[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 38 : Unspoken ตอนที่ 36 : Mycroft VS John

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    28 พ.ย. 59

          แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามายังที่หน้าต่างของห้องนอนในบ้านหลังหนึ่งย่านเมย์แฟร์ คู่สามีภรรยาที่พึ่งแต่งงานกันหมาดๆของครอบครัว 'วัตสัน' ยังคงนอนอยู่บนเตียง
          แมร์รี่ วัตสันสาวผมบลอนด์ยังคงนอนหลับอยู่โดยมีจอห์น วัตสันยื่นแขนโอบหลังเปลือยของภรรยาอย่างหลวมๆ
          คุณหมอหนุ่มผู้เป็นสามียันตัวเองให้หลังพิงกับหัวเตียง ผ้าห่มเลื่อนจากหน้าอกแกร่งของอดีตทหารในสงครามอัฟกานิสถานมายังเอว เขาดึงให้ผ้าห่มคลุมร่างสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อยเพื่อปกปิดร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าใดๆเอาไว้
          จอห์นหันไปมองภรรยาที่กำลังหลับอยู่ก่อนจะคลายแขนออก เขาเอี้ยวตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แมร์รี่รู้สึกตัวยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเสียงเพื่อเช็คบางอย่าง
          นี่มันร่วม 1 เดือนแล้วที่เชอร์ล็อค โฮมส์ไม่รับสายของเขารวมไปถึงไม่ตอบรับข้อความที่เขาส่งไปหาจำนวนหลายร้อยข้อความซึ่งปกติเชอร์ล็อคจะตอบกลับทุกข้อความเสมออย่างน้อยก็ '.' จุดเพียงหนึ่งจุดเพื่อบอกว่าอ่านแล้วแต่ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไป เชอร์ล็อคเคยไม่ตอบข้อความเช่นนี้อยู่บ้าง 2-3 ครั้งเวลางอน แต่เขาก็จะงอนอยู่ไม่นาน เมื่อจอห์นทำอาหารเย็นมาให้เขาก็จะหายทันที
          ครั้งนี้เชอร์ล็อคไม่ได้งอนเพราะคงไม่มีใครงอนได้เป็นเดือนขนาดนี้
          โทรศัพท์ในมือของจอห์นสั่นเป็นจังหวะเบาๆ นี่ก็เป็นเวลาร่วมเดือนแล้วเช่นกันที่เขาต้องปิดเสียงโทรศัพท์เพื่อไม่ให้เสียงของมันรบกวนภรรยา จอห์นเปิดข้อความในโทรศัพท์ออกอ่าน
          'วันนี้เชอร์ล็อคไม่ได้ไปส่งนะ มายครอฟจะเป็นคนไปส่ง'
          นั่นเป็นข้อความมาจากสารวัตรเกร็ก เลสเตรดที่แอบทำหน้าที่เป็นสายคอยรายงานความเคลื่อนไหวของทางฝั่งนั้นให้เขารู้
          เชอร์ล็อคและเชอร์ลินไปอยู่บ้านของมายครอฟย่านเคนซิงตัน โดยมายครอฟให้เหตุผลว่าก็แค่อยากจะอยู่กับน้องอยากจะอยู่กับหลานก็เท่านั้น แต่จอห์นรู้ดีว่ามันไม่ใช่...มายครอฟต้องการจะแยกเชอร์ล็อคออกจากเขา พยายามกันไม่ให้เชอร์ล็อคเจอหน้าเขาและไม่ให้เขารู้ข่าวคราวอะไรของเชอร์ล็อคเลย
          มายครอฟให้เกร็กคอยขับรถรับส่งให้เชอร์ล็อคพาเชอร์ลินไปโรงเรียน ไปเรียนบัลเล่ต์ ไปเรียนว่ายน้ำรวมไปถึงพาไปซื้อขนมที่ซุปเปอร์มาเก็ต จึงทำให้จอห์นไม่สามารถไปดักรอเชอร์ล็อคตามที่ต่างๆได้เลย มายครอฟรู้ว่าหลานจะคิดถึงจอห์นเพราะสองคนนี้ไม่เคยแยกออกจากกันเลยมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มายครอฟจึงอนุญาตให้จอห์นเป็นคนไปรับเชอร์ลินที่โรงเรียนหรือไปรับจากคลาสเรียนพิเศษตอนเย็นและใช้เวลาช่วงเย็นถึงค่ำๆให้เต็มที่ แล้วค่อยพาหลานสาววัย 7 ขวบไปส่งที่บ้านโดยมายครอฟก็ไม่ให้จอห์นเข้าบ้านของเขาเลยเช่นกัน
          บางวันจอห์นไปดักรอเชอร์ล็อคที่หน้าประตูโรงเรียนเพราะเชอร์ล็อคจะมาส่งลูกด้วยตัวเองอย่างแน่นอน แต่มันก็ผิดคาดทุกครั้ง มายครอฟมักจะรู้ทันและไม่ได้ให้เชอร์ล็อคไปส่ง เขาจะให้เชอร์ลินนั่งรถมากับเกร็กเท่านั้นจึงทำให้ตั้งแต่วันที่จอห์นแต่งงานมาจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เห็นหน้าเชอร์ล็อคเลย
          จะรับรู้ข่าวคราวของอีกฝ่ายก็ต่อเมื่อเกร็กส่งข้อความมาบอกหรือเชอร์ลินเล่าให้ฟังเท่านั้น เหมือนตอนนี้เขาและเชอร์ล็อคอยู่กันคนละโลก



