[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 42 : Unspoken ตอนที่ 40 : Alive..........?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    6 ธ.ค. 59

          การผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตเชอร์ล็อค โฮมส์ใช้เวลายาวนานกว่า 4 ชั่วโมง บรรยากาศหน้าห้องฉุกเฉินเงียบเชียบแม้ว่าจะมีคนอยู่เต็มไปหมด
          มายครอฟ โฮมส์ผู้เป็นพี่ชายคนเดียวของคนเจ็บพึ่งเดินทางกลับมาจากอิตาลีและถึงโรงพยาบาลเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน กำลังยืนคุยอยู่กับสารวัตรเกร็ก เลสเตรด สารวัตรประจำแผนกสืบสวนที่รับหน้าที่สืบสวนคดีนี้ด้วยตัวเองอยู่ตรงหน้าบันไดของโรงพยาบาล
          เก้าอี้สองแถวบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินถูกจับจองด้วยคนสี่คน 
          เก้าอี้แถวทางด้านขวาคือมอลลี่ ฮูเปอร์นักพยาธิวิทยาประจำโรงพยาบาลเซนต์บาร์ตโธโลมิว กำลังนั่งปลอบใจคุณนายฮัตสัน หญิงสูงวัยผู้เป็นเจ้าของแฟลตที่เชอร์ล็อคเช่าอยู่ เธอนำเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ยังพอมีอยู่ที่แฟลตมาให้เชอร์ลินเปลี่ยนทันทีที่สารวัตรโทรไปแจ้งข่าว เมื่อเธอมาถึงเธอก็เอาแต่ร้องไห้เสียใจที่เชอร์ล็อคถูกยิง เพราะเธอรักเชอร์ล็อคเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไม่ใช่แค่ผู้เช่าบ้านทั่วไป
          จอห์น วัตสันนั่งอยู่ที่เก้าอี้แถบซ้าย เขานั่งหลับตานิ่งๆแม้ว่าจะไม่ได้หลับไปเพราะยังกังวลผลของการผ่าตัด บนตักของเขาคือเชอร์ลิน โฮมส์ที่กำลังนอนหลับด้วยความเหนื่อยและง่วงนอนเนื่องจากขณะนี้เป็นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว
          เด็กหญิงในชุดกระโปรงสีฟ้าที่คุณยายนำมาให้เปลี่ยนจากชุดนักเรียนที่เปื้อนเลือด กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนตักของคุณอา ใบหน้าพาดไปที่หัวไหล่โดยมีอาจอห์นกอดเอาไว้อย่างหลวมๆ ท่านอนแบบนี้มันเป็นท่านอนที่นอนได้ไม่สบายมากนัก แต่เธออยากจะให้อาจอห์นกอด เธอยังคงเสียขวัญเรื่องเห็นคุณพ่อถูกยิงและเธอยังคงต้องให้จอห์นกอดปลอบอยู่ตลอดเวลา อย่างน้อยที่สุดอ้อมกอดอุ่นๆนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและไม่โดดเดี่ยว

          แมร์รี่ วัตสันในชุดเดรสสีขาวลวดลายดอกไม้สีหวานสะพายกระเป๋า ในมือคือถุงกระดาษใบไม่ใหญ่นัก 2-3 ใบ เธอเดินตรงเข้ามายังแผนกฉุกเฉินที่อยู่ตรงหน้า
          "จอห์นคะ จอห์น" แมร์รี่สะกิดเรียกสามีที่นั่งหลับตาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเบาๆ
          จอห์นลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงภรรยาเรียก เขาขยับตัวออกห่างเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากถาม "คุณมาช้าจัง ไปไหนมา คุณอยู่บ้านไม่ใช่หรอ"
          "ชั้นแวะไปคลีนิกมาค่ะ ไปตรวจดูว่าคุณปิดประตูเรียบร้อยดีแล้วหรือเปล่าเห็นเมื่อตอนเย็นคุณบอกว่าคุณรีบออกมา ชั้นกลัวคุณลืมปิดหน้าต่าง"
          จอห์นมองไปที่หน้าภรรยา "ใช่....เมื่อตอนเย็นผมรีบมาก เพราะมันมีเรื่อง"
          แมร์รี่ยื่นถุงกระดาษในมือให้สามี "ชั้น...ชั้นเอาเสื้อผ้ามาให้คุณเปลี่ยน ที่คุณโทรไปบอกให้ชั้นเอามาให้"
          จอห์นรับถุงกระดาษมาถือไว้แล้วมองหน้าภรรยาอีกครั้ง
          "มี...มีอะไรหรือเปล่าคะ"
          "ไม่มีอะไร" จอห์นตอบสั้นๆ
          แมร์รี่ยิ้ม "คุณจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไหมคะ มันเลอะเลือดเต็มเลย เดี๋ยวชั้นจะดูแลเชอร์ลินให้เอง" เธอพูดแล้วยื่นมือจะไปจับแขนเด็กหญิงแต่จอห์นเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย
          "มายครอฟ มาอุ้มหลานหน่อยสิ ชั้นจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า" จอห์นเรียกคุณลุงของเชอร์ลินที่ยืนอยู่ด้านใน มายครอฟหันมามองแล้วพบกับผู้หญิงที่มาใหม่
          มายครอฟยื่นแขนออกไปรับหลานสาวจากตักของจอห์นมาอุ้มไว้เอง เชอร์ลินละเมอเรียกเชอร์ล็อคเบาๆ มายครอฟยื่นมือลูบผมสีดำของหลานสาวแล้วหันไปมองภรรยาของคนรู้จัก
