[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 30 : Unspoken ตอนที่ 28 : Rachel Elizabeth Sherlyn Holmes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    28 ต.ค. 59

          จอห์น วัตสันนั่งมองนาฬิกาที่ผนังในห้องทำงานด้วยระทึก ขณะนี้เวลา 15.55 น. อีก 5 นาทีเขาก็จะเลิกงาน ... ตั้งแต่เขาทำงานที่นี่มาเขาไม่เคยต้องตื่นเต้นและรอคอยเวลาเลิกงานขนาดนี้มาก่อน
          วันนี้เขามีนัดไปดูหนังตอน 5 โมงเย็น นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้มีนัดไปดูหนังหลังเลิกงานเช่นนี้ อาจจะเกือบ 1 ปีนับตั้งแต่เลิกรากับคู่เดตอย่างซาร่า คุณครูสอนเปียโนของเชอร์ลิน โฮมส์หลานสาวของเขา ... จอห์นเองก็ไม่รู้ว่าอะไรมันคือสาเหตุที่แท้จริงของการเข้ากันไม่ได้ในครั้งนั้น แต่ตอนที่ซาร่าขอยุติความสัมพันธ์ เธอให้เหตุผลว่า 'จอห์นมีคนที่จะต้องดูแลมากพออยู่แล้ว ซึ่งคนนั้นไม่ใช่เธอ' จนถึงทุกวันนี้ยังไม่เข้าใจเลยว่าคนที่ซาร่าหมายถึงนั้นคือใคร
          อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากรู้อะไรเกี่ยวกับเธออีก มันไม่ใช่ความโกรธ เกลียดที่ถูกบอกเลิก แต่มันเป็นความรู้สึกเฉยๆมากกว่า จอห์นไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจอะไรเลยด้วยซ้ำตอนที่ถูกบอกเลิก เขารู้สึกโล่งใจอยู่ลึกๆ โดยที่ตัวเขาก็หาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น
          จากนั้นมาเขาก็ไม่ได้พบเธออีกเพราะเชอร์ล็อค โฮมส์ให้ลูกสาวเลิกเรียนเปียโนและเปลี่ยนไปให้เชอร์ลินไปเรียนบัลเล่ต์แทน จากนั้นเขาเองก็ไม่ได้ออกเดตหรือคบกับผู้หญิงคนไหนเป็นเรื่องเป็นราวอีก เขาเลยไม่ได้ไปดูหนังเพราะไม่รู้จะไปดูกับใคร อีกอย่างเขาก็มีภารกิจรัดตัวไปหมด ไหนจะงานที่คลีนิกหรืองานที่บ้าน ดูแลสองพ่อลูกจอมดื้อนั่นก็หมดเวลาที่จะไปทำอย่างอื่นแล้ว
          แต่วันนี้เขาถูกใครบางคนชวนไปดูหนังอีกครั้งหลังจากไม่ได้ไปดูมานาน ใครบางคนที่เขาแทบจะไม่เชื่อเลยว่าคนๆนี้จะเอ่ยปากชวนเขาไปดูหนังทั้งๆที่เขาเกลียดการไปดูหนังจะตาย
          เมื่อเช้านี้เชอร์ล็อค โฮมส์ชวนจอห์น วัตสันไปดูหนังเป็นครั้งแรก


           เหตุการณ์เมื่อเช้านี้
          "แพนเค้กรูปคุณหมีของโปรดของเชอร์ลินมาแล้ว" จอห์นวางจานใส่แพนเค้กที่ถูกวาดเป็นรูปหมีลงตรงหน้าเด็กหญิงผมยาวในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อนที่นั่งถือช้อนเตรียมกินของโปรดด้วยใจจดจ่อ
          "หูวววววว คุณหมี" เชอร์ลินชี้ไปในจานแพนเค้กอย่างตื่นเต้น "คุณพ่อขา คุณพ่อดูสิ ในจานเชอร์ลินมีแพนเค้กรูปคุณหมีด้วย" 
          "หูววว น่ารักเหมือนเชอร์ลินเลย" เชอร์ล็อคมองจานแพนเค้กแล้วสนใจหนังสือพิมพ์ในมือต่อ
          เชอร์ลินหยิบขวดช็อกโกแลตมาราดตกแต่งแพนเค้กในจาน เมื่อเห็นว่าสวยงามจนเป็นที่พอใจกับตัวเองแล้วก็หันไปคุยกับคนที่อยู่ข้างโต๊ะทานอาหาร "อาจอห์น เชอร์ลินตกแต่งเสร็จแล้วค่ะ"
          จอห์นค่อยๆใช้มีดหั่นแพนเค้กออกเป็นคำเล็กๆให้หลานสาว เขาต้องคอยหั่นอาหารทุกอย่างให้เชอร์ลินทุกครั้งเพราะเชอร์ลินเด็กเกินไปที่ใช้มีดทานอาหารด้วยตัวเอง นอกจากนั้นแล้วบางครั้งจอห์นต้องก็หั่นอาหารให้ 'คุณพ่อ'ของเชอร์ลินอีกด้วย กลายเป็นว่านอกจากจอห์นต้องทำอาหารให้สองพ่อลูกแล้วยังต้องคอยหั่นให้อีกด้วย นี่ขาดแค่ป้อนอาหารเข้าปากเองนะ ไม่งั้นก็ครบขั้นตอนพอดี
          แต่เขาก็เต็มใจที่จะทำมันในทุกๆเช้า หั่นแพนเค้กให้เชอร์ลิน หั่นแฮม หั่นไส้กรอกให้เชอร์ล็อค ... เขาทำแบบนี้แทบจะทุกๆเช้าจนมันเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว มันอาจจะดูจุกจิกแต่เขาก็ชอบที่จะเห็นสองคนนี้กินอาหารที่เขาทำอย่างมีความสุขในทุกๆเช้า
          "อาจอห์น กินค่ะ" เชอร์ลินจิ้มแพนเค้กที่ถูกหั่นแล้วให้จอห์น จอห์นอ้าปากกินด้วยดี เชอร์ลินยิ้มแล้วจิ้มอีกคำหนึ่งยื่นให้เชอร์ล็อค "คุณพ่อ แพนเค้กค่ะ" 
          เชอร์ล็อคอ้าปากกินแพนเค้กจากลูกสาวแล้วสนใจหนังสือพิมพ์ต่อ 
          จอห์นขมวดคิ้วสงสัย "ปกติไม่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ใช่หรอเชอร์ล็อค ทำไมวันนี้อ่านเอง"
          เชอร์ล็อคไม่ได้ตอบคำถามของจอห์น เขาหันไปคุยกับลูกสาวที่กำลังกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย "เชอร์ลิน เย็นนี้ลูกไปอยู่บ้านลุงไมค์ก่อนนะ แล้วเดี๋ยวดึกๆพ่อไปรับ"
          "ได้ค่ะ" เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจ "คุณพ่อกับอาจอห์นจะไปทำงานหรอคะ"
          "มีคดีอะไรหรอ ไม่เห็นเกร็กบอกอะไรเลย" จอห์นถาม
          "ไม่ได้มีคดีอะไร วันนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน" เชอร์ล็อคพูดแล้วหันไปหาเชอร์ลินอีกครั้ง "เอาจดหมายให้คุณครูด้วยนะเชอร์ลินพ่อใส่ไว้ให้ในกระเป๋าแล้ว บอกคุณครูว่าเย็นนี้ลุงไมค์จะมารับ"
          "มายครอฟหรอ?" จอห์นถาม "แต่ปกติเราให้เกร็กไปรับนี่ ทำไมวันนี้เป็นมายครอฟ"
          "เหงามั้ง เลยบอกว่าจะมารับเชอร์ลินเอง" เชอร์ล็อคพูดแล้วมองหน้าจอห์น "เย็นนี้เราไปดูหนังกันมั้ยจอห์น"
          "ดะ....ดูหนัง?" จอห์นถาม "นายชวนชั้นไปดูหนังหรอ?"
