[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 3 : Unspoken ตอนที่ 2 : The Enigma

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    5 ต.ค. 59

    'อยู่โรงพยาบาล-SH'

 

          จอห์น วัตสันได้รับข้อความนี้จากเพื่อนร่วมแฟลตก่อนที่เขาจะเลิกงานไม่กี่นาที เขาเป็นหมอให้กับคลินิกเอกชนแห่งหนึ่ง มันอาจจะดูเป็นงานที่เล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับประสบการณ์ทั้งการเป็นหมอและทหารในอัฟกานิสถานอย่างเขา แต่มันก็ดีกว่าทิ้งความสามารถไปอย่างน่าเสียดาย

          คุณหมอหนุ่มผู้มีผิวสีแทนที่เกิดจากการออกภาคสนามมาเป็นเวลานาน เจ้าของผมสีบลอนด์หม่นเร่งรีบออกจากคลินิกแทบจะทันทีที่ได้รับข้อความนั้น เชอร์ล็อคเป็นอะไรทำไมต้องไปโรงพยาบาล บาดเจ็บอะไรหรือเปล่า การไปโรงพยาบาลของนักสืบหนุ่มเป็นเรื่องปกติก็จริงเพราะเขามักจะต้องไปใช้ห้องแล็ปหรือทำคดีบ่อยๆ แต่โดยปกติเจ้าเพื่อนตัวแสบก็ไม่ค่อยบอกให้เขารู้เท่าไหร่ นี่ส่งข้อความมา...มันอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

          "ชั้นไม่น่าปล่อยให้นายอยู่บ้านแบบเบื่อๆคนเดียวเลยให้ตายสิ" จอห์นพูดกับตัวเองเบาๆขณะนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ อย่าเป็นอะไรร้ายแรงนะ" เขาคิด

 

           เมื่อมาถึงที่หมายเขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น ตำรวจที่คุ้นหน้าเวลาไปสืบคดีกับเชอร์ล็อคมารวมตัวกันอยู่ที่นี่หลายคน เกิดคดีร้ายแรงขึ้นอย่างนั้นหรือ แล้วเจ้าเพื่อนตัวยุ่งของเขาอยู่ที่ไหน เขาเข้าไปถามตำรวจนายหนึ่งจึงได้ความว่าเชอร์ล็อค โฮมส์อยู่ห้องตรวจด้านใน จอห์นรีบวิ่งไปทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

          "เชอร์ล็อค เชอร์ล็อค นายเป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหน" จอห์นวิ่งเข้าไปหานักสืบชื่อดังที่นั่งหลับตาเหมือนกำลังใช้ความคิดบางอย่างตรงหน้าห้องตรวจ

          "จอห์น นายมาทำอะไรที่นี่" เชอร์ล็อคลืมตาและขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

          "นายส่งข้อความบอกว่าอยู่ที่นี่ชั้นเลยรีบมา แล้วตกลงนายมาทำอะไรที่นี่ ตำรวจเยอะจัง มีคดีอะไร"จอห์นหันมองรอบตัว "เกร็กล่ะ"จอห์นถามถึงคนคุ้นเคยที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้

          "เลสเตรดอยู่ในห้องตรวจ" เชอร์ล็อคตอบ

          "แล้วนายมาทำอะไร ไขคดีอะไร" จอห์นถาม

          "คดีฆาตกรรมหญิงคนหนึ่ง พอดีมีพยานด้วยแล้วพยานต้องพบหมอก่อน"

          "คดีธรรมดา? แล้วนายมาทำไม"

          "ก็พยานคนนั้นไม่ยอมปล่อยชั้นเลยน่ะสิ กอดคอชั้นแน่นตลอดเวลา นี่เธอคงเหนื่อย มาถึงที่นี่เลยหลับสนิท เลยแกะมือออกมาได้"

          จอห์นขมวดคิ้ว พร้อมกับทำใบหน้าที่เหมือนมีเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ติดอยู่ที่หน้าผาก " 'เธอ' ผู้หญิงหรอ ผู้หญิงกอดนายไม่ปล่อยงั้นหรอ"

          "ใช่ ผู้หญิง ผู้หญิงที่ร้องไห้ตลอดเวลาที่กอดคอชั้นอยู่" เชอร์ล็อคยิ้มเล็กน้อยให้กับจอห์นเมื่อพูดถึง 'พยาน' ของตนเอง             

          จอห์นยังคงเงียบ พร้อมขมวดคิ้ว "ผู้หญิง????"

