่บังเอิญว่าโทรศัพท์ของเชอร์ล็อคอยู่กับผม"
          "ถ้าเขาหากันไม่เจอต้องแย่แน่ๆ เราเดาใจเชอร์ลไม่ได้เลยว่าเขาจะไปโรงหนังไหม เราบอกเชอร์ลไปว่าจะมีคนไปรอ แต่ไม่ได้บอกว่าใคร ถ้าเขาเกิดไม่ไป จอห์นก็หาไม่เจอ โทรหาก็ไม่ติด" คุณนายโฮมส์พูด
          "อย่ากังวลไปเลยครับหม่ามี้ ผมเชื่อว่าเขามีสถานที่ที่จะหากันเจอที่เข้าใจกันอยู่แค่สองคน" มายครอฟพูด "ที่ผมกังวลไม่ใช่เรื่องจะหากันเจอไหม แต่เป็นเรื่องเมื่อพวกเขาพบกันแล้ว จะคุยกันเข้าใจไหมมากกว่าอีกคนก็ใช้เหตุผลมาก อีกคนก็ใช้อารมณ์เหนือเหตุผลมาก"



          "เชอร์ล็อค โฮมส์ออกไปแล้วหรอครับ !" จอห์นถามด้วยเสียงตกใจเมื่อเขามาถึงโรงภาพยนตร์ที่เขาและเชอร์ล็อคเคยนัดกันเอ่ไว้เมื่อสองปีก่อนที่เขาจะจากไป
          พนักงานงานจำหน่ายตั๋วพยักหน้ายืนยัน "ใช่ครับ ผมจำเขาได้ ผมเป็นแฟนคลับของเขา คุณเชอร์ล็อค โฮมส์มาจริงๆครับ มายืนดูรอบหนังที่จอโทรทัศน์แล้วก็ออกไป ไม่ได้ซื้อตั๋วหรือทำอะไรเลยครับ"
          "ดูรอบหนังหรอ" จอห์นหันไปมองจอทีวีที่ผนังใกล้ๆ "ตอนนี้มันมีหนังอะไรน่าสนใจบ้าง คนเขามาดูหนังเรื่องอะไรกัน"
          "ฮอบบิต ภาค 2 ครับ คนมาดูเรื่องนี้เยอะมากๆ เพราะประสบความสำเร็จมากๆในภาค 1" พนักงานชายพูด "จองตั๋วเลยมั้ยครับ เพราะหนังเรื่องนี้เข้ามานานแล้ว กำลังจะออกจากโรงในไม่ช้านี้แล้วครับ"
          "ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ" จอห์นกล่าวขอบคุณแล้วเดินไปดูตารางรอบฉายภาพยนตร์ที่จอโทรทัศน์จอนั้น....ฮอบบิตภาค 2 รอบ 5 โมงเย็นมีนะ เชอร์ล็อคไม่ได้จะมาดูหนัง แล้วไปไหน?
          ....ร้านแองเจโล่ !

          จอห์นรีบเรียกแท็กซี่ตรงหน้าโรงภาพยนตร์ไปที่ร้านอาหารเล็กๆที่ไม่ไกลจากถนนเบเกอร์มากนัก ร้านอาหารเล็กๆร้านนี้คือร้านอาหารที่เขาและเชอร์ล็อคชอบพาเชอร์ลินมาทานมื้อเย็นบ่อยๆ นอกจากนั้นแล้วร้านนี้ยังเป็นร้านที่เขามาทานอาหารกับเชอร์ล็อคเป็นมื้อแรกอีกด้วย
          จอห์นผลักประตูสีแดงเข้มของร้านอาหารตะวันตกเข้าไป กลิ่นชีสและนมเนยหอมๆลอยอบอวนไปทั่วทั้งร้าน จอห์นหันไปมองที่โต๊ะอาหารที่เขาและเชอร์ล็อคมักจะมานั่งเป็นประจำเวลาที่มาทานอาหารที่ร้านนี้....แต่ตอนนี้มันว่างเปล่า
          ชายร่างท้วมผู้เป็นเจ้าของร้านเดินมาทักทายลูกค้าประจำทันทีที่เห็นเขาผลักประตูเข้ามา
          "สวัสดีจอห์น วันนี้มาคนเดียวหรอ เชอร์ล็อคกับเชอร์ลินไปไหนล่ะ"
          "เชอร์ล็อคไม่ได้มาที่นี่หรอแองเจโล่" จอห์นหันไปถามเจ้าของร้าน "ชั้นคิดว่าเขาน่าจะมาที่นี่นะ"
          "ไม่หรอก เขาไม่ได้มา" แองเจโล่ตอบ "นัดเขาเอาไว้หรอ"
          "ใช่...ชั้นนัดเขาเอาไว้" จอห์นตอบ "แต่เมื่อสองปีที่แล้วนะ"

          จอห์นเดินไปเรื่อยๆตามถนนในเวลาเกือบจะพลบค่ำ เมื่อสองปีที่แล้วเชอร์ล็อคนัดเขาไปดูหนังและไปทานข้าวที่ร้านของแองเจโล่ เขาคิดว่าครั้งนี้เชอร์ล็อคคงอยากจะไปดูหนังและทานมื้อเย็นที่นั่นอีก แต่มันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น เชอร์ล็อคไปที่โรงหนังมาจริง มีคนเห็นเขา แต่เชอร์ล็อคกลับไปที่นั่นเพื่อยืนดูโปรแกรมฉายหนังแล้วก็ออกมา เขาไม่ได้ไปร้านแองเจโล่เพื่อทานอาหารเย็น...โทรหาก็ไม่ติด นี่เชอร์ล็อคไปไหน?
          จอห์นแวะร้านสะดวกซื้อข้างทางเพื่อซื้อน้ำดื่มให้ตัวเองและซื้อน้ำเปล่าอีกขวดเตรียมไว้ให้เชอร์ล็อค นี่มันเลยเวลากินยาของเชอร์ล็อคมานิดหน่อยแล้ว แต่เขาก็ยังหาเชอร์ล็อคไม่พบ อากาศช่วงใกล้ค่ำของฤดูใบไม้ผลิจะเย็นชื้นเล็กน้อยนั่นมันไม่ดีต่อสุขภาพของเชอร์ล็อคด้วย จอห์นยกขวดน้ำขึ้นดื่มส่วนสายตาก็มองไปรอบๆเผื่อว่าจะเจอคนที่กำลังหา

          ปู๊น ~~
          เสียงหวูดของเรือล่องแม่น้ำเทมส์ส่งสัญญาณบอกว่ากำลังจะเทียบท่า จอห์นหันไปมองตามเสียงนั้นพลางคิดถึงเหตุการณ์มื้อเช้าครั้งสุดท้ายของเขาและเชอร์ล็อคก่อนที่เชอร์ล็อคจะจากไป

          'ถ้าดูหนังกับทานมื้อเย็นที่ร้านแองเจโล่เสร็จแล้ว เราไปเดินเล่นแถวๆท่าน้ำริมแม่น้ำเทมส์กันมั้ยจอห์น'

          ท่าน้ำ !!