          "ใช่ แปลกตรงไหน"
          "แปลกสิ แปลกมาก ก็นายไม่ชอบดูหนัง ไม่ชอบไปโรงหนัง แต่อยู่ๆมาชวนชั้นไปดูหนังเนี่ยนะ" 
          เชอร์ล็อคมองหน้าจอห์นอีกครั้ง "แล้วถ้าคนที่ไม่เคยสนใจการไปดูหนังมาก่อน ไม่เคยชวนใครไปดูหนังมาก่อน ไม่เคยจองตั๋วหนังให้ใครมาก่อนอยากจะชวนนายไปดูหนังเย็นนี้ นายจะไปกับเขามั้ยจอห์น" เชอร์ล็อคถาม "ไปดูหนังกับชั้นได้มั้ย"
          จอห์นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา "นายจ่ายใช่มั้ย"
          เชอร์ล็อคยิ้ม "ได้สิ ชั้นจ่ายเอง" เขาพูด "แถมเลี้ยงข้าวเย็นด้วยดีไหม อยากกินอะไร"
          จอห์นทำหน้าครุ่นคิด "อืม....ร้านแองเจโล่ก็แล้วกัน รู้สึกอยากกินสเต็กร้านแองเจโล่อยู่พอดี"
          เชอร์ล็อคกางหนังสือพิมพ์ออกอีกครั้ง "โอเค มันเป็นร้านแรกที่เราเคยไปกินข้าวด้วยกันพอดี" เชอร์ล็อคพูด "เลิกงานแล้วนายไปรับตั๋วหนังเลยก็แล้วกัน ไปเจอกันที่นั่นนะ ชั้นจองไว้แล้ว"
          จอห์นหัวเราะเบาๆ "นี่ถ้าไม่ใช่นายเป็นคนชวนชั้นคิดว่านี่คือการออกเดตแน่ๆ ไปดูหนัง ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน นี่ถ้าไปเดินเล่นริมแม่น้ำเทมส์อีกก็โรแมนติกมาก ครบสูตรคนออกเดตเลย" จอห์นพูดขณะยื่นมือไปหั่นไส้กรอกในจานให้เชอร์ล็อค
          อีกฝ่ายเงียบ ไม่ได้พูดอะไร จอห์นเอะใจจึงมองหน้าเชอร์ล็อคที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ "นี่ไม่ใช่การออกเดตใช่มั้ย" จอห์นถาม
          "บ้าน่าจอห์น ออกเดตมันไร้สาระจะตายไปใครจะทำอะไรแบบนั้น" เชอร์ล็อคพูดแล้วเลื่อนหนังสือพิมพ์ให้สูงขึ้นจนปิดหน้าของตัวเอง 
          "ก็แล้วไป ชั้นก็ว่าอย่างนายน่ะหรอจะชวนชั้นออกเดต" จอห์นพูด
          "เอ่อ...ถ้า.....กินข้าวเสร็จแล้ว......ไปเดินเล่นที่ท่าเรือแถวๆแม่น้ำเทมส์กันมั้ยจอห์น" เชอร์ล็อคพูดขึ้นเบาๆ
          จอห์นอมยิ้มแล้วหันไปพูดกับหลานสาว "เชอร์ลิน เย็นนี้ไปอยู่บ้านลุงไมค์ต้องเป็นเด็กดีนะ อย่าดื้อ อย่าซน เดี๋ยวดึกๆอากับคุณพ่อจะไปรับ" จอห์นพูด "ถ้าลุงไมค์ถามว่าคุณพ่อกับอาไปไหนก็บอกว่าไปดูหนัง ไปกินข้าวเย็นแล้วก็ไปเดินเล่น แต่ไม่ได้ไปออกเดตนะรู้มั้ย"
          "เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ได้ไปออกเดตค่ะ" เชอร์ลินพยักหน้าเข้าใจ "แต่ออกเดตคืออะไรคะ"
          จอห์นยิ้ม "ออกเดตคือคนสองคนเขาจะไปดูหนัง ไปกินข้าวเย็นเสร็จแล้วเขาจะไปเดินเล่นกันน่ะเชอร์ลิน"
          "พูดมากนะจอห์น" เชอร์ล็อคพูดขัดขึ้นมาขณะที่ยังคงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ "พูดมากอีกครั้งจะให้จ่ายค่าตั๋วหนังกับค่าอาหารเองนะ"
          จอห์นยิ้มอีกครั้งแล้วหั่นไส้กรอกในจานต่อไป


          เวลา 16 นาฬิกาตรง จอห์นรีบลุกขึ้นเก็บข้าวของเตรียมจะออกจากคลีนิกทันที เขาต้องไปรับตั๋วหนังก่อน เชอร์ล็อคจะตามไปทีหลัง จอห์นเดินเข้าไปในห้องน้ำด้านในห้องตรวจ เขายืนส่องกระจกอย่างพิจารณา ... โกนหนวดเคราเรียบร้อยดีแล้วเพราะเชอร์ล็อคไม่ชอบให้เขาไว้หนวด ... เสื้อไม่ยับเท่าไหร่....จอห์นใช้มือเสยผมเพื่อจัดทรงให้มันเข้าที่ เขาขยับนาฬิกาข้อมือที่กำลังสวมอยู่..นาฬิกาข้อมือที่เชอร์ล็อคเป็นคนซื้อให้เมื่อปีก่อนวันนี้เขาก็สวมมันมาด้วยเช่นกัน จอห์นตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวเองดีแล้วก็ออกจากคลีนิกไป



           เชอร์ล็อค โฮมส์ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องนอน เขาขมวดคิ้วมองดูตัวเองในเงาสะท้อนนั้น .. เสื้อเชิร์ตตัวนี้มันดูดีแล้วหรือยัง? หรือเขาควรจะเปลี่ยนไปใส่เชิร์ตสีขาวดี? แต่จอห์นเคยบอกว่าเขาใส่เชิร์ตสีดำดูดีกว่างั้นเขาไม่เปลี่ยนก็แล้วกัน ใส่เสื้อเชิร์ตดำกับสูทสีดำนี่แหละ เชอร์ล็อคใช้มือปัดๆเส้นผมหยักศกของตัวเองให้เป็นทรงที่เหมาะสมก่อนจะหยิบน้ำหอมสำหรับผู้ชายมาฉีด....จอห์นชอบกลิ่นนี้ จอห์นเคยชมว่ามันหอมดี....เชอร์ล็อคตรวจสอบตัวเองที่หน้ากระจกบานใหญ่อย่างถี่ถ้วนอีกครั้งที่สำคัญเขาไม่ลืมที่จะเช็คกลิ่นลมหายใจตัวเอง...มอลลี่เตือนเขาว่าอย่าพลาดเด็ดขาด การจูบกันนี่มันเป็นจุดสำคัญของการไปเดตเลยทีเดียว หลายคู่มักจะพลาด