          จอห์นวางโทรศัพท์มือถือลงที่โต๊ะข้างเตียงตามเดิมก่อนจะค่อยๆเขยิบตัวออกห่างจากแมร์รี่แล้วลุกขึ้นยืน เขาก้มตัวหยิบชุดคลุมขึ้นมาสวมทับร่างเปลือยของตนเองแล้วรัดเชือกเตรียมตัวจะไปอาบน้ำ
          "จะไปทำงานแล้วหรอคะ" แมร์รี่ถามสามี
          จอห์นหันไปมองเมื่อเห็นภรรยาตื่นนอนแล้ว "คุณนอนต่อเถอะ คุณอาจจะต้องพักผ่อน"
          แมร์รี่ยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มจากที่คลุมทั้งร่างจึงเลื่อนลงเผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนที่ไม่มีเสื้อผ้าปิดคลุม จอห์นไม่ได้รู้สึกอะไรต่อภาพตรงหน้าเพราะเมื่อคืนเขาถือว่าเขาทำหน้าที่ของสามีที่ดีอย่างที่ควรจะทำไปแล้ว
          "คุณอยากจะทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ ชั้นจะทำให้" แมร์รี่ถามขณะสวมชุดคลุม
          "ไม่เป็นไร แค่กาแฟก็พอ" จอห์นตอบ
          แมร์รี่ลุกขึ้นมาโอบเอวสามีจากด้านหลังแล้วซุกใบหน้าไปที่แผ่นหลัง "ชั้นคิดว่าคุณจะปิดคลีนิกซักหนึ่งวันเสียอีก"
          "คนไข้รอผมไม่ได้หรอกนะแมร์รี่" จอห์นพูด
          "เมื่อคืนชั้นมีความสุขมากนะคะ" แมร์รี่พูด "คิดว่าเราจะมีต่อในเช้าวันนี้เสียอีก"
          "ดีแล้วที่คุณชอบ" จอห์นพูดเสียงเรียบไม่ได้บ่งบอกอารมณ์อะไร
          "แล้วคุณชอบไหมคะ" แมร์รี่ถาม
          "เมื่อคืนคุณทำได้ดีแล้วแมร์รี่" จอห์นตอบ "ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะ ผมไม่อยากไปทำงานสายจนเกินไป" เขาพูดแล้วจับมือของภรรยาออกจากการโอบเอวแล้วจูบไปที่หน้าผากของภรรยาเบาๆก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป
          แมร์รี่มองสามีที่เข้าห้องน้ำไปแล้ว แล้วหันไปมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างเตียง เธอหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะดูว่าสามีของเธอใส่ใจอะไรกับสิ่งที่อยู่ในนี้มากนัก

          'I AM _ _ _ _ LOCKED'
          ...หน้าจอถูกล็อคด้วยรหัสผ่าน 4 ตัว

          แมร์รี่กดเลขวันเกิดของจอห์นลงไป 4 ตัว ปรากฏว่ามันผิด เหลือจำนวนครั้งที่จะใส่ได้อีกแค่ 3 ครั้ง
          ....'JOHN' แมร์รี่ใส่ชื่อของจอห์นลงไปแต่มันผิดอีกครั้ง
          ...'MARY' ก็ยังคงผิด
          เธอจ้องมองมือถือนั้นอีกครั้งก่อนจะตั้งใจพิมพ์รหัสผ่าน 4 ตัวลงไป
          'I AM SHER LOCKED'
          .....ผิด.....รหัสผ่านไม่ใช่เลขวันเกิด ไม่ใช่ชื่อจอห์น ไม่ใช่ชื่อแมร์รี่ และมันก็ไม่ใช่ชื่อของเชอร์ล็อคด้วยซ้ำ
          แมร์รี่ตัดสินใจวางโทรศัพท์ของจอห์นเอาไว้ที่เดิมแม้ว่าเธอจะสามารถลองได้อีก 1 ครั้งแต่เธอไม่ขอเสี่ยงจะดีกว่าไม่เช่นนั้นจอห์นคงจะรู้ว่าภรรยาตัวเองแอบมาวุ่นวายกับโทรศัพท์ของเขา
          แมร์รี่มองโทรศัพท์อีกครั้งหนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป



          เชอร์ลิน โฮมส์ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนเล็กของบ้านมายครอฟ เธอบิดขี้เกียจเบาๆแล้วพลิกตัวหันไปมองคนที่กำลังนอนกอดเธออยู่ สายแล้ว คุณพ่อยังไม่ตื่นอีกหรอ
          เด็กหญิงยื่นมือไปจับแก้มของเชอร์ล็อคหวังจะเรียกให้คุณพ่อของตัวเองตื่นแต่แล้วเธอก็ต้องตกใจที่แตะมือลงไปที่แก้มของคุณพ่อแล้วรู้สึกถึงความร้อน เธอรีบลุกจากเตียงแล้วไปเปิดตู้เสื้อผ้า นำผ้าขนหนูผืนเล็กๆที่อยู่ในตู้ออกมาใช้
          ผ้าขนหนูผืนเล็กเท่าผ้าเช็ดหน้าถูกชุบน้ำจนเปียก เด็กหญิงในชุดนอนแบบกระโปรงยาวนำมันมาแปะลงบนที่หน้าผากอุ่นๆของเชอร์ล็อค คนที่ถูกวางผ้าใส่ลืมตาตื่นด้วยความงุนงงเมื่อรู้สึกว่ามีหยดน้ำเกาะอยู่บนใบหน้า
          เชอร์ล็อคยื่นมือจับผ้าขนหนูที่เปียกชุ่มบนหน้าผากตัวเองก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กที่ยืนมองอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้ากังวล
          "เชอร์ลินทำอะไรลูก" เชอร์ล็อคถามเสียงเบา
          "คุณพ่อตัวร้อน เชอร์ลินเลยอยากจะเช็ดตัวให้ค่ะ" เชอร์ลินตอบ
          เชอร์ล็อคยิ้ม "ผ้าเปียกขนาดนี้ อาบน้ำให้พ่อหรือเปล่า คงไม่ใช่เช็ดตัวแล้วมั้ง" 
          "อยากทำแบบที่อาจอห์นทำให้ตอนเชอร์ลินเป็นหวัด"
          เชอร์ล็อคค่อยๆพยุงตัวขึ้น เขารู้สึกหนักหัวเล็กน้อยแต่ก็ยังยิ้มให้ลูกสาวขี้กังวล เขายื่นมือไปลูบผมยาวสีดำของลูกสาวเบาๆ "ตอนนี้คุณหมอเชอร์ลินต้องไปอาบน้ำไปโรงเรียนได้แล้วนะ"
          เชอร์ลินขยับศรีษะถูไถไปที่มือของเชอร์ล็อคเบาๆด้วยท่าทางเหมือนลูกแมวขี้อ้อน ก่อนจะพูด "วันนี้เชอร์ลินให้ลุงไมค์ไปส่งก็ได้นะคะ คุณพ่อนนอนพักผ่อนดีกว่า"
          "อืม......อย่างนั้นก็ได้" เชอร์ล็อคตอบเมื่อรู้สึกว่าตัวเองคงจะอาบน้ำ และออกจากบ้านไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนไม่ไหวเท่าไหร่
          "คุณพ่อนอนต่อนะคะ เชอร์ลินอาบน้ำแต่งตัวเองได้ เดี๋ยวไปให้ลุงไมค์หวีผมให้" เชอร์ลินพูด "เชอร์ลินอยากให้คุณพ่อหายไวๆ"
          เชอร์ล็อคยื่นหน้าไปจูบแก้มนิ่มของลูกสาวทั้งสองข้างด้วยความรัก เชอร์ลินหอมแก้มเชอร์ล็อคกลับด้วยเช่นกัน
          "พ่อจะพยายามหายไวๆ เดี๋ยวเชอร์ลินติดไข้หวัดจากพ่อไปด้วย"
          "คุณพ่อต้องลงไปทานข้าวนะคะ เชอร์ลินจะบอกให้ลุงไมค์ทำอาหารอร่อยๆเอาไว้"
          เชอร์ล็อคยิ้ม "รับทราบแล้วครับคุณหมอเชอร์ลิน" เขาพูดแล้วค่อยๆล้มตัวลงนอนต่อ เชอร์ลินดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวคุณพ่อจนมิดคอ เชอร์ล็อคยิ้มกับท่าทางของคุณหมอตัวเล็กที่เป็นห่วงเป็นใยคนไข้ของตัวเอง
          คงเลียนแบบจอห์นมา เพราะสองอาหลานชอบเล่นเป็นคุณหมอกับคนไข้ด้วยกันอยู่บ่อยๆ
          .......วันนี้ไม่มีหมอจอห์นมาดูแลเขาอย่างเคย วันนี้มีแต่คุณหมอเชอร์ลินลูกสาวของเขาเท่านั้น