          "สวัสดีครับคุณแมร์รี่ วัตสัน ไม่เคยพบคุณมาก่อนเลย ยินดีที่ได้พบนะครับ" มายครอฟพูด "เชอร์ลินเคยบอกว่าคุณเป็นคนน่ารักและมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ"
          แมร์รี่มองหน้าคู่สนทนาตอบ "ยินดีที่ได้พบเช่นกันค่ะคุณมายครอฟ โฮมส์"
          "เดี๋ยวชั้นมา" จอห์นพูดแล้วถือถุงกระดาษเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ
          "คุณใจกล้าจังเลยนะครับ ที่มาที่นี่" มายครอฟพูด "ผมหมายถึงคุณเป็นคนแปลกหน้าสำหรับบอดี้การ์ดของผม น้อยคนมากๆที่จะเดินอย่างมั่นใจฝ่าคนพวกนั้นเข้ามาได้ ยิ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนี้ด้วยแล้ว"
          "ก็มันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวนี่คะ" แมร์รี่ยิ้มตอบ 
          "เก่งดีครับ" มายครอฟตอบสั้นๆ


          ไฟสีแดงตรงประตูหน้าห้องฉุกเฉินดับลง ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นหันไปมองที่หน้าประตู จอห์นที่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็รีบวิ่งมาที่หน้าห้องทันที
          นายแพทย์วิคเตอร์ เทรเวอร์ผู้เป็นหัวหน้าทีมแพทย์ในการผ่าตัดครั้งนี้เปิดประตูออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้วเดินไปหามายครอฟ โฮมส์ผู้เป็นเจ้าของไข้ทันที
          "ผลการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดีครับ" นายแพทย์เทรเวอร์พูด "คุณเชอร์ล็อคปลอดภัยดีครับ เดี๋ยวผมจะย้ายไปห้องพักให้"
          "กระสุนปืนอยู่ที่ไหน" มายครอฟถาม
          นายแพทย์เทรเวอร์ล้วงมือเข้าไปในชุดของตัวเองแล้วหยิบถุงพลาสติกบรรจุกระสุนออกมา "ขนาด 9 มม.ครับ"
          สารวัตรเลสเตรดรับถุงบรรจุกระสุนมาถือไว้ แล้วพูด "ผมจะนำมันไปตรวจสอบหาประเภทของปืน เพื่อตีวงคนทำให้แคบลง" เขาหันไปพูดกับคุณหมอ "รบกวนทำเรื่องนำกระสุนนี้ออกจากโรงพยาบาลด้วยนะครับคุณเทรเวอร์ ผมต้องนำไปประกอบคดี"
          "ได้ครับ เชิญทางนี้ครับสารวัตร" คุณหมอพูด "ส่วนคุณเชอร์ล็อค อีก 15 นาทีจะมีเจ้าหน้าที่พาไปที่ห้องพักนะครับ"
          "ขอบคุณมากเทรเวอร์" มายครอฟพูด
          "มันเป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ" เขาพูด "ขอตัวก่อนนะครับ"
          "ชั้น....ขอเข้าไปหาเขาหน่อยได้ไหม" จอห์นลอบมองเข้าไปที่กระจกบานเล็กของประตูห้องฉุกเฉิน "ให้ชั้นเข้าไปดูในฐานะหมอของเขาก็ได้"
           "ชั้นจะเข้าไปดูเขาเอง เขาเป็นน้องชายชั้น" มายครอฟตอบ "นายอยู่ดูแลเชอร์ลินข้างนอกนี่แหละ"
          "ทะ...ทำไม" จอห์นถาม
          "ดูแลเชอร์ลินให้ดีที่สุด เอาชีวิตของนายดูแลหลานชั้นให้ดี" มายครอฟพูด แล้วเหลือบตามองหญิงสาวชุดสีหวานเล็กน้อย "อย่าให้ใครยุ่งกับหลานของชั้น"
          "งั้น...ให้ชั้นเฝ้าเขาได้มั้ย ที่ห้องพักน่ะ"
          "คืนนี้ชั้นจะเฝ้าเอง ส่วนนายพาเชอร์ลินไปนอนจะดีกว่า เชอร์ล็อคตื่นมาคงเรียกหาลูกเป็นอย่างแรก ดังนั้นเชอร์ลินควรจะได้นอนจนเต็มอิ่ม ไม่ใช่มานอนหน้าห้องแบบนี้" มายครอฟพูด "ชั้นจะเปิดโรงแรมที่ใกล้ที่สุดแถวๆนี้ให้ นายพาเชอร์ลินไปนอนก็แล้วกัน เปิดห้องเผื่อคุณนายฮัตสันด้วยเผื่อว่าเธอจะยังไม่อยากกลับแฟลต"
          "ชั้นจะรอเขาฟื้น เขา.....เขาต้องตื่นมาเจอชั้น...ให้...ให้ชั้นรอที่นี่เถอะนะ"
          "แต่เชอร์ลินต้องเข้านอน ต้องมีที่นอนที่ดีกว่าหน้าห้องฉุกเฉินแบบนี้" 
          "เอ่อ....ขอโทษนะคะ" มอลลี่ ฮูเปอร์กล่าวขัดขึ้น "ถ้าหากไม่ว่าอะไร ให้เชอร์ลินไปนอนที่ห้องชั้นก่อนไหมคะ ความจริงมันก็คือห้องทำงานนั่นแหละค่ะ ... ไม่ใช่ห้องแล็ปนะคะ ห้องทำงานในส่วนของงานเอกสารน่ะค่ะ มันมีเก้าอี้แบบเอนอยู่ในห้อง เชอร์ลินน่าจะนอนได้ มันอาจจะไม่สบายเท่าที่โรงแรมแต่ถ้าไม่อยากให้เชอร์ลินอยู่ห่างจากเชอร์ล็อคมากนัก ห้องที่บอกอยู่แค่ชั้น 3 เองค่ะ ถ้าเชอร์ลินตื่นแล้วงอแงหาคุณพ่อ ก็พามาหาได้เลย....เดี๋ยวชั้นจะบอกหัวหน้าให้ เขาคงไม่ว่าอะไร"
          มายครอฟคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ถ้าเป็นแบบนั้นก็ได้ ขอบคุณมอลลี่" เขาพูด "นายพาหลานไปนอนได้แล้วจอห์น ชั้นจะให้คนไปเฝ้าที่หน้าห้อง นอกจากนายและมอลลี่ ห้ามใครเข้าห้องจนกว่าจะเช้า พรุ่งนี้ถ้าเชอร์ลินไปโรงเรียน ชั้นจะจัดทีมใหม่มาเฝ้า หรือถ้าเชอร์ลินไม่อยากไปก็ค่อยพาไปหาเชอร์ล็อคในห้องก็แล้วกัน"
          จอห์นรับเชอร์ลินมาอุ้มแทน "ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ชั้นขอเฝ้าเขาต่อจากนายเองนะ ถ้าเชอร์ลินจะไปโรงเรียน เดี๋ยวชั้นไปส่งแล้วกลับมาเฝ้าต่อเลย" เขาพูด "นะมายครอฟ ให้ชั้นเฝ้าเขาช่วงที่นายไปพัก....ชั้นอยากดูแลเขา"
          มายครอฟพยักหน้าเข้าใจ "เป็นแบบนั้นก็ได้ พรุ่งนี้นายมาเฝ้าเขาช่วงกลางวันก็แล้วกัน" มายครอฟพูดแล้วหันไปหาคุณนายฮัตสัน "คุณจะไปนอนโรงแรมใกล้ๆที่นี่ที่ผมเปิดไว้หรือกลับแฟลตครับ ผมจะให้คนขับรถไปส่ง"
          "เอ่อ....ชั้นว่าชั้นกลับแฟลตจะดีกว่า พรุ่งนี้ชั้นจะรีบทำอาหารเช้ามาให้เชอร์ลินก็แล้วกัน เวลาเธองอแงแล้วจะไม่ค่อยกินอะไร เดี๋ยวจะไม่สบาย" คุณนายฮัตสันพูด
          "ถ้าอย่างนั้นผมจะส่งคนไปอยู่เป็นเพื่อนก็แล้วกันครับ" มายครอฟพูด "ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างก็จัดการเรียบร้อย รบกวนมอลลี่นำทางจอห์นพาเชอร์ลินไปนอน ส่วนคุณนายฮัตสันผมจะให้คนขับรถไปส่งและอยู่เป็นเพื่อน ดังนั้นไปรอที่ลานจอดรถนะครับ"
          จบคำของมายครอฟเลขาส่วนตัวของเขาก็เดินนำคุณนายฮัตสันไปยังลานจอดรถเพื่อไปส่งที่แฟลตและอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะเช้า มอลลี่ก็นำทางจอห์นที่กำลังอุ้มเชอร์ลินอยู่ไปนอน ก่อนจะเดินจากไป จอห์นเข้าไปมองกระจกหน้าห้องฉุกเฉินอีกครั้ง แม้ว่ามันจะไม่เห็นอะไรนอกจากผ้ากั้นสีเขียว แต่มันก็ทำให้เขารู้ว่าเชอร์ล็อคปลอดภัย พรุ่งนี้เช้าเขาจะรีบมาเฝ้าเชอร์ล็อคด้วยตัวเอง
          "มาที่นี่เพราะคิดว่าผมไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับคุณหรือครับ" มายครอฟเอ่ยปากถามแมร์รี่เมื่ออยู่กันตามลำพัง
          "หลักฐานอะไรหรือคะ" แมร์รี่ถามกลับ
          "เรื่องคนที่ยิงน้องชายผม"
          "ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของกล้องวงจรปิดเถอะค่ะ" แมร์รี่ตอบ "แต่ดูเหมือนว่าที่บ้านของคุณคงจะไม่มีกล้อง ไม่เช่นนั้นคงจับตัวคนทำได้ไปแล้ว"
          "หลักฐานน่ะไม่จำเป็นต้องใช้กล้องวงจรปิดหรอกครับ ยิงไปปังเดียว ก็พังทั้งระบบแล้ว" มายครอฟพูด "พวกหมาจิ้งจอกมันต้องออกตามล่าเหยื่อที่มันต้องการอยู่แล้ว มันทนได้ไม่นานหรอกครับ ความหิวของมันจะทำให้มันเปิดเผยตัวเอง"
          "เหมือนคุณเลยนะคะ หมาจิ้งจอกตัวนั้น"
          "ไม่เหมือนหรอกครับ ถ้าผมจะเป็นหมาผมก็คงเป็นหมาเฝ้าบ้านชั้นดีที่มีหน้าที่ปกป้องทุกคนในครอบครัวให้ดี และแน่นอนว่าเมื่อมีคนมาทำร้ายคนในครอบครัวของผม ผมกัดไม่ปล่อยแน่นอน"
          มายครอฟพูดแล้วผลักประตูเข้าห้องฉุกเฉินไปเพื่อดูน้องชายและทิ้งให้แมร์รี่ยืนอยู่ตามลำพัง



          ช่วงเวลายามค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไป เช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น คุณนายฮัตสันนำชุดนักเรียนมาให้เชอร์ลินที่โรงพยาบาลพร้อมขนมและอาหารเช้า เด็กหญิงตัวเล็กยืนยันที่จะไปโรงเรียนแม้ว่าคุณพ่อจะยังไม่ฟื้นก็ตาม เธอบอกว่าเธออยากจะเก่งเหมือนคุณพ่อ เธอไม่อยากหยุดเรียน หากคุณพ่อของเธอตื่นเธอจะได้มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง จอห์นจึงพาเชอร์ลินไปส่งที่โรงเรียนภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดจากคนของมายครอฟ
          มายครอฟ โฮมส์ออกไปแล้ว เขามีธุระอีกมากมายที่จะต้องจัดการ จอห์นที่ได้เอ่ยปากขอไว้ว่าจะเฝ้าเชอร์ล็อคด้วยตนเองจึงรับหน้าที่การเฝ้าไข้คนเจ็บตลอดช่วงกลางวัน
          เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านและไม่ได้ไปส่งภรรยาที่บ้านด้วยเช่นกัน เขาพาหลานสาวตัวน้อยไปนอนที่ห้องทำงานของมอลลี่ที่อยู่ชั้น 3 ของโรงพยาบาล จอห์นนั่งเฝ้าหลานสาวอยู่ไม่ห่างเขาจึงไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืน
          ห่วงทั้งเพื่อน ทั้งลูกสาวเพื่อนแล้วจะให้เขาหลับตาลงได้อย่างไร....
