[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 40 : Unspoken ตอนที่ 38 : The Truth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 883
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    28 พ.ย. 59

          ไม่รู้ว่าวิถีชีวิตของผู้ชายที่แต่งงานแล้วคนอื่นๆนั้นเป็นเช่นไร ในแต่ละวันคนเหล่านั้นทำอะไรบ้าง จะเหมือนกับชายที่แต่งงานแล้วอย่าง จอห์น วัตสันคนนี้หรือไม่

          ทุกๆเช้าเมื่อตื่นนอน จอห์นจะจัดการธุระส่วนตัวที่บ้านหลังจากรับประทานอาหารเช้ากับภรรยาอย่างแมร์รี่ วัตสันเสร็จแล้วเขาก็จะออกจากบ้านมาก่อน ไม่ได้ออกมาพร้อมภรรยาทั้งๆที่ทำงานอยู่ที่คลินิกเดียวกัน

          จอห์นจะมาที่บ้านเลขที่ 221 B เบเกอร์สตรีทในทุกๆเช้า เขาจะมาช่วยคุณนายฮัตสันผู้เป็นเจ้าของแฟลตทำอาหารเช้า แต่มันก็ไม่เคยมีใครมาทานอาหารเช้าที่เขาทำเพราะแฟลตแห่งนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่มาเดือนกว่าแล้วแม้ว่าค่าเช่าจะถูกชำระไปตามปกติก็ตาม

          คุณหมอหนุ่มจะรออยู่ที่แฟลตจนกระทั่งใกล้เวลาที่จะต้องไปทำงานในเวลา 9 โมง เมื่อแน่ใจว่าเช้านี้คงไม่มีใครมาทานอาหารเช้าที่เขาทำอย่างแน่นอน เขาก็ค่อยออกไปทำงานและกลับมาใหม่อีกครั้งในช่วงเย็น

          หลังเลิกงาน หากเป็นวันที่เขาไปรับเชอร์ลิน โฮมส์หลานสาววัยประถมศึกษาที่โรงเรียน เขาก็จะออกไปรับหลานสาวที่โรงเรียนแล้วพาไปส่งที่บ้านของมายครอฟ โฮมส์พี่ชายของเพื่อนเขา จอห์นจะชะเง้อมองเข้าไปในบ้านทุกครั้งหวังว่าจะพบใครที่ไม่ได้เห็นหน้ามาหลายสัปดาห์ แต่ก็ต้องผิดหวังทุกครั้งเพราะเขาก็ไม่ได้พบคนๆนั้นอยู่ดี

          แต่ถ้าหากไม่ใช่วันที่จะต้องไปรับเชอร์ลิน เมื่อปิดคลินิกแล้ว เขาก็จะกลับไปที่บ้านเลขที่ 221 B อีกครั้งเพื่อเตรียมอาหารเย็น และเช่นเคย....คนที่เขาอยากให้กลับมาทานอาหารเย็นกับเขาก็ไม่เคยมาเลยสักครั้งเดียว

          เช้าวันนี้ก็เช่นกัน หลังจากตื่นนอน จอห์นก็อาบน้ำแต่งตัวระหว่างนั้น แมร์รี่ วัตสันก็จะทำอาหารเช้ารอ ทั้งสองคนรับประทานอาหารเช้าด้วยกันร่วมกับมีบทสนทนาระหว่างกันอย่างเรียบง่าย เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว จอห์นก็เดินไปหยิบแจ็คเก็ตกับกระเป๋าเอกสารแล้วออกจากบ้านไป โดยให้แมร์รี่ไปเปิดคลินิกรอ

          จอห์นยืนมองประตูบ้านเลขที่ 221 B อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดประตูบ้านเข้าไป

 

          "อรุณสวัสดิ์จ้ะจอห์น มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะ" คุณนายฮัตสัน หญิงสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้านกล่าวทักทายด้วยเสียงสดใสอย่างเคย

          จอห์นวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะตัวใหญ่ในห้องรับแขกที่ชั้น 2 ของบ้าน ก่อนจะหันไปกล่าวทักทาย "อรุณสวัสดิ์ครับคุณนายฮัตสัน"

          "มาทำอาหารเช้าหรือจ๊ะ"

          "อ่า....ใช่ครับ" จอห์นตอบ "มีของสดในตู้เย็นอะไรบ้างหรือครับ"

          "เนี่ยะแหละจ้ะ ปัญหา" คุณนายฮัตสันพูดแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น "ไม่มีของสดอะไรเลยจ้ะ"

          "อ้าว...." จอห์นพูดเมื่อเดินตามเข้าไปในห้องครัวแล้วพบว่าในตู้เย็นนั้นช่างว่างเปล่า

          คุณนายฮัตสันปิดตู้เย็นแล้วทำหน้าสำนึกผิด "เมื่อวานอาการเจ็บสะโพกของชั้นมันกำเริบน่ะจ้ะ เลยไม่ได้ไปซุปเปอร์มาเก็ต วันนี้เลยไม่มีของสดเตรียมไว้ให้เลย"

          "แล้วหายหรือยังครับ ให้ผมเขียนใบสั่งยาให้ดีไหม" จอห์นถามด้วยความกังวล

          "หายแล้วจ้ะ หายแล้ว ขอบใจนะจ๊ะจอห์น" คุณนายฮัตสันยิ้มตอบ "เธอเนี่ย ใจดีไม่เปลี่ยนเลย"

          "ถ้าอย่างนั้น วันนี้ผมไม่ทำอาหารก็แล้วกันครับ อีกสักพักก็จะไปทำงานแล้ว" จอห์นยิ้มบางๆแล้วถอนหายใจ "คงไม่มีใครมาที่นี่อย่างเคยนั่นแหละครับ"

          คุณนายฮัตสันยื่นมือไปบีบหัวไหล่จอห์นเบาๆอย่างห่วงใย "ชั้นเข้าใจนะจ๊ะจอห์น เข้าใจเชอร์ล็อคเขาด้วย เขาอาจจะต้องการเวลาในการปรับตัวเสียหน่อย เพราะเขาอยู่กับเธอมาตลอด พอเธอไม่ได้อยู่กับเขา เขาก็เลยไม่ค่อยชิน เหมือนตอนที่เชอร์ล็อคเขาไม่อยู่แล้วพวกเราต้องปรับตัวกันใหม่ทั้งหมดนั่นแหละจ้ะ เชอร์ล็อคเขาก็ต้องปรับตัวเช่นกัน" 

          "ผมเคยบอกเขาแล้วว่าผมจะดูแลเขากับลูกได้เหมือนเดิม เขาน่ะโดนพี่ชายชักจูงก็เลยไม่ยอมกลับมาเสียที"

          "เชอร์ล็อคเขาไม่ใช่คนที่จะถูกพี่ชายชักจูงได้หรอกนะจ๊ะเธอก็รู้ ถ้าเขาไม่ยอม เขาก็คงไม่ทำตาม" คุณนายฮัตสันพูด "ให้เวลาเขาหน่อย เดี๋ยวเขาก็ปรับตัวได้นะ"

          จอห์นถอนหายใจเบาๆ "ครับ ผมก็หวังเช่นนั้น ผมไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย ผมอึดอัด"