          จอห์น วัตสันหยุดปากกาที่กำลังเซ็นต์เอกสารใบสั่งยาให้คนไข้ลงทันทีเมื่อสายตามองไปยังโทรศัพท์มือถือของตนเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของตนเองภายในห้องตรวจแล้วเห็นว่าใครบางคนโทรมา
          จอห์นแหงนหน้ามองไปที่นาฬิกาบนผนังแล้วพบว่าขณะนี้เวลา 11 นาฬิกาตรง มันเป็นเรื่องแปลกมากที่อีกฝ่ายจะโทรมาในเวลานี้
          "นำใบสั่งยานี้ไปซื้อยาที่ร้านขายยาได้เลย หากเกิดข้อสงสัยอะไรโทรมาหาผมได้ตลอดเลยนะครับ" จอห์นพูดขณะพับใบสั่งยาใส่ซองจดหมายแล้วยื่นให้คนไข้ คนไข้สูงวัยกล่าวขอบคุณก่อนจะออกจากห้องตรวจไป จอห์นจึงยื่นมือไปกดรับโทรศัพท์ทันที
          "เชอร์ลินไม่ไปโรงเรียนเรียนหรอ" จอห์นทักทายคนที่โทรมา "เป็นอะไรหรือเปล่า"
          "อาจอห์นขา เชอร์ลินแอบคุณครูโทรมานะคะ เชอร์ลินมาเปลี่ยนรองเท้ากำลังจะไปเรียนพละค่ะ" เชอร์ลินกระซิบตอบกลับมาผ่านนาฬิกาข้อมือที่สามารถโทรศัพท์ได้
          "เชอร์ลินเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า ให้อาไปหาที่โรงเรียนไหม" จอห์นถาม
          "เชอร์ลินสบายดีค่ะ" เชอร์ลินพูด "แต่คุณพ่อไม่สบาย"
          "เชอร์ล็อค.....เอ่อ...คุณพ่อไม่สบายหรอ คุณพ่อเป็นอะไรเชอร์ลิน" จอห์นถามด้วยเสียงเป็นกังวล
          "คุณพ่อมีไข้แล้วก็เหนื่อยค่ะ คุณพ่อไม่ค่อยทานอะไรด้วย" เชอร์ลินกระซิบบอก "อาจอห์นไปดูคุณพ่อหน่อยนะคะ อาจอห์นเป็นหมอ อาจอห์นไปรักษาคุณพ่อนะคะ"
          "เดี๋ยวอาจะรีบไปเลยนะ" จอห์นพูด "เชอร์ลินไปเรียนต่อเถอะนะ เดี๋ยวอาไปดูคุณพ่อให้ ตั้งใจเรียนด้วยนะเชอร์ลิน" เขาพูดแล้วกดวางสายไป

          "จอห์นคะ เที่ยงนี้เราออกไปทานอาหารญี่ปุ่นกันไหมคะ" แมร์รี่ภรรยาของจอห์นผู้มีตำแหน่งเป็นพยาบาลประจำคลีนิกเปิดประตูเข้าห้องตรวจมา เธอขมวดคิ้วมองสามีที่กำลังเก็บเอกสารอยู่บนโต๊ะ "จะไปไหนหรอคะ"
          "บ่ายนี้ไม่มีคนไข้ที่นัดไว้แล้วใช่ไหม พอดีว่าผมต้องออกไปข้างนอกน่ะ" จอห์นพูดขณะเก็บเอกสารบนโต๊ะ
          "เอ่อ....ไม่มีแล้วค่ะ" แมร์รี่พูด "คุณจะไปไหนหรอคะ"
          "ไปบ้านมายครอฟ"
          แมร์รี่รีบเดินเข้ามาในห้องตรวจ "เชอร์ลินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ไม่สบายหรอ หรือว่าเป็นอะไร" เธอถามด้วยเสียงร้อนใจ "คุณไม่น่าให้ทางฝั่งนั้นได้เชอร์ลินไปเลย ชั้นเคยบอกคุณแล้วว่าเขาเลี้ยงเชอร์ลินได้ไม่ดี ที่นั่นมีแต่ผู้ชายมันไม่เหมาะกับการเลี้ยงเด็กผู้หญิง คุณเหมาะสมมากกว่าอย่างน้อยคุณก็แต่งงานแล้ว"
          "ไม่ใช่ เชอร์ลินไม่ได้เป็นอะไร เชอร์ลินสบายดี ตอนนี้อยู่ที่โรงเรียน" จอห์นพูดแล้วหยิบเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองมาสวม "ผมมีธุระที่นั่น"
          "ให้ชั้นไปด้วยได้ไหมคะ ชั้นยังไม่เคยไปบ้านของพี่ชายเชอร์ล็อคเลย เชอร์ลินเล่าว่าที่นั่นมีหนังสือเยอะมาก ชั้นอยากไปบ้างจังเลยค่ะ"
          "คุณอยู่ที่นี่ รอตรวจคนไข้ที่อาจจะมีมาในช่วงบ่ายจะดีกว่า ไว้มีโอกาสผมจะพาคุณไปในคราวหลัง" จอห์นพูด "หรือถ้าคุณเหนื่อย นะปิดคลีนิกแล้วกลับบ้านไปก่อนก็ได้"
          "แต่คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้านะคะ คุณทานมื้อเที่ยงก่อนดีไหมคะ ถ้าคุณรีบ ชั้นสั่งเข้ามาก็ได้ 15 นาทีก็คงมาส่งแล้ว"
          "ไม่เป็นไรผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่" จอห์นพูดแล้วเดินไปหอมแก้มภรรยา "คุณทานก่อนเลยก็แล้วกัน เจอกันที่บ้านนะ"
          "....กลับเย็นเลยหรอคะ"
          "อืม...ผมคิดว่าน่าจะเย็นเลยนะ คุณกลับไปก่อนเลยก็แล้วกัน" เขาพูดแล้วออกจากห้องไป
          แมร์รี่มองตาม.....สามีของเธอไปหาอดีตเพื่อนร่วมแฟลต เธอรู้ดี.....จอห์นไปหาเชอร์ล็อค โฮมส์



