[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 25 : Unspoken ตอนที่ 23 : Lost

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

          ช่วงเวลาแห่งการอำลาได้มาถึงอีกครั้ง คุณนายโฮมส์ยืนอยู่หน้าประตูบ้านด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยเมื่อรู้ว่าถึงเวลาที่ลูกชายที่รักทั้งสองรวมถึงหลานสาวตัวน้อยจะต้องกลับลอนดอนเพื่อไปใช้ชีวิตตามปกติหลังจากมาพักผ่อนและฉลองวันเกิดของเชอร์ลินที่บ้าน ณ เมืองลีดส์แห่งนี้เป็นเวลา 2 วันกับ 1 คืน
          จอห์น วัตสันและสารวัตรเกร็ก เลสเตรดผู้เป็นแขกของบ้านช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางขึ้นรถในระหว่างที่สองพี่น้องตระกูลโฮมส์กำลังบอกลาคุณโฮมส์และคุณนายโฮมส์ผู้เป็นพ่อแม่ แม้ว่าคุณโฮมส์บอกว่าจะให้ลูกชายทั้งสองเป็นคนเอาขึ้นรถเองเพราะคุณหมอและสารวัตรเป็นแขกของบ้าน แต่ทั้งสองก็ยินดีที่จะช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถด้วยตัวเองมากกว่า....ทั้งสองอยากให้สองพี่น้องสุดยอดอัจฉริยะได้อยู่กับพ่อและแม่ของตนเองบ้าง เผื่อว่าสองคนนั้นอยากทำตัวเป็นเด็กๆ อ้อนพ่อกับแม่ก่อนจะกลับไปทำงานกันต่อที่ลอนดอน
           "รีบกลับกันจังเลย น่าจะอยู่กับแม่กันอีกซัก 2-3 วัน ลูกสองคนไม่ได้กลับบ้านมาพร้อมกันๆกันหลายปีแล้วนะ" คุณนายโฮมส์พูดขณะเดินมาส่งลูกชายที่หน้าประตูบ้าน
           "พรุ่งนี้วันจันทร์ผมมีประชุมสภาครับหม่ามี้ ไม่เข้าประชุมคงจะไม่ได้" มายครอฟตอบ "เกร็กเขาก็มีงานตอนเช้าด้วยครับ"
          "ข้าราชการนี่งานน่าเบื่อเสียจริง เข้างานกันทุกเช้าวันจันทร์" ผู้เป็นแม่พูดด้วยเสียงเบื่อหน่าย ก่อนจะหันมาหาลูกชายคนโปรด "เชอร์ลล่ะ เชอร์ลไม่ได้ทำงานประจำนะลูก ทำไมกลับเร็วจังเลย บอกจอห์นให้อยู่อีกซักวันสิ"
          "หม่ามี้ครับ เชอร์ลินยังไม่ปิดเทอมเลย หลานตัวเล็กของหม่ามี้ต้องกลับไปโรงเรียนแล้วครับ" เชอร์ล็อคพูด "อีกอย่างผมมือเจ็บด้วย จอห์นเขาไม่ให้ขับรถกลับเอง ก็เลยต้องกลับพร้อมคนอื่นๆ เพราะจอห์นเขาจะมาขับรถแทนผมก็ไม่ได้ เขาขับรถไม่เป็น"
          "แล้วเมื่อไหร่จะกลับกันมาอีก แม่ของลูกเขาคงเฉาแน่ๆ ทุกคนกลับพร้อมกันหมดเลย" คุณโฮมส์พูด
           "เดี๋ยวปิดเทอมฤดูหนาวจะพาเชอร์ลินมาใหม่นะครับ รอบนี้จะพามาอยู่หลายๆวันเลย" เชอร์ล็อคยิ้ม "รอบหน้าหม่ามี้ต้องเตรียมขนมไว้ขุนลูกหมูตัวน้อยๆ หลานสาวของหม่ามี้เยอะๆเลยนะครับ"
          "รอบหน้ากลับมาจะโตอีกแค่ไหนนะเชอร์ลี่หลานย่า" หญิงสูงวัยลูบหัวหลานสาวตัวเล็กที่ยืนส่งยิ้มน่ารักมาให้ "มารอบหน้าต้องสูงกว่านี้อีกนะ"
          "ได้เลยค่ะคุณย่า รอบหน้าเชอร์ลินกลับมาจะสูงกว่านี้อีก เชอร์ลินจะกินเยอะๆจะได้โตไวๆ" เด็กหญิงพูด
          "ยังจะกินเยอะกว่านี้อีกหรอเชอร์ลิน" เชอร์ล็อคพูดแล้วอุ้มลูกสาว "หนักกว่านี้พ่อกับอาจอห์นก็อุ้มไม่ไหวแล้วนะ"
