[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 33 : Unspoken ตอนที่ 31 : Happy Return ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 755
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    29 ต.ค. 59

          สภาพอากาศที่อังกฤษนั้นย่ำแย่เสมอเนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ อากาศจึงค่อนข้างชื้น เปลี่ยนแปลงบ่อยและมีฝนตกแทบจะตลอดทั้งปี
          พายุฝนเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับเธอมาก...
          เด็กหญิงวัย 7 ขวบผมสีดำสนิทที่แสนจะโดดเด่นในชุดเครื่องแบบนักเรียนประถม มองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนกำลังตกหนัก มีฟ้าแล้บอยู่ 2- 3 ครั้ง เธอหลับตาปี๋ทันทีด้วยความกลัว...ไม่ชอบเลย ไม่ชอบเสียงฟ้าผ่าฟ้าร้องแบบนี้ ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ได้แต่ไม่เอาฟ้าผ่าจะได้ไหม
          เด็กหญิงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงนักเรียนสีน้ำเงินเข้มแล้วหยิบบางสิ่งออกมา มันคือ 'Ear Plug' หรือปลั๊กอุดหูที่เธอต้องพกติดตัวตลอดมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว เธอต้องใส่ที่อุดหูทุกครั้งที่ต้องออกไปข้างนอกอาคารที่กำลังมีพายุฝน
          เธอไม่ถูกชะตากับเสียงฟ้าผ่า เธอเกลียดมัน เธอสูญเสียคนที่รักคนแรกในชีวิตไปเมื่อ 3 ปีก่อนท่ามกลางเสียงฟ้าผ่าในพายุฝน เสียงฟ้าผ่าพวกนี้มันทำให้เธอคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น เหตุการณ์ที่เธอพยายามแล้วพยายามเล่าที่จะลืมมันแต่ก็ทำไม่ได้เสียที
          เสียงฟ้าผ่าในวันนั้นคงเทียบเท่าได้กับข่าวร้ายที่เธอได้ยินในอีก 1 ปีต่อมา มันน่ากลัว และรุนแรงยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าในครั้งไหนๆที่เธอเคยได้ยิน
          "คุณพ่อไม่อยู่กับเราแล้วนะเชอร์ลิน คุณพ่อเสียชีวิตแล้ว"
          นั่นคือประโยคที่ฝังอยู่ในใจของเธอมาตลอดสองปี
          การเป็นเด็กกำพร้าซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมาก หากเธอไม่ได้อยู่กับ 'คุณอา' ที่รักเธอมากกว่าสิ่งไหนๆในโลก เธอคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตของเธอต่อจากนั้นจะเป็นอย่างไร
          'อาจอห์น' หรือ ดร.วัตสันอย่างที่คนทั่วไปเรียก ดูแลเธอตามลำพังในบ้านหลังใหม่ที่อาจอห์นเป็นคนซื้อด้วยเงินเก็บของตนเองหลังจากคุณพ่อเสียชีวิตไปไม่นาน ช่วงแรกมันยากลำบากที่จะผ่านไปได้ในแต่ละวัน ไม่ใช่ลำบากในเรื่องเงินทองเพราะเงินของคุณพ่อที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้ก็เป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับคนสองคนนั่นมันก็เพียงพอแล้ว แต่ความยากลำบากในการข่มตาหลับในแต่ละคืนนั้นยากยิ่งกว่า อาจอห์นฝันร้ายเรื่องคุณพ่อติดๆกันอยู่หลายคืน จากหลายคืนนับเป็นหลายเดือนจนสภาพจิตใจย่ำแย่และไม่สามารถกลับไปทำงานที่คลีนิกที่เคยทำงานได้ ขณะเดียวกันตัวเธอเองที่ยังจมอยู่กับความทุกข์ก็ไม่สามารถกลับไปเรียนได้เช่นกัน คุณอาของเธอตัดสินใจให้เธอพักการเรียนจนกว่าสภาพจิตใจจะดีขึ้น อาจอห์นที่ลาออกจากการเป็นหมอในคลีนิกก็มาอยู่กับลูกสาวของเพื่อน ดูแลสภาพจิตใจกันและกันตามลำพังอยู่เกือบปี

          "เชอร์ลิน ผู้ปกครองมารับแล้วนะคะ" คุณครูประจำชั้นคนสวยยืนเรียกเธอที่หน้าห้องเรียน เด็กหญิงเบะปากเหมือนจะร้องไห้เล็กน้อยที่ต้องกลับบ้านท่ามกลางพายุฝนเช่นนี้อีกครั้ง
          เธอยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาดูนาฬิกา...นาฬิกาข้อมือสีเงินเรือนเล็กที่สั่งทำพิเศษจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ของขวัญวันเกิดชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายที่คุณพ่อให้ไว้ก่อนจะจากไป อาจอห์นเป็นคนสอนให้เธอดูนาฬิกาข้อมือด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้รู้จักเวลาที่อาจอห์นจะมารับกลับบ้านหลังเลิกเรียนนั่นก็คือตอนสี่โมงครึ่ง
          เธอขมวดคิ้ว...นี่พึ่งจะสี่โมงตรงเอง อาจอห์นมารับเร็วจังเลย
          เชอร์ลิน โฮมส์วัย 7 ขวบ เดินไปหยิบกระเป๋าเป้ที่ไม่ใช่ลายการ์ตูนเจ้าหญิงอย่างที่เคยใช้สมัยอยู่โรงเรียนอนุบาล เธอเดินไปสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวที่อยู่ที่ชั้นเก็บรองเท้าตรงหน้าประตูห้องเรียน....เธอใส่รองเท้าเองเป็นแล้ว เพราะเธออยู่เกรด 1 แล้ว เธอไม่ต้องให้อาจอห์นหรือคุณพ่อใส่รองเท้าให้อีกต่อไป....แม้ว่าอันที่จริงเธอจะยังอยากให้คุณพ่อกลับมาใส่รองเท้าให้เธออีกครั้งก็ตาม
          "พรุ่งนี้มีเรียนบัลเล่ต์อย่าลืมเอาชุดมานะคะ" คุณครูย้ำ
          "ได้ค่ะ จะไม่ลืมแน่นอนค่ะ" เชอร์ลินตอบ แล้วเตรียมจะหยิบ Ear Plug มาอุดหูไว้เพราะเธอต้องออกไปหาอาจอห์นที่รออยู่หน้าตึกเรียนแล้ว
          เด็กหญิงในชุดนักเรียนประถมสีน้ำเงินเดินไปตามทางระเบียงเพื่อเดินไปยังหน้าอาคารเรียนซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายในการมารอรับกับบ้านในทุกๆเย็นของอาจอห์นและตัวเธอเอง
          เธอหยุดลงที่หน้าบันได แล้วสอดส่องสายตามองหาคนที่จะมารับ เธอมองฝ่าออกไปที่พายุฝนตรงหน้า
          ชายผอมสูงผิวขาวคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิร์ตสีดำคลุมทับด้วยสูทสีเดียวกันยืนกางร่มอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เชอร์ลินจ้องมองไปที่คนๆนั้น....นั่นใช่ไหม....คนนั้นใช่ผู้ปกครองที่จะมารับเธอหรือเปล่า
          ผู้ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาที่หน้าอาคารเรียนและหยุดเดินเมื่อถึงจุดสิ้นสุดที่ผู้ปกครองจะมารอรับเด็กนักเรียนได้ เชอร์ลินมองคนตรงหน้าไม่ชัดเจนนัก นั่นไม่ใช่เพราะพายุฝนที่ตกหนักอยู่แต่มันเป็นเพราะน้ำตาที่เอ่ออยู่ที่ดวงตาสีดำกลมโตของเธออยู่ต่างหาก
          รูปร่างแบบนั้น ชุดสูทสีดำแบบนั้น เธอจำได้ดี และไม่มีวันลืม....
          "คุณพ่อ !!!! " เชอร์ลินร้องออกมาด้วยความดีใจแล้วรีบวิ่งไปหาผู้ชายผอมสูงในชุดสูทคนนั้นทันที ชายคนนั้นเมื่อเห็นเด็กหญิงวัยประถมวิ่งเข้ามาหาเขาย่อตัวนั่งลงและยื่นแขนข้างที่ไม่ได้ถือร่มออกอ้าแขนรับ