          "แมร์รี่เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ" 

          จอห์นฉุกคิดได้ครู่หนึ่งว่าเขาเอาแต่พูดถึงอดีตเพื่อนร่วมแฟลต ไม่เคยพูด หรือปรึกษาเรื่องภรรยากับคุณนายฮัตสันเลยสักครั้งเดียว "สบายดีครับ แมร์รี่สบายดี"

          "ยังไม่มีเจ้าตัวเล็กกันอีกหรือจ๊ะ"

          "เอ่อ....ผมยังไม่ค่อยพร้อมน่ะครับ งานยังไม่ค่อยเรียบร้อย ผมคิดว่าอาจจะต้องรออีกสักพัก" จอห์นตอบ "แมร์รี่เขาก็ค่อนข้างรักเชอร์ลินด้วยเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งสองปี เขาสองคนสนิทกันมากครับ ช่วงนี้แมร์รี่ก็ไม่ค่อยได้เจอเชอร์ลินด้วย เธอเลยกังวลๆปนคิดถึงด้วยครับ เราเลยยังไม่ได้คิดถึงเรื่องลูกกันสักเท่าไหร่"

          คุณนายฮัตสันดึงมือออกจากหัวไหล่จอห์นก่อนจะยิ้ม "ชั้นเข้าใจจ้ะ ชั้นเข้าใจ"

          จอห์นขมวดคิ้ว "เข้าใจอะไรหรือครับ"

          "โอ้....ไม่มีอะไรจ้ะ" คุณนายฮัตสันพูดปฏิเสธ "เธอจะไปทำงานตอนกี่โมงหรือจ๊ะ"

          จอห์นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา "น่าจะอีกครึ่งชั่วโมงครับ ก่อนคลินิกเปิด" จอห์นพูด "มีอะไรหรือเปล่าครับ"

          "ชั้นจะฝากเธอล็อคบ้านหน่อยจ้ะ ชั้นจะไปบ้านเพื่อนเสียหน่อยแล้วจะแวะซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตด้วยเลย อาจจะกลับมาช้า ถ้าเธอจะออกไปก็ฝากล็อคบ้านให้ด้วยนะจ๊ะ"

          "อ้อ...โอเคครับ ไม่มีปัญหา" จอห์นยิ้มตอบ "เดี๋ยวผมล็อคบ้านให้"

          "ขอบใจจ้ะ" คุณนายฮัตสันกล่าวแล้วออกจากห้องรับแขกเดินลงไปที่ห้องของตนเองที่อยู่ชั้นล่าง

          เมื่อคุณนายฮัตสันลงไปข้างล่าง จอห์นก็เดินไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของห้อง ปกติเขากับเชอร์ล็อคจะทำงานกันที่โต๊ะนี้ นั่งฝั่งตรงข้ามกัน จอห์นก็จะพิมพ์งานบ้าง อัพบล็อกส่วนตัวบ้าง บางทีก็เข้าไปที่เว็บบอร์ดแฟนคลับของเชอร์ล็อคและเชอร์ลินเพื่อตอบคำถามบ้าง สองพ่อลูกมีแฟนคลับนะ แฟนคลับเยอะเสียด้วย แฟนคลับของพ่อก็จะเป็นผู้คลั่งไคล้ในความอัจฉริยะของเชอร์ล็อค โฮมส์ผู้โด่งดัง ส่วนแฟนคลับของเชอร์ลินก็จะเป็นผู้ชื่นชอบเด็กหญิงผมยาวดำ ตาโตที่แสนจะร่าเริง จอห์นจะเข้าไปตอบคำถามบรรดาแฟนคลับของทั้งสองในฐานะที่เขาเป็น 'ผู้ใกล้ชิด' และเป็น 'แฟนคลับอันดับหนึ่ง' ของสองพ่อลูก

          จอห์นจัดหนังสือที่ไม่ได้มีใครมาอ่าน หรือใช้มันทำงานมาหลายสัปดาห์ให้เข้าที่เข้าทาง หนังสือเกี่ยวกับสรีระร่างกายของมนุษย์ หนังสือการแพทย์ หนังสือเกี่ยวกับเคมีจำนวนมากถูกวางอยู่อย่างไม่ค่อยเป็นระเบียบ จอห์นจึงลงมือจัดให้มันเรียบร้อย

          เสียงก้าวเท้าของใครบางคนดังขึ้นมาจากที่บันไดแล้วหยุดลงที่หน้าประตูห้องรับแขก จอห์นผู้หันหลังให้ประตูทางเข้ากล่าวถามโดยที่ไม่ได้หันไปมอง

          "ลืมของหรือครับคุณนายฮัตสัน" จอห์นถาม

          ไม่มีการตอบรับ จอห์นหยุดมือในการจัดหนังสือลงทันทีเมื่อได้กลิ่นของบางอย่างที่คิดถึง

          กลิ่นน้ำหอมที่เขาไม่เคยจำได้เสียทีว่ามันคือกลิ่นอะไร ของยี่ห้ออะไร แต่มันเป็นกลิ่นที่คนบางคนชอบใช้ และตัวของเขาเองก็ชอบกลิ่นนี้มากๆ

          ไม่รู้ว่าชอบกลิ่นน้ำหอมหรือชอบที่กลิ่นนี้มันกลายเป็นกลิ่นประจำตัวของใครบางคนก็ไม่รู้เหมือนกัน

          จอห์นหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่ที่หน้าห้องรับแขก หวังใจลึกๆว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่เขารอคอยที่จะได้เห็นหน้าอีกครั้งหลังจากไม่ได้พบกันมานาน

 

          ผู้ชายผิวขาวผอมสูงผมหยักศกสีดำสนิทในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวทับด้วยสูทสีดำยืนมองคุณหมอหนุ่มอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในห้องรับแขกของแฟลตที่เขาเคยอาศัยอยู่

          "เชอร์......เชอร์ล็อค" จอห์นเรียกชื่อคนๆนั้น

          "ชั้น....เอ่อ....ชั้นมาเอาของ มาเอาไวโอลิน" เชอร์ล็อคอ้อมแอ้มตอบ แล้วเดินตรงไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ของบ้านซึ่งจัดไว้เป็นมุมเล่นดนตรีของเขา

          จอห์นวางหนังสือลงบนโต๊ะแล้วรีบเดินไปหาคนที่พึ่งมา เขายื่นมือของตนเองจับไปที่มือของคนที่สูงกว่าเพื่อเรียกความสนใจจากอีกฝ่าย

          เชอร์ล็อคหยุดเดินแล้วมองมือที่หยาบเล็กน้อยที่จับมือนิ่มของเขาอยู่

          เชอร์ล็อคหันไปหาคนตัวเล็กที่จับมือของเขาอยู่ จอห์นของเขาดูเหนื่อย ดูพักผ่อนไม่พอ ดูเครียดกว่าเดิมมาก จอห์นไม่เคยเป็นแบบนี้ ตอนจอห์นอยู่กับเขาจอห์นไม่เคยโทรมแบบนี้มาก่อน