          จอห์นเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้าไปด้านใน บนเตียงคนไข้คือเชอร์ล็อค โฮมส์ที่ยังไม่ฟื้นหลังการผ่าตัด ที่ปลายนิ้วข้างขวาคือเครื่องวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเม็ดเลือด ข้อพับของแขนข้างเดียวกันมีอุปกรณ์วัดความดันโลหิตติดอยู่ นอกจากนั้นแล้วบริเวณหน้าอกของคนไข้ที่ไม่ได้สวมเสื้อมีอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณชีพติดอยู่เต็มไปหมด
          คุณหมอผู้เป็นเพื่อนกับคนไข้เดินไปปรับเครื่องปรับอากาศให้อุ่นขึ้นเล็กน้อย ระดับอุณหภูมิที่ทางโรงพยาบาลปรับไว้ตั้งแต่แรกนั้นเหมาะสมแล้ว แต่นี่คือเชอร์ล็อค โฮมส์ จอห์นรู้ดีว่าเชอร์ล็อคชอบอุณหภูมิประมาณไหน สภาพอากาศภายในห้องเป็นอย่างไรจึงจะทำให้เขานอนหลับสบาย ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป สิ่งเหล่านี้มันสะสมมาจากประสบการณ์ในการใช้ชีวิตร่วมกันมามากกว่า 5 ปี
          จอห์นเดินไปดูจอมอร์นิเตอร์ของเครื่องตรวจจับออกซิเจนในเลือด เครื่องวัดความดันและเครื่องตรวจจับสัญญาณชีพที่ตั้งอยู่ข้างเตียง เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กของตนเองออกมาจดค่าเหล่านั้นเอาไว้พร้อมกับจนเวลากำกับ....ในฐานะแพทย์ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งจำเป็น แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่ใช่หมอเจ้าของไข้ก็ตาม
          จอห์นไปหยุดลงที่ข้างเตียง เขายื่นมือจัดผ้าห่มที่ห่มได้ถึงแค่เอวให้เข้าที่ แผลที่หน้าท้องด้านขวาถูกปิดไว้อย่างเรียบร้อย นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเชอร์ล็อคถึงนอนใส่เสื้อไม่ได้และห่มผ้าปิดทั้งตัวไม่ได้เช่นกัน
          คุณหมอลากเก้าอี้ที่มีอยู่ในห้องมาไว้ที่ข้างเตียงก่อนจะนั่งลง เขายื่นมือไปจับมือข้างซ้ายที่ไม่ได้มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ติดไว้แล้วกุมมือนั้นเอาไว้ จอห์นจรดริมฝีปากไปที่หลังมือขาวซีดอย่างแผ่วเบาก่อนจะนำมาแนบที่แก้มสากเล็กน้อยของตนเอง
          "ชั้นขอโทษนะเชอร์ล็อค ชั้นขอโทษ" จอห์นกล่าวเบาๆ "ถ้าเรายังอยู่ด้วยกัน ชั้นคงดูแลนายได้ดีกว่านี้ ชั้นขอโทษที่ทำนายเสียใจ ขอโทษที่ทำนายน้อยใจจนต้องไปอยู่ที่อื่น ไปอยู่ในที่ที่ชั้นไปดูแลนายไม่ได้ ...มันเป็นเพราะชั้นเอง ชั้นขอโทษ"
          "ชั้นเคยสัญญากับแม่นายเอาไว้ว่าจะดูแลนายให้ดี แล้วนี่ชั้นทำอะไรลงไป ชั้นทำให้นายโดนยิงได้ยังไง....มันผิดที่ชั้นเอง ชั้นขอโทษนะเชอร์ล็อค ชั้นขอโทษ"

          เวลาผ่านไปจากนาทีเป็นชั่วโมงจอห์นนั่งอยู่ข้างเตียงไม่ได้ลุกไปไหน มือของเขากุมมือของคนเจ็บเอาไว้ตลอดและไม่ได้ปล่อยมือนั้นเลยสักนาทีเดียว
          ปลายนิ้วของมือขาวซีดขยับเบาๆ จอห์นหันไปมองมือนั้นและพบว่าคนไข้เริ่มจะรู้สึกตัว เขายิ้มออกมาอย่างดีใจ จอห์นรีบหยิบสมุดโน้ตและปากกาออกมาจดเวลาที่เชอร์ล็อครู้สึกตัวและค่าของจอมอร์นิเตอร์ต่างๆอย่างรวดเร็ว
          "...เชอร์....." เสียงของเชอร์ล็อคพูดเบาๆ จอห์นหันไปมองตามเสียงแล้วเอาหูแนบเข้าไปใกล้ๆใบหน้า
          "เชอร์......ลิน .....เชอร์.....ลิน" เชอร์ล็อคเอ่ยชื่อลูกสาว
          "จะหาเชอร์ลินใช่มั้ย ชั้น...ชั้นจะให้คนไปรับเชอร์ลินเดี๋ยวนี้เลยนะเชอร์ล็อค รอแปบนึงนะ" จอห์นกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ
          จอห์นยื่นมือไปกดปุ่มสีเขียวที่หัวเตียงเพื่อเรียกพยาบาล "เชอร์ล็อค โฮมส์ฟื้นแล้ว รบกวนติดต่อมายครอฟ โฮมส์ให้เขาไปรับเชอร์ลินที่โรงเรียนด่วนเลยนะครับ เชอร์ล็อคเขาเรียกหาเชอร์ลิน"
          จอห์นยื่นมือเช็ดหน้าผากชื้นของคนที่พึ่งรู้สึกตัวเบาๆ "รอแปบนึงนะเชอร์ล็อค ลูกกำลังจะมา รอแปบนึงนะ" 



