[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 39 : Unspoken ตอนที่ 37 : A Message From His Star

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    28 พ.ย. 59

          เชอร์ล็อค โฮมส์เริ่มอาการดีขึ้นจากการป่วย เขาไม่มีไข้และไม่รู้สึกปวดหัวอีกแต่ยังคงรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้างเนื่องจากเขาไม่ค่อยยอมทานอะไร พี่ชายอย่างมายครอฟและยังเป็นเจ้าของบ้านก็ไม่สามารถบังคับอะไรน้องชายตัวเองได้เลย เชอร์ล็อคทานมื้อเที่ยงเพียงเล็กน้อย มื้อเย็นอีกนิดหน่อยและงดอาหารเช้ามาเป็นเวลา 5 สัปดาห์แล้ว
          เขาไม่ทานอาหารเช้าของคนอื่นนอกจากที่จอห์น วัตสันจะเป็นคนทำให้ เขาเคยบอกไว้เช่นกัน
          เมื่อเริ่มจะหายป่วยเขาก็พยายามไปส่งลูกที่โรงเรียนด้วยตัวเองทุกวัน สารวัตรเกร็ก เลสเตรดมาคอยขับรถรับส่งให้เช่นเดิม แม้ว่าพี่ชายอย่างมายครอฟจะบอกว่าเพราะระยะทางจากบ้านย่านเคนซิงตันไปโรงเรียนประถมของเชอร์ลินค่อนข้างไกล ไม่อยากให้เดิน แต่เชอร์ล็อครู้ดีว่านั่นคือข้ออ้าง มายครอฟไม่อยากให้เขาเจอจอห์นที่ไปดักรอพบเขาตามที่ต่างๆ
          แม้แต่สวนสาธารณะใกล้ๆกับถนนเบเกอร์ที่เชอร์ลินมักจะไปปั่นจักรยานกับจอห์นหลังเลิกเรียน มายครอฟก็ไม่ให้ไป เขาเปลี่ยนให้เชอร์ลินมาเดินเล่นหรือมาเล่นสกู๊ตเตอร์ที่สวนสาธารณะใกล้บ้านย่านเคนซิงตันแทน มายครอฟอ้างเรื่องความปลอดภัยเพราะเคนซิงตันอยู่ใกล้กับพระราชวังทำให้ไม่ค่อยมีคนภายนอกเข้ามายุ่มย่ามมากนัก แต่เชอร์ล็อคก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่ พี่ชายของเขาเอาเรื่องอื่นมาเป็นข้ออ้างอีกครั้ง
          เขาไม่ใช่คนเชื่อฟังพี่ชายตัวเองมากเท่าไหร่นัก แต่เขาเชื่อใจพี่ตัวเอง เขาเชื่อใจมายครอฟ เชื่อใจว่าหากเขาทำตามที่มายครอฟบอกทุกคนจะมีความสุขเท่าที่ควรจะเป็น เชอร์ล็อคไม่อยากไปอยู่ตรงกลางระหว่างความสุขของใคร เขาไม่อยากไปอยู่ท่ามกลางความสัมพันธ์ของใคร เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีจอห์นนั้นจริงอยู่ แต่เขาก็อยู่ไม่ได้เช่นกันถ้าหากกลับไปอยู่ในที่เดิมๆแต่จอห์นจะไม่สนใจเขาเท่าที่เคย
          ปกติทุกๆเย็นหากเชอร์ลินไม่มีเรียนบัลเล่ต์ไม่มีเรียนว่ายน้ำ หรือมายครอฟกลับบ้านช้ามากจนสอนเชอร์ลินเล่นเปียโนที่บ้านไม่ได้ เชอร์ล็อคก็จะพาเชอร์ลินออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่ก่อนตอนอยู่ที่ถนนเบเกอร์เชอร์ลินจะมีจักรยานสองล้อคันเล็กสำหรับเด็กที่จอห์นเป็นคนซื้อให้เอาไว้ปั่นเล่นหลังเลิกเรียน แต่เมื่อมาอยู่ที่บ้านของมายครอฟและมายครอฟออกคำสั่งว่าห้ามเอาของของจอห์นเข้าบ้าน เชอร์ลินเลยต้องเปลี่ยนจากการปั่นจักรยานมาเล่นสกู๊ตเตอร์ที่มายครอฟซื้อให้ใหม่แทน เชอร์ลินก็เล่นสกู๊ตเตอร์คันใหม่อย่างสนุกสนานไม่ได้คิดอะไร
          วันนี้เชอร์ลินไม่มีเรียนบัลเลต่ต์และไม่มีเรียนว่ายน้ำ เมื่อลูกสาวกลับถึงบ้านแล้วเชอร์ล็อคก็ลากสกู๊ตเตอร์พาลูกออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์นอกบ้าน เชอร์ลินก็ใช้สองขาถีบพื้นสลับไปมาขณะเล่นสกู๊ตเตอร์อยู่ในสวนโดยมีคุณพ่ออย่างเชอร์ล็อคอยเดินอยู่ใกล้ๆไม่ห่าง
          ตอนจอห์นพาเชอร์ลินมาเดินเล่น มาปั่นจักรยานตอนเย็นๆก็คงเป็นเช่นนี้เหมือนกัน
          ขากลับสองพ่อลูกวนกลับอีกทางไม่ใช่ทางที่เคยผ่านมา เชอร์ลินเห็นร้านไอศครีมซึ่งเป็นของโปรดก็อ้อนคุณพ่อให้ซื้อให้กิน เชอร์ล็อคบ่นเรื่องลูกกินขนมก่อนมื้อเย็นอีกแล้วถ้าจอห์นรู้ต้องโดนดุแน่ๆเพราะจอห์นไม่ชอบให้เชอร์ลินกินขนมมากจนเกินไป แต่เชอร์ล็อคก็ค่อยมารู้สึกตัวเอาทีหลังว่าจอห์นไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว เขาจะเลี้ยงเชอร์ลินอย่างไรก็ได้โดยที่ไม่มีเสียงดุของจอห์นอีก
          เชอร์ล็อคอนุญาตให้เชอร์ลินกินไอศครีมได้โดยมีข้อตกลงว่าจะกินแค่อันเล็กๆเท่านั้น เชอร์ลินตกลงแล้วรับเงินไปซื้อก่อนจะวิ่งกลับมาพร้อมกับไอศครีมสองแท่ง ก่อนที่เชอร์ล็อคจะเอ่ยปากบ่นลูกที่ซื้อมาเกินข้อตกลง เชอร์ลินก็ยื่นไอศครีมแท่งสีครีมอ่อนนวลๆให้กับคุณพ่อ เชอร์ล็อครับมาด้วยความงุนงงจนเชอร์ลินอธิบายว่า "เวลามาปั่นจักรยานกับจอห์น ถ้าเจอร้านไอศครีมจะซื้อกินกันทุกครั้งเลย อาจอห์นชอบทานรสวานิลลา ส่วนเชอร์ลินชอบรสช็อคโกแลต" เชอร์ลินอยากหาคนทานไอศครีมเป็นเพื่อนอย่างที่เคยทานกับจอห์นทุกๆวัน เชอร์ล็อครู้ว่าลูกสาวคิดถึงอาจอห์นของตัวเองและอยากกลับไปใช้ชีวิตสามคนอย่างที่ผ่านมาอีก แต่มันคงจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเขาพาเชอร์ลินกลับไป มันก็จะกลายเป็นชีวิตที่มีกันสี่คนไม่ใช่สามคนอย่างที่ผ่านมา
          2 ปีก่อน มีเชอร์ล็อค จอห์นและเชอร์ลิน
          ต่อมาก็เป็นจอห์น เชอร์ลิน แมร์รี่
          มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นเชอร์ล็อค จอห์น แมร์รี่และเชอร์ลินอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันได้