          จอห์นมองใบหน้าของคนที่ไม่ได้เจอมานานอย่างคิดถึง เชอร์ล็อคเป็นคนหน้าตาดี ผิวดี หุ่นดี แต่นี่เขาผอมลงมาก ใบหน้าดูตอบลง แววตาที่เย่อหยิ่งและไม่ยอมคนดูเศร้าลง เชอร์ล็อคของเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ตอนอยู่ด้วยกัน เชอร์ล็อคดูสดใสกว่านี้

          เชอร์ล็อคยื่นมืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกกุมมือไว้ยื่นไปจับใบหน้าของคนที่ตัวเล็กกว่า เขาลูบแก้มของจอห์นเบาๆอย่างคิดถึง เชอร์ล็อคใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไปที่ใต้ตาที่คล้ำเล็กน้อยของคนที่ไม่ค่อยพักผ่อนอย่างแผ่วเบา

          "ตาคล้ำจังเลยจอห์น นายได้นอนบ้างหรือเปล่า" เชอร์ล็อคถามด้วยเสียงเป็นห่วง "ทำไมโทรมแบบนี้"

          จอห์นยิ้มบางๆ "ชั้นสบายดีเชอร์ล็อค" จอห์นพูดแล้วยื่นมือของตนเองอีกข้างที่ไม่ได้จับมือของอีกฝ่ายเอาไว้ ไปสัมผัสแก้มขาวซีดของอีกคนเบาๆ เชอร์ล็อคผอมลงจนแก้มตอบจนเห็นได้ชัด จอห์นลูบที่แก้มนั้นเบาๆ

          "นายผอมลงจังเลย กินอะไรบ้างหรือเปล่า" จอห์นถาม

          เชอร์ล็อคขยับใบหน้าตัวเองเพื่อให้แก้มแนบกับฝ่ามือจอห์นมากขึ้น "ไม่ค่อยได้กินอะไรเท่าไหร่"

          "มายครอฟกับเลขาทำอาหารไม่อร่อย ไม่ถูกปากเลยสินะ" จอห์นถามด้วยความเป็นห่วง

          เชอร์ล็อคพยักหน้าเบาๆ

          จอห์นยิ้ม "กินอะไรมาหรือยัง ชั้นทำให้กินเอาไหม"

          เชอร์ล็อคพยักหน้าเบาๆอีกครั้ง

          "มีแต่แพนเค้กนะ เพราะในตู้เย็นไม่มีของสดอะไรเลย มีแต่แป้งแพนเค้กอีกแล้ว" จอห์นพูด "แพนเค้กธรรมดากับนม ยังไม่เบื่อใช่หรือเปล่า"

          เชอร์ล็อคส่ายหน้าช้าๆ "ไม่เบื่อหรอก ถ้านายทำ ชั้นไม่เคยเบื่อเลยนะ"

          จอห์นยิ้มแล้วปล่อยมือที่ลูบแก้มของเชอร์ล็อคอยู่ มือที่กุมมือนิ่มของอีกฝ่ายเขาก็ปล่อยเช่นกัน

          "ไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารนะ ชั้นจะทำแพนเค้กให้กิน"

 

          เชอร์ล็อค โฮมส์ไปนั่งรอจอห์น วัตสันที่กำลังทำอาหารให้ทานที่โต๊ะรับประทานอาหาร เขามองคุณหมอผสมแป้งแพนเค้กสำเร็จรูปกับไข่ไก่และนม แล้วนำแป้งที่ผสมแล้วลงไปวาดรูปกลมๆในกระทะเพื่อทำแพนเค้ก เมื่อแป้งสุกเขาก็ตักมันใส่จานพร้อมกับราดน้ำผึ้งที่เป็นของชอบของเชอร์ล็อค

          จอห์นนำจานแพนเค้กและส้อมมาวางตรงหน้าเชอร์ล็อคที่กำลังนั่งรออยู่ เขาเดินไปหยิบมีดและส้อมก่อนที่จะมาหยุดที่ฝั่งตรงข้ามกับอดีตเพื่อนร่วมแฟลต จอห์นค่อยๆหั่นแพนเค้กออกเป็นคำเล็กๆให้เชอร์ล็อคอย่างที่เขาเคยทำให้สมัยที่เคยอยู่ด้วยกัน

          ชอร์ล็อคใช้ส้อมจิ้มแพนเค้กคำเล็กที่จอห์นหั่นให้เข้าปากกินอย่างมีความสุข เขาคิดถึงอาหารที่จอห์นทำ คิดถึงแพนเค้กที่จอห์นทำ มันเป็นอาหารที่ง่ายๆก็จริง แต่มันช่างเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเสมอเมื่อมันเป็นอาหารฝีมือของจอห์น

          จอห์นนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วมองอีกฝ่ายที่กำลังรับประทานอาหารอย่างมีความสุข เขายิ้มแล้วเทนมใส่แก้วแล้วยื่นให้ คนตัวสูงรับแก้วนมมาดื่มแล้วก็ทานอาหารต่อ จอห์นรับแก้วเปล่าคืนก่อนจะเทนมใส่แก้วลงไปอีกครั้ง

          เชอร์ล็อคทานอาหารเงียบๆ จอห์นก็ไม่ได้ถามอะไรจนเชอร์ล็อคทานอาหารจนหมด คุณหมอยกจานเปล่าไปเก็บที่อ่างล้างจาน แล้วมายืนข้างๆคนที่กำลังดื่มนมแก้วสุดท้ายให้หมดเพื่อจะรับแก้วเปล่าไปล้าง เชอร์ล็อคดื่มนมจนเกลี้ยงแล้วยื่นแก้วเปล่าส่งให้จอห์น

          จอห์นรับแก้วมาถือไว้แต่ไม่ได้นำมันไปไว้ที่อ่างล้างจาน เขายื่นมือไปที่ใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ จอห์นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไปที่ริมฝีปากของเชอร์ล็อคเบาๆเพื่อเช็ดคราบอาหารและคราบนม จอห์นทำแบบนี้ให้เสมอเมื่อเชอร์ล็อคและเชอร์ลินกินเลอะเทอะ เขาจะเช็ดทำความสะอาดคราบอาหารพวกนั้นด้วยนิ้วมือของเขาเอง

          เชอร์ล็อคมองไปที่ดวงตาสีเทาอบอุ่นของคุณหมอที่มองมาด้วยความห่วงใยไม่มีเปลี่ยน เขาคิดถึงดวงตาแบบนี้ คิดถึงผมสรบลอนด์หม่นของคนนี้ คิดถึงมือที่หยาบเล็กน้อยที่คอยทำสิ่งต่างๆให้เขาด้วยความเป็นห่วงอยู่เสมอ

          "เป็นคนหรือหมูกันแน่ ทำไมกินเลอะเทอะแบบนี้ล่ะ หืม?" จอห์นถามเสียงเบา

          "นายจะได้เช็ดให้ชั้นไง" เชอร์ล็อคตอบ

          จอห์นยิ้มแล้วยื่นมืออีกข้างไปกุมมือของเชอร์ล็อคเอาไว้ "เมื่อไหร่จะกลับมาอยู่ที่นี่ ชั้นมาหานาย มารอนายทุกวันเลยนะ"

          "จะกลับมาเร็วๆนี้" เชอร์ล็อคตอบ "นายจะกลับมาอยู่กับชั้นมั้ย"