          "ไม่เอา คุณพ่อต้องอุ้มให้ไหว เชอร์ลินจะเยอะๆแล้วก็ให้คุณพ่อกับอาจอห์นอุ้มทุกวันเลย" เด็กหญิงพูดแล้วกอดคอผู้เป็นพ่อแน่น
          "กินเก่งสมกับเป็นลูกจอห์น วัตสันเสียจริง" มายครอฟหัวเราะเบาๆ
          เชอร์ล็อคหันไปมองหน้าพี่ชายก่อนจะพูดขึ้นมา "อย่าพูดให้จอห์นได้ยินเขาจะคิดมาก เลสเตรดก็ห้ามได้ยินด้วย"
          "กลับมาครั้งหน้าจะมีข่าวดีกันมั้ย" ผู้เป็นแม่ถามด้วยใบหน้ายิ้ม "แม่จะเตรียมแหวนแต่งงานรอเลยนะ"
          "เชิญลูกชายคนโตของหม่ามี้ก่อนเลยครับ" เชอร์ล็อคพูด "ของผมมันคงเป็นไปไม่ได้"
          "นี่ลูกแม่เป็นอะไร ตอนเด็กๆไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ" คุณนายโฮมส์พูด "ลูกแม่ไม่เคยอ่อนแอ ไม่เคยยอมแพ้อะไรแบบนี้เลย" 
          "ผมใช้ชีวิตอยู่บนหลักเหตุผลไงครับหม่ามี้ ผู้ชายจะรักกันได้ยังไง ตามทฤษฎีแล้วมันเป็นไปไม่ได้" เชอร์ล็อคพูด
          "ถ้าเขาไม่รักลูกเขาจะอยู่กับลูกหรือเชอร์ล" ผู้เป็นแม่พูด "เขาอยู่กับลูกในวันที่ลูกอารมณ์ไม่ดี ในวันที่ลูกเหนื่อย ในวันที่ลูกหงุดหงิดใส่เขา เขาพร้อมจะบอกลูกว่าทำแบบนี้ไม่ดี ทำแบบนี้ไม่ได้ คนที่อยู่กับลูกในวันที่ลูกนิสัยไม่น่ารัก ถ้าเขาไม่รักลูก เขาอยู่กับลูกทำไม ไหนบอกแม่ซิ"
          "เพราะเชอร์ลินหลานหม่ามี้ไงครับ" ลูกชายคนเล็กตอบ "เขารักเชอร์ลินมาก เขาเลยไม่ยอมให้ผมเลี้ยงเชอร์ลินคนเดียว เขาคงกลัวเชอร์ลินโตมาแล้วนิสัยไม่ดีแบบผม"
          "พ่อเคยสอนให้ลูกรักษาเวลา นั่นไม่ใช่แค่หมายถึงตรงต่อเวลาเท่านั้น พ่อหมายถึงให้ลูกเห็นคุณค่าของเวลาด้วย" ผู้เป็นพ่อพูดหลังจากเงียบมาสักพัก "เมื่อเข็มวินาทีมันเดินผ่านไปแล้ว มันจะไม่ย้อนกลับมาอีก ลูกเข้าใจไหมเชอร์ล็อค"
          "เหมือนกับถ้าผมเสียเขาไปแล้ว ผมจะไม่มีวันได้เขาคืนกลับมาอีก...." เชอร์ล็อคพูด "ผมมีความสุขดีแล้วกับการมีเขาอยู่กับผมตรงนี้ครับ ผมพอใจดีแล้ว"

          "เก็บของเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงจอห์นวัตสันดังขึ้นมาจากข้างหลัง หลังจากที่เขาขนกระเป๋าทั้งหมดขึ้นรถแล้ว
          "ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องกลับกันแล้วสินะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะถึงลอนดอนค่ำมืด มันอันตราย" คุณโฮมส์พูดแล้วตบบ่าลูกชายคนเล็กเบาๆ "กลับไปแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ อย่าลืมในสิ่งที่พ่อกับแม่พูดนะเชอร์ล็อค"
          "ครับคุณพ่อ" เชอร์ล็อคตอบรับเสียงเบา
          "ดูแลตัวเองกันดีๆนะลูก" คุณนายโฮมส์ยื่นมือไปลูบศรีษะลูกชายทั้งสอง "แม่จะรอฟังข่าวดีอยู่ที่บ้านนะ"
          สองพี่น้องตระกูลโฮมส์เข้าไปกอดผู้เป็นแม่พร้อมกัน...คำพูดนับพันคำได้ส่งต่อหากันผ่านอ้อมกอดอบอุ่นนี้โดยไม่ได้มีใครพูดอะไรออกไป
          "ตั้งใจเรียนนะเชอร์ลิน ปิดเทอมแล้วมาหาปู่กับย่าใหม่นะ ปู่จะให้ย่าทำขนมรอ" คุณโฮมส์พูดแล้วลูบผมหลานสาวเบาๆ