          เมื่อกลับมาถึงบ้านเชอร์ล็อคให้ลูกสาวไปอาบน้ำ เดี๋ยวนี้เชอร์ลินโตพอที่เชอร์ล็อคจะปล่อยให้อาบน้ำคนเดียวโดยไม่ต้องกังวลว่าเชอร์ลินจะลื่นในห้องน้ำ หรือจะเล่นของเล่นในอ่างน้ำจนเกิดอุบัติเหตุจมน้ำอย่างเช่นหลายๆครอบครัวที่เป็นข่าว เดี๋ยวนี้ลูกสาวของเขา 7 ขวบและมีความสูงถึง 124 เซนติเมตรแล้ว....เชอร์ลินโตแล้ว
          หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว สองพ่อลูกก็จะมานั่งรับประทานอาหารกันสองคน หรือบางวันที่มายครอฟเลิกงานเร็ว บนโต๊ะรับประทานอาหารก็จะมีมายครอฟและสารวัตรเลสเตรดด้วย เชอร์ลินยังคงเป็นเด็กกินเก่ง กินทุกอย่างได้อย่างเอร็ดอร่อยเช่นเดิม ส่วนเชอร์ล็อคก็ยังคงกินน้อยมากเช่นเดิม....อาหารที่ไม่ใช่ฝีมือจอห์น นั้นไม่อร่อยเลยแม้แต่อย่างเดียว
          หลังรับประทานอาหารเย็น เชอร์ลินก็จะไปเล่นของเล่นบ้างหรือดูการ์ตูนบ้าง เชอร์ล็อคก็จะคอยอยู่ใกล้ๆไม่ได้ปลีกตัวไปทำงานหรืออ่านหนังสือตามลำพังอย่างที่เคยทำ เขาอยากจะชดเชยเวลา 2 ปีที่เขาหายไปให้กับลูกสาวได้อย่างเต็มที่ เชอร์ลินเองก็มีความสุขอย่างมากที่ได้เล่นกับคุณพ่อของตนเองบ้าง แม้ว่าเธอจะคิดถึงอาจอห์นและอยากให้อาจอห์นมานั่งเล่นของเล่นกับเธอเป็นเพื่อนเธอและคุณพ่อก็ตาม
          ช่วงค่ำวันนี้เชอร์ลินไม่ได้ดูการ์ตูนอย่างเคย วันนี้คุณพ่อพาเชอร์ลินออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงชั้นสองโซนหลังบ้าน สองพ่อลูกนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเอนนอกระเบียง เบื้องหน้าคือสวนสาธารณะที่ทั้งสองพึ่งจะกลับมาจากการไปเดินเล่นเมื่อตอนเย็น
          เชอร์ลินในชุดกระโปรงนอนแบบยาวลายคุณหมีนั่งอยู่บนตักของเชอร์ล็อคที่สวมชุดนอนสีน้ำเงินเข้มนอนเอนอยู่บนเก้าอี้ ในมือของเชอร์ลินคือสตอเบอร์รี่สีแดงสดที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆไว้ให้เด็กหญิงทานก่อนนอน เธอกินผลไม้ของโปรดขณะที่สายตาก็กำลังมองไปที่สิ่งที่อยู่ในมือของคุณพ่อตัวเอง
          ในมือของเชอร์ล็อคคือที่เป่าฟองสบู่รูปปืนสีฟ้า เขาจุ่มปลายกระบอกปืนไปที่ถ้วยใส่น้ำเปล่าผสมสบู่ที่วางอยู่ข้างตัวก่อนจะกดปุ่มให้มันพ่นฟองกลมๆออกมาให้ลูกสาวดู
          "เอาลูกใหญ่ๆได้ไหมคะคุณพ่อ" เชอร์ลินถามขณะเอนตัวนอนทับหน้าอกของผู้เป็นพ่อแล้วในมือก็ทานสตรอเบอร์รี่อย่างมีความสุข
          "ทำลูกใหญ่ๆไม่ได้หรอกพื้นผิวของฟองสบู่มันหนืดไม่พอที่จะขยายตัว" เชอร์ล็อคพูดแล้วกดปืนฟองสบู่อีกครั้ง
          "แล้วต้องทำยังไงถึงจะทำลูกใหญ่ๆได้คะ" เชอร์ลินถาม
          "ถ้าง่ายที่สุดอาจจะต้องใช้แป้งข้าวโพดมาผสมจะทำให้มันหนืดขึ้น"
          "ในตู้เย็นมีข้าวโพด" เชอร์ลินพูด "ใช้ข้าวโพดในตู้เย็นได้ไหมคะ"
          เชอร์ล็อคหัวเราะ "ไม่ได้หรอกเชอร์ลิน แป้งข้าวโพดคือผงแป้งสีขาวนวลๆ มันทำมาจากเมล็ดข้าวโพด ไม่ใช่ข้าวโพดเป็นฝักแล้วแกะเมล็ดออกมาใช้ในซุปข้าวโพดของเชอร์ลินแบบนั้น เราต้องเอามันมาทำให้เป็นผงแป้งเสียก่อนจึงจะเรียกว่าแป้งข้าวโพด"
          "นึกว่าเหมือนกันเสียอีก เชอร์ลินอยากได้ฟองสบู่อันใหญ่ๆ"
          "มีอีกวิธีคือใช้กลีเซอรีน อันนี้จะทำให้ความตึงของผิวฟองสบู่ลดลง พอความตึงลดลงความยืดหยุ่นก็จะมากขึ้น พอเราเติมอากาศลงไปในฟองสบู่มันก็จะทำให้ฟองสบู่มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วก็แตกยาก ที่สำคัญเราควรจะเล่นฟองสบู่ในช่วงที่มีความชื้นในอากาศมาก เช่น ช่วงฝนตกเพราะความชื้นในอากาศจะไม่ทำให้อากาศเสียดสีกับฟองสบู่แล้วมันก็จะแตกยากขึ้น"
          เชอร์ลินดันตัวเองออกจากการนอนทับหน้าอกของเชอร์ล็อคแล้วขมวดคิ้วมอง "คุณพ่อพูดอะไรคะ ไม่เห็นเข้าใจเลย"
          "พ่อกำลังอธิบายเรื่องฟองสบู่ลูกใหญ่ๆของเชอร์ลินไง นี่กฏฟิสิกส์เบื้องต้นเลยนะ พ่อคิดว่าลูกน่าจะเรียนไปนานแล้ว"
          เชอร์ลินส่ายหัว "ไม่ค่ะ ไม่รู้จัก"
          เชอร์ล็อคขมวดคิ้ว "แล้ววิชาวิทยาศาสตร์ลูกเรียนอะไร ไม่ใช่ฟิสิกส์ เคมี ชีวะหรอกหรอ"
          "ไม่ค่ะ เชอร์ลินเรียนเกี่ยวกับต้นไม้ คุณครูพาไปดูต้นไม้ในสวนสาธารณะ แล้วก็บอกว่ามันคือต้นอะไร มีประโยชน์ยังไง ต้นไม้ใหญ่ๆมีต้นไม้เล็กๆเกาะอยู่ด้วยนะคะคุณพ่อ บางต้นก็มีสัตว์ตัวเล็กอาศัยอยู่ด้วย" เชอร์ลินพูด "ที่ต้นสนมีกระรอกด้วยนะคะ กระรอกชอบมาเก็บลูกสน"
          "เขาเรียกว่าระบบนิเวศน์วิทยานะเชอร์ลิน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีวะวิทยา" เชอร์ล็อคพูด "อะไรกัน? นี่ลูกอยู่ ป.1 แล้วนะ ทำไมพึ่งได้เรียนเรื่องระบบนิเวศน์ พ่อคิดว่าอายุ 7 ขวบน่าจะเรียนฟิสิกส์ได้แล้วด้วยซ้ำ"
