[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 26 : Unspoken ตอนที่ 24 : Trust Issues

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

          จอห์น วัตสันวิ่งออกจากบ้านเลขที่ 221บีมาตัวเปล่า ไร้อุปกรณ์กันฝนใดๆ นอกเหนือจากโทรศัพท์มือถือแล้วเขาก็ไม่ได้พกอะไรอีก จอห์นเปิดไปที่แอพพลิเคชั่นแปลกๆที่ไม่รู้มันมาอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเป็นแผนที่ หน้าตาคล้ายกับโปรแกรมแผนที่ชื่อดังที่มีอยู่ในโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องเพียงแต่ว่าในแอพพลิเคชั่นอันนี้ บนแผนที่นั้นมีจุดสีแดงระบุตำแหน่งอยู่ มันคงเป็นตำแหน่งของเชอร์ลินที่นาฬิกาเรือนนั้นอัพเดตที่อยู่ล่าสุดของหลานสาวเขา
          จอห์นวิ่งฝ่าพายุฝนไปตามตำแหน่งที่ระบุไว้ในแผนที่ เขาไม่รู้ว่าตำแหน่งมันอัพเดตถี่แค่ไหน ทุกๆกี่นาทีหรือกี่วินาที เพราะมันขยับออกไปอย่างเชื่องช้า เหมือนกับคนที่พาเชอร์ลินไปเดินทางด้วยการเดิน .... เดินท่ามกลางพายุฝนแทนการใช้รถอย่างนั้นหรือ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร ? ถ้าจะลักพาตัวทำไมคนร้ายถึงใจเย็นขนาดนั้น
          คุณหมอหนุ่มวิ่งไปตามแผนที่เรื่อยๆพลางมองหน้าจอมือถือ....มันเริ่มช้าลงและหยุดนิ่ง....หรือคนที่พาเชอร์ลินมาจะรู้แล้วว่านาฬิกามันส่งสัญญาณ GPS ติดตามตัวได้เลยถอดทิ้งไป พิกัดมันจึงไม่อัพเดตเช่นนี้ ... จอห์นเริ่มมือสั่นด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง มันเป็นความผิดของเขา เขาไม่น่าปล่อยให้เชอร์ลินคลาดสายตาเลย ถ้าเชอร์ลินเป็นอะไรขึ้นมาทุกอย่างมันเป็นความผิดของเขา

          กริ๊ง.......
          เสียงโทรศัพท์มือถือในมือดังขึ้นเรียกสติ เบอร์โทรที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้าจอแว้บหนึ่งก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นชื่อของต้นทางที่โทรมา
          'Sherlyn's Watch'
          จอห์นกดรับสายทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาไตร่ตรองแม้แต่วินาทีเดียว .... นาฬิกาของเชอร์ลินสามารถโทรศัพท์ได้ เขาลืมสิ่งนี้ไปได้อย่างไร
          "เชอร์ลิน เชอร์ลินได้ยินอาไหม เชอร์ลินอยู่ที่ไหน ตอบอามาอาจะไปรับเดี๋ยวนี้" จอห์นกรอกเสียงลงไปในสาย "เชอร์ลิน ตอบอามาสิ เชอร์ลิน"
          ไม่มีคำตอบจากปลายสาย จอห์นได้ยินแต่เสียงฟ้าร้องและเสียงฝนตกเท่านั้น เขากดดูแผนที่อีกครั้งก่อนจะพบว่าพิกัดมันหยุดนิ่งที่เดิมมาสักพักแล้ว หรือมันจะถูกถอดทิ้งไปแล้วจริงๆ
          "เชอร์ลิน ตอบอาหน่อย ได้ยินที่อาพูดมั้ย"
          "ฮือออออ หม่าม้าช่วยด้วย กลัว ฮือออออ ไม่เอาไม่อยู่ที่นี่" เสียงร้องไห้ของเชอร์ลินดังกลับมาจากปลายสาย
          "เชอร์ลิน ได้ยินอามั้ย เชอร์ลินอยู่กับใคร"
          "ไม่อยู่ที่นี่ ไม่เอาไม่อยู่ กลัว ฮืออออ หม่าม้า หม่าม้า กลัว ฮืออออ"
           จอห์นชะงักไปเล็กน้อยที่ได้ยินเชอร์ลินร้องเรียกหาแม่ของตัวเอง ก่อนจะถามไปที่ปลายสายอีกครั้ง "เชอร์ลินอยู่ไหน นี่อาจอห์นนะ เชอร์ลินอยู่กับหม่าม้าหรอ เชอร์ลิน"
          "กรี๊ดดดดดดด" เสียงหวีดร้องด้วยความกลัวอย่างสุดขีดดังมาจากฝั่งของเชอร์ลิน จอห์นเบิกตาโตทันทีที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของหลานสาวผู้เป็นที่รัก
          "เชอร์ลิน เชอร์ลิน !!!" จอห์นตะโกนลงไปในโทรศัพท์สู้กับเสียงฝน ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมาอีก ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีเสียงของหลานสาวของเขาอีก
          "ไม่..... ไม่...... ไม่เชอร์ลิน อย่าเงียบใส่อาแบบนี้" จอห์นกดดูแผนที่อีกครั้งด้วยมือที่สั่นมากยิ่งขึ้น พิกัดมันยังคงอยู่ที่เดิมมันไม่ขยับอีกแล้ว จุดสีแดงในแผนที่บอกว่านาฬิกาข้อมือของเชอร์ลินอยู่ห่างจากจุดที่เขาอยู่ไปประมาณ 100 เมตร ถ้านาฬิกายังอยู่ที่ข้อมือของเชอร์ลิน...หลานสาวของเขาต้องอยู่แถวๆนี้
          "เชอร์ลิน เชอร์ลินอยู่แถวๆนี้ใช่มั้ย ตอบอาหน่อย" จอห์นตะโกนแข่งกับเสียงฝนขณะที่สอดส่องสายตาไปทั่วบริเวณ "ได้ยินเสียงอามั้ยเชอร์ลิน อามารับกลับบ้านแล้วนะ"