          "คุณพ่อ....คุณพ่อจริงๆด้วย" เชอร์ลินซุกหน้าไปที่หน้าอกของชายคนนั้น "ฮือออออ นี่คุณพ่อจริงๆใช่ไหมคะ"
          "คุณพ่อชื่ออะไร" ชายคนนั้นถาม
          "เชอร์ล็อค โฮมส์.......ชื่อเชอร์ล็อค โฮมส์" เชอร์ลินตอบคำถามซ้ำไปซ้ำมาด้วยเสียงสะอื้นร้องไห้ "คุณพ่อของเชอร์ลิน โฮมส์ชื่อเชอร์ล็อค โฮมส์ค่ะ"
          เจ้าของชื่อเชอร์ล็อค โฮมส์ยิ้ม แล้วโอบกอดเด็กหญิงตัวเล็ก "นึกว่าเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลไปแล้วเสียอีก ไม่งั้นพ่อเสียใจแย่เลย" เขาพูด "วันนี้เป็นยังไงบ้าง เรียนสนุกไหม"
          "สนุกค่ะ สนุกมากๆเลย วันนี้มีเรียนพละด้วย" เชอร์ลินตอบ
          เชอร์ล็อคยิ้ม "พ่อเห็นแล้ว วันนี้เชอร์ลินใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว วันนี้มีเรียนพละ"
          "เมื่อวานมีเรียนวาดรูป เชอร์ลินวาดรูปแมวไปส่งคุณครูชมว่าวาดสวยมากเลย"
          "ลูกพ่อเป็นคนเก่งอยู่แล้ว" 
          "เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเชอร์ลินพึ่งเรียนเต้นบัลเล่ต์เพลงใหม่แต่ยังไม่เก่งเลยค่ะ"
          "ไม่เป็นไร เดี๋ยวซ้อมบ่อยๆก็จะเต้นได้เองใช่ไหม"
          เชอร์ลินสะอื้นเบาๆ "เมื่อเดือนที่แล้วไปเที่ยวสวนสัตว์มา ยีราฟตัวสูงมากเลย เชอร์ลินชอบยีราฟ"
          เชอร์ล็อคยิ้ม "ยีราฟเป็นสัตว์บกที่ตัวสูงที่สุดในโลก"
          เชอร์ลินเริ่มจะร้องไห้ใหม่อีกครั้ง "เทอมที่แล้วงานกีฬาสีเชอร์ลินได้วิ่งแข่งด้วยค่ะ แต่แพ้"
          เชอร์ล็อคหัวเราะ "ก็ลูกวิ่งช้า แต่ถ้าปั่นจักรยานลูกต้องชนะแน่เลยจริงไหม"
          เชอร์ลินพยักหน้าเบาๆ แล้วพูดด้วยเสียงที่สั่นมากขึ้น "ปีที่แล้วเชอร์ลินไม่สบาย ต้องหยุดเรียนไปตั้งหลายวัน"
          "ปีนี้ลูกไม่ป่วยพ่อก็ดีใจแล้ว" เชอร์ล็อคกอดลูกสาวแน่นขึ้น
          น้ำตาไหลลงมาจากดวงตากลมโตทั้งสองข้างของเด็กหญิง เธอซุกหน้าเข้าไปที่หน้าอกมากขึ้นอีก "สองปีก่อน....." เธอพูดแล้วสะอื้นเบาๆ "สองปีก่อน....เชอร์ลินฝันร้ายทุกคืน เชอร์ลินนอนไม่หลับเลยค่ะคุณพ่อ ไม่มีใครเล่นไวโอลินให้ฟัง เชอร์ลินนอนไม่ได้ เชอร์ลินนอนไม่หลับอยู่ตั้งหลายคืนตอนที่คุณพ่อไม่อยู่"
          เชอร์ล็อคพูดเบาๆ "พ่ออยู่นี่แล้วนะ พ่ออยู่ที่นี่แล้ว"
          เชอร์ลินร้องไห้แข่งกับเสียงฝน "คุณพ่อไปไหนมาคะ เชอร์ลินมีเรื่องที่จะเล่าให้คุณพ่อฟังตั้งหลายเรื่อง คุณพ่อไปไหนมา ฮืออออออ คุณพ่อใจร้าย คุณพ่อผิดสัญญา คุณพ่อไม่พาเชอร์ลินไปกินไอติม"
          เชอร์ล็อคใช้มือข้างที่ว่างกอดลูกสาวจนแน่น "พ่อจะพาลูกไปกินไอติมทุกวัน จะพาไปกินเค้ก พาไปซื้อขนม พาไปเที่ยว พาไปปั่นจักรยาน ไปทำทุกอย่างอย่างที่ลูกชอบ" เชอร์ล็อคพูด "เชอร์ลินอยากจะเล่าอะไร พ่อจะตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกเล่าทุกอย่างเลย"
          "คุณพ่ออย่าไปไหนอีกนะคะ" เชอร์ลินยื่นแขนกอดคอพ่อของตัวเองจนแน่น "เชอร์ลินคิดถึงคุณพ่อ"
          "พ่อก็คิดถึงเชอร์ลินมากเลย" เชอร์ล็อคพูด "ดูสิ ลูกสาวพ่อโตขึ้นเยอะเลย สงสัยว่าจะกินเยอะ"
          เชอร์ลินหัวเราะทั้งๆที่ยังคงร้องไห้อยู่ "อาจอห์นบอกว่าเชอร์ลินจะโตมาเป็นเด็กอ้วน"
          "อาจอห์นของลูกอ้วนกว่าอีก" เชอร์ล็อคพูดแล้วอุ้มลูกสาวด้วยแขนข้างเดียวแล้วลุกขึ้นยืน "หูววว ตัวหนักมากเลย"
          เชอร์ลินกอดคอเชอร์ล็อคจนแน่น "เชอร์ลินตัวหนักนะคะคุณพ่อ อาจอห์นอุ้มไม่ไหวแล้ว"
          "ลูกตัวเล็กจะตาย พ่ออุ้มไหวสิ" เชอร์ล็อคพูด "สูง 121 เซนติเมตร หนัก 50 ปอนด์ไม่อ้วนเสียหน่อย อาจอห์นของลูกแก่แล้วเลยอุ้มไม่ไหวน่ะสิ"
          เด็กหญิงที่ถูกอุ้มหัวเราะ "เชอร์ลินสูง 123 เซนติเมตรค่ะ คุณพ่อผิด" เชอร์ลินยิ้ม "แต่น้ำหนัก 50 ปอนด์ถูกต้อง"
          "ลูกตัวเล็กจังเลย ต้องกินเยอะกว่านี้อีก" เชอร์ล็อคยิ้ม "ผมยาวมากๆแล้วด้วยนะนี่"
          "อาแมร์รี่บอกให้เชอร์ลินลองตัดผมสั้นเหมือนเด็กญี่ปุ่นน่ารักๆดูบ้าง แต่อาจอห์นไม่ให้ตัด เพราะคุณพ่อชอบเชอร์ลินผมยาวมากกว่า"
          เชอร์ล็อคหุบยิ้มแล้วทำหน้าสงสัย "อา....แมร์รี่?"
          "อาแมร์รี่เป็นพยาบาล" เชอร์ลินตอบเสียงใส "สวยและใจดีมากๆเลย ทำขนมอร่อยด้วย"
          .......เชอร์ล็อคมีสายตาที่เปลี่ยนไปแว้บหนึ่งเมื่อสิ้นสุดคำบอกเล่าของเชอร์ลิน เขายื่นหน้าไปหอมแก้มลูกสาวเบาๆแล้วพูดว่า "ไปกินไอติมกันมั้ย พ่อพาไป"
          "เย้ ! ไปกินไอติม" เชอร์ลินร้องออกมาด้วยความดีใจแล้วมองของในมือ
          .......Ear Plug ที่ใช้อุดหูเวลามีพายุฝนและเสียงฟ้าร้องดังๆ
          เธอไม่ต้องใช้มันอีกแล้ว....คุณพ่อของเธอกลับมาแล้ว .... เธอไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีกต่อไป
          เชอร์ลินเก็บของในมือใส่ลงไปในกระเป๋ากระโปรงนักเรียน แล้วยื่นแขนกอดคอคุณพ่อของตนเองตามเดิม