          "คุณพ่อพูดอะไรไม่เห็นเข้าใจเลยค่ะ" เชอร์ลินพูดแล้วยื่นสตรอเบอร์รี่ในมือให้ "ทานสตรอเบอร์รี่ไหมคะ"
          "พ่อไม่ชอบกินอะไรตอนกลางคืน เชอร์ลินกินเถอะ" 
          เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจแล้วเอนตัวลงนอนทับหน้าอกของเชอร์ล็อค ก่อนจะหยิบสตรอเบอร์รี่ชิ้นเล็กๆมากินต่อ
          เชอร์ล็อคใช้ปลายกระบอกปืนของเล่นจุ่มลงไปในถ้วยน้ำผสมสบู่ก่อนจะยิงให้ฟองสบู่กลมๆออกมาเยอะๆอย่างที่ลูกสาวชอบ
          "คิดถึงการนอนบนตักคุณพ่อแบบนี้จังเลย" เชอร์ลินพูดขึ้น "ตอนคุณพ่อไม่อยู่ เชอร์ลินไม่ได้นอนตักแบบนี้เลย"
          "อาจอห์นล่ะ"
          "อาจอห์นบอกว่า เชอร์ลินควรจะนั่งตักคุณพ่อได้เพียงคนเดียว อาจอห์นบอกว่าคุณพ่อคงจะโกรธมากที่เชอร์ลินไปนั่งตักคนอื่น"
          "ถ้าเป็นอาจอห์น พ่อไม่โกรธหรอกนะ"
          "เชอร์ลินบอกแล้ว แต่อาจอห์นก็บอกว่า คุณพ่อจะโกรธ" เชอร์ลินพูด "เราเคยดูดาวกันที่นอกระเบียงบ้านแบบนี้ด้วย แต่เชอร์ลินไม่ได้นั่งตักอาจอห์นนะคะ อาจอห์นนั่งข้างๆ"
          "กลางคืนข้างนอกหนาวจะตาย ออกไปทำอะไรกัน หืม?" เชอร์ล็อคถาม
          "ก็ดูดาวไงคะ" เชอร์ลินตอบ "ยิ่งอากาศหนาวๆ จะเห็นดาวชัดมากเลยเพราะไม่มีก้อนเมฆมาบัง"
          "จะดูดาวไปทำไม ไม่เห็นมีอะไรเลย ก็แค่จุดสว่างๆบนท้องฟ้ามืดๆ" เชอร์ล้อคพูดแล้ววางปืนฟองสบู่ลงบนโต๊ะข้างตัว
          เชอร์ลินกินสตรอเบอร์รี่ในมือชิ้นสุดท้ายแล้วพูด "อาจอห์นบอกว่า ดาวเป็นสิ่งเดียวที่อยู่กับเราตลอด ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน แต่กลางวันเราจะมองไม่เห็นเพราะท้องฟ้าสว่างเกินไป" เชอร์ลินพูด "เรามีเพื่อนเป็นดาวได้ เพราะดาวจะอยู่กับเราตลอด"
          "เดี๋ยวนี้พ่อมีความรู้เรื่องดาวแล้วนะ ดาวก็แค่ก้อนอะไรก็ไม่รู้ที่มีแก๊ซเยอะๆลอยอยู่ในอวกาศ" เชอร์ล็อคพูด "แล้วเราจะเป็นเพื่อนกับก้อนแก๊ซในอวกาศได้ยังไง"
          เชอร์ลินหัวเราะคิกคัก "อาจอห์นบอกว่าคุณพ่อไม่มีจินตนาการ คุณพ่อไม่มีจินตนาการจริงๆด้วย"
          "ใครเขาจะเป็นเหมือนอาจอห์นของลูกกันล่ะ" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงงอนลูกสาว
          "อาจอห์นเป็นคนโรแมนติก อาแมร์รี่เคยบอก" เชอร์ลินพูด
          เชอร์ล็อคมีแววตาหม่นลงก่อนจะตอบรับเบาๆ "ใช่...อาจอห์นของลูกเขาเป็นคนโรแมนติก" เชอร์ล็อคพูด "คนโรแมนติกก็เหมาะสมกับคนน่ารักๆ ไม่ใช่คนทึ่มๆที่ไร้จินตนาการ"
          "คุณพ่อรู้มั้ยคะว่าดาวมีหน้าที่ไว้ทำอะไร" เชอร์ลินถาม
          "ดาวเหนือใช้บอกทางได้ อาจอห์นเคยบอกพ่อ"
          "เราใช้ดาวส่งข้อความได้ด้วยนะคะ" เชอร์ลินพูด
          "ส่งข้อความน่ะใช้โทรศัพท์มือถือหรืออีเมลล์นะเชอร์ลิน ดาวมันส่งข้อความไม่ได้" 
          "ส่งได้สิคะ อาจอห์นบอก" เชอร์ลินย้ำ "เพราะไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ถ้าเรามองท้องฟ้าเราก็จะเห็นดาวดวงเดียวกันเสมอ แม้แต่โทรศัพท์ก็ยังทำไม่ได้เลย"
          "การมองดาวดวงเดียวกัน จะส่งข้อความได้ยังไงกันล่ะเชอร์ลิน"
          "เราฝากข้อความไว้ที่ดาว พออีกคนหนึ่งมองดาวดวงเดียวกับเราเขาก็จะได้รับข้อความค่ะ"
          เชอร์ล็อคยิ้ม "ลูกได้นิสัยอาจอห์นมาเยอะเกินไปแล้วนะเนี่ย" เชอร์ล็อคพูด "แล้วเชอร์ลินเคยส่งข้อความไหม"
          "เชอร์ลินเคยส่งข้อความหาคุณพ่อด้วย ตอนคุณพ่อไม่อยู่ ส่งหาตั้งหลายครั้งนะคะ คุณพ่อได้รับมั้ย"
          เชอร์ล็อคยื่นแขนกอดคนตัวเล็กที่นอนทับตัวเองอยู่อย่างหลวมๆ "พ่อได้รับแล้ว" เขาพูด "เชอร์ลินส่งมาว่าอยากไปกินไอติม อยากไปกินเค้ก พ่อได้รับสองข้อความนี้เยอะที่สุดเลย"
          เชอร์ลินหัวเราะคิกตักอีกครั้ง "คุณพ่อรู้ได้ยังไงคะ"
          เชอร์ล็อคหัวเราะ "ลูกสาวพ่อคิดเรื่องอย่างอื่นเป็นเสียทีไหน คิดออกแต่เรื่องไอติมกับเค้กก็เท่านั้นเอง"
          "แล้วคุณพ่อได้รับข้อความจากอาจอห์นไหมคะ" เชอร์ลินถาม "อาจอห์นบอกว่าเคยฝากข้อความไว้ที่ดาวด้วย"
          เชอร์ล็อคเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถาม "แล้วอาจอห์นไม่ได้บอกเชอร์ลินหรอ ว่าอาจอห์นส่งข้อความอะไรหาพ่อ"
          เชอร์ลินส่ายหัวจนเส้นผมสีดำยุ่งเหยิง "ไม่ได้บอกค่ะ เวลาเราฝากข้อความเราจะไม่พูดให้คนอื่นได้ยิน เพราะเราฝากข้อความไว้กับดาว ไม่ใช่คนอื่น" เชอร์ลินพูด "คุณพ่อไม่ได้รับข้อความจากอาจอห์นหรอคะ"