          กริ๊ง......
          เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง หมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์ของเชอร์ลินแต่มันเป็นของบุคคลที่เขาต้องการตัวมากที่สุดในเวลานี้
          "เชอร์ล็อค...เชอร์ลิน...เชอร์ลินหายไปจากบ้าน ชั้นขอโทษ" จอห์นตอบปลายสายไปด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
          "จอห์น นายอยู่ไหน อยู่ถนนบรู๊คตามพิกัดนาฬิกาของเชอร์ลินใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถามกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
          "ใช่ ถนนบรู๊คในแผนที่บอกว่าเชอร์ลินอยู่ถนนนี้ แต่มันละเอียดไม่พอ ชั้นหาไม่เจอเลยเชอร์ล็อค"
          "มองหาตึกเก่าๆนะจอห์น ตึกสีขาวๆเก่าๆร้างๆ บนถนนนี้มันจะมีอยู่แค่ตึกเดียว ข้างๆตึกเป็นซอกเล็กๆแคบๆ ต้องหาให้เจอ" เชอร์ล็อคพูด "เชอร์ลินอยู่ตรงนั้น ชั้นมั่นใจ ชั้นจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้"
          "ตึกเก่าๆ แคบๆ โอเคเชอร์ล็อค ชั้นจะหาเชอร์ลินให้เจอ" จอห์นรับคำด้วยเสียงที่เริ่มมีความหวัง ก่อนจะรีบวิ่งขณะที่สายตาก็มองหาตึกสีขาว เก่าๆที่มีซอกตึกแคบๆอย่างที่เชอร์ล็อคบอก
          คุณหมอหนุ่มที่ตัวเปียกชุ่มทั้งตัวหยุดวิ่งค้นหาทันทีที่พบตึกลักษณะตรงกับที่นักสืบบอก เขาวิ่งตรงไปยังซอกตึก ตรงนั้นมีถังขยะปิดบังอยู่ เขาผลักถังเหล่านั้นออกไปด้วยใจที่ร้อนรน ก่อนจะเห็นชายกระโปรงสีชมพูของเชอร์ลินลอดออกมาจากซอกนั้น
          จอห์นยิ้มด้วยความดีใจที่เห็นหลานสาวหลับอย่างปลอดภัยอยู่ในซอกตึกนี้ จอห์นยื่นมือไปแตะขาเล็กๆของหลานสาวที่โผล่พ้นมาเล็กน้อยแล้วเขย่าเบาๆ "เชอร์ลิน เชอร์ลินตื่น อามารับแล้วนะ"
          เด็กหญิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะลืมตามองไปรอบๆ แล้วมองไปที่มือที่กำลังเขย่าขาของเธออยู่ เธอสะบัดมือนั่นออกแล้วขยับตัวหนีเข้าไปจนชิดผนังของซอกแคบๆนั้น
          "หม่าม้า หม่าม้าช่วยด้วย ฮือออ กลัว ไม่ไป ไม่ไป จะหาหม่าม้า" เชอร์ลินเริ่มร้องไห้ใหม่อีกครั้ง
          จอห์นพยายามยื่นมือเข้าไปหาเด็กหญิงในซอกตึกจนสุดแขน "เชอร์ลิน มาหาอา อามารับกลับบ้านแล้วนะ"
          "หม่าม้าช่วยด้วย บ๊อบบี้ ฮือออออ ไม่ไป ไม่ไป บ๊อบบี้ เพ็กกี้ไม่ไป กลัว ไม่ไป" เชอร์ลินร้องไห้สลับกับการกรี๊ดด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อยแล้วหดขาให้ชิดหน้าอกเพื่อไม่ให้จอห์นจับตัวได้อีก
          "นี่อาจอห์นไงเชอร์ลิน เชอร์ลินดูสิ นี่อาจอห์น วัตสันเองนะ" จอห์นยื่นมือไปสุดแขนอีกครั้ง "ออกมาหาอาเถอะเชอร์ลิน กลับบ้านไปกับอาเถอะนะ"
          "ไม่ไป จะหาหม่าม้า หม่าม้าช่วยด้วย ฮืออออ บ๊อบบี้ เพ็กกี้กลัว"
          "เพ็กกี้กับบ๊อบบี้คือใครเชอร์ลิน ตรงนี้มีแต่อานะ กลับบ้านไปกินขนมกับอาเถอะนะ" จอห์นเรียกหลานสาวอีกครั้ง "นี่พ่อหมูไงเชอร์ลิน พ่อหมูมารับลูกหมูกลับบ้านแล้วนะ"
          "จะหาหม่าม้า ไม่ไป จะหาหม่าม้า"
          "เดี๋ยวอาพาไปหาหม่าม้านะ ออกมาหาอาเถอะนะเชอร์ลิน"

          รถยนต์ที่แสนจะคุ้นตาเปิดไฟสูงตัดกับสายฝนจอดข้างๆจอห์น วัตสันที่พยายามเรียกหลานสาวให้ออกมาหา ประตูรถด้านข้างคนขับเปิดออกอย่างรวดเร็วเมื่อรถจอดสนิทดี
          "จอห์น เจอเชอร์ลินแล้วใช่มั้ย" เชอร์ล็อค โฮมส์วิ่งลงจากรถมาหาเพื่อนร่วมแฟลตทันที
          "เชอร์ลินอยู่ในนี้เชอร์ล็อค ชั้นยืดแขนไปไม่ถึง นายช่วยเอาเชอร์ลินออกมาที" จอห์นเขย่ามือนักสืบหนุ่มแล้วชี้ไปที่ซอกแคบๆนั้น "เชอร์ลินอยู่ในนั้นไม่ยอมออกมาหาชั้นเลย"
          เชอร์ล็อคก้มตัวไปที่ซอกแคบๆของตึกนั้น แล้วยืดมือเข้าไปหาลูกสาว "เชอร์ลิน นี่พ่อนะ ออกมาหาพ่อกับอาจอห์นเร็วๆเข้าสิ"
          "หม่าม้า จะหาหม่าม้า ฮือออ" 
          "พ่อจะพาลูกไปหาหม่าม้า ลูกออกมาหาพ่อเถอะนะ ยื่นมือมาหาพ่อสิเชอร์ลิน"
          แสงไฟจากไฟฉายกระบอกเล็กถูกส่องไปยังเด็กหญิง จอห์นหันไปมองที่ต้นตอของแสงก่อนจะพบว่าไฟฉายกระบอกนั้นถูกเปิดมาจากของมายครอฟ โฮมส์ เขาถือไฟฉายขณะที่อีกมือหนึ่งก็ถือร่มสีดำที่คุ้นตา ชายในชุดสูทเดินถือร่มมากางให้น้องชายตัวเองที่กำลังเรียกหลานสาวอยู่
          "เชอร์ลินนี่พ่อนะ พ่อมารับเชอร์ลินกลับบ้าน เราจะกลับไปกินขนมกันใช่มั้ยเชอร์ลิน"
          "ชั้นเรียกมานานมากแล้วเชอร์ล็อค แต่เชอร์ลินไม่ยอมออกมาเลยทำยังไงดี" จอห์นถามด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล
          เชอร์ล็อคมองเข้าไปในซอกตึก เห็นลูกสาวในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนกำลังนั่งกอดเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยแล้วยื่นมือเข้าไปหาเชอร์ลินอีกครั้ง
          "นี่พ่อนะ ลูกได้ยินมั้ย" เชอร์ล็อคพูด "นี่เชอร์ล็อค โฮมส์ พ่อของลูกไง"
          เด็กหญิงสะอื้นเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น แต่ก็ยังไม่มีทีท่าที่จะออกมา
          "เด็กดี ออกมาเถอะนะ" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงใจเย็น "ออกมาหาพ่อ พ่อสัญญาว่าลูกจะปลอดภัย"
          จอห์นมองหน้าเพื่อนร่วมแฟลตสลับกับหลานสาวที่อยู่ในซอกตึกนั้น เขาเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นว่าสิ้นสุดคำของเชอร์ล็อค โฮมส์แล้วมันเกิดเรื่องน่ายินดีขึ้น
          เชอร์ลินค่อยๆยื่นมือเล็กๆมาจับมือของเชอร์ล็อคไว้ นักสืบหนุ่มไม่รอช้า รีบดึงลูกสาวออกมาจากซอกตึกนั้นแล้วรับมากอดไว้ทันที
          "คุณพ่อ เชอร์ลินกลัว เชอร์ลินไม่อยากอยู่ที่นี่ ฮือออออ" เด็กหญิงเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
          "พ่ออยู่นี่นะเชอร์ลิน พ่ออยู่ตรงนี้ ลูกไม่ต้องกลัวนะ" เชอร์ล็อคลูบผมยาวสีดำสนิทของลูกสาวเบาๆ "อย่าร้องไห้นะเด็กดีของพ่อ อย่าร้องเลยนะ"
          จอห์นมีสีหน้าที่คลายกังวลมากขึ้นที่เห็นเชอร์ลินปลอดภัยและยอมออกมาจากซอกตึกแคบๆนั่น คุณหมอหนุ่มยื่นมือไปหาหลานสาวเพื่อจะอุ้มอย่างที่เคยทำ "มาหาอาดีกว่านะเชอร์ลิน เดี๋ยวอาอุ้มนะ"
          "ไม่ไป ไม่ไป" เชอร์ลินสะบัดมือของจอห์นของเบาๆ แล้วกอดเชอร์ล็อคแน่นขึ้น "ไม่ไป จะอยู่กับคุณพ่อ ฮือออออ จะอยู่กับคุณพ่อ"
          จอห์นได้แต่ค้างอยู่ในอากาศซักครู่ ก่อนที่จะชักมือกลับ....เชอร์ลินไม่ให้เขาจับตัวอีกแล้ว
          "โอเค อยู่กับพ่อนะ อยู่กับพ่อ" เชอร์ล็อคพูดแล้วอุ้มลูกสาวไว้แนบอก "กลับบ้านกันนะเชอร์ลิน"
          จอห์นได้แต่มองตามเพื่อนร่วมแฟลตอุ้มเด็กหญิงตัวเล็กที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุดขึ้นรถไปก่อนที่เขาเองก็จะขึ้นรถของมายครอฟไปเช่นกัน



