[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 36 : Unspoken ตอนที่ 34 : The Wedding Day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    9 พ.ย. 59

          วันที่ 18 พฤษภาคม ปีนี้คงถูกบันทึกเอาไว้ในความทรงจำที่ดีที่สุดของแมร์รี่ มอร์สตัน ซึ่งปัจจุบันต้องเรียกเธอว่า 'แมร์รี่ วัตสัน' เพราะเธอแลกแหวนแต่งงานและกล่าวคำสาบานต่อหน้าบาทหลวงผู้ทำพิธีในโบสถ์แล้วว่าเธอจะเป็นภรรยาที่ดี จะรักและซื่อสัตย์ต่อสามีที่ชื่อ 'จอห์น วัตสัน' ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ทั้งสองคนกลายเป็น 'คุณวัตสันและคุณนายวัตสัน' อย่างถูกต้องตามกฏหมายและธรรมเนียมไปเมื่อช่วงเช้านี่แล้ว
          งานแต่งงานเล็กๆน่ารัก ตามนิสัยของเจ้าสาวอย่างแมร์รี่ถูกจัดขึ้นในโบสถ์แห่งหนึ่งในลอนดอน เพื่อนของแมร์รี่สมัยเรียนซึ่งมักจะเป็นสาวๆเสียเป็นส่วนใหญ่ถูกเชิญมาร่วมงานแต่งจำนวนเล็กน้อย ญาติของแมร์รี่ไม่ได้มีมากนัก เนื่องจากเธอเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตมาในศูนย์เลี้ยงเด็ก ญาติที่มีจึงมีแต่ผู้อุปการะเธอในวัยเด็กครอบครัวหนึ่งเท่านั้นซึ่งเขาไม่สะดวกมาร่วมงานในวันนี้ ส่วนแขกผู้ร่วมงานของจอห์นเองก็ไม่ได้มีมากเช่นกัน เพื่อนๆสมัยเป็นนักเรียนแพทย์ เพื่อนสมัยเป็นทหารและเพื่อนร่วมงานที่คลีนิกที่เก่าก่อนที่เขาจะมาเปิดคลีนิกเป็นของตัวเองก็มาร่วมงานด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีเพื่อนๆที่คุ้นเคยกันดีแม้จะไม่เคยเรียนด้วยกัน ไม่เคยทำงานด้วยกันอย่างจริงๆจังๆอย่างสารวัตรเกร็ก เลสเตรด สารวัตรประจำตำแหน่งสืบสวนของสก็อตแลนด์ยาร์ต มอลลี่ ฮูเปอร์นักพายาธิวิทยาที่โรงพยาบาลเซนต์บาร์ต แม้ว่าจอห์นจะยังโกรธมอลลี่อยู่บ้างเรื่องที่โกหกเขามาตลอด 2 ปี แต่ในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่งของจอห์นแล้วก็ต้องเชิญเธอมาร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังมีคุณนายฮัตสันหญิงสูงวัยผู้เป็นเจ้าของแฟลตที่เขาเคยอาศัยอยู่ เธอเปรียบเสมือนคุณป้าใจดีคนหนึ่งของจอห์น จอห์นรักเธอเสมือนเป็นแม่คนหนึ่งเลยทีเดียว
          ส่วนครอบครัวของจอห์น อย่างที่เป็นอันรู้กันว่าครอบครัวของจอห์นไม่ได้อบอุ่น พ่อและแม่หย่าขาดกัน พี่สาวของจอห์นถูกส่งให้ไปอยู่กับแม่ส่วนเขาก็อยู่กับพ่อมาตั้งแต่วัยประถม หลังจากนั้นพ่อก็แต่งงานใหม่และไม่ค่อยได้ใส่ใจจอห์นมากนัก เมื่อถึงวัยที่จะต้องเลือกเรียนต่อเขาจึงตัดสินใจเข้าเป็นทหารและใช้ทุนการศึกษาที่ทางกองทัพมีให้เข้าเรียนในคณะแพทย์และจบออกมาเป็นแพทย์สนามให้กับกองทัพ เขาไม่ได้ติดต่อกลับไปหาพ่อของตัวเองอีกนับตั้งแต่วันนั้น เพียงแต่ทราบข่าวมาบ้างเขาท่านสุขสบายดีกับครอบครัวใหม่ซึ่งจอห์นก็ขอยินดีด้วยใจจริง
          หลังจากแม่หย่าขาดกับพ่อก็ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นอกเมือง จอห์นไปหาแม่บ้างเป็นครั้งคราวเนื่องจากภารกิจงานที่ลอนดอนนั้นช่างรัดตัว มีโทรหาแม่บ้าง ในงานแต่งงานครั้งนี้จอห์นเชิญแม่มาแล้วแต่ท่านไม่สะดวกที่จะมาเพราะติดงานสโมสรสังคมที่ช่วยงานเอาไว้ จอห์นเข้าใจดีและไม่ได้โกรธอะไร แม่อวยพรให้ชีวิตคู่ของลูกชายและภรรยามีความสุข จอห์นสัญญากับแม่ไว้ว่าหากงานที่ลอนดอนเรียบร้อยดีแล้วจะรีบพาภรรยาไปให้แม่พบ ซึ่งแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร
          ส่วนพี่สาวน่ะหรือ....อย่าถามเลย ตอนนี้พี่สาวของเขาอยู่ที่ไหนเขายังติดต่อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ


          อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่ามันเป็นงานเล็กๆน่ารักตามนิสัยของเจ้าสาว แมร์รี่เธอเป็นผู้หญิงน่ารักอย่างที่จอห์นเคยบอกไว้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเธอเป็น 'สาวหวาน' เธอชอบสีชมพู เธอชอบดอกไม้ เธอชอบของหวาน งานแต่งงานของเธอจึงเต็มไปด้วยดอกไม้ และสีชมพูอย่างที่เธอชอบ แล้วยิ่งงานแต่งที่ถูกจัดขึ้นกลางฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้แล้วดอกไม้ในงานยิ่งสดใสสวยงามบ่งบอกถึงความสุขของเจ้าสาวได้เป็นอย่างดี
          นอกเหนือจากเจ้าสาวที่ดูจะสดใสในงานแต่งของตัวเองแล้ว เด็กหญิงวัย 7 ขวบอย่างเชอร์ลิน โฮมส์ก็ดูจะสนุกสนานกับงานแต่งนี้เช่นกัน
          เชอร์ลินได้รับหน้าที่โปรยดอกไม้นำหน้าเจ้าสาวเข้าโบสถ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติ เด็กหญิงในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีขาวเหมือนเจ้าหญิงตัวน้อยๆสนุกสนานกับปรายโปรยดอกไม้ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก กลีบดอกไม้ติดตามผมตามชุดจนจอห์นต้องคอยหยิบออกให้อยู่ตลอด ไหนจะปากที่เลอะของหวานอยู่ตลอดเวลาจนจอห์นต้องคอยเช็ดให้ ความน่ารักสดใสของเชอร์ลินยิ่งเพิ่มความสุขให้กับงานแต่งในครั้งนี้มากขึ้นไปอีก
          เชอร์ล็อค โฮมส์เป็นคนอนุญาตให้ลูกสาวรับหน้าที่โปรยดอกไม้ให้แมร์รี่ก็อาจจะดูมีความสุขในงานแต่งนี้เช่นกัน เชอร์ล็อครับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีเยี่ยม เขายืนเคียงข้างจอห์นตลอดงานแต่งในช่วงเช้า คอยจับชุด จับสูท จับเนคไทด์ของจอห์นให้เข้าที่ก่อนจะถ่ายภาพ ยืนข้างๆจอห์นตอนที่จอห์นรับแขก และรวมไปถึงยืนเคียงข้างจอห์นต่อหน้าแท่นพิธีตอนสวมแหวน
          จอห์นกล่าวคำสาบานว่าจะรักและดูแลแมร์รี่ในฐานะภรรยาให้ดีตลอดชีวิตของตนเอง เชอร์ล็อคจำคำสาบานได้เพียงเท่านี้เพราะตอนที่จอห์นกล่าวคำสาบานเหมือนสมองของเขามันหยุดนิ่งและไม่ได้จำอะไรเลยไปชั่วขณะหนึ่ง จนแม้กระทั่งตอนยื่นแหวนแต่งงานให้เจ้าบ่าวดูเหมือนเขาเองก็จะยังไม่ได้มีสติเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เสียเท่าไหร่จนจอห์นต้องกระแอมไอเบาๆว่าให้ยื่นแหวนแต่งงานมาได้แล้ว เขาจึงรู้สึกตัวและเปิดกล่องกำมะหยี่สีดำให้จอห์น
          แหวนแต่งงานมีตกแต่งด้วยเพชรน้ำดีเรียงกันเป็นรูปหัวใจถูกสวมลงที่นิ้วนางข้างซ้ายของแมร์รี่ ขณะเดียวกันแหวนเรียบๆไม่ได้มีการตกแต่งอะไรตามแบบฉบับของแหวนผู้ชายก็ถูกสวมลงที่นิ้วนางข้างซ้ายของจอห์นเช่นกัน ทั้งสองคนผ่านพิธีแต่งงานอย่างถูกต้อง ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากันแล้ว
          และเชอร์ล็อคเป็นได้เพียงเพื่อนสนิทเท่านั้น