          "อ่า..ใช่ ถูกต้องตามนั้น" เชอร์ล็อคตอบ แล้วจอห์นไม่เข้าใจตรงไหน ผู้หญิงก็คือผู้หญิงไง

          ก่อนที่เขาทั้งสองจะพูดอะไรออกไป สารวัตรหนุ่มก็เปิดประตูห้องตรวจออกมา

          "เป็นไงบ้าง" เชอร์ล็อคถามทันทีที่เห็นนายตำรวจเดินมา

           จอห์นเหลือบมองเพื่อนร่วมแฟลตเล็กน้อย

 

            "หลับอยู่ คืนนี้เธออาจมีไข้เพราะกอดคนตัวเปียกๆแบบนาย" เลสเตรดพูดก่อนจะหันไปทักผู้ที่มาใหม่ "แล้วนายมาทำอะไรที่นี่น่ะจอห์น"

          "ชั้นคิดว่าเชอร์ล็อคบาดเจ็บอะไรถึงส่งข้อความมาบอกว่าอยู่ที่นี่ ชั้นเลยรีบมา ไม่คิดว่าจะมาโรงพยาบาลเพราะอุ้มผู้หญิงมาส่งอ่านะ" จอห์นตอบคำถามด้วยเสียงเรียบๆไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ

          "อ่า..ใช่ ชั้นส่งข้อความหานาย เพราะคิดว่าถ้านายเลิกงานไปถึงบ้านแล้วไม่เจอชั้น นายจะได้ไม่ต้องโทรตาม"

          "โอเค...ชั้นเข้าใจผิดเอง" จอห์นพูดเบาๆก่อนจะยื่นมือไปปัดเศษฝุ่น เศษหยากไย่ที่ติดอยู่บนเส้นผมของคนตัวสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า "แล้วนี่หัวนายไปทำอะไรมา หยากไย่ติดเต็มไปหมด"

          "สงสัยตอนมุดเข้าไปดึงเด็กคนนั้นออกมาแน่ๆ" เชอร์ล็อคพูดขณะเอามือสะบัดผมสีดำสนิทที่แสนจะยุ่งเหยิงของตัวเองแรงๆ

          "เด็ก?? นายพูดว่าเด็ก" จอห์นชะงัก หยุดปัดฝุ่นชั่วคราวเมื่อได้ยินเช่นนั้น

          "อืม ใช่ เด็กผู้หญิง" เชอร์ล็อคจ้องมองหน้าจอห์นด้วยสายตาที่คาดเดายาก "พยานที่ชั้นพูดถึงคือเด็กผู้หญิง เด็กผู้หญิงชุดชมพู"

          "คำว่า 'ผู้หญิง' กับ 'เด็กผู้หญิง' มันไม่เหมือนกันนะเชอร์ล็อค ถ้านายพูดว่า 'เด็กผู้หญิง'ตั้งแต่แรกชั้นก็เข้าใจแล้ว" จอห์นพูด

          "มันก็เหมือนกันหมดแหละจอห์น จะเด็กผู้หญิง ผู้หญิง หญิงชรา แมวตัวเมีย ก็เหมือนกันหมดน่ะแหละ ทั้งหมดคือเพศเดียวกันตามทฤษฎี"

          "โอเค ชั้นไม่เถียงกับนายแล้ว นายจะเข้าใจยังไงก็เรื่องของนาย" จอห์นถอนหายใจเบาๆ

          "นายดูโล่งใจตอนชั้นพูดว่าเด็กผู้หญิง" เชอร์ล็อคพูด

          "ไม่นะ ชั้นคิดว่าชั้นไม่ได้รู้สึกแบบนั้น" จอห์นตอบ

          "ก่อนหน้านี้นายดูกังวลใจกว่านี้" เชอร์ล็อคพูดกลับ

          "นายควรเชื่อชั้น ชั้นไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น" จอห์นเถียง

 

           "อ่ะแฮ่ม...” เลสเตรดทำเสียงขัดจังหวะขึ้น นี่สองคนตรงหน้าเขาคงลืมไปแล้วสินะว่าเขายังอยู่ตรงนี้อีกคน

          "อะไรล่ะ เลสเตรด" เชอร์ล็อคหันมาทำเสียงหงุดหงิดใส่

          "ไม่มีอะไร แค่เจ็บคอ สงสัยจะเป็นหวัด" นายตำรวจตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