          ...แต่เขาไม่ได้ไปเดตกับจอห์นนะ แค่จะไปดูหนัง ไปกินข้าวแล้วก็ไปเดินเล่นกันตอนค่ำๆเท่านั้นเอง ดังนั้นจะมีการจูบกันได้ยังไง !!!
          เชอร์ล็อคมองดูนาฬิกาข้อมือของตนเอง ใกล้จะได้เวลานัดแล้ว เขาควรจะออกจากบ้านเสียที จอห์นจะได้ไม่รอนานจนเกินไป 


          ติ๊ด ติ๊ด
           เสียงข้อความดังเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ จอห์นส่งมาหรือเปล่า...อย่าบอกนะว่าไปถึงแล้ว เชอร์ล็อครีบหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กออกมาจากเสื้อสูททันที
          'มาหาชั้น - JM'
          รอไปก่อนก็แล้วกัน วันนี้ไม่มีเวลาว่างเล่นด้วย เชอร์ล็อคเมินเฉยใส่ข้อความนั้นแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่ในเสื้อสูทเช่นเดิม

          ติ๊ด ติ๊ด
          ข้อความเข้าใหม่อีกครั้ง เชอร์ล็อคหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านอย่างหงุดหงิด หมอนี่เป็นโรคจิตหรืออย่างไร นี่เขาไม่ได้มีเวลามาเล่นด้วยหรอกนะ 
          ครั้งนี้สิ่งที่ได้รับไม่ใช่ข้อความที่เป็นตัวอักษร แต่มันกลับเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวประมาณ 3-4 วินาที
          คลิปวิดีโอของจอห์นที่ถูกแอบถ่ายขณะเดินไปโรงหนังสถานที่ที่เป็นที่นัดพบในอีกไม่ถึง 1 ชั่วโมงข้างหน้า
          'เขาแต่งตัวดูดีพร้อมไปเดตมากนายว่ามั้ย? - JM' ข้อความส่งเข้ามาอีกครั้ง
          'ชั้นไม่มีเวลาเล่นด้วย - SH' เชอร์ล็อคส่งข้อความกลับไป
          'เสื้อของดร.วัตสันจะสวยกว่านี้ถ้าถูกย้อมด้วยสีเลือด - JM' ข้อความส่งกลับมาอีกครั้ง
          'มาหาชั้น - JM'
          'มาหาชั้น - JM'
          '513535.50N-0048.61E - JM'
          นักสืบหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อความที่ได้รับล่าสุด



          อาคารร้างสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเชอร์ล็อค โฮมส์ อาคารที่คุ้นตาและคุ้นเคยกับมันอย่างดี มันคืออาคารร้างสีขาวบนถนนบรู๊ค อาคารที่พบเชอร์ลิน โฮมส์เป็นครั้งแรก....ข้อความสุดท้ายที่ได้รับมันคือพิกัดบนแผนที่ของอาคารนี้
          เชอร์ล็อคก้าวขึ้นไปยังชั้นสามภายในอาคารนั้น ภายในมีแต่เศษไม้ถูกทิ้งไว้อย่างไม่เป็นระเบียบไหน ทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ เชอร์ล็อคมองเห็นร่องรอยว่ามีคนพึ่งเข้ามาในนี้ไม่นาน ... ไม่ใช่ใครที่ไหน คนนั้นคือจิม มอร์ริอาร์ตี้


          "ชั้นคิดว่านายจะขาดใจตายไปแล้วซะอีกที่ไม่สามารถวางระเบิดเครื่องบินของประธานธนาคารโลกได้ ระบบการเงินของนายคงหยุดชะงักไปนานจนหายไปเป็นปีๆขนาดนี้" เชอร์ล็อคกล่าวทักทายบุคคลที่กำลังยืนมองออกไปที่นอกหน้าต่างผุพังนั้น
          "ชั้นคงจะตายไปอย่างไม่สนุกถ้านายยังไม่ตายไปกับชั้น" 'จิม มอร์ริอาร์ตี้' ที่ปรึกษาอาชญกรรม วายร้ายอันดับหนึ่งของโลกกล่าวด้วยเสียงเรียบๆขณะที่ยังมองออกไปที่นอกหน้าต่างนั้น "นรกที่ไม่มีนายตามไปด้วยคงไม่สนุกเท่าไหร่นัก" เขาพูด
          เชอร์ล็อคแค่นหัวเราะด้วยเสียงเหยียดหยาม "ขอโทษทีนะที่ไม่สามารถตามไปอยู่ในนรกด้วยได้ พอดียังมีอะไรให้ทำอีกเยอะ ไม่ได้อยู่แบบรกโลก ไร้ประโยชน์แบบนาย"
          จิมพ่นลมหายใจอย่างรุนแรงออกมาจนฝุ่นตรงกรอบหน้าต่างฟุ้งกระจาย เขาหันกลับมามองคู่สนทนาในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัว แล้วมองเชอร์ล็อคตั้งแต่ปลายเส้นผมไล่ลงไปจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูหมิ่น "ภารกิจที่นายหมายถึงคือภารกิจเลี้ยงลูกสาวสินะ" จิมยิ้มเยาะเย้ย "เรเชล เอลิซาเบธ เชอร์ลิน โฮมส์ ชื่อโอเวอร์สมกับเชอร์ล็อค โฮมส์เป็นคนตั้ง"
          เชอร์ล็อคเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อเชิร์ตสีน้ำเงินเข้มของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกโมโหสุดขีด "อย่าเอาปากสกปรกๆของนายมาเรียกชื่อลูกสาวชั้น ชื่อของลูกชั้นมีค่ามากเกินกว่าจะออกมาจากปากของนายจำเอาไว้ !!"