          งานพิธีการช่วงเช้าจบลง แขกเหรื่อต่างพากันกลับเพื่อเตรียมตัวที่จะมางานเลี้ยงในช่วงค่ำที่จะจัดในโรงแรม เจ้าบ่าวเจ้าสาวและคนสนิทก็ไปเตรียมจัดงานอยู่ที่โรงแรมแล้วเช่นกัน เจ้าภาพจัดงานอย่างจอห์นและแมร์รี่ได้เปิดห้องพักไว้สำหรับคนสนิทที่ได้มาช่วยงานแต่งในครั้งนี้ด้วย ซึ่งคนที่ควรจะพักมากที่สุดไม่ใช่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอย่างจอห์นและแมร์รี่ แต่เป็นเชอร์ลิน โฮมส์เด็กหญิงตัวเล็กๆที่วันนี้ยังไม่ยอมนั่งเฉยๆเลยต่างหาก
          จอห์นเปิดห้องพักด้านข้างห้องของตัวเองไว้เป็นห้องพักผ่อนสำหรับเชอร์ล็อคและลูกสาว เชอร์ลินที่เริ่มจะง่วงนอนตอนบ่ายเพราะถูกปลุกมาแต่งตัวตั้งแต่เช้าตรู่และเธอยังวิ่งเล่นไปมาในงานอย่างสนุกสนานถูกเชอร์ล็อคผู้เป็นพ่ออุ้มมานอนพักในห้องที่จอห์นจัดไว้
          เชอร์ล็อควางลูกสาวลงบนเตียงนอน แล้วนำตุ๊กตากระต่ายที่จอห์นเป็นคนซื้อให้เอาไปให้ลูกสาวกอดนอน เขายื่นมือไปปัดเส้นผมสีดำที่ปรกอยู่ที่ใบหน้าเล็กเบาๆเพราะเกรงว่าเด็กจอมง่วงจะตื่นขึ้นมางอแงได้ ปีนี้ลูกสาวของเขาก็ 7 ขวบแล้ว ถึงแม้ว่าเชอร์ลินจะถูกรับเข้าตระกูลโฮมส์มาเป็นเวลา 3 ปีแต่เชอร์ล็อคผู้เป็นพ่อก็มีโอกาสได้ดูแลเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ช่วงเวลาที่เหลือกลับกลายเป็นจอห์นผู้ที่เชอร์ลินเรียกว่า 'อาจอห์น' เป็นคนเลี้ยงเสียมากกว่า แต่ต่อจากนี้ไปเชอร์ล็อคก็จะต้องเริ่มเลี้ยงเชอร์ลินตามลำพังเพราะอาจอห์นของเชอร์ลินแยกตัวไปมีครอบครัวของตัวเองแล้ว
          "เดี๋ยวพ่อจะเลี้ยงเชอร์ลินเองนะ พ่อสัญญาว่าจะเลี้ยงเชอร์ลินให้ดี ให้มีความสุขชดเชยเวลา 2 ปีที่เสียไป" เชอร์ล็อคพูดกับลูกสาวที่กำลังนอนกลางวันอย่างมีความสุข
          เชอร์ล็อคดึงผ้าห่มขึ้นมาให้อยู่ในระดับเอวของเชอร์ลิน ให้นอนพักสักชั่วโมงก็คงจะดี เดี๋ยวตอนเย็นก็วิ่งเล่นสนุกในงานเลี้ยงอีก เชอร์ล็อคคลายปมเนคไทด์สีทองของตัวเองออกเล็กน้อยเพื่อให้ตนเองได้ผ่อนคลายลงบ้าง
          "นายควรจะพักบ้างนะ นายเหนื่อยมาตั้งแต่เช้าแล้ว" เสียงของเจ้าบ่าวอย่างจอห์น วัตสันดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก
          "ยังไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่" เชอร์ล็อคตอบ "นายเองก็ควรจะพัก มีงานตอนเย็นอีก"
          "ขอมาดูเด็กซนก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง" จอห์นพูดแล้วเดินเข้าห้องพักมาหยุดลงที่ข้างเตียง "เล่นซนจนหลับไปเลย"
          "ไม่ได้นอนกลางวันแบบนี้มานานแล้ว วันนี้คงเหนื่อยมากจริงๆ" เชอร์ล็อคพูด
          "เด็กประถมไม่มีใครนอนกลางวันกันแล้ว" จอห์นพูดแล้วยื่นมือขยับผ้าห่มให้หลานสาว "ดูสิ แปบเดียว 7 ขวบแล้ว"
          "จากเด็กตัวเล็กๆชอบกอดขาตอนนั้น มาตอนนี้อุ้มไม่ไหวแล้ว" เชอร์ล็อคยิ้มเมื่อมองเด็กหญิงที่กำลังหลับ "เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยงอแงแล้วด้วย โตขึ้นมากแล้ว"
          "เป็นเด็กเข้มแข็งขึ้นมาก" จอห์นยิ้ม
          เชอร์ล็อคหันกลับมามองเจ้าบ่าวที่เป็นเพื่อนของตน "นายควรไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะ หัวตานายเริ่มจะแดง เกสรดอกไม้ในงานเมื่อเช้าคงจะติดมา นายเริ่มจะแพ้แล้ว"
          จอห์นยกมือขึ้นขยี้ตา "อืม....ชั้นก็คิดอยู่ว่าชั้นคันหัวตามากๆ แต่นี่ดีนะที่ไม่ค่อยคัดจมูกเท่าไหร่" 
          เชอร์ล็อคจับมือที่กำลังขยี้ตาอยู่ "อย่าขยี้จอห์น เดี๋ยวตาแดง"
          "ชั้นควรจะกินยาแก้แพ้นะ ต้องกลับไปดูที่ห้องว่าเอายาอะไรมาบ้าง" จอห์นพูด
          "กินยาแก้แพ้ตอนนี้ถ้ายาหมดฤทธิ์ไม่ทันงานเลี้ยงเย็น นายแย่แน่ๆ" เชอร์ล็อคพูดแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนของตัวเองออกมา "เงยหน้าขึ้นหน่อย มือนายก็มีเกสรดอกไม้ติดอยู่ไปขยี้ตาแบบนั้นได้ยังไง"
          เชอร์ล็อคยกปลายคางของเพื่อนที่ตัวเล็กกว่าให้แหงนหน้าขึ้นก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนของตนเองเช็ดไปที่เปลือกตานั้นอย่างเบามือ เมื่อผ้านุ่มนิ่มมีกลิ่นหอมอ่อนๆสัมผัสลงที่เปลือกตาจอห์นก็หลับตาให้อีกฝ่ายเช็ดด้วยดี
          "ชั้นยินดีด้วยนะจอห์นที่นายพบคนที่เหมาะสมที่จะใช้ชีวิตคู่ด้วย" เชอร์ล็อคพูดขณะเช็ดตาให้ "ผู้หญิงทั้งหมดที่นายคบด้วยไม่ได้มีใครเหมาะสมกับนายเลย"
          "นายพูดด้วยความรู้สึกจริงๆหรือเปล่า" จอห์นถาม
          เชอร์ล็อคละมือจากการเช็ดตาเปลี่ยนมาเป็นใช้ผ้าเช็ดหน้านั้นปัดไปที่หัวไหล่เพื่อเช็ดเอาเกสรดอกไม้ที่จอห์นแพ้ออกจากเสื้อผ้า
          "ชั้นจะโกหกนายไปทำไม" เชอร์ล็อคตอบเสียงเรียบ "แมร์รี่เหมาะที่จะได้ดูแลนายต่อไป"
          "ชั้นดีใจที่นายพูดแบบนี้" จอห์นยิ้ม "ขอบคุณสำหรับเวลาที่ผ่านมา นายดูแลชั้นดีมาตลอด"
          "นายต่างหากที่ดูแลชั้น ชั้นกลับไม่เคยทำอะไรให้นายได้เท่าที่ควรจะทำเลย" เชอร์ล็อคพูด "มีอีกหลายอย่างที่ชั้นควรจะทำแล้วไม่ได้ทำ"
          "อย่างเช่นอะไร?" จอห์นถาม
          "ยังมีอีกหลายอย่างที่ชั้นอยากจะบอกกับนาย แต่มันคงช้าเกินไปแล้ว" เชอร์ล็อคพูดแล้วพับผ้าเช็ดหน้าเก็บเข้าเสื้อสูทตัวเอง "แต่มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรในวันนี้ที่จะพูด"
          "มีสิ" จอห์นพูด "ขอแค่นายบอกมา ชั้นจะตั้งใจฟัง"
          เชอร์ล็อคเหลือบตามองแหวนสีเงินที่จอห์นสวมอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย แล้วพูด "ก็แค่ประสบการณ์ที่ชั้นไปทำงานคนเดียวตลอดเวลา 2 ปีที่ไม่มีนายก็แค่นั้นเอง"
          "ชั้นจะรอวันที่นายจะเล่าให้ฟัง" จอห์นพูด "ถ้าเชอร์ลินตื่นแล้วไปบอกชั้นด้วยได้ไหม แมร์รี่สั่งเค้กของโรงแรมไว้ให้เชอร์ลินด้วย เห็นบอกว่าเค้กของที่นี่อร่อย ไว้ให้เชอร์ลินกินเป็นของว่างตอนบ่าย"
          "อืม ชั้นจะไปบอก" เชอร์ล็อคพยักหน้าเข้าใจและมองจอห์นที่ออกจากห้องของตัวเองไป