          ระยะทางจากคลีนิกของจอห์นมาจนถึงบ้านของมายครอฟย่านเคนซิงตันค่อนข้างไกลจากกันมากเขาจึงเลือกที่จะใช้แท็กซี่แทนการเดินเท้าอย่างที่ชอบทำ
          แท็กซี่สีดำจอดลงที่หน้าบ้านหลังใหญ่สีขาวในย่านคนมีฐานะของลอนดอน จอห์นมองไปที่หน้าประตูบ้านเมื่อเห็นว่าไม่มีรถยนต์จอดอยู่
          มายครอฟกับเกร็กคงยังไม่ได้กลับมาจากที่ทำงาน
          จอห์นจ่ายเงินค่าแท็กซี่ก่อนจะเดินไปยังบ้านหลังที่คุ้นเคย เขายื่นมือจะไปกดออดเพื่อเรียกให้คนในบ้านซึ่งก็คือเชอร์ล็อคออกมาเปิดประตู แต่เขาก็ต้องหยุดมือลงไว้เท่านั้นเพราะใครบางคนมาขัดจังหวะเสียก่อน
          "มาทำไม" เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น
          จอห์นเงยหน้าขึ้นมอง "มายครอฟ...นี่นายอยู่บ้านด้วยหรอ"
          "ชั้นต้องอยู่สิ ไม่เช่นนั้นคงมีคนแอบเข้าบ้านชั้นไปแล้ว" มายครอฟ โฮมส์พูด "นายมาทำไม"
          "ชั้นมาดูเชอร์ล็อค เชอร์ลินโทรไปหาชั้นบอกว่าเขาป่วย" จอห์นตอบ
          มายครอฟทำหน้าเหมือนนึกบางอย่างออก "โอ้.... ชั้นลืมเก็บนาฬิกาของเชอร์ลินได้ยังไงกันนะ ชั้นลืมไปเลยว่ามันโทรศัพท์ได้" มายครอฟพูด "เดี๋ยวเย็นนี้ต้องริบคืนเสียแล้ว"
          "ให้ชั้นเข้าไป เขาป่วย ชั้นเป็นหมอของเขา ชั้นต้องเข้าไปตรวจ" จอห์นพูดแล้วก้าวเท้าเพื่อจะเข้าบ้านไป
          "นายเช็คประวัติสุขภาพของเชอร์ล็อคครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ถึงไม่รู้ว่าหมอประจำตัวของน้องชายชั้นเป็นใคร" อีกฝ่ายพูด "นายควรจะตรวจสอบเสียหน่อยนะว่าตัวเองไม่ได้เป็นหมอประจำตัวของเชอร์ล็อคมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"
          "เมื่อวาน???" จอห์นขมวดคิ้วถาม
          "ใช่ เมื่อวาน" มายครอฟย้ำ "ชั้นให้วิคเตอร์ เทรเวอร์ หมอประจำตัวของชั้นมาดูแลเชอร์ล็อคแทนนายไปแล้ว ชั้นเห็นว่านายงานเยอะ ไหนจะต้องแบ่งเวลาไปดูแลภรรยาอีก คงไม่มีเวลามาใส่ใจน้องชั้นมากนัก ชั้นเลยให้คนอื่นมาทำแทนเสียจะดีกว่า"
          "ชั้นจะเข้าไปหาเขา หลบไป" จอห์นพูดด้วยเสียงหงุดหงิด
          "นายต่างหากที่จะต้องหลบไป อย่าเข้าไปวุ่นวายกับน้องชั้นอีก เขากำลังอยู่ได้ด้วยตัวเอง"
          "อยู่ได้?" จอห์นถามเสียงสูง "นายก็เห็นอยู่ว่าเขาอยู่ไม่ได้ เขาอยู่ห่างจากชั้นไม่ได้ นายเลี้ยงน้องประสาอะไร เขาอยู่ห่างจากชั้นแค่เดือนเดียวเขาป่วยจนไม่สามารถไปส่งลูกที่โรงเรียนได้ ตอนเขาอยู่กับชั้น เขาแค่เป็นหวัดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น นายเป็นพี่ประเภทไหนกันถึงดูแลน้องได้แย่ขนาดนี้ห้ะมายครอฟ !!"
          "ใช่...น้องชั้นเขาอยู่ห่างจากนายไม่ได้ ที่เขาอาการแย่ลง นั่นเป็นเพราะเขาอยู่ห่างจากนาย" มายครอฟพูด "ไม่เห็นเหมือนนาย นายมีความสุขดีนี่ ชีวิตการแต่งงานเป็นยังไงบ้างล่ะ"
          "อย่ามายุ่งกับเรื่องของชั้น" จอห์นพูด
          มายครอฟมองจอห์นตั้งแต่ปลายเส้นผมจนถึงปลายเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม "คนนี้เองน่ะหรือคือ ดร.จอห์น วัตสันที่เคยสัญญากับชั้นเอาไว้ว่าไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทิ้งน้องชายชั้น ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ย้ายออกจากถนนเบเกอร์หากน้องชายชั้นยังอยู่ที่นั่น เขาสัญญากับชั้นเอาไว้ว่าเขาจะดูแลน้องชั้นให้ดี แล้วนี่คืออะไรกัน" มายครอฟมองจ้องไปที่จอห์น "เขากลับทิ้งน้องชั้นให้อยู่ลำพัง เขาทิ้งน้องชั้นให้อยู่กับความทุกข์ ส่วนเขาก็ไปใช้ชีวิตที่มีความสุขกับภรรยาของตัวเอง สร้างครอบครัว.......มีเซ็กส์"
          จอห์นกำมือแน่นด้วยความโกรธ ก่อนจะพูด "นั่นมันเป็นเพราะนายเอาเขาไปจากชั้น เวลาสองปีนะมายครอฟ.....นายเอาเขาไปจากชั้น 2 ปี โดยบอกชั้นว่าเขาตายไปแล้ว....ทีน้องนายทำชั้นเสียใจล่ะ ทีนายกับน้องรวมหัวกันจนทำชั้นจมอยู่กับความทุกข์ล่ะ นายสองคนเคยโทษตัวเองบ้างหรือเปล่า" จอห์นถาม "นายจะให้ชั้นรอคนตายฟื้นกลับมาหรอ"
          "นี่ไง ชั้นผิด.....ชั้นผิดที่พาเขาไป น้องชั้นก็ผิดที่ทิ้งนายไป ชั้นเลยพาเขาออกมาจากชีวิตของนายไงเพราะเขาตายไปแล้วไง นายก็คิดเอาเสียว่าเชอร์ล็อค โฮมส์ตายไปแล้วและยังไม่ฟื้นมาก็แล้วกัน"
          "เขาฟื้นมาแล้ว เขากลับมาหาชั้น"
          "เขากลับมาหาคนที่ไม่ได้รอเขา" มายครอฟพูด "น้องชั้นโง่เองที่คิดว่านายจะรอ"
          "นายจะให้ชั้นรอคนตายหรอมายครอฟ นายจะให้ชั้นยืนลำพังอยู่กับความทุกข์หรอ การที่ชั้นก้าวต่อไป ชั้นผิดมากหรอ"
          "มันไม่ผิดเลยจอห์น เราทุกคนต้องก้าวต่อไป น้องชั้นเขาก็ก้าวต่อไป โดยการออกมาจากชีวิตนายไง" มายครอฟพูด "นายจะให้น้องชั้นไปอยู่ท่ามกลางความสุขในชีวิตของนาย โดยที่น้องชั้นเขาเป็นส่วนเกินอย่างนั้นหรอ"
          "เขาไม่เคยเป็นส่วนเกินในชีวิตของชั้น ไม่เคยเลยแม้แต่วินาทีเดียว" จอห์นตอบ
          "นายผลักน้องชั้นเป็นส่วนเกิน ทันทีที่นายปฏิเสธคำขอร้องของน้องชั้นแล้วจอห์น.....น้องชั้นเขาขอร้องนายให้นายอยู่กับเขาไปกี่ครั้ง และนายปฏิเสธเขาไปกี่ครั้งแล้วนายได้นับมั้ย" มายครอฟถาม "ชั้นอุตส่าห์ยื้อการทำแหวนแต่งงานของนายออกไปเผื่อว่านายจะต้องการเวลาในการตัดสินใจ ชั้นพูดกล่อมเชอร์ลินเรื่องเชอร์ลินจะมีน้องเมื่อนายแต่งงาน หวังว่าให้นายได้ฉุกคิดว่าหากนายแต่งงานแล้วน้องชั้นกับหลานของชั้นจะไปอยู่ตรงไหนในชีวิตของนาย ชั้นให้เกร็กไปคุยแนะนำนายเรื่องสถานที่ฮันนีมูนว่าให้ไปฮาวาย ทั้งๆที่นายเคยบอกว่าไว้รอเชอร์ล็อคงานน้อยลงกว่านี้ และเชอร์ลินโตกว่านี้แล้วค่อยไปด้วยกันหวังไว้ว่านายจะฉุกคิดและทบทวนดูใหม่.....แต่นายกลับไม่ทำ นายปฏิเสธน้องชั้นในวันที่มันยังแก้ไขทุกอย่างได้ แล้ววันนี้นายมาทำบ้าอะไรที่นี่"
          จอห์นขมวดคิ้วและหรี่ตามอง "นายพูดว่า...เกร็ก ร่วมมือกับนายหรอ"

