[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 32 : Unspoken ตอนที่ 30 : I Miss You , Sherlock

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    28 ต.ค. 59

          รถยนต์ Ford Fiesta สีขาวของสารวัตรเกร็ก เลสเตรดจอดลงที่หน้าบ้านเลขที่ 221 B ถนนเบเกอร์ ผู้โดยสารที่อาศัยมาด้วยกันทั้งสามคนยังคงนั่งเงียบไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่ขึ้นรถมาจนมาถึงที่นี่
          พิธีฝังศพของเชอร์ล็อค โฮมส์พึ่งผ่านพ้นไปเมื่อประมาณ 2 ชั่วโมงก่อน พิธีศพถูกจัดอย่างเรียบง่าย งานเล็กๆแขกที่ได้รับเชิญมีไม่มากเพราะเชอร์ล็อคไม่ใช่คนมีเพื่อนหรือคนสนิทมากนัก คุณพ่อกับคุณแม่ของเชอร์ล็อคไม่ได้มาร่วมงาน ทุกคนเข้าใจได้ว่ามีไม่น้อยที่พ่อแม่ของผู้ตายจะไม่มาฝังศพลูกตัวเอง ยิ่งเชอร์ล็อคเป็นลูกคนเล็ก เป็นลูกชายคนโปรดของคุณพ่อคุณแม่ด้วยแล้วยิ่งทำใจได้ลำบาก ส่วนมายครอฟ โฮมส์ไม่มีใครติดต่อเขาได้ แม้กระทั่งคนสนิทอย่างสารวัตรเลสเตรดก็ติดต่อหาไม่ได้ มันจึงกลายเป็นว่าหัวเรือใหญ่ผู้จัดการงานศพในครั้งนี้จึงเป็นจอห์น วัตสันผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมแฟลต เพื่อนสนิท คู่หูและผู้รับเลี้ยงลูกสาวคนเดียวต่อไป
          เชอร์ล็อค โฮมส์จากไปอย่างกะทันหันจึงไม่มีพินัยกรรมหรือหนังสือมอบอำนาจอะไร ไม่ได้มีการระบุเรื่องทรัพย์สินอะไรที่จะต้องจัดการหลังเสียชีวิต แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะมีใครใส่ใจ ทุกคนล้วนใส่ใจไปที่เด็กหญิงวัย 5 ขวบลูกสาวคนเดียวของเชอร์ล็อคที่ยังอาการไม่ดีขึ้นอยู่ต่างหาก
          เชอร์ล็อคผู้เป็นพ่อจากไปร่วมสัปดาห์ เชอร์ลิน โฮมส์ร้องไห้อยากหนักเป็นเวลาเกือบ 3 วัน ร้องไห้แทบจะทั้งวันทั้งคืน จะมีเว้นก็เพียงแค่นอนหลับเท่านั้น จากเด็กกินเก่งก็กลายเป็นเด็กไม่แตะอาหารอะไรเลยทั้งนั้น เมื่อเลิกร้องไห้เชอร์ลินก็จะไปนั่งที่เก้าอี้นวมของเชอร์ล็อคแล้วนั่งเงียบๆไม่พูดไม่จากับใครแม้แต่อาจอห์นของตัวเอง จากเด็กร่าเริงสดใส พูดเก่งและซน กลายเป็นเด็กเงียบ ไม่ตอบสนองคำพูดของใคร ถามอะไรก็เพียงแค่พยักหน้าหรือส่ายหัวแล้วก็จะกลับไปนั่งเหม่ออย่างเดิม 
          จอห์น วัตสันผู้กลายเป็นคนสำคัญของทุกคนในช่วง 1 สัปดาห์มานี้ต้องลาพักงานชั่วคราวเพื่อเอาเวลาทั้งหมดมาจัดการเรื่องต่างๆให้เสร็จสมบูรณ์และต้องเอาเวลาเกือบจะ 24 ชั่วโมงนั้นมาดูแลหลานสาว เชอร์ลินดื่มได้แต่นมและไม่ยอมแตะอาหารอะไร จอห์นจึงต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะกลัวว่าหลานสาวจะป่วย แม้ว่าร่างกายตัวเองตอนนี้ก็เริ่มจะไม่ไหวเช่นกันแล้วก็ตาม
          คุณหมอหนุ่มถอนหายใจเบาๆเรียกสติให้ตัวเองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง "ขอบคุณที่มาส่งนะเกร็ก ขอบคุณที่ดูแลพวกเราสามคนมาตลอดทั้งสัปดาห์นี้" จอห์นกล่าวกับคนที่ขับรถมาส่ง
          "ไม่เป็นไร ก็เราเหลือกันแค่นี้" สารวัตรพูดแล้วเหลือบมองเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างหลัง
          "ขอบคุณนะ" จอห์นกล่าว "ติดต่อหามายครอฟไม่ได้เลยใช่มั้ย"
          สารวัตรถอนหายใจ "อืม ยังโทรหาไม่ติด ชั้นว่าจะไปรอที่บ้านเขา เผื่อเขาจะกลับมาแล้ว"
          "เขาคงเสียใจกว่าพวกเรามาก เชอร์ล็อคเป็นน้องชายคนเดียวของเขา เขาเลี้ยงเชอร์ล็อคมาตั้งแต่เชอร์ล็อคเกิด" จอห์นพูด "ฝากดูแลเขาด้วยนะ คงมีแต่นายที่จะดูแลคนแบบมายครอฟได้ไหว"
          จอห์นกล่าวขอบคุณเพื่อนอีกครั้งแล้วเปิดประตูลงรถ เขาเดินไปเปิดประตูด้านหลังให้คุณนายฮัตสันที่อยู่ในชุดเดรสสุภาพสีดำสนิท แม้ว่าเธอจะยังสะอื้นอยู่บ้างเล็กน้อยแต่เธอก็พยายามที่จะไม่ร้องไห้ให้เชอร์ลินเห็นอีกแล้ว จากนั้นจอห์นก็เดินไปเปิดประตูรถอีกด้านแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยให้เชอร์ลินตามคำสั่งของเชอร์ล็อคที่เคยพูดไว้ว่าไม่ให้เชอร์ลินปลดเข็มขัดเอง ไม่ให้เชอร์ลินเปิดประตูรถเอง จอห์นจำได้ดีและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดมา
          ชายผมสีบลอนด์หม่นในชุดเสื้อเชิร์ตแขนยาว กางเกงสแล็คสีดำ ผูกเนคไทด์สีดำและสวมสูทสีดำตามแบบฉบับของคนที่ไปงานศพ ก้มตัวเองเข้าไปในรถเพื่ออุ้มเด็กหญิงวัย 5 ขวบในชุดเดรสสีดำสนิททั้งตัว ผมยาวดำถูกปล่อยลงไม่ได้ถักเปียหรือทำทรงผมน่ารักๆอย่างเคยเพราะจอห์นทำไม่เป็น ปกติแล้วทรงผมน่ารักที่เคยเห็นกันนั้นเชอร์ล็อคเป็นคนทำให้ลูกสาวตัวเองทั้งสิ้น เด็กหญิงยกมือที่สวมถุงมือสีดำปาดน้ำตาตัวเองแล้วยื่นมือนั้นให้คุณอาเพื่อออกจากรถ