          งานเลี้ยงช่วงค่ำเริ่มขึ้นในห้องบอลลูมของโรงแรม แขกเหรื่อของพิธีในช่วงเช้าเริ่มทะยอยเข้างานมาเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีแขกหน้าใหม่ที่มาสมทบเพิ่มในช่วงเย็นอีกเพราะบางคนอาจจะพึ่งเสร็จสิ้นภารกิจจึงมาได้เฉพาะงานเลี้ยงช่วงค่ำเท่านั้น
          งานช่วงค่ำตกแต่งด้วยบอลลูนน่ารักสีสันสวยหวาน ริบบิ้นสีต่างๆถูกนำมาตกแต่งรอบงานด้วยเช่นกัน โต๊ะรับประทานอาหารถูกจัดไว้โซนหนึ่งของห้อง มีวงดนตรีถูกจ้างมาสำหรับงานเลี้ยงนี้ด้วยและแน่นอนตรงกลางห้องจัดเลี้ยงนี้ถูกทำให้โล่งเตรียมไว้สำหรับฟลอร์เต้นรำ
          เชอร์ล็อคพาเชอร์ลินที่เปลี่ยนชุดจากชุดฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงเมื่อเช้ามาเป็นชุดเดรสน่ารักเข้ามาร่วมงาน เชอร์ลินรีบวิ่งไปดูลูกโป่งหลากสีสันที่ใช้ตกแต่งงานอย่างสนใจโดยมีมอลลี่รับอาสาจะดูแลเด็กซนให้แทนเชอร์ล็อคเอง
          เชอร์ล็อคเลือกไปนั่งเงียบๆอยู่ที่บาร์เครื่องดื่ม เขาไม่ใช่นักดื่มและนอกจากนั้นเขาก็ยังแพ้แอลกอฮอล์ เชอร์ล็อคมองไปยังขวดแอลกอฮอล์หลากหลายชนิดที่วางอยู่ที่เคาน์เตอร์ เขารู้จักว่าแอลกอฮอล์แต่ละชนิดว่ามันคืออะไร ทำมาจากอะไร สามารถไล่เรียงไปจนถึงประวัติที่มาได้เลย แต่ถ้าหากถามถึงรสชาติแล้วเขาคงตอบไม่ได้ เพราะนอกจากไวน์แล้วเขาก็ไม่เคยดื่มอะไรเลย
          "สนใจรับเป็นอะไรดีครับ" บาร์เทนเดอร์ที่หน้าบาร์ถาม
          "เอ่อ....อืม...วิสกี้ก็แล้วกันครับ" เชอร์ล็อคตัดสินใจเลือกจากเครื่องดื่มที่พี่ชายมักจะดื่มมันบ่อยๆ
          "แรงเกินไป" เสียงของจอห์นดังขัดขึ้นมา ก่อนที่จะหันไปหาบาร์เทนเดอร์ "เขาดื่มอะไรแรงๆแบบนั้นไม่ได้ รบกวนเปลี่ยนเป็นไวน์ก็พอครับ สปาร์กกลิ้งก็ได้ เขาดื่มได้แค่นั้น"
          "นายทำให้ชั้นรู้สึกเหมือนชั้นเป็นเด็กอ่อนหัดที่ดื่มอะไรแบบนั้นไม่ได้" เชอร์ล็อคพูด
          "นายแพ้ขึ้นมาจะทำยังไงเชอร์ล็อค ชั้นรู้ดีว่าตอนนายแพ้แอลกอฮอล์แรงๆพวกนั้นมันเป็นยังไง" จอห์นตอบ
          "นายไม่ควรอยู่ตรงนี้ นายควรไปต้อนรับแขกกับแมร์รี่" เชอร์ล็อคพูดแล้วมองไปที่กลุ่มผู้คนมากมายตรงหน้า แมร์รี่ในชุดเจ้าสาวกำลังจูงมือเชอร์ลินไปดูลูกโป่งและขนมอย่างที่เชอร์ลินชอบโดยมีมอลลี่อยู่ใกล้ๆด้วย
          จอห์นมองตามไปที่เจ้าสาวของตัวเอง "แมร์รี่รักเชอร์ลินนะ สองคนนั้นเข้ากันได้ดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร"
          บาร์เทนเดอร์นำเครื่องดื่มสีอ่อนของเชอร์ล็อคมาเสริฟที่เคาน์เตอร์ "สปาร์กกลิ้งไวน์ได้แล้วครับ"
          "ผมขอวิสกี้ด้วย" จอห์นหันไปสั่ง
          "มันแรงเกินไป" เชอร์ล็อคพูด "เจ้าบ่าวเมาตั้งแต่เริ่มงานคงดูไม่ดีเท่าไหร่"
          "ชั้นจะดื่มเป็นเพื่อนนายเองเชอร์ล็อค" จอห์นหันไปรับวิสกี้มาจากบาเทนเดอร์แล้วชนไปที่ขอบแก้วไวน์ทรงสูงของเชอร์ล็อค ก่อนที่เขาจะยกมันขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
          "พอแล้ว" เชอร์ล็อคหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ที่จะเติมวิสกี้ให้เจ้าบ่าวอีก "เขาเป็นเจ้าบ่าวให้เขาดื่มเท่านี้พอ"
          "ชั้นไม่ได้คออ่อนนะเชอร์ล็อค ชั้นยังดื่มได้อีก" จอห์นพูด
          "เดี๋ยวนายต้องเต้นรำเปิดฟลอร์ให้แขกในงาน นายจะเมาไม่ได้ แค่มึนๆกรึ่มๆก็ไม่ได้" เชอร์ล็อคออกคำสั่ง "นายอยากเหยียบเท้าคู่เต้นรำอย่างแมร์รี่หรอ มันจะขายหน้ามาถึงคนสอนแบบชั้นนะ"
          "นายจะเล่นเพลงเปิดฟลอร์เต้นรำให้ชั้นตามสัญญาหรือเปล่า" จอห์นถาม
          "เล่นสิ ชั้นไม่เคยผิดสัญญากับนายอยู่แล้ว" เชอร์ล็อคส่งยิ้มบางๆให้กับเพื่อนสนิท "นายอย่าเหยียบเท้าแมร์รี่ให้อายมาถึงชั้นก็แล้วกัน"
          "เล่นเพลงง่ายๆก็แล้วกัน" จอห์นพูด
          "ได้เวลาเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องเปิดฟลอร์เต้นรำแล้วครับ" พิธีกรฝ่ายชายของงานเดินมาหาจอห์น
          จอห์นพยักหน้าเข้าใจแล้วหันไปพูดกับคนข้างตัว "ชั้นจะรอเต้นรำจากเพลงของนาย" 


          จอห์นเดินมาจูงมือแมร์รี่ผู้เป็นเจ้าสาวเข้าไปยังฟลอร์เต้นรำ เชอร์ล็อคเดินขึ้นไปบนเวทีแล้วเปิดกล่องไม้เนื้อดีที่วางอยู่บนเวทีออก ไวโอลินสตราดิวาเรียสคันโปรดที่เขาไม่ได้เล่นมาเป็นเวลานานหากแต่ว่าจอห์นและเชอร์ลินเก็บรักษามันไว้อย่างดี ครั้งนี้เขาจะใช้มันบรรเลงเพลงสำหรับคู่แต่งงานคู่ใหม่
          "สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านรับ ผมเชอร์ล็อค โฮมส์ คนที่ทุกท่านก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นใคร.....หากยังไม่รู้ ต้องไปอ่านหนังสือพิมพ์เอานะครับ หรือเปิดอินเตอร์เน็ตเอาก็ได้ ผมไม่ได้มีเวลาอธิบายมากนัก" เชอร์ล็อคกล่าวทักทายแขกที่มาร่วมงาน ทุกคนดูจะสนอกสนใจที่นักสืบชื่อดังขึ้นมากล่าวทักทายทุกคนบนเวที
          "ผมขึ้นมายืนตรงนี้ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวของนายแพทย์จอห์น เฮมิช วัตสัน ผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในงานค่ำคืนนี้ เขาเป็นเพื่อนของผม เป็นเพื่อนสนิทของผมและเป็นเพื่อนรักของผม ผมไม่มีอะไรจะกล่าวมากนัก เพราะคำยินดีของผมได้กล่าวไปหมดแล้วในงานช่วงเช้า คำกล่าวของผมต่อจากนี้ ผมขอกล่าวกับแมร์รี่ หญิงสาวที่มีความสุขที่สุดในค่ำคืนนี้และเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้อยู่เคียงข้างกับจอห์น วัตสันเพื่อนของผม แมร์รี่.....ผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคุณ" เชอร์ล็อคหยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วพูด "จอห์นเต้นรำไม่ค่อยเก่ง เขาอาจจะเหยียบเท้าคุณหน่อยนะ"
          แขกทุกคนในงานหัวเราะกับมุขตลกของเชอร์ล็อค เชอร์ล็อคยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด "ขอให้คู่บ่าวสาวมีความสุขในชีวิตคู่ตลอดไป"
          จอห์นจับมือกับแมร์รี่เพื่อเต้นรำ จอห์นก้มมองเท้าอย่างระมัดระวัง ส่วนมืออีกข้างก็โอบเอวของแมร์รี่เบาๆ
          "ถ้าผมเหยียบเท้าคุณ ผมขอโทษนะแมร์รี่" จอห์นพูดเบาๆกับเจ้าสาวของตนเอง
          แมร์รี่หัวเราะ "ชั้นก็เต้นรำไม่เป็นเหมือนกัน"
          จอห์นถอนหายใจ "โอเค ถ้าเราเหยียบเท้ากันเองก็ไม่เป็นไรใช่ไหม"
          "ชั้นจะไม่บอกใครก็แล้วกันค่ะ" แมร์รี่ยิ้ม