          "ชั้นขอโทษนะจอห์น" สารวัตรเกร็ก เลสเตรดเดินออกมาสมทบกับวงสนทนา "ชั้นขอโทษที่โกหกนาย"
          "นี่นายร่วมมือกับเขาหรอ" จอห์นชี้ไปที่มายครอฟ "นายโกหกชั้น เพื่อไปอยู่ข้างเดียวกับมายครอฟหรอเกร็ก !!"
          "ชั้นอยู่ข้างเดียวกับเชอร์ล็อค ชั้นอยู่ข้างคนที่กำลังเสียใจ" สารวัตรเลสเตรดพูด "นายมีความสุขแล้วจอห์น นายปล่อยเชอร์ล็อคไปเถอะ นายยื้อเขาไว้ นายไม่สงสารเขาหรอ"
          "คนที่นายควรจะเข้าข้าง คนที่นายควรจะสงสารคือชั้นต่างหากล่ะเกร็ก ไม่ใช่คนแบบมายครอฟ !!!" จอห์นพูดขึ้นอย่างเสียงดัง "ถึงว่า.....ชั้นไม่เคยไปดักรอเจอเชอร์ล็อคตามที่ต่างๆได้เลย นั่นเป็นเพราะนายโกหกชั้นใช่มั้ยเกร็ก นายบอกสถานที่ผิด เวลาผิดให้ชั้น ชั้นเลยไม่เคยเจอเขาเลย!!!"
          "ชั้นขอโทษนะจอห์น แต่ชั้นไม่อยากให้นายเป็นคนไม่ดี"
          "ชั้นหรอ" จอห์นชี้นิ้วไปที่ตัวเอง "ชั้นทำอะไร"
          "นายรู้ตัวหรือเปล่า ว่านายกำลังทำสิ่งที่ตัวเองเกลียดมาตลอดชีวิต" เกร็กพูด "นายเคยให้กำลังใจชั้นตอนชั้นหย่ากับเมีย เพราะว่าชีวิตวัยเด็กของนายเคยผ่านมรสุมช่วงที่พ่อนอกใจแม่มาก่อน นายบอกชั้นว่าถ้าคนรักกันต้องไม่นอกใจกัน เมียชั้นไม่รักชั้นอีกแล้วก็หย่ากันไปเถอะจะได้ไม่ทรมาณใจกันทั้งสองฝ่าย....... สิ่งที่นายทำอยู่ตอนนี้มันเหมือนกับที่พ่อนายเคยทำหรือเปล่าจอห์น"
          จอห์นหยุดโต้เถียงไปครู่หนึ่งก่อนจะอ้ำอึ้งตอบ "ชั้นไม่ได้นอกใจแมร์รี่"
          "แล้วนายมาตามน้องชั้นทำไม" มายครอฟถามก่อนจะล้วงหยิบบางอย่างออกจากเสื้อสูทของตัวเองแล้วชูขึ้นให้จอห์นดู "นายโทรหาน้องชั้นวันละเป็นสิบๆรอบ ข้อความอีกหลายร้อยข้อความในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ชั้นยังไม่นับการที่นายคอยแอบถามเกร็กและเชอร์ลินเรื่องความเป็นอยู่ของน้องชั้น สิ่งที่นายทำอยู่ตอนนี้ถ้ามันไม่ได้นอกใจภรรยาตัวเองแล้วมันคืออะไร"
          "มันเป็นเพราะนายไม่ให้ชั้นเจอเขาไงมายครอฟ !" จอห์นพูด "ถ้านายให้ชั้นได้เจอเขาบ้าง ชั้นก็จะไม่ทำแบบนี้ ชั้นกับเขาเป็นเพื่อนกันนะ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี นายทำแบบนี้ได้ยังไง"
          "เพื่อนหรอ?" มายครอฟถามก่อนจะกดปลดล็อคโทรศัพท์ของน้องชายตัวเองแล้วอ่านบางอย่าง 
        