          "ลูกสาว....นายอย่างนั้นหรือเชอร์ล็อค โฮมส์" จิมพูดขณะล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูทสีน้ำเงินของตนเอง แล้วหยิบบางสิ่งปาใส่เชอร์ล็อคอย่างไม่ใยดี "ดูซะ ดูให้เต็มตา ดูแล้วคิดเอาเองเถอะว่านายจะยังมั่นใจในสิ่งที่พูดอยู่หรือเปล่า"
          เชอร์ล็อคใช้มือจับสิ่งที่ถูกปาใส่หน้าตนเอง มันคือรูปถ่ายจำนวนหลายสิบใบ เขาหยิบมันมาดู รูปถ่ายนั้นเป็นรูปเด็กผู้หญิงวัยแรกเกิดอายุไม่น่าเกิน 1 ขวบผมสีดำ ตาโตผิวขาวออกเหลืองเล็กน้อยดูแล้วไม่ใช่เด็กชาวตะวันตก 100% อย่างแน่นอน รูปนั้นมันทำให้มือของเชอร์ล็อค โฮมส์สั่น...แต่มันยังไม่เท่ากับรูปใบสุดท้ายที่เขาเห็น
          มือของเชอร์ล็อคเย็นเฉียบขึ้นเมื่อเห็นรูปใบนั้น ผู้หญิงผมสีดำตาโต หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตากำลังยิ้มให้กล้องขณะที่เธอกำลังอุ้มเด็กหญิงวัยไม่เกิน 1 ขวบเอาไว้ ... ผู้หญิงทั้งสองคนในรูปเขารู้จักดี หญิงสาวตาโตที่หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาคนนั้นคืออันนา บราวน์และเด็กหญิงวัยไม่เกิน 1 ขวบนั้นไม่ใช่ใครคนอื่น...เชอร์ลิน โฮมส์ลูกสาวสุดที่รักของเขา
          "เจนนี่ มอร์ริอาร์ตี้และเพ็กกี้ มอร์ริอาร์ตี้" จิมพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเชอร์ล็อคเริ่มมือสั่นที่เห็นรูปเหล่านั้น "ชื่อคุ้นๆบ้างมั้ย"
          เชอร์ล็อคนึกทบทวนไปถึงเหตุการณ์ที่เชอร์ลินหายออกไปจากบ้าน จอห์นบอกว่าเชอร์ลินเรียกหาแม่ หาแมวที่ชื่อบ๊อบบี้และร้องหาเพ็กกี้ .... เพ็กกี้คือชื่อที่แท้จริงของเชอร์ลินอย่างนั้นหรือ
          "เด็กคนนี้เป็นลูกของนายใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถามเมื่อจิมพูดถึงชื่อเพ็กกี้ มอร์ริอาร์ตี้
          "ชู่ววว เชอร์ล็อค โฮมส์ นายก็รู้ว่าชั้นไม่มีหัวใจ ชั้นจะไปมีลูกได้ยังไงกัน Mr.Sex แบบชั้นสนุกๆชั่วคราวไม่ทำให้ชั้นประมาทจนมีลูกหรอกนะ" จิมพูด "โอ้...ลืมไป ชั้นกำลังคุยกับหนุ่มเวอร์จิ้น เขาคงไม่เข้าใจในสิ่งนี้"
          "แล้วเด็กคนนี้เป็นใคร เด็กคนนี้นามสกุลมอร์ริอาร์ตี้ได้ยังไง"
          "เพ็กกี้ มอร์ริอาร์ตี้เป็นลูกสาวของเจนนี่ มอร์ริอาร์ตี้น้องสาวคนเดียวของชั้นกับ.....กับใครซักคนที่สารเลว....ขอโทษนะ พอดีชั้นลืมจำชื่อ" จิมทำหน้าครุ่นคิดด้วยท่าทีกวนประสาทอยู่พักใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นมา "โอ้ สมองของชั้นไม่ได้จำชื่อพวกสารเลวพวกนั้นจริงๆด้วย"
          เชอร์ล็อคก้มมองดูรูปถ่ายในมืออีกครั้ง อันนา บราวน์หรือเจนนี่ มอร์ริอาร์ตี้มีส่วนคล้ายจิม มอร์ริอาร์ตี้อยู่บ้างเพียงแต่ว่าดวงตาของเธอสดใสกว่าและไร้เดียงสามากกว่า...เชอร์ลินได้ดวงตาสดใสคู่สวยแบบนี้ไปจากแม่ .... เชอร์ลินเป็นเด็กเข้มแข็งนอกจากเสียงฟ้าผ่าที่ทำให้คิดถึงแม่ที่จากไปแล้วเชอร์ลินก็ไม่กลัวอะไรอีก เธอไม่กลัวเสียงพลุ ไม่กลัวเลือด ไม่กลัวสัตว์ที่น่ากลัวๆอย่างเด็กคนอื่นๆ นอกจากนั้นเธอยังมีความจำดี สิ่งเหล่านี้คงได้รับการถ่ายทอดมาจากตระกูลมอร์ริอาร์ตี้เต็มๆ
          "เจนนี่ให้ลูกสาวใช้นามสกุลมอร์ริอาร์ตี้เหมือนชั้น เพื่อจะได้รับการคุ้มครองจากคนของชั้นทั่วทั้งโลกเช่นเดียวกันกับตัวเอง เอาง่ายๆเลยนะ....เมื่อใช้นามสกุลของชั้นก็เท่ากับว่าเป็นคนของชั้น ได้รับการคุ้มครองเทียบเท่ากับชั้น เข้าใจง่ายดีใช่มั้ย" จิมพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ "และแน่นอนถ้าชั้นไม่พอใจ ชั้นจะสั่งให้คนที่เหลือของชั้นทำอะไรกับสองคนนี้ก็ได้ทั้งนั้น"
          "นาย.....ฆ่าน้องสาวตัวเอง..."