          จอห์นกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปริมแม่น้ำเทมส์ ในเวลาใกล้จะพลบค่ำเช่นนี้มีผู้คนเดินอยู่บริเวณนี้เต็มไปหมด บ้างก็มาวิ่งออกกำลังกายไปตามทางเดินริมแม่น้ำ บ้างก็มาเดินเล่นไปเรื่อยๆ บ้างก็พึ่งลงมาจากเรือท่องเที่ยวที่พึ่งจะเทียบท่า
          จอห์นสอดส่องสายตาไปรอบๆ ผู้ชายสูง ผิวขาว ผมหยักศกสีดำสนิท เขาคอยมองหาคนที่มีลักษณะแบบนี้ คนที่เคยนัดกับเขาเอาไว้ว่าจะมาที่นี่ด้วยกันเมื่อสองปีก่อน
          สายตาของจอห์นเหลือบไปเป็นใครบางคนที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวยาวริมแม่น้ำ แม้ว่าคนๆนั้นจะหันหลังให้ แต่สัญชาตญาณของคนที่เคยอาศัยอยู่ร่วมกันมานานหลายปีบอกเขาว่าคนนั้นคือคนที่เขากำลังตามหาอยู่ตอนนี้ เชอร์ล็อค โฮมส์นั่งอยู่ตรงนั้น

