[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 34 : Unspoken ตอนที่ 32 : Fight About Her

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    1 พ.ย. 59

          ภายในห้องรับแขกของบ้านเลขที่ 221บี เบเกอร์สตรีทในเวลาบ่ายคล้อยเช่นนี้ถูกใช้เป็นสนามประลองสติปัญญาของชายผู้สวมสูทของตระกูลโฮมส์

          เชอร์ล็อค โฮมส์ผู้สวมเชิร์ตสีน้ำเงินเข้ม สวมทับด้วยสูทสีดำกำลังนั่งมองเกมส์ประลองสติปัญญาอยู่บนโซฟาของจอห์น วัตสันอยู่อย่างตั้งใจ แน่นอนอยู่แล้วที่เขาจะนั่งที่โซฟาตัวนี้เพราะเขาไม่ยอมให้ใครมาสัมผัสโซฟาประจำตัวของจอห์นเด็ดขาดแม้แต่แขกที่มาเยือนขณะนี้ก็ตาม

          มายครอฟ โฮมส์ผู้สวมสูทสีครีมและเนคไทด์สีแดงเข้มนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟานวมตัวโปรดของน้องชาย เขามองเกมส์ตรงหน้าอย่างใช้ความคิด มันจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด เกมส์ใช้สมองเช่นนี้ช่างกระจอกเสียเหลือเกิน หลับตาเล่นยังได้ แล้วยิ่งมาเล่นแข่งกับน้องชายตัวเองจอมหยิ่งทะนงตนคนนี้แล้ว รับรองเลยว่าเขาชนะแน่นอน

          ด้านหลังของมายครอฟคือเลขาสาวคนสนิทในชุดเดรสสีดำ เธอยืนมองการเล่นเกมส์ประลองสติปัญญาของสองพี่น้องอย่างตั้งใจ

          ....เลือกข้างไม่ได้เลยจริงๆว่าควรจะเชียร์ใครดี?

 

 

          เชอร์ล็อควางหมากในมือลงบนเกมส์ที่วางอยู่ที่โต๊ะ โดยไม่มองเกมส์ เขามองหน้าของพี่ชายแทน "แผนห่วยๆ" เขาพูด

           "แผนไม่ได้ห่วยเลยสักนิด ก็เห็นๆกันอยู่" มายครอฟตอบด้วยเสียงเรียบๆ เขาเหลือบตามองหมากที่น้องชายวางแล้วยิ้มมุมปาก "แน่ใจนะว่าจะวางตัวนี้"

          "แน่นอน" เชอร์ล็อคตอบอย่างมั่นใจ

          มายครอฟยักคิ้ว "ก็ดี" เขาพูดแล้ววางหมากในมือตัวเองลงไปเช่นกัน

          "แผนนายมันห่วย เพราะถ้าดีจริง ผลต้องไม่ลงเอยแบบนี้" เชอร์ล็อคพูดแล้ววางหมากตาม

           "ทุกคนรอดชีวิตทั้งหมด ไม่มีใครต้องตาย นอกจากหมอนั่น ชั้นว่ามันเป็นแผนที่ดี" มายครอฟพูดแล้ววางหมาก

          "ชั้นเสียจอห์นไป" เชอร์ล็อคพูด "ถ้าแผนดีจริง จอห์นยังต้องอยู่กับชั้น" 

          "เขาก็ไม่ได้หายไปไหนนี่ ก็แค่......แต่งงาน" มายครอฟพูด

          "นั่นคือหายนะ" เชอร์ล็อควางหมาก

          "นั่นไม่ใช่หายนะ" มายครอฟพูด

          "นายสนับสนุนเขา" เชอร์ล็อคพูด

          มายครอฟวางหมาก "เขามาซื้อของ ชั้นก็ขาย"

          "แหวนเพชรเนี่ยนะ ? นายต้องรู้สิว่าเขาจะเอาไปขอ....ไปขอผู้หญิงแต่งงาน" ท้ายประโยคเชอร์ล็อคเสียงแผ่วลง

          "นั่นมันผิดที่ชั้นขายแหวนเพชรให้เขา หรือผิดที่นายรักษาเขาเอาไว้ไม่ได้กันแน่" 

          "มันเป็นเพราะแผนของนาย ชั้นถึงไม่ได้อยู่ที่นี่กับเขา" เชอร์ล็อคกล่าวอย่างหงุดหงิดแล้ววางหมากต่อ

           "ตอนนายอยู่กับเขานายเคยเห็นค่าหรือเปล่า" มายครอฟถามแล้ววางหมาก

          "เขามีค่าสำหรับชั้นเสมอ"

          "ชั้นหมายถึงเวลา" มายครอฟพูด "นายไม่เคยเห็นค่าของเวลา จนปล่อยให้มันเสียไป"

          "เวลาก็แค่เวลา" เชอร์ล็อควางหมาก

          "นายใช้คำว่า 'แค่' กับเวลาหรือเชอร์ล็อค" มายครอฟตั้งคำถาม "เวลาสองปีนี่นานพอไหม เห็นค่าของมันหรือยัง"

          "แค่สองปีเอง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป" เชอร์ล็อคพูด

          "เวลา 'ตั้ง' สองปีต่างหาก" มายครอฟพูด "เวลาของคนที่จากไป กับเวลาของคนที่รอมันไม่เท่ากันหรอกนะ ไปถามจอห์นดูสิว่าเวลาแต่ละวินาทีที่ผ่านมามันเป็นยังไง"

          "มันเป็นเพราะแผนของนาย"

          "ถ้าไม่ทำตามแผนของชั้น เราไม่ได้มานั่งเถียงกันแบบนี้แน่นอน เราอาจจะกำลังไว้ทุกข์....ให้กับคนที่เรารัก"

          "ผลตรวจดีเอ็นเอว่ายังไง" เชอร์ล็อคถาม

          "เป็นจริงอย่างที่เขาพูด" มายครอฟตอบ "เพ็กกี้ มอร์ริอาร์ตี้คือตัวจริง"

          เชอร์ล็อคกำมือแน่น "บ้าชะมัด"