          "เชอร์ลินออกไปกับใครนะครับ?" ชายวัย 33 ปีผมสีบลอนด์หม่นถามคุณครูประจำชั้นของหลานสาว
          "ผู้ปกครองมารับไปตั้งแต่ 4 โมงเย็นแล้วนะคะ" คุณครูตอบ
          "ผู้ปกครองที่ไหนครับ ไหนเมื่อผมเป็นผู้ปกครองของเชอร์ลินเพียงแค่คนเดียว" เขาถามเสียงเครียด "คุณตรวจสอบบัตรผู้ปกครองหรือเปล่า"
          "ทางโรงเรียนตรวจสอบดีแล้วค่ะ เขามีบัตรผู้ปกครองจริงๆ และเชอร์ลินรู้จักกับคนที่มารับเป็นอย่างดี"
          "ลักษณะเขาเป็นยังไงครับ คนที่มารับหลานผมเป็นคนแบบไหน"
          "เป็นผู้ชายผิวขาว ผอมๆ สูงๆ สวมชุดสูทค่ะ" คุณครูตอบ "อ้อ...มีร่มสีดำด้วย"
          ชายผู้เป็นคู่สนทนากำบัตรผู้ปกครองในมือจนแน่น "มายครอฟ!!!" เขากัดฟันพูดด้วยความโกรธเมื่อพอจะเดาได้ว่าใครแอบมารับหลานสาวสุดที่รักของเขา "บัตรที่เขามีเป็นบัตรปลอมแน่ๆ เพราะนอกจากผมก็มีแต่คุณพ่อของเชอร์ลินที่เสียไปแล้วเท่านั้นที่มีบัตรนี้ วันหลังตรวจสอบดีๆนะครับ"
          "เอ่อ..." คุณครูสาวอ้ำอึ้งเมื่อคิดไตร่ตรองถึงผู้ปกครองที่มารับเมื่อตอนเย็น..บัตรนั้นเป็นบัตรของจริงแน่นอนเธอตรวจสอบดีแล้ว
          "เชอร์ลินเปิดนาฬิกาหรือยัง คุณพอจะทราบหรือเปล่า" ชายคนนั้นถามขณะกดโทรศัพท์มือถือทำบางอย่าง 
          "ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าน่าจะเปิดแล้วนะคะ เพราะเห็นเธอดูนาฬิกาข้อมือตอนก่อนจะสวมรองเท้า"
                   ชายผมสีบลอนด์นั้นกดโปรแกรมโทรศัพท์มือถือที่เป็นแผนที่อย่างหงุดหงิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะมีสัญญาณเตือนขึ้นมา
          ...ร้านไอติมที่ถนนเบเกอร์? มายครอฟพาหลานไปกินไอติมแถวนั้นเลยหรอ?
          ก่อนที่เขาจะหาคำตอบอะไร เขารีบกดโทรศัพท์มือถือหาใครบางคนที่ให้ความช่วยเหลือเขาได้ดีที่สุดในเวลาแบบนี้
          "ฮัลโหลแมร์รี่ เดี๋ยวคุณปิดคลีนิกแล้วขับรถไปรับผมกับเชอร์ลินที่ร้านไอติมหน่อย" เขาพูดกับคนในโทรศัพท์ "ร้านไอติมตรงหัวมุมถนนเบเกอร์ที่เราเคยพาเชอร์ลินไป คุณจำได้ใช่ไหม"
          ทางปลายสายพูดบางอย่าง เขาจึงตอบกลับ "ใช่ ร้านนั้นแหละ คุณขับรถระวังๆนะ ผมจะไปรอที่ร้าน" เขาพูด "มายครอฟน่ะสิ มายครอฟแอบมารับเชอร์ลินได้ยังไง เขาพาเชอร์ลินไปกินไอติมโดยไม่ขอผมเลย เราจะไปรับเชอร์ลินกลับบ้าน คุณขับรถมาเลยนะแมร์รี่ เจอกันที่ร้าน"
          เขากดวางสายและกางร่มเตรียมจะออกไปโบกแท็กซี่ที่อยู่หน้าประตูโรงเรียนแต่คุณครูของหลานสาวพูดบางอย่างขึ้นเสียก่อน
          "ดร.วัตสันคะ บัตรนั้นเป็นของจริงนะคะดิชั้นตรวจสอบดีแล้วเพราะเราจริงจังกับเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนมากที่สุด"
          "ถ้าอย่างนั้นเขาคงขโมยบัตรของคุณพ่อเชอร์ลินมา เพราะบัตรมันมีแค่สองใบ อยู่ที่ผมหนึ่งใบและอยู่ที่คุณพ่อของเธออีกหนึ่งใบ" เขาตอบ "คุณพ่อของเชอร์ลินเสียไปนานแล้ว ดังนั้นคนที่มีสิทธิมารับเชอร์ลินมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้น"
          เขาตอบแล้วกางร่มสีเข้มเดินออกจากโรงเรียนไป