          "มานั่งทำอะไรตรงนี้ อากาศมันชื้นและเย็นเดี๋ยวก็มีไข้หรอก" จอห์นพูดขณะยื่นเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำที่เอามาจากโรงพยาบาลให้กับชายในเสื้อเชิร์ตสีดำสวมทับด้วยสูทสีเดียวกันที่นั่งอยู่
          เชอร์ล็อคเงยหน้ามองจอห์นที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเอง เขาไม่ได้พูดอะไรแต่ยื่นแขนสวมเข้าไปในเสื้อโค้ตตามคำสั่งของจอห์นเงียบๆ
          "ชั้นเดินหาอยู่ตั้งนานไปที่โรงหนังก็ไม่เจอ ร้านแองเจโล่ก็ไม่เจอ" จอห์นพูดแล้วกระชับเสื้อโค้ตให้แนบตัวมากขึ้น "แล้วมานั่งทำอะไรที่นี่คนเดียว"
          เชอร์ล็อคมองหน้าจอห์นแล้วพูด "ชั้นมาตามนัดที่เคยนัดใครบางคนเอาไว้ ชั้นบอกเขาไว้ว่าชั้นจะไปดูหนัง ไปทานมื้อเย็นแล้วก็มาที่นี่กับเขา....แต่ชั้นไม่ได้ไป ชั้นผิดนัด"
          จอห์นนั่งลงข้างๆเชอร์ล็อคแล้วล้วงมือหยิบถุงมือหนังสีดำของเชอร์ล็อคที่เขาเป็นคนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีแรกที่รู้จักกัน นับจากวันที่เชอร์ล็อคไม่อยู่ เขาเก็บของชิ้นนี้เอาไว้กับตัวไม่เคยห่าง จอห์นค่อยๆสวมถุงมือหนังสีดำคู่นั้นไปที่มือขาวซีดของอีกฝ่าย
          "แต่นายก็ไม่ได้ไปดูหนัง นายแค่ไปดูรอบฉายแล้วก็ออกมา พนักงานบอกชั้นแบบนั้น" จอห์นพูดขณะสวมถุงมืออีกข้างให้ "ชั้นหานายนานมาก"
          "หนังที่นายอยากดู ชั้นจำได้....แต่มันเป็นภาค 2 แล้ว ชั้นคงดูไม่รู้เรื่อง" เชอร์ล็อคตอบเสียงเบา "ชั้นไม่อยากเข้าโรงหนังไปแล้วไปถามนั่นถามนี่กับนาย คำถามงี่เง่าที่คนอื่นเขาไม่ถามกัน อย่างที่เราไปดูหนังด้วยกันเมื่อหลายปีก่อนแล้วชั้นถามแต่คำถามโง่ๆใส่นาย....ชั้นไม่เคยเข้าโรงหนัง ไม่ชอบดูหนังเพราะมันเสียเวลาและค่อนข้างที่จะงี่เง่า แต่ตอนนั้นนายอยากดู ชั้นเลยไปดูด้วย...สุดท้ายชั้นก็ทำตัวน่ารำคาญโดยการพูดแต่อะไรก็ไม่รู้ ถามอะไรก็ไม่รู้กับนาย จนนายเกือบจะโดนคนในโรงว่า...ชั้นไม่อยากทำตัวแบบนั้น ชั้นคงดูหนังเรื่องนี้ไม่รู้เรื่องหรอก เพราะชั้นยังไม่ได้ดูภาคแรกเลย"
          "ชั้นก็ยังไม่ได้ดู"จอห์นพูด
          เชอร์ล็อคหันไปมองหน้าจอห์น "แต่หนังเรื่องนั้นนายอยากดูมาก ทำไมไม่ไปดู"
          "เราสัญญากันไว้ว่าเราจะไปดูด้วยกันไง ชั้นเลยยังไม่ได้ดูเรื่องนั้นเลย" จอห์นตอบ "หนังที่เราเคยดูด้วยกันครั้งก่อนชื่อแฮร์รี่พ็อตเตอร์ ตอนที่เราไปดูนั่นภาคสุดท้ายแล้ว ถ้านายไม่เคยดูมาก่อน นายจะไปดูรู้เรื่องได้ยังไง คำถามพวกนั้นมันไม่ใช่คำถามงี่เง่าหรอกนะ"
          "นายเกือบจะโดนคนอื่นว่าเอาจากคำถามพวกนั้น"
          "มันอาจจะเป็นมารยาทที่ไม่ดีในโรงหนัง แต่ถ้าชั้นจะได้ตอบคำถามของนาย ชั้นโดนคนอื่นต่อว่าก็ได้ ชั้นไม่เป็นไร" จอห์นพูด "แล้วมานั่งทำอะไรที่นี่ ถ้านายจะไม่ดูหนัง นายควรยืนรอชั้นที่หน้าโรงหนังหรือร้านแองเจโล่ ไม่ใช่เดินมาที่นี่"
          เชอร์ล็อคเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหันกลับไปมองแม่น้ำเทมส์ยามค่ำตรงหน้า แล้วพูด "ชั้นกำลังหาสถานที่เงียบๆ เพื่อทบทวนความคิดตัวเอง แล้วก็เดินมาเจอตรงนี้....ชั้นเคยพาเชอร์ลินมานั่งกินขนมตรงนี้ตอนที่เรามาเดินเล่นกัน ตอนที่ชั้นอยู่กับเชอร์ลินแค่สองคน"
          จอห์นคลี่ยิ้มบางๆ "ตอนนี้เชอร์ลินอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ มายครอฟพาไปทานมื้อเย็นแล้ว นายจะไปไหม เดี๋ยวชั้นโทรหาเชอร์ลินให้"
          "ชั้นกำลังคิดว่า ชั้นยกเชอร์ลินให้มายครอฟดีไหม" เชอร์ล็อคพูดเสียงแผ่ว "มายครอฟอาจจะดูแลเชอร์ลินได้ดีกว่าชั้น"
          จอห์นอ้าปากค้าง "ห้ะ?? นายจะยกลูกตัวเองให้มายครอฟเนี่ยนะ จะบ้าหรอ ทำไมอยู่ๆคิดแบบนี้"
          "ชั้นอาจจะเป็นอย่างที่แมร์รี่พูดจริงๆก็ได้" เชอร์ล็อคพูดเสียงยิ่งแผ่วลงมากขึ้นไปอีก และแม้ว่าเสียงมันจะแผ่วเบาแค่ไหน จอห์นก็รู้ว่าเชอร์ล็อคพูดประโยคเหล่านั้นด้วยเสียงที่ค่อนข้างสั่น
          "ชั้นไม่อยากเป็นตัวประหลาด ชั้นไม่อยากให้คนที่อยู่กับชั้น เป็นเพื่อนกับชั้นหรืออยู่รอบๆตัวชั้นถูกคนอื่นมองว่าเป็นตัวประหลาดที่มาคบ มาคลุกคลีกับคนแบบชั้น ชั้นรู้ว่าสายตาของคนที่มองด้วยสายตาเหยียด และพยายามไม่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของคนพวกนั้นเป็นยังไง....ชั้นรู้....ชั้นเห็นสายตาแบบนั้นมาตั้งแต่จำความได้ ... คนพวกนั้นบอกว่าชั้นเป็นตัวประหลาดเพียงเพราะชั้นสามารถดูเขาออกได้ตั้งแต่แรกพบ ชั้นมันเป็นคนประหลาด ไม่เหมือนคนอื่น" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นอาจจะเป็นอย่างที่แมร์รี่พูด ชั้นพยายามทำตัวให้เป็นคนปกติเพื่อที่จะไม่ถูกสังคมรังเกียจ ชั้นเอาเด็กมาเลี้ยง อาจจะเพื่อชดเชยความเป็นตัวประหลาดของตัวเองก็ได้"
          "นายแคร์สิ่งที่คนพวกนั้นพูดหรอ นายแคร์สิ่งที่ผู้หญิงอย่างแมร์รี่พูดหรอ เธอเป็นนักจิตวิทยานะเชอร์ล็อค เธอเป็นนักโน้มน้าวจิตใจคน เธอพูดจี้จุดให้นายรู้สึกอะไรก็ได้ทั้งนั้น นายต้องไม่แคร์ ไม่สนใจอะไรพวกนั้นนะเชอร์ล็อค ชั้นรู้จักนายดีกว่าคนพวกนั้น ชั้นรู้ว่านายเป็นยังไง อย่าไปแคร์ว่าคนอื่นจะมองนายยังไงสิ"
          "ชั้นแคร์....ชั้นแคร์สิ่งที่คนพวกนั้นพูด ชั้นเลยพยายามจะทำตัวให้เหมือนคนอื่น ชั้นดูทีวี ดูข่าว ดูละครน้ำเน่าบางครั้ง ไปดูหนัง พยายามจะเป็นคนรักสัตว์โดยการไปเล่นกับแมวที่บ้านมายครอฟ ชั้นพยายามทำตัวให้เหมือนคนอื่นมากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้" เชอร์ล็อคพูด "นั่นมันเป็นเพราะชั้นไม่อยากให้ใครมาว่านายได้ ชั้นไม่อยากให้นายกลายเป็นคนประหลาดที่มาคบตัวประหลาดแบบชั้นเป็นเพื่อน"
          "ชั้น......ชั้นหรอ?"