          มายครอฟ โฮมส์ขับรถพาทุกคนกลับมาที่บ้านเลขที่ 221บี สารวัตรเกร็ก เลสเตรดกับคุณนายฮัตสันยืนรอรับทุกคนที่หน้าประตูบ้าน
          เชอร์ล็อคอุ้มลูกสาวที่ยังคงสะอื้นไม่หยุดแม้ว่าจะไม่ร้องกรี๊ดด้วยอาการตกใจอีกแล้ว ขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เขามองคุณนายฮัตสันอย่างคาดโทษ 
          "ปิดม่านให้หมด อย่าให้เชอร์ลินเห็นแสงฟ้าผ่าอีก ไม่งั้นจะไม่หยุดร้องไห้" เชอร์ล็อคออกคำสั่งเสียงเข้ม
          คุณนายฮัตสันรับคำอย่างเลิ่กลักก่อนจะรีบวิ่งไปปลดสายรัดผ้าม่านทุกผืนให้มันปิดคลุมหน้าต่างที่เป็นกระจกใสทั้งหมด
          สารวัตรเลสเตรดยื่นผ้าเช็ดตัวที่เตรียมไว้ให้ให้กับเชอร์ล็อคและจอห์นตามคำสั่งของมายครอฟที่โทรมาบอกไว้ แต่ทั้งสองไม่ได้นำผ้าขนหนูผืนนุ่มนั้นเช็ดทำความสะอาดตัวเอง เขาใช้ผ้าทั้งสองผืนคลุมตัวเด็กหญิงตัวเล็กเอาไว้
          "ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่งั้นเป็นหวัดแน่ๆ" นายตำรวจหนุ่มพูด
          "เชอร์ลินไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากับอานะ ดูสินี่เราตัวเปียกกันอยู่แค่สองคนเอง" จอห์นจับแขนหลานสาวเพื่อจะอุ้มไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเคยทำ
          "จะอยู่กับคุณพ่อ" เด็กหญิงสะบัดแขนแล้วกอดคอเชอร์ล็อคไว้แน่น
          จอห์นมองแขนเล็กๆที่สะบัดหนีเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจก่อนจะหันไปสบตากับเชอร์ล็อคที่คอยมองดูอยู่ นักสืบหนุ่มพยักหน้าเข้าใจจอห์นเล็กน้อยก่อนจะพูดกับลูกสาว
          "โอเค ไม่เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน จะอยู่กับพ่อใช่มั้ยเชอร์ลิน" เชอร์ล็อคพูดแล้วอุ้มเด็กหญิงไปยังโซฟานวมที่นั่งของตนเอง
          จอห์นก็เลือกที่จะยังไม่ไปเปลี่ยนชุดตอนนี้เช่นกัน เขาเดินไปนั่งที่โซฟาสีแดง ที่นั่งประจำตัวของตัวเองที่อยู่ตรงข้ามกับเชอร์ล็อค
          เด็กหญิงยังคงสะอื้นเล็กน้อยในขณะที่อยู่บนตักของผู้เป็นพ่อ เชอร์ล็อคลูบเส้นผมของเชอร์ลินเบาๆเพื่อปลอบขวัญ
          "บอกพ่อได้ไหมเชอร์ลิน ใครพาลูกออกไป" เชอร์ล็อคถามขณะที่เริ่มใช้ผ้าขนหนูผืนนุ่มซับน้ำที่เปียกชุ่มตามตัวของลูกสาว
          "แมว...แมวข้างนอก แมวที่หน้าต่าง" เชอร์ลินตอบเสียงสั่น
          "แมวที่ไหน เชอร์ลินเห็นแมวจากที่ไหน" จอห์นถาม
          เด็กหญิงเงียบไม่ได้ตอบคำถามอะไร
          "เชอร์ลินมองเห็นแมวมาจากที่ไหนบอกพ่อซิ" เชอร์ล็อคถาม
          "แมวตรงหน้าต่าง แมวสีเทาตรงนอกหน้าต่าง" เชอร์ลินพูดแล้วเริ่มจะร้องไห้อีกครั้ง "บ๊อบบี้ บ๊อบบี้อยู่ตรงหน้าต่างข้างล่าง"
          "บ๊อบบี้คือใครน่ะเชอร์ลิน เขาคือคนที่พาเชอร์ลินออกไปหรอ อาได้ยินเชอร์ลินเรียกหาแต่ชื่อนี้" จอห์นถามอีกครั้ง
          เชอร์ลินเงียบ ไม่ตอบคำถามของจอห์นอีกครั้ง
          "เชอร์ลินตอบคำถามของอาจอห์นสิ อาจอห์นถามลูกนะ" เชอร์ล็อคพูด "บ๊อบบี้เป็นใคร"
          "บ๊อบบี้เป็นแมว แมวตัวสีเทา" เชอร์ลินตอบ "บ๊อบบี้มาหา จะไปหาบ๊อบบี้"
          "แถวนี้ไม่มีแมวนะเชอร์ลิน หนูตาฝาดหรือเปล่า" คุณนายฮัตสันพูดขึ้นมาบ้าง
          "เชอร์ลินเปิดประตูบ้านเอง เพื่อไปหาบ๊อบบี้ หรือใครเปิดให้" สารวัตรหนุ่มยิงคำถามบ้าง
          เชอร์ลินกำชายกระโปรงแน่นด้วยท่าทีตื่นกลัว ก่อนที่ปล่อยมือนั้นแล้วกอดเชอร์ล็อคแน่นอีกครั้ง
          "เชอร์ลินเปิดประตูเองใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถามแล้วลูบผมลูกสาวด้วยใบหน้าครุ่นคิด "เชอร์ลินเปิดประตูเองเพื่อไปหาบ๊อบบี้ใช่หรือเปล่า"
          "เดี๋ยวบ๊อบบี้ถูกรถชนเลยจะออกไปจับ แต่บ๊อบบี้วิ่งหนี" 
          "แล้วลูกก็วิ่งตามแมว จนหลงแล้วกลับบ้านไม่ถูกใช่มั้ย" เชอร์ล็อคคาดเดาเหตุการณ์
          เด็กหญิงเงียบแทนคำตอบใดๆ
          "เชอร์ลินเปิดประตูบ้านออกไปวิ่งจับแมวคนเดียวได้ยังไง เชอร์ลินทำให้คนอื่นเป็นห่วงขนาดไหนเชอร์ลินรู้หรือเปล่า" จอห์นดุ "อาอยากจะตีเชอร์ลินจริงๆเลย"
          "วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะเชอร์ลิน อย่าเปิดประตูบ้านเองอีก" เชอร์ล็อคพูด
          "คุณพ่อ บ๊อบบี้อยู่ข้างนอก คุณพ่อไปจับบ๊อบบี้มาให้หน่อยได้ไหมคะ" เชอร์ลินเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา "ได้ไหมคะ คุณพ่อ ไปจับบ๊อบบี้ให้หน่อยได้ไหมคะ"
          "ได้สิ คุณพ่อจะไปจับบ๊อบบี้มาให้เชอร์ลินนะ" จอห์นพูดแล้วมองหน้าเพื่อนร่วมแฟลตด้วยสายตาบังคับ "รับปากลูกสิเชอร์ล็อคว่าจะไปจับแมวมาให้"
          "นั่นมันแมวนะจอห์น ป่านนี้มันหายไปแล้ว" เชอร์ล็อคพูด
          "ไม่ ไม่ อย่าให้บ๊อบบี้หายไปนะคะคุณพ่อ อย่าให้หายไป" เชอร์ลินเริ่มสะอื้นและจะร้องไห้อีกครั้ง "บ๊อบบี้ จะไปหาบ๊อบบี้"
          "โอเค โอเค พ่อจะไปจับมาให้นะ อย่าร้องนะลูกนะ" ผู้เป็นพ่อปลอบลูกสาว "แล้วบ๊อบบี้หน้าตาเป็นยังไง พ่อจะไปหาเจอได้ยังไงกันล่ะ"
          "ตัวสีเทา มือเจ็บด้วยค่ะคุณพ่อ บ๊อบบี้ยกมือข้างนึงด้วย บ๊อบบี้ตัวเท่านี้ค่ะ " เชอร์ลินยกมือขึ้นมากะขนาดตัวของแมวให้ดู
          "ให้มายครอฟไปช่วยหาสิ" เลสเตรดสะกิดเรียกชายหนุ่มข้างตัวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเตาผิง "คุณเลี้ยงแมวนี่ คุณน่าจะหาแมวเก่งนะ"
          "ผม.....อย่างนั้นหรือ" มายครอฟชี้ตัวเอง
          "ใช่ นายสองคนไปตามหาแมวให้เชอร์ลินเลย พวกนายฉลาดนี่...หาแมวเป็นใช่มั้ย" จอห์นพูด "นายสองคนจะไม่ทำให้เชอร์ลินเสียใจโดยการไม่ไปหาแมวให้ใช่หรือเปล่า"
          เชอร์ล็อคก้มมองลูกสาวตัวน้อยที่มองหน้าด้วยสายตามีความหวังว่าผู้เป็นพ่อจะไปจับแมวมาให้ เขาถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดขึ้นมา "ถ้าเชอร์ลินหยุดร้องไห้ตอนนี้ พ่อสัญญาว่าจะไปหาบ๊อบบี้มาให้เชอร์ลิน แต่จะหาเจอไหมพ่อไม่รู้นะ มันอาจหนีไปไกลแล้ว"
          "ได้ค่ะ" เชอร์ลินพยายามสะกดตัวเองไม่ให้สะอื้นออกมาอีกครั้ง "เชอร์ลินจะไม่ร้องไห้แล้ว คุณพ่อจะไปจะหาบ๊อบบี้มาให้จริงๆใช่ไหมคะ"
          "ใช่ พ่อกับลุงไมค์จะไปหาบ๊อบบี้มาให้" เชอร์ล็อคหันไปมองหน้าพี่ชาย "ใช่มั้ยมายครอฟ เราจะไปหาแมวกันใช่มั้ย"
          มายครอฟมองตอบน้องชายด้วยความสงสัย ก่อนจะเข้าใจในสายตาแกมบังคับที่ส่งมาให้ "อ่อ...ใช่ เดี๋ยวลุงจะไปจับมาให้นะ"
          "ลุงไมค์รับปากแล้ว ถ้าอย่างนั้นเชอร์ลินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เข้านอนนะ พ่อขอปรึกษาวิธีการจับแมวกับลุงไมค์ก่อน แล้วเดี๋ยวตามเข้าไปนอนด้วย" เชอร์ล็อคจูบไปที่หน้าผากของลูกเบาๆ "พรุ่งนี้ลูกจะได้เจอบ๊อบบี้ พ่อสัญญา" 
          "เดี๋ยวอาพาไปเปลี่ยนชุดนะเชอร์ลิน เล่านิทานให้ฟังด้วยดีมั้ย เชอร์ลินอยากฟังเรื่องอะไร" จอห์นเดินมาหาหลานสาวแล้วจับมือเตรียมจะจูงเข้าห้องนอน
          เชอร์ลินบิดมือตัวเองออกจากการกุมมือของจอห์นเล็กน้อย แล้วกระโดดลงจากตักของเชอร์ล็อคเดินเข้าห้องนอนไปโดยไม่ได้หันกลับมามองคนที่ยืนเคว้งอยู่คนเดียวด้วยความสงสัยอีกครั้ง
          "เชอร์ลิน เดี๋ยวก่อน คุยกับอาก่อน"
          "จอห์น มานี่ ไม่ต้องตามไป" เชอร์ล็อคดึงข้อมือเพื่อนร่วมแฟลตเอาไว้ "กลับไปนั่งที่เดิม ไม่ต้องตามเชอร์ลินไป"
          จอห์นมองเด็กหญิงที่เดินเข้าห้องนอนแล้วปิดประตูไปอย่างเหม่อลอย เชอร์ลินเมินเฉยต่อเขา ไม่ตอบคำถาม ไม่พูด ไม่ให้เขาจับตัวเลยแม้แต่น้อย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน.


