[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 35 : Unspoken ตอนที่ 33 : Can't Help Falling In Love

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 826
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    5 พ.ย. 59

          ชีวิตประจำวันของทุกคนเปลี่ยนไปเมื่อเชอร์ล็อค โฮมส์กลับมาหลังหายไปร่วมสองปี เมื่อสองปีก่อนทุกคนต้องหัดเริ่มใช้ชีวิตที่ไม่มีเชอร์ล็อค ........ แต่พอมาวันนี้ทุกคนต้องหัดเริ่มต้นชีวิตกันใหม่อีกครั้งนั่นคือชีวิตที่ไม่มี 'จอห์น วัตสัน'
          จอห์น วัตสันกลายเป็นอดีตเพื่อนร่วมแฟลตของเชอร์ล็อคไปแล้วเมื่อเขาประกาศว่าเขาจะแต่งงานกับแมร์รี่ มอร์สแตน อดีตผู้ช่วยนักจิตวิทยาที่คบหากันมา 6 เดือน จอห์นและแมร์รี่พบกันเมื่อครั้งที่จอห์นพาเชอร์ลินไปฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังเชอร์ล็อคจากไป แมร์รี่เป็นผู้ช่วยนักจิตวิยาอยู่ที่นั่นและทั้งสองก็เริ่มคบหาดูใจกันหลังจากเชอร์ลินหายป่วย และในที่สุดจอห์นก็ขอแมร์รี่แต่งงาน ก่อนเชอร์ล็อค โฮมส์จะกลับมาเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น
          เชอร์ล็อครับไม่ได้ที่จอห์นจะแต่งงานแต่เขาไม่อาจจะห้ามอะไรจอห์นได้เลย ในเมื่อตัวเชอร์ล็อคเป็นคนทำให้จอห์นเสียใจจนเสียศูนย์และแมร์รี่เป็นผู้ดึงจอห์นออกจากความเศร้าและทำให้จอห์นได้เริ่มนับ 1 ใหม่อีกครั้ง เชอร์ล็อคต้องทำใจยอมรับในสิ่งนี้เมื่อจอห์นยืนยันที่จะแต่งงานกับคนที่ช่วยชีวิตตัวเองและช่วยชีวิตเชอร์ลินเอาไว้
          เมื่อมีเจ้าบ่าว เจ้าสาว งานแต่งงานก็ต้องมีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาว เชอร์ล็อคผู้เป็น 'เพื่อนสนิทที่สุด' ของจอห์นจึงรับหน้าที่นี้ไป ..... หน้าที่ที่สำคัญ....หน้าที่ที่จะยืนเคียงข้างจอห์นผู้เป็นเจ้าบ่าวในงานแต่งงานซึ่งเจ้าสาวก็คือแมร์รี่....
          บ้านเลขที่ 221 บี เบเกอร์สตรีทกลายเป็นสถานที่จัดเตรียมงานแต่งงานเพราะเพื่อนเจ้าบ่าวผู้เอาแต่ใจไม่ยอมไปบ้านใหม่ของจอห์นที่จอห์นและแมร์รี่ซื้อไว้เพื่อใช้เป็นเรือนหอ เชอร์ล็อคไม่เคยไปบ้านนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะเขาไม่อยากเห็นข้าวของของจอห์น ของใช้ของจอห์น เสื้อผ้าของจอห์นถูกวาง ถูกเก็บไว้เคียงข้างของๆคนอื่นไม่ใช่วางเคียงข้างของๆเขาอย่างที่แล้วมา
          ...เขารับไม่ได้ถ้าจะเดินเข้าไปในห้องน้ำของบ้านหลังนั้นแล้วเจอแปรงสีฟันของจอห์นถูกเก็บอยู่ในแก้วเคียงข้างแปรงสีฟันของแมร์รี่
          ...เขารับไม่ได้ที่เดินออกไปหลังบ้านแล้วเห็นเสื้อผ้าของจอห์นถูกแขวนอยู่ใกล้ๆเสื้อผ้าลายดอกไม้สีสันน่ารักสดใสของแมร์รี่
          ...เขารับไม่ได้หากต้องเดินผ่านห้องนอนที่จอห์นใช้นอนร่วมกับคนอื่น นอนกอดก่ายกันอย่างมีความสุขบนเตียงในห้องนอนนั้น
          ....เขาทำใจเห็นภาพเหล่านั้นไม่ได้จริงๆ....


          ห้องรับแขกชั้นสองของบ้านเลขที่ 221บี ถูกจัดให้เป็นสถานที่จัดเตรียมงานแต่งของจอห์น โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่เชอร์ล็อคและจอห์นเคยใช้อ่านหนังสือและใช้ทำงานด้วยกันถูกจัดเป็นสถานที่หลักในการเตรียมงาน ตรงกลางโต๊ะเป็นโมเดลจำลองภาพกว้างๆของงานแต่ง ซุ้มดอกไม้ควรอยู่ตรงไหน โต๊ะของแขกควรอยู่ตรงไหน แท่นพิธีควรตกแต่งอย่างไร ในโมเดลนี่จะมีระบุไว้ทุกอย่าง ด้านข้างโมเดลเป็นการ์ดแต่งงานที่ถูกพิมพ์และจ่าหน้าถึงแขกเรียบร้อยพร้อมส่ง ชื่อที่เขียนอยู่ที่หน้าซองทุกใบถูกเขียนด้วยมือของเชอร์ล็อคเองเพราะเขามีลายมือที่สวยและเป็นระเบียบไม่ต่างจากการพิมพ์ออกมาจากคอมพิวเตอร์ ข้างการ์ดเหล่านั้นก็เป็นแฟ้มภาพดอกไม้ที่จะใช้ในงานแต่ง แฟ้มเสื้อผ้าของเพื่อนเจ้าสาว และแฟ้มภาพชุดเจ้าสาวและชุดเจ้าบ่าว
          ....จอห์นกับแมร์รี่พึ่งเลือกชุดแต่งงานด้วยกันเมื่อไม่นานมานี้
          เชอร์ล็อค โฮมส์ที่ยืนอยู่ตามลำพังในห้องรับแขกเดินมาหยุดที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ตัวนั้น เขายื่นมือไปเปิดแฟ้มชุดแต่งงานของทั้งสองคน เขาไม่ได้ใส่ใจชุดแต่งงานของแมร์รี่เลย เธอจะใส่อะไรมันก็เรื่องของเธอ แต่เชอร์ล็อคเปิดไปที่หน้าของชุดเจ้าบ่าวที่จอห์นเป็นคนเลือก....ชุดเสื้อเชิร์ตสีขาว เนคไทด์สีทองคลุมทับด้วยสูทที่จอห์นเป็นคนเลือก....เขาได้เห็นชุดนี้ของจริงมาแล้วเพราะเขากับจอห์นไปเลือกชุดนี้ด้วยกันมา จอห์นใส่ชุดนั้นออกมาได้ดูดีมาก และก็จะยิ่งดูดีมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อใส่มันในวันที่จอห์นจะมีความสุขที่สุดในชีวิตอย่างวันแต่งงาน
          เชอร์ล็อคปิดแฟ้มนั้นและหยิบการ์ดแต่งงานขึ้นมาดู ในการ์ดแต่งงานระบุวันที่และสถานที่จัดงานไว้อย่างละเอียด ตรงกลางเป็นชื่อของเจ้าบ่าว เจ้าสาว 
          "ด็อกเตอร์จอห์น เฮมิช วัตสัน" เชอร์ล็อคอ่านชื่อเจ้าบ่าวขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบา.....แขกที่ได้รับการ์ดเชิญแต่งงานเหล่านี้ช่างน่าอิจฉา พวกเขารู้ชื่อ 'เฮมิช' ซึ่งเป็นชื่อกลางของจอห์นได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลย ต่างจากเขา....เขาสงสัยมานานว่าชื่อกลางของจอห์นอย่างตัว 'H' นี่ย่อมาจากอะไร ถามกี่ครั้งๆจอห์นก็ไม่บอก จนเชอร์ล็อคต้องไปแอบค้นใบเกิดของจอห์นที่อยู่ในห้องนอนออกมาอ่านเองจึงได้รู้ว่าตัว H นั้นมาจากคำว่า 'Hamish' และยิ่งไปกว่านั้นเขาก็รู้ว่าเฮมิชนี่คือชื่อคุณพ่อของจอห์นนั่นเอง
          ....นี่เขารู้ชื่อคุณพ่อของจอห์นด้วยนะ...