          เสียงไวโอลินสตราดิวาเรียสถูกบรรเลงขึ้นมาอย่างไพเราะสมกับที่ถูกบรรเลงด้วยนักโวโอลินมากฝีมืออย่างเชอร์ล็อค โฮมส์ แขกทุกคนในงานเคลิบเคลิ้มไปกับไวโอลินเสียงหวานและชื่นชมคู่บ่าวสาวที่กำลังเต้นรำกันอย่างมีความสุขอยู่ท่ามกลางฟลอร์เต้นรำ
          จอห์น วัตสันที่กำลังก้าวเท้าตามจังหวะเสียงไวโอลินหยุดเท้าชะงักลงเมื่อเขาเริ่มจับจังหวะของเพลงได้ว่าเพลงที่เชอร์ล็อคกำลังบรรเลงอยู่ตอนนี้คือเพลงอะไร
          "....มีอะไรหรือเปล่าคะจอห์น" แมร์รี่ถามเมื่อเห็นเจ้าบ่าวของตนเองหยุดเต้นรำ "ชั้นเหยียบเท้าคุณหรือเปล่าคะ"
          "เปล่าแมร์รี่ คุณไม่ได้เหยียบ" จอห์นพูดแล้วก้าวเท้าต่อ ส่วนสายตาที่ควรจะมองคู่เต้นรำเขากลับหันไปมองคนที่กำลังบรรเลงเพลงอยู่บนเวที
          เชอร์ล็อคหลบตาคนที่กำลังมองมาและสีไวโอลินต่อไปอย่างตั้งใจ


          ....ไม่เชอร์ล็อค...อย่าเล่นเพลงนี้....เราเคยเต้นรำเพลงนี้ด้วยกัน......เพลงนี้มันเป็นเพลงของเรา.....อย่าเอามาเล่นในงานแต่งของชั้นแบบนี้....


          สายตาของจอห์นที่ส่งไปหาคนที่บรรเลงเพลงคงไม่เป็นผล เชอร์ล็อคยังคงบรรเลงเพลง 'Can't help falling in love' ต่อไปเรื่อยๆจนจบโดยไม่ได้สบตากับคนที่เต้นรำกลางฟลอร์อยู่เลยแม้แต่น้อย


          เมื่อเชอร์ล็อคบรรเลงเพลงจบเขาก็เก็บไวโอลินคันโปรดเก็บลงในกล่องไม้ของตนเอง เวทีถูกรับหน้าที่ต่อไปยังวงดนตรีที่จอห์นจ้างมา ทุกคนสนุกสนานกับวงดนตรีจนไม่ได้มีใครสนใจคนที่พึ่งบรรเลงเพลงจบอีก
          จอห์นมองตามเชอร์ล็อคที่หิ้วกระเป๋าไวโอลินลงจากเวทีไป แมร์รี่ชวนเขาเต้นรำต่อ จอห์นจึงไม่สามารถเดินไปถามเชอร์ล็อคได้ว่าเขาเลือกเพลงนี้มาเล่นทำไม....เลือกเพลงที่เขาสองคนเคยเต้นรำด้วยกันมาทำไม.....
          เชอร์ล็อคเดินไปหามอลลี่ที่จูงมือเชอร์ลินไว้ เขากล่าวขอบคุณมอลลี่เบาๆที่ช่วยดูแลลูกสาวให้ เชอร์ล็อคจูงมือเชอร์ลินเอาไว้ในขณะที่มืออีกข้างถือกล่องใส่ไวโอลินของตนเอง
          "กลับบ้านกันเถอะนะเชอร์ลิน" เชอร์ล็อคกล่าวกับลูกสาวที่กำลังกินเยลลี่อยู่
          "กลับเร็วไปหรือเปล่าคะ นี่งานพึ่งจะเริ่มเอง" มอลลี่ถามเชอร์ล็อค
          "หน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวมันสิ้นสุดลงแล้วมอลลี่" เชอร์ล็อคตอบกลับไปเบาๆ
          มอลลี่ยื่นมือไปจับมือของเชอร์ล็อค "ชั้นเข้าใจคุณนะคะ มีอะไรจะเล่าให้ฟังชั้นพร้อมจะรับฟังคุณเสมอ ในฐานะเพื่อน"
          เชอร์ล็อคพยักหน้าเข้าใจเบาๆ แล้วคุยกับลูกสาว "กลับบ้านกันนะเชอร์ลิน"
          เชอร์ลินพยักหน้าเบาๆ แล้วยื่นเยลลี่ให้เชอร์ล็อค "เยลลี่อร่อยมากค่ะคุณพ่อ" 
          เชอร์ล็อคยิ้ม "เอากลับไปกินที่บ้านนะ" เขาพูดแล้วจูงมือเชอร์ลินออกจากห้อง
          "ต้องไปบอกอาจอห์นก่อนค่ะ เดี๋ยวอาจอห์นโกรธ" เชอร์ลินหันกลับไปมองห้องจัดเลี้ยง
          "อาจอห์นกำลังสนุกอยู่ เราอย่าไปกวนดีกว่า" เชอร์ล็อคพูด "อาจอห์นไม่โกรธเราหรอกนะ"
          เชอร์ลินเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อ "ค่ะคุณพ่อ"
          สารวัตรเกร็ก เลสเตรดเดินมาจับกล่องไวโอลินของเชอร์ล็อคเอาไว้ "นายจะไปไหนเชอร์ล็อค"
          "ชั้น....ชั้นจะกลับบ้าน" เชอร์ล็อคตอบ
          "กลับยังไง มายครอฟให้ยืมรถมาหรอ" เลสเตรดถาม
          "ไม่....คงกลับแท็กซี่" เชอร์ล็อคตอบ
          "จะบ้าหรือไง นายจะพาลูกขึ้นรถแท็กซี่ตอนค่ำมืดแบบนี้ได้ยังไง นายเป็นคนสั่งพวกเราเองนะว่าไม่ให้เชอร์ลินขึ้นแท็กซี่ตอนกลางคืน" เลสเตรดพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "กลับบ้านใช่มั้ย เดี๋ยวชั้นขับรถไปส่ง"
          "นายควรอยู่ในงานเลี้ยงของจอห์น" 
          "คนร่วมยินดีกับเขาเยอะแล้ว คงไม่เป็นไร" เลสเตรดพูดแล้วดึงกล่องใส่ไวโอลิน "เอามาชั้นถือให้"
          เชอร์ล็อคไม่ได้มีทีท่าปฏิเสธเขาปล่อยให้เพื่อนถือกล่องใส่ไวโอลินของตนเองส่วนเขาก็จูงลูกสาวเดินตามสารวัตรหนุ่มไปที่ลานจอดรถหน้าโรงแรม



          ตลอดทางกลับบ้านเชอร์ล็อคที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับไม่ได้พูดอะไร เขาเอาแต่นั่งเงียบและมองออกไปที่นอกหน้าต่าง ส่วนเชอร์ลินที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ยังคงกินขนมที่เอามาจากในงานอย่างมีความสุข
          รถยนต์ Ford Fiesta ของสารวัตรเกร็ก เลสเตรดจอดลงที่หน้าบ้านเลขที่ 221 บี เบเกอร์สตรีท เชอร์ล็อคจูงมือลูกสาวในชุดเดรสน่ารักลงจากรถเพื่อเข้าบ้านโดยมีเพื่อนอย่างสารวัตรเลสเตรดถือกล่องไวโอลินที่ทำมาจากไม้เดินตามเข้าบ้านไป
          "ลุงไมค์" เชอร์ลินเรียกชื่อแขกของบ้านที่นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยความดีใจแล้วรีบวิ่งไปหา
          "กินขนมอีกแล้ว" มายครอฟ โฮมส์กล่าวกับหลานสาวด้วยความเอ็นดู "อร่อยไหม"
          "อร่อยค่ะ เอามาจากงานแต่งอาจอห์น" เชอร์ลินพูด
          "ไปล้างมือก่อนนะ เดี๋ยวจะเหนียวมือ" มายครอฟพูดแล้วหันไปหานายตำรวจที่พึ่งวางกล่องไวโอลินลงบนโต๊ะทำงานของเชอร์ล็อค "เกร็ก คุณช่วยพาเชอร์ลินไปล้างมือกับแปรงฟันหน่อยได้ไหมครับ"
          สารวัตรหันไปมองสองพี่น้องสลับกันก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ
          "เปลี่ยนชุดด้วยนะเชอร์ลิน เปลี่ยนเอาชุดสวยๆเก็บไว้ก่อน แล้วใส่ชุดนอนได้แล้วนะ เข้าใจไหม" 
          "เข้าใจแล้วค่ะลุงไมค์" เชอร์ลินยิ้มแล้วเดินไปจูงมือลุงเกร็กเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างมือและแปรงฟัน