          "คุณนายฮัตสันครับ...." เชอร์ล็อคกดเสียงต่ำแล้วหันไปหาหญิงสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้านที่ยืนตัวสั่นอย่างสำนึกผิดอยู่ใกล้ๆ
          "ชั้นขอโทษเชอร์ล็อค ชั้นขอโทษจอห์น ชั้นขอโทษทุกๆคนจริงๆ" หญิงสูงวัยพูดเสียงสั่น
          "ทำไมคุณไม่ล็อคประตูบ้าน คุณประมาทจนทำให้เชอร์ลินเปิดประตูออกไปเองได้ยังไงครับ !!!" เชอร์ล็อคทุบมือลงไปที่โต๊ะข้างตัวด้วยเสียงอันดัง "ถ้าเป็นคนแปลกหน้ามาเปิดประตูบ้านพาเชอร์ลินออกไปมันจะเป็นยังไงครับ ทำไมคุณถึงประมาทขนาดนี้ !"
          หญิงสูงวัยค่อยๆกระพริบตาไล่น้ำตาช้าๆ "ชั้นได้ยินจอห์นบอกว่าคุณอาจจะกำลังกลับมา ชั้นเลยไม่ได้ล็อคประตู เผื่อว่าคุณมาแล้วจะได้เปิดประตูเข้ามาเลย" คุณนายฮัตสันพูดทั้งน้ำตา "ชั้นขอโทษเชอร์ล็อค ชั้นไม่น่าเลยจริงๆ มันเป็นความสะเพร่าของชั้นเอง"
          "ถ้าเชอร์ลินวิ่งตามแมวออกไปแล้วเกิดอุบัติเหตุจะทำยังไงครับ ! ใครจะรับผิดชอบชีวิตลูกสาวของผม ชีวิตของคุณแลกชีวิตลูกสาวผมได้ไหมครับคุณนายฮัตสัน !!!"
          "พอแล้วเชอร์ล็อคพอได้แล้ว" จอห์นตบบ่าเพื่อนร่วมแฟลตเบาๆ "คุณนายฮัตสันเธอสำนึกผิดแล้ว และเชอร์ลินก็ปลอดภัยแล้ว อย่าตำหนิเธออีกเลย มันเป็นความผิดของชั้นเองด้วยที่ไม่ดูแลเชอร์ลินให้ดี"
          เชอร์ล็อคสบถคำหยาบคายออกมาก่อนจะขยี้ผมตัวเองแรงๆด้วยความหงุดหงิดใจ "ถ้าผมหาลูกผมไม่เจอ ผมแจ้งความจับคุณแน่ครับคุณนายฮัตสัน ข้อหาประมาทจนทำให้ลูกของผมเป็นอันตราย"
          "แต่พอเชอร์ลินหายไปคุณนายฮัตสันเธอพยายามหาแล้วเชอร์ล็อค เธอไม่ได้นิ่งนอนใจ ชั้นรู้ ชั้นเห็นร่มที่เปียกๆมันวางอยู่ตรงชั้นรองเท้าตอนก่อนชั้นจะออกไป" จอห์พูดด้วยเสียงอันเบาก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาของตนเอง "ถ้านายจะโทษใคร นายก็ต้องโทษชั้นด้วยเชอร์ล็อค ชั้นทิ้งให้เชอร์ลินอยู่ข้างล่างโดยไม่ระวัง" 
          "แต่จากที่นี่ไปถนนบรู๊คมันตั้ง 1 ไมล์เลยนะ" สารวัตรเลสเตรดพูดขึ้น "เชอร์ลินวิ่งตามแมวไปถึงถนนบรู๊คได้ยังไง"
          "เชอร์ลินไม่ได้วิ่งตามแมวไปจนถึงถนนบรู๊คหรอก แมวมันหายไปก่อนหน้านั้น" เชอร์ล็อคพูดด้วยเสียงเข้ม "พอแมวหายไป เชอร์ลินหลงทาง เลยเดินต่อไปจนกระทั่งฝนมันตก"
          "แล้วนายปิดมือถือทำไมเชอร์ล็อค นายด้วยมายครอฟ ถ้าชั้นโทรติดตั้งแต่แรก เราจะเจอเชอร์ลินเร็วกว่านี้" จอห์นถาม
          "ชั้นไปทำงานที่บ้าน 'เพื่อน' ของมายครอฟมา ที่นั่นต้องปิดมือถือ" เชอร์ล็อคพูดแล้วส่งสัญญาณทางสายตาไปหาจอห์นเล็กน้อยเพื่อจะบอกว่า 'เลสเตรดไม่รู้เรื่องเพื่อนของมายครอฟ'
          จอห์นพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "อืม..โอเค"
          "พวกคุณไปเจอเชอร์ลินที่ไหนคะ" คุณนายฮัตสันถามด้วยเสียงสั่นๆด้วยความสำนึกผิด
          เชอร์ล็อคเหลือบตามองหญิงสูงวัยด้วยสายตาที่ยังคงไว้ซึ่งความไม่พอใจ ก่อนจะพูดขึ้นมา "ตึกร้างบนถนนบรู๊ค"
          "แผนที่ในมือถือของนายมันละเอียดกว่าของชั้นหรอเชอร์ล็อค ทำไมนายระบุที่อยู่ได้แม่นยำกว่าเครื่องของชั้น" จอห์นพูดแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูแอพพลิเคชั่นตัวนั้น
          "ไม่ มันละเอียดเท่าๆกัน อัตราส่วน 50 เมตรเท่ากัน" เชอร์ล็อคพูด "ชั้นเปิดมือถือมาก็มีข้อความเด้งมาว่าเชอร์ลินอยู่ที่ถนนบรู๊ค"
          "แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าเชอร์ลินอยู่ที่ซอกตึกนั้น" จอห์นถาม
          "ตึกร้าง....ที่ถนนบรู๊คหรอ" เลสเตรดถาม "นั่นใช่ตึกที่เราเจอเชอร์ลินครั้งแรกหรือเปล่าเชอร์ล็อค"
          "ใช่ มันคือตึกที่เราเจอเชอร์ลินเป็นครั้งแรก ซอกตึกแคบๆของตึกร้างบนถนนบรู๊ค" เชอร์ล็อคพูด
          "แล้วเชอร์ลินเข้าไปทำอะไรในนั้น" จอห์นถาม "ตอนชั้นไปถึงเชอร์ลินหลับอยู่ด้วยซ้ำ"
          "ไม่ได้หลับ เชอร์ลินช็อค" เชอร์ล็อคพูด "ช็อคจากอาการตกใจสุดขีดที่เห็นแสงฟ้าผ่า แล้วก็หมดสติไป"
          "ใช่...ใช่ ชั้นได้ยินเสียงเชอร์ลินกรี๊ดมาทางโทรศัพท์แล้วก็เงียบไป ชั้นกลัวมาก คิดว่ามีใครทำร้ายเชอร์ลิน" จอห์นพูดด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย "เชอร์ลินโทรมาหาชั้น แต่ไม่ยอมพูด เอาแต่ร้องไห้แล้วกรี๊ด แล้วสัญญาณก็ตัดไป"
          "เชอร์ลินไม่ได้ตั้งใจจะโทร มือแค่ไปโดนปุ่มโทรออกก็เท่านั้น"
          "ทำไมเชอร์ลินถึงช็อค แค่เสียงฟ้าผ่ามันไม่น่าเป็นไปได้ เชอร์ลินไม่ใช่เด็กกลัวเสียงฝนตกอะไรแบบนั้นนี่คะ" คุณนายฮัตสันถาม
          "ฟ้าผ่าและถนนบรู๊คทำให้เชอร์ลินจำเหตุการณ์วันนั้นได้ ......วันที่อันนา บราวน์ถูกยิงตายบนถนนบรู๊คตอนที่มีพายุฝน เชอร์ลินจำเหตุการณ์วันนั้นได้" เชอร์ล็อคพูดแล้วหันไปหาหญิงสูงวัยอีกครั้ง "ขอเชิญคุณนายฮัตสันลงไปข้างล่างก่อนครับ ผมยังไม่พร้อมที่จะคุยกับคุณ ไม่เช่นนั้นผมจะโมโหคุณอีกครั้งที่ได้ยินเสียงของคุณ"
          "เอ่อ......แต่ว่า"
          "เชิญครับ" เชอร์ล็อคพูด
          จอห์นพยักหน้าให้หญิงสูงวัยลงไปข้างล่างตามคำสั่งของเชอร์ล็อค....เขารู้ว่าเชอร์ล็อคยังคงโมโหกับเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านพ้นไปและคงยังไม่ยอมให้อภัยในความประมาทนี้ คุณนายฮัตสันควรจะอยู่ห่างจากเชอร์ล็อคให้มากที่สุด
          "เอ่อ...ชั้นไปนะ...ถ้าต้องการอะไรเรียกชั้นได้นะ" หญิงสูงวัยพูดก่อนจะเดินลงบันไดไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาขอโทษทุกคนอีกครั้ง "ชั้นขอโทษทุกคนจริงๆ"