            "รับสายหน่อยได้ไหม?"
          "นายกินข้าวบ้างหรือเปล่า?"
          "อยากกินอะไรไหมจะเอาไปให้"
          "ชั้นว่าเชอร์ลินอ้วนขึ้นนะ นายคิดว่าไง?"
          "อากาศเย็นมาก อย่าลืมใส่ถุงมือ"
          "ชั้นไปกินสเต็กร้านแองเจโล่มานะ ชั้นเลือกไวน์ได้แย่มาก นายเลือกได้ดีกว่า"
          "ชั้นหัดทำพัฟไส้หมูของชอบนายแล้วนะ นายควรมาลองกินดู"
          "ไปที่บ้านมา เจอคุณนายฮัตสันด้วย เธอคิดถึงนายนะ"
          "ชั้นไปรอนายที่บ้านทุกวัน เมื่อไหร่จะกลับมา"
          
          มายครอฟกดปิดโทรศัพท์ "นี่คือข้อความที่เพื่อนเขาจะส่งหากันใช่มั้ยจอห์น" 
          "อย่ายุ่งกับมือถือของเขา เขาไม่ชอบ" จอห์นพูด
          "นายไม่ตอบคำถามของชั้น" มายครอฟตอบกลับ "เพื่อนส่งข้อความแบบนี้หากันใช่ไหม"
          "อย่ายุ่งเรื่องของชั้น" จอห์นตอบสั้นๆ
          "ดังนั้นนายก็เลิกยุ่งกับน้องชั้นเสียที อย่าดึงน้องชั้นไปอยู่ในที่ที่เขาไม่ควรจะอยู่" 
          "เชอร์ล็อคจำเป็นต้องอยู่กับชั้น เราอยู่ด้วกันมานานเกินกว่าที่นายจะมาเอาเขาไปจากชั้นได้"
          "แต่น้องชั้นไม่จำเป็นต้องมีนายอยู่ในชีวิตอีกแล้ว" มายครอฟพูด "เขาไม่จำเป็นต้องมีนายเป็นเพื่อนร่วมแฟลตอีกแล้วในเมื่อนายไม่กลับไปอยู่กับเขา และเขาก็ย้ายมาอยู่กับชั้นที่นี่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องมีนายเป็นคู่หูอีกแล้วเพราะเขาทำงานร่วมกับมอลลี่ได้ค่อนข้างดี มันอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวบ้างแต่มันจะดีขึ้น เขาอาจจะดื้อในเรื่องการกินไปบ้าง แต่ชั้นทำให้เขากินข้าวได้ ซึ่งนายไม่จำเป็นต้องมาดูแลเรื่องนี้อีก"
          "ชั้นเลี้ยงลูกของเขาอยู่ ดังนั้นชั้นยังจำเป็น" จอห์นกัดฟันพูด
          "เชอร์ลินอยู่กับพ่อตามลำพังได้โดยที่นายไม่จำเป็นต้องมายุ่งเกี่ยวอีก" มายครอฟพูด "น้องชั้นไม่มีนายในชีวิตได้ แล้วนายล่ะขาดน้องชั้นได้หรือเปล่า การที่นายมาวิ่งตามหาน้องชั้นอยู่ทุกวันแบบนี้ นายจะตามเขากลับไปในฐานะไหน"
          จอห์นเงียบ ไม่ตอบคำถาม....เพราะตัวเขาเองก็ยังหาเหตุผลในการกระทำเช่นนี้ของตัวเองไม่ได้เลยเช่นกัน
          "นายกลับไปเถอะ ถ้าไม่สงสารน้องชั้น ก็สงสารภรรยาที่นายเลือกแล้วอย่างแมร์รี่ด้วย" มายครอฟพูดก่อนจะหันไปหาเกร็กที่ยืนอยู่ข้างๆ "เชอร์ล็อคตื่นแล้ว คุณช่วยโทรหาวิคเตอร์ที ให้เขามาตรวจไข้ซ้ำหน่อย"
          "อืม โอเค" เกร็กพูดแล้วเดินเข้าบ้านไปเพื่อโทรหาแพทย์ประจำตัวของมายครอฟ ซึ่งตอนนี้รับหน้าที่ดูแลสุขภาพของเชอร์ล็อคอยู่ด้วย
          "นายควรเอาเวลาที่มายืนโต้เถียงชั้นแบบนี้ กลับไปดูแลภรรยาตัวเองให้เธอมีความสุขเท่าที่ควรจะมีจะดีกว่า....แมร์รี่เธอดูรักเด็กนะ นายควรมีลูกกับเธอซักคน เธอจะได้ไม่ต้องมาร่วมกังวลเรื่องของเชอร์ลิน ไม่ต้องมาคอยเป็นห่วงเชอร์ลิน นายก็เหมือนกัน จะได้มีลูกเป็นของตัวเองเสียที จะได้เลิกยุ่งกับหลานของชั้น นายอยากมีลูกมาตลอดไม่ใช่หรอ นี่ไง....นายมีโอกาสแล้วทำไมนายไม่ทำล่ะ" มายครอฟพูดแล้วเตรียมตัวจะเข้าบ้านของตนเอง "กลับไปเถอะ ชั้นไม่ต้อนรับนาย"
          "ชั้นจะมาทุกวันจนกว่าจะได้เจอเขา" จอห์นพูด
          มายครอฟเหลือบตามองที่หางตา เขาเห็นม่านหน้าต่างสีขาวของห้องนอนเล็กขยับเล็กน้อย ทั้งๆที่หน้าต่างยังคงปิดสนิทอยู่.....เชอร์ล็อคยืนอยู่ที่หน้าต่าง
          "ชั้นจะบอกอะไรให้นะจอห์น"  มายครอฟพูด "อย่าคิดจะฝากหัวใจตัวเองไว้กับคนที่นายเห็นว่าเข้ากันได้ดี เหมาะสมและคู่ควร แต่นายควรจะฝากหัวใจตัวเองไว้กับคนที่นายขาดเขาไปไม่ได้ต่างหาก"
          มายครอฟทิ้งจอห์นไว้ข้างหลังและเปิดประตูเข้าบ้าน "นายทบทวนดูเอาเองเถอะว่าที่จริงแล้วนายขาดใครไปไม่ได้" เขาพูดก่อนจะปิดประตูบ้าน
          จอห์นแหงนหน้ามองไปที่หน้าต่างห้องนอนที่มีผ้าม่านสีขาวปิดอยู่ เขากำมือตัวเองแน่น ก่อนจะตัดสินใจออกจากที่นี่ไป