          จอห์นบีบมือเชอร์ล็อคเบาๆแต่ไม่ได้ตอบคำถาม เชอร์ล็อคจับมือของจอห์นแล้วบีบเบาๆตอบกลับ

          "ไม่เป็นไรจอห์น ไม่เป็นไร....ชั้น....ชั้นเข้าใจดี" เชอร์ล็อคตอบ "แค่....แค่นายมาหาชั้นก็พอ ไม่เป็นไร ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ไม่เป็นไร"

          "เย็นนี้หลังจากนายไปรับเชอร์ลินแล้ว เราไปกินอาหารเย็นด้วยกันมั้ย เราไม่ได้กินมื้อค่ำด้วยกันนานแล้ว" จอห์นถาม

          เชอร์ล็อคยิ้ม "พาเชอร์ลินไปด้วยนะ เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันสามคนมานานมากแล้วเหมือนกัน"

          จอห์นพยักหน้าเบาๆ "ได้สิ ลูกหมูของชั้นจะอยากกินอะไรเป็นมื้อค่ำกันนะ"

          "คงเป็นอะไรก็ได้ ที่มีไอศครีมและเค้กอร่อยๆเป็นของหวาน" เชอร์ล็อคตอบ

          จอห์นยิ้มก่อนจะพูด "ขอบคุณที่กลับมานะเชอร์ล็อค ชั้นคิดว่าจะไม่ได้เจอนายอีกแล้วเสียอีก"

          "เพราะมายครอฟไม่ให้ชั้นมา เขาบอกว่ามันจะดีกว่า ถ้าเราต่างคนต่างอยู่ นายจะมีความสุขมากกว่าถ้าไม่มีชั้น" เชอร์ล็อคพูดเสียงเบา "วันนี้เขาไม่อยู่อังกฤษ ขนเลขาขนลูกน้องไปเกือบหมด ไม่มีคนคอยคุมชั้น ชั้นเลยมาหานาย"

          "ชั้นรำคาญมายครอฟมาก เขาจะก้าวก่ายชีวิตคนอื่นมากจนเกินไปแล้วนะ" จอห์นพูดด้วยเสียงหงุดหงิด "ไม่คิดว่านายจะเชื่อฟังเขา"

          "เพราะเขาเป็นพี่ชายของชั้น เขาคง....เลือกหนทางที่ดีที่สุดให้ชั้น" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นอยากให้นายมีความสุข ชั้นไม่อยากให้นายมาคอยกังวลเรื่องของชั้นกับลูก....ชั้นไม่อยากให้นายลำบากใจ"

          "ชั้นไม่เคยลำบากใจในการเป็นห่วงนายสองคนพ่อลูกเลยนะ ชั้นดูแลนายกับเชอร์ลินมานานมาก ไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยท้อเลย ชั้นมีความสุขดีกับการที่มีนายสองคนในชีวิตนะ" จอห์นพูด "กลับมาอยู่ที่นี่เถอะนะ ชั้นจะมาหานายทุกวัน จะไม่หายไปไหน ชั้นสัญญา"

          เชอร์ล็อคบีบมือจอห์นกลับไปเบาๆแล้วยิ้ม "พรุ่งนี้ชั้นจะกลับมาอยู่ที่นี่เลย ชั้นจะไม่เชื่อฟังมายครอฟแล้ว"

          จอห์นยิ้ม "มายครอฟเป็นคนน่าเบื่อ"

          "ใช่ เขาน่าเบื่อมากๆ" เชอร์ล็อคพูด แล้วทั้งสองก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน

          แต่แล้วเชอร์ล็อคก็หยุดหัวเราะ มีสายตาหม่นลง แล้วรีบชักมือของตนเองที่จอห์นกุมเอาไว้ออก จอห์นมองท่าทีแปลกๆด้วยสายตาไม่เข้าใจ

          "เป็นอะไรไปเชอร์ล็อค" จอห์นถาม

 

          "จอห์นคะ จอห์น" เสียงน่ารักของผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเรียกหาจอห์นมาจากห้องรับแขก "จอห์นยังอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ"

          "แมร์รี่ ผมอยู่นี่" จอห์นเรียกภรรยาตัวเอง

          แมร์รี่ วัตสันเดินเข้าไปในห้องครัว เขาเห็นสามีตัวเองยืนอยู่ข้างๆกับคนที่ไม่ได้เห็นหน้ามานานอย่างเชอร์ล็อค โฮมส์ แมร์รี่มองสามีและเพื่อนสามีด้วยสายตางุนงง

          "อ้าว....คุณเชอร์ล็อคนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ สบายดีใช่ไหม"

          เชอร์ล็อคกำชายเสื้อสูทตัวเองแน่นด้วยความเครียด ก่อนจะลุกขึ้นยืน จอห์นมองตามด้วยสายตาไม่เข้าใจ

          "จะไปไหนเชอร์ล็อค" จอห์นถาม

          "ชั้น.....ชั้นจะกลับบ้าน" เชอร์ล็อคตอบ

          "ที่นี่คือบ้านของนาย" จอห์นพูด

          เชอร์ล็อคเหลือบมองหญิงสาวผมบลอนด์หยิก ในชุดเดรสกระโปรงลายดอกไม้น่ารักแว้บหนึ่งก่อนจะพูด "มายครอฟคงไม่พอใจที่ชั้นมาที่นี่....ชั้น....ชั้นไม่อยากทะเลาะกับพี่"

          "แต่มายครอฟไม่อยู่ คนของเขาก็ไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่านายมาที่นี่นะ" จอห์นพูด

          "ชั้น...ชั้นแค่มาเอาไวโอลิน ชั้นกลับ...กลับแล้วนะ" เชอร์ล็อคพูด "ขอบคุณสำหรับอาหาร"

          "เย็นนี้เรามีนัดกันไม่ลืมใช่ไหม" จอห์นถาม

          "ชั้น...." เชอร์ล็อคอ้ำอึ้ง "ชั้น....ชั้น...คงกลับไปกินข้าวที่บ้าน ไม่เป็นไร ขอบคุณที่ชวนนะจอห์น"

          จอห์นอ้าปากค้างเล็กน้อย "เมื่อกี้นายพึ่งบอกว่านายจะไปกับชั้น"

          "จะไปไหนกันหรือคะ" แมร์รี่ถาม

          "มีธุระนิดหน่อยน่ะ" จอห์นตอบภรรยา

          "ชั้นรับฝากเชอร์ลินได้นะคะ พวกคุณจะไปสืบคดีกันใช่ไหม"

          "ไม่เป็นไร ขอบคุณ" เชอร์ล็อคตอบห้วนๆ แมร์รี่มีท่าทีสลดลง.....เชอร์ล็อคไม่เคยพูดจาดีๆกับเธอเลยสักครั้งเดียว

          "เย็นนี้ชั้นจะไปรับเชอร์ลินกับนาย รอชั้นด้วย" จอห์นพูด

          "ไม่เป็นไร วันนี้มันเวรของชั้น ชั้นจะไปรับเอง" เชอร์ล็อคตอบ "ชั้นกลับนะ"