          "ยิ้มอะไร ยิ้มทำไม" เชอร์ล็อคขมวดคิ้ว

          "เปล่า ไม่มีอะไร" เลสเตรดตอบ "อ้อ...แล้วนายอย่าเสียเวลามาจับผิดชั้นเลย นายควรกลับไปพักผ่อน งานวันนี้ของนายจบลงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่"

          "แล้วเด็กล่ะจะทำยังไง ชั้นไม่ยอมให้เด็กอยู่ตามลำพังนะ" เชอร์ล็อคพูด

          "ชั้นจะให้โดโนแวนกับแอนเดอสันเฝ้าไว้เอง"

          "ทำไมต้องเป็นสองคนนั้น" เชอร์ล็อคพูดน้ำเสียงหงุดหงิด

          "สำหรับคืนนี้ สองคนนี้เหมาะสมที่สุดแล้วเชอร์ล็อค อย่าห่วง เด็กจะปลอดภัยแน่นอน"

          "อย่าให้สองคนนี้เข้าใกล้เด็กเด็ดขาด ชั้นอนุญาตแค่ให้เฝ้าแต่ห้ามเข้าใกล้" เชอร์ล็อคยืนขึ้นก่อนจะยื่นผ้าห่มคืนให้เลสเตรด "เอาผ้าห่มของนายคืนไป ทำไมชั้นต้องมาห่มผ้างี่เง่านี่ทุกครั้งเวลาจบคดีด้วยเนี่ย"

          "ฮ่าๆๆๆๆ ใครๆเขาก็ห่มกันทั้งนั้น มันช่วยทำให้ไม่ช็อค เหมาะกับนายนะ ฮ่าๆๆๆ" เลสเตรดหัวเราะร่วนขณะรับผ้าห่มคืน "จอห์น นายพาคนของนายกลับไปพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้จะขอยืมสมองอัจฉริยะของเขามาทำงานต่อ"

          "โอเค" จอห์นตอบรับก่อนจะนึกบางอย่างออก "เชอร์ล็อคไม่ใช่ 'คนของชั้น' นะ"

          "กลับบ้านกันเถอะจอห์น ชั้นเหนื่อยละ อยากจะนอน" เชอร์ล็อคพูดแล้วเดินนำคุณหมอที่ตัวเล็กกว่าออกจากโรงพยาบาล

  

          "ทำไมตัวเปียกขนาดนี้ ร่มไปไหน" จอห์นถามขึ้นขณะเดินออกจากโรงพยาบาล

          "ลืมหยิบมา" เชอร์ล็อคตอบ

          "ร่มมันวางอยู่ตรงหน้าประตูบ้านเลยนะ นายลืมได้ยังไง"

          "ชั้นรีบ"

          "นายรีบออกจากบ้านเพราะสนใจคดีมากกว่าสุขภาพตัวเองได้ยังไงน่ะเชอร์ล็อค" จอห์นเงียบซักพักก่อนจะพูดประโยคที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดออกมา "ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมา ชั้นขี้เกียจหาเพื่อนร่วมแฟลตคนใหม่"

          เชอร์ล็อคหันไปมองคนตัวเล็กคนที่กำลังก้มมองรองเท้าตัวเองเหมือนกำลังหาอะไรก็ไม่รู้ เชอร์ล็อคคิดบางอย่างก่อนจะพูดอะไรออกมา "ชั้นจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้" เชอร์ล็อคพูดและหันไปเรียกแท็กซี่

          "ไปบ้านเลขที่ 221 บี ถนนเบเกอร์"

 

      เช้าวันรุ่งขึ้น

  

          จอห์นเดินลงมาจากห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ชั้นบนของแฟลตแห่งนี้ วันนี้เป็นวันหยุดของเขา วันหยุดที่เป็นวันหยุดจริงๆ ไม่ต้องไปคลินิก ไม่ต้องออกไปสืบคดีข้างนอก เพราะคนที่ต้องการความช่วยเหลือมานั่งรอเขาในห้องรับแขกแต่เช้าแล้ว

  

          "นายมาเช้ามากเลยเกร็ก นี่นายนอนรึยังเนี่ย" จอห์นทักทายผู้มาเยือนก่อนจะเดินเข้าห้องครัวไป