          เชอร์ล็อคล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูทและหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกมาแล้วเปิดออก แหวนแต่งงานที่มีเพชรเม็ดเล็กๆเรียงกันเป็นรูปหัวใจส่องแสงสว่างแวววาวอยู่ในกล่องนั้น แหวนวงนี้จอห์นไปเลือกมาจากที่ร้านเพชรของมายครอฟ โฮมส์ และมายครอฟก็ลดราคาเป็นพิเศษให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของจอห์นเพราะเขาคงไม่อาจไปร่วมงานแต่งงานได้เนื่องจากติดภารกิจที่ต้องไปทำพอดี
          เขาไม่รู้และไม่เคยใส่ใจมาก่อนว่างานแต่งงานจะเป็นยังไง เขาไม่แคร์งานสังคมอะไรพวกนี้มาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกและคงเป็นครั้งเดียวที่เขาจะใส่ใจในงานแต่งงาน เขาได้รับเกียรติจากจอห์นให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว.....เพื่อนเจ้าบ่าวมีหน้าที่จริงๆคืออะไรก็ไม่รู้ นอกจากช่วยเตรียมงานแต่งแล้วยังต้องทำอะไรอีก? เขาไม่เคยใส่ใจมันเลยจนกระทั่งจอห์นส่งแหวนวงนี้มาให้เขา
          หน้าที่ของเพื่อนเจ้าบ่าวที่มีมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อนมีหน้าที่สำคัญที่สุดต่อเจ้าบ่าว....หน้าที่นั้นคือการเก็บรักษาแหวนแต่งงานของเจ้าบ่าวเอาไว้จนกระทั่งวันงาน และยืนเคียงข้างเจ้าบ่าว คอยส่งแหวนแต่งงานให้ เพื่อให้เจ้าบ่าวสวมแหวนวงนี้แก่เจ้าสาวที่รัก
          เชอร์ล็อคเก็บรักษาแหวนแต่งงานของจอห์นเอาไว้จนกระทั่งวันงาน และยืนเคียงข้างจอห์น คอยส่งแหวนแต่งงานให้ เพื่อให้จอห์นสวมแหวนวงนี้แก่แมร์รี่ผู้เป็นที่รัก
          หน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวคงเป็นหน้าที่ผู้พิทักษ์ ผู้ปกป้องให้เจ้าบ่าวปลอดภัย รวมไปถึงดูแลรักษาปกป้องแหวนแต่งงานวงนี้ไว้ด้วยเช่นกัน
          เขาเคยสัญญากับจอห์นไว้ว่าจอห์นกับเชอร์ลินจะปลอดภัย เขาไม่เคยผิดสัญญานั้นสักครั้งเดียว เขาเป็นผู้พิทักษ์ฟของจอห์นและเชอร์ลิน.....เขาจะทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ของเจ้าบ่าวในงานแต่งอย่างจอห์น วัตสันให้ดีที่สุด ..... เขาจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ดีที่สุดเท่าที่ 'เพื่อนสนิท' แบบเขาจะทำได้
          เชอร์ล็อคมองแหวนเพชรในมือด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนจะปิดฝากำมะหยี่สีดำแล้วเก็บมันเข้าไปในสูทของตนเองเช่นเดิม