          "นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเราถึงต้องส่งนายไปจัดการเรื่องพวกนั้น เพราะเราไม่รู้ว่าเขาออกคำสั่งอะไรไปแล้วบ้าง ออกคำสั่งให้จัดการอะไร จัดการใครบ้าง ถ้าไม่เก็บพวกของเขาให้หมด เราจะทำลายคำสั่งไม่ได้" มายครอฟพูด

          "ในไดร์ฟข้อมูลมีอะไร" เชอร์ล็อคถาม "ทำไมไอ้บ้านั่นถึงได้อยากได้นัก"

          มายครอฟล้วงมือเข้าไปในสูทแล้วหยิบไดร์ฟข้อมูลที่เป็นแท่งลิปสติกสีทองออกมา "นั่นสิ มันคืออะไรกัน"

          "ทำไมไม่เปิดดู นายเปิดได้"

          "มันคือกล่องแพนโดร่า ถ้าเปิดออก.....ความหายนะจะมาเยือน" มายครอฟพูดแล้วเก็บมันไว้ในสูทเช่นเดิม เขาเหลือบตามองเกมส์ในกระดานแล้วพูด "นายแพ้แล้วเชอร์ล็อค ชั้นเหลือหมากตัวเดียว"

          เชอร์ล็อคกระตุกยิ้มมุมปากแล้วพูดว่า "ของชั้นหมดนานแล้ว"

          มายครอฟมองในมือน้องชาย....จริงด้วย เชอร์ล็อคชนะแล้ว !

          เลขาสาวที่ยืนดูมาตลอดการแข่งขันหัวเราะเบาๆ "คุณมายครอฟเล่นโดมิโน่ไม่เป็นหรือเปล่าคะ"

          "ผมเล่นเป็น ก็เอาสีที่เหมือนกันวางต่อๆกันนี่ไง" มายครอฟชูหมากตัวสีดำมีจุดสีๆที่ชื่อ 'โดมิโน่' ขึ้นมา

          แอนเทียร์ยิ้มแล้วหยิบหมากหนึ่งตัวที่มายครอฟเหลืออยู่วางลงบนกระดาน "ถ้าเรามีตัวที่เหมือนกันทั้งสองข้าง เราสามารถวางตัวต่อไปได้อีกค่ะ วางมากกว่า 1 ตัวได้ วางไปจนกว่าโดมิโน่ของเราจะวางไม่ได้อีก" แอนเทียร์พูด "ถ้าทำแบบนี้คุณมายครอฟชนะนานแล้วค่ะ เพราะคุณมายครอฟมีตัวเหมือนกันตั้ง 3 อัน"

          "แล้วทำไมคุณไม่บอกผมเนี่ย" มายครอฟโวยวาย "เลิกเล่น พอกันที"

          เชอร์ล็อคหัวเราะ "แพ้แล้วพาล" เขาพูดแล้วหันมองไปที่ประตูห้องรับแขกแล้วยิ้ม "จอห์นมา"

 

 

 

          จอห์น วัตสันในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวสวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีเข้ม เขาพึ่งเลิกงานจากที่คลินิกและรีบมาที่นี่ทันทีอย่างที่เคยทำในหลายวันที่ผ่านมานับตั้งแต่เชอร์ล็อคกลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง จอห์นเดินขึ้นบันไดมาแล้วพบว่าในห้องรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้วสองคน

          "แอนเทียร์? มายครอฟ?" จอห์นขมวดคิ้ว "มาทำอะไร"

          "สวัสดีค่ะ ดร.วัตสัน" แอนเทียร์กล่าวทักทายอย่างสุภาพแล้วค้อมหัวให้เล็กน้อย

          "มาเล่นโดมิโน่แล้วแพ้" เชอร์ล็อคตอบ "แพ้แล้วพาลเสียด้วย"

          มายครอฟไม่พูดอะไรตอบโต้ เขาเหลือบตามองเลขาส่วนตัว "เก็บโดมิโน่พวกนี้ไปให้หมด" มายครอฟพูดแล้วมองหน้าน้องชาย "ชั้นจะเอาไปเล่นกับแฟนชั้นที่บ้าน"

          เชอร์ล็อคเหลือบตามอง "ชั้นจะยุให้เขาทิ้งนายอีก"

          มายครอฟขยับเสื้อผ้าตัวเองเล็กน้อยอย่างวางมาด "อย่าอิจฉาคนมีแฟนสิ"

          "ถ้าเขาทิ้งนายอีกครั้ง ชั้นสาบานเลยว่าชั้นจะไปยืนหัวเราะที่หน้าบ้านนาย" เชอร์ล็อคพูด

          "เรื่องแย่ๆแบบนั้น ไม่มีวันเกิดขึ้นซ้ำสอง" มายครอฟตอบแล้วลุกขึ้นยืน "ยินดีด้วยนะจอห์นที่กำลังจะแต่งงาน ส่วนเรื่องแหวนชั้นจะจัดการให้ จะพยายามเร่งให้เสร็จตามกำหนดเวลามากที่สุด"

          จอห์นเหลือบตามองอดีตเพื่อนร่วมแฟลต "อืม" เขาตอบเบาๆ

          เชอร์ล็อคลุกเดินเข้าไปดึงเสื้อพี่ชายแล้วกระซิบเบาๆ "ในเมื่อแหวนแต่งงานของเขาอยู่กับนาย นายก็ทำเสร็จช้าๆสิ เขาจะได้ไม่มีแหวนแต่งงาน"

          มายครอฟดึงมือน้องชายออก "ชั้นเป็นพ่อค้า และชั้นทำแบบนั้นกับลูกค้าไม่ได้"

          เชอร์ล็อคมองตอบอย่างหงุดหงิดแล้วพูด "อย่าลืมเรื่องคริสตินกับเดลฟี่"

          จอห์นหันมองหน้าทั้งสองคนสลับกันด้วยสายตาตกใจ "คริสติน? เดลฟี่? นั่นใช่น้องสาวของคุณหรือเปล่าแอนเทียร์" จอห์นถามเลขาคนสนิทของมายครอฟ