          "แค่นายมาคบคนแบบชั้นเป็นเพื่อน มาอยู่แฟลตเดียวกับชั้น ใช้ชีวิตกับชั้นแทบจะ 24 ชั่วโมงเป็นเวลาหลายปี คนพวกนั้นก็แทบจะมองนายเป็นตัวประหลาดเหมือนชั้นไปแล้ว ชั้นไม่อยากให้เชอร์ลินเป็นแบบนั้น ชั้นไม่อยากให้ใครมองลูกชั้นด้วยสายตาแบบนั้น"
          "ไม่มีใครมองชั้นและเชอร์ลินด้วยสายตาแบบนั้นเลยเชอร์ล็อค ไม่มีเลยจริงๆนะ ทุกคนมองนายด้วยสายตาชื่นชมที่นายเลี้ยงดูเชอร์ลินมาได้น่ารัก สดใส ร่าเริงและเข้มแข็ง เชอร์ลินเป็นเด็กฉลาด นิสัยดี และมนุษยสัมพันธ์ดี ไม่เคยมีใครว่าเชอร์ลิน ทุกคนล้วนชื่นชมในความน่ารัก นั่นเป็นเพราะนายเชอร์ล็อค....นั่นเป็นเพราะนาย ไม่ใช่คนอื่น"
          "แต่ชั้นเป็นพ่อที่แย่ ชั้นทิ้งลูกไปสองปี นั่นมันเลวร้ายมากในฐานะของคนเป็นพ่อ"
          "นายไม่ได้ทิ้งเชอร์ลิน นายเสียสละต่างหากเชอร์ล็อค" จอห์นพูด "จะมีใครยอมตายก็ได้เพื่อที่จะรักษาชีวิตลูกเอาไว้หรอ แมร์รี่ทำได้มั้ย? เขายอมเสียสละตัวเองให้อยู่ห่างจากลูกที่อายุพึ่งจะ 5 ขวบแล้วยังน่ารักมากๆอย่างเชอร์ลินได้ไหม.....หากเป็นคนอื่น เขาอาจจะทำไม่ได้ก็ได้นะเชอร์ล็อค แต่นายทำได้ไง นายเป็นพ่อที่เสีลสละนั่นคือสิ่งที่ทุกคนรับรู้ นายไม่ได้ทิ้งเชอร์ลินไป นายปกป้องเชอร์ลินต่างหาก"
          "ชั้นเคยทำให้เชอร์ลินเสียใจ.....เสียใจอย่างมาก"
          "ทำไมไม่มองที่ความสุขล่ะเชอร์ล็อค ความทุกข์จากการสูญเสียมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้เชอร์ลินมีความสุข มีความสุขที่นายกลับมาอยู่ด้วย แค่นี้ตอนนี้มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ" จอห์นพูด "ถ้านายทิ้งเชอร์ลินไปอีก เชอร์ลินจะเสียใจแค่ไหนที่รู้ว่าคุณพ่อไม่รัก"
          "รัก.....ชั้นรัก" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นรักเชอร์ลิน รักมากๆ ไม่เคยมีเด็กคนไหนยิ้มให้ชั้นแบบนั้น ไม่เคยมีเด็กคนไหนกล้าเข้าใกล้ชั้นแบบนั้น....มันทำให้ชั้นเหมือนเป็นคนพิเศษ เชอร์ลินก็เป็นเด็กที่พิเศษสำหรับชั้นมากจริงๆ ชั้นไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับเด็กคนไหนแต่ชั้นรู้สึกแบบนั้น....ถ้าแบบนั้นมันคือรัก ชั้นก็รักเชอร์ลินจริงๆ"
          จอห์นยิ้ม "นี่ไง....นายไม่ใช่ตัวประหลาดเลย ตัวประหลาดที่ไหนจะรักเด็กจริงไหม ตัวประหลาดที่ไหนที่จะยอมนั่งฟังเด็กพูดอะไรก็ไม่รู้ ตัวการ์ตูนอะไรก็ไม่รู้ที่ตัวเองไม่รู้จักได้ตั้งเป็นชั่วโมงๆ ตัวประหลาดที่ไหนจะตัดเล็บลูก ป้อนข้าวลูกตอนเด็กๆ นั่งเฝ้าลูกตอนลูกเป็นหวัด ....เชอร์ล็อค คนทำแบบนี้ได้ไม่ใช่ตัวประหลาดเลยนะ เขาก็เหมือนคนอื่นๆ เหมือนพ่อคนอื่นๆ"
          เชอร์ล็อคหันกลับมามองหน้าจอห์น "ชั้นเป็นพ่อที่ดีใช่ไหม"
          จอห์นพยักหน้า "ใช่...นายเป็นพ่อที่ดีเชอร์ล็อค เป็นคุณพ่อที่ใจดีของเชอร์ลิน และไม่มีใครจะมาเป็นแทนได้" จอห์นพูด "อย่ายกเชอร์ลินให้ใคร ไม่มีพ่อคนไหนเขายกลุกให้คนอื่นหรอกนะ นายเป็นพ่อของเชอร์ลินไม่ใช่หรอ"
          เชอร์ล็อคพยักหน้า "ใช่...ชั้นเป็น...ชั้นเป็นพ่อของเชอร์ลิน โฮมส์"
          จอห์นยิ้ม "นั่นแหละถูกต้องแล้ว นายเป็นพ่อของเชอร์ลิน นั่นคือเรื่องที่ถูกต้องที่สุด" จอห์นพูดแล้วล้วงเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อหยิบซองพลาสติกที่มียาบรรจุอยู่ออกมา "กินยาซะ เลยเวลากินยามานานมากแล้ว"
          เชอร์ล็อครับยาและน้ำดื่มจากจอห์นมากิน เขากลืนยาลงคอเข้าไปแล้วดื่มน้ำตามมากๆตามคำแนะนำของหมอ
          "นี่เชอร์ลินฝากมาให้นะ วันนี้เชอร์ลินมีเรียนวาดภาพสีน้ำล่ะมั้ง เลยได้ผลงานกลับมาด้วย" จอห์นยื่นแฟ้มลายการ์ตูนให้ "เห็นบอกว่าเป็นรูปนายนะ"
          เชอร์ล็อคยื่นขวดน้ำคืนให้จอห์นแล้วรับแฟ้มนั้นมาถือไว้ เขายิ้มแล้วพูด "รอบนี้ขาของชั้นจะเท่ากันใช่ไหม ตอนอนุบาล เชอร์ลินวาดขาของชั้นไม่เท่ากัน"
          จอห์นหัวเราะ "น่าจะเท่ากันนะ เห็นอวดว่าฝีมือพัฒนาไปไกลมาก" เขาพูด "ลองเปิดดูสิ ชั้นยังไม่ได้ดูเลยเหมือนกัน"
          เชอร์ล็อคแกะกระดุมของแฟ้มเพื่อเปิดออกแล้วดึงกระดาษความหนาหนึ่งร้อยปอนด์ออกมาจากแฟ้มนั้น จอห์นชะโงกหน้าไปดูแล้วก็ยิ้มออกมา
          รูปภาพที่เชอร์ลินวาดคือรูปแฟลต 221B เบเกอร์สตรีทที่เคยอยู่ อันที่จริงมันแทบจะดูไม่ออกด้วยซ้ำว่านั้นคือบ้านพักอาศัยเพราะโครงสร้างนั้นช่างบิดเบี้ยวเหลือเกิน หากไม่มีเลข '221B' ตัวเบ้อเริ่มวาดเอาไว้ ก็คงไม่มีทางเดาถูกเลยว่าที่นี่คือที่ไหน หน้าบ้านบิดเบี้ยวนั้นเป็นภาพผู้ใหญ่สองคนยืนจับมือเด็กอยู่ ดูแล้วน่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชายสองคนและเด็กผู้หญิงอีกหนึ่งคน เชอร์ล็อคจิ้มนิ้วลงไปบนรูปภาพที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ใหญ่ในรูปนั้น
          "นี่ชั้นหรอ ผมสีดำนี่น่ะ" เชอร์ล็อคถาม
          "ถ้านั่นเป็นนาย คนนี้ก็คือชั้นสิ" จอห์นชี้ไปที่อีกคนของรูป "นี่ชั้นตัวจะเท่าเด็กในรูปเลยนะ"
          "รอบนี้ขาชั้นเท่ากัน แต่แขนไม่เท่ากัน" เชอร์ล็อคยิ้ม "เชอร์ลินคงไม่มีทักษะในการวาดรูปจริงๆ"
          "บ้านยังเบี้ยวมากเลย นี่แผ่นดินไหวหรือเปล่า" จอห์นหัวเราะเบาๆ "เราอาจจะต้องส่งเชอร์ลินไปเรียนวาดรูปเพิ่ม"
          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วเก็บรูปเข้าแฟ้ม "เชอร์ลินคงอยากจะกลับไปอยู่ที่แฟลตแล้ว นอนที่โรงพยาบาลกับชั้นมาตั้งหลายสัปดาห์ โรงพยาบาลไม่ใช่ที่ที่เชอร์ลินจะมานอนเลย แต่ให้กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับ มายครอฟมารับตั้งหลายครั้งแล้ว"
          "บ้านของเชอร์ลินไม่ใช่บ้านมายครอฟนะเชอร์ล็อค เชอร์ลินคงอยากกลับบ้านที่เป็นบ้านของตัวเองมากกว่า" จอห์นพูด "ชั้นถามเชอร์ลินแล้ว เชอร์ลินอยากกลับไปอยู่ที่แฟลตมากกว่า ให้เชอร์ลินกลับไปอยู่ที่เดิมเถอะนะ"
