[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 41 : Unspoken ตอนที่ 39 : Mission Failed

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 859
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    29 พ.ย. 59

          

          "คุณ.....คุณรู้จักเพ็กกี้ได้ยังไง" เชอร์ล็อคถาม "ถ้าไม่ใช่คนสนิทของมายครอฟก็ต้องเป็นคนสนิทของจิม มอร์ริอาร์ตี้ถึงจะรู้เรื่องนี้....หรือว่าคุณ..."

          "นี่ชั้นเหมือนคนเลวที่อยู่ข้างเดียวกับจิม มอร์ริอาร์ตี้หรือคะ" แมร์รี่ถาม "ชั้นไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับจิม มอร์ริอาร์ตี้เช่นเดียวกับที่ชั้นไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับพวกคุณ"

          "คุณเป็นศัตรูของพี่ชายผมใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถามอีกครั้ง "คุณคือใคร"

          "ไม่จำเป็นต้องรู้" แมร์รี่พูด "บอกมาว่าไดร์ฟเก็บข้อมูลที่เป็นลิปสติกแท่งสีทองที่คุณเจอในที่เกิดเหตุมันอยู่ที่ไหน พี่ชายของคุณเก็บมันไว้ที่ไหน"

          เชอร์ล็อคหรี่ตามอง "คุณคือคนที่อยู่กับอันนา บราวน์วันนั้นใช่มั้ย อยู่กับเธอก่อนที่เธอจะตายใช่หรือเปล่า" เชอร์ล็อคถาม "คุณคือเพื่อนคนเดียวของอันนาที่เจ้าของบ้านบอกว่ามักจะมีเพื่อนมาหาอันนาบ่อยๆก่อนที่เธอจะตาย และคุณ....คือคนที่อยู่กับเธอวันนั้น คุณช่วยเธอลบร่องรอยต่างๆ ลบประวัติ ลบรอยนิ้วมือใช่มั้ย"

          แมร์รี่กำปืนแน่น มือเธอสั่นเล็กน้อยแต่เชอร์ล็อคก็สังเกตุเห็นมัน

          "คุณช่วยชีวิตเชอร์ลินไว้ใช่มั้ย คุณช่วยลูกสาวของผมเอาไว้ แล้วคุณจะทำแบบนี้ทำไม"

          "เพ็กกี้ไม่ใช่ลูกสาวของคุณ เพ็กกี้เป็นลูกสาวของเพื่อนชั้น เป็นลูกของเจนนี่กับแมทธิว ไม่ใช่ลูกของเชอร์ล็อค โฮมส์ !" 

          "ปืนบาเร็ตต้าเอ็ม 93 อาร์ ปืนโคลท์กึ่งอัติโนมัติ เป็นปืนที่ผิดกฏหมายในอังกฤษ แต่มันเป็นปืนที่ถูกกฏหมายในสหรัฐอเมริกาเพราะมันเป็นปืนที่บรรดา CIA ใช้ " เชอร์ล็อคพูด "กระสุนปืนของปืนกระบอกนี้เป็นชนิดเดียวกับที่พบในแมวตัวสีเทาที่เชอร์ลินเข้าใจว่ามันคือแมวของตัวเอง แมวตัวนั้นถูกฝังชิปในสมองเลียนแบบแมวสายลับของ CIA ในสมัยสงครามเย็น"

          เชอร์ล็อคจ้องหน้าแมร์รี่ "คุณเป็น CIA ที่คนของพี่ชายผมกำลังหาตัวอยู่ คุณลักลอบเข้าประเทศมาปฏิบัติภารกิจลับโดยไม่แจ้งทางการณ์ของอังกฤษ และไม่แจ้งหน่วยข่าวกรอง...ผมขอเดา...ไม่ใช่สิ ไม่ต้องเดา....ดูจากการค้นบ้านหลังนี้ก็รู้ว่าภารกิจของคุณล้มเหลว" 

          แมร์รี่หัวเราะเบาๆอย่างเยาะเย้ยตัวเอง "ใช่....ชั้นเป็นเอเจ้นต์ที่ทำงานผิดพลาด ชั้นทำข้อมูลหาย เพราะมีคนขโมยเอาไป" แมร์รี่พูด "คุณและพี่ชายของคุณเอาภารกิจของชั้นไป"

          "ในนั้นมันคืออะไร" เชอร์ล็อคถาม "ทำไมทั้งผมและพี่ชายของผมถึงเปิดไม่ได้ มันถูกล็อคอย่างแน่นหนาและพร้อมระเบิดตัวเองทุกเมื่อถ้าถูกเปิดออก ในนั้นคืออะไร"

          "ที่มันเปิดไม่ได้เพราะมันเป็นของสหรัฐอเมริกา มันต้องถูกเปิดภายในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น....มันคือสิ่งที่รัฐบาลอังกฤษอย่างพี่ชายของคุณไม่ควรได้มันมาครอบครอง" แมร์รี่ตอบกลับ "ไม่เช่นนั้นจะเกิดสงคราม"

          "สงครามอะไร?"

          "ส่งมันคืนมา แล้วชั้นจะไป จะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกคุณอีก"

          เชอร์ล็อคใช้หัวคิดคำนวนเหตุผลและเหตุการณ์บางอย่างในอดีต ก่อนจะพูดขึ้นมา

          "มันคือรหัสปล่อยนิวเคลียร์ใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถาม "รหัสปล่อยนิวเคลียร์อีกครึ่งหนึ่งที่ถูกเก็บไว้ที่สหรัฐอเมริกา"

          แมร์รี่เงียบ ไม่ตอบคำถาม

          "เมื่อ 3-4 ปีก่อนมีคนขโมยโครงการบรูซพาลินตันของรัฐบาลอังกฤษไป มันคือรหัสปล่อยนิวเคลียร์ครึ่งแรก และที่อีกครึ่งหนึ่งไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะมันถูกเก็บไว้ที่สหรัฐอเมริกาซึ่งแน่นอนรัฐบาลของคุณก็ทำหาย เลยต้องส่ง CIA มาตามล่าหามันในประเทศของผม" เชอร์ล็อคพูด "พอดีว่าประเทศอังกฤษโชคดีกว่าที่มีเชอร์ล็อค โฮมส์เพราะบรูซพาลินตันหายไปเพียงแค่ 3 วัน ผมก็หามาคืนให้รัฐบาลได้ ต่างจากรัฐบาลของคุณที่ทำหายแล้วยังหาไม่ได้ ต้องใช้เวลาค้นหานานถึง 3 ปี"

          "ต้องใช่แน่ๆ รหัสนิวเคลียร์พวกนั้นมันหายไปในปีที่เชอร์ลินเกิด พวก CIA เลยต้องออกตามหาตั้งแต่วันนั้น แฝงตัวไปตามที่ต่างๆตั้งแต่วันนั้น" เชอร์ล็อคพูด

          "จิม มอร์ริอาร์ตี้ส่งคนมาขโมยมันไป เช่นเดียวกับที่ส่งคนไปขโมยมาจากรัฐบาลของคุณ" แมร์รี่พูด "ถ้าเขาได้รหัสทั้งสองชุดไป เขาจะปล่อยนิวเคลียร์เมื่อไหร่ก็ได้"

          "คุณเลยแฝงตัวเข้าไปในทีมของมอร์ริอาร์ตี้เพื่อไปตีสนิทกับน้องสาวของเขา หลอกใช้เจนนี่ มอร์ริอาร์ตี้ให้ขโมยมันออกมา" เชอร์ล็อคพูด

          "ชั้นไม่ได้หลอกเจนนี่ ชั้นไม่เคยโกหกเพื่อนของชั้น !!!"

