[FanFic. Sherlock BBC] [Johnlock] Unspoken

ตอนที่ 10 : Unspoken ตอนที่ 9 : Her Voice

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    31 ต.ค. 59

          เป็นเวลาร่วม 3 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เชอร์ลิน โฮมส์ลูกสาวของเชอร์ล็อค โฮมส์ ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันกับพวกเขาที่ถนนเบเกอร์

          วิถีชีวิตของชายหนุ่มทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเด็กหญิงก้าวเข้ามาในชีวิต จากปกติทุกๆเช้าจอห์นจะแค่ชงกาแฟกับอาหารเช้าง่ายๆให้เชอร์ล็อคก่อนที่ตัวเขาจะออกไปทำงาน เจ้าเพื่อนตัวแสบจะตื่นมากินตอนไหนเขาก็ไม่สนใจหรอก แต่ยังไงเชอร์ล็อคก็ต้องกินเพราะถ้าไม่กินจอห์นจะโกรธ และเชอร์ล็อคไม่กินอาหารเช้าที่คนอื่นทำด้วย ดังนั้นจอห์นเลยต้องรับหน้าที่ทำอาหารเช้าของเชอร์ล็อคมาเป็นเวลา 2 ปีกว่าแล้ว
         
          
           ช่วงเวลา 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จอห์นต้องปรับวิถีชีวิตจากเดิมใหม่ เขาต้องตื่นเช้ากว่าเดิมครึ่งชั่วโมง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็จะลงมาปลุกเชอร์ลินในห้องนอนของเชอร์ล็อค ตรงจุดนี้จะเสียเวลานิดหน่อย ไม่ใช่เพราะเชอร์ลินขี้เซาหรือดื้อไม่ยอมตื่น แต่เป็นเชอร์ล็อคต่างหากที่งอแง เขามักจะกอดลูกไว้แน่นๆไม่ยอมให้ลูกตื่น จนจอห์นต้องมาคอยแงะมือออกจากเชอร์ลินทุกๆเช้า นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมจอห์นต้องเป็นคนมาปลุก เพราะถ้าหวังให้คนเป็นพ่อเป็นคนปลุก หลานสาวของเขาคงไปเรียนสายทุกวันแน่นอน


          กว่าจะแงะมือของเชอร์ล็อคออกจากเชอร์ลินได้ก็กินเวลาไปหลายนาที จากนั้นจอห์นก็จะพาเชอร์ลินไปอาบน้ำแต่งตัว โดยชุดที่เชอร์ลินจะใส่ในแต่ละวันเชอร์ล็อคจะเป็นคนเลือกตอนก่อนจะนอนและแขวนไว้ให้ ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าเลย เชอร์ลินจัดว่าเป็นเด็กแต่งตัวดีเพราะมีพ่อที่รสนิยมดีเป็นคนจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้

          
          เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เชอร์ลินจะมีหน้าที่ไปปลุกเชอร์ล็อคเพราะจอห์นออกกฏมาว่าเชอร์ล็อคต้องตื่นมากินข้าวเช้ากับลูกทุกวันห้ามขาด มื้อเช้าเป็นมื้อครอบครัวดังนั้นไม่ว่าจะยังไงเชอร์ล็อคต้องตื่นมากินข้าวกับเชอร์ลินให้ได้ แม้ว่าจะพึ่งนอนไปแค่ 1 ชั่วโมงก็ตาม ระหว่างที่เชอร์ลินไปปลุกคุณพ่อของตัวเอง จอห์นก็จะเข้าครัวไปทำอาหารเช้าง่ายๆแต่มีประโยชน์ครบถ้วน แต่กว่าสองพ่อลูกจะออกจากห้องมาได้ อาหารเช้าก็ทำเสร็จพร้อมทานพอดี ( ถ้าไม่มัวเล่นอะไรกัน หัวเราะคิกคักกันอยู่สองคนในห้อง ก็อาจจะออกมากันเร็วกว่านี้ )


          ช่วงเวลาอาหารเช้าก็จะคล้ายๆกันทุกวัน อาหารเช้า 3 จานสำหรับเชอร์ล็อค จอห์นและเชอร์ลิน กาแฟ 2 แก้วสำหรับเชอร์ล็อคและจอห์น นม 1 แก้วสำหรับเชอร์ลิน เด็กหญิงจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงสำหรับเด็กที่มายครอฟเป็นคนซื้อมาประจำตำแหน่งหัวโต๊ะ ขวามือเป็นคุณพ่อ ซ้ายมือเป็นอาจอห์น เชอร์ลินกินข้าวเองได้และกินเก่ง เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องกินข้าวช้า ทำให้ทุกๆวันเขาทั้ง 3 คนมักจะกินข้าวเสร็จพร้อมๆกัน ส่วนงานด้านทำความสะอาดเป็นหน้าที่ของคุณนายฮัตสัน แม้ว่าปากเธอจะพูดว่าเธอไม่ใช่แม่บ้าน แต่จอห์นก็มักจะได้ยินเสียงเธอฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีขณะที่ทำงานบ้านอยู่บ่อยๆ