          จอห์นอุ้มเชอร์ลินมาวางไว้ที่เก้าอี้นวมของตัวเองแต่เชอร์ลินก็กระโดดลงแล้วปีนขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ของเชอร์ล็อคอยู่ดี .... เชอร์ลินชอบนั่งตักของเชอร์ล็อคเวลาดูการ์ตูนแล้วก็ชอบถกเถียงกันเรื่อง 'หมูไม่ได้ตัวสีชมพู' กันแทบจะทุกวัน เชอร์ล็อคเองก็ชอบให้ลูกสาวนั่งตักมากตอนทำงานหรือตอนอ่านหนังสือ เขาก็ต้องให้เชอร์ลินนั่งตักอยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นเขาจะเครียดจนทำงานไม่เสร็จ เชอร์ลินก็จะนั่งเล่นตุ๊กตาอยู่บนตัก ไม่ได้ลุกหนีไปไหนจนกว่าคุณพ่อจะเลิกทำงาน
          คุณนายฮัตสันเอาน้ำผลไม้และผลไม้แช่เย็นมาวางไว้ที่โต๊ะเล็กข้างเก้าอี้นวมของเชอร์ล็อคแล้วเธอก็ลงไปที่ห้องเธอที่อยู่ชั้นล่าง จอห์นคุกเข่าลงที่พื้นพรมในห้องแล้วถอดรองเท้าและถุงเท้าของหลานสาวออก เขาจับมือเล็กๆนั้นมาถอดถุงมือสีดำออกเช่นกัน จอห์นวางทุกอย่างไว้ข้างตัวแล้วใช้ส้อมคันเล็กที่อยู่ในจานจิ้มผลไม้ให้เชอร์ลิน
          "เชอร์ลินดูสิ นี่สตรอเบอร์รี่นี่นา ของโปรดของเชอร์ลินใช่มั้ย" จอห์นพูดแล้วเอาผลไม้ลูกสีแดงดูน่ากินยื่นไปใกล้ๆปากเล็กๆนั้น "กินสตรอเบอร์รี่เร็วสิ กำลังเย็นเลย น่าอร่อยจัง"
          เชอร์ลินส่ายหัวเบาๆแล้วถอนหายใจ จอห์นจึงเปลี่ยนไปจิ้มผลไม้ชิ้นอื่น "เมล่อนมั้ย น่ากินจังเลย เชอร์ลินชิมซิว่าอร่อยมั้ย"
          เชอร์ลินส่ายหัวอีกครั้ง
          จอห์นจึงวางส้อมคันเล็กเก็บลงในจานอย่างเดิม "เย็นนี้เชอร์ลินอยากกินอะไร กินสปาเก็ตตี้ของโปรดดีมั้ย หรืออยากกินสเต็ก กุ้งทอดก็ได้เดี๋ยวอาทำให้" จอห์นถาม "หรืออยากไปกินเค้ก ไปกินไอติมเดี๋ยวอาพาไปนะ"
          เชอร์ลินมองหน้าจอห์น "คุณพ่อบอกว่าจะพาเชอร์ลินไปกินไอติมตอนเชอร์ลินเลิกเรียน" เด็กหญิงพูดเสียงสั่น "คุณพ่อไม่เห็นพาไปเลย"
          จอห์นโน้มตัวไปกอดหลานสาวแล้วลูบผมสีดำนั้นเบาๆ "อาพาไปได้เชอร์ลิน เชอร์ลินอยากไปไหน อยากกินอะไร บอกอานะ อาจะพาไป"
          "คุณพ่อไม่รักเชอร์ลินแล้วใช่มั้ยคะอาจอห์น คุณพ่อผิดสัญญา"
          "ไม่ใช่เชอร์ลิน คุณพ่อรักเชอร์ลินนะ รักมากๆเลย คุณพ่อแค่หลับไป เดี๋ยวคุณพ่อก็จะตื่นขึ้นมา"
          "ตอนนั้นอาจอห์นก็บอกว่าหม่าม้าหลับไปแล้วหม่าม้าจะตื่นขึ้นมา หม่าม้าก็ไม่ตื่น" เชอร์ลินร้องไห้ "คุณพ่อก็จะไม่ตื่นขึ้นมาหาเชอร์ลินใช่มั้ยคะ"
          "คุณพ่อรักเชอร์ลิน เดี๋ยวคุณพ่อจะตื่นขึ้นมานะ อย่าร้องไห้เลยนะเด็กดีของอา"
          จอห์นกอดปลอบหลานสาวแล้วมองตรงไปที่แท่นสูงตรงหน้าต่าง ไวโอลินสตราดิวาเรียสคันโปรดของเชอร์ล็อควางอยู่ตรงนั้น เชอร์ล็อคชอบแก้เบื่อด้วยการสีไวโอลิน บางคืนที่เขาต้องรับหน้าที่พาเชอร์ลินเข้านอน เชอร์ล็อคผู้ไม่มีจินตนาการแบบเด็กๆจึงเล่านิทานให้ลูกฟังไม่เป็น เขาจึงสีไวโอลินกล่อมลูกนอนเอง จึงทำให้มีสมุดโน้ตเพลงหนึ่งเล่มเป็นเพลงที่ใช้กล่อมลูกเข้านอนอย่างเดียว โดยที่เพลงทั้งหมดเชอร์ล็อคเป็นคนแต่งเอง
          จอห์นมองไวโอลินคันหรูที่เจ้าของจะไม่กลับมาจับมันอีกด้วยใจที่เหม่อลอย