          "คุณหลอกใช้เธอ ให้เธอเอารหัสนิวเคลียร์ที่อยู่กับพี่ชายอย่างจิม มอร์ริอาร์ตี้ออกมาเพื่อแลกกับการที่จะพาเธอหนีออกมาจากชีวิตบัดซบของพี่ชายตัวเอง" เชอร์ล็อคพูด "สามีของเจนนี่ก็เป็น CIA ที่แฝงอยู่ในทีมของมอร์ริอาร์ตี้มาก่อนหน้าคุณแต่เขาถูกมอร์ริอาร์ตี้ฆ่าตายเพราะรู้ว่าเป็นสายลับ เจนนี่เลยเกลียดพี่ตัวเอง"

          "ชั้นไม่เคยหลอกใช้เจนนี่ เจนนี่เป็นเพื่อนที่น่ารักของชั้น" แมร์รี่พูดเสียงเบา

          "เพื่อนหรอ....." เชอร์ล็อคถาม "เพื่อนประเภทไหนกันที่ปล่อยให้เพื่อนถูกยิงตายไปต่อหน้าต่อตาแล้วตัวเองก็หนีไป !"

          "ชั้นไม่ได้หนี เจนนี่ฝากให้ชั้นดูแลเพ็กกี้และชั้นต้องเอาเพ็กกี้ไป จิม มอร์ริอาร์ตี้ตามมาทีหลัง....แล้ว...แล้ว....แล้วเขาก็" แมร์รี่มือสั่นอีกครั้ง "เขายิงน้องสาวตัวเองชั้นเห็นกับตา !!!"

          "คุณรู้ตัวว่าตัวเองจะไม่รอด เลยทิ้งเด็กเอาไว้เพื่อลดภาระระหว่างหนี" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงเหยียดหยาม "ขี้ขลาด....คุณเป็นคนที่ขี้ขลาด ไม่สมกับที่ได้รับภารกิจสำคัญ"

          "ชั้นไม่ได้ขี้ขลาด ที่ชั้นทิ้งเด็กเอาไว้ เพราะชั้นรู้ว่าคุณจะต้องมา" แมร์รี่พูด "เพราะเชอร์ล็อค โฮมส์นักสืบชื่อดังจะมา ชั้นเลยมั่นใจว่าเด็กจะปลอดภัย"

          "ผมหรอ....?" เชอร์ล็อคถาม "ทำไมต้องเป็นผม"

          "เพราะคุณคือศัตรูอันดับหนึ่งของจิม มอร์ริอาร์ตี้.....ถึงจิม มอร์ริอาร์ตี้จะไม่ถูกกับคุณและพี่ชายแต่เขาก็ไม่เคยก้าวล่วงชีวิตความเป็นส่วนตัว ชั้นรู้มาว่านอกจากปะทะกันเรื่องความอันตรายระดับประเทศ จิมก็ไม่เคยยุ่งกับคุณและครอบครัว อีกอย่างคนของพี่ชายคุณเป็นพวกมีฝีมือและมีจำนวนมากพอที่จะคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัย จนกว่าจะถึงวันที่ชั้นจะมารับไปตามคำสัญญาที่บอกกับเจนนี่ไว้ว่าชั้นจะดูแลลูกสาวคนเดียวของเธอเอง" แมร์รี่พูด "ชั้นบอกเพ็กกี้ไปว่าให้ไปอยู่กับเชอร์ล็อค โฮมส์......อยู่กับเชอร์ล็อค โฮมส์เท่านั้นถ้าไม่อยากตายเหมือนแม่"

          เชอร์ล็อคกำมือแน่นด้วยความโกรธ "คุณกรอกข้อมูลแย่ๆ ฝังความทรงจำที่เลวร้ายลงไปในหัวสมองเด็ก 4 ขวบได้ยังไง !!!! คุณเอาความกลัวของเด็กที่เห็นแม่ตายต่อหน้าต่อตามาเพื่อใช้เป็นผลประโยชน์กับตัวเองแบบนี้ได้ยังไง !!!"

          "มันไม่ใช่เพื่อชั้น แต่เพื่อตัวเด็กเอง" แมร์รี่ยืนยันคำพูด "ถ้าเพ็กกี้ไปอยู่กับคนอื่นจะไม่ปลอดภัย เพราะมอร์ริอาร์ตี้ส่งคนตามล่าออกไปทั่ว มีแต่สองพี่น้องของครอบครัวโฮมส์เท่านั้นที่จะช่วยเด็กได้"

          "ถึงเชอร์ลินจะร่าเริง แต่เธอก็เป็นเด็กที่มีปัญหาทางจิตแบบอ่อนๆ เธอตกใจกลัวเสียงฟ้าผ่าจนเกือบจะหมดสติทุกครั้งเพราะเธอจำได้ว่าแม่ตายตอนฝนตก เธอจะเอาแต่ร้องหาแม่ถ้าเห็นพายุฝน และไม่มีใครโอ๋เธอได้นอกจากผม" เชอร์ล็อคพูด "นั่นเป็นเพราะคุณฝังความทรงจำแย่ๆลงไปในหัวของเธอตอนที่เธอกำลังกลัว....คุณทำลูกสาวของผมแทบจะเป็นบ้า !!! "

          "แต่เธอก็ไม่ได้เป็นบ้าเพราะชั้นรักษาหาย !!!" แมร์รี่พูดเสียงดังกลับ "ชั้นเป็นนักจิตวิทยา ชั้นรู้ว่าจะต้องทำยังไง ชั้นรู้ว่าจะลบความทรงจำแย่ๆพวกนั้นได้ยังไง"

           "คุณเคยปลุกความทรงจำแย่ๆของเชอร์ลินออกมา โดยการเอาแมวที่หน้าตาเหมือนแมวของเชอร์ลิน มาเรียกให้เชอร์ลินออกไปจุดที่แม่ตาย คุณพยายามที่จะทำให้เชอร์ลินไม่ลืมเรื่องนี้ พยายามให้เธอกลัวอีกครั้งเพื่อฝังความทรงจำชุดใหม่ลงไปแล้วคุณจะลักพาตัวเชอร์ลินได้ง่ายขึ้น" เชอร์ล็อคกัดฟันพูด "คุณเลวมากแมร์รี่ เลวเกินกว่าที่ผมจะหาคำไหนมาด่าคุณได้"