          "นี่มันพึ่งครบรอบ 1 ปีมาไม่กี่วันเองนะ" จอห์นพูดขึ้นเมื่อคุณนายฮัตสันลงไปข้างล่างแล้ว "ชั้นคิดว่าเชอร์ลินลืมเหตุการณ์วันนั้นไปแล้วเสียอีก เพราะเวลาไปที่ถนนนั้น เชอร์ลินก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะจำได้"
          "มันเป็นแผลในใจของเชอร์ลินที่ถูกปิดไว้ พอสิ่งเดิมๆวนกลับมาจนครบ พายุฝน ถนนบรู๊ค ตึกร้างและอยู่ลำพัง เชอร์ลินเลยจำได้ว่าแม่ตัวเองถูกยิงตายที่นี่"
          "ที่เชอร์ลินวิ่งเข้าไปอยู่ในตึกนั้นมันเป็นเพราะสัญชาตญาณในการป้องกันตัวเองจากความกลัว เธอเคยเข้าไปอยู่ในนั้นแล้วปลอดภัย พอกลัวฟ้าผ่าในครั้งนี้เลยวิ่งกลับเข้าไปในซอกตึกนั้นอีกครั้ง" มายครอฟพูดหลังจากเงียบมาสักพัก "หนีสิ่งที่อันตราย สิ่งที่กลัวแล้วเข้าไปอยู่ในที่ที่เคยเข้าไปอยู่แล้วปลอดภัย"
          "ตอนชั้นไปเจอ เชอร์ลินร้องไห้หาแต่แม่กับบ๊อบบี้......เออใช่ มีเพ็กกี้ด้วย เชอร์ลินพูดชื่อบ๊อบบี้กับเพ็กกี้ออกมา" จอห์นพูด "ถ้าบ๊อบบี้เป็นชื่อแมวแล้วเพ็กกี้คือชื่อตัวอะไร"
          "เพ็กกี้?" ทุกคนทวนชื่อนั้นออกมาพร้อมกัน
          "ใช่ เชอร์ลินร้องว่าจะหาหม่าม้า บ๊อบบี้ เพ็กกี้อย่าไป เพ็กกี้ไม่ไป อะไรประมาณนี้" จอห์นพูด
          "ทำไมเชอร์ลินให้หาแต่บ๊อบบี้ ทำไมไม่ให้หาเพ็กกี้ไปด้วยล่ะ" เลสเตรดขมวดคิ้วสงสัย 
          จอห์นหันไปหาเชอร์ล็อคแล้วพูดด้วยเสียงผิดหวัง "นายคงต้องไปถามเองแล้วเชอร์ล็อค เพราะเชอร์ลินไม่คุยกับชั้น" 
          "ปัญหาด้านความไว้วางใจ" มายครอฟพูดขึ้นลอยๆ "อาการที่เชอร์ลินเป็นคือปัญหาด้านความไว้วางใจ เธอจะไม่พูด ไม่ตอบโต้บทสนทนากับคนที่เธอไม่ไว้ใจ"
          "อาการนี้เชอร์ลินเคยเป็นตอนที่เสียแม่ไปในช่วงแรก เชอร์ลินไม่พูดอะไรเลยเพราะไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น จนกระทั่งชั้นพาไปที่หลุมฝังศพของอันนาตามคำแนะนำของมายครอฟ แล้วเชอร์ลินก็ยอมพูดกับเรา" เชอร์ล็อคพูด "เพราะเราทำให้เชอร์ลินไว้ใจได้ว่าเราไม่ได้มาทำร้ายเธอ และเราสามารถพาเธอไปหาแม่ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ"
          "ที่เชอร์ลินกลับมาเป็นอีกครั้งเพราะพวกนายเอาเชอร์ลินออกมาจากโรงพยาบาลก่อนที่จะรักษาอาการนี้หาย" เลสเตรดพูด "จิตแพทย์ของโรงพยาบาลกำลังทำการรักษาอยู่ แล้วพวกนายก็เอาเชอร์ลินออกมาจากคดี มันเป็นความผิดของพวกนาย"
           "นายก็เห็นอยู่ว่าเชอร์ลินไม่ให้ความร่วมมือกับจิตแพทย์และทีมตำรวจของนาย เธอไม่พูดอะไร แล้วจะตอบสนองการรักษาได้ยังไง" เชอร์ล็อคพูดกับนายตำรวจ
          "แล้วคนที่เชอร์ลินไม่ไว้ใจมันควรจะเป็นชั้นหรอ" จอห์นชี้นิ้วไปที่ตัวเองด้วยความตกใจ "เชอร์ลินไม่ไว้ใจชั้นอย่างนั้นหรอ"
          "ไม่ใช่จอห์น ไม่ใช่อย่างนั้น" เชอร์ล็อคลุกขึ้นเดินมาหาจอห์นที่นั่งอยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้าม "เชอร์ลินไม่ได้ไม่ไว้ใจนาย เชอร์ลินแค่กลัวจนลืมบางอย่างไปชั่วคราวก็เท่านั้น"
          "สิ่งที่เชอร์ลินลืมก็คืออาแบบชั้นสินะ เชอร์ลินถึงไม่คุยกับชั้น เรียกก็ไม่มาหา จับตัวก็ไม่ได้" จอห์นพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ....เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจกลัวสุดขีด เชอร์ลินเลือกที่จะลืมอาจอห์นอย่างเขาอย่างนั้นหรือ...
          "จอห์น....อย่าคิดแบบนั้น" เชอร์ล็อคบีบหัวไหล่ของเพื่อนร่วมแฟลตเบาๆ "เชอร์ลินไม่พูดกับใครเลย ไม่ใช่แค่นายคนเดียว นายเห็นมั้ยจอห์น เลสเตรดถาม คุณนายฮัตสันถาม เชอร์ลินก็ไม่ตอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้พอลูกได้แมวคืนมา เชอร์ลินก็จะหายเป็นปกติ เหมือนที่เราเคยพาเชอร์ลินไปหาอันนาไง นายจำได้มั้ย"
          "ทำไมเชอร์ลินจำได้แต่นาย ทำไมถึงคุยแต่กับนาย ชั้นเลี้ยงเชอร์ลินแย่เกินไปหรือเปล่า พอถึงวันหนึ่งที่เชอร์ลินเลือกที่จะไม่ไว้ใจใครซักคน คนๆนั้นก็เป็นชั้น" จอห์นพูดเสียงแผ่ว "ชั้นคงดุเชอร์ลินมากไป ในใจลึกๆเชอร์ลินเลยไม่ไว้ใจชั้น"