          เชอร์ล็อคเดินกลับไปที่ห้องรับแขก เขาเก็บสมุดเพลงของตนเองและไวโอลินใส่กระเป๋า..... เขาควรเชื่อมายครอฟ เขาไม่ควรกลับมาที่นี่ในเวลานี้เลย เขาไม่พร้อมที่จะเห็นจอห์นและแมร์รี่อยู่ด้วยกันจริงๆ

          จอห์นเดินมาช่วยเก็บของแต่เชอร์ล็อคปฏิเสธการช่วยเหลือ

          "ไม่....ไม่เป็นไรจอห์น นายไปอยู่กับ....เมียนายเถอะ เธอมาตามแล้ว" เชอร์ล็อคพูดเสียงเบาแล้วรูดซิปปิดกระเป๋า "ชั้นกลับนะ ขอบคุณสำหรับมื้อเช้า" เขาพูดแล้วเดินออกจากห้องไป

          จอห์นมองตามเชอร์ล็อคไปจนพ้นสายตา

          "จอห์นคะ" แมร์รี่เรียกสามีเบาๆ "เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"

          จอห์นหันมามองภรรยา "เปล่านะ ทำไมหรือ"

          "เห็นคุณไปคลินิกช้า ชั้นเลยเป็นห่วง คิดว่าคุณจะเกิดอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า" แมร์รี่พูด "เลยมาหาที่นี่ดู"

          "พอดีเชอร์ล็อคเขามา ก็เลยพูดคุยอะไรกันนิดหน่อย" จอห์นพูดแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารบนโต๊ะทำงาน "มาตามผมไปทำงานใช่ไหม ไปสิ ผมพร้อมแล้ว"

          แมร์รี่ยื่นมือไปจับมือสามี "จอห์นคะ...."

          "หืม?"

          "คุณยัง.....รักชั้นอยู่ใช่ไหมคะ" แมร์รี่ถาม

          "ทำ....ทำไมถามผมอย่างนั้น" จอห์นขมวดคิ้วถาม

          "ไม่มีอะไรค่ะ...ชั้นแค่กลัวทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"

          "อะไรจะเปลี่ยนไป?" 

          แมร์รี่ยิ้ม "ไม่มีอะไรค่ะ ชั้นคงคิดมากไปเอง" เธอพูด "เราไปทำงานกันเถอะนะคะ สายแล้ว"

 

 

 

          ตลอดทั้งวัน งานที่คลินิกของจอห์นค่อนข้างยุ่งมาจนถึงช่วงบ่าย 3 พึ่งจะได้พัก เมื่อมีเวลาว่างเขาก็โทรไปหาเชอร์ล็อคเพื่อจะสอบถามว่าโกรธหรืองอนอะไรเขาหรือเปล่า จากตอนแรกที่เหมือนมันจะไปได้ดี พูดคุยด้วยดี ได้หัวเราะด้วยกัน นัดกันไปกินข้าว แต่แล้วจู่ๆก็มาเปลี่ยนใจกะทันหัน นั่นมันเกิดอะไรขึ้น

          เชอร์ล็อคไม่รับสายของจอห์นอีกครั้ง นั่นทำให้จอห์นกังวลใจว่าเชอร์ล็อคจะหายไปจากชีวิตของเขาอีก

          ...เดี๋ยวเย็นนี้จะไปหาที่บ้านของมายครอฟก็แล้วกัน มายครอฟไม่อยู่บ้าน บางทีอาจจะเข้าบ้านได้...จอห์นคิด

          แมร์รี่รู้สึกไม่ค่อยสบายตั้งแต่ประมาณบ่ายโมงจึงขอตัวกลับบ้านไปก่อน จอห์นจึงต้องอยู่ที่นี่คนเดียวและรอปิดคลินิกในเวลาสี่โมงเย็น

          ตอนนี้ไม่มีคนไข้ คนไข้ที่นัดไว้ก็หมดแล้ว จอห์นจึงลุกขึ้นยืนเพื่อบิดขี้เกียจคลายเมื่อยให้ร่างกาย เขาเตรียมที่จะออกไปนอกห้องตรวจเพื่อไปหาของว่างง่ายๆที่แพนทรี่มาทานระหว่างรอปิดคลินิก

          โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กของจอห์นดังขึ้น จอห์นขมวดคิ้วมองก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อรับสาย....เชอร์ล็อคโทรมา หรือว่าเขาจะหายโกรธแล้ว?

          "ฮัลโหล เชอร์ล็อค นายโกรธอะไรชั้นหรือเปล่า ชั้นโทรหานายไปตั้งหลายครั้งไม่เห็นรับสายเลย" จอห์นถามปลายสาย

          "นายมารับเชอร์ลินไปก่อนทำไมไม่บอกชั้น" 

          จอห์นอ้าปากค้างด้วยความงง"ห้ะ??? ชั้นยังไม่ได้ไปรับเชอร์ลินนะ ก็วันนี้มันเวรของนาย"

          "นายจะไม่ได้มารับได้ยังไงในเมื่อครูที่โรงเรียนนบอกว่าผู้ปกครองมารับไปแล้วน่ะ" เชอร์ล็อคพูดเสียงดังใส่กลับมา "นายจะแกล้งชั้นใช่มั้ยจอห์น"

          "ชั้นเปล่านะเชอร์ล็อค ชั้นอยู่ที่คลินิกตลอดเพราะงานยุ่งมาก แล้วชั้นจะไปรับเชอร์ลินได้ยังไง"

          "แต่ครูที่โรงเรียนบอกว่าผู้ปกครองมารับเพราะมีบัตรผู้ปกครองมายื่นด้วย ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครในเมื่อเชอร์ลินมีผู้ปกครองแค่สองคนแล้วชั้นก็ไม่ได้ให้บัตรไปกับใคร" เชอร์ล็อคพูด "นายทำบัตรหายหรือเปล่า"

          จอห์นรีบหยิบกระเป๋าสตางค์มาเปิดดูก็พบว่าบัตรผู้ปกครองยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหน

          "ไม่นะ บัตรยังอยู่" จอห์นตอบ

          "โถ่เว้ย !!!! แล้วลูกชั้นหายไปได้ยังไง กล้องวงจรปิดของโรงเรียนจับภาพเห็นว่าเชอร์ลินออกไปจากโรงเรียนเองไม่ได้ถูกลักพาตัวแล้วก็มีท่าทางว่ารู้จักกับคนที่มารับเป็นอย่างดีเพราะเธอรีบวิ่งไปหา" เชอร์ล็อคพูด "นายโกหกชั้นใช่มั้ย นายจะเอาตัวเชอร์ลินไปเพื่อให้ชั้นกลับไปอยู่ที่แฟลตใช่มั้ย"

          "จะบ้าหรอเชอร์ล็อค ชั้นไม่บ้องตื้นถึงขนาดเล่นบ้าๆอย่างการขโมยหลานหรอกนะ" จอห์นพูด "คนของมายครอฟไปไหน เขาเฝ้าเชอร์ลินอยู่ที่โรงเรียนไม่ใช่หรอ"

          "ชั้นไม่ได้ให้คนเฝ้ามาตั้งนานแล้ว เพราะชั้นกลับมาแล้ว ชั้นจะดูแลลูกชั้นเอง"