          เชอร์ล็อคส่ายหน้าช้าๆ 
          "คุณพ่อต้องไม่ได้มองดาวดวงเดียวกับอาจอห์นแน่ๆเลย คุณพ่อเลยไม่ได้ข้อความ"
          "ดาวมีตั้งเยอะ พ่อควรจะต้องมองดาวดวงไหนถึงจะได้รับข้อความจากอาจอห์น"
          "ดาวเหนือ" เชอร์ลินพูด "ดาวประจำตัวของอาจอห์นคือดาวเหนือค่ะ"
          "ดาว...เหนือ?"
          "อาจอห์นบอกว่าคุณพ่อให้อาจอห์นเป็นดาวเหนือ อาจอห์นเลยบอกว่าถ้าจะส่งข้อความต้องมองดาวเหนือ" เชอร์ลินยกมือชี้ไปบนท้องฟ้า "ดาวที่สว่างที่สุดคือดาวเหนือค่ะ"
          เชอร์ล็อคดึงมือเล็กๆของลูกสาวมาจูบเบาๆแล้วกุมไว้ "แล้วดาวของเชอร์ลินคือดาวอะไร เผื่อพ่อจะส่งข้อความบ้าง"
          "ดาวเสาร์ค่ะ" เชอร์ลินตอบ "ดาวเสาร์มีวงแหวน เหมือนถูกกอดอยู่ตลอดเวลาเลย อาจอห์นบอกว่าเหมือนที่คุณพ่อกอดเชอร์ลินอยู่ตลอด"
          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วกอดเชอร์ลินแน่นขึ้น "อาจอห์นของลูกเป็นคนโรแมนติก"
          "ส่วนเชอร์ลินเป็นคนอ้วน" เชอร์ลินพูด
          เชอร์ล็อคหัวเราะเสียงดัง "อาจอห์นก็อ้วน อ้วนแข่งกันเลย"
          "ก็อาจอห์นเป็นพ่อหมู เชอร์ลินเป็นลูกหมูนี่นา" เชอร์ลินพูด
          เชอร์ล็อคหยุดหัวเราะแล้วเปลี่ยนไปทำหน้าหงุดหงิดแทนเมื่อรับรู้ว่าใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าประตูของระเบียงโดยที่เขาไม่ต้องหันหลังไปมองด้วยซ้ำ
          "ชั้นไม่กินอะไรทั้งนั้น เอากลับไป" เชอร์ล็อคพูด
          เชอร์ลินดันตัวลุกขึ้นมองคนที่พึ่งมา "ลุงเกร็กกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
          "เมื่อกี้นี้เอง" สารวัตรเกร็ก เลสเตรดตอบ
          "ลุงไมค์ล่ะคะ"
          "ยังไม่เลิกงานเลย" สารวัตรตอบแล้วเดินออกไปที่นอกระเบียงยื่นบางสิ่งให้กับเชอร์ล็อค
          "ไม่กิน ชั้นอิ่มแล้ว" เชอร์ล็อคตอบ
          "จอห์นเอามาให้"
          "อาจอห์นมาหรอคะ" เชอร์ลินถามด้วยเสียงยินดี
          เชอร์ล็อคเงยหน้ามองสารวัตรเลสเตรด "เขาไม่ได้มา นายโกหกชั้นไม่ได้หรอก"
          "เขามา.......นายต่างหากที่โกหกตัวเอง นายมองหน้าชั้นนายก็รู้แล้วว่าจอห์นมาที่นี่จริงๆ" สารวัตรพูด "เขาเอาของพวกนี้มาฝากไว้ให้"
          "ถ้าเขามา เขาต้องมาหาชั้นสิ" เชอร์ล็อคพูด
          "พี่ชายนายไม่ให้เขาเข้าบ้าน นายอย่าลืมสิ" สารวัตรพูด "รับไว้ซะ จะกินหรือจะทิ้งมันก็เรื่องของนาย เขาแค่เอามาฝากไว้"
          เชอร์ลินมองหน้าคุณพ่อสลับกับคุณลุงสลับกันด้วยสายตาไม่เข้าใจว่าสองคนนี้ทะเลาะอะไรกัน เชอร์ลินยื่นมือไปหาสารวัตรก่อนจะพูด "เชอร์ลินรับไว้ให้เองได้ไหมคะลุงเกร็ก"
          "เชอร์ลินจะไปดูหนังสือนิทานกับลุงมั้ย ลุงซื้อมาให้อีกชุดใหญ่เลย" สารวัตรถามหลานสาว "ปล่อยคุณพ่อไว้ที่นี่แหละ เขาจะไม่สนใจก็เรื่องของเขา"
          เชอร์ลินลงจากเก้าอี้แล้วไปจับมือของคุณลุง เะอหันมามองคุณพ่อที่ไม่สนใจในสิ่งที่อาจอห์นนำมาให้ ก่อนจะพูด "ถ้าคุณพ่อไม่ทานอย่าเอาไปทิ้งนะคะ เชอร์ลินจะเอาไปคืนอาจอห์นเอง อาจอห์นอุตส่าห์เอามาให้ อาจอห์นเป็นห่วงคุณพ่อแน่เลย"
          เชอร์ล็อคเงียบไม่ตอบ ไม่พูดอะไร เขามองตรงไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ตรงหน้า สารวัตรถอนหายใจเบาๆแล้วล้วงมือเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตของตนเองแล้วยื่นบางสิ่งให้
          "ความจริงมายครอฟเขาให้ชั้นเอาไปซ่อนที่ไหนก็ได้ แต่ชั้นรู้ว่านายก็คงจะหาเจอยู่ดี ชั้นเลยเอามาให้นายไปเลยจะดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา" เขาพูดขณะยื่นโทรศัพท์มือถือของเชอร์ล็อคคืนให้ "จอห์นโทรหานายทุกวัน ส่งข้อความหานายทุกวัน บางอันมายครอฟเฟิดอ่านไปแล้ว แต่ชั้นรู้ว่ามันมีข้อความอยู่ในนี้อีกเยอะมาก นายควรอ่านเอง"
          เชอร์ล็อคยังคงไม่สนใจอะไรในสิ่งที่เพื่อนพูด สารวัตรจึงวางถุงพลาสติกที่หิ้วมาลงบนโต๊ะตัวเล็กข้างเก้าอี้ และวางโทรศัพท์มือถือทับลงไปบนถุง "พรุ่งนี้มายครอฟไม่อยู่บ้าน เขาจะไปอิตาลี 3 วัน ชั้นบอกนายได้แค่นี้ จะทำอะไรก็ทำ ถือว่าชั้นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน" สารวัตรพูดก่อนจะก้มหน้าคุยกับหลานสาวในชุดนอนที่จูงมือตัวเองอยู่ "ไปดูหนังสือนิทานกันนะเชอร์ลิน ดูซิว่าเรื่องหนังสนุกที่สุด"
          เชอร์ลินพยักหน้าแล้วมองคุณพ่อที่ยังคงอยู่เงียบๆ ก่อนจะเดินตามคุณลุงของตัวเองเข้าบ้านไป