          "เชอร์ลิน อย่าเล่นตอนนี้สิ กินก่อนเดี๋ยวไอติมละลาย" เชอร์ล็อคที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับลูกสาวในร้านไอศครีมร้านเล็กๆสีหวานตรงหัวมุมถนนเบเกอร์พูดขึ้น
          เชอร์ลินที่มือหนึ่งถือช้อนคันเล็กตรงหน้าถือถ้วยไอศครีมรสสตรอเบอร์รี่ของโปรดจ้องมองนาฬิกาข้อมือด้วยสายตาเป็นกังวล "อาจอห์นโทรมาตั้งหลายรอบ ถ้าไม่รับสายอาจอห์นจะโกรธนะคะ"
          "อาจอห์นไม่โกรธหรอก แค่บ่นนิดหน่อย อาจอห์นขี้บ่น" เชอร์ล็อคพูดแล้วยกชาขึ้นดื่ม
          "อ๊ะ..โทรมาอีกแล้ว" เชอร์ลินพูดแล้วจะกดรับสายจากนาฬิกาข้อมือ
          เชอร์ล็อคยื่นมือมากดตัดสาย "พ่อไม่ให้เล่นนาฬิกาตอนกำลังกินนะ" เขาพูด "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ให้กินต่อแล้ว"
          "กินค่ะ ไม่เล่นแล้ว" เชอร์ลินพูดแล้วยกช้อนตักไอศครีมรสหวานเข้าปาก "อร่อยจังเลย"
          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วยกชาขึ้นดื่มอีกครั้งพลางมองออกไปที่นอกร้านที่เป็นกระจกใส เขาไม่ให้เชอร์ลินเล่นนาฬิกาข้อมือที่สามารถโทรศัพท์ได้แต่ให้เปิดเครื่องทิ้งไว้เพื่อสัญญาณติดตามตัวจะได้ทำงานและให้ใครบางคนที่คงร้อนรนแย่ที่ทำหลานสาวหายจะได้มาหาที่นี่
          ร้านไอศครีมร้านนี้เป็นร้านเจ้าประจำที่เขาเคยพาทั้งลูกสาวและเพื่อนร่วมแฟลตมากินบ่อยๆเพราะมันใกล้บ้าน ส่วนใหญ่เขาจะมานั่งรอมากกว่าเพราะเขาไม่ชอบของหวานที่เย็นๆแบบนี้เสียเท่าไหร่ และยิ่งไปกว่าการนั่งรอคือการจ่ายเงินให้สองอาหลานกินของหวานกันอย่างมีความสุขนี่แหละ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่ามันเป็นภาระอะไร เขายินดีทำทุกอย่างเพื่อให้สองคนนี้มีความสุข 
          การจากไปเป็นเวลาสองปีนั้นก็เช่นกัน เขาทำเพื่อรักษาทั้งสองคนเอาไว้และต่อจากนี้เขาจะไม่ไปไหนอีก เขาอยู่กับสองอาหลานกินเก่งนี้ตลอดไป

          ชายผมบลอนด์หม่นในชุดเสื้อเชิร์ตสีดำหุบร่มแล้วก้าวเข้าร้านไอศครีมที่ตนเองมาเป็นประจำ เขามองไปรอบๆร้านที่มีคนจับจองเก้าอี้อยู่เต็มไปหมดเนื่องจากมันเป็นเวลาเลิกเรียนและเลิกงานของใครหลายๆคน 
          "อาจอห์น ! " เสียงเล็กๆที่น่ารักเรียกชื่อเขา
           "เห้ออ อยู่นี่เองเชอร์ลิน" จอห์น วัตสันถอนหายใจแล้วเดินไปหาหลานสาวในชุดนักเรียนเด็กประถมที่นั่งกินไอติมอยู่
           "กินไอติมมั้ยคะ" เชอร์ลินถามเมื่อจอห์นนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
           "อาโทรหาตั้งหลายครั้งทำไม่รับ" จอห์นจับนาฬิกาข้อมือสีเงินมาดู "เนี่ยเห็นไหม สายที่ไม่ได้รับตั้ง 5-6 สาย นี่อาโกรธแล้วนะ"
          "ก็คุณ....." เชอร์ลินกำลังจะพูดบางอย่าง แต่หันไปมองที่ประตูทางเข้าเสียก่อน "อาแมร์รี่ !!! อาแมร์รี่ เชอร์ลินอยู่นี่ค่ะ" เชอร์ลินโบกมือเล็กๆเรียกคนนั้น
          หญิงสาวตัวไม่สูงมากนักผมสีบลอนด์หยิกถูกมัดหางม้าไว้อย่างรีบๆ เธอสวมชุดลายดอกไม้สีสันสดใส ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างใจดีมองตรงมายังเด็กหญิงชุดนักเรียนโรงเรียนประถม
          "ว่ายังไงเด็กดี เลิกเรียนก็มากินไอติมเลยหรอ" หญิงสาวผมบลอนด์ที่ชื่อ 'แมร์รี่' กล่าวกับเชอร์ลินอย่างใจดี
          "เชอร์ลินอยากกินไอติมค่ะ" เชอร์ลินตอบแล้วตักไอติมรสหวานเข้าปากอีกครั้ง "อาแมร์รี่กับอาจอห์นจะกินไอติมไหมคะ"
          "แล้วลุงไมค์ไปไหน ทิ้งให้เชอร์ลินนั่งอยู่คนเดียวได้ยังไงไม่ได้เรื่องเลย" จอห์นพูดแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู "โทรหาก็ไม่รับ แอบมาลักพาตัวเชอร์ลินจากที่โรงเรียนเลยกะจะหนีความผิดหรอ"
           "ลุงไมค์ไปต่างประเทศค่ะ ลุงไมค์บอกว่าจะซื้อขนมมาฝาก"
           จอห์นขมวดคิ้ว "แล้วเชอร์ลินมากับใคร ไม่ใช่ลุงไมค์หรอ หรือคนขับรถของลุงไมค์?"
           เชอร์ลินยกช้อนขึ้นมาเตรียมจะตักไอติมเข้าปากอีกคำแล้วต้องหยุดชะงัก เธอยิ้มแล้วชี้ไปข้างหลังของอาจอห์น "มากับคนนั้นค่ะ"
          จอห์น วัตสันหันหลังไปมอง