          "ชั้นคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะให้เชอร์ลินกลับไปอยู่ที่แฟลต เชอร์ลินคงคิดถึงคุณนายฮัตสันมากแล้วด้วย ไม่มีขนมอร่อยๆกินไม่อั้นมาตั้งหลายเดือนแล้ว" เชอร์ล็อคพูด
          จอห์นหันไปมองหน้าเชอร์ล็อค "แล้วนาย....จะกลับไปอยู่ที่แฟลตเหมือนเชอร์ลินไหม กลับไปอยู่ที่บ้านของเรากันไหมเชอร์ล็อค"
          เชอร์ล็อคหันมามองหน้าจอห์น "มายครอฟคงไม่ยอม เขาบอกว่าชั้นควรจะอยู่ห่างจากนาย....เผื่อว่าอะไรๆมันจะดีขึ้น"
          "อะไรๆที่ว่ามันคืออะไร อะไรมันจะดีขึ้นถ้าเราอยู่ห่างกัน"
          "ชั้นอาจจะ....ตัดใจได้" เชอร์ล็อคพูด "ถ้าเราไม่เจอกัน ไม่ได้ใช้ชีวิตประจำวันร่วมกัน มายครอฟบอกว่าซักวันหนึ่งชั้นจะตัดใจได้"
          "ตัดใจจากอะไร" จอห์นถาม
          เชอร์ล็อคก้มหน้าลงคล้ายจะสำนึกผิด "ตัดใจ.......ที่จะเห็นนายยิ้มให้คนอื่น มีความสุขกับคนอื่น และมองคนอื่นด้วยสายตาชื่นชม ....... ทั้งๆที่นายเคยยิ้มให้ชั้น และมองชั้นด้วยสายตาชื่นชมแบบนั้น ชั้น....ยอมที่จะเห็นนายทำแบบนั้นกับคนอื่นไม่ได้"
          "ตอนนี้นายเลิกกับแมร์รี่แล้วและอนาคตนายก็จะออกเดตกับคนอื่นอีก นายบอกชั้นมาตลอดว่านายอยากสร้างครอบครัว นายอยากมีลูกน่ารักๆเหมือนเชอร์ลิน พอนายโสดนายก็จะกลับไปเดตกับคนอื่น นายก็จะพาผู้หญิงเหล่านั้นมาให้ชั้นรู้จักเหมือนที่แล้วๆมา นายก็จะยิ้มกับเธอ และชื่นชมเธอ.......ซึ่งชั้นไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้น" เชอร์ล็อคพูด "ถ้าเรายังอยู่ด้วยกัน ชั้นก็จะเห็นภาพเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมา มายครอฟเลยให้ชั้นย้ายออกมาจะดีกว่า"
          "แล้วนายจะทิ้งลูกไว้กับชั้นหรอ นายจะไม่ไปอยู่กับเชอร์ลินที่แฟลตหรอ"
          เชอร์ล็คอส่ายหน้าช้าๆ "ไม่....ไม่ทิ้ง"
          "นายไม่ทิ้งเชอร์ลิน ขณะเดียวกันก็จะไม่ย้ายกลับไปอยู่ที่แฟลตเนี่ยนะ?" 
          เชอร์ล็อคกำมือของตัวเองแน่น "ชั้นไม่รู้....ชั้นไม่รู้" เชอร์ล็อคพูดประโยคซ้ำๆ "ชั้นไม่ชอบตัวเองตอนนี้ ชั้นไม่ชอบที่ตัวเองหาเหตุผลอะไรไม่ได้ ชั้นไม่ชอบที่ตัวเองไม่มีเหตุผลแบบนี้ ทำไมชั้นถึงไม่รู้ว่าจะจัดการปัญหานี้ยังไง นี่มันไม่ใช่ตัวชั้น........มันไม่ใช่.... เชอร์ล็อค โฮมส์เป็นคนมีเหตุผล เขาจัดการทุกเรื่องได้ดี เขารู้ว่าถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นเขาจะต้องทำยังไง แต่ตอนนี้ชั้นไม่รู้....ชั้นแค่ไม่อยากเห็นนายมีความสุขกับคนอื่น แล้วชั้นก็ไม่อยากทิ้งเชอร์ลินเอาไว้ที่แฟลตโดยไม่มีชั้นอยู่ด้วย แต่ชั้นก็ไม่รู้จะทำยังไง"
          "เราแค่กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมเชอร์ล็อค ไปอยู่ที่แฟลตเหมือนเดิม"
          "ไม่....ชั้น....ชั้นอยากเห็นนายมีความสุขนะจอห์น แม้ว่าความสุขนั้นจะไม่มีชั้นอยู่ก็ไม่เป็นไร" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นค่อยหาวิธีไปหาเชอร์ลินก็ได้ อาจจะเป็นไปหาตั้งแต่ก่อนลูกตื่น แล้วพอลูกหลับชั้นก็กลับบ้าน"
          "บ้านของนายอยู่ถนนเบเกอร์ นายจะไปไหน" จอห์นถาม "นายยอมเห็นชั้นมีความสุขกับคนอื่นได้จริงๆหรอ ที่ผ่านมานายไหวมั้ย ตอนที่นายไปอยู่บ้านมายครอฟ ... นายบอกชั้นสิว่าการที่เราอยู่ห่างกันตอนนั้นมันทำให้นายรู้สึกดีขึ้น"
          "ไม่เลย...ไม่เคยเลยสักวันเดียว" เชอร์ล็อคตอบเสียงแผ่ว "การที่ไม่มีนายในชีวิต ชั้นไม่มีความสุขเลย"
          "แล้วนายจะยอมให้มันเป็นแบบนั้นหรอ"
          เชอร์ล็อคส่ายหัวช้าๆ "ชั้นเคยลองแล้วว่าการอยู่ห่างจากนายชั้นไม่มีความสุข ต่อให้ชั้นลองอีกกี่ครั้ง ผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างเดิมนั่นก็คือชั้นไม่มีความสุข" เชอร์ล็อคตอบ "ชั้นรู้ว่าถ้าเราลองวิธีเดิมๆซ้ำๆกี่พันครั้ง ผลลัพธ์มันจะยังเหมือนเดิม.....มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทดลองทำอะไรเหมือนเดิมซ้ำๆแล้วหวังว่าผลลัพธ์มันจะเปลี่ยน ชั้นไม่ใช่คนโง่ ชั้นไม่ใช่..."
          "เชอร์ล็อคนายไม่ใช่คนโง่ นายรู้ว่าถ้าเราอยู่ห่างกันนายจะไม่มีความสุข ถ้าอย่างนั้นเรากลับไปอยู่ด้วยกันเถอะนะ" 
          "แต่ชั้นก็ไม่อยากเจ็บอีก" เชอร์ล็อคตอบ "ชั้นไม่อยากให้ตัวเองเสียใจที่เห็นนายอยู่กับคนอื่น ชั้นไม่อยากเห็นตัวเองเจ็บแบบนั้นอีก ชั้นไม่ไหวแล้ว......ชั้นเจ็บแบบนั้นไม่ไหวอีกแล้ว"
          จอห์นมองเชอร์ล็อคที่กำลังนั่งก้มหน้านิ่งก่อนจะลุกขึ้นยืน เชอร์ล็อคเหลือบเห็นจอห์นลุกขึ้นเราก็รู้สึกตกใจ....จอห์นคงจะรำคาญเขาที่เขาพูดไม่รู้เรื่อง เอาแต่เสียใจ เอาแต่พูดวนไปวนมา.....มันเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อเขาไม่พูดถึงเรื่องเหตุผลและเอาแต่อารมณ์ ความรู้สึกมาเหนือสิ่งอื่นใด มันมักจะพังเสมอ.....ครั้งนี้ก็เช่นกัน
          "ชั้นขอโทษ ชั้นแย่มากเลยใช่มั้ย ชั้นรู้....ชั้นรู้ว่าชั้นกลายเป็นคนงี่เง่า ไม่มีเหตุผล น่ารำคาญ ชั้นรู้จอห์น ชั้นรู้" 
          "เงยหน้าขึ้นหน่อยซิเชอร์ล็อค" จอห์นพูด "จะก้มหน้าคุยกันไปถึงเมื่อไหร่"
          เชอร์ล็อคเงยหน้าขึ้นมองจอห์นที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเอง จอห์นยิ้มที่เชอร์ล็อคทำตามที่เขาบอก จอห์นยื่นมือไปดึงปกคอเสื้อโค้ตให้แนบตัวเชอร์ล็อคมากขึ้น เชอร์ล็อคก้มมองมือของจอห์น แล้วเงยหน้ามองจอห์นอีกครั้ง
          มือที่ขยับปกเสื้อโค้ตหยุดนิ่งลงแล้ว จอห์น วัตสันค่อยโน้มใบหน้าไปหาคนที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวยาว เชอร์ล็อค โฮมส์หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะระเบิดออกมา ใบหน้าของจอห์น โน้มเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาเรื่อยๆ