          เชอร์ล็อคเดินไปหยุดตรงหน้าต่าง มายครอฟเดินไปสมทบกับน้องชาย เขายื่นมือผลักหน้าต่างกระจกใสเพื่อให้ลมเอื่อยๆลอยเข้ามาในห้องรับแขก ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูทแล้วหยิบบุหรี่มวนหนึ่งส่งให้คนที่ยืนข้างๆ
          เชอร์ล็อครับบุหรี่มวนนั้นมาคาบไว้ มายครอฟจุดไฟแช็กให้และเก็บมันไว้ในเสื้อสูทของตนเองเช่นเดิม
          "สูบซะ เผื่อว่ามันจะดีขึ้น" มายครอฟพูดกับน้องชาย
          เชอร์ล็อคสูดลมหายใจเข้าลึกๆพร้อมสูดควันขาวๆเข้าไปในปอดก่อนจะพ่นมันออกมาเบาๆ
          "ถ้าจอห์นรู้ว่าชั้นสูบบุหรี่ในบ้าน เขาฆ่าชั้นตายแน่ เขาไม่ชอบให้ชั้นสูบบุหรี่" เชอร์ล็อคพูดแล้วมองควันขาวๆที่จางไปกับอากาศ
          "เขาจะไม่มีทางรู้เพราะเขาจะไม่กลับมาที่นี่อีก" มายครอฟพูด "เขาแต่งงานไปแล้ว เขามีบ้านใหม่ มีครอบครัวใหม่ เขาไม่จำเป็นต้องมาที่นี่"
          "เขาจะมาหาเชอร์ลิน เขาเคยบอก" เชอร์ล็อคพูดแล้วสูดควันขาวๆเข้าปอดอีกครั้ง
          "เขามาหาเชอร์ลิน ไม่ได้มาหานาย" 
          เชอร์ล็อคพ่นควันออกไปนอกหน้าต่างแล้วกดบุหรี่มวนนั้นลงในที่เขี่ยบุหรี่
          "เขาบอกว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม จะไม่มีอะไรเปลี่ยนไป" เชอร์ล็อคพูด
          "งานแต่งงานเปลี่ยนทุกอย่างและจอห์นแต่งงานออกไปแล้ว" มายครอฟพูด "จอห์นเปลี่ยนไปแล้ว"
          "ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ทำไมมันจบแบบนี้"
          "เพราะเวลาสองปีมันเปลี่ยนทุกอย่าง"
          "ทำไมนายกับเลสเตรดถึงไม่เปลี่ยนไป ทำไมถึงเหมือนเดิม"
          "เพราะชั้นและเขาต่างคนต่างรู้ว่าเรารู้สึกยังไง ชั้นบอกเขาตรงๆ เขาจะรับหรือเปล่าไม่รู้แต่ชั้นก็บอกเขาไงเชอร์ล็อค" มายครอฟพูด "สิ่งที่ชั้นให้เขาคือความมั่นใจว่าสิ่งที่ชั้นคิด สิ่งที่ชั้นทำ สิ่งที่ชั้นพูดมันเป็นความรู้สึกของชั้นจริงๆ"
          "บอกไปทำไมถ้ารู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันเป็นไปไม่ได้" เชอร์ล็อคพูดแล้วเงียบไปครู่ใหญ่
          มายครอฟยื่นมือตบไหล่น้องชายเบาๆ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไหวไหม"
          เชอร์ล็อคส่ายหัวช้าๆ มายครอฟยื่นมือทั้งสองข้างไปโอบน้องชาย เชอร์ล็อคกดหน้าลงที่หัวไหล่ของพี่มายชายแล้วพูด "ไม่ไหวแล้ว ทนแบบนี้ไม่ไหวแล้ว จอห์นไม่อยู่แล้ว จอห์นไม่อยู่ที่นี่แล้ว" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงที่สั่นพร้อมกดใบหน้าลงหัวไหล่พี่ชายแน่นขึ้น
          มายครอฟยื่นมือลูบผมหยักศกสีดำของน้องชายเบาๆแล้วเอ่ย "เสียใจให้พอ จบจากวันนี้ไปจะได้ไม่เสียใจเรื่องนี้อีก"
          "พี่เอาจอห์นคืนมาได้ไหม เอาจอห์นคืนมาให้ผมได้ไหม อย่าให้เขาไปได้ไหม" เชอร์ล็อคเริ่มร้องไห้สะอื้นและเรีกมายครอฟว่า 'พี่' หลังจากไม่ได้สรรพนามเรียกชื่อนี้มาเกือบ 20 ปี
          "พี่จะเอาเขาคืนกลับมาให้ได้ยังไงเชอร์ล็อค เขาแต่งงานไปแล้วนะ" มายครอฟพูดปลอบอย่างอ่อนโยน "ลืมเขาซะเถอะ"
          "ลืมเขาไม่ได้ ยังลืมไม่ได้" เชอร์ล็อคพูด
          "พี่รู้ว่าน้องพี่ความจำดีและเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องต่างๆได้เลย" มายครอฟลูบศรีษะน้องชายเบาๆ "ถ้าลืมเรื่องเขาไม่ได้ก็ให้จำใหม่ว่าเขาไม่ได้เลือกเรา เขาไม่ได้รักเรานะเชอร์ล็อค"
          "แต่ผมรักเขา....ผมรักเขามาตลอดที่เราอยู่ด้วยกันที่นี่ รักทุกวินาทีที่ได้เห็นหน้าเขา ได้ยินเสียงเขา แต่ทำไมมันเป็นแบบนี้" 
          "มาพูดกับพี่มันจะมีประโยชน์อะไร คนที่ควรจะพูดประโยคนี้ด้วยคือจอห์น คนที่ควรจะได้ยินประโยคนี้คือจอห์น ไม่ใช่พี่"
          "แต่เขาไม่อยู่ฟังแล้ว ไม่อยู่แล้ว" 
         "ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้ อยู่ที่นี่ลำพังไม่ไหว ก็ไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว ย้ายไปอยู่บ้านพี่ที่เคนซิงตันซะ"
          เชอร์ล็อคเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย "ย้ายไปไม่ได้ ถ้าจอห์นมาแล้วไม่เจอใครเขาจะโกรธ"
          มายครอฟใช้นิ้วปาดน้ำตาของน้องชาย "พรุ่งนี้เขาจะไปฮันนีมูนกับภรรยาของเขา เขาจะไม่ได้มาที่นี่ เขาจะไม่โกรธที่ไม่มีใครอยู่" มายครอฟพูด "ไปอยู่บ้านพี่จนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น ลืมเขาได้เมื่อไหร่แล้วค่อยกลับมา"
          "คงไม่มีวันลืมได้"
          "ลืมได้แน่แต่มันอาจจะต้องใช้เวลา ไปอยู่ให้ห่างจากที่ๆเคยมีความทรงจำร่วมกับเขาสักพัก แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น" มายครอฟพูด "เชอร์ล็อคน้องพี่เขาเป็นคนเก่ง และเขาก็เป็นคนดี เขาจะไม่อยู่ที่นี่เพื่อเป็นมือที่สามในชีวิตคู่ของใครใช่ไหม"
          เชอร์ล็อคซุกหน้ากลับไปที่หัวไหล่ของพี่ชายที่เปียกน้ำตา มายครอฟลูบศรีษะน้องชายอย่างปลอบโยน แล้วคุยกับสารวัตรที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ
          "เกร็ก คุณช่วยหยิบกระเป๋านักเรียนของเชอร์ลินมาให้หน่อยนะครับ แล้วก็ชุดนักเรียนซักชุดก็พอ เอาไว้ใส่ไปโรงเรียนพรุ่งนี้"
          "ผมเก็บของที่เหลือให้ได้นะ ขอเวลาซัก 20 นาทีก็เก็บเสร็จแล้ว" เลสเตรดพูด
          "ไม่เป็นไร ของของเชอร์ลินผมจะซื้อให้ใหม่ เอาที่เหลือทิ้งไว้ที่นี่ ส่วนเสื้อผ้าของเชอร์ล็อค ผมจะให้คนมาเอาไปคืนนี้เลย" มายครอฟพูด  แล้วเอ่ยเบาๆกับน้องชาย "พาเชอร์ลินไปรอที่รถ เดี๋ยวพี่จะตามลงไป"
          เชอร์ล็อคคลายแขนจากการกอดพี่ชายแล้วเข้าไปจูงมือลูกสาวที่กำลังมองทุกอย่างด้วยสายตาไม่เข้าใจ 
          "เราจะไปไหนกันคะคุณพ่อ" เชอร์ลินในชุดนอนถาม
          "ไปอยู่บ้านลุงไมค์กันซักระยะนะ" เชอร์ล็อคตอบเสียงเบา
          "แวะกลับไปที่งานแต่งก่อนได้ไหมคะ เชอร์ลินลืมตุ๊กตากระต่ายของอาจอห์นไว้บนเตียงนอน" เชอร์ลินถาม
          "เดี๋ยวลุงจะไปให้คนเอามาให้ วันนี้เชอร์ลินกอดตุ๊กตาที่บ้านลุงไปก่อนนะ ลุงซื้อมาให้ใหม่แล้ว" มายครอฟพูด "ไปรอลุงข้างล่างนะ ลุงขอเก็บของก่อนแปบนึง เดี๋ยวตามลงไป"
          "ได้ค่ะ" เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจแล้วมองคุณพ่อของตัวเองที่มีอาการซึมเศร้าลงแต่ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร
          "ในห้องผมเห็นมีตุ๊กตาหมูที่จอห์นซื้อให้เชอร์ลินเมื่อวันเกิดด้วย เอาตัวนั้นให้หลานไปก่อนดีไหม เชอร์ลินติดตุ๊กตาของจอห์นมากเลยนะ" สารวัตรถามเมื่อสองพ่อลูกเดินลงบันไดไปแล้ว
          "ทิ้งของของจอห์นไว้ที่นี่ รวมไปถึงตุ๊กตาของจอห์นด้วย ผมจะซื้อให้หลานใหม่เอง" มายครอฟพูด
          "มันไม่ใช่เรื่องดี ทำแบบนี้ทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง" 
          "ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการที่น้องชายผมร้องไห้" มายครอฟพูด "เชอร์ล็อคไม่ร้องไห้มาตั้งแต่ 6 ขวบ"
          "เดี๋ยวจอห์นกลับมาเขาก็ปรับความเข้าใจกันได้เอง" เลสเตรดพูด
          "จอห์นทำน้องชายผมร้องไห้ เขาต้องชดใช้กับน้ำตาที่น้องผมเสียไป" 
          ารวัตรหันมามองคู่สนทนา "จอห์นเพื่อนผมนะ อย่าทำอะไรเขา"
          มายครอฟถอนหายใจเบาๆ แล้วยกมือปัดเศษฝุ่นเล็กๆที่หัวไหล่ของสารวัตร "นั่นก็คนที่น้องผมรัก ผมจะไปทำอะไรเขาได้ล่ะเกร็ก ผมแค่อยากให้เขาได้เรียนรู้อะไรบางอย่างบ้างก็เท่านั้นเอง"
          มายครอฟพูดแล้วรับกระเป๋านักเรียนของหลานสาวมาถือไว้เอง ก่อนจะเดินนำสารวัตรเลสเตรดลงบันไดออกจากบ้านเลขที่ 221 บี เบเกอร์สตรีทไป