          เช้าวันใหม่หลังจากเชอร์ล็อคจากไปได้ 8 วัน เสียงไวโอลินเสียงหวานฟังไพเราะลอยขึ้นมาตามลมที่ชั้นสาม จอห์น วัตสันที่กำลังนอนกอดหลานสาวตัวเล็กอยู่ลืมตาตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงไวโอลินนั้น นั่นเสียงไวโอลินของเชอร์ล็อค.....เชอร์ลินลุกพรวดจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงของเครื่องดนตรีที่คุ้นเคย
          จอห์นวิ่งตามเชอร์ลินลงมาที่ห้องรับแขกชั้นสอง ไวโอลินถูกวางพาดบนบ่าแล้วเล่นตามโน้ตที่วางอยู่บนแท่น ใครบางคนที่คุ้นเคยและไม่คิดว่าจะได้พบ
          
          "ลุงไมค์..." เชอร์ลินร้องทักคนที่สีไวโอลินคันโปรดของคุณพ่อด้วยตัวที่สั่นเล็กน้อย คุณพ่อของเธอไม่ได้เป็นคนเล่น คุณพ่อของเธอไม่ได้กลับมาเล่นไวโอลินปลุกเธออีก คนที่ทำให้เสียงนี้เกิดขึ้นคือลุงแท้ๆของเธอที่หายหน้าไปหลายวัน
          "มายครอฟ...นายทำให้เชอร์ลินตกใจนะ" จอห์นพูดอย่างหัวเสีย
          "ขอโทษ ชั้นเล่นไวโอลินไม่เก่งเท่าไหร่" มายครอฟพูด
          "นี่นายมาทำอะไร เกร็กโทรหานายมาหลายวันแล้วนะ เจอเขาหรือยัง"
          "ชั้นมาเก็บของๆน้องชาย" มายครอฟพูด "แล้วก็มารับหลานด้วย"
          จอห์นขมวดคิ้ว "มารับหลาน? นายจะพาเชอร์ลินไปไหน"
          "เมื่อเชอร์ล็อคไม่อยู่ เชอร์ลินต้องไปอยู่กับชั้น อย่างน้อยที่สุดต้องไปอยู่คุณพ่อกับหม่ามี้ที่ลีดส์ เชอร์ลินต้องอยู่กับครอบครัวตัวเอง"
          "แต่ชั้นเป็นผู้ปกครองของเชอร์ลินนะ เชอร์ล็อคให้สิทธิในการดูแลเชอร์ลินไว้ที่ชั้นครึ่งนึง เชอร์ลินต้องอยู่ในการดูแลของชั้น"
          "นายดูแลไม่ไหวหรอกจอห์น ส่งเชอร์ลินให้ชั้น ชั้นจะดูแลเอง" มายครอฟพูด
          จอห์นเดินไปหาหมายครอฟที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง "ชั้นดูแลได้มายครอฟ ชั้นดูแลเชอร์ลินไหว อย่าเอาเชอร์ลินไปจากชั้นเลยนะได้โปรด" จอห์นพูด "เชอร์ล็อคไม่อยู่กับชั้นแล้ว ตอนนี้ทั้งชีวิตชั้นเหลือแค่เชอร์ลินคนเดียว อย่าเอาเชอร์ลินไปจากชั้นได้ไหม"
          มายครอฟนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "นายไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะดูแลเชอร์ลิน เงินเดือนในการเป็นหมอของนายไม่พอที่จะเลี้ยงดูเชอร์ลินตามลำพัง แค่ค่าเทอมของเชอร์ลินยังไม่พอเลยจอห์น"
          "ชั้นจะพยายามมายครอฟ ชั้นจะพยายามเลี้ยงเชอร์ลินให้ดีเท่าที่เชอร์ล็อคเคยเลี้ยง ชั้นจะไม่ให้เชอร์ลินลำบากชั้นสัญญา" จอห์นพูด "นะมายครอฟ ให้เชอร์ลินอยู่กับชั้นเถอะนะ"
          มายครอฟถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า "เชอร์ลินเป็นลูกสาวคนเดียวของเชอร์ล็อค เป็นหลานรักของชั้นกับคุณพ่อและหม่ามี้ ถ้าเชอร์ลินตกอยู่ในอันตรายแม้แต่นิดเดียว ชั้นจะฆ่านายด้วยมือของชั้นเอง" 
          "ได้ ได้มายครอฟ ชั้นจะดูแลเชอร์ลินอย่างดี ชั้นรับปาก" จอห์นพูด
          "ชั้นจะส่งคนไปดูแลเชอร์ลินที่โรงเรียนเพิ่ม แค่สองคนเท่าที่นายเคยขอไว้มันไม่พอ"
          "ได้ ยังไงก็ได้ ชั้นตามใจนายมายครอฟ" จอห์นรับปาก "แค่เชอร์ลินอยู่กับชั้นก็พอ"
          เชอร์ลินในชุดนอนเดินมาดึงชายเสื้อของมายครอฟเบาๆ "เชอร์ลินขอไวโอลินของคุณพ่อได้ไหมคะลุงไมค์ เชอร์ลินจะเก็บเอง"
          จอห์นมองหลานสาวและมองพี่ชายของเพื่อน "มันเป็นของที่เชอร์ลินควรจะได้นะ ไวโอลินคันโปรดของพ่อ"
          มายครอฟยื่นไวโอลินให้หลานสาว "สรุปว่าวันนี้ชั้นมาถึงที่นี่แต่กลับไม่ได้อะไรกลับไปเลย ทั้งหลานทั้งไวโอลิน"
          "มายครอฟ....." จอห์นพูดขึ้นเบาๆ "ชั้นเสียใจด้วยนะเรื่องเชอร์ล็อค นายคงเสียใจมาก น้องชายคนเดียวมาจากไปแบบนี้"
          "เราทุกคนต้องเสียสละบางอย่างเพื่อรักษาทุกอย่างเอาไว้ น้องชั้นเป็นคนเสียสละ ชั้นเทียบเขาไม่ได้เลย" มายครอฟพูด
          "เขาทำแบบนี้ทำไม ชั้นรู้ว่าเขาไม่ได้ทำอย่างที่เขาพูดในทีวี"
          "เพื่อปกป้องบางอย่าง" มายครอฟลูบผมหลานสาวที่รัก "เสียสละตัวเองเพื่อปกป้องบางอย่าง"
          "เขา......ไม่ได้ฆ่าใครใช่มั้ยมายครอฟ"
          มายครอฟมองหน้าคุณหมอ "นายคิดว่าเขาเป็นคนแบบนั้นมั้ย"
          "ไม่มีทาง เขาไม่ใช่คนแบบนั้น เชอร์ล็อคเป็นคนดี ชั้นรู้ว่าเขาเป็นคนดี"
          "อืม ... ก็ดี" มายครอฟพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นชั้นกลับล่ะ"
          "ชั้นกำลังจะย้ายบ้านนะ ชั้นกับเชอร์ลินจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ชั้นคงต้องบอกให้นายรู้ เพราะเชอร์ลินจะไปอยู่กับชั้น"
          "อืม...ชั้นรู้แล้ว แค่เข้าบ้านมาก็รู้" มายครอฟมองรอบตัว "ของๆนายถูกเก็บไปจนเกือบจะหมด ของเล่นของเชอร์ลินก็ไม่มี มีแต่ของๆเชอร์ล็อคที่ยังวางอยู่ที่เดิม"
          จอห์นมองรอบตัวเช่นกัน "เชอร์ล็อคไม่ชอบให้ของอยู่ผิดที่ เขาชอบนั่งบนเก้าอี้ของตัวเองแล้วมองเชอร์ลินนั่งเล่นของเล่นที่มุมห้อง ดังนั้นเก้าอี้ห้ามผิดมุมเด็ดขาดเลย" 
          "ชั้นไปแล้วนะ" มายครอฟกล่าวกับจอห์นแล้วคุยกับหลานที่กอดไวโอลินจนแน่น "เป็นเด็กดีของอาจอห์นนะเชอร์ลิน ถึงบ้านใหม่แล้วโทรหาลุงด้วยนะ"
          เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจเบาๆ จอห์นลูบผมหลานสาวแล้วกล่าวกับคนในชุดสูท "เกร็กจะมารับชั้นตอนเย็น นายจะมาก็ได้นะ"
          "ชั้นกลับล่ะ ชั้นมีประชุม" มายครอฟพูดตัดบทสนทนาแล้วเดินลงบันไดไป