          "ว่ายังไงนะ !!!!!!" จอห์นถามเสียงดัง "นายไม่ให้คนเฝ้าเชอร์ลินที่โรงเรียนโดยไม่ปรึกษาชั้นสักคำได้ยังไงห้ะเชอร์ล็อค เชอร์ลินเป็นสิทธิของชั้นครึ่งหนึ่งนะ"

          "อย่ามาเสียงดังกลบเกลื่อนความผิดใส่ชั้นนะจอห์น ชั้นรู้ว่านายเอาเชอร์ลินไป" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นจะไปรับลูก นายเอาลูกชั้นไปไว้ที่ไหน"

          "ทำไมนายไม่เช็คจากนาฬิกาของเชอร์ลินล่ะว่าเชอร์ลินอยู่ที่ไหน โทรศัพท์ของนายเป็นสัญญาณหลักไม่ใช่หรือไง ต้องหาเจอก่อนสิ" จอห์นพูด "แล้วนายก็จะรู้ว่าชั้นไม่ได้พาเชอร์ลินไปไหน"

          "นายคิดว่าชั้นโง่จนต้องรอนายมาบอกหรือไง ชั้นเช็คแล้ว นาฬิกามันยังปิดอยู่เพราะยังไม่สี่โมงครึ่งตามที่ตั้งเวลาเปิดปิดเอาไว้ มือถือของชั้นยังหานาฬิกาไม่เจอ"

          "ชั้นจะออกไปหาเดี๋ยวนี้ นายอยู่ที่ไหน" จอห์นถามแล้วรีบก้าวออกจากห้องเพื่อออกไปปิดคลินิก "แจ้งความหรือยัง"

          "บอกเลสเตรดแล้วเขาให้คนออกตามหาเชอร์ลินแล้ว" เชอร์ล็อคพูดแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเสียง 'ปี๊บ' ดังมาจากมือถือของตัวเอง

          "มือถือหานาฬิกาเจอแล้ว แค่นี้นะ เครื่องของนายก็จะหาเจอในอีก 3 นาที เราไปเจอกันที่นั่นก็แล้วกัน"

          "เดี๋ยว เชอร์ล็อค เดี๋ยวก่อน ทำไมเครื่องชั้นจับสัญญาณได้ช้าจัง นายปรับหรอ ฮัลโหล เชอร์ล็อค ฮัลโหล" จอห์นตะโกนเรียกปลายสายแต่เชอร์ล็อคก็ตัดสายไปเสียแล้ว

          จอห์นล็อคประตูคลินิกแล้วเปิดแอพพลิเคชั่นตามหานาฬิกาของเชอร์ลินค้างเอาไว้ รอเวลาที่จะจับสัญญาณได้ซึ่งจะจับได้ในอีก 3 นาที

          ....ใครมาขโมยหลานของเขา คนๆนั้นจะต้องเจอดี !!!!! 

 

 

 

          ปี๊บ ปี๊บ

          เสียงนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กของเชอร์ลินดังขึ้นเบาๆสองครั้งเมื่อถึงเวลาสี่โมงครึ่งตามที่ตั้งเวลาเปิดปิดเอาไว้ บุคคลในชุดสีดำคนหนึ่งจับแขนเล็กๆของเด็กหญิงขึ้นมาดูแล้วพบว่ามันเป็นเสียงของนาฬิกา

          ..เสียงนาฬิกาปลุกอย่างนั้นหรือ? อาจจะใช่ เพราะนี่ก็เป็นเวลาเลิกเรียนของเด็กหญิงตัวเล็กที่น่ารักคนนี้พอดี คนๆนั้นยิ้มแล้วปล่อยแขนลง

          บุคคลในชุดดำค่อยๆวางเชอร์ลิน โฮมส์ลงบนโซฟาสีครีมของบ้านหลังหนึ่ง เด็กหญิงวัย 7 ขวบที่หลับไม่ได้สติถูกจับให้นอนอยู่บนนั้น คนปริศนายื่นมือลูบใบหน้าเล็กๆที่หลับสนิทอย่างแผ่วเบา

          "ขอหาของก่อนนะ แล้วเราจะได้ไปจากที่นี่กัน สาวน้อยของชั้น"

 

 

 

          ปี๊บ ปี๊บ

          เสียงโทรศัพท์มือถือของเชอร์ล็อคดังขึ้นเมื่อเริ่มจับสัญญาณของนาฬิกาได้หลังมันเปิดเครื่องได้ 3 วินาที เชอร์ล็อครีบเรียกแท็กซี่โดยเร็วเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในการเดินทาง

          "ไปไหนครับ" คนขับแท็กซี่ถามเมื่อเชอร์ล็อคขึ้นไปนั่งบนรถแล้วปิดประตูสนิท

          เชอร์ล็อคมองโทรศัพท์มือถือของตนเองเพื่อบอกสถานที่ที่เชอร์ลินอยู่ในขณะนี้แก่แท็กซี่ เขาตาโตทันทีที่เห็นว่าพิกัดบนแผนที่ขึ้นจุดสีแดงบริเวณไหน

          "จะไปไหนหรือครับ" คนขับแท็กซี่ถามอีกครั้ง

          "ไปเคนซิงตันครับ บ้านหลังสีขาวที่อยู่ติดสวนสาธารณะในเคนซิงตัน" เชอร์ล็อคพูด

          ...นั่นคือบ้านที่เขาอาศัยอยู่ชั่วคราวในปัจจุบัน

          ...บ้านมายครอฟ !!!

 

 

 

 

          ตลอดทางจากหน้าโรงเรียนของเชอร์ลินไปที่บ้านของมายครอฟย่านเคนซิงตันเชอร์ล็อคกดโทรศัพท์หาพี่ชายตลอดเวลา มายครอฟปิดเครื่องจึงทำให้ไม่สามารถติดต่อได้

          ตลอดเวลา 5 นาทีที่อยู่บนรถแท็กซี่ขณะที่มือก็กดโทรศัพท์มือถือ หัวสมองของเชอร์ล็อคก็คิดคำนวณบางอย่าง

          มายครอฟไปอิตาลีนะ พึ่งไปเมื่อเช้านี้เลย หรือว่าเขาโกหก? เขาอาจจะไม่ได้ไปอิตาลีจริงๆ? เขาอาจจะแกล้งน้องชายตัวเองให้หัวปั่นเหมือนกับที่เขาแยกจอห์นออกไปจากชีวิตหรือเปล่า.....ไอ้พี่ชายเฮงซวย เล่นบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ย

 

 

          รถแท็กซี่จอดลงที่หน้าบ้านสีขาวติดกับสวนสาธารณะในเคนซิงตัน เชอร์ล็อครีบจ่ายเงินให้คนขับแล้วลงจากรถทันที

          ประตูบ้านถูกงัดจนลูกบิดประตูพังเสียหาย....นี่ไม่ใช่ฝีมือมายครอฟ....เจ้าของบ้านจะงัดบ้านของตัวเองทำไม เชอร์ล็อครีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที...ไม่ได้การณ์....เชอร์ลินลูกสาวของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย

          เชอร์ล็อครีบเข้าไปในบ้าน เข้าของในบ้านที่เคยถูกจัดอย่างเป็นระเบียบถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบ้าน เชอร์ล็อคได้ยินเสียงแมวร้องมาจากห้องรับแขกจึงรีบวิ่งไปดูตามเสียง