          "โนวๆๆๆๆ ชั้นไม่ได้ทำ ชั้นไม่ชอบให้มือเปื้อนเลือด" จิมยกมือขึ้นปฏิเสธ "แต่การออกคำสั่งให้ฆ่าไม่นับนะ"
          เชอร์ล็อคปารูปในมือลงพื้นแล้วกระชากคอเสื้อจิมอีกครั้ง "นายฆ่าน้องสาวตัวเองได้ยังไง นายฆ่าน้องสาวที่ตัวเองรักได้ยังไง"
          "ชั้นบอกแล้วว่าชั้นไม่มีหัวใจ ชั้นรักใครไม่เป็น เหมือนนายไงเชอร์ล็อค นายก็ไม่มีหัวใจ" จิมพูด "โอ้...ใช่ ตอนนี้มีแล้ว ชั้นลืมไปว่าเชอร์ล็อคเป็นมนุษย์ขึ้นแล้ว เขารัก เขาโกรธเป็นแล้ว"
          "นายรักเธอ นายรักน้องสาวมาก ไม่อย่างนั้นนายจะให้เธอใช้นามสกุลตัวเองทำไม !"
          "รักหรอ....." จิมทำหน้าคิด "สงสัยว่าชั้นจะเคยรักมั้ง แต่คงนานมาแล้วแหละเพราะชั้นลืมไปแล้ว ชั้นจำได้แค่ว่านังน้องสาวสารเลวมันทรยศชั้น หักหลังชั้น เอาของๆชั้นไปให้ไอ้คนทรยศ พ่อของเด็กคนนี้ เข้าใจมั้ย พวกนี้มันเป็นคนทรยศ หักหลังชั้น"
          "นั่นมันมากจนทำให้นายจะฆ่าน้องสาวตัวเองได้ยังไง!!!" เชอร์ล็อคตะโกนลั่น 
          "ชู่วววว เชอร์ล็อค โฮมส์โกรธใหญ่แล้ว ดูสิ" จิมทำท่าทางล้อเลียน "นังเด็กนั่นทำให้เชอร์ล็อค โฮมส์มีหัวใจตามที่ชั้นคิดไว้เป๊ะๆ"
          "อย่างที่....คิดไว้เป๊ะๆ?"
          "พวกนายชะล่าใจมาก พวกนายมัวแต่หลงเด็กจนปล่อยให้ตัวเองมีจุดอ่อนกันทั้งคู่ มายครอฟ โฮมส์และเชอร์ล็อค โฮมส์ปล่อยให้ตัวเองมีจุดอ่อนเป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่มีที่มาที่ไป เพียงแค่เด็กไว้ใจที่จะอยู่ด้วย....ก็พาเด็กเข้าบ้าน ชุบเลี้ยงอย่างดี เอาหัวใจของตัวเองไว้ที่เด็ก ปล่อยให้ตัวเองพลาดแล้วพลาดอีกอย่างไม่น่าเชื่อ" จิมพูด "นายคิดว่าชั้นฆ่าน้องสาวตัวเองได้แล้วนังเด็กบ้านี่รอดมาได้ง่ายๆได้ยังไงถ้าชั้นไม่ได้ตั้งใจ"
          "นายทำพลาด มีคนช่วยเด็กไว้ต่างหาก มันผิดแผน" เชอร์ล็อคพูด "น้องสาวนายมีคนคอยช่วยอยู่ไม่เช่นนั้นไม่มีทางหนีมาได้นานขนาดนี้แน่ๆ นายทำพลาด นายฆ่าน้องสาวตัวเองได้แต่นายฆ่าเด็กไม่ได้เพราะมีคนช่วยไป"
          จิมปรบมือเบาๆ "ว้าวว เก่งมาก ชั้นลืมนังบ้าคนนั้นไปได้ยังไงนะ นังสายลับสองหัว โอ้วใช่ CIA ของอเมริกัน เป็นพวกสองหัวนายว่ามั้ย ไม่เหมือน MI5 หน่วยข่าวกรองของพี่ชายนาย พวกนั้นเป็นสายลับที่ซื่อสัตย์กันเป็นหมาขี้เรื้อนเฝ้าบ้านเลย" จิมพูด "โยนกระดูกให้คงส่ายหางกันจนก้นกระดก ช่างน่าตลก ความซื่อสัตย์มันน่าตลก"
          "ความซื่อสัตย์เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ คนเลวๆแบบนายคงไม่เข้าใจไม่งั้นคงไม่ถูกแวดล้อมไปด้วยคนทรยศแบบนี้"
          "ใช่ ดังนั้นชั้นควรกำจัดพวกทรยศให้มันหมดๆไปซะนายว่ามั้ย" จิมถาม "อืม.....ใครบ้างนะที่ควรจะต้องกำจัด....เริ่มจากCIA ชาวอเมริกันจีนที่มาหลอกให้น้องชั้นขโมยของ ต่อมาก็เจนนี่นังน้องสาวขี้ขโมยที่มาขโมยข้อมูลสำคัญของพี่ชายตัวเอง แล้วต่อไปควรจะเป็นใครดี?....นายคิดว่าชั้นควรเริ่มจากใครดี ระหว่างคนที่มาช่วยเด็กเอาไว้กับนังเด็กคนนี้"
          "เด็กไม่เกี่ยว อย่าทำร้ายเธอ"
          "อู้ววว รักลูกสาวขนาดนี้เลยหรอ" จิมถาม "แผนของชั้นสำเร็จแล้ว ไว้ชีวิตเด็ก ยังไม่ฆ่าให้ตาย แต่ปล่อยให้เชอร์ล็อค โฮมส์เอาไปเลี้ยงจนทั้งรักทั้งหลง ความรักจะค่อยๆเกาะกุมหัวใจจนไม่สามารถเอาออกไปได้....แล้วยังไงล่ะ....ถ้าเด็กตาย....เชอร์ล็อค โฮมส์จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดีนะ หัวใจที่แหลกสลาย.....อืม...น่าสนใจดีนี่นา"
          "อย่าทำอะไรเธอ ไม่เช่นนั้นนายตายศพไม่สวยแน่จิม" เชอร์ล็อคแค่นเสียงพูด
          "ชั้นเคยบอกนายแล้วเชอร์ล็อคว่าชั้นจะเผาหัวใจของนาย หัวใจของนายอยู่ที่ไหน ชั้นจะเผามัน" จิมหัวเราะ "ดร.วัตสันกับเชอร์ลิน โฮมส์คือคนที่เชอร์ล็อครัก...ถ้าสองคนนี้ไม่มีชีวิตอยู่ เชอร์ล็อค โฮมส์จะเป็นยังไง"