           "ชั้นไม่ได้จะฝังความทรงจำชุดใหม่ลงไป ชั้นแค่ไม่อยากให้เพ็กกี้ลืมแม่ของตัวเองเท่านั้น" แมร์รี่พูด "ชั้นจะเอาเพ็กกี้ไปไหนได้คะ....คนของพี่ชายคุณมีเป็นพันๆคน ชั้นไม่มีทางหนีสายตาของมายครอฟไปได้หรอก"

          "ถ้าจอห์นรู้ว่าคุณทำแบบนี้เขาจะต้องโกรธแน่ๆ เขารักเชอร์ลินมาก ถ้าเขารู้ว่าภรรยาที่ตัวเองรักทำกับหลานสาวของเขาถึงขนาดนี้ เขาจะต้องเสียใจมาก"

          "รักหรือคะ?" แมร์รี่ถามเสียงสูง "เขาเอาแต่คิดถึงคุณ พูดถึงคุณ เพ้อหาแต่คุณ วันๆเอาแต่คิดเรื่องของคุณ นี่หรือคะคือคนที่รักภรรยา"

          "เขารักคุณ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่แต่งงานกับคุณ"

          "เขาก็แค่อยากจะตอบแทนที่ชั้นทำให้หลานสาวของเขาหายจากโรคซึมเศร้าก็แค่นั้น" แมร์รี่พูด "ชั้นมีประโยชน์กับเขาเพียงเท่านั้น"

          เชอร์ล็อคยื่นมืออกไปหนึ่งข้างแล้วพูด "แมร์รี่ คุณฟังผมนะ ผมจะเห็นแก่ที่คุณช่วยลูกสาวของผมเอาไว้จากจิม มอร์ริอาร์ตี้ ผมจะช่วยคุณ...จอห์นกำลังจะมาที่นี่ ส่งปืนของคุณมาให้ผม ผมจะเอาไปซ่อน เราจะปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ หากคุณส่งปืนนั้นมาให้ผมก่อนที่จอห์นจะมา"

          "คุณสองคนติดต่อหากันตลอดแม้ว่าจะถูกจับแยกออกจากกัน" แมร์รี่พูด "มันไม่มีอะไรสามารถแยกเชอร์ล็อค โฮมส์ออกไปจากจอห์น วัตสันได้จริงๆ"

          "ไม่ใช่ นั่นเป็นเพราะนาฬิกาของเชอร์ลินส่งสัญญาณเรียกจอห์นมาต่างหาก เขากำลังจะถึงที่นี่ในอีกไม่กี่นาทีนี้"

          แมร์รี่หัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ...เสียงปี๊บปี๊บนั่นคือสัญญาณเรียกจอห์นนี่เอง....ไม่ใช่เสียงนาฬิกาปลุก จอห์นไม่เคยบอกชั้นเลยว่ามันไม่ใช่แค่นาฬิกาธรรมดา" เธอพูด "ชั้นหลงคิดอยู่นานว่าที่จอห์นไม่ให้เพ็กกี้ถอดนาฬิกาคงเป็นเพราะมันเป็นของขวัญจากคุณพ่อ....ที่แท้มันก็คือ GPS ติดตามตัว"

          "แมร์รี่....ผมช่วยคุณได้นะ ผมจะไม่บอกใครเรื่องนี้" เชอร์ล็อคพูดแล้วค่อยๆก้าวเท้าออกไปหาอีกฝ่ายช้าๆ "คุณรู้ว่าพี่ผมเป็นใคร เขาช่วยคุณได้นะแมร์รี่ แค่คุณหยุดตอนนี้ผมสัญญาว่าผมจะช่วย"

          "อย่าเข้ามานะ ชั้นสาบานเลยว่าถ้าคุณเข้ามาชั้นยิงคุณแน่ !" แมร์รี่กำปืนแน่น "ขอสาบานเลยว่ารอบนี้คุณจะต้องตายจริงๆ ไม่ใช่หายไปแค่สองปีแล้วกลับมาจนแผนของชั้นพัง !"

          "....คุณ....คุณหลอกจอห์น" เชอร์ล็อคพูดเสียงสั่น "คุณหลอกเขาได้ยังไง คุณหลอกใช้งานเขาใช่มั้ยแมร์รี่"

          "ใช่ค่ะ ชั้นหลอกเขา เพราะเขาเป็นคนเดียวที่จะช่วยชั้นได้" แมร์รี่พูด "สิทธิในการเลี้ยงดูเด็กอยู่ที่จอห์นครึ่งหนึ่ง ถ้าหากเชอร์ล็อค โฮมส์ตาย เด็กจะเป็นของจอห์น วัตสัน และเมื่อจอห์นแต่งงานเด็กจะเป็นของภรรยาครึ่งหนึ่ง.....คุณกลับมาเร็วเกินไป....ชั้นกำลังจะแต่งงานกับเขาอยู่แล้ว แต่คุณกลับมาเร็วเกินไปจนจอห์นไม่ได้สิทธิในการเลี้ยงดูเด็กคนเดียวอีก !!!"

          "จอห์นรักเชอร์ลินมากและเขาจะไม่ยอมให้คุณเอาเชอร์ลินไป"

          "จอห์นไม่ยอมแต่ศาลยอมนะคะ" แมร์รี่พูด "หากชั้นขอหย่ากับเขาภายหลัง ศาลต้องพิจารณาว่าใครจะดูแลเด็กได้ดีกว่ากัน จอห์นพกอาวุธปืนติดตัวไปไหนมาไหนตลอดซึ่งเป็นอันตรายกับเด็กเล็กๆ เขาเคยมีปัญหาทางจิตจนถึงขั้นต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์ตั้งสองครั้ง ใครจะไปรู้...วันหนึ่งเขาอาจจะจิตตกอะไรขึ้นมาอีก อาวุธปืนที่เป็นอาวุธป้องกันตัวจะเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้ายคนอื่นเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น จอห์นยังเป็นนักดื่มอีกต่างหาก ศาลจะพิจารณาให้เด็กผู้หญิงอยู่กับผู้ชายแบบนี้ตามลำพังหรือคะ? ไม่มีทาง !!!"

          "เชอร์ลินโตพอที่จะตอบคำถามศาลได้ว่าเธออยากจะอยู่กับใคร ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นจอห์น เพราะจอห์นรักเธอมากกว่า"

          "ชั้นทำให้เพ็กกี้กลัวเสียงฟ้าผ่าและไม่พูดกับใครได้ ชั้นก็ทำให้เพ็กกี้กลัวจอห์นและไม่พูดกับจอห์นได้เช่นกัน"

          "คุณมันบ้า แมร์รี่ คุณมันบ้า !!!!" เชอร์ล็อคตะโกนลั่น "คุณเอาเชอร์ลินมาเป็นข้ออ้างเพื่อการทำนู่นทำนี่ พูดว่าทำเพื่อเธอแต่ที่แท้คุณก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น !!"