          "ใช่ค่ะ ทั้งสองคือน้องสาวของดิชั้น" แอนเทียร์ตอบ

          "คริสตินกับเดลฟี่มีอะไร สองคนนั้นทำงานภาคสนามที่ต่างประเทศไม่ใช่หรอ สองคนนั้นกลับมาที่ลอนดอนแล้วหรอ" จอห์นถาม "หรือว่าที่ลอนดอนมีเรื่องใหญ่ถึงเรียกสองคนนั้นกลับมา"

          "ถามเขาสิ" เชอร์ล็อคบุ้ยปากไปที่พี่ชาย "คริสตินกับเดลฟี่เป็นคนของเขานี่ เขาเรียกตัวกลับมาทำไมล่ะ"

          "นี่อย่าบอกนะว่า....." จอห์นยังไม่ทันพูดจบมายครอฟก็ตัดบทสนทนา

          "ชั้นกลับล่ะ ชั้นมีธุระ"

          "เฮ้ ! อย่ามาตัดช่องน้อยแต่พอตัว ชิ่งเอาตัวรอดแบบนี้นะมายครอฟ!!!" เชอร์ล็อคตะโกนตามหลังพี่ชาย

          จอห์นดึงเสื้อเชอร์ล็อค "เชอร์ล็อค ไหนบอกมาซิว่าคริสตินกับเดลฟี่กลับมาทำอะไรที่ลอนดอน"

          "คือแบบว่า....." เชอร์ล็อคกำลังใช้หัวสมองเลือกคำที่เหมาะสม "แบบว่าสองคนนั้นกลับมาส่งชั้น"

          "มาส่ง?" จอห์นขมวดคิ้ว "สองคนนั้นรู้ใช่มั้ยว่านายไปไหนมา"

          "ก็รู้นิดหน่อย" เชอร์ล็อคตอบ

          "ก็ดี งั้นชั้นจะไปถามสองคนนั้นว่านายไปไหนมา" จอห์นพูด

          "โถ่จอห์น นายก็รู้ว่ามายครอฟหวงเลขามาก ยิ่ง 2 คนนั้นที่ทำงานภาคสนามเป็นหลักที่เจอตัวยาก นายทำเหมือนมายครอฟจะให้เจอได้ง่ายๆแบบนั้นแหละ" เชอร์ล็อคพูด

          "งั้นนายบอกชั้นมา คริสตินกับเดลฟี่เกี่ยวข้องอะไร" 

          "แบบว่า....แบบว่า" เชอร์ล็อคอ้ำอึ้ง "แบบว่าไปทำงานด้วยกันมา"

          จอห์นเริ่มกำมือแน่นเมื่อเชอร์ล็อคตอบคำถามวกวนไปมา "งานอะไร"

          เชอร์ล็อคเหลือบตามองมือของจอห์นแว้บหนึ่งแล้วพูด "อย่าโกรธนะ" เชอร์ล็อคพูดเบาๆ "คือชั้นไปทำงานให้มายครอฟมาอย่างที่เคยบอกไปเมื่อวันก่อน แบบว่างานสำคัญ .... คือ .....คือไปทำงานกับเดลฟี่กับคริสตินฝาแฝดของแอนเทียร์มา แล้ว...แล้ว"

          "แล้วอะไร" จอห์นพยายามกัดฟันพูด .... เชอร์ล็อคไม่เคยเล่าความจริงกับเขาได้หมดเสียทีไม่ว่าจะผ่านมากี่วันแล้วก็ตาม

          "งานเสร็จแล้วเลยกลับมา" เชอร์ล็อคก้มหน้าตอบ "ขอโทษที่บอกความจริงไม่หมด"

          ใคร.....ใครรู้อีกบ้าง" จอห์นพยายามกัดฟันถาม

          "เอ่อ...นอกจากมายครอฟคนวางแผนและสั่งงานแล้วก็มีแอนเทียร์เลขาคนสนิทของมายครอฟ คริสตินกับเดลฟี่ เจ้าหน้าที่ภาคสนามของมายครอฟจำนวนหนึ่ง แล้วก็มีเบลลีย์กับเอมิลี่ด้วย"

          "มายครอฟและเลขาทั้ง 5 คนรู้เรื่องหมด" จอห์นหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง "มีแต่ชั้นที่โง่ที่ไม่รู้"

          "อันที่จริงยังไม่หมด" เชอร์ล็อคตอบ "มี.....มอลลี่ด้วย"

          "มอลลี่??????" จอห์นถามเสียงสูง "มอลลี่ ฮูเปอร์?"

          "อ่า...ใช่ คือเธอคือคนสำคัญของเรื่องนี้เลย แบบว่าไม่ได้ตั้ง....."

          ไม่ทันที่เชอร์ล็อคจะได้พูดคำว่า 'ไม่ได้ตั้งใจ' ได้จบ จอห์นก็ยกหมัดที่กำไว้ชกไปที่โหนกแก้มของเชอร์ล็อคจนสุดแรง

          "จอห์น !!! ชั้นเจ็บนะ !!!" เชอร์ล็อคโวยวายลั่นแล้วยกมือขึ้นแตะโหนกแก้ม

          "เจ็บหรอเชอร์ล็อค เจ็บมากหรอ" จอห์นถามด้วยเสียงโกรธแล้วยกมือขึ้นจะชกคนตัวสูงกว่าอีกครั้งแต่ครั้งอีกถูกเชอร์ล็อคจับมือไว้ได้ทัน

          "พอได้แล้ว ชั้นขอโทษ ชั้นบอกไปหลายร้อยครั้งแล้วว่าชั้นขอโทษ" 

          "พวกนายรวมหัวกันหลอกชั้น ทำเป็นเหมือนไม่รู้ไม่เห็นอะไร พวกนายมันใจดำ พวกนายมันใจร้ายที่เห็นชั้นกับเชอร์ลินเศร้ามากขนาดไหนแต่พวกนายก็ยังจะหลอกชั้นไปเรื่อยๆ นายคิดว่าแค่คำขอโทษแค่นี้มันพอหรอเชอร์ล็อค" 

          "ชั้นรู้จอห์น ชั้นรู้ว่านายกับเชอร์ลินเสียใจ" เชอร์ล็อคพูด "แต่ชั้นจำเป็นต้องทำ ชั้นทำเพื่อเราทุกคนนะ"

          "เพื่อ...เราทุกคนอย่างนั้นหรอ" จอห์นถาม "เพื่อตัวนายกับมายครอฟจะได้มองเห็นชั้น เห็นทุกคนเป็นตัวตลก เป็นไอ้หน้าโง่ที่เสียใจกับการตายแบบปลอมๆ ขณะที่นายไปมีความสุขกับการไขคดีเล่นๆที่เมืองนอกกับเลขาของมายครอฟแบบนั้นใช่มั้ยเชอร์ล็อค !"