          "ถ้าจะมาหาเชอร์ลิน ต้องไปหาที่ร้านเค้กแถวๆเมย์แฟร์" เชอร์ล็อคพูดกับใครบางคนที่พึ่งขึ้นบันไดมายังห้องรับแขกโดยที่เขาไม่ต้องหันไปมองด้วยซ้ำว่าคนนั้นเป็นใคร .... เสียงฝีเท้า กลิ่นน้ำหอม เสียงกรุ๊งกริ๊งของพวงกุญแจ .... ทุกสัมผัสของคนๆนี้เขาจำได้ดี เพราะเคยใช้ชีวิตร่วมกันมาถึง 4 ปีเต็ม
          จอห์น วัตสันหันมองรอบตัวและพบว่าทั้งชั้นไม่มีใคร เชอร์ล็อคคงกำลังคุยกับเขาใช่ไหม?
          "ชั้นกำลังคุยกับนาย" เชอร์ล็อคเฉลย "ถ้าจะมาหาเชอร์ลินก็โทรถามเลสเตรดเอาแล้วกันเพราะมายครอฟมารับสองคนนั้นไปกินเค้ก"
          "ทำไมถึงคิดว่าชั้นจะมาหาเชอร์ลินเท่านั้น" จอห์นถาม
          เชอร์ล็อคถอนหายใจเบาๆ "เพราะนอกจากเชอร์ลินแล้วชั้นก็ไม่รู้ว่านายจะมาที่นี่ทำไม"
          จอห์นเดินเข้ามาในห้องรับแขกแล้วนั่งลงที่โซฟานวมตัวโปรดของตนเอง "ก็มาทำงานกับนาย มานั่งพิมพ์บล็อคที่นี่ มานั่งฟังนายบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่นี่" จอห์นพูด "มันก็เป็นเรื่องปกติ"
          "มันไม่ใช่เรื่องปกติ" เชอร์ล็อคยังคงหันหลังคุย "อีกหน่อยนายก็จะมาที่นี่ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นนายก็ควรให้ชั้นได้ปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้"
          "ทำไมชั้นจะมาที่นี่ไม่ได้"
          "การแต่งงานมันเปลี่ยนทุกอย่าง"
          "มันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไป ทุกอย่างยังเหมือนเดิม" จอห์นตอบ "ชั้นจะมาปลุกเชอร์ลินเหมือนเดิม มาทำอาหาร มารับเชอร์ลินไปโรงเรียน เสร็จแล้วก็จะไปไขคดีกับนาย ตอนเย็นเราก็จะไปรับเชอร์ลินด้วยกัน กลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน นั่งดูการ์ตูนกับเชอร์ลินด้วยกัน ... ทุกอย่างมันจะเหมือนเดิม"
          "แล้วนายจะเอาเวลามาแบ่งให้ภรรยาของนายตรงไหน" เชอร์ล็อคถาม "ชั้นลืมไป...มีเวลาทั้งคืนอยู่แล้ว"
          "แมร์รี่เธอเข้าใจดี หากนายลองเปิดใจนายจะรู้ว่าความจริงแล้วเธอเป็นคนน่ารัก ถ้าเราจะไปไขคดีกัน แมร์รี่ก็ยินดีที่จะรับฝากเชอร์ลินไว้ให้ สองคนนั้นเข้ากันได้ดีนะ"
          "ชั้นไม่ให้ใครยุ่งกับลูกสาวของชั้นถ้าชั้นไม่อนุญาต" เชอร์ล็อคพูดแล้วหันมาหาคู่สนทนาที่นั่งอยู่บนโซฟา
          จอห์นกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวนี้แล้ว มันเหมือนเดิม....แต่อันที่จริงมันไม่เหมือนเดิม นี่ไม่ใช่จอห์นของเขาอีกแล้ว จอห์นกำลังจะแต่งงาน
          "นายผอมลงนะ" จอห์นพูดเหมือนเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ "คุณนายฮัตสันทำอาหารไม่อร่อยใช่มั้ย เดี๋ยวชั้นจะทำมาให้นายทุกวันเลยก็แล้วกัน"
          "ไม่ต้อง" เชอร์ล็อคปฏิเสธ แล้วมองสำรวจเพื่อนของตนอย่างรวดเร็ว "เสียเวลา"
          "ห้ะ?" จอห์นขมวดคิ้ว "อะไรคือเสียเวลา"
          "การไปหัดเรียนเต้นรำของนายมันเสียเวลา" เชอร์ล็อคตอบ
          จอห์นก้มมองตัวเองอย่างสำรวจ นี่อีกฝ่ายมองตรงไหนถึงรู้ว่าเขาไปหัดเรียนเต้นรำมา "มันไม่เสียเวลาหรอก ที่จริงชั้นทำได้ดี"
          "นายทำได้ไม่ดี ออกจะแย่ด้วยซ้ำ" เชอร์ล็อคมองเท้าของจอห์น "นายเหยียบเท้าคู่เต้นรำแทบจะตลอดเวลา และนายก็เริ่มไม่อยากไปเรียนแล้วเพราะนายเริ่มท้อ"
          "อ่า....อ่าใช่ ที่จริงก็เป็นอย่างนั้น" จอห์นหัวเราะเบาๆแก้เก้อ "ชั้นไปเรียนเต้นรำมาจริง เพราะชั้นเต้นรำไม่เป็น และมันต้อง....เอ่อ...ต้องเต้นรำในงานแต่ง"
          "ครูสอนเต้นรำเป็นผู้ชาย นายเลยไม่สะดวกใจที่เต้นรำกับเขา นายเลยไม่สามารถเต้นรำได้เสียทีเพราะเข้าคู่กับครูสอนไม่ได้" 
          "จะไปจับมือ โอบเอวผู้ชายได้ยังไง" จอห์นพูด
          "นายควรพาคู่ของตัวเองไปเรียนด้วยกัน" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา 
          "จะให้แมร์รี่รู้ไม่ได้ว่าชั้นเต้นรำไม่เป็น" จอห์นพูด "แต่เดี๋ยวเธอก็คงรู้เพราะพอถึงวันงาน ชั้นคงเหยียบเท้าเธอแน่ๆ"
          "ให้ชั้นสอนมั้ย" 
          จอห์นอ้าปากค้าง "ห้ะ?????"
          "ชั้น.....เต้นรำเป็นนะ ถ้านายไม่สะดวกใจที่จะไปเรียนกับคนอื่น ชั้น...ชั้นสอนให้นายได้ เอาแค่ให้นายไม่เหยียบเท้าคนอื่นก็พอ" เชอร์ล็อคอ้ำอึ้งตอบ
          "อ่า......" จอห์นหันมองรอบตัวเหมือนกำลังหาบางอย่าง
          "ไม่มีใครอยู่ คุณนายฮัตสันออกไปจิบชายามบ่ายกับเพื่อนๆ" เชอร์ล็อคช่วยตอบคำถาม
          "นายว่าง?" จอห์นถาม
          "ถือว่าเป็นบริการเสริมจากเพื่อนเจ้าบ่าวก็แล้วกัน" เชอร์ล็อคตอบ "จะให้ชั้นสอนให้ไหม อีกประมาณ 1 ชั่วโมงคุณนายฮัตสันเธอก็จะกลับมาดูละครตอนบ่ายแล้ว"
          "อ่า....ถ้านายว่างและไม่ได้ว่าอะไร ชั้นก็.....เอ่อ....โอเค" จอห์นตอบแล้วลุกขึ้นยืน เขามองไปรอบตัวอีกครั้ง
          เชอร์ล็อคถอนหายใจแล้วเดินไปที่หน้าต่าง เขาปลดสายรัดผ้าม่านสีแดงเข้มออกแล้วดึงผ้าม่านทุกผืนให้ปิดคลุมหน้าต่างทุกบาน จอห์นยืนมองในสิ่งที่เพื่อนทำ
          "ไม่มีใครเห็นแน่นอน โอเคหรือยัง?" เชอร์ล็อคถาม "ชั้นทำให้มันมืดกว่านี้ไม่ได้แล้ว"
          "มะ...ไม่เป็นไร เท่านี้พอแล้ว" จอห์นอ้อมแอ้มตอบแล้วเดินมายังตรงกลางห้องรับแขกซึ่งเป็นจุดที่ว่างเพียงพอสำหรับการหัดเต้นรำ เชอร์ล็อคที่รับหน้าที่เป็นคุณครูชั่วคราวก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้านักเรียนคนใหม่เช่นกัน