          หลังจากจอห์นอาบน้ำให้เชอร์ลินและให้เชอร์ลินดื่มนมแล้ว แม้ว่จะดื่มไปแค่ครึ่งแก้วก็ตาม จอห์นก็เปิดการ์ตูนให้เชอร์ลินดูระหว่างที่เขาไปเก็บของในส่วนที่เหลือ เชอร์ลินไม่ได้นั่งดูการ์ตูนเลยแม้แต่น้อย เด็กหญิงเอาแต่นั่งเหม่อไปที่นอกหน้าต่าง การ์ตูนจึงทำได้แค่ทำให้บ้านไม่เงียบจนเกินไปเท่านั้น
          ของที่จะต้องเก็บเหลือไม่เยอะเท่าไหร่ เหลือแต่ของเล็กๆน้อยๆในห้องของเชอร์ล็อคเท่านั้น จอห์นเปิดประตูห้องนอนบานสีเขียวที่คุ้นเคยเข้าไป
          ผ่านไป 8 วันแล้ว กลิ่นน้ำหอมของเชอร์ล็อคหายไปแล้ว แต่รอยยับบนเตียงกับข้าวของเครื่องใช้ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม จอห์นปิดประตูหลังจากเข้าห้องมา
          "ชั้นเข้ามาเก็บของให้เชอร์ลินนะเชอร์ล็อค ชั้นจะพาเชอร์ลินไปอยู่ที่อื่น ชั้นหวังว่านายจะเข้าใจชั้นนะ" จอห์นกล่าวกับอากาศ
          คุณหมอเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ในห้องนอนเพื่อหยิบกระเป๋าเดินทางของเชอร์ลินออกมา เขารวบเสื้อผ้าของเชอร์ลินที่แขวนไว้ออกมาจากในตู้แล้วพับมันใส่กระเป๋าเดินทางทีละชุด เชอร์ลินมีเสื้อผ้าเยอะมากๆ เพราะทั้งเชอร์ล็อคและมายครอฟจะซื้อมาให้ตลอดจนแทบจะล้นตู้ นอกเหนือจากนั้นยังมีเสื้อผ้าเด็กยี่ห้อดังส่งมาให้เชอร์ลินใส่อีกหลายสิบชุด หลานของเขามีปาปารัซซี่มาดักถ่ายรูประหว่างทางเดินไปโรงเรียนทุกวันตามประสาลูกสาวคนดังอย่างเช่นคนอื่นๆ เมื่อมีรูปของเชอร์ลินออกไปก็จะมีคนไปหาซื้อเสื้อผ้าแบบเชอร์ลินไปให้ลูกตัวเองใส่บ้าง ดังนั้นเหล่ายี่ห้อเสื้อผ้าเด็กจึงชอบส่งเสื้อผ้ามาให้เชอร์ลินใส่เพื่อเป็นการโปรโมตร้านตัวเอง