          ประตูห้องพักคนป่วยเปิดออกเล็กน้อยอีกครั้งในเวลาไม่เกิน 45 นาทีหลังจากที่เชอร์ล็อคฟื้น เด็กหญิงผมดำยาวในชุดกระโปรงนักเรียนประถมสีน้ำเงินเดินเข้ามาในห้องแล้วหันไปมองที่เตียงคนป่วย
          ในห้องมีคุณหมอที่เป็นทีมแพทย์ในการรักษาคุณพ่อและพยาบาลกำลังตรวจคุณพ่อของเธออยู่โดยที่มีอาจอห์นคอยอยู่ใกล้ๆไม่ห่างไปไหน
          "คุณพ่อ !!!" เชอร์ลิน โฮมส์ร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าคุณพ่อของเธอลืมตาตื่นแล้ว
          เชอร์ล็อคนอนอยู่บนเตียงหันหน้าไปตามเสียงเรียกแล้วยิ้มให้ "มาหาพ่อหน่อยสิเชอร์ลิน" เขาพูดแล้วยื่นมือข้างที่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปหาลูกสาว
          ทีมแพทย์และพยาบาลที่พึ่งตรวจเชอร์ล็อคเสร็จเห็นว่าคนป่วยต้องการเวลาส่วนตัวจึงขอตัวออกจากห้องพักไปก่อน
          เชอร์ลินมายืนที่ข้างเตียง เชอร์ล็อคยื่นมือไปจับแก้มนิ่มของลูกสาวเบาๆ "ดูซิเด็กนักเรียนประถมคนไหนกลับมาเร็วจังเลย โดดเรียนหรือเปล่านะ"
          "คุณพ่อ...ฮืออออ คุณพ่อตื่นแล้ว" เชอร์ลินร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ "คุณพ่อจะไม่ทิ้งเชอร์ลินไปใช่มั้ยคะ"
          เชอร์ล็อคใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาของลูกสาวเบาๆ "ใครเขาจะทิ้งลูกสาวพ่อไปได้ ขี้แงแบบนี้ ใครเขาจะไปโอ๋ลูกได้นอกจากพ่อกันล่ะหืม?"
          "เมื่อเช้าเชอร์ลินกินแซนวิชไปตั้งหลายคำ อาจอห์นบอกว่าถ้ากินเยอะๆ คุณพ่อตื่นมาจะดีใจ" เชอร์ลินสะอื้นเล็กน้อย "คุณพ่อดีใจมั้ยคะ เชอร์ลินกินไปตั้งเยอะ"
          เชอร์ล็อคยิ้ม "ดีใจสิ ลูกพ่อกินเก่งเหมือนเดิมพ่อก็ดีใจแล้ว" เขาพูด "ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะเด็กดี พ่อตื่นแล้วดูสิ"
          "เชอร์ลินเอาน้ำให้คุณพ่อดื่มสิ คุณพ่อหิวน้ำแน่เลย" จอห์นยื่นแก้วน้ำเปล่าพร้อมหลอดดูดน้ำให้ เชอร์ลินรับมาถือไว้ส่วนจอห์นก็หันไปปรับเตียงให้เอียงสูงขึ้นเล็กน้อยป้องกันเชอร์ล็อคสำลักน้ำ
           เชอร์ลินเขย่งจนสุดปลายเท้ายื่นแก้วน้ำพร้อมหลอดให้คุณพ่อ เชอร์ล็อคยิ้มแล้วดูดน้ำที่ลูกสาวถือแก้วอยู่ มือก็ลูบผมสีดำยาวนั้นเบาๆ
          เชอร์ลินยื่นแก้วน้ำคืนอาจอห์นแล้วมองไปที่แผลที่มีผ้าพันแผลพันไว้ที่บริเวณหน้าท้อง "คุณพ่อเจ็บไหมคะ"
          "เจ็บสิ เจ็บมากๆเลย" เชอร์ล็อคพูด
          เด็กหญิงมีน้ำตาคลอที่ดวงตาอีกครั้งเมื่อได้ยินคุณพ่อของตนเองบอกว่าเจ็บ "เมื่อวานเชอร์ลินเห็นที่ตัวคุณพ่อมีแต่เลือด มือของเชอร์ลินก็มีเลือดคุณพ่อเต็มเลย เชอร์ลินกลัวคุณพ่อจะไม่อยู่กับเชอร์ลินแล้ว เชอร์ลินกลัวคุณพ่อจะทิ้งเชอร์ลินไปอีก"
          เชอร์ล็อคจับมือลูกสาวมาจูบที่หลังมือเบาๆ "ไม่ต้องกลัวนะเด็กดี พ่อจะไม่ทิ้งลูกไปไหนอีกนะพ่อสัญญา" เชอร์ล็อคยิ้ม "ไหนมาจุ๊บหน่อยซิ"
          จอห์นอุ้มเชอร์ลินให้เชอร์ล็อคเพราะคนป่วยยังขยับตัวไม่ได้เนื่องจากมีแผลบริเวณหน้าท้อง เชอร์ล็อคกดจูบไปที่แก้มนิ่มๆของลูกสาว เชอร์ลินก็จูบแก้มของคุณพ่อกลับเช่นกัน
          เด็กหญิงหันไปดึงเสื้อจอห์น "อาจอห์นขา อาจอห์น คุณพ่อเจ็บ"
          "อืม..ใช่ คุณพ่อเจ็บเพราะแผลยังไม่หาย เลยต้องอยู่โรงพยาบาล เชอร์ลินต้องระวังอย่าไปโดนแผลคุณพ่อนะ เดี๋ยวคุณพ่อเจ็บ" จอห์นพูด
          "อาจอห์นจุ๊บคุณพ่อหน่อยสิคะ คุณพ่อจะได้หายเจ็บ เหมือนตอนเชอร์ลินล้มไงคะ" เชอร์ลินพูด "ตอนคุณพ่อทำอาหารแล้วมือเจ็บ อาจอห์นยังจุ๊บเลย"
          เชอร์ล็อคมองหน้าจอห์นแว้บหนึ่งแล้วเปลี่ยนไปคุยกับลูกสาว"พ่อไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอกเชอ...."