          จอห์นมองเท้าของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถอดรองเท้าหนังของตัวเองออกเผื่อไว้ว่าเขาจะเผลอเหยียบเท้าอีกฝ่ายหรือเปล่า เชอร์ล็อคยิ้มให้กับท่าทีของคนขี้กังวล .... จอห์นยังนิสัยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว เชอร์ล็อคจึงตัดสินใจถอดรองเท้าหนังของตัวเองออกบ้างเช่นกัน
           "เดี๋ยวชั้นพูด แล้วนายขยับเท้าตามนะเข้าใจไหม" เชอร์ล็อคถาม
          "อ่าห้ะ เข้าใจ" จอห์นตอบแล้วมุ่งมั่นตั้งใจอยู่กับการมองเท้าของตัวเอง
          "ก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้า หมุนตัวไปทางซ้ายนิดหน่อย" เชอร์ล็อคพูด จอห์นจึงขยับเท้าตาม เชอร์ล็อคมอง แล้วจับหัวไหล่ของจอห์น "ขยับนิดเดียวพอ เมื่อกี้เยอะไป"
          "อ่า....โอเค" จอห์นทำตาม
          "ทีนี้แยกเท้าขวาไปด้านข้าง แล้วยกเท้าซ้ายมาชิด" เชอร์ล็อคสอนต่อ "อย่างนั้นแหละ ดีแล้ว ต่อไป ถอยเท้าขวาไปข้างหลัง หมุนตัวไปทางซ้าย ยกเท้าซ้ายไปด้านข้าง แล้วเท้าขวาไปชิด"
          "ถอยขวา หมุนซ้าย ยกขวา ซ้ายชิด ... เอ๊ะ ไม่ใช่นี่" จอห์นทวนคำพูดแล้วปรากฏว่ามันผิด
          เชอร์ล็อคจับขาของจอห์นขยับตาม "ถอยขวา หมุนซ้าย ยกซ้าย แล้วเอาขวาไปชิดต่างหาก"
          "เห็นไหม มันยาก ชั้นไม่ถนัดเลย" จอห์นถอนหายใจ
          "นี่จังหวะวอลซ์ มันง่ายมากแล้วจอห์น ลองใหม่อีกครั้ง"  เชอร์ล็อคพูดแล้วกอดอกมอง "ไหนลองทวนใหม่ซิ"
          จอห์นก้มมองเท้าตัวเองแล้วขยับ " ก้าวซ้าย หมุนซ้าย ถอยขวา เอาซ้ายไปชิด.....ถูกไหม"
          "ถูกแล้ว ต่อสิ"
          "ต่อไปก็....ถอยขวา หมุนซ้าย เอาซ้ายไปด้านข้างยกขวาไปชิด.....เอ๊ะ ทำได้แล้ว !!!" จอห์นพูดออกมาอย่างดีใจเมื่อทำสำเร็จ
          "เดินอยู่คนเดียว นายก็ต้องทำได้สิ" เชอร์ล็อคพูด "ไหนลอง เดินพร้อมกับชั้น"
          "ชั้นเหยียบเท้านายแน่ๆ" จอห์นพูด
          "ลองดูก่อน มันอาจจะไม่เหยียบก็ได้" เชอร์ล็อคพูด "โอเค เริ่ม"
          จอห์นก้มมองเท้าตัวเองอย่างตั้งใจและพยายามท่องจังหวะที่เพิ่งเขียนรู้เมื่อสักครู่จนพลาดที่จะสนใจเท้าเชอร์ล็อคจึงทำให้เหยียบเท้าของอีกฝ่ายอยู่หลายครั้ง
          "ขอโทษ...." จอห์นกล่าวอย่างสำนึกผิด "ชั้นทำไม่ได้จริงๆด้วย"
          "นายมัวแต่มองเท้าไงเลยพลาด เวลาเต้นรำจริงๆ นายจะมัวแต่มองเท้าอีกฝ่ายไม่ได้ ต้องเงยหน้าขึ้นสิ" เชอร์ล็อคพูดแล้วจับหน้าของอีกฝ่ายให้เงยขึ้น "มองหน้าชั้น"
          จอห์นหยุดค้างไปครู่หนึ่งที่ได้มองหน้าของอดีตเพื่อนร่วมแฟลตใกล้ๆ เชอร์ล็อคผอมลงไปมากจริงๆและดูพักผ่อนน้อย จะเรียกได้ว่าโทรมก็คงไม่ดูเกินความจริงไปเลย เขาไม่เคยโทรมขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่ได้ทำความรู้จักกันมา
          "นายผอมลงมากจริงๆนะ" จอห์นพูดขึ้น
          "นายใส่ใจชั้นด้วยหรอว่าชั้นจะผอมลง หรือจะอ้วนขึ้น" เชอร์ล็อคถาม
          "ชั้นใส่ใจนายเสมอเชอร์ล็อค" จอห์นตอบ ส่วนอีกฝ่ายก็เงียบไม่ได้พูดอะไร เขาถอนหายใจเบาๆเมื่อทุกอย่างมันเริ่มจะเงียบนานจนเกินไป "เรียนต่อไหม หรือพอ"
          "พอ" เชอร์ล็อคพูด
          "อืม โอเค" จอห์นพยักหน้าเข้าใจ เข้าใจว่าตัวเองนั้นสมองทึ่มจริงๆที่แค่จังหวะง่ายๆแค่นี้ยังทำผิดซ้ำซากอยู่นั่น
          "ชั้นหมายถึงพอสำหรับการก้าวเท้าไปมา เราต้องลองจับคู่เต้นรำกันจริงๆ" เชอร์ล็อคพูดแล้วเดินไปที่เครื่องเสียงในห้องที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับโทรทัศน์ "ลองจับคู่แล้วเต้นร่วมกับเพลงดู มันจะทำให้นายจับจังหวะได้ง่ายกว่า"
          "แต่ชั้นยังเหยียบเท้านายอยู่เลย"
          "เดี๋ยวก็ทำได้" เชอร์ล็อคพูดแล้วเปิดเครื่องเสียง เขากดรีโมตเลือกเพลงบางเพลงในแผ่นซีดีนั้น
          เพลงที่เล่นด้วยเครื่องเสียงค่อยๆบรรเลงขึ้นอย่างเบาๆ เชอร์ล็อคพอใจที่เครื่องเสียงยังทำงานได้ดีแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้งานมันมาหลายปี เขาเดินกลับมาหยุดยืนตรงหน้าจอห์นอีกครั้ง
          เชอร์ล็อคจับมือของจอห์นให้โอบหลังของตัวเอง จอห์นทำตามอย่างว่าง่าย จากนั้นทั้งสองค่อยๆยื่นมืออีกข้างที่ว่างอยู่สัมผัสกัน เชอร์ล็อคกุมมือจอห์นเบาๆแล้วยกมือซ้ายของตัวเองวางไว้ที่หัวไหล่ของจอห์น
          "มองหน้านั้น" เชอร์ล็อคพูด
          "แต่ชั้นจะเหยียบเท้านาย" จอห์นตอบ
          "ถ้านายเอาแต่ก้มหน้ามันจะเต้นไม่ได้ จังหวะวอลซ์คู่เต้นต้องตัวใกล้กันตลอดเพราะต่างคนต้องต่างคอยรับน้ำหนักของอีกฝ่ายเอาไว้ นายเห็นไหมว่าไม่มีจังหวะไหนของเท้าที่มันจะหยุดนิ่งตลอด ดังนั้น แขนที่นายโอบคู่เต้นไว้จะช่วยพยุงอีกฝ่ายเอาไว้" เชอร์ล็อคพูด "ถ้านายเอาแต่ก้มหน้านายจะลืมรับน้ำหนักตัวชั้นเอาไว้แล้วชั้นก็จะล้ม"
          "ถ้าชั้นเหยียบเท้านาย ชั้นขอโทษล่วงหน้าเลยนะ" จอห์นพูดแล้วพยายามขยับเท้าให้อยู่ถูกที่"
          เชอร์ล็อคยิ้ม "พร้อมหรือยัง เพลงที่จะใช้จะมาแล้ว"
          "อ้าว....นึกว่าเพลงเมื่อกี้ซะอีก" จอห์นขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย
          "ไม่ใช่เพลงเมื่อกี้ แต่มันเป็นเพลงนี้ต่างหาก" เชอร์ล็อคยิ้มแล้วกุมมือของจอห์นแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย
          เชอร์ล็อคให้สัญญาณว่าให้ก้าวเท้า จอห์นก้าวเท้าตามจังหวะที่พึ่งเรียนรู้มา ในใจของเขากำลังท่องจังหวะอย่างตั้งใจ ส่วนสายตาก็มองไปที่ปลายคางของคู่เต้น
          เชอร์ล็อคยิ้มเหมือนเห็นคู่เต้นรำของตัวเองเอาแต่นับเลขในใจ "ฟังเพลงสิจอห์น ไม่เช่นนั้นจะจับจังหวะไม่ได้"
          "เดี๋ยวลืม"
          "ไม่ลืม" เชอร์ล็อคพูด "เพลงนี้คุณพ่อกับหม่ามี้ของชั้นเคยใช้เต้นรำด้วยกันเป็นครั้งแรกด้วย....เต้นรำเพลงนี้ด้วยกันก่อนที่คุณพ่อจะขอหม่ามี้แต่งงาน"
          จอห์นละสายตาจากปลายคางแล้วเปลี่ยนไปมองหน้ามองคู่เต้นที่ตัวสูงกว่า ดวงตาสีฟ้าอมเขียวมีสีทองปนดูแปลกตาไม่เหมือนใครของเชอร์ล็อคก็มองตอบกลับมาเช่นกัน....จอห์นสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง....ความอบอุ่น....หรือความรู้สึกอะไรบางอย่างที่อีกฝ่ายกำลังพยายามจะบอกผ่านดวงตาคู่นั้น
          เพลงจากศิลปินชื่อดังของโลกอย่าง 'Elvis Presley' ค่อยๆบรรเลงไปเรื่อยๆ ทั้งสองตัวแนบชิดกันเต้นรำเรื่อยๆตามจังหวะของเพลง