          "นายจะไม่มีวันทำอะไรสองคนนั้นได้แน่นอน ไม่มีวัน"
          "ชั้นจะบอกอะไรให้นะเชอร์ล็อค ไม่ใช่แค่ชั้นหรอกนะที่ต้องการตัวนังเด็กบ้านั่น ถ้าญาติฝั่งแม่อย่างชั้นยังต้องการและนายคิดว่าญาติฝั่งพ่อจะไม่มาชิงตัวไปหรือยังไง" จิมพูด แล้วยกมือขึ้นปฏิเสธ "เรื่องแมวนั่นชั้นไม่ได้ทำหรอกนะจะบอกให้ ชั้นเป็นพวกรักสัตว์น่ะ แมวตัวเล็กๆไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ไม่ค่อยตื่นเต้น ชั้นชอบเด็กมากกว่า"
          "ใคร?? อีกคนคือใคร??" เชอร์ล็อคถาม
          "รอเวลาสิเชอร์ล็อค รอเวลาที่นายจะเลี้ยงทายาทอาชญากรลำดับที่หนึ่งอย่างเพ็กกี้ มอร์ริอาร์ตี้เอาไว้จนโต รอเวลาที่อาชญากรทั่วโลกจะมาตามล่า ชั้นบอกแล้วว่าถ้าชั้นออกคำสั่งออกไป คนของชั้นจะมาตามล่านังเด็กบ้านี่ทันที ... อาชญากรย่อมดึงดูดอาชญากรด้วยกันอยู่แล้ว...หรือไม่เด็กคนนี้ก็โตมาเป็นอาชญากรเสียเองเพราะเลือดอาชญากรของตระกูลมอร์ริอาร์ตี้มันแรง"
          "ไม่มีวัน จอห์นจะไม่เลี้ยงลูกชั้นให้โตมาเป็นคนอย่างนั้น ลูกชั้นนิสัยเหมือนจอห์น ดังนั้นเธอโตมาต้องเป็นคนดี"
          จิมปรบมืออีกครั้ง "ว้าววว คุณพ่อตัวอย่าง ครอบครัวแสนสุข" จิมหัวเราะ "ถ้าอย่างนั้นก็ให้ดร.วัตสันเลี้ยงเด็กไปคนเดียวก็แล้วกัน ถ้านายมั่นใจว่าเขาจะเลี้ยงเด็กให้เติบโตเป็นคนดีได้ ...ส่วนนายก็ไปกับชั้น"
          "ไปไหน"
          "ไปเที่ยวที่นรกไง....เหมาะกับเราสองคนดีนะ นายว่ามั้ย"
          เชอร์ล็อคหัวเราะอย่างเหยียดๆ แล้วพูดว่า "พูดมาตั้งยืดตั้งยาวที่แท้ก็มีแต่เรื่องไร้สาระ" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นไม่มีเวลามาเล่นตลกกับนาย ชั้นไปล่ะ ลาก่อน"
          "ชั้นต้องจัดการเก็บกวาดพวกทรยศให้หมด ส่งนังเด็กบ้านั่นกับไดร์ฟเก็บข้อมูลของชั้นที่พี่ชายนายเอาไปคืนมา แล้วชั้นจะปล่อยพวกนายไป"
          "ไม่มีวัน ชั้นจะไม่คืนอะไรให้นายทั้งนั้น เด็กคนนั้นเป็นลูกของชั้น ไดร์ฟเก็บข้อมูลอันนั้นเป็นของพี่ชายชั้น เราจะไม่แลกอะไรกับนายทั้งนั้น ... ชั้นขอตัว" เชอร์ล็อคก้าวเท้าเตรียมจะเดินหนี
          "อย่าพึ่งไปสิ ดูหนังกับชั้นก่อน" จิมพูดแล้วปรบมือสองสามครั้ง
          เมื่อสิ้นเสียงปรบมือนั้น ก็มีภาพฉายออกมาจากเครื่องฉายภาพสาดขึ้นไปบนกำแพงสีขาวที่เต็มไปด้วยฝุ่นเกรอะกรัง เชอร์ล็อคหันไปมองภาพที่ฉายอยู่บนกำแพงนั้น
          ภาพเคลื่อนไหวถูกตัดสลับกันไปมาสามสถานที่ สถานที่แรกคือที่คณะวิทยาศาสตร์และการวิจัยมหาวิทยาลัยลีดส์ ผู้หญิงดูสูงวัยแต่ยังแข็งแรงดูภูมิฐานกำลังสอนหนังสืออยู่ภายในห้องเรียนของคณะ...นั่นคือคุณนายโฮมส์แม่ของมายครอฟและเชอร์ล็อค ภาพเคลื่อนไหวที่ถูกตัดมาอีกสถานที่หนึ่ง แผนกสืบสวนภายในอาคารนิวสก็อตแลนด์ยาร์ต สารวัตรเกร็ก เลสเตรด สารวัตรประจำแผนกสืบสวนกำลังจะเลิกงานและภาพเคลื่อนไหวที่ถูกตัดมาเป็นภาพสุดท้าย....จอห์น วัตสันกำลังจะเข้าไปรับตั๋วหนังในโรงหนังตามที่เชอร์ล็อคบอกว่าจองไว้ให้แล้ว
          "นายจะแลกชีวิตเด็กคนนั้นและไดร์ฟเก็บข้อมูลที่ตัวนายเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกับชีวิตของคนที่ตัวเองและพี่ชายรักอย่างนั้นหรอเชอร์ล็อค นายลองคิดทบทวนดูไหม คนรักกับแม่ของสองพี่น้องตระกูลโฮมส์สำคัญน้อยกว่าชีวิตของทายาทอาชญากรอย่างเพ็กกี้ มอร์ริอาร์ตี้อย่างนั้นหรอ"
          "ชั้นไม่เลือกและไม่แลกอะไรกับนายทั้งนั้น"
          "อย่างนั้นก็ตายไปทั้งสี่คนเลยก็แล้วกัน ทั้งแม่ทั้งคนรักของตัวเอง คนรักของพี่ชายและลูกสาวคนโปรด.....ชั้นก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไม่มีคนที่รักมากที่สุดในชีวิตอยู่บนโลกแล้วทั้งมายครอฟ โฮมส์และเชอร์ล็อค โฮมส์จะใช้ชีวิตต่อไปกันยังไง"