*****************************

          หา Can't help falling in love เวอร์ชั่นไวโอลินที่โซโล่เดี่ยวแล้วเพราะๆยากมาก อันนี้เพราะที่สุดแล้วค่ะ สมมุติว่ามันถูกบรรเลงในงานแต่งก็แล้วกันนะคะ : )

















******************************

          จะต้องขออภัยแฟนคลับที่ติดตามมาตั้งแต่แรก ที่เนื้อเรื่องมันอาจจะไม่ถูกใจและค่อนข้างผิดคาดสำหรับหลายๆคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ มันเป็นโครงเรื่องที่เราวางไว้ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเขียนตอนที่ 1 ไม่ได้เขียนไปวางไป เราไม่ได้มีเจตนาที่ยืดเนื้อเรื่องออกไปแต่มันเป็นสิ่งที่คิดไว้แต่แรกว่ามันจะเป็นแบบนี้ สิ่งที่ผิดแผนอย่างเดียวของเราคือมันมีจำนวนตอนที่ยาวกว่าที่วางไว้มากๆ นั่นเป็นเพราะบทสนทนาของตัวละครและเหตุการณ์แต่ละตอนจะส่งผลกับอนาคตไปเรื่อยๆ มันเลยดึงเนื้อเรื่องออกไปเพื่อจะได้มีสมเหตุสมผลมากขึ้น ( บทสนทนาของตัวละครบางประโยคมีผลกระทบต่อเรื่องของพี่ไมค์และภาคต่อของแฟนฟิคชุดนี้ด้วย ไม่ใช่แค่กระทบกันเองภายในเรื่อง ) ดังนั้นมันถึงยาวมากขนาดนี้ ( ยาวโดยไม่คาดคิดว่าจะลากมาถึง 30 กว่าตอนได้ยังไง ตอนแรกวางไว้แค่ 20 ) แต่มันจะจบก่อนปีใหม่แน่นอนค่ะ เพราะโครงเรื่องเราวางไว้จนจบเรื่องอยู่แล้ว เรารู้ว่ามันจะจบเมื่อไหร่ จบยังไง นี่เป็นสาเหตุที่เราไม่ได้ดองแฟนฟิคทั้ง 2 เรื่องและเขียนอย่างต่อเนื่องมาตลอดเพราะเราไม่ได้วางพล็อตใหม่ เราเขียนตามพล็อตที่มีอยู่ บางทีไปเจอไปเจออะไรน่ารักๆมาแต่เอามาแทรกกลางระหว่างเรื่องนี้และเรื่องพี่ไมค์ไม่ได้ก็จะจับโยนลงไปในหมวด Short Fic เอาไว้ให้ทุกคนอ่านตอนสั้นๆแบบน่ารักๆ ไว้แก้เฉาจากตอนหลักบ้าง อย่าลืมแวะไปทักทายทาง Short Fic บ้างนะคะ หากใครเริ่มเบื่อโทนเรื่องแนวหม่นๆ เศร้าๆนี้บ้างแล้ว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #322 CAKEZEBEBE (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 15:23
    ร้องไห้ไม่หยุดเลย นี่แบบเหมือนตาเบลอน้ำตา อ่านแทบไม่รู้เรื่อง ฮืออออ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชื่นชมคนแต่งมากค่ะ
    #322
    0
  2. #285 heechulnarak (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:59
    น้ำตาไหลออกมาตามนางเลยอะ เจ็บปวดไปกับนางเลย
    #285
    0
  3. #147 mreenachx (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 22:48
    ขออนุญาตเม้นต์รวบตอนเดียวเลยนะคะ แง้ คือพึ่งจะมาเจอ แล้วก็พึ่งจะตัดสินใจอ่าน แล้วทีนี้ก็ติด แล้วก็อ่านยาวเพลินเลย ไม่ได้เม้นต์ในตอนย่อย ฮือ ;_; ฟิคดีจังเลยค่ะ มีอะไรที่อยากจะพิมพ์ออกมาเยอะมาก จะพยายามเรียบเรียงให้ไรเตอร์อ่านแล้วรู้เรื่องที่สุดนะคะ #จะเข้าเรื่องได้ยัง! ????????????????

    คือจะเริ่มต้นยังไงดี แง ชอบทุกอย่างในเรื่องเลยค่ะ ตัวละคร การดำเนินเรื่อง รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วเหมือนได้เข้าไปเป็นส่วนนึงในฟิคเรื่องนี้เลย อ่านไปแล้วก็รักเด็กหญิงเชอร์ลินไปด้วย รักทุก ๆ ตัวละคร คือดูมีเหตุมีผลในตัวเอง จะใช้คำพูดยังไงดี คือดูเป็นฟิคที่ไม่งี่เง่า(?) ทุกคนก็ยังดูเป็นตัวละครที่อยู่ในเชอร์ล็อค มันไม่หลุดจากที่เห็นไปเท่าไรค่ะ คือดีมากจริง ๆ เราชอบมากกกกกค่ะ *ปาหัวใจ*

    เราไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาบรรยายความเป็นเชอร์ล็อคจริง ๆ 55555555 อ่านไปก็หมั่นไส้ไป พอตอนหลัง ๆ ก็เริ่มสงสารด้วย ด้วยความที่เชอร์ล็อคก็คือเชอร์ล็อค การกระทำแต่ละอย่างมันก็บ่งบอกความเป็นเชอร์ล็อคจริง ๆ อะ เหมือนในซีรีส์เลย เราชอบตอนเชอร์ล็อคอยู่กับเชอร์ลินมาก ถึงจะแพ้ลูกสาว แต่เราก็รู้สึกว่าก็ยังเป็นเหมือนเดิมนะ ก็ยังทำอะไรในแบบของตัวเอง และไม่ค่อยเข้าใจความเป็นมนุษย์ปกติแบบที่คนอื่นเขาเป็นกัน ???????? แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เปลี่ยนแปลงเลย เรามองว่าถึงจะดูเป็นคนที่ 'ไม่เข้าใจความเป็นปกติของมนุษย์' แต่อย่างน้อยเชอร์ลินก็เข้ามาทำให้เชอร์ล็อค 'สนใจความเป็นปกติของมนุษย์' มากขึ้นอะ คือตัวเองก็ยังเป็นแบบเดิมนะ แต่ก็สนใจลูก เข้าใจลูก รักลูก และพยายามหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้อะ เป็นความรู้สึกที่แบบ เนี่ย เชอร์ล็อครักเชอร์ลินมาก และทำให้เชอร์ลินได้เท่าที่ตัวเองจะทำได้มากที่สุด รู้สึกถึงความเป็นพ่อจริง ๆ เราอ่านไปแล้วเราเชื่ออะ ว่าเชอร์ล็อครักเชอร์ลินมาก ๆ อ่านแล้วเราก็รักไปด้วย ????