          "เขายังไม่ได้นอนเลยตลอดคืน เพราะทะเลาะกับเมีย เรื่องเมียมีชู้" ชายหนุ่มร่างสูงในเชิร์ตสีม่วงเข้มเดินเข้ามาในห้องรับแขก ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้นวมของตัวเองที่ตั้งอยู่หน้าเตาผิง "หาเมียใหม่สิ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน"

          "คนโสดตัวเปล่าแบบนายอย่ามาสอนชั้นจะดีกว่า ถึงชีวิตครอบครัวชั้นจะพังแต่ชั้นก็เคยได้เริ่ม แล้วนายล่ะ? กะจะอยู่คนเดียวไปจนแก่ตายเลยหรือไง นายควรลองสร้างครอบครัวของตัวเองดู นายจะรู้"

          "มันไม่จำเป็นสำหรับชีวิตชั้น" เชอร์ล็อคตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วหันไปพูดกับคนที่อยู่ในห้องครัวของตน "ผมขอคุกกี้ด้วยครับคุณนายฮัตสัน"

          "เชอร์ล็อค...หญิงสูงวัยที่ชื่อคุณนายฮัตสันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย "ชั้นบอกกี่ครั้งแล้วว่าชั้นเป็นเจ้าของบ้าน ไม่ใช่แม่บ้านของเธอ"

          "ขอบคุณครับ" เชอร์ล็อคกล่าวขอบคุณพร้อมยิ้มตลกๆให้คุณนายฮัตสัน หญิงสูงวัยทำได้เพียงทำหน้ารำคาญๆใส่เท่านั้น

          จอห์นเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมแก้วกาแฟในมือ 2 ใบ ควันอุ่นๆของมันช่างเหมาะกับอากาศยามเช้าวันนี้มากเลยทีเดียว จอห์นยื่นกาแฟแก้วหนึ่งให้เพื่อนร่วมแฟลต ก่อนจะเอาหลังมือของมือที่ว่างจากการถือแก้วกาแฟแตะบนหน้าผากขาวซีดของเชอร์ล็อค

          "อืม...ตัวไม่ร้อน ไม่มีไข้" จอห์นพูดเบาๆก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้นวมของตนเองพลางจิบกาแฟในมือ

          เชอร์ล็อคเหลือบตามองจอห์นเล็กน้อย ก่อนจะพูดเบาๆกับตัวเองว่า "บ้านเรามีเทอร์โมนิเตอร์วัดไข้นะจอห์น"

          เหมือนจอห์นจะไม่ได้ยิน...

          "นี่ของคุณค่ะคุณตำรวจ" คุณนายฮัตสันวางกาแฟตรงหน้าสารวัตรเลสเตรด "นี่ของเธอเชอร์ล็อค ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ ชั้นไม่ใช่แม่บ้านของเธอ" คุณนายฮัตสันวางจานที่เต็มไปด้วยคุกกี้ที่น่ากินไว้ตรงหน้าเชอร์ล็อค

          "เย็นนี้ผมกับจอห์นจะทานข้าวนอกบ้าน ไม่ต้องทำอาหารเย็นนะครับ" เชอร์ล็อคพูด

          "เฮ้อออ ต้องให้พูดอีกกี่ครั้งกัน" หญิงสูงวัยพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายก่อนจะเดินลงไปที่ห้องของตนเองที่อยู่ชั้นล่าง

          "ไม่เห็นรู้เลยว่าวันนี้ชั้นต้องกินข้าวเย็นนอกบ้าน" จอห์นพูดขึ้น

          "นี่ไงนายรู้แล้ว ตอนนี้ไง" เชอร์ล็อควางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วยื่นมือรับซองเอกสารจากเลสเตรด "มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีก"

 

           "อันนา บราวน์ เธอเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ที่คลินิกเล็กๆตรงชานเมือง จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานของเธอ ทำให้เรารู้ว่าเธอเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวและเป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยมีใครรู้ชีวิตส่วนตัวเธอมากนัก นอกจากรู้ว่ามีลูกสาว แต่ก็ไม่เคยมีใครเห็น รู้ว่าย้ายมาจากเมืองอื่นหลังสามีเสียชีวิต และเธอไม่มีโซเชี่ยลมีเดียอะไรเลย" เลสเตรดพูด