          เชอร์ล็อคเหลือบตามองถุงพลาสติกใบใหญ่ที่เพื่อนของตนเองนำมาวางไว้พร้อมกับโทรศัพท์มือถือ เขายื่นมือหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดเครื่องก่อนจะหยิบถุงพลาสติกนั้นมาดูว่าอดีตเพื่อนร่วมแฟลตที่เขาคิดถึงมาตลอดนำอะไรมาให้เขา
          ในถุงพลาสติกคือกล่องกระดาษที่ดูเหมือนจะเป็นกล่องใส่เค้กสีเหลืองนวลใบใหญ่ เชอร์ล็อคขมวดคิ้วมองกล่องเค้กนั้นก่อนจะหยิบมันออกมาจากถุงพลาสติกเพื่อเปิดกล่อง
          กล่องกระดาษใส่เค้กถูกเปิดออก ด้านในคือเค้กก้อนใหญ่สีเหลืองนวลน่ารับประทาน เค้กถูกแบ่งเป็นชั้นๆแต่ละชั้นจะมีครีมสีขาว สตรอเบอร์รี่สีแดงสดกับกีวีคั่นอยู่ เชอร์ล็อคมองเค้กตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่าง เขาจำเค้กได้ จำเค้กแบบนี้ได้ดีไม่มีวันลืม
          กระดาษแผ่นหนึ่งติดอยู่ที่ฝาด้านในของกล่องเค้ก เชอร์ล็อคดึงมันออกมาแล้วเปิดอ่าน ลายมือของคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีของคนที่ถนัดซ้ายถูกเขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น เชอร์ล็อคใช้เวลามองแค่ 1 วินาทีก็รู้แล้วว่าคนเขียน เขียนมันบนยานพาหนะเพราะลายมือยุกยิกไม่เป็นระเบียบอย่างที่ควรจะเป็น กระดาษก็งอเล็กน้อยแสดงว่าคงวางบนเข่าแล้วเขียน....จอห์นเขียนมันขณะเดินทาง
          ดวงตาคู่สวยของเชอร์ล็อคมีน้ำตาเอ่ออยู่เล็กน้อยเมื่อเริ่มต้นอ่านข้อความบนกระดาษ