อย่าลืมเปิดเพลงฟังประกอบด้วยนะคะ 

".....Wise men say only fools rush in
But I can't help falling in love with you
นักปราชญ์เคยกล่าวเอาไว้ มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะพุ่งตัวเข้าใส่(ความรัก)
แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ฉันนั้นตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว


Shall I stay
Would it be a sin
If I can't help falling in love with you
ฉันอยู่ตรงนี้ได้ไหม?
มันจะบาปหรือเปล่า?
ถ้าฉันนั้นตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว


Like a river flows surely to the sea
Darling so it goes
Some things are meant to be
เหมือนกับสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล
ที่รัก....มันต้องเป็นอย่างนั้น
บางอย่างกำหนดมาแล้วว่าให้เป็นเช่นนั้น....."



          เชอร์ล็อคกุมมือของจอห์นแน่นขึ้น จนอีกฝ่ายต้องละสายตาจากจากมองดวงตาคู่สวยไปมองมือที่ทั้งสองกำลังเกาะกุมกันอยู่


".....Take my hand, take my whole life too
For I can't help falling in love with you
จับมือของฉันเอาไว้ และนำชีวิตของฉันไปด้วย
เพราะฉันตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว


Like a river flows surely to the sea
Darling so it goes
Some things are meant to be

เหมือนกับสายน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล
ที่รัก....มันต้องเป็นอย่างนั้น
บางอย่างกำหนดมาแล้วว่าให้เป็นเช่นนั้น


Take my hand, take my whole life too
For I can't help falling in love with you
For I can't help falling in love with you

จับมือของฉันเอาไว้ และนำชีวิตของฉันไปด้วย

เพราะฉันตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว
.........เพราะฉันนั้นรักเธอเข้าแล้ว........"