          "หยุดพล่ามเสียที บอกมาว่าตู้เซฟอยู่ที่ไหน ไดร์ฟเก็บข้อมูลมันอยู่ในเซฟใช่มั้ย ตู้เซฟอยู่ที่ไหน" แมร์รี่พูด "ชั้นจะไปพาเพ็กกี้ไปจากที่นี่ทันทีเมื่อได้ไดร์ฟอันนั้นคืน คุณก็จะได้จอห์นคืนไปตามที่คุณต้องการ"

          "คุณไม่มีทางไปไหนได้พ้น เราจะส่งคนตามล่าตัวคุณ พี่ชายผมจะออกตามล่าคุณทันทีที่คุณเอาเชอร์ลินไป คุณจะไม่มีทางหนีอออกจากอังกฤษไปได้" เชอร์ล็อคพูด "คุณไม่มีวันหนีพ้น"

          "ชั้นถึงรอคอยวันนี้มาตลอดไงคะ วันที่มายครอฟจะไม่อยู่อังฤษและวันที่เชอร์ล็อคอ่อนแอจนปกป้องใครไม่ได้......ชั้นรอวันนี้มาตลอดสามปี....." แมร์รี่พูด





          รถแท็กซี่ที่จอห์น วัตสันนั่งมาจากคลีนิกจอดลงที่หน้าบ้านหลังสีขาวหลังที่ติดกับสวนสาธารณะย่านเคนซิงตัน นี่มันบ้านมายครอฟพี่ชายจอมกวนประสาทของเชอร์ล็อค ทำไมเชอร์ลินถึงมาอยู่ที่นี่ได้? มายครอฟเล่นบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ย?

          จอห์นจ่ายเงินค่าแท็กซี่แล้วรีบเดินเข้าไปในบ้าน เขาขมวดคิ้วมองประตูบ้านสีขาวที่ถูกงัดแงะจนพัง....สัญชาตญาณของเขาบอกว่าเชอร์ลินตกอยู่ในอันตราย !!

          คุณหมอรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือบ้านที่ถูกรื้อค้นจนข้าวของในบ้านเละเทะกระจุยกระจาย จอห์นเตรียมจะวิ่งขึ้นไปดูที่ชั้นสองของบ้าน แต่ได้ยินเสียงเรียกจากใครบางคนเสียก่อน

          "อาจอห์นขา" เสียงของเชอร์ลิน โฮมส์เรียกจอห์นอยู่ที่หน้าห้องรับแขก

          จอห์นหันกลับไปมองแล้วรีบวิ่งไปหาหลานสาวทันที

          "เชอร์ลิน เชอร์ลิน ไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" จอห์นสำรวจร่างกายของหลานสาวด้วยความกังวล

          "ไม่เจ็บค่ะ...แต่...ฮ้าววว" เชอร์ลินหาวออกมา "ง่วงนอนจัง"

          แมวตัวสีดำของมายครอฟวิ่งมาหาเชอร์ลินเพื่อเรียกจะให้ไปเล่นด้วยกันอย่างเคย เชอร์ลินนั่งลงอุ้มแมวขึ้นมากอดไว้แล้วมองไปรอบบ้านๆ

          "ทำไมบ้านรกจังเลย ของหล่นลงมาได้ยังไงเนี่ย เชอร์ลี่อย่าวิ่งเล่นนะ เดี๋ยวเหยียบกระจก จะเจ็บขาเอาได้" เชอร์ลินพูด "แล้วนี่บ๊อบบี้หายไปไหนนะ"

          "เชอร์ลินมาที่นี่ได้ยังไง ใครพามา"

          "คนพามาคือคุณอา.....เอ๊ะ...นั่นเสียงคุณพ่อนี่คะ" เชอร์ลินชี้นิ้วไปที่ห้องนอนใหญ่ของมายครอฟ "เสียงมาจากห้องลุงไมค์ ลุงไมค์กลับมาจากไปทำงานแล้วหรอคะ"

          จอห์นหันมองไปตามเสียง....เสียงที่ได้ยินคือเสียงเชอร์ล็อคเพื่อนของเขากำลังทะเลาะอยู่กับใครบางคน....มายครอฟหรอ? ไม่ใช่สิ นั่นดูเหมือนจะเป็นเสียงผู้หญิงมากกว่า....ทะเลาะอยู่กับเลขาคนไหนของมายครอฟอย่างนั้นหรือ?

          "คุณพ่อคะ คุณพ่อ เชอร์ลินรออยู่ข้างล่างนะคะ" เชอร์ลินตะโกนขึ้นไปข้างบน




          แมร์รี่ตกใจทันทีที่ได้ยินเสียงของเชอร์ลิน...เธอตื่นแล้ว....และ....และเธอกำลังจะขึ้นมาบนนี้

          "เชอร์ลินจะต้องเสียใจมากที่เห็นว่าอาแมร์รี่ของเธอเล็งปืนมาที่คุณพ่อแบบนี้" เชอร์ล็อคพูด "ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเชอร์ลินรู้ว่าคุณเป็นคนยิงบ๊อบบี้ แมวตัวสีเทาที่คุณส่งมาล่อให้เชอร์ลินออกจากบ้านไปวันนั้นตาย เชอร์ลินจะเกลียดคุณอย่างแน่นอน"

          "เพ็กกี้จะไม่มีวันรู้เรื่องนี้ เพราะคุณจะไม่มีโอกาสได้บอกเรื่องพวกนี้กับเธอ"


          ปัง !

          เสียงปืนบาเร็ตต้าเอ็ม 93 อาร์ดังขึ้น กระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรเคลื่อนออกจากลำกล้องไปกระทบที่ผิวหนังของนักสืบชื่อดัง กระสุนของปืนโคลท์กึ่งอัตโนมัติเจาะเข้าไปที่บริเวณหน้าท้องของเชอร์ล็อค โฮมส์ เลือดสีแดงสดทะลุผ่านเสื้อเชิร์ตสีขาวออกมาจนเสื้อนั้นกลายเป็นสีแดง เชอร์ล็อคยกมือขึ้นกดบาดแผลตัวเองเพื่อป้องกันการเสียเลือดแต่ก็มีแรงไม่มากพอที่จะทำอย่างใจคิด ขาอ่อนแรงจนไม่อาจจะยืนต่อไปได้

          แมร์รี่เก็บปืนลงไปในกระเป๋าลายดอกไม้ของตัวเองก่อนจะรีบวิ่งไปที่หน้าต่างเพื่อเตรียมที่จะหนี เธอหันไปมองคนที่ล้มตัวหงายหลังไปดูสายตาเหยียดหยามก่อนจะพูด

          "ชั้นจะบอกอะไรให้นะคะเชอร์ล็อค โฮมส์" แมร์รี่พูด "ชั้นแต่งงานแล้วและคุณดูชั้นออกตั้งแต่แรก แต่ที่คุณมาโดนชั้นยิงในวันนี้ เป็นเพราะคุณรักจอห์นมากจนเกินไป มากจนไม่กล้าที่จะบอกความจริงกับเขาเพราะคุณกลัวว่าเขาจะเสียใจที่มารักคนแบบชั้น"

          "จอห์นจะมีเรื่องเสียใจอีกมากเพราะคุณปกปิดความจริงกับเขา" แมร์รี่กล่าวประโยคสุดท้ายก่อนที่จะค่อยๆปีนออกนอกหน้าต่างออกไปยังที่ระเบียงแล้วกระโดดลงไปชั้นล่าง




          ปัง !