          คนในชุดเสื้อเชิร์ตสีดำแบบเดียวกับที่จอห์นกำลังใส่แต่คนนั้นแตกต่างออกไปเพราะเขาสวมสูททับด้วย คนที่ผิวเคยขาวสว่างเหมือนไม่เคยออกแดดดูเหมือนจะมีสีแทนขึ้นนิดหน่อย ... เขาจำได้ว่าคนนั้นเคยผิวขาวแค่ไหนเพราะเขาทั้งสองคนเคยอยู่ด้วยกันมาตลอด 4 ปีก่อนที่คนนั้นๆจะจากเขาไป
            "คุณพ่อพาเชอร์ลินมาค่ะ" เชอร์ลินตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "คุณพ่อกลับมาแล้วค่ะอาจอห์น เราไม่ต้องนอนฝันร้ายกันแล้ว"
            หญิงสาวผมบลอนด์ที่ชื่อแมร์รี่ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ เธอรู้จักคนนี้ดีเพราะทั้งจอห์นและเชอร์ลินมักจะพูดถึงอยู่เสมอ
            ....เชอร์ล็อค โฮมส์กลับมาแล้ว
            "เฮ้ จอห์น" เชอร์ล็อคยกมือขึ้นทักทาย "ผอมลงนะเนี่ยะ" เชอร์ล็อคชี้ไปที่หน้าท้องของจอห์นอย่างขบขัน
             จอห์น วัตสันไม่ได้มีท่าทีที่ตื่นตกใจอย่างแมร์รี่และไม่ได้มีท่าทียิ้มแย้มอย่างดีใจอย่างเชอร์ลิน เขากำมือจนแน่นด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบายออกมา.....คนที่ทิ้งเขากับเชอร์ลินให้จมอยู่กับความทุกข์มาตลอดเกือบ 2 ปี อยู่ๆก็กลับมา...ฟื้นจากความตายหรอ? ลุกขึ้นมาจากหลุมศพที่เขาเป็นคนจัดงานศพให้ด้วยตัวเองหรอ? นี่มันเรื่องอะไร
             แมร์รี่ยื่นมือจับแขนจอห์นไว้เบาๆแล้วกระซิบ "จะ....จะ...ใจเย็นๆนะคะจอห์น"
            จอห์นทุบมือที่กำแน่นลงบนโต๊ะทานไอศครีมของหลานสาวจนดังไปทั่วทั้งร้าน

           ปัง !!!
           เสียงทุบโต๊ะอย่างโมโหทำให้เชอร์ลินที่กำลังนั่งกินไอติมอย่างมีความสุขถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ
          "ชู่วววว จอห์น เสียงดังจัง" เชอร์ล็อคพูด "คนมองแล้วไม่อายรึไง" 
           "นี่...นี่มันอะไร" จอห์นพยายามตั้งสติที่จะไม่พูดเสียงดัง "นี่มันอะไร"
            "เซอร์ไพร์ซ !" เชอร์ล็อคตอบด้วยเสียงร่าเริง "ตกใจมั้ย ตกใจล่ะสิ"
            จอห์นกำมือแน่นอีกครั้ง "นาย.....ไป....ไหนมา" จอห์นสะกดคำขึ้นมาทีละคำ
           "ไปเซอร์เบียมา ไปจอร์เจียด้วย ไปมาหลายที่มากแล้วจะเล่าให้ฟังว่าแต่ละประเทศเป็นยังไง" เชอร์ล็อคยังคงพูดด้วยเสียงร่าเริงแล้วขมวดคิ้วมองจอห์น "นี่นายใส่เสื้อเชิร์ตหรอ ดูดีนะ เห็นมั้ยชั้นเคยบอกให้นายใส่ตั้งนานแล้วนายไม่เชื่อชั้น ใส่แต่เสื้อยืดกับจัมเปอร์งี่เง่าอยู่นั่นแหละ แบบนี้ดี....."
             จอห์นพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อเชิร์ตสีดำของเชอร์ล็อคอย่างขาดสติก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ เสียงคนหวีดร้องด้วยความตกใจกันทั้งร้าน ...เสียงหวีดร้องแบบเดียวกับที่เขาเคยได้ยินตอนคนตรงหน้าของเขาลั่นไกฆ่าตัวตายออกอากาศสดไปทั่วทั้งลอนดอน
              "จอห์นคะ จอห์นใจเย็นๆ" แมร์รี่จับมือจอห์นแล้วดึงออกไป
            "นายทำแบบนี้ได้ยังไง นายทำแบบนี้ได้ยังไงเชอร์ล็อค นายทิ้งชั้นกับเชอร์ลินไว้ได้ยังไง นายรู้มั้ยว่าลูกของนายต้องเป็นยังไง เสียใจแค่ไหนตอนที่รู้ว่าคุณพ่อตายไปแล้ว นายรู้มั้ยเชอร์ล็อค!!!" 
            เชอร์ล็อคมีท่าทางที่สำนึกผิดมากขึ้นและกล่าวเบาๆ "ชั้นขอโทษจอห์น"
            "ขอโทษหรอ? คนที่นายควรจะขอโทษคือลูกของนาย ลูกสาวคนเดียวของนายที่แทบจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้ตอนที่นายไม่อยู่ต่างหากเชอร์ล็อค !!!"
            "เชอร์ลิน เชอร์ลิน" เชอร์ล็อคร้องขึ้นอย่างกังวลเมื่อหันไปมองลูกสาวที่กำลังตัวสั่นด้วยความตกใจกลัว เขาเข้าไปกอดลูกสาวไว้แน่น "เชอร์ลินเป็นอะไรลูก บอกพ่อซิ"
            "ฮือออ อาจอห์น อาจอห์น" เชอร์ลินร้องไห้สะอื้น "อาจอห์นเสียงดัง ฮือออ"
             จอห์น วัตสันตกใจแล้วรีบเข้ามาปลอบหลานสาวทันที "เชอร์ลิน เชอร์ลินอย่าร้องไห้นะ อาขอโทษ อาขอโทษที่เสียงดัง"