          หลังจากมื้อเช้าและก่อนออกจากบ้าน เชอร์ลินจะไปหอมแก้ม 'คุณยายฮัตสัน' ทุกครั้ง เชอร์ล็อคเป็นคนบอกให้เรียกคุณนายฮัตสันว่าคุณยายเอง ในทีแรกจอห์นเสนอว่าน่าจะเรียกว่าคุณย่า แต่เชอร์ล็อคก็ให้เหตุผลว่าคุณแม่ของเขาต้องโกรธมากแน่ๆถ้ารู้ว่าหลานสาวที่รักจะเรียกคนอื่นว่าคุณย่าเหมือนกัน ผลสรุปจึงออกมาเป็นว่า คุณนายฮัตสันก็เป็นคุณยายฮัตสันของเชอร์ลินไป


          เชอร์ลินเป็นเด็กที่ไม่นั่งรถเข็นเหมือนเด็กวัยเดียวกันคนอื่นๆ ไม่ใช่ไม่ชอบนั่ง แต่เป็นเพราะคุณพ่อมือใหม่ไม่ยอมใช้รถเข็นเด็กต่างหาก ที่บ้านมีอยู่คันหนึ่ง จอห์นเป็นคนซื้อมาเผื่อว่าต้องใช้ แต่เชอร์ล็อคก็ไม่เคยใช้เลย เขาจะอุ้มลูกไปส่งที่โรงเรียนด้วยตัวเองทุกวัน หรือถ้าวันไหนเชอร์ลินจะลงเดินเองก็ได้ แต่เชอร์ล็อคก็จะจูงมือไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จะชี้นั่นชี้นี่ให้เชอร์ลินดูเหมือนเป็นการสอนหนังสือไปเรื่อยๆ แต่เรื่องที่สอนส่วนใหญ่จะเป็นพวก'ดูคนนั้นสิ เมื่อเช้าเขาพึ่งกินแซนวิชมา สงสัยจะตื่นสาย' หรืออาจจะเป็น 'ผู้หญิงคนนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษ ที่บ้านเธอเลี้ยงหมาด้วย' ซึ่งจอห์นต้องคอยพูดขัดทุกครั้งว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาสอนเด็กอนุบาลมั้ย ?? แต่เชอร์ลินก็ตั้งใจฟังและมองตามสิ่งที่เชอร์ล็อคชี้ให้ดูเสมอ บางทีเจออะไรน่ารักๆ หรือตลกๆ สองพ่อลูกก็จะยิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน ดูเป็นภาพที่น่ารักจนจอห์นทนไม่ไหวต้องแอบถ่ายรูปเก็บไว้ บางทีก็ส่งไปให้มายครอฟดูบ้าง แล้วมายครอฟก็จะส่งข้อความกลับมาว่า 'ดูเป็นครอบครัวสุขสันต์ดีนะ'


            เมื่อส่งคนตัวเล็กเข้าโรงเรียนไปแล้วเชอร์ล็อคก็กลับบ้านหรือไม่ก็ไปทำงานกับสารวัตรเลสเตรด ส่วนจอห์นก็จะเดินไปทำงานต่อ คลีนิกที่เขาทำงานอยู่ถัดไปไม่ไกลจากโรงเรียน เชอร์ล็อคเป็นคนเลือกโรงเรียนนี้ด้วยตัวเองโดยให้สาเหตุไว้ว่าโรงเรียนใกล้ที่ทำงานจอห์นมากที่สุด จอห์นท้วงไปว่าควรเลือกโรงเรียนจากผลงานวิชาการหรือกิจกรรมสิจึงจะถูกต้อง แต่เชอร์ล็อคก็บอกว่าเขาส่งลูกไปโรงเรียนเพื่อไปมีเพื่อน ไปมีสังคมอย่างที่เด็กคนอื่นเขามี นั่นเป็นสิ่งที่เขาให้เชอร์ลินไม่ได้ เชอร์ล็อคอยากให้เชอร์ลินมีเพื่อน ไม่อยากให้เป็นคนแปลกประหลาดเหมือนเขา ส่วนด้านวิชาการเชอร์ล็อคมั่นใจว่าเขาสอนได้ดีกว่าที่โรงเรียนอย่างแน่นอน (ยกเว้นวิชาดาราศาสตร์)