          "ได้ค่ะ เชอร์ลินจะตั้งใจเรียนและตั้งใจกินเยอะๆด้วยค่ะ" เชอร์ลินพูด
          "ลูกหมูจริงๆเลย" จอห์นพูดแล้วดึงแก้มหลานสาวเบาๆ "อ้วนกว่านี้คุณพ่ออุ้มไม่ไหวแล้วเชอร์ลิน"
          "จอห์น...." คุณนายโฮมส์เรียกคุณหมอหนุ่มด้วยเสียงอ่อนโยน
          "ครับคุณแม่"
          "แม่ฝากดูแลเชอร์ลแทนแม่ที่อยู่ที่นี่ด้วยนะ ถึงเขาจะดื้อ จะเอาแต่ใจ จะไม่น่ารักยังไง อย่าทิ้งให้เขาอยู่ลำพังอย่างที่ผ่านมาได้ไหม"
          จอห์นเหลือบตามองคนข้างตัวที่ยืนนิ่งๆไม่ได้เอ่ยอะไร คุณหมอหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา "ได้ครับคุณแม่ ผมจะดูแลเขาแทนคุณแม่เองครับ"
          คุณนายโฮมส์ยิ้มแล้วหันไปพูดกับลูกชายคนเล็ก "จอห์นเขารับปากแม่แล้ว แล้วลูกล่ะเชอร์ล จะดูแลจอห์นกับเชอร์ลินดีๆหรือเปล่า ให้จอห์นเขาดูแลลูกอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้นะ"
          "ถึงหม่ามี้ไม่บอก ผมก็ดูแลเขากับลูกดีอยู่แล้วครับ" เชอร์ล็อคอ้อมแอ้มตอบเบาๆแล้วเหลือบไปมองคุณหมอตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆเล็กน้อย
           "ผมกลับแล้วนะครับคุณพ่อหม่ามี้" มายครอฟกล่าวอำลาอีกครั้งก่อนที่ทุกคนจะกล่าวอำลาหญิงชายสูงวัยเจ้าของบ้านทั้งสองและแยกย้ายไปขึ้นรถตามที่ตกลงกันไว้


           เชอร์ล็อค โฮมส์ที่มือเจ็บถูกห้ามจากจอห์น วัตสันไม่ให้ขับรถกลับลอนดอนด้วยตัวเอง เขาจึงต้องให้พี่ชายอย่างมายครอฟ โฮมส์ผู้เป็นเจ้าของรถ Land Rover Evoque ขับกลับไปโดยมีเขาเป็นผู้โดยสาร ส่วนจอห์น วัตสันและเชอร์ลินก็นั่งรถ Ford Fiesta ของสารวัตรเกร็ก เลสเตรดกลับลอนดอนไปเพราะไม่ต้องการให้สารวัตรขับรถกลับลำพัง
          ในทีแรก เชอร์ล็อคจะกลับรถคันเดียวกับจอห์นและลูกสาว แต่ว่าเขาถูกพี่ชายลากตัวขึ้นรถคันนี้มาเสียก่อนจึงจำเป็นต้องแยกจากคุณหมอชั่วคราว เขานั่งเงียบๆไม่ได้พูดอะไรสักพักนับตั้งแต่รถเคลื่อนตัวออกจากบ้านจนกระทั่งมายครอฟยื่นโทรศัพท์มือถือสีดำเครื่องเล็กมาให้
          "อะไรล่ะ" เชอร์ล็อคถามเมื่อรับโทรศัพท์มือถือของพี่ชายมาถือไว้
          "ที่นายบอกเมื่อคืนนี้ คนของชั้นไปตรวจดูให้แล้ว"
           เชอร์ล็อคกดปลดล็อคโทรศัพท์มือถือของพี่ชายแล้วเลื่อนดูรูปภาพในโทรศัพท์มือถือช้าๆ รูปที่ปรากฏบนจอโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กนั้นคือรูปภาพป้ายหลุมศพที่เขาเคยไปมา 2 ครั้งในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มันคือป้ายหลุมศพของอันนา บราวน์ แม่ของเชอร์ลิน โฮมส์ที่จากไปเมื่อ 1 ปีก่อน
          "มีรอยเท้าอยู่รอบๆป้ายหลุมศพจริง เป็นรอยใหม่ๆอย่างที่นายบอก" มายครอฟพูด
          "รอยรองเท้าส้นสูงของผู้หญิง มันยังใหม่อยู่ เจ้าของรอยนั้นน่าจะมาที่ป้ายหลุมศพก่อนหน้าชั้นประมาณ 3 ชั่วโมงเพราะมันเป็นรอยที่เกิดก่อนฝนจะตก" เชอร์ล็อคพูดขณะดูรูปภาพนั้น "ชั้นพาเชอร์ลินไปวางดอกไม้ระลึกถึงครบรอบวันที่หม่าม้าของเชอร์ลินจากไปหลังจากฝนหยุดตกไปแล้ว 1 ชั่วโมง"