          ก่อนที่เชอร์ล็อคจะพูดอะไรจบ จอห์นที่กำลังอุ้มเชอร์ลินอยู่ก็โน้มไปใบหน้าไปใกล้ๆคนที่นอนอยู่บนเตียง ริมฝีปากกดลงไปที่หน้าผากขาวซีดนั้นอย่างแผ่วเบา เชอร์ล็อคหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้น
          "หายเจ็บมั้ย" จอห์นถามคนนอนที่นอนอยู่บนเตียง
          เชอร์ล็อคลืมตาขึ้นมามองดวงตาสีเทาที่อยู่ใกล้ๆใบหน้าตัวเอง "ถ้าบอกว่ายังไม่หาย ชั้นจะได้แบบเมื่อกี้อีกหรือเปล่า"
          จอห์นยิ้ม "ถ้ายังไม่หายเจ็บ อาจต้องตามเทรเวอร์ หมอเจ้าของไข้มาตรวจดูว่าทำไมถึงยังไม่หาย"
          "เทรเวอร์จะไปรักษาหายได้ยังไงในเมื่อเทรเวอร์ไม่ใช่หมอของชั้น" เชอร์ล็อคพูด "หมอของชั้นก็ต้องมารักษาชั้นสิ"
          "เพราะพี่นายนั่นแหละ นิสัยไม่ดี" จอห์นพูด


          "อ่ะแฮ่ม" เสียงใครบางคนเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ จอห์นดึงตัวเองขึ้นให้กลับมายืนตัวตรงตามเดิมทันที
          "ลุงไมค์กับลุงเกร็กมาแล้ว" เชอร์ลินทักผู้มาใหม่ทั้งสอง "คุยกับคุณหมอเสร็จแล้วหรอคะ เร็วจังเลย"
          "คุยเสร็จแล้ว คุยเสร็จช้าไปด้วยซ้ำถึงเปิดประตูห้องมาเจอภาพเมื่อตะกี้" มายครอฟพูดแล้ววางกระเป๋านักเรียนลายการ์ตูนของเชอร์ลินลงบนโซฟาในห้องพักคนป่วย "เมื่อกี้ทำอะไร"
          "คุณพ่อเจ็บ อาจอห์นเลยจุ๊...."
          "เชอร์ลินกินคุ้กกี้ไหม คุณยายทำมาให้แล้วเอามาฝากไว้" จอห์นพูดขัดขึ้น "หิวหรือยัง"
          "คุ้กกี้ !" เชอร์ลินชี้ไปที่ถุงพลาสติกที่วางอยู่บนโต๊ะตรงมุมห้อง "นั่นคุ้กกี้ของเชอร์ลินหรอคะ"
          "ใช่ นั่นคือคุ้กกี้ กินไหม" จอห์นถาม
          เชอร์ลินพยักหน้า "กินค่ะ" เธอพูด "คุณพ่อกินคุ้กกี้ได้ไหมคะ คนไม่สบายกินได้ไหม"
          "กินได้แต่กินได้นิดเดียวนะ คุ้กกี้มันแห้งเกินไป เดี๋ยวติดคอคุณพ่อ" จอห์นตอบแล้วเดินไปหยิบถุงคุ้กกี้ที่อยู่มุมห้อง
          เชอร์ลินไปยืนเกาะขอบเตียงคนป่วยแล้วยิ้ม "เดี๋ยวกินคุ้กกี้กันนะคะคุณพ่อ คุณยายทำมาให้ค่ะ"
          "ชั้นโทรบอกหม่ามี้แล้ว คุณพ่อกับหม่ามี้จะมาพรุ่งนี้เช้า ชั้นให้คนไปรับแล้ว" มายครอฟพูดแล้วเดินมาหาน้องชาย "หน้าดูไม่ค่อยซีดเท่าไหร่นะ"
          "หน้าชั้นเหมือนคนโมโหหรือเปล่า" เชอร์ล็อคถามด้วยเสียงหงุดหงิด
          "โกรธที่เข้ามาขัดจังหวะหรือไง" มายครอฟถามเสียงเบา "ให้เจอกัน ให้อยู่ด้วยกันไม่ใช่ให้มาทำแบบนี้นะ อย่าลืม.....ปัญหามันยังไม่จบ"
          "คุณพ่อ นี่คุ้กกี้ค่ะ" เชอร์ลินยื่นคุ้กกี้ที่ถูกหักเป็นชิ้นเล็กๆให้เชอร์ล็อค เชอร์ล็อคอ้าปากกินคุ้กกี้ที่ลูกสาวป้อนให้
          "ชั้นกับเกร็กมีธุระจะไปจัดการต่อ เดี๋ยวจะกลับมาใหม่" มายครอฟพูด
          "เอาคนของนายที่อยู่หน้าห้องออกไปด้วย ชั้นไม่ชอบให้ใครเฝ้า มันน่ารำคาญ" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นต้องการพักผ่อน ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายหน้าห้อง"
          "แต่เพื่อความปลอดภัยของนายมันต้องมีนะ" สารวัตรเกร็ก เลสเตรดพูดขึ้นประโยคแรก "ถ้าไม่ชอบคนของมายครอฟ ชั้นจะจัดตำรวจมาเฝ้าให้ก็ได้"
          "ไม่ต้อง เอากลับไปให้หมด" เชอร์ล็อคสั่งอีกครั้งแล้วหันหน้าไปกินคุ้กกี้จากลูกสาว
          มายครอฟถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย "โอเค....ชั้นจะเอาคนของชั้นกลับไปก็ได้ ถ้านายคิดว่ามีคนดูแลดีอยู่แล้ว" มายครอฟเหลือบตามองจอห์นเมื่อพูดถึงประโยค 'คนดูแล' เมื่อสักครู่ "จะทำอะไรก็นึกด้วยว่าเขามีเมียแล้ว ชั้นไม่ต้องย้ำซ้ำใช่มั้ย"
          เชอร์ล็อคไม่โต้ตอบบทสนทนากับพี่ชาย