          "ชั้นไม่เคยมีความสุขแม้แต่วินาทีเดียวที่ได้อยู่ห่างจากนายและเชอร์ลิน ไม่เคยเลยแม้แต่วินาทีเดียว" เชอร์ล็อคปล่อยมือที่จับแขนจอห์นเอาไว้ "นายจะต่อยชั้นอีกซักร้อยครั้งพันครั้งก็ได้ถ้ามันจะทำให้นายหายโกรธ ชั้นจะไม่ว่านาย"

          "นายไปไหนมาเชอร์ล็อค นายไปไหนมา ช่วยบอกความจริงกับชั้นเสียที วันแรกบอกว่าไปทำงาน วันต่อมามาบอกว่าไปทำงานให้มายครอฟ ต่อมาก็มาบอกว่านอกจากมายครอฟยังมีเลขาทั้ง 5 คนและมอลลี่ที่รู้เรื่องอีก ยังมีอะไรที่ชั้นต้องรู้ บอกมา อย่าปล่อยให้ชั้นเป็นคนโง่" จอห์นถาม "หรือชั้นไม่สมควรรู้"

 

 

 

          เชอร์ล็อคเดินหนีแล้วไปนั่งที่โซฟาของตัวเอง เขาหันไปมองตุ๊กตากระต่ายของเชอร์ลินที่วางไว้เนื่องจากเรียนโรงเรียนประถมแล้วจึงไม่สามารถเอาตุ๊กตาไปเล่นด้วยได้อีก เขายื่นมือหยิบตุ๊กตาของลูกสาวมาถือไว้แล้วมองดูมัน

          "จิม มอร์ริอาร์ตี้จะฆ่านายกับลูก รวมไปถึงหม่ามี้และเลสเตรดด้วย" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงลอยๆ ดูไม่ได้ตั้งใจจะพูดมากเท่าไหร่นัก "มันจะฆ่าทุกคน ถ้าชั้นไม่ฆ่าตัวตาย"

          จอห์นตาโตด้วยความตกใจแล้วรีบมานั่งที่โซฟาของตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม "จิม....มอร์ริอาร์ตี้หรอ? นายบอกว่าเป็นฝีมือหมอนั่น?"

          "มันจะฆ่าลูกชั้น จะฆ่านาย นายจะให้ชั้นทำยังไง" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงเบาหวิว "ชั้นต้องเอาชีวิตตัวเองแลกกับนายกับเชอร์ลิน แลกกับทุกๆคน"

          "ล้อ....เล่นใช่มั้ยเชอร์ล็อค?" จอห์นหัวเราะเบาๆ "จิมจะมาฆ่าชั้นกับเชอร์ลินทำไม"

          "มันบ้า มันเป็นพวกบ้า" เชอร์ล็อคพูดเพียงเท่านั้น

          "ใช่ ชั้นรู้ว่าเขาบ้า ชั้นเคยเจอเขา เราเตยเจอเขา" จอห์นพูด "เขามันเป็นตัวน่ารังเกียจ"

          เชอร์ล็อคเหลือบตามองคุณหมอ "ชั้นรู้ว่านายเกลียดมอร์ริอาร์ตี้มาก"

          "ใช่ ชั้นเกลียด" จอห์นตอบด้วยเสียงจริงจัง เชอร์ล็อคมีสายตาหม่นลง....เชอร์ลินลูกสาวของเขาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลมอร์ริอาร์ตี้ จอห์นไม่ชอบตระกูลมอร์ริอาร์ตี้.....

          "แล้ว....แล้วยังไง ไอ้บ้านั่นจะฆ่าชั้นกับเชอร์ลินถ้านายไม่ฆ่าตัวตาย? แต่เราทุกคนเห็นว่านายฆ่าตัวตาย ชั้นเห็นศพนายที่ห้องดับจิตด้วย นี่มันเป็นไปได้ยังไง" จอห์นถามด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่งุนงง

          "ตอนที่นายไปรับศพที่ห้องดับจิต ถ้านายสังเกต นายก็จะเห็นว่าที่ศพนั้นไม่มีแผลเป็นที่มือ" เชอร์ล็อคชูมือขวาให้คู่สนทนาดู "แผลเป็นที่เกิดจากการทำอาหารให้นายกินเป็นครั้งแรก แผลที่นายเคยทำความสะอาดให้ทุกวัน พันแผลให้ทุกวันจนมันหาย แต่นายกลับลืมมองมัน"

          "แต่ศพนั้น.......หน้าเหมือนนายมาก" จอห์นพูดเสียงสั่น "เขาเหมือนนายมาก"

          "มีทฤษฎีบอกไว้ว่าบนโลกนี้จะมีคนหน้าเหมือนเรา 7 คน ชั้นไม่รู้ว่าทฤษฎีนี้มันจริงมากแค่ไหน แต่อย่างน้อยคนนี้ก็เหมือนชั้นมาก" 

          "พวกนาย....ยิงเขาหรอ" แม้ว่าปากจอห์นจะถามเช่นนั้นแต่เขาก็เชื่อว่าเชอร์ล็อคไม่มีทางทำอะไรเช่นนั้น "ที่ศพมีรอยยิงที่ขมับเหมือนนาย"