          "ผู้ช่วยพยาบาล ไม่ใช่พยาบาล ให้ตายสิชั้นพลาดได้ยังไง" เชอร์ล็อคบ่น

          "ปกติคลินิกเล็กๆไม่จำเป็นต้องมีผู้ช่วยพยาบาลหรอกนะ ถ้าเธอต้องการเป็นผู้ช่วยพยาบาล เธอน่าจะไปทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆมากกว่า ทำไมที่นี่ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาลด้วย" จอห์นตั้งข้อสังเกต

          "เธอโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในเมืองที่เธอเกิด เธอจึงไม่มีญาติที่ไหน เธอเรียนจบมาไม่สูงนักจึงเป็นได้เพียงผู้ช่วยพยาบาล ที่นี่รับเธอเข้าทำงานเพราะสงสารเธอที่มีลูกติด เธอจึงเป็นผู้ช่วยพยาบาลคนเดียวในคลินิกแห่งนี้ ทุกคนรักเธอเพราะเธอใจดีและขยันทำงานมาก" เลสเตรดอธิบาย

  

          "สามีเธอเป็นคนชาติอะไร เกาหลี จีน หรือญี่ปุ่น" เชอร์ล็อคถามขึ้น

          ถึงแม้ว่าเลสเตรดจะสงสัยในคำถามแต่เขาก็ตอบด้วยดี "เจ้าของห้องเช่าที่เธออาศัยอยู่บอกว่าเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-จีนนะ อันนาเธอเคยบอกไว้แบบนั้น"

          ' หน้าตาแบบนั้นได้มาจากทางปู่ไม่ก็ย่าสินะ' เชอร์ล็อคคิดในใจ

          "แล้วใครจะทำร้ายเธอ เธอดูเป็นผู้หญิงธรรมดา ใครๆก็รักเธอทั้งนั้น" จอห์นพูดขณะหยิบรูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุขึ้นมาดู

          "ห้องของเธอถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ไม่พบรอยนิ้วมือใดๆ และจากการตรวจสอบ ของมีค่าไม่ได้หายไป"

          "ในห้องไม่มีรอยนิ้วมือเธอด้วยสินะ" เชอร์ล็อคพูดขณะดูรูปถ่ายห้องพักของเหยื่อ

          "ใช่ ไม่พบรอยนิ้วมือของทั้งเธอและลูกสาว มันไม่มีรอยนิ้วมือของใครเลย"

          "มีคนช่วยลบรอยนิ้วมือพวกนั้น" เชอร์ล็อคพูด

          "ช่วย??? ทำไมนายคิดแบบนั้น ฆาตกรอาจเป็นคนทำก็ได้ เพื่ออำพรางตัวเองไง" จอห์นถามขึ้น

          "คนจะมารื้อห้องคนอื่นอย่างน้อยต้องใส่ถุงมืออยู่แล้ว หรือถ้าไม่ใส่ถุงมือแล้วเกิดทิ้งรอยนิ้วมือเอาไว้ พวกนั้นลบแค่รอยของที่ตัวเองทำก็พอ นี่เขาลบทั้งหมด เพราะเขาก็ลบรอยของอันนาและลูกสาวด้วย และที่ต้องทำอย่างนั้นก็ต้องซ่อนอะไรบางอย่าง"

          "อันนาเธออาจเป็นคนทำเองทั้งหมด ทั้งรื้อห้องทั้งลบรอยนิ้วมือ"จอห์นพูดก่อนจะหยิบคุกกี้เข้าปาก "ถ้ามีใครช่วยเธอทำขนาดนี้ คงมาช่วยชีวิตเธอไปแล้ว คงไม่ปล่อยให้เธอตาย"

          "คนนั้นช่วยอันนาไม่ได้ แต่ช่วยลูกสาวของเธอไว้ได้ อันนาไว้ใจคนนั้น" เชอร์ล็อคพูดกับจอห์น

          "ไว้ใจ? ทำไมนายคิดแบบนั้น" จอห์นถามด้วยความสงสัย

          "เด็กอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุฆาตกรรมไกลมาก อันนาคงเอาเด็กไปซ่อนไว้หรือไม่ก็ให้ใครบางคนเอาเด็กไป ใครบางคนที่เธอไว้ใจมากขนาดที่จะให้เอาลูกสาวคนเดียวไป"

          "อาจเป็นฆาตกรเป็นคนเอาไปไว้ตรงนั้น" จอห์นพูด

          เชอร์ล็อคถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดขึ้น "ฆาตกรจะปล่อยให้พยานรอดหรือจอห์น ถึงจะเป็นแค่เด็กแต่นี่เป็นพยานคนเดียวแถมเป็นลูกสาวของเหยื่อด้วย ถ้านายเป็นฆาตกร นายจะทำแบบนี้หรือจอห์น"