          'ชั้นคงไม่ได้ยื่นเค้กนี้ให้นายด้วยตัวเองเพราะชั้นคงไม่ได้พบนาย มายครอฟไม่ให้ชั้นคุยกับนาย ไม่ให้ชั้นโทรหานาย ไม่ให้ชั้นเข้าบ้านด้วย ชั้นไม่รู้เหมือนกันว่าชั้นจะฝากเค้กนี้ไว้ที่ใคร อาจจะเป็นเกร็ก? แต่ถ้าเกร็กอยู่กับมายครอฟชั้นคงต้องวางเค้กไว้หน้าบ้าน หวังว่าจะไม่มีหมามาเอามันไปกินเสียก่อนนะ.....'


          เชอร์ล็อคหลุดยิ้มเล็กน้อยเมื่ออ่านถึงตรงนี้.....หมาไม่ได้เอาไปนะจอห์น ชั้นได้มาจากเลสเตรดนะ.....


          '....เชอร์ลินบอกว่านายไม่ค่อยกินอะไร ชั้นเลยพยายามมานึกดูว่านายชอบกินอะไรบ้าง....ชั้นแทบจะไม่รู้เลย ชั้นรู้แต่สิ่งที่นายไม่ชอบ นายไม่ชอบกินเม็ดเละๆของมะเขือเทศและแตงกวา นายไม่ชอบกินผัก นายไม่ชอบกินนมถั่วเหลือง นายไม่ค่อยชอบกินอะไรตอนกลางคืน ...ชั้นรู้แต่สิ่งที่นายไม่ชอบ แต่สิ่งที่นายชอบชั้นกลับไม่รู้เลย ชั้นโทรหาหม่ามี้ของนายมา เพื่อจะถามท่านว่านายชอบกินอะไร ชั้นจะทำไปให้นายกิน....ถึงมายครอฟจะไม่ยอมให้ชั้นเจอนายเลยก็เถอะ....หม่ามี้นายบอกว่านายชอบกินเค้กร้านนี้...ชั้นยอมรับว่าชั้นแปลกใจมากที่รู้ว่านายชอบกินเค้ก เพราะที่ผ่านมานายเป็นคนไม่สนใจของหวานมาก่อน หม่ามี้นายบอกว่านายชอบกินแต่เค้กญี่ปุ่นและต้องเป็นเค้กจากร้านนี้เท่านั้น ชั้นจำได้นะเชอร์ล็อค นายเคยเล่าให้ชั้นฟัง ชั้นจำได้ไม่ลืมเลยว่า นายปั่นจักรยานเป็นครั้งแรกตอน 8 ขวบเพื่อไปซื้อเค้กญี่ปุ่นแบบนี้ของร้านนี้ไปให้หม่ามี้เป็นของขวัญวันเกิด.... ...... ชั้นก็พึ่งรู้ว่ามันเป็นเค้กญี่ปุ่นตอนหม่ามี้ของนายบอก...หม่ามี้นายบอกว่านายชอบกินเค้กของร้านนี้มาก ชั้นเลยไปซื้อมาให้นายนะ....'


          ชั้นชอบกินขนมนะจอห์น....แต่นายกับเชอร์ลินชอบกินหมดก่อน ชั้นเลยไม่ได้กินเสียที...เชอร์ล็อคยิ้ม


          'ชั้นนั่งรถไฟเที่ยวแรกของวันไปที่ลีดส์มา เพื่อไปตามหาเค้กร้านนี้ หม่ามี้นายบอกว่าเขาขายดีมากต้องรีบไป วันนี้ที่ร้านคนเยอะมากเลย ชั้นต่อแถวอยู่เกือบชั่วโมงถึงจะได้ซื้อเค้กมาให้นาย แล้วชั้นก็พึ่งรู้ว่าเค้กญี่ปุ่นมันมีครีมเยอะมาก ชั้นกลัวมันละลายมากเลยเชอร์ล็อค ถ้ามันละลายต้องแย่แน่ๆ ชั้นเลยรีบขึ้นรถไฟกลับมาเลย ตอนเขียนโน้ตอันนี้ชั้นก็กำลังลุ้นอยู่ว่าเค้กมันจะไปถึงลอนดอนทันที่ครีมมันจะละลายไหม แต่ชั้นคิดว่ามันน่าจะทัน ถ้านายรีบกิน มันน่าจะยังอร่อยอยู่เหมือนเดิม....'