             "เราเคยตกลงกันแล้วนะจอห์นว่าเราจะไม่เสียงดังต่อหน้าลูก" เชอร์ล็อคพูดแล้วลูบผมคนของตัวเล็กที่ซุกหน้าร้องไห้อยู่ "อาจอห์นไม่ได้ตั้งใจเสียงดังนะเชอร์ลิน โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้นะลูกนะ"
             "มาหาอาแมร์รี่นะเด็กดี ไม่ร้องนะคะเด็กดีของอา" แมร์รี่จับที่แขนเล็กๆของหลานสาวที่กำลังร้องไห้
             เชอร์ล็อคปัดมือออก "ไม่ต้องมายุ่ง"
             แมร์รี่หน้าซีดลงที่โดนปฏิเสธ จอห์นจึงพูดด้วยเสียงหงุดหงิด "แมร์รี่เป็นนักจิตวิทยาเด็ก เธอทำให้เชอร์ลินหยุดร้องไห้ได้"
            "ก็แค่ผู้ช่วยนักจิตวิทยา" เชอร์ล็อคตอบ "อย่ามายุ่งกับลูกของชั้น"
            "ตอนที่นายไม่อยู่ ถ้าเชอร์ลินไม่หยุดร้องไห้ แมร์รี่ทำให้หยุดได้"
            "ลูกสาวชั้น ชั้นดูแลเอง" เชอร์ล็อคตอบแล้วลุกขึ้นยืนขณะที่ยังอุ้มลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอื้นอยู่ "ชั้นไม่ให้คนแปลกหน้าแตะตัวลูกสาวชั้น"
            แมร์รี่หลบตาเชอร์ล็อค นักสืบหนุ่มจึงพูดต่อ "คุณไม่ใช่คนอังกฤษ จากสำเนียงของคุณที่แปร่งๆเล็กน้อยบอกว่าคุณเป็นคนอเมริกัน ผมหมายถึงภาษาอังกฤษสำเนียงแรกที่คุณพูดคืออเมริกัน แต่พึ่งมาพูดสำเนียงอังกฤษตอนโต คุณไม่ใช่นักจิตวิทยาเด็ก แต่คุณเป็นผู้ช่วยนักจิตวิทยา คุณเคยแต่งงานมาก่อนหรืออย่างน้อยที่สุดก็เคยหมั้นมาก่อนเพราะคุณดูไม่ชินกับการที่นิ้วนางข้างซ้ายของคุณมันโล่งๆไป" เชอร์ล็อคมองไปที่หญิงสาวผมบลอนด์ "ผมพูดอะไรผิดไปไหมครับคุณแมร์รี่ มอร์สแตน"
            แมร์รี่และจอห์นดูจะตกใจที่ได้ยินเชอร์ล็อคพูดนามสกุลของแมร์รี่ได้ถูกต้อง "นายรู้นามสกุลแมร์รี่ได้ยังไง" จอห์นถาม
            "ชั้นเสิร์จชื่อในอินเตอร์เน็ตแล้วเจอว่าเธอเป็นพยาบาล...." เชอร์ล็อคเงียบก่อนจะต่อ "เป็นพยาบาลอยู่ที่คลีนิกของนายที่นายเปิดใหม่"
            "ใช่....ที่นายพูดมันถูกต้องทุกอย่าง" จอห์นพูด
             "ชั้นจะกลับบ้าน ชั้นจะพาลูกกลับบ้าน" เชอร์ล็อคตอบแล้วคว้ากระเป๋าเป้ของเชอร์ลินมาถือไว้ เขาหันไปเรียกพนักงาน "คิดเงินครับ"
            พนักงานรีบเอาใบเสร็จค่าอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะ เชอร์ล็อควางบัตรเครดิตของตนเองลงในถาดโดยไม่มองแม้แต่ยอดค่าอาหาร
          "ผมจ่ายชดเชยที่ทำให้ลูกค้าที่ร้านตกใจรวมกับค่าอาหารของลูกผมไปเลยแล้วให้คนเอาบัตรของผมไปคืนที่บ้านของผมด้วย"
           "บะ....บ้าน...หรือครับ?"
           เชอร์ล็อคมองด้วยสายตาหงุดหงิด "บ้านเลขที่ 221บี เบเกอร์สตรีท" เขาพูด "เฮ้ ! นายไม่รู้จักบ้านชั้นได้ยังไง"
           "ขะ...ขอโทษครับ" พนักงานก้มหัวขอโทษอย่างสำนึกผิด "ผมจะเอาไปคืนให้ที่บ้านครับ"
           เชอร์ล็อคมองไปที่แมร์รี่อีกครั้งแล้วหิ้วกระเป๋าเป้ของลูกสาวก้าวออกจากร้านไป
           "แมร์รี่ คุณกลับไปก่อนนะ ผมขอไปส่งเชอร์ลินที่บ้านก่อน" จอห์นหันไปพูดกับสาวผมบลอนด์
          "พรุ่งนี้คุณมีคนไข้ที่นัดไว้ตอน 8 โมงเช้านะคะ คุณควรกลับไปพักผ่อน"
          จอห์นมองตามคนตัวสูงที่เดินออกจากร้านไป "ฝนยังตกอยู่ ผมว่าเขาทั้งอุ้มเชอร์ลิน หิ้วกระเป๋าและถือร่มไปพร้อมๆกันไม่ได้แน่ๆ"
           "จอห์นคะ...." แมร์รี่จับมือจอห์นมากุมไว้ "ที่เรารู้จักกันมาตั้งหลายเดือน ความรู้สึกของคุณยังเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ"
           จอห์นขมวดคิ้ว "คุณพูดอะไรแมร์รี่ คุณก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ"
           แมร์รี่ยิ้ม "ขอบคุณที่ยืนยันคำตอบเดิมค่ะ"
           "คุณขับรถกลับบ้านดีๆนะ ถ้าง่วงนอนก่อนได้เลย ผมจะรีบกลับไม่ให้มันดึกมากคุณจะได้ไม่ต้องรอ" จอห์นคว้ากระเป๋าของตัวเอง "คุณเอาร่มของผมกลับบ้านไปเลยก็แล้วกัน ล็อคประตูบ้านดีๆด้วยนะ" จอห์นพูดแล้วรีบวิ่งตามสองพ่อลูกออกไป
           แมร์รี่ มอร์สแตนทำได้เพียงมองตาม