          "เชอร์ล็อค....." จอห์นเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆขณะเต้นรำ
          "หืม?" 
          "เคย.....เคยมีใครบอกหรือเปล่าว่าตาของนายสวยมาก สีมันแปลกมากเลย" จอห์นถามเบาๆ "สีมันสวยเหมือนดาวเลย"
          "เคยมีผู้หญิงพูดแบบนี้แล้วคนหนึ่ง" เชอร์ล็อคตอบ
          "อ่อ....อืม" จอห์นพยักหน้าเข้าใจแม้ว่าจะสงสัยว่าผู้หญิงคนที่เชอร์ล็อคพูดถึงจะต้องเข้าใกล้เชอร์ล็อคถึงขนาดไหนถึงจะมองเห็นได้ว่าดวงตาของเชอร์ล็อคมันมีหลายสีซ้อนกันอยู่แบบนี้
          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วพูด "เชอร์ลิน..."
          "หืม?" จอห์นขมวดคิ้วมอง
          "เชอร์ลินของเราสองคนเป็นคนเคยพูดไว้ว่าตาชั้นสีสวย เชอร์ลินอยากมีตาสีแบบนี้บ้าง" เชอร์ล็อคตอบ "ชั้นต้องอธิบายเรื่องหลักการเมนเดลว่าด้วยเรื่องพันธุศาสตร์ให้ลูกฟัง และดูเหมือนลูกจะไม่เข้าใจว่าตาสีนี้ของชั้นเขาเรียกว่า Heterochromia นั้นเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง....นี่เชอร์ลินเรียนชีวะวิทยาไม่เก่งหรือเปล่า"
          จอห์นหัวเราะขณะที่เท้ายังก้าวตามจังหวะ "ชั้นขอทายเลยว่าตอนนายพูดเรื่องนี้เชอร์ลินพึ่ง 4 ขวบ" จอห์นพูด "ตอนนั้นเชอร์ลินพึ่งอยู่อนุบาล 1 เองนะ"
          "อ้าว......แล้วเชอร์ลินเรียนอะไร นี่ชั้นจ่ายค่าเทอมลูกปีๆนึงแพงมากจนซื้อบ้านได้เลยนะ แล้วโรงเรียนสอนอะไรลูกชั้นเนี่ยถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนี้"
          "เรื่องแบบนี้ไม่มีสอนในโรงเรียนอนุบาลหรอกนะ มันมีสอนในระดับมัธยม" จอห์นยิ้ม
          "รู้อย่างนี้ไม่น่าส่งไปเรียนอนุบาลเลย อยู่บ้านชั้นก็สอนได้" เชอร์ล็อคพูดอย่างหงุดหงิด
          จอห์นหัวเราะเบาๆ แล้วถาม "ตาสีนี้นี่หายากมากเลยใช่หรือเปล่า"
          "หายากเป็นอันดับ 1 ของโลก รองลงมาก็สีเขียว" เชอร์ล็อคตอบ
          "ดีใจที่ได้เห็นใกล้ๆ" จอห์นพูด
          "มีแต่นายกับเชอร์ลินเท่านั้นที่จะได้เห็นใกล้ๆแบบนี้" เชอร์ล็อคพูด ก่อนจะถามขึ้นว่า "ทำไมนายถึงชอบดูดาวล่ะ"
          "ชั้นหรอ?" จอห์นทำหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เพราะมันเป็นความสวยงามที่เราครอบครองไม่ได้ล่ะมั้ง เราทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ และถึงแม้ว่าจะถึงเวลากลางวันที่ท้องฟ้าสว่าง ดาวก็ยังอยู่กับเราแค่เรามองไม่เห็นเท่านั้นเอง"
          "ที่ชอบดูพลุเพราะมันเหมือนดาวด้วยใช่ไหม" เชอร์ล็อคถาม
          "อืม ใช่ พลุมันสวยเหมือนดาว"
          "....แล้วตาของชั้น นายชอบไหมจอห์น นายพึ่งชมว่ามันสวยเหมือนดาว แล้วดาวคู่นี้นายชอบมันไหม" เชอร์ล็อคหยุดก้าวเท้าตามจังหวะ "ดวงดาวบนท้องฟ้ามันสวย นายชอบมันแต่นายครอบครองไม่ได้ แล้วตาของชั้นที่นายชมว่าสวยเหมือนดาว นายรู้สึกอยากจะครอบครองมันบ้างไหมจอห์น"
          จอห์นมองตาคู่สวยคู่นั้นกลับไปแล้วพูด "ของบางอย่างมันสวยงามดีเมื่อมันไม่ใช่ของเรานะเชอร์ล็อค .... ชั้นดูแลดาวคู่นี้ไม่ไหวหรอก....ถึงไหว...ก็คงดูแลไม่ได้"
          "ดูแลได้จอห์น ที่ผ่านมานายก็ดูแลได้ดีมาตลอด" เชอร์ล็อคพูด "คำขอของชั้นครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะสายเกินไป....กลับมาอยู่กับชั้นกับเชอร์ลินได้ไหม..."
          "ทุกอย่างมันช้าไปมาสองปีกว่าแล้วเชอร์ล็อค" จอห์นพูดแล้วค่อยๆคลายมือที่ใช้โอบเอวคู่เต้นรำ "ขอบคุณที่ช่วยสอนเต้นรำ ชั้นคิดว่าชั้นทำได้แล้ว"
          เชอร์ล็อคถอนมือออกจากหัวไหล่ของจอห์น ขณะที่มืออีกข้างยังคงกุมอยู่ไม่ยอมปล่อย
          "....ไปอยู่คนเดียว อยู่ห่างจากชั้น สัญญาได้ไหมว่าจะดูแลตัวเองดีๆ ชั้นคง.....ไม่ได้ดูแลนายอีกแล้ว ไม่ได้ปกป้องนายอย่างเคยอีกแล้ว"
          "ชั้นสัญญา" จอห์นกล่าว



          "คุณพ่อขา เชอร์ลินกลับมาแล้ว" เสียงสดใสของเชอร์ลิน โฮมส์ในชุดนักเรียนประถมดังมาจากหน้าบันได จอห์นรีบดึงมือของตัวเองออกจากการถูกกุมทันที
          เด็กหญิงตัวเล็กหิ้วถุงเค้กเข้าห้องรับแขกมาจึงเห็นว่าคุณอาที่รักอยู่ที่บ้านของตัวเองในตอนนี้ด้วย
          "อาจอห์น คิดถึงจังเลยค่ะ" เชอร์ลินพูดแล้วรีบวิ่งไปหาจอห์น
          จอห์นย่อตัวลงแล้วหอมแก้มหลานสาวทั้งสองข้างอย่างที่เคยทำ "ไปกินเค้กมาไม่รออาเลย อามาถึงเชอร์ลินก็ออกไปแล้ว"
          เชอร์ลินหอมแก้มจอห์นกลับแล้วชูถุงขนมขึ้นมา "นี่ไง เชอร์ลินซื้อเค้กกลับมาด้วย อาจอห์นกินกับเชอร์ลินไหมคะ"
          "คงไม่ได้หรอกเชอร์ลิน อาจอห์นต้องกลับไปปิดคลีนิกแล้ว ไม่เช่นนั้นอาแมร์รี่จะรอนาน" เชอร์ล็อคพูดแล้วเดินมาหาลูกสาว "เดี๋ยวเอาเค้กไปเก็บในตู้เย็น ลูกไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยมากิน เดี๋ยวพ่อให้คุณยายมากินเป็นเพื่อน"
          "โอ๊ะ ! ใช่ ! คุณยาย" เชอร์ลินเหมือนนึกบางอย่างออกแล้วรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที
          "คุณยายขา คุณยาย กล่องของเชอร์ลินล่ะคะ" เชอร์ลินตะโกนคุยกับคุณนายฮัตสัน หญิงสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้านที่อยู่ด้านล่าง
          เสียงโครมครามดังขึ้นเบาๆ แล้วก็เห็นคุณนายฮัตสันและเชอร์ลินอุ้มกล่องลังพลาสติกสีสวยใบใหญ่ขึ้นมาชั้นบน จอห์นเห็นเช่นนั้นก็รีบลุกไปช่วยสองยายหลานรับกล่องมาถือไว้เสียเอง
          "เอากล่องมาทำอะไรกันครับเนี่ย" จอห์นถามคุณนายฮัตสัน
          "ถามเชอร์ลินเถอะจ้ะ ก่อนออกไปกินเค้กเห็นเธอบอกให้ช่วยหากล่องใบใหญ่ๆให้หน่อย เธอจะใช้" คุณนายฮัตสันตอบแล้วมองไปที่หน้าต่าง "ตายจริงปิดม่านกันทำไมจ๊ะหนุ่มๆ บ้านมืดหมดเลย" เธอบ่นเบาๆแล้วเดินไปเปิดม่านออกทั้งหมด เชอร์ล็อคและจอห์นมองหน้ากันแว้บหนึ่งแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร
          "อาจอห์นว่างไหมคะ เชอร์ลินขอเวลาแปบเดียว ไม่นาน" เชอร์ลินถาม
          "จะให้อาทำอะไรบอกมาสิ อามีเวลาให้เชอร์ลินตลอดอยู่แล้ว"
           เด็กหญิงในชุดกระโปรงสีน้ำเงินชี้ไปที่บ้านตุ๊กตาของเล่นหลังใหญ่ที่มายครอฟเป็นคนซื้อให้ "เชอร์ลินอยากเก็บบ้านตุ๊กตาใส่กล่องค่ะ"
          "เก็บทำไม เชอร์ลินจะเอาไปไหน เดี๋ยวลุงไมค์โกรธนะ ลุงไมค์ไม่ให้เอาบ้านตุ๊กตาไปบริจาค" จอห์นถาม
          "เชอร์ลินไม่ได้เอาไปบริจาคค่ะ เชอร์ลินจะเก็บของเล่นที่ชอบเล่นมากๆใส่กล่องเก็บไว้เฉยๆ" เด็กหญิง 7 ขวบพูด "มีของเล่นที่ชั้นบนกับที่บ้านลุงไมค์ด้วย ลุงเกร็กไปเก็บให้"
          "ลูกจะเก็บของเล่นไปไหน ถ้าเก็บหมดจะไม่มีเล่นนะ" เชอร์ล็อคถาม
          "เก็บไม่หมดค่ะคุณพ่อ เก็บแค่อันที่ชอบเล่นมากๆ" เชอร์ลินตอบ "เชอร์ลินจะเก็บของเล่นไว้ให้น้องเล่น"
          "น้อง?????" เชอร์ล็อค จอห์นและคุณนายฮัตสันถามขึ้นพร้อมกัน
          เชอร์ลินลากกล่องใบใหญ่ไปไว้มุมห้องแล้วพูดว่า "วันนี้เชอร์ลินไปถามคุณครูที่โรงเรียนมาว่าแต่งงานคืออะไร ทุกคนงานยุ่งเกี่ยวกับงานแต่งงานของอาจอห์นกันมากๆเลย เชอร์ลินอยากช่วย แต่เชอร์ลินช่วยไม่ได้ ไม่รู้จะทำอะไร เชอร์ลินเป็นเด็ก" เด็กหญิงเล่า "คุณครูบอกว่างานแต่งงานคือการที่ผู้ใหญ่จะอยู่ด้วยกัน แล้วก็จะมีลูก คุณครูบอกว่าเดี๋ยวเชอร์ลินก็จะมีน้องตัวเล็กๆแล้ว สิ่งที่เชอร์ลินช่วยได้คือช่วยเลี้ยงน้อง"
          จอห์นเหลือบตามองคนตัวสูง เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไรเมื่อได้ยินลูกสาวเล่าเช่นนั้น
          "จะเก็บของเล่นที่เชอร์ลินชอบไว้ให้น้องเล่น น้องจะได้มีของเล่นเยอะๆ" เชอร์ลินพูดแล้วชี้ไปที่บ้านตุ๊กตาอีกครั้ง "อยากเก็บบ้านตุ๊กตาไว้ให้น้องค่ะอาจอห์น แต่เชอร์ลินเก็บไม่เป็น หรืออาจอห์นจะไม่แกะออกก็ได้ยกไปทั้งหมดเลย จะได้ไม่ต้องต่อใหม่"
          "ให้อายกไปไหน"
          "บ้านอาจอห์นไงคะ ก็เดี๋ยวน้องก็อยู่ในท้องอาแมร์รี่ น้องอยู่บ้านอาจอห์น"
          "ลุงไมค์หวงบ้านตุ๊กตามาก ลุงไมค์จะโกรธที่เชอร์ลินยกบ้านตุ๊กตาให้คนอื่น" เชอร์ล็อคพูด
          "เชอร์ลินขอลุงไมค์แล้วค่ะ ลุงไมค์บอกว่ายกให้น้อง ลูกของอาจอห์นกับอาแมร์รี่ได้....ลุงไมค์ใจดี"
          .....มายครอฟ สนับสนุนการแต่งงานของจอห์นอีกครั้ง.....ตั้งแต่เรื่องแหวนแต่งงานมาจนถึงบ้านตุ๊กตาของเชอร์ลิน....เชอร์ล็อคคิด
          