          "จอห์น....มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะ" เชอร์ล็อคจับมือที่สั่นเล็กน้อยของจอห์นมากุมไว้ "นายเป็นอาที่ดี นายรักเชอร์ลิน เชอร์ลินก็รักนาย รักมากๆ  นายเลี้ยงเชอร์ลินให้เป็นเด็กดี ทุกอย่างเพราะนายนะจอห์น ที่เชอร์ลินเป็นแบบนี้ไม่ใช่ความผิดของนายเลยแม้แต่นิดเดียวเลยนะ"
          "ถ้าสิ่งที่เชอร์ลินเป็นอยู่ตอนนี้คือปัญหาของการไว้ใจอย่างที่เคยเป็นจริง สิ่งที่เราควรจะสนใจคือทำไมเชอร์ลินไว้ใจเชอร์ล็อคตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอมาจนถึงเหตุการณ์คล้ายๆเดิมวนกลับมาอีกครั้ง เชอร์ลินก็ยังเลือกที่จะไว้ใจเชอร์ล็อคมากกว่าคนอื่นอีกครั้งต่างหาก" มายครอฟพูด "สิ่งที่เราต้องรู้คือทำไมเชอร์ลินเลือกเชอร์ล็อค ไม่ใช่คนอื่น"
          "เพราะเชอร์ล็อคเป็นพ่อไง เชอร์ลินต้องหาพ่ออยู่แล้ว" จอห์นพูด
          "ไม่ใช่" เชอร์ล็อคพูด "เชอร์ลินไม่ได้ออกมาหาชั้นทันทีที่ได้ยินเสียงของชั้น แต่เชอร์ลินยอมออกมาก็ตอนชั้นพูดว่าชั้นชื่อ 'เชอร์ล็อค โฮมส์'"
          "ความจริงเชอร์ลินก็อาจจะจำเชอร์ล็อคไม่ได้เหมือนกัน แต่เพราะเขาบอกว่าเขาคือเชอร์ล็อค โฮมส์และเป็นพ่อของเชอร์ลิน เชอร์ลินเลยไว้ใจเขาต่างหาก" มายครอฟอธิบาย
          "เหมือนวันที่เจอเชอร์ลินวันแรกเลย....ไม่มีใครจับตัวเชอร์ลินได้ จนกระทั่งเชอร์ล็อคมา" เลสเตรดพูด "แค่เชอร์ล็อค พูดชื่อตัวเอง เชอร์ลินก็ออกมาจากซอกตึกนั้นมาให้เชอร์ล็อคอุ้มด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย" 
          "นายเลยใช้วิธีเดียวกันกับเมื่อปีที่แล้ว คือบอกว่าตัวเองเป็นใคร เพื่อเรียกเชอร์ลินออกมาอย่างนั้นหรอ" จอห์นเงยหน้าถามคนที่สูงกว่า 
          "อืม..ใช่" เชอร์ล็อคยอมรับ
          "โถ่เว้ย ! ถ้าชั้นพูดว่าชั้นเป็นเชอร์ล็อค โฮมส์บ้างตั้งแต่แรก เชอร์ลินก็คงออกมาหาชั้นแล้ว" จอห์นโวยวายด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย 
          "นายเป็นเชอร์ล็อค โฮมส์ไม่ได้หรอก เพราะนายไม่ได้ฉลาดเหมือนชั้น" เชอร์ล็อคยิ้มเล็กน้อยให้กับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
          จอห์นเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะสะบัดมือที่ถูกกุมอยู่ด้วยความไม่พอใจ "ไม่ต้องมาจับชั้นเลย"
          "ถ้าอย่างนั้น ไม่มีอะไรแล้ว ชั้นกลับแล้วนะ พรุ่งนี้เย็นชั้นจะมาเยี่ยมเชอร์ลินใหม่" เลสเตรดพูด "คือ....ถ้าพวกนายอนุญาตอ่ะนะ เลิกงานแล้วชั้นจะมา"
          "ขอบคุณมากนะเกร็ก ขอบคุณมากจริงๆที่นายมา ตอนนั้นชั้นไม่รู้จะทำยังไงจริงๆเพราะโทรหาสองคนนี้ไม่ติดเลย" จอห์นกล่าว "ชั้นคงไม่ต้องแจ้งความจับแมวใช่มั้ย ที่ทำให้เชอร์ลินออกจากบ้านไป"
          "ไม่เป็นไรหรอกจอห์น เชอร์ลินก็หลานชั้นนะ ชั้นคงอยู่ไม่ได้แน่ๆถ้าไม่รู้ว่าเชอร์ลินหายไปไหน" สารวัตรเลสเตรดตอบ "พรุ่งนี้เย็นชั้นจะขอมาเห็นหน้าคนลักพาตัวเชอร์ลินที่ชื่อบ๊อบบี้หน่อยก็แล้วกันว่าหน้าตาเป็นยังไง ถึงมาพาเชอร์ลินออกจากบ้านไปได้"
          "นายก็ไปอาบน้ำได้แล้วจอห์น ตัวเปียกจนแห้งหมดแล้ว" เชอร์ล็อคพูด "คืนนี้ชั้นจะดูแลเชอร์ลินเอง ไม่ต้องห่วงนะ" 
          "ถ้าเชอร์ลินตื่นกลางดึก หรือเป็นไข้ นายต้องขึ้นไปเรียกชั้นนะเชอร์ล็อค"
          "โอเค ได้" เชอร์ล็อคยิ้ม
          จอห์นพยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าห้องของเชอร์ล็อค เขาเอาหูแนบไปที่ประตูเพื่อฟังเสียงในห้องอยู่ซักครู่ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินขึ้นห้องนอนของตนเองที่อยู่ชั้นบนไป
          ทางด้านมายครอฟเมื่อลากับสารวัตรเลสเตรดแล้ว เขาก็เดินมาช่วยน้องชายเปิดผ้าม่าน แล้วใช้เชือกรัดผ้าม่านดังเดิมอย่างที่มันควรจะเป็น...ฝนหยุดตกแล้ว ไม่มีแสงฟ้าผ่าให้เชอร์ลินกลัวอีกแล้ว สองพี่น้องมองออกไปนอกหน้าต่างเงียบๆกันซักพัก