          แมวตัวสีดำของมายครอฟกระโดดขึ้นไปทับบนตัวเชอร์ลินที่กำลังหลับแล้วร้องเรียกเสียงดังเพื่อปลุกให้เชอร์ลินลุกขึ้นมาเล่นด้วยกันอย่างเคย เชอร์ล็อครีบไปอุ้มแมวลงแล้วปลุกลูกสาวให้ตื่น

          "เชอร์ลิน เชอร์ลินได้ยินพ่อมั้ย เชอร์ลิน" เชอร์ล็อคเขย่าตัวลูกสาวเบาๆ

          ....ไร้การตอบสนอง เชอร์ลินยังคงไม่ยอมตื่น

          ..ยานอนหลับ เชอร์ลินกินยานอนหลับเข้าไป

          เชอร์ล็อครีบยกนาฬิกาข้อมือของตนเองขึ้นมาดูเวลา ขณะนี้เวลา 16.37 น. เชอร์ลินออกจากโรงเรียนไปตอนเวลา 16.00 น. ตามเวลาในกล้องวงจรปิดของโรงเรียน หากได้รับยานอนหลับผ่านขนมหรืออาหารตอนเวลาประมาณ 16.05 น. รอเวลายาออกฤทธิ์จนครบ 100% จะใช้เวลา 4 นาที จึงเท่ากับว่าเชอร์ลินหลับมาตั้งแต่ 16.09 น.

          เชอร์ลินหลับไปแล้ว 28 นาที เขาเคยทำการทดลองยานอนหลับกับเชอร์ลินมาก่อนเพื่อทดสอบประสิทธิภาพยานอนหลับที่จะส่งผลกับเด็ก หากใส่ยานอนหลับผสมลงไปในขนมที่เชอร์ลินกิน จะต้องใส่ลงไปในปริมาณที่น้อยมากจนคนที่ชอบกินขนมอย่างเชอร์ลินจะไม่ผิดสังเกตเรื่องรสชาติที่เปลี่ยนไป ยานอนหลับขนาดไม่เกิน 5 มิลลิกรัมน่าจะทำให้เด็กเล็กๆอย่างเชอร์ลินหลับสนิทได้ถึงขนาดนี้ และถ้ายานอนหลับมีปริมาณ 5 มิลลิกรัม จากการทดลองที่เชอร์ล็อคเคยทดลองการนอนหลับของลูกสาวก็จะเท่ากับว่าเชอร์ลินจะนอนหลับเป็นเวลา 35 นาทีบวกลบไม่เกิน 2 นาที ดังนั้นเชอร์ลินจะตื่นเองในอีก 7-8 นาทีต่อจากนี้

 

          เคร้ง !

          เสียงบางอย่างหล่นลงพื้นจากชั้นสองของบ้าน คนที่พาเชอร์ลินมายังอยู่ในบ้านนี้ เชอร์ล็อคมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งเพื่อคำนวณเวลา

          จอห์นจะได้รับสัญญาณนาฬิกาตอน 16.33 น. ถ้าเขาออกจากหน้าคลินิกทันทีจะใช้เวลาเดินทาง 8 นาที ก็จะถึงที่นี่ในเวลา 16.41 น.ซึ่งก็อีก 4 นาทีต่อจากนี้ หากเข้าปล่อยให้เชอร์ลินอยู่ลำพังกับแมวสักครู่น่าจะยังปลอดภัย เพราะแมวจะร้องเสียงดังเมื่อเกิดอะไรขึ้น และดูจากการรื้อค้นของในบ้านแล้ว คนร้ายมีเวลาตั้งหลายนาทีแต่รื้อค้นได้เพียงเท่านี้นั่นแสดงว่าคนร้ายน่าจะมาเพียงคนเดียว เขาน่าจะสู้ได้ไหว 

          เชอร์ล็อคจับแมวให้มาอยู่ใกล้ๆกับลูกสาวไว้ แมวตัวเล็กอาจจะช่วยอะไรได้ไม่มาก แต่เขาเชื่อว่าสัญชาตญาณของแมวหากรับรู้ถึงความอันตราย มันน่าจะส่งเสียงร้องดังๆให้เขาได้ยินได้

          ขอเวลาแค่ 4 นาทีเท่านั้น จอห์นก็จะมาถึงที่นี่แล้ว

          จอห์นต้องมา....เขารู้ว่าจอห์นจะมา ถ้านาฬิกาปล่อยสัญญาณไปถึงโทรศัพท์ของจอห์นเมื่อไหร่ จอห์นต้องรีบมาที่นี่แน่นอน

 

          เชอร์ล็อคผละตัวออกจากลูกสาวในชุดนักเรียนที่กำลังหลับ แล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ห้องนอนเล็กที่เขาและเชอร์ลินใช้นอนหลับพักผ่อนยามค่ำคืนถูกรื้อค้นจนเละ เสื้อผ้าของเขาและเชอร์ลินถูกรื้อออกมาจากตู้เสื้อผ้าจนเกลี้ยง แต่กลับไม่พบใครในห้องนี้

          ห้องถัดมาคือห้องนอนใหญ่ของมายครอฟผู้เป็นเจ้าของบ้าน ประตูห้องนอนที่ถูกงัดเปิดออกเล็กน้อย เชอร์ล็อครับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวภายในห้อง คนร้ายอยู่ในนี้อย่างแน่นอน เชอร์ล็อคค่อยๆผลักประตูที่กำลังแง้มอยู่เบาๆ

          ภายในห้องนอนของพี่ชายเขาคือคนๆหนึ่งในชุดสีดำกำลังหันหลังรื้อค้นตู้เสื้อผ้าของพี่ชายเขาอยู่ ชุดสูทและเสื้อเชิร์ตจำนวนมากถูกดึงออกมจากตู้และมากองอยู่ที่ปลายเท้านั่น เชอร์ล็อคมองรองเท้าที่คนๆนั้นสวมใส่แล้วต้องขมวดคิ้ว เหมือนนึกถึงคำที่พี่ชายเคยพูด

          "เบลลีย์....นั่นคุณใช่มั้ย....พี่ชายของผมเคยบอกว่าคุณสวมรองเท้าส้นสูงยี่ห้อนี้ มันคือ....Kate Spade ใช่หรือเปล่า ผมจำได้นะ" เชอร์ล็อคพูดเบาๆ "คุณมาทำอะไรที่นี่ คุณควรจะอยู่อิตาลีกับมายครอฟไม่ใช่หรอ คุณลักพาตัวเชอร์ลินมาทำไม"

          ร่างบอบบางของคนในชุดสีดำหยุดมือชั่วครู่ เธอค่อยๆยืดตัวจากการก้มหลังเพื่อรื้อค้นของในลิ้นชักจนทำให้เห็นส่วนสูงที่แท้จริง

          ....ไม่ใช่เบลลีย์ เบลลีย์สูงกว่านี้ และที่สำคัญเบลลีย์ผมสีน้ำตาล ไม่ใช่สีบลอนด์แบบนี้

 