          "เดี๋ยวนี้นายรู้จักใช้คำเลี่ยงนะ" มายครอฟแซวน้องชาย "ใช้คำว่า 'จากไป' แทนคำว่า 'ตาย'"
          "จอห์นเขาไม่ชอบคำว่าตาย เขาบอกว่าฟังแล้วรู้สึกไม่ดี เขาเลยให้ใช้คำนี้แทน" เชอร์ล็อคพูดแล้วเปิดดูรูปต่อไปเรื่อยๆ "แล้วคนของนายว่ายังไงอีกบ้าง มันเป็นรอยเท้าของใคร"
          "เป็นรอยรองเท้าส้นสูงของเคต สเปด แบรนด์รองเท้าชื่อดังของอเมริกา" มายครอฟพูด "เทียบจากขนาดแล้วคิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้สูงมากเพราะเธอใส่รองเท้าแค่เบอร์ 7 เท่านั้น"
          "นายเชี่ยวชาญเรื่องรองเท้าผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่"
          "ต้องไม่ลืมนะว่าชั้นมีเลขาเป็นผู้หญิงถึง 5 คน" มายครอฟพูด "เคต สเปด เป็นแบรนด์โปรดของเบลลี่ย์เลขาของชั้น ชั้นเห็นแค่รอยรองเท้าในรูปก็รู้แล้วว่าเป็นรองเท้าแบรนด์อะไร"
          "แบรนด์ชื่อดังของอเมริกาก็จริงแต่คงไม่สามารถระบุได้ว่าเธอเป็นคนอเมริกันหรือเปล่า" เชอร์ล็อคพูด "แฟชั่นมันไร้ขีดกั้น รองเท้าผลิตในอเมริกาแบบหนึ่งก็มีวางขายกันทั่วโลก"
          "ผู้หญิงยุโรปจะไม่ค่อยชอบรองเท้าแบรนด์นี้กันเสียเท่าไหร่ อย่างเช่นแอนเทียร์เธอจะใส่แต่รองเท้าคริสเตียนลูบูแตงของฝรั่งเศสเท่านั้น" มายครอฟพูด "รองเท้าส้นสูงที่ดีต้องมาจากอิตาลีหรือฝรั่งเศสไม่ใช่อเมริกันแบบนี้"
          "นายจะพยายามบอกว่าผู้หญิงที่มาวนเวียนรอบป้ายหลุมศพของอันนาเป็นคนอเมริกันใช่มั้ย" เชอร์ล็อคถาม "แล้วผู้หญิงอเมริกันมาทำอะไรที่ป้ายหลุมศพของผู้หญิงอังกฤษ"
           "เราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอันนาเลย" มายครอฟพูด "เรารู้เพียงแค่เธอมีลูกสาวและมีเพื่อนที่ติดต่อกันอยู่ก่อนจะตาย"
          "แต่เราปิดเรื่องหลุมศพนี้เป็นความลับ แม้แต่เลสเตรดที่เป็นตำรวจเจ้าของคดีนี้ยังไม่รู้เลย แล้วผู้หญิงคนนี้รู้ได้ยังไงว่านี้คือป้ายหลุมศพของใครในเมื่อที่ป้ายไม่มีชื่อของอันนาติดไว้"
          "เธออาจจะสะกดรอยนายหรือจอห์น"
          "จอห์นไม่เคยไปที่นั่นอีกนับตั้งแต่พาเชอร์ลินไปครั้งแรก"
          "การสะกดรอยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ถูกติดตามไปที่นั่นอีกครั้งหรอกเชอร์ล็อค การสะกดรอยมันมีหลากวิธีมากซึ่งแม้แต่ตัวนายหรือจอห์นที่เป็นทหารมาก่อนยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ" มายครอฟพูด
          "โอ้ใช่ ชั้นลืมไปว่ามีพี่ชายเป็นสายลับที่เชี่ยวชาญด้านการสะกดรอย" เชอร์ล็อคพูดด้วยน้ำเสียงขำขันเล็กน้อย "แล้วคุณมายครอฟ โฮมส์ผู้อำนวยการหน่ววยข่าวกรองมีอะไรจะบอกประชาชนแบบผมให้รู้อีกบ้างครับถึงได้ลากผมขึ้นรถมาด้วยแบบนี้"
          "มอร์ริอาร์ตี้เคลื่อนไหวแล้ว" 