          "มีคนใช้แมวมาล่อให้เชอร์ลินออกไปในวันที่เราเผลอ" เชอร์ล็อคพูดขณะที่สายตายังมองออกไปนอกหน้าต่าง
          "บ๊อบบี้อาจเป็นชื่อแมวที่เชอร์ลินเคยเลี้ยงสมัยก่อนที่จะมาอยู่กับเรา" มายครอฟเสริมต่อ "เขาใช้แมวที่เหมือนกับบ๊อบบี้มาหลอกให้เชอร์ลินออกไปโดยที่เขาไม่ต้องลงแรงอะไรมากเลย"
          "แต่ถ้าคุณนายฮัตสันล็อคประตูอย่างดี เชอร์ลินก็จะออกไปไม่ได้ แผนนี้ก็จะไม่สำเร็จ" เชอร์ล็อคพูด
          "เขาต้องหาวิธีได้อยู่แล้ว อาจจะไปที่โรงเรียน หรือที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น" มายครอฟพูด "วันนี้โชคดีไปที่เขาเอาเชอร์ลินออกจากบ้านไปได้ แต่โชคร้ายที่จอห์นตามไปทัน"
          "เขาไม่ได้จะลักพาตัวเชอร์ลิน เขาแค่ต้องการให้เชอร์ลินไปที่ถนนบรู๊คตามลำพังเท่านั้น"
          มายครอฟหันมามองหน้าน้องชายด้วยความสงสัย "ทำไมคิดแบบนั้น เอาแมวที่อาจจะมีหน้าตาเหมือนแมวของเชอร์ลินมาหลอกล่อเชอร์ลินขนาดนี้เพื่ออะไรถ้าเขาไม่คิดจะลักพาตัว"
          "เชอร์ลินเป็นหลานนาย ถ้าเขาลักพาตัวเชอร์ลินเขาจะพาเชอร์ลินไปไหนได้ล่ะ คนของนายมีอยู่ทั่วไปทั้งที่แสดงตัวได้ และแสดงตัวไม่ได้" เชอร์ล็อคพูด "เขาแค่ต้องการย้ำเตือนเหตุการณ์ปีที่แล้วเท่านั้น"
          "ย้ำเตือนใคร ย้ำเตือนเชอร์ลินว่าอันนา บราวน์ตายตรงนี้น่ะหรือ" มายครอฟถาม
          "นั่นมันก็อาจจะใช่ เขาอาจจะแค่กระตุ้นความทรงจำของเชอร์ลินด้วยเหตุการณ์คล้ายๆเดิม" เชอร์ล็อคพูดเสียงเครียด "หรืออาจกระตุ้นพวกเราทุกคน ให้เราระลึกว่าเชอร์ลินมาอยู่กับพวกเราได้ยังไง"
          "เขาไม่ได้ต้องการตัวเชอร์ลิน เขาแค่ต้องการกระตุ้นความทรงจำพวกเราทุกคนอย่างนั้นสินะ" มายครอฟพูดย้ำความคิดของน้องชาย
          "เราคงต้องหาแมวตัวนั้นให้เจอ เผื่อจะรู้อะไรเพิ่มเติม"
          "แล้วเพ็กกี้ล่ะ จอห์นบอกว่าเชอร์ลินพูดชื่อเพ็กกี้ด้วยเช่นกัน" มายครอฟถาม
          เชอร์ล็อคถอนหายใจเบาๆ "มันอาจจะเป็นสิ่งต่อไปที่เชอร์ลินอาจจะร้องหาอีกในอนาคต เหมือนกับที่เคยเงียบไม่พูดกับใครเพราะอยากเจอแม่ และจะพูดกับคนที่พาไปหาแม่ได้ ครั้งนี้ก็จะหาบ๊อบบี้ และอาการที่ไม่ยอมพูดกับคนอื่นนอกจากชั้นก็คงจะหายไปเมื่อเราหาแมวตัวนั้นเจอ" เชอร์ล็อคพูด "เพ็กกี้อาจจะเป็นสิ่งต่อไปที่จะมีผลกับจิตใจของเชอร์ลิน"
          "เราต้องหาแมวตัวนั้นและสืบหาเพ็กกี้ต่อไปว่ามันคืออะไรก่อนที่เชอร์ลินจะงอแงขึ้นมาอีกครั้ง" มายครอฟพูด
          "ใช่ .... เราต้องหาให้เจอ"