          เสียงปืนดังมาจากห้องนอนใหญ่ของมายครอฟที่อยู่ชั้นสอง จอห์นหันไปมองตามเสียงด้วยความตกใจ....เชอร์ล็อคอยู่ในห้องนั้น....หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่คิด...หวังว่ามันจะไม่ใช่

          "เชอร์ลิน รอข้าง...." ก่อนที่จอห์นจะพูดท้ายประโยคจบเขาก็หันไปมองหลานสาว 

          เชอร์ลิน โฮมส์ตาเบิกโตด้วยความตกใจในเสียงปืน แขนกอดแมวตัวสีดำในอ้อมอกแน่นจนแมวดิ้นขลุกขลักไปมาด้วยความอึดอัด จอห์นรีบดึงแขนเล็กๆของหลานสาวให้คลายออกเพื่อปล่อยแมวออกมาเมื่อเห็นว่าแมวข่วนแขนเล็กๆของหลานสาวจนเป็นรอย เจ้าเหมียวเมื่อถูกปล่อย มันก็รีบวิ่งเข้าไปหลบในห้องทำงานด้านหลังด้วยความตกใจทันที

          จอห์นจับหัวไหล่หลานสาวแล้วเขย่าเบาๆเพื่อเรียกสติ "เชอร์ลิน ! เชอร์ลิน ! เชอร์ลินได้ยินอามั้ย" จอห์นพูดแล้วจับแก้มหลานสาวให้หันมามองหน้าตัวเอง "นี่อาจอห์น เชอร์ลินมองหน้าอา นี่อาจอห์นนะ"

          "สะ...เสียง...เสียงปืน" เชอร์ลินพูดบางคำออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเริ่มที่จะมีน้ำตาเอ่อคลออยู่เล็กน้อย "หม่าม้า....หม่าม้าถูกยิง เสียงปืนนั่นยิงหม่าม้า"

          "ไม่ใช่.....ไม่ใช่หม่าม้าของเชอร์ลิน นั่นไม่ใช่หม่าม้านะ" จอห์นพูดด้วยเสียงเป็นกังวล "มองหน้าอาเอาไว้เชอร์ลิน มองไว้ นี่อาจอห์นนะ จำได้มั้ยเชอร์ลิน นี่อาจอห์นของเชอร์ลินนะ" 

          เชอร์ลินมองตาสีเทาที่คุ้นเคยคู่นั้นแล้วพูด "อา......อาจอห์น" 

          จอห์คลี่ยิ้มเล็กน้อยอย่างเบาใจที่หลานสาวไม่ได้ตกใจกลัวจนลืมเขาไปอย่างครั้งก่อน "ดีมาก นี่อาจอห์นนะ เชอร์ลินอย่าลืมนะ" เขาพูดด้วยความรวดเร็ว "อาจะขึ้นไปข้างบน เชอร์ลินรอตรงนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ถ้ามีใครมาให้ร้องเรียกอาเสียงดังๆ เข้าใจมั้ย"

          เชอร์ลินพยักหน้าเบาๆ จอห์นจึงรีบเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง


          จอห์น วัตสันก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนใหญ่ของมายครอฟ โฮมส์ สัมผัสแรกที่เขารับรู้ได้นั่นคือกลิ่นบางอย่าง เขารู้จักกลิ่นแบบนี้ดีในฐานะอดีตทหารผ่านศึกเพราะนั่นคือ กลิ่นเลือด

           จอห์นค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปอย่างระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่านอกจากเชอร์ล็อคเพื่อนของเขาแล้ว ยังจะมีใครอยู่ในห้องนี้อีกหรือไม่

          มือซ้ายของจอห์นจับไปที่บริเวณเอวด้านหลังของตนเอง...ปืนพกประจำตัวของเขา..หากมีเหตุฉุกเฉิน เขาจะได้หยิบมันขึ้นมาใช้ทันที

          "เชอร์ล็อค ได้ยินไหม ตอบชั้นหน่อย" จอห์นเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนเบาๆ

          ไร้การตอบกลับ...แต่เขามั่นใจเลยว่าเชอร์ล็อคต้องอยู่ที่นี่ อยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน แต่ทำไมตอนนี้มันถึงเงียบแบบนี้

          จอห์นชักปืนออกมาจากที่เหน็บเอว เขาค่อยๆผลักประตูห้องแต่งตัวภายในห้องนอนเข้าไป....ไม่มีใคร ไม่พบใครเลย

          หางตาของจอห์นเหลือบไปเห็นเท้าของใครบางคนที่นอนอยู่ เขารีบเดินไปดู ก่อนจะพบว่าคนๆนั้นคือบุคคลที่เขาไม่อยากพบในห้องนี้มากที่สุด

          จอห์นนั่งลงข้างๆเชอร์ล็อคแล้วกระชากเสื้อเชิร์ตสีขาวที่ถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือดออก คุณหมอใช้มือข้างซ้ายกดปิดลงไปที่บาดแผลถูกยิงเพื่อห้ามเลือด ส่วนมือขวาเขาก็ตบเขาไปที่ใบหน้าที่เริ่มที่ซีดเพราะขาดเลือดของเพื่อนร่วมแฟลตแรงๆเพื่อป้องกันการช็อค

          "เชอร์ล็อค ! เชอร์ล็อค !" จอห์นตบหน้าเพื่อนตัวเองแรงๆสลับกับการเรียกชื่อ "ลืมตามองชั้น ลืมตาเดี๋ยวนี้ ห้ามหลับนะ อย่าหลับ !!!" 

          เชอร์ล็อคได้ยินเสียงจอห์นเรียกชื่อตัวเองเบาๆ เขาพยายามที่จะลืมตามองตามคำสั่งที่จอห์นพูด แต่กลับไม่เห็นใคร เขามองเห็นแค่แสงสว่างสีขาวๆ ไม่ได้มองเห็นหน้าของจอห์นแม้ว่าจอห์นจะนั่งอยู่ข้างๆก็ตาม

          "เชอร์ลิน เชอร์ลินขึ้นมาหาอาหน่อย เชอร์ลิน !!!" จอห์นตะโกนเรียกหลานสาวเพื่อขอความช่วยเหลือ

          จอห์นกดมือทั้งสองข้างลงไปที่บาดแผลเพื่อห้ามเลือด มือสีแทนของเขาเปรอะสีแดงสดจากเลือดที่ออกมาจากหน้าท้องของเพื่อน จอห์นยังคงเรียกชื่อเชอร์ล็อคไปเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าคนเจ็บยังพอจะมีสติอยู่บ้างดูจากการที่ลูกตายังกลอกไปมาตามแสงสว่างแม้ว่าจะยังหลับตาอยู่