          "ชั้นไปล่ะ" มายครอฟพูดแล้วหันไปหาหลานสาว "ลุงสองคนไปก่อนนะเชอร์ลิน เดี๋ยวค่ำๆลุงจะมาหานะ"
          "บ๊ายบายค่ะลุงไมค์ลุงเกร็ก ขับรถดีๆนะคะ" เชอร์ลินโบกมือลาแล้วป้อนคุ้กกี้ในมือต่อ
          มายครอฟและสารวัตรเลสเตรดเปิดประตูออกจากห้องไป



          เชอร์ล็อค โฮมส์ยังขยับตัวได้ไม่มากเพราะต้องระวังแผลที่หน้าท้อง เขามีคุณหมอประจำตัวอย่างจอห์น วัตสันคอยดูแลอยู่ไม่ห่างและนอกจากนั้นยังมีพยาบาลตัวเล็กคอยเฝ้าอยู่ที่ข้างเตียงอีกด้วย
          เชอร์ลิน โฮมส์คอยเฝ้าเชอร์ล็อคอยู่ไม่ห่าง เธอจะป้อนอาหาร ขนมและน้ำดื่มให้คุณพ่อด้วยตัวเอง เมื่อถึงเวลาที่คุณหมอของโรงพยาบาลมาตรวจเธอก็จะยืนฟังอย่างตั้งใจราวกับว่าฟังมันรู้เรื่องทั้งๆที่เธอฟังไม่เข้าใจเลยสักคำเดียว
          เมื่อเชอร์ล็อคหลับในช่วงบ่าย เชอร์ลินก็จะลากเก้าอี้ไปนั่งเฝ้าอยู่ที่ข้างๆเตียง เธออาจจะกำลังเลียนแบบสิ่งที่เชอร์ล็อคเคยทำให้ตอนที่เธอยังอยู่โรงพยาบาลแล้วเชอร์ล็อคไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลทุกวัน และไปอยู่กับเธอที่โรงพยาบาลแทบจะตลอดทั้งวันเช่นกัน เชอร์ลินไม่อยากคลาดสายตาจากคุณพ่อของตัวเอง เธออยากให้คุณพ่อหายไวๆจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับไปอยู่บ้านด้วยกันอย่างเคย
           เมื่อเชอร์ล็อคตื่นนอนในเวลาเกือบเย็น จอห์นจะคอยเช็ดตัวให้เพราะเชอร์ล็อคยังอาบน้ำไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเชอร์ล็อคกลับไม่ยอมที่จะให้จอห์นเปลี่ยนให้แม้ว่าจอห์นจะบอกว่าเขาเป็นหมอ เขาเคยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนไข้มาก่อน เชอร์ล็อคก็ยังไม่ยอมอยู่ดีและให้เรียกพยาบาลมาทำหน้าที่นี้แทน จอห์นจึงอาศัยเวลาช่วงนี้พาเชอร์ลินไปทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล
          เชอร์ลินกับจอห์นกลับเข้าไปในห้องพักคนป่วยอีกครั้งหลังทานอาหารเสร็จและพยาบาลก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เชอร์ล็อคเสร็จแล้ว ครั้งนี้ในมือของเชอร์ลินมีหนังสือสำหรับเด็กที่ซื้อมาจากร้านหนังสือในโรงพยาบาลติดมือกลับมาด้วย เชอร์ลินอยากให้คุณพ่ออ่านหนังสือให้ฟัง แม้ว่าจอห์นจะเตือนแล้วว่าคุณพ่อยังไม่หายดีอย่ารบกวนจะดีกว่า แต่เชอร์ล็อคก็บอกว่าไม่เป็นไร เขาเองก็คิดถึงการอ่านหนังสือให้ลูกฟังเหมือนกัน
          จอห์นอุ้มเชอร์ลินในชุดนักเรียนขึ้นไปนอนบนเตียงข้างๆกับเชอร์ล็อค เชอร์ล็อคยื่นแขนข้างที่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ติดไว้ออกไปโอบกอดและให้ลูกสาวนอนหนุน เชอร์ลินเอาศรีษะเล็กๆเกยไหล่คุณพ่อเล็กน้อย ส่วนสายตาก็มองไปยังรูปภาพในหนังสือที่คุณพ่อกำลังอ่านให้ฟัง
          หนังสือเรื่อง 'แมงมุมเพื่อนรัก' ที่เชอร์ลินซื้อมาถูกคุณพ่ออ่านให้ฟังอย่างตั้งใจโดยไม่มีข้อโต้แย้งจำพวก 'ไร้สาระ' หรือ 'อ่านหนังสือวิทยาศาสตร์ดีกว่า' อย่างที่ผ่านมา แม้ว่าเชอร์ล็อคจะมีคำถามในใจอยู่บ้างว่าทำไมคนเราต้องอยากเป็นเพื่อนกับแมงมุมแต่เขาก็เลือกที่จะเก็บคำถามนั้นไว้ในใจไม่พูดขัดจังหวะลูกสาวที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับการฟังสิ่งที่เขากำลังอ่านอยู่
          หนังสือถูกปิดลงเมื่ออ่านจบ จอห์นรับหนังสือจากมือของเชอร์ล็อคไปเก็บ เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอดังมากจากคนที่นอนทับแขนของเชอร์ล็อคอยู่ เขาเหลือบตามองก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าลูกสาวของตัวเองหลับไปเสียแล้ว

          "เมื่อคืนนอนสะดุ้งทั้งคืนเลยหลับไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ เมื่อตอนบ่ายก็ไม่ได้นอนเพราะเอาแต่เฝ้านาย" จอห์นพูด