          ริมฝีปากของจอห์นทาบไปที่ริมฝีปากได้รูปของอีกฝ่าย เขากดให้ริมฝีปากทั้งสองแนบแน่นไร้ช่องว่าง ทุกวินาทีหยุดนิ่งเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เชอร์ล็อคมองเห็น....เขาไม่ได้หลับตา เขาเห็น....เขารับรู้ทุกสัมผัส .... เขาเห็นใบหน้าของจอห์นใกล้ๆ ใกล้อย่างที่ไม่เคยคิดฝัน .... เขารับรู้รสของน้ำหวานที่จอห์นพึ่งจะดื่มมาเมื่อไม่นานนี้จากสัมผัสของริมฝีปากที่แนบชิดอยู่ .... กลิ่นอาฟเตอร์เชฟจางที่ใบหน้าของจอห์นยังมีอยู่ จอห์นคงพึ่งจะโกนหนวดมาเมื่อเช้า .... เชอร์ล็อคได้ยินเสียงลมหายใจของจอห์น ... เสียงหายใจใกล้ๆอย่างที่เขาไม่เคยจินตนาการถึงว่าจะมีโอกาสได้ยิน

          จอห์นค่อยๆถอนใบหน้าออกมาช้าๆ แต่ยังคงค้างไว้ใกล้ๆ เขามองดวงตาสีแปลกของอีกฝ่ายที่เขามีโอกาสได้เห็นใกล้ๆอีกครั้ง เชอร์ล็อคมองตาสีเทาที่กำลังมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
          "นายพูดว่านายเจ็บที่เห็นชั้นอยู่กับคนอื่น ยิ้มให้กับคนอื่น ชื่นชมคนอื่น...นายคงเจ็บมานานมากใช่มั้ยเชอร์ล็อค" จอห์นถามเสียงเบา "จูบนี้มันทำให้นายหายเจ็บ เหมือนกับที่ชั้นเคยจูบที่มือตอนมือนายเจ็บ กับจูบหน้าผากตอนนายฟื้นหลังจากโดนยิงไหม"
          "จะ...จอห์น...นะ...นายจูบชั้น" เชอร์ล็อคพูดติดอ่างเหมือนคนโง่เง่าอย่างที่เขาเคยใช้ตำหนิคนอื่น "นายพึ่งจูบชั้น"
          "ใช่...ชั้นพึ่งจูบนาย"
          "ตะ.....แต่นายเป็นผู้ชายนะ...ใช่...ที่จริงแล้วเราทั้งคู่เป็นผู้ชาย"
          "ใช่...ชั้นจูบผู้ชาย นั่นมันเป็นสิ่งที่ชั้นไม่เคยคิดมาก่อนว่าชั้นจะทำ" จอห์นพูด "ที่ไม่คิดจะทำ ไม่ใช่เพราะชั้นปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้ชาย...อันนั้นชั้นไม่รู้ ... ชั้นไม่รู้ว่าจริงๆแล้วชั้นเป็นอะไร แต่ที่ชั้นบอกว่าที่ชั้นไม่เคยคิดจะทำนั่นก็คือการจูบนาย"
          "นายเป็นคนฉลาด นายอัจฉริยะ นายดูดี นายมีฐานะ นายเป็นเหมือนจุดสนใจของทุกคนเสมอ ชั้นไม่รู้ว่านายจะเข้าใจสิ่งที่ชั้นพูดมั้ย...แต่ชั้นจะบอกว่านายเหมือนดวงอาทิตย์ นายเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง ทุกคนโคจรอยู่รอบๆตัวนาย ชั้นเองก็เป็นหนึ่งในนั้น....และแน่นอนว่ามันเป็นแค่การโคจรโดยรอบ ไม่มีดาวดวงไหนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ได้ ชั้นเองก็เหมือนกัน" จอห์นพูด "ชั้นโง่ ชั้นไม่เคยเข้าใจอะไรที่นายพูด ชั้นเป็นแค่ผู้ชายธรรมดา คนธรรมดาๆ ที่ไม่ได้เหมาะสมอะไรกับการที่จะได้รู้จักกับเชอร์ล็อค โฮมส์เลย .... แต่วันหนึ่งชั้นกลายมาเป็นเพื่อนร่วมแฟลตของเขา คู่หูของเขา เป็นคนเลี้ยงลูกสาวของเขา ... ชั้นคิดว่าตัวเองควรจะพอได้แค่นั้น เพราะชั้นไม่คู่ควร ชั้นไม่ได้มีอะไรเหมาะสมพอที่จะได้ดูแลเชอร์ล็อค โฮมส์ไปตลอดชีวิต ... ชั้นคิดมาตลอดว่าเชอร์ล็อค โฮมส์ควรจะได้อยู่กับคนที่เหมาะสมกว่านี้ คนสวย คนมีเสน่ห์ คนฉลาด หรืออะไรก็ตามที่เท่าเทียม ไม่ใช่คนแบบจอห์น วัตสัน"
          เชอร์ล็อครีบยกมือของตนเองไปกุมมือจอห์นที่ยังจับปกเสื้อโค้ตของตนเองเอาไว้ "ไม่...จอห์น...นายไม่ได้เป็นแบบนั้น นายอย่าพูดแบบนั้น อย่าดูถูกตัวเองแบบนั้น"
          จอห์นส่ายหน้าช้าๆ "ชั้นโง่....ชั้นโง่ที่คิดแบบนั้น ปฏิเสธตัวเองแบบนั้น....ชั้นรู้สึก...รู้สึกดีแต่ต้องถอยตัวเองให้ออกจากนายทุกครั้งเมื่อตัวเองต้องการจะใกล้นายมากกว่านั้น เชอร์ลินเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ชั้นรู้สึกเหมือนได้ใกล้นายอยู่ตลอด ชั้นกอดหอมแก้มเชอร์ลินได้ ชั้นกอดเชอร์ลินได้ และชั้น....บอกว่าชั้นรักเชอร์ลินมากแค่ไหนก็ได้"
          "...นั่นคงเป็นความกล้าอย่างเดียวที่คนแบบชั้นมี" จอห์นพูด
          "จอห์น....นาย....คือ...ชั้นไม่ได้ฝันอยู่ใช่ไหม"
          "ชั้นอยากให้มันเป็นฝันนะ แต่ขอตื่นมาแล้วเราเจอเชอร์ลินวันแรกใหม่อีกครั้ง ให้เราได้มีโอกาสกลับไปเริ่มต้นใหม่ 3 คนอีกครั้ง ชั้นจะดูแลนายกับลูกให้ดีกว่านี้ จะเอาใจใส่มากกว่านี้ และชั้น....จะไม่เอาใครเข้ามาในชีวิตอย่างที่เคยทำเคย"
          "ถ้าไม่ต้องฝันแล้วตื่นขึ้นมาใหม่ ถ้านายมีโอกาสตอนนี้เลย นายจะยังอยากดูแลชั้นกับเชอร์ลินอยู่ใช่ไหม" เชอร์ล็อคถาม
          "สัญญาว่าชั้นจะดูแลอย่างดี" จอห์นพูด "ชั้นสัญญาว่าชั้นจะเลี้ยงเชอร์ลินให้ดี"