          เชอร์ลินได้ยินเสียงของอาจอห์นเรียกมาจากข้างบน เธอจึงรีบขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของลุงไมค์ ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ข้าวของถูกเก็บไว้อย่างเรียบร้อยถูกรื้อจนเละเทะ เชอร์ลินค่อยๆก้าวเท้าเดินอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เหยีบสิ่งของเหล่านั้นเพราะกลัวว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บ

          "อา...อาจอห์น...อยู่ไหนคะ" เชอร์ลินเรียกหาคุณอาเสียงเบาพร้อมกับค่อยๆก้าวเท้าไปเรื่อยๆ

          เด็กหญิงก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัวตามเสียงเรียกของจอห์น กลิ่นแปลกๆที่ไม่คุ้นเคยลอยเข้ามาแตะที่จมูก เชอร์ลินนิ่วหน้าเพราะความไม่ชอบ ขณะที่หูยังได้ยินเสียงเรียกของจอห์นที่กำลังเรียกชื่อของคุณพ่อของเธออยู่ตลอด


          "คุณพ่อ !!!!" เชอร์ลินร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นคุณอาของเธอกำลังกดฝ่ามือไปที่หน้าท้องของผู้เป็นพ่อ เด็กหญิงเขย่าแขนเชอร์ล็อคเบาๆพร้อมกับร้องไห้ออกมา

          "คุณพ่อ คุณพ่อเป็นอะไรคะ ฮืออ คุณพ่อลุกขึ้นมาสิคะคุณพ่อ" เชอร์ลินเขย่าแขนของเชอร์ล็อค "คุณพ่อถูกยิงใช่มั้ยคะ"

          จอห์นมองหลานสาวที่กำลังนั่งน้องไห้อยู่ข้างๆ "เชอร์ลิน ออกไปกดปุ่มสีแดงตรงหน้าห้องทำงานลุงไมค์ อาปล่อยมือจากแผลคุณพ่อไม่ได้ เชอร์ลินต้องลุกไปกดนะ"

          "ไม่เอา เชอร์ลินจะอยู่กับคุณพ่อ" เชอร์ลินร้องไห้งอแง "คุณพ่อตื่นขึ้นมาหาเชอร์ลินสิคะ ฮืออออ คุณพ่อ"

          "เชอร์ลิน เชอร์ลินฟังอานะ มองหน้าอาเร็วเข้าสิ" จอห์นเรียก "เชอร์ลิน มองหน้าอา"

          เชอร์ลินเงยหน้ามองจอห์นด้วยใบหน้าที่น้ำตานองหน้า เด็กหญิงเบะหน้าเตรียมจะร้องไห้ต่ออีกครั้ง คุณพ่อของเธอถูกยิงจมกองเลือดแต่คุณอากลับเรียกเธอขึ้นมา...อาจอห์นไม่รักเธอแล้วหรืออย่างไร

          "เชอร์ลินต้องช่วยคุณพ่อ มีแต่เชอร์ลินที่จะช่วยคุณพ่อได้นะ" จอห์นพูด "อาปล่อยมือไปไม่ได้ อากดแผลของคุณพ่ออยู่ เชอร์ลินออกไปกดปุ่มสีแดงหน้าห้องทำงานของลุงไมค์เพื่อเรียกตำรวจ ลุงเกร็กจะได้มาหาเรา คุณหมอจะได้รีบมาหาเรา เชอร์ลินต้องออกไปกดเดี๋ยวนี้"

          เชอร์ลินหันกลับไปมองหน้าเชอร์ล็อคที่เริ่มจะซีดลง เด็กหญิงเบะปากเตรียมจะร้องไห้อีกครั้ง จอห์นต้องเอ่ยประโยคซ้ำเพื่อให้เชอร์ลินเข้าใจ

          "เชอร์ลินคนเก่งอย่าร้องไห้นะ เชอร์ลินต้องช่วยคุณพ่อ ออกไปกดปุ่มสีแดงแล้วรีบขึ้นมา คุณพ่อจะไม่เป็นอะไรถ้าเชอร์ลินออกไปเดี๋ยวนี้"

          เชอร์ลินเงยหน้ามองหน้าจอห์นอีกครั้ง

          "ช่วยคุณพ่อสิเชอร์ลิน เด็กดีของอาต้องช่วยคุณพ่อให้ปลอดภัยนะ"

          เชอร์ลินปล่อยมือจากการเขย่าแขนของเชอร์ล็อค เด็กหญิงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็วโดยไม่กลัวว่าตัวเองอาจจะเหยียบเศษกระจก หรือของมีคมอย่างเช่นตอนที่เดินเข้ามาในครั้งแรก

          เชอร์ลินในชุดนักเรียนโรงเรียนประถมสีน้ำเงิน ยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าตัวเองอย่างลวกๆ เธอวิ่งไปที่ห้องทำงานของมายครอฟที่อยู่ชั้นล่าง ปุ่มสีแดงที่เขียนไว้ว่า 'Emergency' ถูกติดไว้ใกล้กับประตูห้องทำงาน เชอร์ลินยื่นมือข้างขวาแตะไปที่ปุ่มสีแดงนั้นแล้วออกแรงกดปุ่มฉุกเฉินจนสุดแรง


          กริ๊งงงงงงง

          เสียงกริ่งเตือนภัยดังไปทั่วทั้งบ้าน เชอร์ลินเห็นแมวของคุณลุงอยู่ในห้องทำงานตื่นตกใจในเสียงกริ่งจึงรีบปิดประตูห้องจนสนิทเพื่อให้แน่ใจว่าแมวที่เธอรักจะไม่หายไปไหน จากนั้นเด็กหญิงก็รีบวิ่งขึ้นไปหาคุณพ่อกับคุณอาที่อยู่ในห้องนอนข้างบนทันที

          เชอร์ลินนั่งลงข้างๆเชอร์ล็อคพร้อมเขย่าแขนคนที่นอนอยู่ให้รู้สึกตัว "คุณพ่อ คุณพ่อ คุณพ่อตื่นขึ้นมาสิคะ เชอร์ลินเรียกคุณหมอแล้วคุณหมอกำลังมา คุณพ่อต้องตื่นขึ้นมานะคะ" เชอร์ลินสะอื้นเบาๆ "ฮืออออ คุณพ่อต้องตื่นขึ้นมานะคะ อย่าเป็นแบบหม่าม้านะคะ ไม่เอานะคะ ไม่เอานะคะคุณพ่อ ฮืออออ"

           เสียงร้องเรียกผสมกับเสียงร้องไห้ดังอยู่ข้างๆหูของเชอร์ล็อค....เชอร์ลินกำลังร้องไห้ เขาต้องปลอบสิ เขาต้องโอ๋ลูกอย่างเคย เชอร์ลินจะร้องไห้เพราะเขาอีกไม่ได้ เขาจะทำให้ลูกร้องไห้อีกครั้งไม่ได้

            เชอร์ล็อครวบรวมเรี่ยวแรงที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยค่อยๆขยับมือของตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือดจากการพยายามกดแผลของตัวเองตอนที่ถูกยิง เชอร์ลินขยับมือของตัวเองให้คุณพ่อจับ เชอร์ล็อคกุมมือเล็กๆนั้นเอาไว้ด้วยสติสัมปะชัญญะครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป

            เชอร์ลินบีบมือที่เต็มไปด้วยเลือดที่กำลังกุมมือของตนเองเบาๆก่อนจะร้องไห้ออกมา "คุณพ่อตื่นมาคุยกับเชอร์ลินนะคะ คุณพ่ออย่าทิ้งเชอร์ลินไปแบบหม่าม้านะคะ คุณพ่อ ฮืออออ"




          รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลเซนต์บาร์ตโธโลมิว จอดลงที่ด้านหน้าอาคารแผนกฉุกเฉิน ทีมแพทย์ที่รออยู่รีบนำตัวของเชอร์ล็อค โฮมส์เข้ารับการผ่าตัดนำกระสุนปืนออกทันที

           มือของเชอร์ล็อคหลุดออกจากการจับมือเล็กๆของลูกสาวทันทีที่เตียงเคลื่อนเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

           "คุณพ่อ ฮือออออ" เชอร์ลินที่ร้องไห้มาตั้งแต่แรกยังคงไม่หยุดตกใจกับภาพที่เห็น....คุณพ่อถูกยิง...เหมือนหม่าม้า....และหม่าม้าก็ไม่ตื่นขึ้นมา....คุณพ่อของเธอก็อาจจะไม่ตื่นขึ้นมาเหมือนหม่าม้าก็ได้

           จอห์นอุ้มเชอร์ลินไปนั่งที่เก้าอี้ที่ติดกับห้องฉุกเฉิน เขานั่งยองๆตรงหน้าหลานสาวแล้วยื่นมือที่ยังคงมีคราบเลือดติดอยู่เช็ดอาบน้ำตาที่อาบอยู่ที่ข้างแก้มของหลานสาวเบาๆ

             "คุณพ่อจะปลอดภัยนะเชอร์ลิน เดี๋ยวคุณพ่อก็จะหาย คุณพ่อจะตื่นมาคุยกับเชอร์ลินนะ อย่าร้องไห้เลยนะเด็กดีของอา"

              "คุณพ่อจะไม่ทิ้งเชอร์ลินไปแบบหม่าม้าใช่มั้ยคะ" เชอร์ลินถามเสียงสั่น

             "ไม่ๆๆ คุณพ่อจะไม่ทิ้งเราไปไหน คุณพ่อจะไม่ทิ้งเชอร์ลินไปไหน คุณพ่อเคยสัญญากับเราไว้แล้วไงเชอร์ลิน" จอห์นพูด แล้วหันไปรับผ้าขนหนูสีขาวที่ถูกจุ่มน้ำหมาดๆมาจากหญิงสาวในชุดกราวด์

            "ขอบคุณนะมอลลี่" จอห์นกล่าวขอบคุณมอลลี่ ฮูเปอร์ นักพยาธิวิทยาประจำโรงพยาบาลที่ยังเป็นเพื่อนของเขาและเชอร์ล็อคอีกด้วย

            "ไม่เป็นไรค่ะ" มอลลี่กล่าว

            จอห์นนำผ้าผืนนั้นมาเช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาและรอยเลือดเล็กน้อยของหลานสาว เช็ดมือเล็กๆที่เต็มไปด้วยเลือดจากมือของเชอร์ล็อคที่จับมาตลอดทาง ก่อนที่จะนำผ้านั้นเช็ดมือของตัวเอง

             "มอลลี่ คุณช่วยเอาชุดผ่าตัดมาให้ผมหน่อย ทำเรื่องยื่นไปที่โรงพยาบาลด้วยว่าผมจะผ่าตัดเชอร์ล็อคเอง" จอห์นพูดแล้วยื่นผ้าคืนให้ "ขอด่วนที่สุด"

            "ไม่ได้ !!!" เสียงของใครบางคนดังขัดขึ้น

            "อะไรเกร็ก ทำไมจะไม่ได้ ชั้นเป็นหมอประจำตัวของเชอร์ล็อค ชั้นมีสิทธิที่จะผ่าตัดเขาเอง อย่างน้อยชั้นมีสิทธิจะเป็นหนึ่งในทีมแพทย์ที่จะรักษาเขาด้วยซ้ำ"

           "มายครอฟสั่งเอาไว้ว่าห้ามนายเข้าไป เพราะเขาให้ดร.เทรเวอร์เป็นคนจัดการ" สารวัตรเกร็ก เลสเตรดที่พึ่งลงจากรถของตำรวจพูด "มายครอฟกำลังจะกลับมาอิตาลี อีก 2 ชั่วโมงถึงลอนดอน"

            จอห์นลุกขึ้นยืนแล้วจ้องมองไปที่หน้าของเพื่อนสนิท "ชั้นจะไม่ฟังอะไรมายครอฟทั้งนั้น ชั้นจะผ่าตัดเขาเอง" จอห์นพูด "ผมขอชุดฆ่าเชื้อเดี๋ยวนี้มอลลี่"

            "นายต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขา" สารวัตรเลสเตรดพูด

             "ชั้นไม่ฟัง !" จอห์นพูด "นายเห็นมั้ยว่าเขาดูแลน้องชายตัวเองยังไง เชอร์ล็อคกินข้าวน้อยลง โทรมมากขึ้น แล้วนี่เขายังโดนยิงอีก....โดนยิงในบ้านของมายครอฟเองนายตอบมาซิว่ามายครอฟดูแลน้องชายภาษาอะไรของเขา !!!"

             "หยุดเสียงดังได้แล้ว" สารวัตรพูดปราม

             "ถ้าเชอร์ล็อคเป็นอะไรขึ้นมาชั้นจะฆ่ามายครอฟด้วยมือของชั้นเองแน่ชั้นขอสาบาน !!" 

             "ถ้าเชอร์ล็อคเป็นอะไรขึ้นมาไม่ต้องรอถึงมือนายหรอกจอห์น ถึงตอนนั้นมายครอฟเขาคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว" สารวัตรพูด "สิ่งที่นายควรจะทำตอนนี้ก็คืออยู่เป็นเพื่อนเชอร์ลิน โอ๋ให้เชอร์ลินหายกลัว แล้วถามเชอร์ลินว่าใครเป็นคนลักพาตัวเชอร์ลินมาตั้งแต่เมื่อตอนเย็นต่างหากไม่ใช่มาโวยวายใส่ชั้นแบบนี้...สติน่ะหัดมีเสียบ้าง แบบนี้หรอจะเข้าไปผ่าตัดเชอร์ล็อค มายครอฟไม่มีทางให้นายทำหรอก ! "

           "ชั้นโทรหาคุณนายฮัตสันให้แล้วนะคะ เธอจะเอาเสื้อผ้าของเชอร์ลินที่แฟลตมาให้เชอร์ลินเปลี่ยน" มอลลี่พูดขึ้น

            "ขอบคุณที่ช่วยครับมอลลี่" สารวัตรพูดขอบคุณ "ที่บ้านของมายครอฟต้องถูกปิดเอาไว้ก่อน ยังกลับเข้าไปเอาของไม่ได้ ให้คุณนายฮัตสันเอาเสื้อผ้ามาให้นั่นถูกต้องแล้วครับ"