          "แผลที่ศพมีปากบาดแผลที่เล็กและไม่เกิดรอยไหม้ที่บริเวณปากแผลเนื่องจากไม่ได้ถูกจ่อยิงในระยะใกล้ ปากแผลไปจนถึงกระสุนที่ถูกฝังอยู่ในสมองมีความกว้างของแผลที่เท่ากันเป็นเพราะถูกยิงจากระยะไกล ถ้าฆ่าตัวตายเองการเอาปากกระบอกปืนจ่อหัวในระยะต่ำกว่า 20 เมตรแบบนี้ซึ่งมันต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเพราะแขนของคนยาวไม่เกิน 1 เมตร ปากบาดแผลต้องเป็นรอยไหม้และปากแผลต้องเหวอะกว่านี้" เชอร์ล็อคอธิบาย "เขาตายจากการฆาตกรรม คดียังปิดไม่ได้ มอลลี่เป็นคนหาศพนี้มาได้ตามคำสั่งของมายครอฟ"

          จอห์นอ้าปากค้างเล็กน้อย "ปะ....เป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงบังเอิญมีคนหน้าเหมือนนายถูกยิงที่ขมับเหมือนนาย"

          "จิมให้ชั้นใช้ปืนฆ่าตัวตาย แต่เขาไม่ได้บอกว่าให้ยิงตรงไหน ในคลิปวิดีโอชั้นเลยต้องยิงขมับข้างขวาให้เหมือนกับศพ"

          "คลิป....วิดีโอ?"

          "อ่า....." เชอร์ล็อคอ้ำอึ้งที่จะต้องเล่าต่อ "ที่พวกนายได้เห็นในทีวี มันไม่ใช่การถ่ายทอดสด มันเป็นเทป ที่ถูกถ่ายไว้ล่วงหน้า 3 นาทีแล้วตัดสลับออกอากาศ มันเป็นฝีมือของเอมิลี่น้องสาวคนเล็กของแอนเทียร์ เธอเก่งมาก เพราะเรามีเวลาไม่เกิน 4 นาทีในการทำทุกอย่าง"

          จอห์นเงียบ เขากำลังใช้สมองเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมด

          "ถ้า 5 โมงตรงชั้นยังไม่ฆ่าตัวตาย คนของไอ้บ้านั่นจะยิงทุกคน ชั้นมีเวลาเพียงแค่ 45 วินาทีในการตัดสินใจ 3 นาทีในการทำงาน และ 1 นาทีสำหรับการหลบหนีออกจากตรงนั้น" เชอร์ล็อคพูด "ทุกอย่างมันเป็นแผนอย่างที่มายครอฟวางไว้"

          "มายครอฟ!!!!" จอห์นตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความโกรธ "เขาไม่พูดอะไร ไม่บอกอะไร วันที่นายตายเขาหายไป กลับมาอีกทีก็หลังงานศพ จะมาเอาเชอร์ลินไปจากชั้น จะมาเก็บไวโอลินของนาย มายครอฟเขาเป็นบ้า เขาไม่ใช่มนุษย์ เขาทำหน้าเฉยๆ ไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ห่วง ไม่กังวลอะไรเลยแบบนั้นได้ยังไง เขาทนเห็นหลานสาวที่อายุแค่ 5 ขวบร้องไห้ทุกวันโดยไม่ปลอบ ไม่โอ๋ ไม่ทำอะไรเลยแบบนั้นได้ยังไง !"

          เชอร์ล็อคมองตุ๊กตากระต่ายตัวนั้นเงียบๆไม่ได้พูดอะไร

          "นายไม่ไว้ใจชั้นหรอเชอร์ล็อค ทำไมชั้นไม่มีสิทธิรู้แผนนี้ ทำไมปล่อยให้ชั้นอยู่คนเดียว" จอห์นถามด้วยเสียงผิดหวัง

          เชอร์ล็อคเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ชั้นไว้ใจนาย เพราะชั้นไว้ใจ ชั้นถึงให้เชอร์ลินอยู่กับนาย" เชอร์ล็อคพูด "แล้วชั้นก็รู้ว่าชั้นไว้ใจถูกคน เชอร์ลินโตมาเป็นเด็กดีเพราะนายเลี้ยง"

          "ตอนนายตาย ชั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ขณะที่คนของมายครอฟ ขนาดมอลลี่ยังรู้" จอห์นพูดเสียงแผ่ว "ชั้นคงไม่ได้สำคัญพอที่จะมีส่วนร่วมในการรักษาชีวิตนาย ชั้นมีความสามารถเพียงแค่เป็นคนเลี้ยงลูกเท่านั้น"

          "ไม่ๆๆๆ จอห์น ไม่ใช่อย่างนั้น" เชอร์ล็อครีบพูดอย่างกังวลใจ "นายตกอยู่ในอันตราย นายจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้"

          "ชั้นคงเป็นภาระในชีวิตของนาย ชั้นถึงต้องให้นายมาดูแลตลอด"

          "จอห์น....มันไม่ใช่อย่างนั้น นายสำคัญมาก และนายไม่ใช่ภาระของชั้นเลย" เชอร์ล็อคพูด "เชอร์ลินเป็นหัวใจของชั้น นายดูแลเชอร์ลิน นายดูแลหัวใจของชั้น แล้วนายจะคิดว่าตัวเองไม่สำคัญได้ยังไงจอห์น"

          "แล้วทำไมไม่ส่งข่าว ไม่บอกอะไร ทำไมทิ้งชั้นไว้แบบนั้น นายรู้มั้ยว่าชั้นอยู่ยังไง" จอห์นพูด "ชั้นพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป พยายามเป็นหลักที่เข้มแข็งในเชอร์ลิน นายรู้มั้ยว่ามันยากลำบากขนาดไหนในเวลา 2 ปีที่ผ่านมา"

          "ชั้น.....ขอโทษ" เชอร์ล็อคกล่าวประโยคเดิมอีกครั้ง "นายจะต่อยชั้นอีกกี่สิบครั้งก็ได้ ถ้ามันจะทำให้นายหายโกรธ"

          "ชั้นไม่ได้โกรธ แต่ที่ชั้นรู้สึกมันคือความเจ็บ" จอห์นพูด "ยิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้ไว้ใจเรา ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา มันยิ่งเจ็บ เจ็บมากขึ้นเมื่อรู้ว่าเรามันอ่อนแอ ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ตัวเองคิด"

          เชอร์ล็อควางตุ๊กตากระต่ายไว้ที่เดิมแล้วยื่นมือทั้งสองข้างของตัวเองไปกุมมือที่สั่นเล็กน้อยด้วยความเสียใจของคนตรงหน้า เชอร์ล็อคค่อยๆดึงมือที่ถูกกุมอยู่มาจูบเบาๆที่หลังมือ