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก
           เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น จอห์นลุกขึ้นไปเปิดแล้วพบว่าผู้ที่มาเคาะประตูนั้นคือคุณนายฮัตสัน หญิงสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้าน
          "ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมจ๊ะ" คุณนายฮัตสันถาม
          "เชิญครับ" จอห์นอ้าประตูให้กว้างขึ้น
          คุณนายฮัตสันมองรอบๆห้องด้วยความรู้สึกเหงาๆเมื่อเจ้าของห้องไม่อยู่อีกแล้ว "ชั้นไม่ได้เข้าห้องเขามานานมากแล้ว เขาหวงห้องนอนของเขามากเลย ชั้นเกือบลืมไปแล้วนะว่าชั้นเป็นเจ้าของบ้าน"
          "เขานิสัยแบบนี้แหละครับ หวงห้องนอน หวงของ" จอห์นพูด
          "กำลังเก็บของอยู่หรือจ๊ะ" หญิงสูงวัยมองไปที่เสื้อผ้า
          "เหลือแต่ของๆเชอร์ลินนิดหน่อยครับ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว" จอห์นพูด "เดี๋ยวผมจะมาเก็บของๆเชอร์ล็อควันหลังนะครับ น่าจะอีกสัปดาห์หนึ่ง ขอลองจัดบ้านใหม่ก่อน อาจจะต้องเผื่อห้องไว้สำหรับเก็บของๆเขาคนเดียวเลย"
          "ไม่ต้องเก็บหรอกจ้ะ วางไว้อย่างนี้แหละ ของที่ห้องรับแขกด้วย" คุณนายฮัตสันพูด "เจ้าเด็กดื้อเขาไม่ชอบให้ใครขยับของๆเขา เดี๋ยวเขาจะมาโกรธชั้นได้"
          "แต่ถ้าไม่เก็บ จะเปิดให้คนอื่นเช่าต่อไม่ได้นะครับ" จอห์นพูด
          "ชั้นจะไม่ปล่อยให้ใครเช่าต่อ ห้องของเธอด้วยจอห์น ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ชั้นยอมรับว่าชั้นยังทำใจไม่ได้จริงๆที่จะไม่มีพวกเธอกับเชอร์ลินอยู่ที่นี่อีก" คุณนายฮัตสันก้มหน้าพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้อีก
          "ผมขอโทษครับ แต่ผมจำเป็นต้องย้ายออกเพื่อเชอร์ลิน" จอห์นพูด "เชอร์ลินจะไม่ดีขึ้นถ้ายังอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ เธอจะยังร้องหาพ่อไปเรื่อยๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้จะไปให้พ่อคืนมาให้หลานได้ยังไง"
          "ชั้นเข้าใจดี ชั้นเข้าใจดี" คุณนายฮัตสันพูดแล้วยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลให้สองฉบับ "ของเธอกับเชอร์ลินนะ"
          จอห์นรับซองนั้นมาถือไว้ "อะไรหรือครับ"
          "เงินค่าเช่าบ้านของเชอร์ล็อคและเธอที่เคยจ่ายมา ชั้นคืนให้เป็นเช็คนะ"
          จอห์นเงยหน้ามองด้วยความตกใจ "แต่นี่มันค่าเช่าบ้านนะครับ มันเป็นเงินที่ผมสองคนจะต้องจ่ายอยู่แล้ว ไม่ต้องคืนหรอกครับ ค่าเช่าก็คือค่าเช่า ผมขอไม่รับคืนจะดีกว่า"
          "ชั้นคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าเธอจะปฏิเสธ เธอคือจอห์น วัตสันที่เสมอต้นเสมอปลาย" คุณนายฮัตสันพูด "เราอยู่กันแบบครอบครัวนะจอห์น ชั้นคิดค่าเช่าครึ่งหนึ่งของที่พวกเธอเคยจ่ายก็แล้วกัน ชั้นได้รับค่าเช่าแล้ว เงินส่วนที่เกินครึ่งนึงในทุกๆเดือนตลอดเวลาที่พวกเธออยู่ที่นี่ชั้นคืนให้นะ"
          "แต่....."
          "รับไว้เถอะจอห์น ถ้าเธอจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เงินก้อนนี้ช่วยได้นะ" คุณนายฮัตสันยิ้ม "ชั้นรักเธอสองคนเหมือนลูกชายของชั้น เชอร์ลินก็เหมือนหลานของชั้น ถ้าคนในครอบครัวของชั้นจะไปเริ่มชีวิตใหม่ชั้นต้องให้การสนับสนุนจึงจะถูกต้อง"