          "เด็กๆนี่น่ารักจริงๆเลยว่ามั้ยจ๊ะ มีห่วงน้องตั้งแต่น้องยังไม่เกิดเลยดูสิ" คุณนายฮัตสันพูดแล้วยกแก้วนมมาให้เชอร์ลินดื่ม "อย่างนี้ต้องมีน้องเป็นเด็กผู้หญิงแล้วนะ เพราะของเล่นของเชอร์ลินมีแต่ของเด็กผู้หญิง"
          เชอร์ลินยกแก้วนมขึ้นดื่ม แล้วมองคุณพ่อสลับกับคุณอา
          "คุณพ่อกับอาจอห์นทะเลาะกันหรือเปล่าคะ ไม่เห็นพูดกันเลย"
          "เปล่า" เชอร์ล็อคตอบ
          "ไม่ได้ทะเลาะกัน" จอห์นตอบ
          เชอร์ลินดึงชายเสื้อเชิร์ตของจอห์น "อาจอห์นขา เชอร์ลินขอน้องผู้หญิงได้ไหม เชอร์ลินอยากเล่นแต่งตัวตุ๊กตากับน้อง"
          "พออาจอห์นของเชอร์ลินมีน้อง เขาก็จะไม่รักเชอร์ลินอีก เชอร์ลินจะเสียใจที่อาจอห์นมีน้อง" เชอร์ล็อคพูด
          จอห์นหันไปมองคนตัวสูงที่พึ่งพูดจบ "ไม่มีใครสำคัญไปกว่าเชอร์ลิน"
          "ลูกของนายจะสำคัญกว่าลูกของชั้น"
          จอห์นดึงมือเล็กๆของหลานสาวที่ดึงเสื้อเชิร์ตของตนมากุมไว้แน่นๆ จอห์นย่อตัวลงแล้วพูด "จะไม่มีใครสำคัญไปกว่าเชอร์ลินของอา อาจะไม่ให้ใครมาแทนที่หลานรักของอา เชอร์ลินจะเป็นเด็กผู้หญิงที่สำคัญที่สุดของอาเสมอและจะไม่มีใครสำคัญไปกว่านี้ อาสัญญา" จอห์นพูด "ไม่ต้องเก็บของเล่นพวกนี้ไว้ให้ใคร ของเล่นเป็นของเชอร์ลิน ก็ให้เชอร์ลินเล่น บ้านตุ๊กตาก็ตั้งไว้ตรงนี้ไม่ต้องเอาไปไหน"
          "แต่.....เชอร์ลินอยากเก็บไว้ให้น้องค่ะ"
          "อาขอโทษนะเชอร์ลิน แต่เชอร์ลินคงไม่ได้เล่นกับน้อง" จอห์นตอบ "อาสัญญากับเชอร์ลินไว้ว่าเชอร์ลินจะสำคัญที่สุด เชอร์ลินก็จะสำคัญที่สุดเสมอจะไม่มีใครแทนที่ได้"
          จอห์นเหลือบตามองคนตัวสูงที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร ก่อนที่ตัวเองจะพูดบางอย่าง "โฮมส์ของอาจะยังสำคัญกับอาเสมอ จะไม่เปลี่ยนไป อาสัญญา"
          "พ่อขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเชอร์ลิน ลูกไปอาบน้ำแล้วค่อยมากินเค้กนะ" เชอร์ล็อคพูดแล้วหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาเข้าห้องไปแล้วและไม่ได้ออกมาอีก
          "ไม่ต้องเก็บของเล่นแล้ว มากินเค้กกันดีกว่านะ เดี๋ยวอาจะอยู่กินเป็นเพื่อน" จอห์นพูดแล้วจูงมือหลานสาวไปที่โต๊ะทานอาหาร
          เชอร์ลินชะเง้อมองห้องนอนของตัวเอง "คุณพ่อไม่สบายหรือเปล่าคะ" เชอร์ลินถาม
          "ไม่ใช่หรอก คุณพ่อสบายดี" จอห์นตอบแล้วมองประตูบานสีเขียวบานนั้น