          เชอร์ล็อคยื่นมือข้างที่มีอุปกรณ์การแพทย์ติดอยู่ลูบผมสีดำของคนที่หลับเบาๆ "ไม่สระผมอีกแล้วนะเจ้าลูกหมู"
          "ชั้นจะสระให้แล้ว แต่ไม่ยอมจะรอแต่ให้นายมาสระให้ นายต้องรีบหายแล้ว ไม่เช่นนั้นหัวเชอร์ลินเน่าก่อนแน่ๆ" จอห์นหัวเราะเบาๆ
           เชอร์ล็อคยิ้ม "โตเร็วจังเลย ใกล้จะ 8 ขวบแล้วสินะ นี่ชั้นยังจำวันที่อุ้มเด็กขี้แงเอาแต่ร้องไห้คนนั้นออกมาจากซอกตึกแคบๆอับๆได้อยู่เลย ทำไมเด็ก 4 ขวบตัวเล็กๆวันนั้นกลายมาเป็นลูกหมูตัวน้อยๆของชั้นได้ยังไงกันเนี่ย"
          จอห์นเดินมาที่ข้างเตียงเตรียมจะอุ้มเชอร์ลินไปนอนที่โซฟาแต่เชอร์ล็อคปฏิเสธขึ้นมาเสียก่อน
          "ไม่เป็นไรจอห์น ให้เชอร์ลินนอนอย่างนี้แหละ ชั้นอยากนอนกอดลูก"
          "เชอร์ลินตัวหนักนะ ไม่ค่อยดีกับการที่จะนอนทับแขนนายเท่าไหร่ อีกอย่างมันไม่ค่อยดีด้วยที่จะให้เชอร์ลินนอนบนเตียงคนป่วยนะ"
          "แค่แปบเดียวก็ได้ แล้วค่อยพาไปนอน" เชอร์ล็อคตอบ "นายควรพักบ้างนะจอห์น ดูแลเชอร์ลินมาตั้งแต่เมื่อวาน ชั้นรู้ว่าเมื่อคืนนายยังไม่ได้นอนเลย นายจะนอนพักสักนิดมั้ยละ"
          "ชั้นอยากจะอาบน้ำมากกว่า" จอห์นตอบ "ถ้าอย่างนั้นชั้นขอออกไปที่แฟลตหน่อยนะ ไปอาบน้ำแล้วก็จะเอาเสื้อผ้าของเชอร์ลินมาเปลี่ยนด้วย ซักประมาณ 40 นาทีจะกลับมาใหม่"
          "อืม....ไม่ต้องห่วง ชั้นจะดูแลเชอร์ลินเอง" เชอร์ล็อคตอบ
          จอห์นขยับผ้าห่มให้คลุมทั้งเชอร์ล็อคและเชอร์ลินก่อนที่จะออกจากห้องไป
          เชอร์ล็อคหันหน้ามองลูกสาวตัวน้อยที่นอนหลับสนิทแล้วยิ้มพอใจที่ลูกนอนหลับสบายดี เขาค่อยๆพยุงตัวขึ้นอีกเล็กน้อยแม้จะยังเจ็บแผลอยู่บ้างเพื่อยื่นมือไปที่เท้าของลูกสาวตนเอง
          เชอร์ล็อคดึงถุงเท้าสีชมพูของลูกสาวทั้งสองข้างออกจากเท้าเล็กๆแล้วม้วนมันจนเรียบร้อยแล้วเก็บมันไว้ที่ลิ้นชักข้างเตียง ถุงเท้าอาจจะทำให้เชอร์ลินรู้สึกอึดอัดจนนอนหลับไม่สบายได้เชอร์ล็อคจึงตัดสินใจถอดมันออกไป
          เขาเอนลงตัวนอนหลังเก็บถุงเท้าเสร็จ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องพักอีกครั้ง เชอร์ล็อคเอ่ยปากพูด
          "ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ต้องการกระเช้าเยี่ยมไข้จากคุณนะแมร์รี่"
          "ชั้นไม่มีกระเช้างี่เง่าพวกนั้นมาเยี่ยมคุณหรอกค่ะ" แมร์รี่พูดแล้วหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายสีหวานของตนเอง "ชั้นมีอย่างอื่นมาฝาก"

          แคร็ก !
          เสียงบรรจุกระสุนปืนดังขึ้นหนึ่งครั้ง เชอร์ล็อคกระชับแขนที่กอดลูกสาวจนแน่นแล้วมองไปที่อาวุธปืนที่เล็งมาหาตัวเอง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #382 Sedius (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 18:06

    เจ้ในซีรีส์หนูชอบเจ้นะ แต่ในนี้คือเจ้ไม่ได้เลยไปพักค่ะะะะ

    #382
    0
  2. #289 heechulnarak (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:03
    โอ้อิเจ้แกจะไม่ยอมไปดีใช่ไหม ปาครกหินใส่หน้ารั้วๆ
    #289
    0
  3. #189 Mojito* (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 21:05
    อูยยยยยยยยยยย
    เจ๊มะลิvsพี่ไมค์
    ฝีปากกระทบกระเทียบเวลเก้าเก้าเลยทีเดียว จิกกันทีเลือดสาด
    อย่าให้พลาด โดนยิ่งกว่าจมดินแน่นวล

    แหมมมมมม ทีมเบเกอร์สตรีทคะ
    หวานไปค่ะ หวานไปปปปปปป
    พอพี่เหนียงหายดี พี่จิ๋วรีบเข้าใาปลอบเลยนะคะ เทคแคร์เอาใจยิ่งกว่าตัวจริง เอาใบหย่าไปเลยมั้ยคะจะได้เซ็นให้จบๆไป =_=

    อย่าลังเลพี่จิ๋ว อย่าลำไยคะ ตีตาย
    #189
    0