    หนูเชอร์ลินน่ารักมากกกกกก เป็นเด็กที่ฉลาดแล้วก็เข้มแข็งมาก ๆ ชอบเวลาที่เรียกคุณพ่อคะ คุณพ่อขา อาจอห์นคะ อย่างนั้นอย่างนี้ น่ารักมาก ๆ ตอนที่เชอร์ล็อคพาเชอร์ลินไปหาคุณแม่ อ่านไปก็แอบน้ำตาซึมเบา ๆ ;___; สงสารเชอร์ลิน แต่เชอร์ลินก็เข้มแข็งมาก แล้วสุดท้ายจากที่ไม่พูด ก็ยอมพูด ทีนี้พูดเก่งเลย ขี้อ้อนด้วย แล้วทุกคนก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับเชอร์ลิน เอาจริง ๆ ไม่รู้จะอิจฉาใครดี ระหว่างเชอร์ลินที่ได้มาอยู่กับครอบครัวที่ดีมาก ๆ (ถึงจะแปลกกันไปสักหน่อย?) หรือจะอิจฉาตระกูลโฮมส์ที่มีหลานสาวน่ารักแบบเชอร์ลิน????

    ส่วนเชอร์ล็อคกับจอห์น เหมือนถอดออกมาจากซีรีส์เป๊ะ ๆ เลยค่ะ แบบเราอ่านไปแล้วเห็นภาพเลย ดีงามมาก555555 แบบไม่หลุดออกนอกกรอบเกินไป อยู่ในความพอดีหมดเลยค่ะ จอห์นก็ยังเป็นจอห์น ที่อดทนกับเชอร์ล็อคมาก ๆ ???? ต้องดูแลเชอร์ล็อค แล้วก็ต้องดูแลเชอร์ลินด้วย คงจะเหนื่อยมากกกกก แต่เราว่าจอห์นก็คงจะเต็มใจทำให้ด้วย เพราะถึงจะเหนื่อย แต่ก็ดูมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ตลอดอะ แม้แต่ตอนที่เชอร์ล็อคหายไปแล้วกลับมา แล้วจอห์นก็มีแมรี่อยู่แล้ว แต่ก็ยังมาดูแลเชอร์ลินอีก รีบมาตอนเช้าทำอะไรให้เชอร์ลิน คืออยากดูแลหลานทั้งที่ตัวเองก็ทำงานหนักแถมมีครอบครัว มีคนรักที่ต้องดูแลอยู่แล้วอะ แต่ก็ยังให้เชอร์ลินเป็นที่หนึ่ง ยังเลือกที่จะมาดูแลเชอร์ลิน ถึงจะต้องเดินทางไปกลับทุกวัน เอาจริง ๆ เราคิดว่าจอห์นก็คงจะยังทำอะไรเหมือนเดิม ต่อให้แต่งงานไปแล้ว แต่เชอร์ล็อคกับเชอร์ลินก็ยังเป็นส่วนนึงที่สำคัญมาก ๆ ในชีวิตอะ ไม่แน่อาจจะสำคัญกว่าแมรี่ด้วยก็ได้ #เดี๋ยวสิ! ????

    เราชอบการดำเนินเรื่องมากกกกก เราว่าไม่มีใครในเรื่องถูกลืมเลยค่ะ แม้จะออกมาน้อย แต่เราว่าทุกคนสำคัญนะ มีส่วนในการดำเนินเรื่องทั้งหมด เชอร์ล็อค จอห์น เชอร์ลิน พี่ไมค์ เกร็ก คุณนายฮัตสัน มอลลี่ มอริอาตี้ แม้แต่แมรี่ที่พึ่งมาก็มีส่วนในการดำเนินเรื่อง หรือซาร่าที่เดตกับจอห์น ก็เป็นส่วนที่ทำให้ต้องไปต่อ เราชอบที่ไรเตอร์เขียนให้ตัวละครไม่ถูกทิ้งไปแบบไม่มีเหตุผลอะ คือดีมากจริง ๆ เก็บรายละเอียดดีมาก ดำเนินเรื่องส่วนของการสืบสวนไปพร้อม ๆ กับประเด็นของตัวละครแต่ละตัวได้แบบลงตัว อ่านแล้วไม่คิ้วกระตุกค่ะ อ่านเพลินมากกกก ปรบมือให้เลยค่ะ ????????????

    นอกจากตัวละครหลัก ๆ กับเนื้อเรื่องหลัก ๆ ของเชอร์ล็อค เชอร์ลิน จอห์นแล้ว เราชอบตอนเชอร์ล็อคอยู่กับพี่ไมค์ กับครอบครัวมากกก ตอนที่พาเชอร์ลินไปฉลองวันเกิดที่บ้าน เรารู้สึกว่าเป็นบ้าน เป็นครอบครัวจริง ๆ แบบบ โง่ยยย ทำไมอบอุ่นมากกกกก แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนเชอร์ล็อคกับพี่ไมค์โดนใช้ไปล้างจาน เราตลกตอนเถียงกัน คือหยุดขำไม่ได้ 5555555 แล้วก็ตอนบอกจะให้เชอร์ลินใส่สูท จะได้มาเป็นพวกตัวเองคือแบบ พวกบ้าาาาา เชอร์ลินพึ่งจะห้าขวบเองนะ แล้วก็แบบนะ..ให้น้องเป็นเด็กปกติเถอะ5555555555

    เรื่องคดี เอาจริง ๆ เราสงสัยว่าทำไมเชอร์ลินถึงยอมให้เชอร์ล็อคเข้าหาคนเดียว ตอนที่ไปเจอน้องวันที่แม่น้องตาย ตอนที่น้องออกไปตามแมว คือพอบอกว่าเป็นเชอร์ล็อค น้องก็ยอมออกมา น้องไม่ได้ออกมาเพราะจำได้ว่านี่คือคุณพ่อนะ แต่น้องออกมาเพราะเชอร์ล็อคพูดว่านี่เชอร์ล็อคไง แต่ก็ไม่แน่เพราะอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ เพราะมอริอาตี้ก็ไม่อยู่แล้ว แต่เราก็แค่สงสัยค่ะ แง้555555555

    เราจะเม้นต์อะไรอีก เรียบเรียงไม่ถูกค่ะ แงงงงง ???? ขอบ่นเชอร์ล็อคหน่อย เชอร์ล็อคบื้อมากกกกก ซื่อบื้อจริง ๆ เราว่าจอห์นก็รู้สึกแบบเชอร์ล็อคนั่นแหละ คิดว่านะคะ (เข้าข้างตัวเองสุด ????) แต่เพราะนั่นคือเชอร์ล็อค ถ้าเราเป็นจอห์นเราก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าเชอร์ล็อคคิดอะไรอยู่ เพราะที่เชอร์ล็อคพูดและทำแต่ละอย่างมันซื่อตรงแบบที่คนปกติเขาไม่ค่อยเป็นอะ คือคนเรามันก็ต้องมีกึ๋นนิดนึงมั้ย ไม่ใช่คิดอะไรก็พูดหมดแบบเชอร์ล็อคอะ จะใช้คำพูดยังไงดี555555555 คือมันกลายเป็นว่าเหมือนความรู้สึกพิเศษที่ทำธรรมดา แบบไม่ใช่ในทางนั้นอะ ทั้งที่เชอร์ล็อคทำก็เพราะรักจอห์น ทำอะไร พูดอะไรก็ซื่อสัตย์กับตัวเอง แต่ไม่ได้พูดตรง ๆ แล้วจอห์นก็เป็นคนเข้าใจยาก เพราะตอนที่เชอร์ล็อคพูดตอนพาไปบ้านจอห์นก็ไม่เข้าใจอะ 5555555 เราว่าสองคนนี้ใจตรงกันนะ แต่เข้าใจอะไรไม่เหมือนกัน จอห์นจะเขินเชอร์ล็อคทำไม ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย แต่เพราะเชอร์ล็อคไม่ชัดเจนนั่นแหละ ก็เลยเป็นแบบนี้ เชอร์ล็อคเองก็กลัวด้วยว่าจอห์นจะไม่คิดเหมือนกัน เพราะจอห์นเดตแต่กับผู้หญิงมาตลอด แถมชอบปฏิเสธเรื่องตัวเองกับเชอร์ล็อคด้วย เอาเป็นว่าอาจจะบื้อพอกันทั้งคู่แหละมั้งคะ เข้าใจยากจริง ๆ 555555555