          เชอร์ล็อคหันไปมองหน้าพี่ชายทันทีที่ได้ยินชื่อของใครบางคนที่ไม่ได้ยินมาเป็นเวลานาน "เขากลับมาทำไม"
          "นั่นคือสิ่งที่คนของชั้นกำลังตามอยู่" มายครอฟพูด "เขากลับมาทำไมหลังจากเงียบหายไปเป็นปี"
          "ชั้นคิดว่าเขาอกแตกตายไปแล้วเสียอีกที่ไม่สามารถวางระเบิดเครื่องบินที่มีประธานธนาคารโลกเป็นผู้โดยสารได้สำเร็จเพราะชั้นหาวิธีปลดระเบิดนั้นได้ก่อน" เชอร์ล็อคพูด "หมอนั่นมีแต่พวกลูกน้องกระจอกๆก็คงทำได้แค่นั้นนั่นแหละ"
          "สายของชั้นรายงานมาว่าเขาเข้าออกประเทศมอสเซียร์บ่อยมากในช่วงนี้โดยไม่ปกปิดตัวตน เขาใช้พาสปอร์ตนักท่องเที่ยวเข้าประเทศนั้นตามปกติ"
          "ประเทศอะไรไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน" เชอร์ล็อคถาม
          "คนไม่สนใจข่าวสารบ้านเมืองแบบนายจะไปรู้เรื่องอะไร" มายครอฟพูด "ประเทศมอสเซียร์เป็นประเทศเล็กๆที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตมาก่อน พอโซเวียตจะล่มสลายจะแตกเป็นประเทศเล็กๆ บอสเซียร์ก็ปิดประเทศไม่ให้ใครเข้าไป จนกระทั่งพึ่งเปิดประเทศเมื่อไม่นานมานี้"
          "มอร์ริอาร์ตี้คงไม่ได้ไปล่าหมีขาวที่ประเทศนี้สินะ" เชอร์ล็อคพูด "ประเทศนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียตมาก่อนแสดงว่าคงมีกองกำลังฝีมือดีรวมไปถึงพวกยุทโธปกรณ์ทางทหารที่มีคุณภาพ และยิ่งไม่เคยเปิดประเทศมาเป็นเวลาหลายสิบปีแบบนี้ทรัพยากรในประเทศคงมีมากพอที่จะให้หมอนั่นสูบไปใช้ได้เต็มที่"
          "กองกำลังที่มอสเซียร์เป็นกองกำลังทหารรับจ้างเล็กๆไม่ได้ร้ายแรงเทียบเท่ากับพวกผู้ก่อการร้ายที่เขาเคยให้การสนับสนุนอยู่ทั่วโลก" มายครอฟอธิบาย "หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาไม่ได้เงียบหายไปเฉยๆหรอก พวกก่อการร้ายต่างๆก็ฝีมือเขาอยู่เบื้องหลังทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นคนลงมือหรือเงินทุนเพียงแต่เขาไม่ออกตัวว่าตัวเองเป็นคนทำก็แค่นั้นเอง
          "สงสัยหมอนั่นจะเริ่มเหงาที่ชั้นไม่ไปเล่นด้วย" เชอร์ล็อคหัวเราะแล้วเอนหลังไปที่เบาะอย่างสบายใจ "เขากลับมาก็ดีเหมือนกัน ชั้นก็เริ่มเบื่อคดีกิ๊กก๊อกของเลสเตรดแฟนนายแล้ว คดีพวกนั้นไม่สนุกเลย คดียากๆไปไหนหมด" 
          "คดีมีให้นายทำตลอด แต่นายไม่รับต่างหาก มัวแต่เอาเวลาไปอยู่กับลูกกับคนรักหมด"
          เชอร์ล็อคหันมาทำหน้าหงุดหงิดใส่พี่ชายเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "อย่าพูดแบบนี้ให้จอห์นได้ยิน ไม่งั้นชั้นฆ่านายแน่มายครอฟ"
          มายครอฟหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "ถึงลอนดอนแล้วนายไป 'บ้านเพื่อน' กับชั้นด้วย เขาจะจ้างนายทำงาน"
          "เพื่อนนายนี่มีปัญหาบ่อยจังเลยนะ ครั้งก่อนก็คลิปหลุด ชั้นก็ต้องไปตามเก็บให้"
          "เพราะว่าคลิปนั้นถูกนำไปแบล็คเมลล์โดยไอรีน แอดเลอร์ ถ้าไม่ใช่เชอร์ล็อค โฮมส์แล้ว ใครจะสู้กับผู้หญิงแบบนั้นได้"