          "ชั้นเป็นทหาร ไม่ใช่ฆาตกร และไม่มีวันเป็น ถึงแม้ชั้นจะเคยฆ่าคนในช่วงสงคราม" จอห์นพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างฟังได้ชัด คำพูดของเชอร์ล็อคจี้ปมในใจของเขา ปมในการเป็นทหารผ่านศึก

          เชอร์ล็อคชะงักเล็กน้อยในคำพูดของจอห์น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

      

          "น่าเสียดายนะที่ร่องรอยอื่นๆถูกในลบไปหมด ไม่งั้นคงมีเบาะแสกว่านี้"เลสเตรดพูดขณะดื่มกาแฟ คาเฟอีนจากกาแฟแก้วนี้คงช่วยการอดนอนของเขาได้ดีทีเดียว "ทำไมคนที่ช่วยถึงไม่เอาเด็กไปด้วยนะ"

           "เอาไปไม่ได้เพราะตัวเองก็คงหนีอยู่เหมือนกัน เขาปล่อยเด็กไว้ตรงนั้นเพราะแน่ใจว่าปลอดภัยแน่" เชอร์ล็อคพูดขณะพิจารณารูปถ่ายใบหนึ่ง "ร่องรอยในที่เกิดเหตุไม่เหลือเพราะฝนตก รอยนิ้วมือในห้องถูกลบซึ่งชั้นมั่นใจว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำมัน เพราะถ้าเธอจะรอบคอบขนาดนั้นคงไม่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนลิปสติกแท่งนี้แน่" เชอร์ล็อควางรูปลิปสติกแท่งนั้นลงบนโต๊ะ "บอกมาสิว่านายเจออะไร"

      

          สารวัตรเลสเตรดมีใบหน้ากังวลขึ้นเล็กน้อย นี่เขาไม่สามารถปิดบังความลับอะไรคนตรงหน้าได้เลยสินะ เขาล้วงเข้าไปในเสื้อโค้ตสีเข้มก่อนจะวางลิปสติกแท่งนั้นลงบนโต๊ะ

          "มันไม่ใช่ลิปสติกธรรมดา มันเป็นไดร์ฟเก็บข้อมูล มีการเข้ารหัสมากมายหลายชั้นซึ่งทางตำรวจยังแก้รหัสไม่ได้" เลสเตรดพูด

          "แล้ว?" เชอร์ล็อคถาม

          "เราเอารอยนิ้วมือไปตรวจสอบประวัติมาแล้ว ทั้งรอยนิ้วมือบนลิปสติก รอยนิ้วมือของอันนาและรอยนิ้วมือของเด็ก ทั้งหมดไม่พบข้อมูลประวัติอะไรเลย เจ้าของรอยนิ้วมือทั้ง 3 ไม่ใช่คนอังกฤษ"เลสเตรดพูดก่อนจะหยุดนิ่งซักครู่ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ทั้งเชอร์ล็อคและจอห์นใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น (แม้ว่าจะตื่นเต้นด้วยเหตุผลคนละอย่าง)

          "ความจริงเราไม่พบข้อมูลของทั้งรอยนิ้วมือบนลิปสติก รอยนิ้วมือของอันนาและรอยนิ้วมือของเด็กจากทะเบียนประวัติประเทศไหนเลย ไม่มีข้อมูลอะไรเลย"

 

   

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #297 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:03
    หูยยยย เนื้อเรื่องน่าสนใจและน่าติดตามมากค่า เสียดายที่เพิ่งมาอ่าน แต่จะพยายามตามอ่านให้จบนะคะ
    คือตอนอยู่โรงพยาบาลหมอหึงโฮล์มส์ออกนอกหน้ามาก555
    #297
    0
  2. #261 heechulnarak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:03
    โอ้โห้วลุ้นมากคร้าาาาาาา
    #261
    0
  3. #258 micupcake16 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 20:02
    จอห์นพอได้ยินคำว่า'ผู้หญิง'จากปากเชอร์ล็อคก็เลยหึงสินะ พอรู้ว่าเป็นเด็กผู้หญิงคงโล่งใจชึ้นมาหน่อย
    #258
    0
  4. #255 จิงโจ้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 12:47
    ลุ้นนน
    #255
    0