    เราสงสารเชอร์ล็อคนะ ในแง่ของความรู้สึกเราสงสารเชอร์ล็อค แต่เราก็เข้าใจจอห์นด้วย สองปี หายไป คิดว่าตายไปแล้วอะ ทุกคนก็ต้องเดินต่อกันทั้งนั้น จะมาย่ำอยู่กับที่คงไม่ใช่ เชอร์ล็อคกลับมาช้าไปจริง ๆ สงสารเชอร์ล็อคตอนที่ไปเล่นไวโอลินให้ อ่านแล้วจุกอะ ถ้าเป็นเราเราคงทำไม่ได้ ใจเราคงพังตั้งแต่รู้ว่าเขาจะแต่งงานละ แต่เชอร์ล็อคเข้มแข็งมากเลย ฮือ สงสาร หนีไปอยู่กับเชอร์ลินก่อนละกันเนอะ ;____;

    เราว่าเราควรจบก่อนจะยาวไปมากกว่านี้ ???? บอกอีกทีว่าเราชอบมากกกกกจริง ๆ ค่ะ <3 จริง ๆ ใช้เวลาตัดสินใจอยู่สองวันเลยว่าจะอ่านดีมั้ย เพราะเป็นฟิคยาวและยังอัพไม่จบด้วย ปกติเราจะอ่านแต่ฟิคสั้น จบในตอนให้ความรู้สึกจบไปในตอนเดียวเลยไม่ต้องรอตอนต่อไป แต่สุดท้ายก็แพ้ใจ(?)ตัวเอง กดเข้ามาอ่าน เพลินเลย อ่านรวดเดียวไม่สะดุด มาสะดุดก็ตอนล่าสุดนี่แหละค่ะ... ???????????????? จะรอไรต์มาต่อนะคะ ว่าง ๆ จะแวะไปอ่านอีกคู่ก่อน >< ขอบคุณสำหรับฟิคดี ๆ นะคะ เป็นกำลังใจผลิตฟิคออกมาอีกเยอะ ๆ เลยค่ะ จุ๊บบบ ???
    #147
    2
    • #147-2 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      12 พฤศจิกายน 2559 / 23:42
      กรี๊ดดดดดดดดดดด ยาวมากกกกก รักกกกกกกกก
      #147-2
  4. #146 pick-17 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 18:04
    ขอระบายนิดนึงนะ ถ้าขัดความเห็นใครก็ขออภัยด้วย

    รู้สึกสมน้ำหน้าเชอร์ล็อก บอกเค้าซักนิดเค้าก็รอแกกลับมาอยู่แล้ว นี่บอกไร ลาก่อน แล้วกลับมาหลังผ่านไปสองปี แหมๆ ใช้สมองอันชาญฉลาดคิดสักหน่อยนะ รู้อยู่ว่าทำเพื่อจอร์น แต่คนรอมันก็เจ็บปะวะ มันทรมานโคตรเลยที่ต้องรออย่างไม่รู้ว่าจะกลับมาไหม มนุษย์เราต้องการคนที่อยู่เคียงข้างเวลาทุกข์นะ คนที่ไว้ใจคนที่เราสามารถพึ่งพาเค้าได้อ่ะ แต่เราก็อยากให้ทั้งสองคนคู่กันแต่มันก็อดสมน้ำหน้าไม่ได้จริงๆ เค จบนะ :)

    #อินจัดอย่างรุนแรง
    ขออภัยอีกครั้งถ้าความเห็นนี้ไม่ตรงกับคุณ
    #146
    2
    • #146-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      12 พฤศจิกายน 2559 / 20:44
      ทำไมอิน กลัวแล้วววว T.T
      #146-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #145 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 13:58
    เรื่องมันเศร้า
    #145
    0
  6. #135 [[ SS ]] (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:00
    กริ๊ดดดดดดดดด ดองไว้นานมาก กลับมาอ่านอีกที ทำไมมันดราม่าน้ำตาแตกอย่างงี้หละคะ ฮืออออออออออ สงสารเชอร์ล็อค สงสารจอห์น T^T ปล. พึ่งเห็นว่าไรท์เปิดเรื่องของพี่ไมค์กับสารวัตรด้วย กริ๊ดดดด /ตามไปอย่างอย่างว่องไว ดองไว้นานมากจริงๆค่ะ 5555
    #135
    1
    • #135-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:07
      ดองนานเกินไปแล้วววว 555555
      #135-1
  7. #134 super_MN (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 23:32
    ติดตามเรื่องนี้มาสักพักแล้วค่ะ ชอบมากๆ สู้ๆนะคะ จะติดตามอีกเรื่อยๆเลยค่ะ (^^)
    #134
    1
    • #134-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:07
      ขอบคุณนะค๊าา : )
      #134-1
  8. #128 atomic_no1 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 14:36
    ปกติเราไม่ค่อยอินกับแฟนฟิคนะคะ แต่เรื่องนี้เราตามตลอด อินมากเลย สนุกมากจริงๆ

    ตัวละครเรื่องนี้ เรากลับชอบพี่ไมค์มากที่สุด หยิกมันเป็นพวกไม่ค่อยแสดงออกด้วยว่ารักพี่ รักคนอื่น พออ่อนแอมา แล้วมาเจอพี่ปลอบงี้ เรานี่น้ำตาไหลกลางร้านกาแฟเลย

    สู้ๆ ค่ะ เราชอบเรื่องนี้มาก ทุกอย่างสมเหตุสมผล ไม่หลุดคาแรกเตอร์ ยิ่งทางฝั่งพี่ไมค์นะ มันต้องอย่างนี้แหละ ถึงจะสมเป็น M แห่ง MI5 (ถ้าจำไม่ผิดพี่ไมค์น่าจะอยู่ MI5 นะคะ) หน่อย

    สู้ๆ ค่ะ เราตามอ่านอยู่เน้อ
    #128
    1
    • #128-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:10
      เราก็ทีมพี่ไมค์ 5555555 ในซีรี่ส์พี่ไมค์น่าจะ MI5 ( ดูแลงานในประเทศ ) แต่พี่ไมค์ของเราดูแลงานนอกประเทศเลยเป็น MI6 น้าา
      #128-1
  9. #127 Mojito* (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 12:04
    ฮืออออ สงสารพี่เหนียง พี่เหนียงร้องไห้ ;__; แต่พี่จิ๋วคะ ถ้าจะไม่อยากให้เพลงของเราเล่นในงานแต่งขนาดนี้ จะย้ำขนาดนี้ เปลี่ยนตัวเจ้าสาวค่ะ พี่เป็นเจ้าสาวแล้วให้พี่เหนียงเป็นเจ้าบ่าว ทุกอย่างจบค่ะ! ทุกฝ่ายแฮปเพร่~!

    แต่งานนี้พี่ไมค์ออกโรงล๊าว งานนี้ต้องมีคดีพลิกแน่นอนนนนน
    #127
    1
    • #127-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:11
      สรุปปรี๊ไมค์คือพระเอกกกก
      #127-1
  10. #126 Junior Prince LP (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 12:02
    ฮืออ อยากเข้าไปกอดปลอบหนูเชอร์ T T ไม่เป็นไรนะลูกนะ (เอ่เรากลายเป็นแม่เฉย)
    #126
    1
    • #126-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:11
      หนูเชอร์งอแงเป็นเด็ก
      #126-1
  11. #125 ddowphotos (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 11:53
    มาม่ามาครบ1แพ็คถ้วน สงสารเชอร์ลค่ะ T ___ T เพลงประกอบนี่ฟังแล้วปวดใจ น้ำตาพรากไปอีกค่ะ แงงงง งานนี้พี่ไมค์จะทำยังไงตอไป



    คุณหมอ ... เพลงของเรา งั้นหรอคะ ; ___ ; แล้วให้ตาเชอร์ลมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว มันทำร้ายจิตใจเชอร์ลเหมือนกันนะ ฟฟฟหกหกฟหฟหกฟหกฟหกหกกฟกฟหกหฟ



    เป็นตอนที่ร้องไห้แรงมาก แม่คะ คู่นี้เขาจะแฮปปี้มั้ยคะ



    #เตรียมส่งยาดมให้ไรท์เตอร์
    #125
    1
    • #125-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:12
      แม่ก็ไม่รู้ แต่ส่งมาม่ามาให้แม่ที 555555
      #125-1
  12. #124 stctmee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 11:53
    เรื่องนี้มันสอนให้เชอร์ล็อครู้ว่าเวลาสำคัญเหมือนที่พี่ไมค์บอก คงต้องรอดูว่าพี่ไมค์จะช่วยน้องชายยังไง เเต่ว่าตอนนี้น้ำตาไหลกับประโยคขอร้องของเชอร์ล เหมือนอะไรที่เสียไปเเล้วมันก็ไม่มีวันได้คืน เเต่คราวนี้ขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง ขอให้เค้าทั้งสองคนได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
    #124
    1
    • #124-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:15
      ต้องขอให้พี่ไมค์ช่วยแล้ว
      #124-1
  13. #123 ช็อกโกแล็ต_ชิพ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 11:44
    อ่านแล้วน้ำตาใหลเลยค่ะ เชอล็อค สู้ๆ t^t
    #123
    1
    • #123-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:13
      เชอร์ลสู้ๆ
      #123-1
  14. #122 CokTel (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 09:43
    เป็นนิยายอีกเรื่องที่อ่านเเล้วน้ำตาไหล
    #122
    1
    • #122-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 36)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 00:13
      คนเขียนก็น้ำตาจะไหล
      #122-1