          "หวังว่าครั้งนี้ผู้หญิงคนนั้นจะไม่มาเกี่ยวข้องอีก เพราะครั้งก่อนจอห์นโกรธชั้นหลายสัปดาห์เลยที่ชั้นต้องไปพัวพันกับผู้หญิงแบบนั้น"
          "ไอรีนจะไม่กลับมาข้องแวะกับนายอีก นายอย่าลืมสิว่าเธอตายไปแล้ว"
          "ใช่.....เธอตายไปแล้ว เธอถูกผู้ก่อการร้ายที่การาจีฆ่าปาดคอไปแล้ว" เชอร์ล็อคพยักหน้าเห็นด้วย "ว่าแต่คดีของ 'เพื่อน' นายทำไมนายไม่ทำเอง มาให้ชั้นทำอยู่ได้"
          "นักการเมืองแบบชั้นคงจะมายุ่งเรื่องของครอบครัว 'เพื่อน' ไม่ได้มันจะดูไม่ดี ให้นายทำนั่นแหละเหมาะสมแล้ว" มายครอฟยิ้ม "ไม่ดีหรือ เพื่อนชั้นจ่ายค่าจ้างสูงมากนะ"
          "ชั้นไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน เพราะเจ้าของเงินจะมาก้าวก่ายการทำงานของชั้นซึ่งชั้นไม่ชอบ"
          "ไม่ทำงานเพื่อเงินแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเลี้ยงดูเชอร์ลินกับจอห์นกัน จะเอาเงินที่ไหนพาสองคนนั้นไปเที่ยว ไปทำนู่นทำนี่ที่สองคนนั้นชอบ นายควรจะหัดเป็นหัวหน้าครอบครัวตั้งแต่ตอนนี้โดยการทำงานเพื่อเงินเสียบ้าง เผื่อว่าในอนาคตจอห์นจะไม่ต้องทำงานแล้วให้นายทำงานหาเลี้ยงอยู่คนเดียว"
          "ยุ่งน่ามายครอฟ!" เชอร์ล็อคพูดเสียงดังแล้วหันหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่าง

          ติ๊ด ติ๊ด
           เสียงข้อความเข้าใหม่ดังมาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กสีดำในมือของเชอร์ล็อค เจ้าของโทรศัพท์มือถือนั้นยื่นมือมาดึงของของตนเองกลับไปทันทีที่ได้ยินเสียงข้อความเข้ามา
          "ใครส่งมา ชั้นดูเอง นายขับรถไป" เชอร์ล็อคพูดแล้วดึงมือกลับมาแล้วกดเปิดข้อความ
          "ความลับทางราชการ อย่ายุ่งน่า" มายครอฟพูดแล้วยื่นมือมาอีกครั้ง
           'คุณขับรถเร็วเกินไปอีกแล้ว'
          เชอร์ล็อคอ่านข้อความนั้นออกเสียงแล้วหันมามองหน้าพี่ชาย "นี่เขาเล่นโทรศัพท์ตอนขับรถหรอ ลูกชั้นกับจอห์นนั่งอยู่ในรถนะ แฟนนายนี่เป็นตำรวจประสาอะไรกันเนี่ย"
          "เขาไม่เคยเล่นโทรศัพท์ตอนขับรถ แล้วเขาก็ขับรถปลอดภัยมาก ชั้นเคยนั่งรถที่เขาเป็นคนขับมาก่อน" มายครอฟพูดแล้วอาศัยจังหวะเผลอดึงโทรศัพท์ของตนเองมาเก็บไว้ในเสื้อสูทอย่างเดิม "เขาอยู่ที่จุดพักรถที่เราขับผ่านมาแล้ว คงจะแวะซื้อขนมให้ลูกนายกับเติมน้ำมันเพราะเมื่อวานเขายังไม่ได้เติมน้ำมันเลย จากการคำนวนของชั้น น้ำมันคงใกล้หมดแล้ว"
          "เบื่อพวกมีแฟนเสียจริง" เชอร์ล็อคพูดแล้วควานหาโทรศัพท์ของตัวเองที่อยู่ในสูทสีดำ "ชั้นต้องบอกจอห์นว่าชั้นจะกลับช้า เขาจะได้ไม่ต้องรอกินข้าวเย็น"
          มายครอฟหัวเราะในลำคอเบาๆ "พวกนายนี่เหลือแค่แลกแหวนกับจดทะเบียนสมรสแล้วนะเพราะทดลองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 4 ปีแล้วนี่"
          "หุบปากไปเลยมายครอฟ !!"





          เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่สารวัตรเกร็ก เลสเตรดขับรถมาส่งเชอร์ลินและเขาที่บ้านเลขที่ 211 บี ถนนเบเกอร์ เมื่อมาถึงเด็กหญิงรีบวิ่งไปหาคุณยายฮัตสันที่ห้องชั้นล่างทันทีเพื่ออวดของขวัญที่พึ่งได้รับมาจากงานวันเกิดเมื่อวาน และดูเหมือนคุณยายฮัตสันก็จะเตรียมของขวัญไว้ให้แล้วเช่นกัน
          จอห์น วัตสันจึงฝากเชอร์ลินไว้กับคุณนายฮัตสันที่ชั้นล่างก่อน ส่วนตัวเขาก็ขึ้นชั้นบนเอากระเป๋าไปเก็บและจัดการธุรส่วนตัวให้เรียบร้อย จัดการเอกสารคนไข้ที่ต้องใช้พรุ่งนี้และเตรียมตัวทำอาหารเย็นสำหรับตัวเขาและหลานสาว เพราะเชอร์ล็อคส่งข้อความมาบอกตั้งแต่ตอนเย็นแล้วว่าจะกลับช้าเพราะไปทำงานให้มายครอฟ
          จอห์นเตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้ว ซุปกุ้งกับฟักทอง ข้าวผัดแฮมใส่ข้าวโพดกับถั่วลันเตา และกุ้งทอด 1 จาน อาหารง่ายๆสำหรับเด็ก 5 ขวบอย่างเชอร์ลินกับตัวเขา ... เย็นนี้ต้องทานอาหารเย็นกันแค่สองอาหลานสินะเพราะคนกินยากอย่างเชอร์ล็อคไม่กลับมากินข้าวเย็น .. จอห์นแหงนหน้ามองนาฬิกาในห้องรับแขกแล้วพบว่ามันเป็นเวลาทุ่มกว่าเกือบจะสองทุ่มแล้ว ทำไมเชอร์ลินยังไม่มางอแงว่าหิวข้าวอีก ไม่รู้กินขนมจนอิ่มไปแล้วหรือเผลอหลับไปแล้วกันแน่
          "เชอร์ลิน อาทำอาหารเย็นเสร็จแล้วนะ ขึ้นไปกินข้าวกันเถอะจะได้อาบน้ำนอนกัน" จอห์นเรียกเชอร์ลินขณะเดินลงบันไดมาชั้นล่าง
          ....เงียบ...ไม่มีเสียงขานรับ...สงสัยว่าจะหลับไปแล้ว   
          "คุณนายฮัตสันครับ เชอร์ลินล่ะครับ หลับไปแล้วหรอ ทำไมเงียบจัง" จอห์นถามหญิงสูงวัยเจ้าของบ้านที่ยืนทำสีหน้ากังวลอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน
          "เอ่อ....คือว่า...อย่างนี้นะจอห์น" คุณนายฮัตสันอ้ำอึ้ง
          "มีอะไรหรือครับ" จอห์นขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะมองออกไปที่กระจกตรงหน้าประตู "เอ๊ะ ... ฝนตกอีกแล้วหรือนี่ ตกทุกเย็นเลย"
          "คือ....จอห์น....คือว่า....." คุณนายฮัตสันอ้ำอึ้งอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา "เชอร์ลินหายไป"
          จอห์นตาโตด้วยความตกใจก่อนจะถามย้ำอีกครั้งว่าตนเองไม่ได้ฟังอะไรผิดไป "คุณนายฮัตสันว่าอะไรนะครับ...ผมได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า"
          "เชอร์ลินหายตัวไปเมื่อประมาณ 20 นาทีก่อน" หญิงสูงวัยพูดขณะที่เริ่มจะร้องไห้ "ชั้นเดินเข้าไปรับโทรศัพท์ที่อยู่ในห้องนอน แค่ 5 นาทีเท่านั้นแล้วเชอร์ลินก็ออกไป"
          "ออกไปไหน ออกไปยังไงครับ !" จอห์นจับแขนคุณนายฮัตสันแล้วบีบเบาๆ "คุณเห็นมั้ยครับว่าเชอร์ลินออกไปกับใคร ออกไปทางไหน บอกผมครับ บอกผมมา !"
          "ชั้นขอโทษจอห์น ชั้นขอโทษจริงๆชั้นไม่รู้" หญิงสูงวัยพูดขณะที่น้ำตาเริ่มไหลลงมาจากดวงตาทั้งสองข้าง "ชั้นได้ยินเสียงฝนสาดมาเข้ามาในบ้าน เลยออกมาดูก็เห็นประตูเปิดค้างไว้ แล้วก็......ไม่เจอเชอร์ลินแล้ว"
          "โถ่เว้ย !!!!" จอห์นสบถด้วยความโมโหจนสุดเสียงอย่างที่ไม่เคยทำใส่หญิงสูงวัยร่างเล็กคนนี้มาก่อน "คุณทิ้งเชอร์ลินให้อยู่ลำพังได้ยังไงครับ ! แล้วทำไมคุณถึงไม่ล็อคประตูบ้าน คุณให้ใครเปิดประตูพาเชอร์ลินออกไปได้ยังไงครับคุณนายฮัตสัน !!"