          "หายเจ็บไหมจอห์น เหมือนที่นายจูบให้เชอร์ลินเวลาเชอร์ลินล้ม จูบที่มือชั้นตอนมือชั้นเจ็บ ชั้นจูบนายแบบนี้ นายหายเจ็บไหม"

          จอห์นรีบดึงมือตัวเองออกทันที "อย่าทำกับคนที่กำลังจะแต่งงานแบบนี้" 

          เชอร์ล็อคมีแววตาที่เศร้าลง "กลับมาอยู่ด้วยกันเถอะจอห์น เชอร์ลินต้องการนาย"

          "ชั้นเจอกับเชอร์ลินเท่าเดิมอยู่แล้ว ชั้นรีบมาที่นี่แต่เช้า เอาอาหารเช้ามาให้ ไปส่งเชอร์ลินที่โรงเรียน ตอนเย็นรอรับกลับ อยู่กับเชอร์ลินจนเชอร์ลินหลับ ทุกอย่างมันเหมือนเดิม"

          "แล้วชั้นล่ะ? ทำไมชั้นถึงได้ไม่เท่าเดิม ? ปกติพอส่งเชอร์ลินเข้าโรงเรียนแล้วเราก็จะไปทำคดีด้วยกันถ้าไม่มีคดีบางวันเราก็นั่งดูหนังงี่เง่าของนายด้วยกันในห้องรับแขกนี้ ตอนเย็นเราก็รับเชอร์ลินไปกินข้าวเย็นด้วยกัน เราจะกลับมานั่งดูการ์ตูนกับเชอร์ลินด้วยกัน นายจะเล่านิทานให้เชอร์ลินฟังส่วนชั้นจะนั่งบ่นอยู่ข้างๆ วันไหนเป็นเวรของชั้นส่งลูกเข้านอน ชั้นเล่นไวโอลินนายก็นั่งฟังอยู่ด้วย พอเชอร์ลินหลับเราก็มาเคลียร์งานต่อ ไม่ก็อ่านหนังสือ บางวันนายออกไปดูบอล ชั้นก็นั่งรอนายกลับมา" เชอร์ล็อคพูด "แล้วตรงส่วนตรงนี้ของชั้นมันหายไปไหนหรอจอห์น ชั้นนั่งรอนายทุกคืนเหมือนนายไปดูบอล นายกลับมาดึกแค่ไหนชั้นก็รอนายจำได้มั้ยแล้วนายก็จะบ่น ชั้นรอนายกลับมาบ่นชั้นทุกวันแต่นายไม่กลับมา"

          "ชั้นมีคู่หมั้นแล้ว และอีกไม่นานเธอจะมาเป็นภรรยาของชั้น ชั้นต้องอยู่กับเธอ" จอห์นพูด "ชั้นจะแต่งงานกับคนที่ดึงชั้นขึ้นมาจากหุบเหวแห่งความเศร้าในวันนั้น หุบเหวที่นายเป็นคนผลักชั้นลงไป"

          "ไม่ใช่จอห์น ชั้นไม่ได้ทำแบบนั้น" เชอร์ล็อคพูด

 

 

 

          "คุณพ่อ เชอร์ลินกลับมาแล้วค่ะ" เสียงสดใสของเด็กหญิงวัยประถมดังขึ้นมาจากชั้นล่าง เชอร์ล็อคและจอห์นรีบเขยิบตัวออกห่างจากกันทันที

          "อาจอห์นก็อยู่ด้วย" เชอร์ลินยิ้มแล้วรีบวิ่งมาหาคุณพ่อและคุณอาทันที

          "ลูกกลับมาได้ยังไง ใครไปรับ?" เชอร์ล็อคถามขณะที่ยื่นมือทั้งสองข้างโอบกอดลูกสาวที่พึ่งกลับจากโรงเรียน

          "อาแมร์รี่ไปรับมาค่ะ" เชอร์ลินตอบ "นี่อาแมร์รี่คุยกับคุณยายอยู่ข้างล่าง"

          "แมร์รี่?" เชอร์ล็อคทวนคำแล้วมองหน้าจอห์น "ชั้นเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ให้คนของนายมายุ่งกับลูกของชั้น"

          "เดี๋ยวก่อนนะเชอร์ล็อค ตอนนายไม่อยู่ชั้นกับแมร์รี่ไปรับเชอร์ลินที่โรงเรียนตลอดและมันไม่ได้มีปัญหาอะไร"

          "ต่อไปนี้ไม่ต้องมายุ่งกับลูกของชั้น ชั้นดูแลเอง" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นจะให้คริสตินกับเดลฟี่ มาดูแลเชอร์ลินจนกว่าสองคนนั้นจะถึงกำหนดกลับไปทำงานต่อ

ดีเหมือนกันมีคนติดตามใกล้ชิดเป็นผู้หญิง จะได้ตามเชอร์ลินไปทุกที่ ห้องลองชุด แผนกเสื้อผ้าเด็กผู้หญิง แต่ก่อนคนของมายครอฟที่ส่งๆมามีแต่ผู้ชาย แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เชอร์ลินจะได้มีคนอยู่ด้วยตลอดเวลา"

"ที่ผ่านมาชั้นกับแมร์รี่ก็ดูแลได้ และเชอร์ลินปลอดภัยดี นายไม่จำเป็นต้องให้คนมาดูแลเชอร์ลินเพิ่ม เชอร์ลินไม่ใช่ลูกมาเฟีย ไม่จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดเยอะขนาดนั้น"

          "ชั้นไม่ให้คนที่ชั้นไม่ไว้ใจยุ่งกับลูกของชั้น"

          "นายไว้ใจเลขาของมายครอฟมากกว่าแมร์รี่เนี่ยนะ?"