          อีกด้านหนึ่งของประตูสีเขียวบานนั้นเชอร์ล็อค โฮมส์ยืนพิงประตูอยู่นิ่งๆไม่ได้ขยับไปไหน เขาล้วงมือเข้าไปในสูทแล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกมา เขาเปิดกล่องออกเพื่อดูแหวนเพชรูปหัวใจวงนั้นอีกครั้ง
          น้ำตาค่อยๆเอ่อขึ้นมาที่ดวงตาคู่สวยคู่นั้น เขาปิดกล่องแล้วแหวนแล้วแหงนหน้าเพื่อไล่น้ำตา.... หากเขาจะร้องไห้ เขาควรร้องไห้ดีใจมากกว่าไม่ใช่รู้สึกแย่กับตัวเองเช่นนี้ .... เขาไม่ควรรู้สึกอะไรกับจอห์นอีกแล้ว จอห์นกำลังจะแต่งงาน จอห์นก็จะไม่อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาควรต้องเข้าใจเสียทีว่าไม่ว่าจะทำยังไงมันก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงนี้ได้
          เชอร์ล็อคค่อยๆนั่งลงขณะที่หลังยังพิงประตูอยู่ เขาก้มหน้ากับเข่าแล้วพยายามกลืนความเศร้าลงไป พยายามที่จะไม่รู้สึก ไม่คิดอะไรอีก













********************
          พี่เบนเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าถ้าสามารถเป็นใครก็ได้ในโลก 1 วันจะอยากเป็นใคร พี่เบนตอบว่าอยากเป็นเอลวิส เพรสลีย์ค่ะ เราจึงพยายามหาเพลงที่ 'พอจะใช้ได้' ของเอลวิสมาเพื่อใช้ใน Chapter นี้ ซึ่งมันมาคลิกที่เพลง 'Can't help falling in love' เพลงนี้นั่นเองค่ะ
          เพลงเก่าไปสักหน่อย ใครไม่ชอบเพลงเก่าก็กดข้ามเลยนะคะ แต่แค่เนื้อเพลงมันก็พอจะใช้บอกความรู้สึกของเชอร์ล็อคได้อยู่นะ เราเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าค่ะ เพราะอย่างเพลงของคู่พี่ไมค์ก็เพลงเก่าเหมือนกัน แหะๆ
          เพลงนี้เราว่าจะฟังเป็นเพลงรักก็ได้ เพลงเศร้าก็ได้ซึ่งมันโดนใจเรามากกกก ช่างเหมาะกับสองคนนี้สุดๆ มีความสุขอยู่แปบเดียวแค่ตอนเต้นรำอยู่ด้วยกัน พอเพลงจบก็ต้องกลับมาพบกับความเป็นจริงอยู่ดี
          คู่พี่ไมค์เขาใช้เพลงในความทรงจำของพ่อกับแม่เพื่อแอบบอกความรู้สึกแล้วดันได้ผล ทำไมเชอร์ใช้เพลงในความทรงจำของพ่อกับแม่บ้าง....ทำไมผลเป็นแบบนี้.....
          .....ควรสงสารใครดี? สงสารตัวเองแล้วกัน T^T
    










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #354 Wind_of_change (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 15:43

    ยอมรับเลยว่าน้ำตาไหล ตอนจอห์นมาหาเชอร์ลแล้วพูดทำนองว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม คือพี่จิ๋วคะ มันไม่มีทางเหมือนเดิมแล้ว

    #354
    0
  2. #284 heechulnarak (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:44
    โอ้ย หน่วงเหลือเกิน แง้ๆๆๆ
    #284
    0
  3. #144 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 13:41
    เช็ดน้ำตาแปร้บ
    #144
    0
  4. #120 สิบโท || Susuke (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 13:33
    สงสารตัวเองด้วยอีกคนค่ะ ฮื้อ สงสารเชอร์ล จอนห์เลิกกับเขาแล้วกลับไปรักกันได้ไปไหม TT
    #120
    1
    • #120-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 35)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:37
      เขากำลังจะแต่งกันแล้ว T^T
      #120-1
  5. #119 Mojito* (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 12:57
    แงงงงงงงง พี่เหนียงของน้อง น่าสงสาร ;_____; โอ๋ๆ โดนพี่จิ๋วตอบนิ่มๆแต่จุกโพด
    #119
    1
    • #119-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 35)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:38
      จิ๋วยังน้อยใจอยู่แน่ๆ
      #119-1
  6. #118 ddowphotos (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 10:22
    ยังสำคัญจริงๆหรอหมอ คราวนี้สงสารเชอร์ลล่ะ หมอพูดแบบนี้เชอร์ลจะทำใจยังไง แง ปวดใจจังเลยฮะ T w T อ่านไปหากล่องทิชชู่ไป



    ไรท์เตอร์รับยาดมหน่อยมั้ยฮะ เดี๋ยวเป็นลมก่อนจะเขียนจบ .__.
    #118
    1
    • #118-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 35)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:40
      ขอยาดมสามโหลค่ะตอนนี้
      #118-1
  7. #117 Junior Prince LP (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 04:04
    T T อ่านแล้วมันจุหัวใจค่ะ ปาดน้ำตาของแท้เลย
    #117
    1
    • #117-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 35)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:41
      อารมร์มันลงลึกมากแล้ว จะดึงขึ้นมาไหวมั้ยยยย T^T
      #117-1
  8. #116 stctmee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 01:13
    ยังสำคัญจริงๆใช่ไหม...
    #116
    1
    • #116-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 35)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:42
      ......จอห์นอาจพูดไปงั้นๆ เอาใจหลาน....
      #116-1
  9. #115 talnlinn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 00:08
    สงสารเชอร์ล็อคคค ฮรือออ
    #115
    1
    • #115-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 35)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:42
      สงสารคนเขียนด้วยยย T^T
      #115-1
  10. #114 kamisho (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 23:06
    ฮยืออออออ ยิ่งอ่านยิ่งเศร้าค่ะ โฮฮฮฮฮ เชอร์ลน่าสงสาร ไรต์ก็น่าสงสาร..แต่ที่น่าสงสารกว่าคือตัวเรานี้แหละ ฮือออออ;-;(ตับไตไหลไปหมดแล้วค่ะ)
    #114
    1
    • #114-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 35)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:42
      ตับไตพังกระจาย ร้องไห้จนเหนื่อยตับ
      #114-1