          เชอร์ล็อคยิ้ม "เชอร์ลินต้องดีใจแน่ๆ ที่ได้อาจอห์นคืนแล้ว"
          จอห์นนิ่งเงียบไปเมื่อเชอร์ล็อคพูดจบ เชอร์ล็อคมีหน้าถอดสีจนซีดลงทันทีเมื่อเห็นว่าจอห์นนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร
          "จอห์น....ชั้นพูดอะไรผิดไปใช่มั้ย ชั้น...ชั้นขอโทษ" เชอร์ล็อคมองหน้าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเองพร้อมกับจับมือของอีกฝ่ายเขย่าเบาๆ "ไม่ชอบอะไรที่ชั้นพูดหรือเปล่า ชั้นขอโทษ"
          "ไม่ๆ ไม่มีอะไรเชอร์ล็อค" จอห์นพูด "ชั้นกำลังคิดเรื่องของเชอร์ลินอยู่"
          "เชอร์....เชอร์ลินเป็นอะไร ชั้นพูดอะไรผิดหรอ"
          "ชั้นกำลังคิดถึงคำที่แม่ของชั้นเคยบอกชั้นเอาไว้นานมากแล้ว" จอห์นพูด "ชั้นกำลังคิดว่ามันเกี่ยวกับเชอร์ลินไหม"
          เชอร์ล็อคขมวดคิ้ว "เรื่องอะไร"
          จอห์นจ้องมองไปที่ดวงตาคู่สวยสีแปลกตรงหน้าอย่างตั้งใจก่อนจะพูด "แม่ชั้นเคยบอกว่าถ้าคิดจะแต่งงานกับใครซักคน ให้คิดว่าถ้ามีลูกจะอยากให้ลูกเหมือนคนๆนั้น คนที่เราอยากแต่งงานด้วยไหม" จอห์นพูด "ชั้นเคยแต่งงานแล้ว และไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะมีลูก นั่นอาจเป็นเพราะชั้นไม่ได้อยากให้ลูกของชั้นเหมือนคนที่ชั้นแต่งงานด้วยในครั้งแรก"
          จอห์นค่อยๆยื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่ไปจับมือของเชอร์ล็อคที่กุมมือของเขาเองจนแน่น "นายยังไม่เคยแต่งงาน นายคงยังไม่เข้าใจสิ่งที่ชั้นพูด แต่นายมีลูกแล้ว ประโยคต่อไปนี้ชั้นคิดว่านายน่าจะเข้าใจ"
          เชอร์ล็อคมองมือเปียกชื้นเหงื่อที่เกิดมาจากความตื่นเต้นของจอห์น ก่อนจะแหงนหน้ามองอีกฝ่ายเพื่อจะได้ยินประโยคต่อไปอย่างชัดเจน
          "นายอยากให้ลูกของนายเหมือนชั้น อย่างที่ชั้นอยากให้ลูกของชั้นเหมือนนายมั้ยเชอร์ล็อค"
          เชอร์ล็อคตาโตอ้าปากค้างด้วยความตกใจ หากมีสติสัมปชัญญครบถ้วน เขารู้เลยว่าตอนนี้หน้าของเขาเหมือนลาโง่ๆที่ขี้ตกใจตัวหนึ่งแน่ๆ เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย
          "นะ....นะ...นายขอชั้นแต่งงานหรือเปล่าจอห์น นี่นายขอชั้นแต่งงานใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถามย้ำเพื่อความแน่ใจ "เพราะ....เพราะเราเป็นผู้ชายทั้งคู่...เรา...เราคงมีลูกด้วยกันไม่ได้"
          "เชอร์ลินไง....นายอยากให้เชอร์ลินเหมือนชั้นมั้ย" จอห์นถาม
          "แต่นายไม่มีลูกที่จะให้มานิสัยเหมือนชั้นนะ" เชอร์ล็อคถามกลับ
          "ชั้นมีลูกหมูนะ ลูกหมูที่กินเก่งมากๆ ลูกหมูที่เล่นเปียโนเก่ง ชอบเต้นบัลเล่ต์ แต่วาดรูปไม่สวยคนนั้นน่ะ .... นายอยากให้ลูกหมูของชั้นเป็นเหมือนนายมั้ย"
          "คือ..คือชั้นไม่เข้าใจว่านี่คือการขอแต่งงานใช่มั้ย มัน...มันอ้อมมาก แล้วชั้น...ชั้นไม่เข้าใจ"
          จอห์นหัวเราะเบาๆ "เพราะมันไม่มีแหวนมาขอแต่งงานเหมือนที่นายเข้าใจใช่มั้ย ชั้นขอโทษนะเชอร์ล็อค" จอห์นพูด "ชั้นพึ่งหย่ากับเมียมาและมันก็ค่อนข้างเร็วมากที่จะขอใครแต่งงานใหม่ ตอนนี้ชั้นไม่มีทรัพย์สินอะไรเป็นของตัวเองเลย ไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่จะต้องแบ่งกับแมร์รี่คนละครึ่งหลังจากหย่ากัน ชั้นเลยไม่รู้ว่าตัวเองจะมีเงินแค่ไหน ไม่รู้ว่าจะมีเงินซื้อแหวนมาขอนายแต่งงานหรือเปล่า แต่ถ้านายอดทนที่จะรอ ชั้นสัญญาว่าจะหาแหวนที่เหมาะกับนายมาให้นาย ชั้นจะหาแหวนที่มันเหมาะสมที่จะอยู่บนนิ้วของเชอร์ล็อค โฮมส์ไปตลอดชีวิต"
          "มันอาจจะเร็วเกินไปสำหรับผู้ชายที่พึ่งแต่งงานได้ไม่กี่เดือนและหย่ากับเมียได้แค่ไม่กี่สัปดาห์ แต่สำหรับคนที่รู้สึกแบบนี้กับใครบางคนมานานหลายปี ชั้นคิดว่ามันช้าเกินไปด้วยซ้ำ" จอห์นพูดย้ำ "แต่งงานกับคนโง่ๆแบบชั้นได้มั้ยเชอร์ล็อค"
          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วโผเข้ากอดจอห์น ศรีษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมหยักศกสีดำซุกอยู่ที่หน้าอกของจอห์นอย่างแนบแน่น
          "ถ้าชั้นไม่แต่ง ชั้นคงเป็นคนโง่มากแน่ๆ" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงดีใจ "ขอแต่งงานแล้วไม่ให้คืนคำนะจอห์น"
          "ไม่คืน...ถ้าคืนคำชั้นคงโง่มากเหมือนกันแน่ๆ" จอห์นพูดแล้วกอดคนที่กำลังกอดตัวเองอยู่