          จอห์นยิ้ม "ขอบคุณนะครับ ขอบคุณมากจริงๆ" จอห์นพูดแล้วเปิดซองที่เขียนเป็นชื่อของเชอร์ล็อค
          ในซองจดหมายสีน้ำตาลที่จ่าหน้าเชอร์ล็อค โฮมส์คือเช็คหนึ่งใบที่เขียนจำนวนเงินไว้จำนวนหนึ่ง มันมากเสียจนจอห์นตาโต อ้าปากค้างและมองหน้าหญิงสูงวัย "มันเยอะขนาดนี้เลยหรอครับ"
          "เชอร์ล็อคเขาอยู่มา 6 ปีแล้วนะจอห์น มันเยอะขนาดนี้น่ะถูกต้องแล้ว" คุณนายฮัตสันพูด "เช็คใบนี้เป็นของเชอร์ลินก็แล้วกันนะ ชั้นว่ามันมากพอจนทำให้เชอร์ลินเรียนโรงเรียนเดิมได้อีกหลายปีเลย"
          "คุณหักค่าซ่อมกำแพงบ้านเวลาเชอร์ล็อคยิงกำแพงจนเป็นรูไปหรือยังครับ" จอห์นถาม
          "หักแล้วจ้ะ นี่ชั้นหักค่าซ่อมพื้นห้องครัวเวลาเขาทำห้องครัวระเบิดไปแล้วด้วยนะ หักค่าจานชามเวลาเขาทำแตกไปแล้วด้วย" คุณนายฮัตสันกล่าวอย่างติดตลกจนจอห์นหัวเราะตาม .... หัวเราะครั้งแรกนับตั้งแต่เชอร์ล็อคจากไป
          จอห์นเปิดซองจดหมายสีน้ำตาลที่จ่าชื่อถึงตัวเองออกอ่าน เช็คใบนั้นเขียนจำนวนเงินค่าเช่าของเขาไว้ คุณหมอขมวดคิ้วแล้วมองหน้าหญิงเจ้าของบ้าน "เช็คของผมเขียนจำนวนเงินผิดหรือเปล่าครับ"
           "ไม่ผิดจ้ะ ชั้นคำนวนมาดีแล้ว"
          "แต่นี่มันเยอะมากเลยนะครับ" จอห์นพูด "ของเชอร์ล็อคมันเยอะเพราะเขาอยู่มา 6 ปี แต่ผมอยู่มาแค่ 4 ปี เองมันไม่น่าเยอะขนาดนี้"
          คุณนายฮัตสันยิ้ม "เธอรู้อะไรไหมจอห์น ค่าเช่าที่เธอจ่ายมาตลอด 4 ปี มันไม่ใช่จำนวนคนละครึ่งกับเชอร์ล็อคอย่างที่เธอเข้าใจหรอกนะ มันแค่ 1 ใน 3 ของค่าเช่า มันแค่เสี้ยวเดียวของค่าเช่าเท่านั้นเอง" คุณนายฮัตสันพูด "เธอจ่ายเสี้ยวเดียว ส่วนที่เหลือเชอร์ล็อคเขาเป็นคนจ่ายให้มาตลอด เขากลัวว่าถ้าบอกจำนวนค่าเช่าจริงกับเธอไปแล้วเธอจะไม่อยู่กับเขาเพราะว่ามันแพง เขาเลยจะจ่ายแทนให้เพื่อให้เธอไม่ต้องทำงานนอกบ้านหนักแล้วเอาเงินมาจ่ายค่าเช่าจนหมด เขาอยากให้เธออยู่บ้านกับเขา ไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านนานๆ"
          จอห์นมองเช็คเงินสดในมือด้วยมือที่สั่นจากการพยายามกลั้นน้ำตาอีกครั้ง...เชอร์ล็อคจ่ายค่าเช่าแทนเขามาตลอดเลยงั้นหรือ
          "เขาเคยบอกชั้นไว้ว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเธอสองคนทะเลาะกันรุนแรงจนเธอย้ายออก หรือวันไหนที่เธอไม่อยากอยู่กับเขาอีกแล้ว ให้คืนเงินทั้งหมดในส่วนที่เขาจ่ายให้เธอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีเขา" คุณนายฮัตสันพูด "เขาใส่ใจเธอมากนะจอห์น เขาอยากให้เธออยู่กับเขาที่นี่ ..... แต่วันนี้ชั้นเข้าใจดีว่าเธอทำเพื่อเชอร์ลินลูกสาวของเขา....ดังนั้นชั้นขอคืนเงินทั้งหมดให้ตามความต้องการของเขานะ"
          จอห์นพยายามสูดน้ำมูกและกลืนก้อนแข็งๆลงไปในคอแล้วกล่าวกับหญิงเจ้าของบ้าน "ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่บอกผม"
          "เช็คห้ามเปียกน้ำนะ ไม่งั้นจะขึ้นเงินไม่ได้" คุณนายฮัตสันพูด "ชั้นขอตัวไปอยู่เป็นเพื่อนเชอร์ลินก่อนนะ" หญิงสูงวัยกล่าวแล้วออกจากห้องนอนไป
          จอห์นมองเช็คสองใบในมือ....ไม่ได้...ร้องไห้ไม่ได้เดี๋ยวเช็คจะเปียก นี่คือเงินของเชอร์ลินที่เชอร์ล็อคทิ้งไว้ให้ เขาต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี ... จอห์นเก็บเช็คทั้งสองใบใส่ไว้ในเสื้อสูทสีดำของตนเองแล้วเริ่มต้นเก็บของใหม่อีกครั้ง