          เชอร์ล็อคพยายามกระพริบตาเพื่อไล่น้ำตาออกไปก่อนจะเริ่มอ่านข้อความในกระดาษต่อ


          'เชอร์ล็อค....ชั้นขับรถไม่เป็นนายก็รู้ ชั้นเลยต้องนั่งรถไฟไปลีดส์ ซึ่งมันช้าและอ้อมมาก ชั้นเดินทางไปกลับรอบละ 4 ชั่วโมง ต่อแถวเพื่อซื้อเค้กให้นายอีก 1 ชั่วโมง เชอร์ลินบอกว่านายไม่ค่อยกินอะไร แต่นายช่วยกินเค้กที่นายชอบก้อนนี้หน่อยได้ไหม ชั้นอยากให้นายกินอะไรบ้างก็เท่านั้นเอง ถ้ามายครอฟทำอาหารไม่ถูกปากกนาย ชั้นทำให้เอาไหม นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ฝากบอกเชอร์ลินมานะ ชั้นจะทำแล้วฝากเชอร์ลินไปให้
          กินเค้กก้อนนี้ที่ชั้นตั้งใจไปซื้อมาให้นายหน่อยนะเชอร์ล็อค แค่คำเดียวก็ได้ จากนั้นจะเอาไปทิ้งก็ไม่เป็นไร.....จาก จอห์น วัตสัน....'



          เชอร์ล็อคปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลลงมาโดยที่ไม่พยายามฝืนอีก จอห์นเป็นห่วงเขา เป็นห่วงมากถึงยอมนั่งรถไฟนานเพื่อไปซื้อเค้กก้อนนี้มาให้เขากิน...จอห์นยังไม่ลืมสิ่งที่เขาเคยเล่าให้ฟัง จอห์นจำได้ว่าเขาปั่นจักรยานเป็นจากการไปซื้อเค้กแบบนี้มาเป็นของขวัญวันเกิดให้หม่ามี้ตอน 8 ขวบ
          เชอร์ล็อคหยิบช้อนพลาสติกที่อยู่ในกล่องกระดาษตักเค้กเนื้อนุ่มเข้าปาก เค้กที่เขาชอบกินมันยังรสชาติไม่เปลี่ยน วันนี้มันยิ่งดูอร่อยมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะจอห์นเป็นคนซื้อมาให้ เชอร์ล็อคตักเค้กญี่ปุ่นของโปรดกินคำแล้วคำเล่าโดยที่ไม่สนใจเลยว่าความจริงแล้วตัวเองเป็นคนไม่ชอบกินอาหารตอนกลางคืนมากขนาดไหน
          คนในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่เปิดเครื่องแล้วขึ้นมาดู ข้อความจำนวนมหาศาลเด้งขึ้นมาให้เขาเปิดอ่าน ทุกข้อความล้วนมาจากจอห์นทั้งสิ้น เชอร์ล็อคเปิดข้อความขึ้นมาอ่านทีละอันขณะที่ยังคงกินเค้กอยู่

          'ชั้นโทรหานายไม่ติดเลย ทำไมไม่เปิดเครื่องเสียที - JW'
          'นายอยู่ไหนหรอเชอร์ล็อค? - JW'
          'สบายดีไหม - JW'
          'พรุ่งนี้จะไปส่งเชอร์ลินที่โรงเรียนหรือเปล่า ชั้นจะไปรอนะ - JW'
          'ไม่เห็นเจอนายเลย เจอแต่เกร็ก - JW'
          'คืนนี้อากาศหนาวมาก ห่มผ้าเยอะๆนะเชอร์ล็อค - JW'

          เชอร์ล็อคใช้เวลาอ่านข้อความจำนวนหลายร้อยข้อความจนหมด เค้กญี่ปุ่นเนื้อนุ่มนิ่มก็ถูกเชอร์ล็อคกินไปจนหมดแล้วเช่นกัน...นี่คงเป็นครั้งแรกตั้งแต่จอห์นไม่อยู่แล้วเขากินเยอะขนาดนี้ เชอร์ล็อครวบช้อนและกล่องเค้กใส่ถุงพลาสติกไว้ตามเดิมเพื่อจะนำกล่องไปทิ้ง ... นี่ใกล้เวลาเข้านอนของเชอร์ลินแล้วด้วย เขาจะต้องไปเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง 

          ติ๊ด ติ๊ด 
          เสียงข้อความเข้าใหม่ดังขึ้น...แน่นอนว่ามันต้องเป็นข้อความใหม่เพราะที่ค้างอยู่ในเครื่องเขาอ่านมันจนหมดแล้ว
          เชอร์ล็อคหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดข้อความอ่าน

          'พรุ่งนี้ชั้นจะไปรอนายที่บ้านนะเชอร์ล็อค ไม่ใช่บ้านของชั้น ไม่ใช่บ้านพี่ชายของนาย แต่เป็นบ้านที่เราเคยอยู่ด้วยกัน - JW'

          เชอร์ล็อคมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนที่จะเก็บมันใส่ในกระเป๋าเล็กๆตรงหน้าอกของเสื้อนอน

          ..........เขาได้รับข้อความของจอห์นที่จอห์นฝากดาวเอาไว้ให้แล้ว 
         ...........เชอร์ล็อคได้รับข้อความจากดาวเหนือของเขาแล้ว












*******************************************




มีใครจำได้ไหมคะ ว่าเชอร์ล็อคกับจอห์นเคยดูดาวด้วยกันครั้งหนึ่ง จอห์นเป็นดาวเหนือของเชอร์ล็อค






คำว่า "แค่คำเดียวก็ได้" ที่จอห์นเขียนมาในจดหมาย เชอร์ล็อคเคยใช้มาก่อนตอนทำอาหารให้จอห์นกินเป็นครั้งแรก







ถ้าเชอร์ลินเคยฝากข้อความเอาไว้ว่าอยากให้เชอร์ล็อคพาไปกินไอติม แล้วจอห์นจะฝากข้อความอะไรไว้ที่ดาวเหนือ?