          "จอห์นกลับไปแล้วหรอ" เกร็กถามเบาๆเมื่อเห็นมายครอฟเข้าบ้านมา "คุณทำเขาเจ็บใจมาก"
          "เราจะต้องพูดจี้ให้เขาเห็นความสำคัญหรือใจความสำคัญบางอย่างต่างหาก" มายครอฟพูด "เคยอยู่ใกล้กันเกินไปจนละเลยความสำคัญของกันและกัน ก็จับแยกออกจากกันซะ ให้ต่างคนต่างทบทวนตัวเองว่าควรจะจัดการปัญหายังไง"
          "แต่จอห์นแต่งงานแล้วนะ นี่คุณกำลังทำครอบครัวเขาแตกแยก" เกร็กพูด
          "คุณเชื่อเถอะว่าผมไม่ได้เป็นคนทำ อะไรที่เข้ากันไม่ได้ มันก็คือเข้ากันไม่ได้ ซักวันเราก็จะเห็นเอง" มายครอฟพูด "แมร์รี่ก็ไม่ได้เหมาะสมกับจอห์นเท่าไหร่หรอก อันที่จริงจอห์นเป็นคนดี แม้ว่าจะซื่อบื้อไปบ้าง"
          "แมร์รี่ก็เป็นคนดีนะ ผมว่าเธอก็ดูเป็นผู้หญิงน่ารักดี"
          มายครอฟถอนหายใจเบาๆ แล้วยื่นโทรศัพท์ของเชอร์ล็อคคืนให้ "เอามันไปซ่อนไว้ที่ไหนในบ้านก็ได้ให้ผมหน่อย ผมไม่อยากเก็บแล้ว"
          "ถ้าผมเป็นคนเอาไปซ่อน เชอร์ล็อคต้องหาเจอแน่ คุณเอาไปซ่อนเองเถอะ"
          "ก็ให้เขาหาเจอไป นี่มันโทรศัพท์ของเขา" 
          "แต่คุณห้ามเขาติดต่อกันนะ" เกร็กขมวดคิ้วมอง "ถ้าเขาโทรหากันล่ะจะทำยังไง"
          "น้องผมต้องขาดใจตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้คุยกับจอห์นเลย ผมไม่ได้จับน้องมาฆ่านะครับ แค่จับแยกชั่วคราว" มายครอฟหัวเราะเบาๆ
          "คุณไม่ได้คิดจะริบนาฬิกาของเชอร์ลินด้วยใช่ไหม ที่คุณบอกกับจอห์นน่ะ" เกร็กถาม "ผมเห็นคุณยื่นนาฬิกาให้เชอร์ลินเองกับมือ แต่คุณบอกจอห์นไปว่าคุณลืมเก็บ"
          "จอห์นก็ขาดใจตายแน่ๆ ถ้าไม่รู้เรื่องของเชอร์ล็อคเลย เชอร์ลินน่ะ เหมาะสมที่จะเป็นคนกลางมากที่สุด" มายครอฟยิ้ม ก่อนจะพูด "เดี๋ยวผมไม่อยู่หลายวัน ติดงานต่างประเทศ คุณดูแลทางนี้ด้วยก็แล้วกัน ถึงผมจะให้โทรศัพท์คืน แต่เชอร์ล็อคกับจอห์นก็ห้ามเจอกันนะ ผมว่ามันเร็วเกินไป"
          "อืม....ผมจะดูแลให้"
          มายครอฟกล่าวขอบคุณสารวัตรเลสเตรดเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองประตูห้องนอนเล็กที่เมื่อสักครู่ถูกแง้มเป็นช่องเล็กๆ แต่ตอนนี้มันถูกปิดสนิทไปแล้ว
          เจ้าน้องชายจอมดื้อของเขาคงรู้แล้วว่าเขาจะไม่อยู่บ้าน.....