          จอห์นเดินไปเปิดตู้อีกฝั่งหนึ่ง ตู้ฝั่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้าของเชอร์ล็อค เสื้อเชิร์ต เสื้อสูท กางเกงสแล็คและเสื้อโค้ตที่จอห์นเป็นคนรีดเองกับมือถูกแขวนเรียงสีไว้อย่างเรียบร้อย เชอร์ล็อคมีเสื้อผ้าแค่ไม่กี่สี ขาว-ดำ-ม่วง-น้ำเงิน การเรียงสีมันจึงง่ายมาก จอห์นหยิบเสื้อเชิร์ตสีขาวตัวหนึ่งออกมาจากในตู้แล้วใช้มือปัดบริเวณหัวไหล่ของเสื้อเบาๆเพื่อไล่ฝุ่น เชอร์ล็อคไม่ชอบให้เสื้อผ้าเลอะ ถ้าเสื้อผ้าเลอะเทอะหรือยับแม้แต่นิดเดียวเขาจะไม่หยิบมาใส่เลย จอห์นเก็บเสื้อเชิร์ตตัวนั้นแขวนเข้าไปตามเดิม
          รูปถ่ายใบหนึ่งหล่นออกมาจากช่องเก็บของเล็กๆ จอห์นหยิบมันขึ้นมาดู...มันคือรูปถ่ายพลุ....พลุที่คลาดิฟฟ์...พลุวันเกิดของจอห์นที่เชอร์ล็อคเป็นคนจุดให้เป็นของขวัญวันเกิด