          "ชั้นขอโทษจอห์น ชั้นขอโทษ" หญิงสูงวัยกล่าวคำขอโทษทั้งน้ำตา
          "เชอร์ล็อค ...... ผมต้องโทรบอกเชอร์ล็อค" จอห์นพูดแล้ววิ่งขึ้นไปชั้นบนเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ
          คุณหมอรีบกดเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองของเขาเริ่มจะสั่นด้วยความตกใจกลัว หลานสาวคนเดียวของเขาหายไป หายไปไหนไม่รู้ ... นี่เขาจะต้องทำยังไง เขาจะตอบคำถามเชอร์ล็อคพ่อของเชอร์ลินได้ยังไงว่าลูกสาวที่น่ารักหายออกไปจากบ้านได้อย่างไร
          "ไม่มีสัญญาณตอบรับ กรุณาติดต่อกลับมาใหม่อีกครั้ง" เสียงปลายสายตอบกลับมา
          เชอร์ล็อคปิดเครื่อง...นี่เขาต้องทำยังไง เขาจะไปหาเชอร์ลินจากที่ไหน .. จอห์นมองมือตัวเองที่เริ่มจะสั่นมากขึ้น ทำยังไงดี เขาจะทำยังไง ... จอห์นมองโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง เขาโทรหาสารวัตรเลสเตรด ตำรวจต้องช่วยตามหาได้แน่ เขาเป็นตำรวจ เขาต้องช่วยได้

          ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ
          เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังมาจากมือถือเครื่องเล็กของเขาพร้อมไฟกระพริบสีแดงเตือนบางอย่าง...นี่โทรศัพท์เขาเป็นอะไรอย่ามาเสียเอาตอนนี้จะได้ไหม...จอห์นภาวนาในใจ
          ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ
          เสียงมันยังคงดังต่อไปพร้อมไฟกระพริบสีแดง เขาสไลด์นิ้วไปบนหน้าจอโทรศัพท์เพื่อปลดล็อค ก่อนจะพบว่ามีข้อความเตือนบางอย่างมาจากแอพพลิเคชั่นที่ไม่คุ้นตาอยู่บนหน้าจอ
           'กำลังออกนอกพื้นที่' ข้อความแรกที่ขึ้นมาเขียนเช่นนั้น
          'เชอร์ลิน โฮมส์ กำลังออกนอกพื้นที่ กรุณาตรวจสอบที่อยู่' ข้อความที่สองขึ้นเตือนมาอีกครั้ง
          มันคือสัญญาณเตือนจากนาฬิกา......นาฬิกาข้อมือของเชอร์ลินที่เชอร์ล็อคใส่ไว้ให้มันมี GPS ติดตามตัวและมันจะเริ่มทำงานทันทีที่เชอร์ลินออกไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้ระบุไว้ในสถานที่ที่เชอร์ลินต้องไปเป็นประจำ เช่น โรงเรียนหรือบ้าน
          จอห์นหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นแล้ววิ่งลงไปใส่รองเท้าที่อยู่หน้าประตูบ้านทันที
          "เชอร์ลินใส่นาฬิกาข้อมืออยู่ใช่ไหมครับคุณนายฮัตสัน" จอห์นถามขณะสวมรองเท้า
          "ชะ.....ใช่จ้ะ....เชอร์ลินเธอเอามาอวดแล้วก็ยังใส่ติดข้อมือไว้" คุณนายฮัตสันตอบเสียงแผ่ว
          "ผมจะออกไปตามหาเชอร์ลิน คุณอยู่ที่นี่โทรหาเชอร์ล็อคให้ติดให้ได้ และโทรหาเกร็กให้ผมด้วย  ผมจะลากคอคนที่ลักพาตัวหลานสาวผมมาให้ตำรวจจับให้ได้" จอห์นพูดแล้วเปิดประตูออกจากบ้านไป












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #78 raining (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 02:49
    ทำไมคุณนายฮัตสันไม่รีบขึ้นไปบอกจอห์นทันทีที่เชอร์ลินหายเหนอ???
    กลายเป็นจอห์นต้องลงมาหาถึงรู้ว่าเชอร์ลินหาย นี่เป็นจอห์นนี่ก็โกรธมากนะเออ
    เด็กหายทั้งคนคุณนายเงียบได้ยังไง
    หวังว่าจะพลิกล็อกเป็นเชอร์ล็อกเป็นคนพาเชอร์ลินไปเองนะคะ
    #78
    0
  2. #77 Junior Prince LP (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 02:35
    จอนห์เห็นว่าหลานหลายบ้านพังล่ะ

    เชอร์ล็อคได้ยินนี่บ้านยุบแน่นวล

    งืออ เชอร์ลีนจ๋า แม่จอนห์พ่อเชอร์เคยเตือนงิอย่าไปกะคนแปลกหน้าน่ะลูก งี้ต้องตีตูด
    #77
    0
  3. #76 ddowphotos (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 01:06
    เฮือก... เห็นชื่อตอนแวบแรก.. ใจคอไม่ดีเลย

    คงไม่มีอะไรมั้ง.. อ่านมาจนใกล้จบ = [ ] =

    คุณหมอใจเย็นๆ ตั้งสติก่อนนน ขืนเชอร์ลรู้นี่มีบ้านแตก #อ้าวผิด



    ปล.จริงๆคิดว่าจะลงคู่พี่ไมค์ก่อนนะเนี่ย แต่ลงคู่เชอร์ลก่อนเราก็อ่าน มีจุดพลิกของเรื่องมาบ้างแล้ว รอตอนต่อไปของทั้ง2เรื่องอยู่น้า อิ_อิ
    #76
    0