           "เอาเชอร์ลินมา ชั้นจะอุ้มเอง" จอห์นเข้าไปขวางเชอร์ล็อคไว้
           "ชั้นจะอุ้มลูกชั้นเอง"
          "นายจะถือทั้งร่ม ทั้งกระเป๋า ทั้งอุ้มเชอร์ลินแบบนี้ไม่ได้ เดินไปไม่ถึง 200 เมตรต้องเปียกหมดแน่"
          เชอร์ล็อคยื่นกระเป๋าให้ "ถือกระเป๋าไป"
           จอห์นที่ปฏิเสธอะไรไม่ได้จึงรับกระเป๋ามาถือไว้
          "ร่มไปไหน ทำไมไม่เอามากาง" เชอร์ล็อคถามเสียงเรียบ
          "ให้แมร์รี่เอากลับบ้านไปแล้ว เธอต้องเดินไปลานจอดรถ เดี๋ยวเปียกฝน" จอห์นพูดแล้วจากนั้นทั้งสองคนต่างก็เงียบกันไปพักใหญ่

           "นาย.....ไปไหนมาเชอร์ล็อค" จอห์นถามทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน
           "ทำไมไม่ถามว่ารอดมาได้ยังไงแบบคนอื่น" 
           "มันเป็นสิ่งที่ชั้นไม่ได้อยากรู้"
           "ไปทำงาน" เชอร์ล็อคตอบสั้นๆแล้วหยุดเดิน แล้วพูดกับคนที่ถูกอุ้มอยู่ "เชอร์ลิน ให้อาจอห์นอุ้มนะ"
           "อาจอห์นเสียงดัง" เชอร์ลินอ้อมแอ้มตอบ "ไม่ชอบเสียงดัง"
           "อาจอห์นไม่เสียงดังแล้วเชอร์ลิน" เชอร์ล็อคพูด "ให้อาจอห์นอุ้ม พ่อจะได้กางร่มให้นะ แบบนี้พ่อกางไม่ถนัดเลย"
          "อาขอโทษเชอร์ลิน ต่อไปอาจะไม่เสียงดังแล้วนะ"
          "อาจอห์นโกรธคุณพ่ออาจอห์นก็เลยเสียงดังใช่มั้ยคะ" เชอร์ลินถาม "อาจอห์นอย่าโกรธคุณพ่อได้ไหมคะ เชอร์ลินไม่อยากให้อาจอห์นเสียงดัง"
           จอห์นเหลือบตามองคนที่สูงกว่าแว้บหนึ่ง แล้วถอนหายใจเบาๆ "อาจะไม่เสียงดังแล้วอาสัญญา"
           เชอร์ลินได้ยินดังนั้นจึงยอมให้จอห์นอุ้มแต่โดยดี เชอร์ล็อคจึงดึงกระเป๋าเป้ของลูกสาวและเป๋าเอกสารของจอห์นมาถือไว้เสียเอง ส่วนมืออีกข้างก็ถือร่มสีดำเพื่อให้ร่มกันฝนที่ยังคงตกอยู่ปรอยๆ
         "ดีใจจัง จะได้กลับบ้านแล้ว" เชอร์ลินพูดขึ้นเบาๆ
          จอห์นยิ้ม "พรุ่งนี้อาจะเอาของๆเชอร์ลินมาคืนที่นี่นะ"
          "จะนอนกอดคุณพ่อแน่นๆทุกคืนเลย" เชอร์ลินยังพูดต่อไป "คิดถึงคุณพ่อนะคะ"
          เชอร์ล็อคยิ้มแล้วจูบไปที่เส้นผมสีดำของลูกสาว "พ่อก็คิดถึงเชอร์ลิน คิดถึงทั้งเชอร์ลิน คิดถึงทั้งอาจอห์นเลย"
          จอห์นหยุดเดินแล้วเงยหน้ามองคนที่สูงกว่าแต่เขาไม่ได้พูดอะไร
          "กลับมาอยู่ด้วยกันที่แฟลตเถอะนะจอห์น" เชอร์ล็อคพูด
          "ชั้นทิ้งให้แมร์รี่อยู่คนเดียวไม่ได้ เธอคือผู้มีพระคุณของชั้นกับเชอร์ลิน เธอรักษาชั้นกับเชอร์ลินจนหาย ชั้นต้องตอบแทนเธอ"
           "เท่าไหร่ ให้แมร์รี่คิดเงินมาเลยว่าค่ารักษานายกับเชอร์ลินเป็นเงินเท่าไหร่ ชั้นจะจ่ายให้เอง มากแค่ไหนชั้นก็จะจ่ายให้"
            "แล้วนายคิดว่าความทุกข์ของชั้นกับเชอร์ลินตีเป็นเงินได้เท่าไหร่หรอเชอร์ล็อค" จอห์นถามเสียงสั่นเล็กน้อย "ความทุกข์ของชั้นสองคนตั้งแต่วันที่นายตายจนแมร์รี่มาช่วยรักษาเอาไว้ เวลาเกือบ 2 ปี มันตีค่าเป็นเงินได้เท่าไหร่ ชั้นอยากรู้ว่าชั้นกับเชอร์ลินมีค่าสำหรับนายแค่ไหนทำไมถึงทิ้งชั้นให้อยู่กันลำพังโดยไม่บอกลา"
              "จอห์น.....ชั้นขอโทษ ชั้นกลับมาแล้ว ชั้นจะไม่ไปไหนอีกแล้ว"
             "ชั้นอยากจะเอาก้อนหินปาใส่นายหลายร้อยครั้ง หลายพันครั้งให้เจ็บเท่ากับที่ชั้นกับเชอร์ลินเคยเจ็บ" จอห์นพูด "นายรู้มั้ยว่าชั้นนอนไม่หลับเป็นเดือน เชอร์ลินร้องไห้เป็นเดือนกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น อย่างน้อยเชอร์ลินก็หยุดร้องไห้ แต่เธอกลายเป็นเด็กที่มีอาการซึมเศร้าแทน นายคิดว่าชั้นต้องใช้ชีวิตยังไงเชอร์ล็อค ชั้นเห็นเชอร์ลินเป็นแบบนั้นไม่ไหวอีกแล้ว ชั้นทนไม่ได้อีกแล้ว"
           "ชั้นขอโทษจอห์น ชั้นขอโทษ" เชอร์ล็อคพูดซ้ำอีกครั้ง
             "แล้วนายยังจะบอกว่านายจ่ายเป็นเงินได้ไหวอีกหรอ" จอห์นถาม "นายไปไหนมาเชอร์ล็อค สองปีที่หายไป นายไปไหนมา"
             "ทำงาน..." เชอร์ล็อคตอบ "ชั้นบอกได้เท่านี้จริงๆ"
             "นายทำงานโดยไม่มีชั้นได้แล้ว" จอห์นฝืนยิ้ม "ดูสิ เชอร์ล็อค โฮมส์ไม่ต้องมีคู่หูเขาก็ทำงานได้ แต่ดูอดีตคูหูของเขาสิว่าเป็นยังไง"
            "ไม่จอห์น อย่าพูดแบบนี้ นายสำคัญสำหรับชั้นเสมอนะ" เชอร์ล็อคพูด "กลับมาอยู่บ้านเรากันนะจอห์น บ้านที่เราเคยอยู่ด้วยกันไง"
           "ทุกอย่างมันช้าไปแล้วเชอร์ล็อค" จอห์นพูดเสียงเบา "ชั้นกับแมร์รี่กำลังจะแต่งงานกัน"
            เชอร์ล็อคเหมือนหัวใจหยุดเต้น สมองตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ .... จอห์นกำลังจะแต่งงาน....? เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม
            "แต่แมร์รี่เธอแต่งงานแล้ว อย่างน้อยที่สุดเธอก็หมั้นและไม่ได้บอกนาย"
            "ผิดแล้วเชอร์ล็อค แมร์รี่เคยสวมแหวนจริง แต่มันเป็นแหวนที่ชั้นขอเธอแต่งงานเอง" จอห์นพูด "ตอนนี้ไม่ได้สวมไว้เพราะแหวนถูกเอาไปไว้ที่ร้านเพื่อปรับขนาด"
             เชอร์ล็อคพยายามตั้งสติที่จะถามคำถามต่อไป "เมื่อไหร่ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่"
           "สองสัปดาห์ก่อน" จอห์นตอบ "ชั้นขอแมร์รี่แต่งงานเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ก่อนนายจะกลับมาแค่สองสัปดาห์ได้ยินไหมเชอร์ล็อค แค่สองสัปดาห์....."
            ......ทุกอย่างมันสายเกินไป......
            "งานแต่งจะจัดในอีก 3 เดือนข้างหน้า กลางเดือนพฤษภา"
            เชอร์ล็อคหันไปมองหน้าจอห์นด้วยความตกใจ "นั่นมันฤดูใบไม้ผลิ นายแต่งงานในฤดูใบไม้ผลิไม่ได้นะจอห์น นายแพ้เกสรดอกไม้"
            จอห์นฝืนยิ้มในสิ่งที่เชอร์ล็อคพูด...เชอร์ล็อคยังจำได้ว่าเขาแพ้เกสรดอกไม้ เขาไม่เคยลืมเลย....มันอาจจะไม่ใช่เพราะความใส่ใจ แต่คงเพราะเขาเป็นอัจฉริยะที่ความจำดี
             "แต่แมร์รี่ชอบดอกไม้ ชั้นจะทำทุกอย่างที่แมร์รี่ชอบ" จอห์นตอบ
             "ไม่ได้จอห์น นายอยู่ท่ามกลางดอกไม้เยอะๆแบบนั้นไม่ไหวแน่"
            "ไหวสิเชอร์ล็อค" จอห์นตอบ "เพราะนายจะคอยดูแลชั้นใกล้ๆใช่มั้ย"
             เชอร์ล็อคหันหน้าไปทางอื่นเมื่อรู้ว่าจอห์นจะพูดอะไรออกมา "ชั้นไม่ตกลง"
             "นายเป็นเพื่อนรักของชั้น ในวันสำคัญของชั้น ชั้นก็อยากให้นายอยู่ข้างๆ" จอห์นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "เชอร์ล็อค นายมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ชั้นได้มั้ย คอยยืนข้างๆในงานแต่งงานของชั้นได้มั้ย"
            เชอร์ล็อคสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูด "ให้เลสเตรดเถอะ ชั้นไม่รับ"
             "นายเคยสัญญาว่าจะดูแลชั้น นายจะผิดสัญญาอีกครั้งหรอเชอร์ล็อค"
             เชอร์ล็อคไม่ได้ตอบคำถาม เขามองลูกสาวตัวเล็กในชุดนักเรียนที่กำลังกอดคอของจอห์นแล้วพูดว่า "เชอร์ลินควรจะพักผ่อนได้แล้ว"