          "สองคนนั้นไว้ใจได้" เชอร์ล็อคตอบ

          "แมร์รี่ก็ไว้ใจได้ เธอน่ารัก นิสัยดี ใจดี ใจเย็นและเข้ากับเชอร์ลินได้ดี นายควรเปิดใจมองบ้าง" จอห์นพูด "หากเชอร์ลินต้องการแม่ แมร์รี่ทดแทนให้ได้"

          "ไม่จำเป็น เชอร์ลินอยู่มาได้โดยไม่มีแม่ตั้ง 3 ปี ยังอยู่ได้"

          "โอ้ใช่ เชอร์ลินเข้มแข็งมาก เพราะอยู่โดยไม่มีพ่อมาอีก 2 ปีด้วยเช่นกัน" 

          เสียงฝีเท้าของผู้หญิงเดินขึ้นบันไดมา วันนี้เธออยู่ในชุดสีชมพูน่ารัก ผมบลอนด์หยิกถูกปล่อยลงมา เธอสะพายกระเป๋าลายดอกไม้สีหวานที่ข้างตัว แมร์รี่ยิ้มให้เชอร์ล็อค "สวัสดีค่ะเชอร์ล็อค"

          "เรียกชั้นว่าโฮมส์" เชอร์ล็อคตอบโดยไม่มองคู่สนทนา เขานั่งลูบผมยาวดำของลูกสาวที่นั่งอยู่บนตักโดยไม่สนใจใคร

          "เรียกเขาว่าเชอร์ล็อค อย่าไปฟังที่เขาพูด" จอห์นพูดกับแมร์รี่ "คุณปิดคลินิกไวจัง ผมขอโทษที่ไม่ได้ไปช่วยปิด"

          "ไม่เป็นไรค่ะ คนไข้ไม่มีแล้ว ชั้นก็เลยปิด" แมร์รี่พูดแล้วยื่นบางสิ่งให้ "บัตรผู้ปกครองค่ะ ชั้นคืนให้"

          เชอร์ล็อคหันมามองบัตรในมือแมร์รี่ด้วยสายตาไม่พอใจ เขารีบจับให้ลูกสาวนั่งที่เก้าอี้ ส่วนตัวเองรีบมาดึงบัตรนั้นทันที

          "ชั้นไม่อนุญาตให้ใครใช้บัตรนี้ทั้งนั้น นี่มันบัตรที่จะเอาลูกชั้นออกจากโรงเรียนได้" เชอร์ล็อคดึงบัตรนี้มาเก็บไว้เอง "ไม่ให้คนแปลกหน้าเอาไปใช้"

          "อีกหน่อยแมร์รี่จะไปรับเชอร์ลินแทนชั้นในบางวัน ครูที่โรงเรียนควรจะจำหน้าได้บ้าง ชั้นเลยให้แมร์รี่ลองไปรับเชอร์ลินคนเดียวดู" จอห์นพูด "ชั้นเป็นผู้ปกครองเชอร์ลินนะ ชั้นมีสิทธิในการเลี้ยงดูเชอร์ลินด้วย และแมร์รี่ที่กำลังจะมาเป็นภรรยาชั้นเธอก็มีสิทธิเหมือนกัน"

          "ถ้างั้นนายก็ไม่ต้องเป็นผู้ปกครองเชอร์ลินอีก แค่เด็กคนเดียวชั้นเลี้ยงได้ เดี๋ยวชั้นจะให้คนเอาเอกสารไปให้เซ็น" เชอร์ล็อคพูดแล้วกลับมานั่งที่โซฟาตามเดิม

          "นี่นาย.....พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า" จอห์นถามด้วยเสียงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน "นายกำลังไล่ชั้นออกจากชีวิตเชอร์ลินนะ"

          เชอร์ล็อคไม่ตอบ เขาไม่สนใจ ไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น

          "ชั้นเลี้ยงเชอร์ลินมานะ นายจะมาไล่ชั้นออกแบบนี้ไม่ได้ ชั้นจะไม่ยอมเซ็นเอกสารบ้าๆอะไรของนายทั้งนั้น เชอร์ลินเป็นสิทธิของชั้นครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ" จอห์นพูดด้วยเสียงหงุดหงิด "ถ้านายไล่ชั้นออกจากการเลี้ยงดูเชอร์ลิน เราเจอกันที่ศาลแน่"

          "ชั้นเป็นพ่อ นายคิดว่านายจะฟ้องศาลชนะชั้นหรอจอห์น" เชอร์ล็อคถามเสียงเรียบ

          "ลองดูมั้ยเชอร์ล็อค ชั้นว่าศาลสามารถพิจารณาได้ว่านายไม่เหมาะสมที่จะเลี้ยงเด็กผู้หญิงตามลำพัง" จอห์นยังคงพูดด้วยความรู้สึกเหมือนเดิม....ความรู้สึกโกรธปนน้อยใจ....เชอร์ล็อคไล่เขาออกจากชีวิตอย่างนั้นหรอ

          "จอห์นคะ ใจเย็นๆ เดี๋ยวเชอร์ลินตกใจ" แมร์รี่กระซิบเบาๆ แล้วหันไปยิ้มแย้มกับเด็กหญิงที่น่ารัก "เชอร์ลินไปอาบน้ำกันมั้ย เดี๋ยวอาพาไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด จะได้มาดูการ์ตูนกับคุณพ่อนะ"

          "ไม่ต้องยุ่ง" เชอร์ล็อคพูดสั้นๆ แมร์รี่จึงหุบยิ้มและมีทีท่าสลดลงทันที

          "หัดมีมารยาทหน่อย" จอห์นปรามเบาๆ 

          เชอร์ล็อคคุยกับลูกสาว "ตั้งแต่วันพรุ่งนี้พี่เลขาจะมาดูแลเชอร์ลิน พี่เลขาจะอยู่กับเชอร์ลินตลอดเวลา ถ้าไม่อยู่กับพี่เลขาเชอร์ลินก็ต้องอยู่กับพ่อ ห้ามอยู่กับคนอื่น เข้าใจไหม"

          "เข้าใจค่ะ" เชอร์ลินยิ้ม 

          "แล้วชั้นล่ะ?" จอห์นถาม "ชั้นเป็นคนอื่นของเชอร์ลินหรือเปล่า"