          จอห์นเดินจากบ้านมายครอฟมาเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน เขาไม่ได้ใช้บริการรถแท็กซี่อย่างเช่นขามา เพราะเขาต้องการใช้เวลาคิดทบทวนบางอย่าง
          เขาเดินผ่านสวนสาธารณะเล็กๆ ตรงวงเวียนใกล้ๆกับเคนซิงตัน จอห์นเดินเข้าไปในสวนสาธารณะนั้นแล้วนั่งลงที่ม้านั่งตัวหนึ่งข้างๆรูปปั้นเซรามิครูปเด็กปั่นจักรยาน .....จอห์นมองรูปปั้นนั้นก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้
          จอห์นล้วงมือเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตของตนเอง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขาพิมพ์ตัวเลข '7437' เพื่อปลดล็อคโทรศัพท์มือถือ แล้วใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ เพื่อค้นหาหมายเลขปลายทาง
          เขานั่งนิ่งเงียบเพื่อรออีกฝ่ายรับโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อได้ยินว่ามีคนรับโทรศัพท์แล้ว
          "สวัสดีครับคุณนายโฮมส์.....เอ่อ.....ขอโทษครับ" จอห์นทักทายปลายสายด้วยชื่อเดิมก่อนจะถูกอีกฝ่ายดุกลับมา "เอ่อ...ครับคุณแม่...คุณแม่กับคุณพ่อสบายดีใช่มั้ยครับ ที่ลีดส์ตอนนี้อากาศคงดีมากเลย สวนดอกไม้คงบานเต็มแล้ว"
          จอห์นฟังปลายสายเล่าเรื่องต่างๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะพูดใจความสำคัญของการโทรหา 'หม่ามี้ของมายครอฟและเชอร์ล็อค' ในครั้งนี้
          "ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณแม่นิดหน่อยน่ะครับ....ไม่ครับ....ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร .... คือมันเป็นเรื่องของเชอร์ล็อคน่ะครับ....."










*****************************************************

**ยังมีใครจำเลข '7437' ของจอห์น ได้บ้างไหมน้าาาาา











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #356 Wind_of_change (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 16:48

    ทีมพี่ไมค์ค่ะ พี่ไมค์ทำถูกแล้ว พี่ไมค์เป็นพระเอก 555+

    #356
    0
  2. #311 555song (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 14:13
    ตอนนี้พีคคคคมากค่ะ พีคสุดๆ ชอบในเหตุผลของแต่ละคนมากกกก เราคิดตั้งหลายอย่างแต่ก็ไม่ทันเลย5555 คนเขียนเก่งจริงๆค่ะ //ปรบมือ
    #311
    0
  3. #158 PloyAlways (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 09:17
    ตอนที่จอห์ยเถียงกับไมครอฟอ่านแล้วเจ็บแทนจอห์นเลยอ่าาา
    #158
    1
    • #158-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 38)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 11:37
      เป็นคนแรกที่สงสารจอห์น เพราะที่เหลือสมน้ำหน้า 55555
      #158-1
  4. #157 raining (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 02:17
    เหมือนจะไม่ได้เข้ามานานเลย เอื้ออออ
    ตอนอ่านที่เถียงกับไมครอฟแอบรู้สึกหมั่นไส้ไมครอฟแรงมาก 55555
    แต่พอเฉลยแล้วแบบ... โอ้ยก็ยังหมั่นไส้อยู่ดี 5555
    #157
    1
    • #157-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 38)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 09:07
      หมั่นไส้พี่ทำไม 555555
      #157-1
  5. #156 Mojito* (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 22:58
    โอยยยย ตอนนี้สงสารเจ๊มะลิมากกกกกกกก แบบการกระทำพี่จิ๋วมันชัดเจนสุดๆ เหมือนโดนจับคลุมถุงชนแต่งกัน จุกแทนเจ๊ตรงทำหน้าที่สามี ฮ่อลลลลลล ใช้คำส่าหน้าที่เนี่ยไม่ใช่แล้วค่าพี่จิ๋ว ;-;
    แต่พี่จิ๋วเนี่ยสงสารน้อยกว่าทุกคน น่าจับตีมากกว่า พี่ไมค์พูดขนาดนี้แล้วนะคะ ยังจะดื้ออีก เดี๋ยวตีให้ส่วนสูงลดเลย .โดนตบ แต่ยังไง รอบนี้พี่ไมค์ชนะเลิศอยู่ดี อิอิ
    #156
    1
    • #156-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 38)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 09:09
      แค่นี้ยังเตี้ยไม่พออีกหรอ ฮือออออ สงสารจิ๋วด้วยย
      #156-1
  6. #155 Junior Prince LP (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 22:23
    ณ จุดๆนี้ มายครอฟมีเหตุผลสุดๆเลย ถึงเหตุผลอาจจะเจ็บๆไปแต่มันก็ ปึกเข้าหัวจอนห์ได้มั่งล่ะน่า
    #155
    1
    • #155-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 38)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 11:42
      จอห์นจะเข้าใจใช่มั้ยย
      #155-1
  7. #154 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 17:38
    นั้นสิน่ะ แค่สองปีทำให้คนรักกันมีคนอืนไม่ด้ายหรอก ถ้ารักกันจริง และไม่รู้ว่ารัก ใช้เวลาคิดนานไปแล้วน่ะจอร์น
    #154
    1
    • #154-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 38)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 11:43
      จอห์นนอกใจก่อนชัดๆเลย
      #154-1
  8. #153 stctmee (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 17:20
    ไม่โกรธพี่ไมค์เลย ตอนนี้พี่ไมค์ทำดีมาก หวังว่าสองคนนั้นเข้าใจกันเร็วๆนะ
    #153
    1
    • #153-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 38)
      20 พฤศจิกายน 2559 / 11:43
      พี่ไมค์เป็นพระเอก
      #153-1
  9. #152 CokTel (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 14:49
    มายครอฟกลายเป็นพ่อแล้ว5555
    #152
    1
    • #152-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 38)
      19 พฤศจิกายน 2559 / 15:18
      รักน้องงง หวงน้องงงง
      #152-1