             "ส่วนนาย" สารวัตรเลสเตรดชี้นิ้วไปที่เพื่อนของตน "ไปอยู่กับเชอร์ลิน ถ้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็โทรหาเมียนายเอาเองก็แล้วกัน"

             "เชอร์ลินมีรอยแผลที่แขน ชั้นจะไปเอาชุดทำแผลมาให้นะคะ" มอลลี่กล่าวก่อนจะรีบเดินแยกตัวออกไปก่อน

             "แผล...." จอห์นเหมือนได้สติ รีบเดินกลับไปหาหลานสาวที่นั่งอยู่ เขาจับแขนเล็กๆของหลานสาวขึ้นมาดูก่อนจะพบว่ามีรอยขีดข่วนอยู่เต็มแขนไปหมด

            "นี่มันรอยแมวข่วนนี่" จอห์นพูด "ได้มาตอนเชอร์ลินกอดเชอร์ลี่แน่ๆ"

          "อาจอห์น.....อย่าดุเชอร์ลี่นะคะ" เชอร์ลินตอบเสียงแผ่วพร้อมกับสะอื้นเบาๆ "เชอร์....เชอร์ลี่ไม่ได้ตั้งใจค่ะอาจอห์น"

           จอห์นถอนหายใจเบาๆ "อาจะไม่ดุเชอร์ลี่ถ้าเชอร์ลินบอกเรื่องจริงกับอามา" จอห์นพูด "บอกอามาว่าใครไปรับเชอร์ลินที่โรงเรียนเมื่อตอนเย็น อาจะจัดการคนนั้นด้วยตัวเอง"








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #381 Sedius (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 17:49

    หฯต้องบอกนะลูก บอกไปเลย

    #381
    0
  2. #288 heechulnarak (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:43
    บอกไปเลยลูก
    #288
    0
  3. #188 Mojito* (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 20:58
    ขออุทานค่ะ เจ๊มะลิร้ายกาจจจจ!!!!!! ทำไมเราชอบเจ๊มะลิเวอร์ชั่นนางร้าย ทำไมเรารำคาญเวอร์ชั่นอยู่ทุ่งดอกลาเวนเดอร์และฝูงแกะขนฟู =_=;;

    เราชอบความเรียลของเธอ คือมันจริงมาก ความเห็นแก่ตัว การฝังความเลวร้ายลงไปในคนๆนึงเพื่อไม่ให้ลืม การทำทุกอย่างเพื่อได้ข้อมูลมา การข่มขวัญ การลองเชิง มันเป็นอารมณ์มนุษย์จริงๆที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ภารกิจสำเร็จ ทำเพื่อปกป้องประเทศ เอาจริงๆ มันเหมือนพี่ไมค์นะ แต่ต่างกันตรงวิธีการเท่านั้นเอง

    แต่พี่จิ๋วคะ รำคาญค่ะ อย่าเยอะ เดี๋ยวแม่ตีส่วนสูงลดร้อยเซ็น =_=+ ไปร้านขายยา ซื้อสติมาสามแผงค่ะ ปฏิบัติ!!!!

    สะมีถึงมือหมอแล้วค่ะ ให้หมอทำหน้าที่ไปค่ะ ส่วนพี่ไปปลอบลูกสาวที่นั่งขวัญผวาสิคะพี่ ละอย่าวีนสะมีเพื่อนค่ะ เพื่อนหุดหิดจนหัวขาวแล้วค่ะ แต่เอาจริงๆ เราเข้าใจพี่ไมค์นะ โดนแค่นี้เบๆมาก พี่จิ๋วทำน้องเค้าเสียคน แถมสัญญาที่เคยพูดไว้โดนล้มอีก เราเชื่อว่าพี่ไมค์สามารถร้ายกาจได้กว่านี้เยอะ อยากเห็นพี่ไมค์ร้ายเอ่าะ *^* .ส่งสายตา

    แต่ตอนหน้าเนี่ยต้องรอดูพี่ไมค์พี่เหนียงแท็คทีมถล่มเจ๊มะลิ งานนี้หายนะแน่นวล -,.-
    #188
    0
  4. #184 stctmee (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 07:11
    เชอร์ล็อคต้องปลอดภัยนะ เชอร์ลินกับจอร์นก็ต้องเข้มเเข็ง ฮือออ หน่วง
    #184
    0
  5. #183 raining (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 03:12
    ปมเรื่องเชอร์ลินคลายแล้วสินะ แอบตกใจเล็กน้อยจากที่ตามมาตั้งแต่ตอนแรกๆคิดว่าจะเป็นฝีมือของคนอื่นกลายเป็นแมรี่ซะงั้นคาดไม่ถึงจริงๆ แต่ก็แอบรู้สึกว่ามันไม่ได้ลึกซึ่งอย่างที่คิดเลย แต่นั่นล่ะถ้ามันลึกซึ่งก็คงไม่รู้สึกประหลาดใจแบบนี้

    ส่วนตัวเราแอบงงตอนแมรี่พยายามจะแย่งตัวเด็กนิดนึง คือตอนแรกพยายามให้เด็กอยู่กับเชอร์ล็อก แต่พอมาตอนนี้จะมาเอาเด็กไป? นึกยังไงถึงอยากได้เด็กกลับมา? มั่นใจว่าตัวเองปกป้องเด็กได้แล้วเหรอ? ถ้าบอกแต่ง่าจะเอาข้อมูลก็ว่าไปอย่างแต่ดันอยากได้ตัวเด็กด้วยเพื่ออะไร?

    อีกอย่างเชอร์ลินเป็นลูกบุญธรรมเชอร์ล็อก ตามกฎหมายแล้วยังไงจอห์นก็ไม่น่ามีสิทธิตามกฎหมายในตัวเล็กเลยนะ ต่อให้อ้างว่าเลี้ยงมาตั้งหลายปีก็เถอะ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแมรี่ที่มาแต่งกับจอห์นเลยยังไงก็ไม่มีทาง แถมเชอร์ลินโดนเปลี่ยนประวัติใหม่หมด การขึ้นศาลจะยิ่งเป็นการเปิดเผยตัวตนซะอีก ไม่เข้าใจจริงๆว่าแมรี่จะเอาอะไรไปต่อรอง?
    #183
    0
  6. #182 Joob ๆ >3< (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 23:42
    ฮือออออออออ หน่วงมากกก T^T ไม่คิดว่าแมรี่จะร้ายขนาดนี้ อยากให้จอห์นรู้เร็วๆ จัง จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน
    #182
    0
  7. #181 super_MN (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 23:27
    ยอมใจแมรี่เลยอ่ะ --"
    #181
    0
  8. #180 DeadMan_Gray (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 21:56
    บอกคำเดียวพยางค์เดียว หน่วง ;^;
    #180
    0
  9. #179 Tomaiey (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 21:54
    ฮอลลลลลลล เร็วๆๆๆๆ กลับมาอยู่ด้วยกันหน่อย ปวดใจ
    #179
    0