          "ถ่ายรูปไว้มั้ยจอห์น นี่นัดสุดท้ายแล้วนะ" เชอร์ล็อคยื่นโทรศัพท์มือถือของตนเองให้จอห์น
          "ไม่ถ่ายหรอก นี่มันของขวัญวันเกิดของชั้น ชั้นอยากจะจำมันด้วยใจของชั้นมากกว่า" จอห์นพูดขณะแหงนมองดูพลุ
          "โง่จังเลยจอห์น หัวใจมีหน้าที่ใช้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ส่วนที่ใช้จดจำภาพน่ะคือสมอง แต่ถ้าสมองความจำน้อยก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้" เชอร์ล็อคพูด แล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปพลุนัดสุดท้ายเอาไว้
           "ปีหน้านายก็จะมาจุดให้ชั้นดูอีกไม่ใช่หรอ ปีหน้าค่อยถ่ายก็แล้วกัน" จอห์นพูด
          "ใช่ ปีหน้าชั้นจะจุดพลุวันเกิดให้นายดูใหม่" เชอร์ล็อคพูด "ถ้านายชอบดูพลุ ชั้นจะจุดให้ดูทุกปี"


          .....ไหนล่ะเชอร์ล็อค....ไหนพลุของชั้น....นายไม่อยู่แล้วใครจะจุดพลุให้ชั้นดู....นายผิดสัญญากับชั้นนะ...


          จอห์นเก็บรูปถ่ายใบนั้นใส่ในเสื้อสูทแล้วหยิบเสื้อเชิร์ตสีดำของเชอร์ล็อคออกมาตัวหนึ่ง เชอร์ล็อคเป็นคนใส่เสื้อเชิร์ตสีดำแล้วดูดีมากเพราะสีดำตัดกับผิวขาวได้อย่างลงตัว จอห์นค่อยๆพับเสื้อเชิร์ตตัวโปรดของเพื่อนสนิทอย่างเบามือไงเพื่อไม่ให้มันมีรอยยับแล้วใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทาง.....เขาจะเอาเสื้อเชิร์ตตัวโปรดของเชอร์ล็อคไปด้วย
          ก่อนที่จอห์นจะปิดกระเป๋าเดินทาง เขาไม่ลืมที่จะนำของที่เชอร์ล็อครักมากอีกสองสิ่งไปด้วย ถุงมือหนังที่จอห์นเป็นคนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีแรกที่รู้จักกัน จอห์นหยิบถุงมือหนังสีดำมาถือไว้แล้วปลดเสื้อโค้ตสีดำออกจากไม้แขวนเสื้อ เขาค่อยๆสวมกอดไปที่เสื้อโค้ตสีดำตัวหนาแล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
          "ชั้นคิดถึงนายมากนะเชอร์ล็อค คิดถึงมากๆเลย"








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #378 Sedius (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 11:02

    เเหมียนหมาเลยค่ะไรท์ ร้องไห้หนักมากทั้งในหนังมาจนในนิยาย แต่งดีมากเลยค่ะ ฮือออ

    #378
    0
  2. #321 CAKEZEBEBE (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 14:47
    ไม่รู้ทำไมอินขนาดนี้ น้ำตาไหลไม่หยุด...
    #321
    0
  3. #282 heechulnarak (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:30
    แง้ๆๆๆๆๆ สงสารมากกกกกกกก
    #282
    0
  4. #104 PloyAlways (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 11:05
    ร้องไห้ตามเลยอ่า เศร้ามากT_T
    #104
    1
    • #104-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 32)
      27 ตุลาคม 2559 / 12:08
      สงสารจอห์น T^T
      #104-1
  5. #103 คาเซงาว่า เอเอน่า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 14:29
    เศร้ามากเราจะร้องไห้ตามเลยT^Tเชอร์ล็อคเมื่อไรนายจะกลับมาพระเอกของฉัน?T^T
    #103
    1
    • #103-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 32)
      22 ตุลาคม 2559 / 14:41
      เศร้าด้วยคน T.T
      #103-1
  6. #102 kamisho (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 08:18
    ฮืออออออ สงสารจอห์นกับเชอร์ลีน TT ร้องไห้ตามเลย
    #102
    1
    • #102-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 32)
      22 ตุลาคม 2559 / 08:21
      เรื่องมันเศร้า T.T
      #102-1
  7. #101 ddowphotos (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 00:31
    ปวดใจจจจ T ___________ T

    เชอร์ลใจร้ายยยยยยยยยยยยยยย
    #101
    1
    • #101-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 32)
      22 ตุลาคม 2559 / 01:00
      ฮืออออออ ร้องไห้กันมา 3 ตอนแล้ววววว T.T
      #101-1
  8. #100 Junior Prince LP (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 00:30
    โอยย สงสารจอนห์กับเชอร์ลีนจับใจ

    ปาดน้ำตาหนักกว่าเดิมเลย
    #100
    1
    • #100-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 32)
      22 ตุลาคม 2559 / 00:47
      คนเขียนก็เศร้าค่ะ ฮือออออออ
      #100-1
  9. #99 MeSk_VaLeNtInE (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 22:51
    เศร้าาาา
    #99
    2
    • #99-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 32)
      21 ตุลาคม 2559 / 23:44
      ฮืออออออออ : (
      #99-1
    • #99-2 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 32)
      22 ตุลาคม 2559 / 00:05
      ฮือออออออ สงสารทุกคน T.T
      #99-2