             ทั้งสองเดินอยู่ข้างกันใต้ร่มสีดำโดยไม่ได้มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลยแม้แต่ประโยคเดียว จนฝีเท้าหยุดลงที่หน้าบ้านเลขที่ที่คุ้นเคย เชอร์ล็อคแหงนมองไปยังชั้นบน ไฟปิดมืดสนิทบ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่ เชอร์ล็อครับเชอร์ลินที่ดูอ่อนเพลียมาอุ้มไว้เองส่วนมืออีกข้างก็รับกระเป๋าเป้มาถือ
           "พรุ่งนี้ชั้นจะรีบมาหาแต่เช้า จะเอาเสื้อผ้ามาให้เชอร์ลินเปลี่ยน แล้วก็เอาชุดบัลเล่ต์มาให้"
            เชอร์ล็อคมองคนที่ตัวเล็กกว่าครู่หนึ่งแล้วพูด "ชั้นไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องพูดประโยคนี้กับนาย เพราะชั้นไม่เคยคิดว่ามันจะมีวันที่เราจะแยกบ้านกันอยู่" เชอร์ล็อคพูด "ขอบคุณที่เดินมาส่งชั้นกลับลูก กลับบ้านดีๆ"
             จอห์นฝืนยิ้ม "ชั้นก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องพูดประโยคนี้กับนายเหมือนกันเพราะตอนเราอยู่บ้านเดียวกันเราไม่เคยพูดประโยคนี้กันเลย" จอห์นพูด "ราตรีสวัสดิ์เชอร์ล็อค ปิดประตูบ้านดีๆนะ"


ราตรีสวัสดิ์เชอร์ล็อค โฮมส์
ราตรีสวัสดิ์จอห์น วัตสัน


            เราไม่ได้อยู่บ้านเลขที่ 221บี เบเกอร์สตรีทด้วยกันอย่างเคยอีกแล้วนะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #379 Sedius (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 12:10

    ม่ายน้าา จุกมากค่ะตอนนี้ พูดไม่ออก

    #379
    0
  2. #353 Wind_of_change (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 15:08

    หน่วงงงงง สงสารเชอร์ล ทำเพื่อปกป้องคนที่รัก แต่ไม่สามารถพูดได้ แต่อีกใจก็หมั่นไส้ อยากส่งข่าวก็ทำได้แต่ไม่ทำ ปล่อยให้แฟนกับลูกอยู่กันแบบเป็นโรคซึมเศร้า แม้จะรู้ว่าแมร์รี่ไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่แปลกใจที่จอห์นเลือกแมร์รี่ คนที่น่าสงสารจริงๆคือจอห์นต่างหาก

    #353
    0
  3. #349 despasito (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 21:45

    น้ำตาจิใหลมันทั้งหน่วงทั้งเสียใจฮรื่ออออ
    #349
    0
  4. #109 raining (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 02:40
    ขอสมน้ำหน้าเชอร์ล็อกหนึ่งที ว่ะฮ่ะฮ่าาา //โดนคนอื่นปาแก้วใส่//
    ถ้าเชอร์ลินไม่อยู่ด้วยเชอร์ล็อกคงโดนต่อยไปแล้วแน่ๆ นี่ขนาดยังไม่พูดถึงว่าใครรู้ว่าเชอร์ล็อกยังไม่ตายบ้างนะ เหอๆๆ
    สงสารเชอร์ลินที่สุดแล้ว ทั้งพ่อทั้งอาเลยทำอะไรแบบนี้กันน้า แถมมาทะเลาะกันต่อหน้าเด็กอีกเป็นพ่อแม่(?)ที่ใช้ไม่ได้เลย
    อย่างน้อยน่าจะไปเคลียร์กันลับหลังลูกนะจะเสียงดังจะต่อยจะได้เอาให้พอใจ(?)
    แต่ถ้าเชอร์ล็อกกลับมาแบบนี้แล้วจอห์นแต่งกับแมรี่คนที่น่าสงสารคนต่อไปคือแมรี่นะ เป็นผู้หญิงที่รักผู้ชายคนนึงแต่คนที่เธอรักดันไปรักอีกคน เฮ้อออ
    โทษเชอร์ล็อกคนเดียวเลย(!?)
    #109
    0
  5. #107 feeangel (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 17:23
    จอห์น~~~เลิกกับแมรี่เถอนะะะะ
    คนชื่อแมรี่หาคนดีไม่ได้หรอกนะ;_;
    #107
    0
  6. #106 kamisho (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 10:57
    รู้สึกหน่วงๆ อ่านไปแล้วรู้สึกสงสารทั้ง3คนเลยค่ะ จะจบดีรึเปล่า..ต้องทำใจก่อนมั้ย?(เตรียมทิชชู่) ฮืออ เชอร์ลนาย มาช้าไป..จอห์นนน กลับมาเถอะ..กลับมาาาาาTT
    #106
    0
  7. #105 ddowphotos (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 01:29
    โอ๊ะโอ.. กลับมาช้าไปแล้วเชอร์ล ... จะทำยังไงต่อไปกันนะ.. จะแฮปปี้มั้ยนะคู่นี้



    อ่านไปอ่านมา สงสารเชอร์ลินมากกว่าเชอร์ลละ ทำไมหนูต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยลูก
    #105
    0