          คนที่ลักพาตัวเชอร์ลินและรื้อค้นบ้านของมายครอฟหันหน้ามาประจันกับเชอร์ล็อค โฮมส์พร้อมเล็งปืนสีดำในมือไปยังอีกฝ่าย เธอยิ้ม....แต่มันไม่ใช่ยิ้มที่สดใสอย่างที่เคยเห็น พร้อมกับพูดด้วยเสียงเยือกเย็น

          "รองเท้าที่เลขาของพี่ชายคุณใส่น่ะมันมีขายทั่วโลก แต่รุ่นที่ชั้นใส่มัน Limited Edition มีขายให้เฉพาะผู้หญิงอเมริกันเท่านั้น" เธอพูด "คุณไม่น่าพลาดเลยนะคะ เชอร์ล็อค โฮมส์"

          เชอร์ล็อคอ้าปากค้าง ตาโตด้วยความตกใจเมื่อเห็นหน้าชัดๆของคนที่ลักพาตัวลูกสาวของเขามาที่นี่ ผู้หญิงที่ตัวเล็ก ผมหยิกลอนสีบลอนด์ ชอบสวมชุดดอกไม้สีหวานๆ รักสัตว์ รักเด็ก ชอบทำอาหาร สดใส ร่าเริง ชอบยิ้ม หรือเรียกรวมๆว่าเป็น 'ผู้หญิงน่ารัก' กลายเป็นคนที่วางยานอนหลับลูกสาวของเขาและลักพาตัวเธอมาที่นี่ มางัดบ้านชายของเขา มารื้อค้นบ้านจนเละเทะ พร้อมกับถือปืน....ผู้หญิงน่ารักๆคนนั้นกำลังเล็งปืนมาที่เขา

          "แมร์.....แมร์รี่ มอร์สแตน..." เชอร์ล็อคเอ่ยปากเรียกชื่อนั้นเบาๆ

          ผู้หญิงชุดดำยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากแล้วพูด "ชู่ววว...แมร์รี่ วัตสันค่ะ ชั้นแต่งงานกับ 'เพื่อน' ของคุณแล้วอย่าลืมสิคะ" แมร์รี่พูด

          แมร์รี่ยังคงยกปืนเล็งไปที่เชอร์ล็อค มืออีกข้างที่ใช้แตะริมฝีปากเมื่อสักครู่แบมือแล้วยื่นมาด้านหน้า "ส่งของที่ชั้นต้องการคืนมา แล้วชั้นจะไป

          "คุณต้องการอะไร" เชอร์ล็อคพูด

          "ไดร์ฟเก็บข้อมูลและเด็กผู้หญิงคนนั้น" แมร์รี่ชี้ลงไปที่ห้องรับแขกด้านล่าง "ชั้นต้องการตัวเพ็กกี้ มอร์ริอาร์ตี้กลับไปกับชั้น......."

        

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #351 despasito (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 23:45
    ถ้าไรท์จะทำดราม่า มันจะเป็ยอะไรที่บบีบหัวใจคนอ่านมากๆ
    #351
    0
  2. #317 Pailalie (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:39
    อุตส่าห์สงสารฮือออออออ
    #317
    0
  3. #287 heechulnarak (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:27
    OMG แมรี่ OoO
    #287
    0
  4. #178 stctmee (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 13:10
    ขอบทเรียนราคาเเพงให้คู่นี้หน่อยค่ะ
    #178
    0
  5. #177 super_MN (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 / 08:12
    นั่นงายยยย
    #177
    0
  6. #176 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 18:33
    ว่าแล้วเชียว
    #176
    0
  7. #175 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 18:33
    ว่าแล้วเชียว
    #175
    0
  8. #174 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 18:33
    ว่าแล้วเชียว
    #174
    0
  9. #173 Mojito* (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 18:23
    อัยยยยยยยยยยะ!! อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด เจ๊มาลีกลายเป็นโจรละจ้า งานนี้พี่เหนียงมีเฮแน่นอน แต่อยากรู้เหตุผลที่เจ๊มาลีทำอ่ะ เดาไม่ถูก เยอะเกิน 55555
    แต่สงสารพี่เหนียง มีเฮิร์ทตอนเห็นสองคนอยู่กัน โถถถถถ พี่เหนียงของน้อง .โดนไม้เท้าตบ

    งานนี้พี่ไมค์น่าจะมาร่วมวงด้วยแน่นอน หึหึ รอดูฝีมิอพี่ไมค์ว่าจะรับมือเจ๊มาลียังไง -,.-
    #173
    0
  10. #172 ddowphotos (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 13:56
    อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วอยากสบถจริงๆ ที่เดาไว้ไม่ผิดเท่าไหร่นักแต่อยากรู้เหตุผลของแมรี่มากกว่าว่าทำไปทำไม ส่วนตาหยิกกับคุณหมอ ไม่อยากเชียร์แล้ว (อ้าว ผิด) ไม่แฮปปี้ซะที ช่วงต้นก็ว่า..มุ้งมิ้งจังเลยน้า พอแมรี่มาอารมณ์เปลี่ยนเลย หยิกคงทำใจไม่ได้ถ้าต้องกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมแล้วกลายเป็นส่วนเกิน ไม่กลับมาดีกว่าจริงๆแหละ



    ช่วงแรกเกือบก๊าวใจแล้ว หักมุมตอนจบดื้อๆเลย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ



    ใครจะเป็นคนเฉลยปริศนาทั้งหมด --- พี่ไมค์แน่ๆ /เกี่ยวอะไรกับผม ผมอุตส่าห์ให้น้องได้เจอกับหมอแล้วไง
    #172
    2
    • #172-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 40)
      28 พฤศจิกายน 2559 / 14:09
      อ้าววว กลับมาเชียร์คู่นี้ก่อนนนน
      #172-1
    • #172-2 ddowphotos (จากตอนที่ 40)
      28 พฤศจิกายน 2559 / 15:08
      ขอกระดาษทิชชู่เตรียมไว้ได้มั้ยคะไรท์ แง เชียร์ไปร้องไห้ไป ไม่สมหวังซะที แง
      #172-2
  11. #171 Junior Prince LP (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 13:16
    ปมปริศนาเริ่มลุ้นล่ะ แมรี่รู้ชื่อจริงของเชอร์ลีนได้ไง เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำ

    รอติดตามนะคะ
    #171
    1
    • #171-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 40)
      28 พฤศจิกายน 2559 / 14:09
      ขอบคุณค่ะ มาลุ้นกัน มาลุ้นกัน
      #171-1
  12. #170 pick-17 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 12:36
    โล่งเลย ตอนแรกรู้สึกผิดนิดๆที่อยากให้จอร์นกับแม่รี่เลิกกัน แต่ตอนนี้สบายใจละ
    #170
    1
    • #170-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 40)
      28 พฤศจิกายน 2559 / 13:13
      อ้าว 555555
      #170-1
  13. #169 Joob ๆ >3< (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 12:12
    งื้ออ ชอบความมุ้งมิ้งตอนเช้าจังง มีจับแก้มกันด้วยอ่ะ ><

    แมรี่!!! ว่าแล้วเชียวว่าไม่ธรรมดา
    #169
    1
    • #169-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 40)
      28 พฤศจิกายน 2559 / 13:11
      ตอนเริ่มมุ้งมิ้ง ตอนจบไหงเป็นงี้ !
      #169-1