*****************************************

ช่วงนี้มีคนกด Fav. เรื่องนี้เพิ่มขึ้นเยอะมากอย่างงงๆ วีคนี้เรายังไม่ได้อัพอะไรเพิ่มเลยนะ พึ่งอัพเมื่อวานเอง 555555 ทักทายสมาชิกใหม่ทุกๆคนค่ะ เป็นแฟนคลับจอห์นล็อคเหมือนกันใช่มั้ย อิอิ  และทักทายสมาชิกเดิมที่แวะเวียนมาอ่านนะคะ ช่วงนี้ช่วงสอบหรือเปล่านะ ไม่ค่อยมีใครอัพนิยายเลยแฮะ (เราก็กด Fav.ไว้หลายเรื่องอยู่นะ) ถ้าใครกำลังสอบอยู่ก็สู้ๆค่ะ เราเป็นกำลังใจให้ เราผ่านจุดนั้นมาหลายปีแล้ว 5555555 ตายแล้ววว ชั้นพูดอะไรออกไป.....

 วีคหน้าจะพยายามกลับสู่สภาวะปกติแล้วค่ะ เดี๋ยวขอปรับสมองแปบ แล้วจะวิ่งไปอัพคู่พี่ไมค์กับสารวัตรนะคะ ใครเป็นแฟนคลับเรื่องนู้นด้วย อดใจรอแปบนึงน้าาา  : )


ฝาก Keep An Eye On You ด้วยค่ะ เผื่อสมาชิกใหม่ๆจะสนใจนะ





ปล.นี่มีใครอยากจะพูดคุยกับเรามั้ยเนี่ย แอบแปะทวิตเตอร์ตัวเองได้มั้ย เผื่อมีคนสนใจจะเป็นเพื่อนกับเราในชีวิตจริง 
 เราไม่ได้บ้านะ ไม่กัดด้วยฉีดยาแล้ว  55555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #346 despasito (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 15:20
    หน่วงแทนจอร์นมากเลย
    #346
    0
  2. #139 Rainbow_Jang (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 11:08
    จอร์นคงน้อยใจมาก
    #139
    0
  3. #81 raining (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 00:57
    แพ็กกี้คือชื่อเก่าของเชอร์ลินสินะคะ 
    สงสารจอห์นจัง จู่ๆก็โดนเด็กปฏิเสธคงช็อกน่าดู
    สงสารเชอร์ลินด้วย อุตส่าห์จะได้ชีวิตใหม่แล้วแท้ๆ
    แต่ก็ลุ้นนะคะ ในที่สุดเนื้อเรื่องหลักก็เดินหน้าแล้ววว
    รอดูคนที่ทำเรื่องนี้ไวๆค่ะ~
    #81
    0
  4. #80 Junior Prince LP (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 10:00
    สงสารหนูเชอร์ลีนอาการยังไม่หายเลย คงฝังใจน่าดู

    สงสารอาจอนห์ด้วย โถวว เชอร์ลีนอาเขาเป็นห่วงนะหนู
    #80
    0