          เชอร์ล็อคเหลือบตามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ปลายหางตาของเขามองเห็นแมร์รี่กระซิบกระซาบบางอย่างอยู่กับอดีตแฟลตเมตของเขา เขาเห็นจอห์นพยักหน้าเข้าใจ 2-3 ครั้ง แมร์รี่จึงเดินลงบันไดชั้นล่างไป จอห์นเดินมาหาเชอร์ลินที่นั่งอยู่บนตักของเชอร์ล็อค เขายื่นมืออุ้มเชอร์ลินลุกขึ้นขณะเดียวกันก็มองดูว่าเชอร์ล็อคจะต่อว่าอะไรเขาไหม แต่ปรากฏว่านักสืบเงียบ จอห์นจึงพูดกับหลานสาว

          "เดี๋ยวไปอาบน้ำนะเชอร์ลิน อาจะทำอาหารเย็นรอนะ"

          "เดี๋ยวก่อนค่ะ ยังไม่อาบ" เชอร์ลินพูดแล้วรีบวิ่งไปที่กระเป๋านักเรียนที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอรื้อค้นหาบางอย่างอย่างร้อนใจ "เจอแล้ว" เชอร์ลินยิ้ม

          เด็กหญิงวัยประถมถือพลาสเตอร์ยาลายการ์ตูนยีราฟมายื่นให้จอห์น "อาจอห์นแปะแผลให้คุณพ่อหน่อยนะคะ อาจอห์นเป็นหมอ อาจอห์นดูแผลที่แก้มให้คุณพ่อหน่อย" เชอร์ลินจูงมือจอห์นมาหาเชอร์ล็อคที่นั่งอยู่ที่โซฟา แล้วชี้ไปที่โหนกแก้มของผู้เป็นพ่อ "นี่ไงแผล คุณพ่อมีแผล"

          แผลที่เชอร์ลินพูดถึงมันคือรอยถากเล็กๆบริเวณโหนกแก้มที่จอห์นเป็นคนต่อย จอห์นมองแผลนั้นอย่างสำนึกผิดแล้วรับพลาสเตอร์ยาลายการ์ตูนมาแปะไว้ที่แผลเล็กๆนั้นให้กับเชอร์ล็อค

          เชอร์ล็อคมองตามมือที่คุ้นเคยที่กำลังค่อยๆแปะพลาสเตอร์ลงที่ใบหน้าของเขา

          "ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะไล่นายออกไป ชั้นแค่ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งกับเชอร์ลินของเรา" เชอร์ล็อคพูดเบาๆ "ชั้นขอโทษ"

          "แมร์รี่ไม่ใช่คนอื่น" จอห์นพูด

          "เธอเป็นคนอื่นสำหรับชั้น" เชอร์ล็อคตอบกลับ

          จอห์นไม่ได้ต่อประโยคของเชอร์ล็อคอีก เขาใช้นิ้วลูบลงไปที่แผลผ่านพลาสเตอร์ยาเบาๆ เพื่อให้พาสเตอร์ยาติดแนบสนิทกับผิวได้ดี

          "ชั้นทำเพื่อลูกของนายแล้ว ถึงตานายต้องทำเพื่อชั้นบ้าง" จอห์นพูดเมื่อปิดพลาสเตอร์ยาเสร็จแล้ว "สัปดาห์หน้าชั้นจะเริ่มจัดการเรื่องงานแต่งแล้ว ในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว นายต้องมาช่วยงาน"

          เชอร์ล็อคไม่ตอบแต่หันไปมองอย่างอื่นแทน เขานิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร จอห์นถอนหายใจเบาๆ แล้วจูงมือหลานสาวไปหยิบเสื้อผ้าเพื่อเตรียมอาบน้ำ ส่วนตัวเขาจะได้มาทำอาหารเย็นให้หลานสาวของเขาทาน

 

          ใช่....อาหารเย็นสำหรับหลานสาวอย่างเชอร์ลิน เพราะเชอร์ล็อคคงไม่อยากทานอาหารฝีมือของอดีตเพื่อนร่วมแฟลตอย่างเขาอีก

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #350 despasito (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:00
    เชอนายพูดอะไรออกมาาาาาาา
    #350
    0
  2. #283 heechulnarak (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:05
    โอ้ยยยยยยยยยยยยย ทรมานนนนนนนน
    #283
    0
  3. #143 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 13:27
    มันน่าเศร้า
    #143
    0
  4. #113 Junior Prince LP (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 17:39
    T T เง้อซีนนี้ดร่าม่าจัดหนักมาก ม่ายนะจอนห์เรารู้ว่าเธน้อยใจแต่กลับมาหาเชอร์ล็อคเถอะพรีสส
    #113
    0
  5. #112 stctmee (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 00:21
    เป็นเรื่องเดียวที่อิงซีรี่ย์เเล้วรับไม่ได้ หน่วงมาก มันพอจะมีทางจบไม่เหมือนซีรีย์ไหม เค้าสองคนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม....ปวดหัวใจชิปเปอร์เหลือเกิน
    #112
    0
  6. #111 kamisho (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 15:39
    ฮืิออออ ต้องเตรียมตับสำรองไว้เยอะๆค่ะ ฮยือออออ เศร้าค่ะ..เชอร์ลง้อด่วน!!ง้อไม่สำเร็จจับปล้ำเล--(โดนจอห์นตรบ)
    ไม่อยากกินมาม่า พลีสสสส
    #111
    1
    • #111-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 34)
      1 พฤศจิกายน 2559 / 16:15
      มาม่าอร่อยนะ หุหุ
      #111-1
  7. #110 Mojito* (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 11:42
    โฮฮฮ ดราม่าฝุด ;-;
    พี่หยิกค่ะง้อต่อไปค่ะ ให้พี่ไมค์ช่วยก็ได้ เอาพี่จิ๋วกลับมาให้ได้ก่อนแต่งงานนะ อย่าให้พี่จิ๋วเข้าโบสถ์ก่ะเจ๊มะลินะะะะ ฮืออออ
    #110
    1
    • #110-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 34)
      1 พฤศจิกายน 2559 / 12:56
      ชอบชื่อจิ๋วกับมะลิ 555555 จดไว้ก่อนเผื่อแต่งเรื่องต่อไปจะใช้ชื่อนี้
      #110-1