          "หากมีใครซักคนต้องตาย ชั้นว่านายเหมาะสมที่สุด นรกมีที่ว่างสำหรับนายเสมอ" เชอร์ล็อคพูด
          "อื้มมมม ชั้นว่านรกก็น่าสนใจดีอยู่เหมือนกัน นายไปกับชั้นมั้ย ชั้นเริ่มเบื่อที่จะอยู่บนโลกนี้แล้วเหมือนกัน นายไปนรกกับชั้นสิ" จิมพูดแล้ววางบางสิ่งที่หยิบออกมาจากในสูทสีน้ำเงินของตนเองลงบนโต๊ะตัวผุพังข้างๆ "สิ่งที่จะทำให้เราไปนรกด้วยกัน"
          ปืนพกสีดำสนิทถูกวางลงบนโต๊ะ เชอร์ล็อคมองดูปืนกระบอกนั้นด้วยความคิดที่สับสนเกินกว่าจะคำนวนอะไรได้ หมอนี่มันบ้า จิม มอร์ริอาร์ตี้คือคนบ้าที่เขาไม่ควรจะต้องเสียเวลามาสนทนาด้วย เขาจะไม่ยอมแลก ยอมเลือกอะไรกับใครทั้งนั้น
          "ชั้นรู้ว่าการตัดสินใจเลือกระหว่างลูกสาวและไดร์ฟเก็บข้อมูลกับแม่ ดร.วัตสันและสารวัตรมันคงเลือกยากมาก งั้นเปลี่ยนตัวเลือกดีไหม เผื่อนายจะตัดสินใจง่ายขึ้น" จิมทำหน้าครุ่นคิด "เปลี่ยนเป็นทีมA แม่ คนรักของตัวเอง คนรักของพี่ชายและลูกสาว กับทีม B คือตัวนายเอง ต้องมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งต้องไปอยู่ที่นรกเป็นเพื่อนชั้น นี่ชั้นใจดีตัดไดร์ฟเก็บข้อมูลออกไปแล้วนะ เห็นไหมว่าจิม มอร์ริอาร์ตี้ใจกว้างขนาดไหน"
          เชอร์ล็อคหัวเราะ "โง่หรือเปล่า แค่ชั้นยิงนายทุกอย่างก็จบแล้ว ชั้นก็ไม่ต้องเลือกอะไรทั้งนั้น"
          "ทุกอย่างบนโลกนี้มันเป็นรหัสทั้งนั้นเชอร์ล็อค มีแต่รหัสเต็มไปหมด" จิมพูด "ถ้า 5 โมงตรงชั้นไม่ได้เดินออกไปจากอาคารนี้ สไนเปอร์ฝีมือดีของชั้นจะยิงแม่ ดร.วัตสันและสารวัตรทันทีโดยที่ชั้นไม่ต้องออกคำสั่งอะไรอีกเลย ขอแค่เวลา 5 โมงตรงเท่านั้นทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อตกลง แต่ถ้านายเลือกจะจัดการตัวเองซะ สไนเปอร์ของชั้นก็จะล้มเลิกแผนและไม่ยุ่งกับสามคนนั้นและลูกของนายอีก"
          "พวกนั้นจะรู้ได้ยังไงว่าชั้นจะยิงตัวเองในเมื่อนายอยู่ในนี้กับชั้น" เชอร์ล็อคถาม
          "ใครๆก็ชอบดูรายการถ่ายทอดสดว่ามั้ย" จิมชี้ไปที่อีกฟากหนึ่งของกำแพง "ตรงนั้นมีกล้องถ่ายทอดสดติดอยู่ เวลา 4 โมง 55 นาทีจะเริ่มถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งลอนดอน ทีวีทุกจอในลอนดอนจะถ่ายทอดสดนายที่กำลังจะฆ่าตัวตาย เมื่อคนของชั้นเห็นว่านายฆ่าตัวตายผ่านการถ่ายทอดสดนี้พวกนั้นก็จะหยุดยิง นี่ชั้นเผื่อเวลาให้นายตั้ง 5 นาทีเลยนะ เผื่อว่านายจะทิ้งจดหมายสั่งเสีย"
          "ชั้นไม่ไว้ใจอาชญากรอย่างพวกนายหรอกนะ พวกนายพร้อมจะตุกติกกันอยู่เสมอ"
          "โนวๆๆๆ ชั้นเป็นคนซื่อสัตย์นะจะบอกให้เผื่อนายยังไม่รู้" จิมพูดย้ำ "ไปนั่งที่เก้าอี้ตัวนั้น กล้องจะได้จับภาพนายได้ชัดๆ สารภาพซะว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 3 คดีที่ผ่านมาใน 1 เดือนนี้เป็นฝีมือของนาย ... พอดีชั้นไม่อยากมีความผิดติดตัวน่ะ ไหนๆนายจะตายอยู่แล้วนายช่วยสารภาพผิดตรงนี้เผื่อชั้นด้วยก็แล้วกันนะเชอร์ล็อค ตำรวจไม่จับคนตายหรอก"
          "พี่ชายชั้นเขาจะมาลากคอนายด้วยตัวเองแน่นอนถ้าชั้นเป็นอะไรขึ้นมา"
          "อู้วววว คิดถึงท่านผู้อำนวยการจริงๆ ไม่เจอกันมานานแล้วนะ รู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้พบอีกครั้ง" จิมหัวเราะ "ถ้ามีโอกาสได้พบอ่ะนะ"
          เชอร์ล็อคมองไปที่เก้าอี้ไม้ตัวนั้นด้วยความรู้สึกที่คาดเดายาก เขาจะต้องเสียสละตัวเองเพื่อทุกคนอย่างนั้นหรอ
          จอห์นกำลังไปรอเขาที่โรงหนัง
          เชอร์ลินกำลังรอเขาไปรับกลับบ้านคืนนี้
          สองคนนั้นกำลังรอเขาอยู่

          ปัง !
          เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เชอร์ล็อคหันกลับมามองต้นตอของเสียงทันที ปืนต้นเหตุของเสียงอยู่ในมือขวาของจิม มอร์ริอาร์ตี้ที่นอนอยู่ที่พื้น หมอนั่นยิงขมับตัวเองไปแล้ว หมอนั่นฆ่าตัวตาย นั่นหมายความว่าจะไม่มีจิม มอร์ริอาร์ตี้เดินออกจากอาคารนี้ไปตอน 5 โมงตรงอีกแล้ว ถ้าอย่างนั้นหม่ามี้ จอห์นและเลสเตรดก็ตกอยู่ในอันตรายแล้ว


          "คุณพ่อ พรุ่งนี้เราไปกินไอติมกันมั้ยคะ เชอร์ลินอยากกินไอติม" เชอร์ลินพูดเมื่อมาถึงหน้าประตูโรงเรียน
          "พ่อไม่ชอบกินไอติม เชอร์ลินไปกินกับอาจอห์นนะ พ่อไปรอที่บ้าน"
          "ไม่เอา จะไปกินกับคุณพ่อไปกินกับอาจอห์น" เชอร์ลินงอแง
          "โอเคๆ คุณพ่อจะไปกินไอติมกับเรานะเชอร์ลิน ไม่งอแงเดี๋ยวเพื่อนๆล้อหรอกว่าเชอร์ลินร้องไห้แต่เช้าเลย" จอห์นพูด แล้วหันมาคุยกับนักสืบหนุ่ม "รับปากกับเชอร์ลินสิว่าพรุ่งนี้เราจะไปกินไอติมกันหลังเลิกเรียน"
          เชอร์ล็อคถอนหายใจ "ก็ได้ๆ พ่อไปกินด้วยก็ได้" เชอร์ล็อคพูด "พรุ่งนี้เราสามคนจะไปกินไอติมด้วยกันหลังเลิกเรียน"
          "เย้ๆ คุณพ่อใจดีจังเลย" เชอร์ลินกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ



          พ่อคงพาลูกกับอาจอห์นไปกินไอติมไม่ได้แล้ว พ่อขอโทษที่ต้องผิดสัญญากับลูกนะเชอร์ลิน


          ชั้นขอโทษนะจอห์นที่ไปดูหนังกับนายไม่ได้แล้ว


          ขอโทษ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #348 despasito (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 21:22
    ร้องไห้ฉากนี้ในหนังไปแล้วเราต้องมาร้องไห้นิยายอีกหรือออ ฮรื่ออออออออ
    #348
    0
  2. #94 paksikhun (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 21:10
    บีบหัวใจมากอ่าาาาา แงงงง
    #94
    0
  3. #93 Junior Prince LP (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 11:02
    จิมมี่เดี๋ยวจับตีก้นเลย ขัดจังหวะเชอร์ล็อคจะพาจอนห์ออกเดต

    เชอร์ล็อคอย่าาาาาา น๊าาาาา อย่าทำอย่างที่คิดนะ แล้วจอนห์จะอยู่ยังงายยยย งือออ
    #93
    0
  4. #91 kamisho (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 21:54
    ใจกระตุกกึกๆ(อ่านไปมือสั่นไป)เชอร์ล็อคไม่น่ะ อย่าทิ้งจอห์นกับลูกไปน่ะ..อย่าน่ะ(อินจัด)*สูดหายใจ
    ตอนนี้เข้มข้นมาก(ถึงจะหาตอนที่เชอร์ล็อคขอจอห์นเดทก็ตาม--)พี่จิม!!อย่าทำร้ายเขาอย่างนี้ โฮฮฮฮ เชอร์ลีนไม่เป็นไรลูก..ถึงสายเลือดจะเป็นมอริอาตี้ แต่ถ้าแม่จอห์นกับพ่อเชอร์ลเลี้ยงอย่างนี้หนูไม่มีวันได้เป็นอาชญากรแน่! อย่างสุดท้าย..เชอร์ล็อค!!อย่าให้ลูกกับจอห์นรอนาน!!รีบไปหาเขาเดี๋ยวนี้!!(เขย่าโทรศัพท์)กลับไปหาเขาซะจอห์นจะต้องไม่เป็นม่ายเด็ดขาด..พี่จิมยังคงเป็นวายร้ายในดวงใจน่ะ..แต่ว่า..สำหรับเรื่องนี้...พี่จิมสมควรตายค่ะ(ยิ้มหวาน)
    Ps.ไรต์ยังคงแต่งสนุกและเป็นกำลังใจให้ค่ะ..สู้ๆน่ะ
    #91
    0
  5. #90 Nova (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 21:49
    ม่ายยยยยยยยยยยย เชอร์! อย่าทำอะไรโง่ๆ นะ! นายตายแล้วจอห์นจะอยู่ยังไงฮะ!
    #90
    0