          ติ๊ด ติ๊ด
          เสียงข้อความเข้าใหม่ จอห์นขมวดคิ้วมอง แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดู
          'มากินข้าวกันได้แล้ว พ่อกับหม่ามี้ของชั้นรอฟังข่าวอยู่ - MH'
          'มาเดี๋ยวนี้ ! - MH'

          จอห์นกลอกตามองข้อความที่ได้รับก่อนจะเก็บมือถือไว้ในเสื้อแจ็คเก็ตเช่นเดิม
          "นี่เชอร์ล็อค" จอห์นเรียกคนที่ถูกกอด 
          "หืม?" เชอร์ล็อคแหงนหน้ามอง
          "งานแต่งนี่อย่าให้มายครอฟมาวุ่นวายมากจะได้ไหม เขาน่ารำคาญมาก"
          เชอร์ล็อคยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร..........เห็นทีว่าจะไม่ได้........มายครอฟคงอาละวาดงานพังแน่ๆ



วันนี้คงเป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตวันหนึ่ง
จอห์น วัตสันขอเชอร์ล็อค โฮมส์แต่งงานแล้ว : )
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #383 Sedius (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 18:45

    ในที่สุด สานฝันมากกกกก สุดท้ายหนูให้คุณหมอขอเหรอลูก555555

    #383
    0
  2. #352 despasito (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:35
    นิยายเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
    เชอร์ล็อคโฮมส์เป็นคนฉลาดทุกเรื่องงงง

    ยกเว้นเรื่องดาราศาสตร์กับความรัก
    #352
    0
  3. #324 CAKEZEBEBE (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 16:36
    เชอร์ลลล สุดท้ายกลายเป็นหมอขอแต่ง 55555555
    #324
    0
  4. #319 Pailalie (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:49
    ขำเชอร์ลเด๋อมากในเรื่องความรัก5555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มีนาคม 2561 / 21:53
    #319
    0
  5. #291 heechulnarak (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:55
    กรี๊ดดดดดดด
    #291
    0
  6. #210 Tomaiey (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 19:16
    พระเจ้า!!!!! เขาสมหวังกันแล้ววววว //กรีดร้องงง
    #210
    0
  7. #209 atomic_no1 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 20:54
    เค้าได้กันแล้วแม่ขา เค้าได้กันแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว///วิ่งไปเปิดเพลงรำวงรอบหมู่บ้าน
    #209
    0
  8. #208 stctmee (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 02:20
    โหยยย เขินมากกก อยากอ่านต่อเลย อยากเห็นงานเเต่งของทั้งคู่
    #208
    0
  9. #207 super_MN (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 00:28
    เขินโว้ยยยยยย มันซึนทั้งคู่ มันฟิน งืออออออออ จอห์นคือเคะที่สตรองที่สุดเลย ง่ะ ยอมมมมม เอาไปเลย 5 ดาว 55555
    #207
    0
  10. #206 SHKMHB (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 23:55
    ฟินนนนนสุด งืออออออ น่ารักมากกกก



    แต่งงอย่างเดียวใครเคะใครเมะ......

    เคะขอเมะแต่งงานงี้รึ จอห์นผู้หาญกล้าาาา555555
    #206
    0
  11. #205 Junior Prince LP (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 23:22
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ฟินจิกคาหมอนกลิ้งหลุนๆ โอยไรต์ค๋า ฟินอะไรเยี่ยงนี้

    เป็นการขอแต่งงานที่น่ารักมากก ถึงแม้ว่าจอนห์จะบุกก่อนก็ตาม 5555 (ปกติชอบ เชอร์ล็อคเมะจอนห์เคะ)

    แต่ตอนนี้ไม่สนเมะเคะแล้วค่ะ ได้เห็นทั้งคู่มาอยู่ด้วยกันอีกที ฟินปานปาดน้ำลายเลยคะ

    #205
    0
  12. #204 PloyAlways (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 22:38
    เขินอ่าาาา ไม่ไหวแล้ว อ๊ากกกกก(#?#฿?*-฿+)@;฿#(?฿$(2;#(@;$*)$@*@฿$&*?(@*'*#
    #204
    0
  13. #203 Bambie (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 22:16
    เขิลลล ในที่สุด แอบงงเรื่องโพซิชั่นแล้ว😂😂😂 แต่อยากให้เชอร์เป็นพ่อนะ พลีสสส
    #203
    0
  14. #202 Joob ๆ >3< (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:37
    กรี๊ดดดดดดดด ฟินสุดดด >\\\\\<
    #202
    0
  15. #201 PreawMaKa (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:06
    เอาจอร์นเมะนะคะๆๆๆๆ
    #201
    0
  16. #200 PreawMaKa (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 21:05
    กรีดร้อง แบบ โอ๊ยยยยย ชอบบบบ ในที่สุด ช่างยาวนาน ใน ที่ สุด อ้ากกกกกกกก
    #200
    0
  17. #199 Mojito* (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 20:17
    แงงงงงงงงงง ในที่สุดก็ขอแต่งงานกันแล้ว
    ข้ามขั้นมาก 5555
    จากแฟลตเมทเป็นคู่แต่งเฉย อ่อ ลืมไป เค้าดูใจกันมาตั้งแต่วันแรก #ท่ดๆ

    ยอมรับว่าตอนแรกหมั่นไส้พี่จิ๋ว กล้าดียังไงมาว่าพี่เขยน่ารำคาญ เดี๋ยวตีให้ตัวเท่าบิลโบ้ แต่ให้อภัยค่ะ เอ่ยปากขอพี่เหนียงแต่งงานเอง ไม่ตีละ

    แต่ทำไมรู้สึกว่าพี่จิ๋วดูแม๊นแมนจุง -..-; รวบรัดตัดตอนแทนพี่เหนียงหมดทุกอย่าง จะรวมถึงวันเข้าห้องหอด้วยมั้ย ยังไงดี 5555

    เออเนอะ พี่จิ๋วคงนำเพราะประสบการณ์ล้วนๆ พี่เหนียงคงรีเสิร์ชถามอากู๋เป็นระวิง 555555 งานนี้ใครดีใครได้แน่นอน

    ปล1. แต่พี่จิ๋วมาดคุณแม่นะ555 ปล2. เชียร์พี่เหนียงเป็นคุณพ่อวันเข้าหอนะ 5555
    #199
    0
  18. #198 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 20:09
    มีความสุขซักที มันดีมาก
    #198
    0
  19. #197 คาเซงาว่า เอเอน่า (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 19:28
    ไรท์!บอกมานะว่าแอบสลับบทของทั้งคู่นะ!งั้ย!ฟิน?เงี้ย
    #197
    0
  20. #196 Nomiiz (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 19:15
    เขิลลลลลลแทน >\\\\<
    #196
    0
  21. #195 ผีเสื้อที่หายไป (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 18:50
    เอ่อ. ขอถามหน่อยนะคะใครเป็นเคะเป็นเมะอ่ะคะ
    #195
    1
    • #195-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 44)
      12 ธันวาคม 2559 / 18:56
      Your question will be answered soon. : )
      #195-1
  22. #194 DeadMan_Gray (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 18:14
    แม่ขาาาา เขาจะแต่งงานกันแล้วววว เขินง่ะ รอวันที่เชอร์ล็อกทวงตำแหน่งคืนมาได้นะคะ (//^//)
    #194
    0
  23. #193 CokTel (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 18:13
    ย้ากกกกดด ไฟนอลลี่><
    #193
    0
  24. #192 kamisho (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 18:01
    ฟ่ากหิกยหบก่หนฟยืดากยกส-
    คือ..มันดีมากๆคู่นี้หวานแล้ว เยร้!!!(จิกหมอนรัวๆ)ฮืออออ ได้อยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วนะ..(ตอนนี้ไม่สนใจแล้วว่าใครรุกใครรับ)
    #192
    0
  25. #191 Jeab (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 17:47
    เขิน ... ดาวจระเข้มาละ นึกว่าจะได้หวีดมากกว่านี้
    #191
    0