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #380 Sedius (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 16:30

    ร้องไห้หนักมากมาหลายตอนแล้วค่ะ ไม่ไหวขอพักก่อน

    #380
    0
  2. #357 Wind_of_change (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 17:07

    น้ำตาไหลอีกแล้วววว ข้อความของพี่จิ๋วทำน้ำตาไหลเลย เค้ารักกันจริงๆนะ กลับมาอยู่ด้วยกันเถอะ!!

    #357
    0
  3. #331 Chen21 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 08:02
    เราร้องไห้หนักมากตอนอ่านข้อความจอห์น หน่วงมากๆเลย ปกตินี่จะเป็นคนไม่ค่อยร้องไห้เวลาอ่านอะไร แต่เรื่องนี้ทำเอาเราร้องไปหลายตอนมาก ไม่ไหวแล้วค่ะ
    #331
    0
  4. #323 CAKEZEBEBE (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 15:47
    แต่งเก่งเกินไปแล้ววว ร้องไห้มากี่ตอนแล้วไม่รู้นะคะเนี่ย ฮือ 544
    #323
    0
  5. #316 Pailalie (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:08
    ทรมานใจฮืออออออ อ่านไปนี่ก็จะร้องไห้ตาม
    #316
    0
  6. #286 heechulnarak (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:13
    โอ้วววววว ทรมานอะมันแบบรักแหละแต่แบบ ไม่รู้จะทำไงต่อไป โอ้ยยยยยย
    #286
    0
  7. #168 pick-17 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 20:51
    ให้เค้ากลับมารักกันเถอะน้าาาา
    #168
    0
  8. #167 PloyAlways (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 16:41
    ชอบตอนนี้มากกก ขอให้ได้เจอกันนะขอร้องงง
    #167
    1
    • #167-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      24 พฤศจิกายน 2559 / 18:21
      จะได้มาเจอกันใช่ไหม T T
      #167-1
  9. #166 Mojito* (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 10:26
    ฟินนนนนนน .ลอยไปดาวอังคาร รีบๆพาพี่จิ๋วกลับมาอยู่ด้วยกันนะพี้เหนียง ฮืออออ
    #166
    1
    • #166-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      24 พฤศจิกายน 2559 / 15:14
      ฮือออออออ
      #166-1
  10. #165 Junior Prince LP (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 01:31
    โอยย ปวดใจแทนเชอร์ล็อคจริงๆ

    อยากให้เธอสองกลับย้อนกลับมาเหมือนเดิมเร็วๆเถอะ

    ต่อไปอย่างลังเลนะเชอร์ บอกหมอไปว่า แต่งงานกันน #เดี๋ยวๆหมอคงช็อคก่อน

    #165
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #165-2 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      24 พฤศจิกายน 2559 / 09:04
      หมอ ยังจัดการตัวเองไม่ได้เลยยยย
      #165-2
  11. #164 super_MN (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 23:28
    ฟินแลงงง //ปาดน้ำตา
    #164
    1
    • #164-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 23:40
      ฟินจนต้องร้องไห้เลย โอ๋ๆๆ / กอดปลอบ
      #164-1
  12. #163 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 21:18
    อ่าาาาา
    #163
    0
  13. #162 ddowphotos (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 21:13
    I got a hundred million reasons to walk away ... baby, I just got need one to stay เราฟังเพลงนี้แล้วก็นึกถึงคู่นี้ ; __ ; บางทีหมออาจจะต้องการเหตุผลเดียวจากปากเชอร์ลก็ได้ ขอแค่บอกอ่ะ เราว่าหมอคงทำให้ทุกอย่างงงง



    อ่านไปน้ำตาคลอไป ฮือออออ เขาจะสมหวังใช่มั้ยคะแม่ ฟฟหฟกหกฟกฟ เสียน้ำตากับคู่นี้ไปเป็นปี๊ปแล้ว แต่จริงๆถ้าหมอจะกลับมาก็ไปเคลียร์ทางฝั่งตัวเองก่อนเนอะ อย่าทำร้ายเชอร์ลไปมากกว่านี้เลย ปวดใจจจจจ
    #162
    2
    • #162-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 21:47
      หมอทำให้ทุกอย่างค้างคา
      #162-1
    • #162-2 ddowphotos (จากตอนที่ 39)
      24 พฤศจิกายน 2559 / 00:12
      หมอจะเก็บไว้ทั้งสองคนไม่ได้ ฟฟฟฟฟ พี่ไมค์จิกไปขนาดนั้นยังคิดไม่ออกอีกหรอ เซ่อกวา่เชอร์ลก็หมอเนี่ยแหละ แง
      #162-2
  14. #161 stctmee (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 20:51
    โอ้ยจะสงสารใครดี หนีไปอยู่กับเชอร์ลินดีกว่า55
    #161
    1
    • #161-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 21:12
      หนีด้วยค่ะ 55555
      #161-1
  15. #160 Joob ๆ >3< (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 17:17
    ยอมใจความทุ่มเทนี้ งื้ออออ~~ ><
    #160
    1
    • #160-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 17:22
      ในที่สุดก็มีคนสงสารจอห์น T^T
      #160-1
  16. #159 Jeab (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 16:50
    มายครอฟ ต้องเป็นดาวจระเข้แน่นอน ( ขวางคลองมาก )
    #159
    1
    • #159-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 39)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 17:00
      5555555555555 สงสารพี่มายครอฟฟฟฟ
      #159-1