          ระหว่างวัน จอห์นจะได้รับข้อความจากครูที่โรงเรียนของเชอร์ลินเรื่องกิจกรรมและสิ่งที่เชอร์ลินทำในแต่ละวัน ตรงนี้จอห์นเป็นคนบอกให้ครูทำและจอห์นเป็นคนจ่ายเงินในส่วนนี้เอง เขาเป็นห่วงหลานสาวผู้ไม่ยอมพูดกับใครแม้แต่คนในบ้าน เด็กที่ย้ายเข้ามเรียนกลางเทอมอาจมีปัญหาเรื่องเพื่อนใหม่ จอห์นกลัวหลานสาวจะอยู่ไม่ได้และไม่อยากไปโรงเรียน....แต่ข้อความที่จอห์นได้รับส่วนใหญ่จะเป็น 'เธอสบายดีค่ะ ตอนนี้กำลังเล่นของเล่นอยู่กับเพื่อนๆ' 'วันนี้เธอเอาขนมมาแบ่งเพื่อนๆด้วย เพื่อนๆบอกว่าอร่อย เธอยิ้มใหญ่เลย' 'วันนี้มีจับกลุ่มฟังนิทาน เธออยู่กลุ่มเดียวกับฮาร์เปอร์ค่ะ อยู่กับฮาร์เปอร์อีกแล้ว สงสัยจะสนิทกัน' หรือ 'เธออยากปั่นจักรยานกับเพื่อนๆแต่ปั่นไม่เป็น เพื่อนๆเลยให้ซ้อนไปด้วย สนุกใหญ่เลย สงสัยต้องหัดปั่นจักรยานเสียแล้ว' เป็นต้น บางครั้งก็มีรูปภาพหรือคลิปสั้นๆส่งมาด้วย จอห์นก็จะส่งรูปภาพและคลิปพวกนี้ไปที่มือถือของเชอร์ล็อคอีกทีเพื่อบอกว่า 'เชอร์ลินสบายดี ทำงานไปนะ ไม่ต้องห่วง เย็นนี้เจอกัน'


            ในช่วงสัปดาห์แรกเชอร์ล็อคไม่รับงานจากสารวัตรเลสเตรดเลยเพราะเขาขี้เกียจฟังเลสเตรดบ่นเรื่องเชอร์ล็อคทำงานของเขาพัง คดีของอันนา บราวน์อยู่ๆก็ถูกลบออกจากฐานข้อมูลของหน่วยสืบสวนพิเศษ นิวส์สก็อตแลนด์ยาร์ดที่เลสเตรดเป็นหัวหน้าอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเชอร์ล็อคเกี่ยวข้องแน่นอนเพราะพยานคนสำคัญของคดีกลับกลายมาเป็นลูกสาวของยอดนักสืบ และเขาก็กลายเป็น 'ลุงเกร็ก' ของหลานเชอร์ลินไปเสียได้ สารวัตรหนุ่มไม่พอใจมาก เขาโวยวายอยู่หลายวัน แต่มันไม่เกี่ยวกับงานหรอก เขาห่วงเรื่องความปลอดภัยมากกว่า นักสืบคนดังอยู่ๆมีลูกสาว ลูกสาวที่รอดจากการตามฆ่า ใครจะไปรู้ว่าวันไหนจะมีคนมาทำร้ายเธออีก ไหนจะศัตรูของนักสืบที่มีอยู่รอบตัว เลสเตรดกลัวทั้งเพื่อนและหลานจะไม่ปลอดภัย แต่เชอร์ล็อคดูจะไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ เขาบอกว่าไม่ต้องกังวลไปหรอก มีคนคอยคุ้มครองเชอ์ลินอยู่แล้ว คนที่สามารถลบข้อมูลในคดีอันนา บราวน์ไปได้จนหมดนั่นแหละคือคนที่จะคุ้มครองเชอร์ลินให้ปลอดภัย ขนาดฐานข้อมูลที่เข้าถึงยากมากๆ เกือบจะยากที่สุดในยุโรปอย่างหน่วยสืบสวนพิเศษ นิวส์สก็อตแลนด์ยาร์ดยังถูกลบได้ ก็ให้ดูความสามารถเอาเถอะว่า 'คนๆนั้น' จะคุ้มครองเชอร์ลินได้ดีขนาดไหน อย่าว่าแต่คุ้มครองเลย ทุกวันนี้คนๆนั้นส่งคนไปคุ้มกันเชอร์ลินที่โรงเรียนอีกต่างหาก ตอนแรกจะส่งไปเฝ้าวันละ 5 คน ไม่นับพวกนอกเครื่องแบบอีก แต่จอห์นขอไว้ให้เหลือแค่ 2 คนก็พอกลัวคนอื่นเขาจะแตกตื่น คนๆนั้นเลยตกลง แม้เลสเตรดจะพยายามถามว่าคนๆนั้นเป็นใครแต่เชอร์ล็อคก็ไม่บอก ปล่อยให้เลสเตรดสงสัยต่อไป.....เป็นหน่วยสืบสวนนี่...ก็ไปสืบเอาเองละกัน


          เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศสดใส หลังจากมื้อเช้า หากจอห์นไม่ได้พาเชอร์ลินไปหัดปั่นจักรยานในสวนสาธารณะใกล้ๆบ้าน สองคนอาหลานก็จะนั่งเล่นอยู่ด้วยกันบนพรมในห้องรับแขก เล่นอะไรก็ได้ที่เชอร์ลินอยากจะเล่น เล่นทำอาหารก็ได้ เล่นแต่งตัวตุ๊กตาก็ได้ จะเล่นบ้านตุ๊กตาหลังใหญ่ที่มายครอฟซื้อมาให้ก็ได้ จอห์นก็จะเล่นเป็นเพื่อนเพราะเชอร์ล็อคไม่ยอมเล่นของเล่นกับลูกเลย เขาแอบมาพูด (ต้องแอบๆเพราะกลัวเชอร์ลินได้ยินแล้วเสียใจ เชอร์ล็อคกลัวลูกเสียใจ) กับจอห์นว่ามันไร้สาระ มันไม่พัฒนาสมองของเขา แต่จอห์นก็ดุไปว่ามันพัฒนาสมองลูก หัดเล่นเป็นเพื่อนลูกบ้าง อย่างน้อยพาไปปั่นจักรยานตอนเช้าๆก็ได้ เขาก็รับปากไปงั้นๆ ทุกวันนี้ยังไม่ยอมเล่นของเล่นกับลูกเลย


          วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากอาหารเช้า จอห์นกับเชอร์ลินกำลังนั่งวาดรูประบายสีอยู่ด้วยกันบนพื้นที้ห้องรับแขก เชอร์ล็อคกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เก้าอี้ตัวโปรดข้างๆสองอาหลาน โต๊ะตัวเล็กใกล้ๆมือมีชาร้อนที่จอห์นเป็นคนชงให้ กับสโคน 4-5 ชิ้นที่คุณนายฮัตสันเอามาวางให้ ที่จริงแล้วสโคนนี้เป็นของเชอร์ลิน คุณนายฮัตสันทำให้เป็นของว่างของเชอร์ลินในตอนบ่ายเพราะเชอร์ลินชอบกินขนมตอนบ่ายๆ แต่เชอร์ล็อคไปแอบหยิบชิมมา ตอนแรกคุณนายฮัตสันก็บ่นๆๆๆ แต่ก็เอาสโคนใส่จานมาวางไว้ให้เขาถึงที่เลยอยู่ดี......จะมีใครใจดีเกินคุณนายฮัตสันอีกล่ะ?


          "เชอร์ลิน.." เชอร์ล็อควางหนังสือไว้ที่โต๊ะข้างตัวและหันไปเรียกลูกสาวของตน
          เด็กหญิงหยุดระบายสี วางดินสอสีลงที่โต๊ะแล้วหันมามองตามเสียงเรียก
          "เชอร์ลินอยากไปหาคุณแม่มั้ย" เชอร์ล็อคถาม
          จอห์นได้ยินอย่างนั้นก็ตาโตด้วยความตกใจ จะพาเชอร์ลินไปหาแม่ได้ยังไง ในเมื่ออันนา บราวน์ตายไปแล้ว
           เชอร์ล็อคไม่ได้ตอบคำถามจากสายตาของจอห์น เขายังพูดกับลูกสาวตามเดิม "ไปหาคุณแม่มั้ย พ่อจะพาไป" 
          เชอร์ลินรีบลุกมาหาเชอร์ล็อคด้วยความรวดเร็ว เชอร์ล็อคจูบแก้มนิ่มน่ารักนั้นแล้วพูดว่า "ไปเตรียมรองเท้านะ เดี๋ยวพ่อจะรอ เชอร์ลินหยิบรองเท้าเองได้ใช่มั้ย ดูซ้ายขวาดีๆนะ ไม่ต้องให้อาจอห์นหยิบให้ก็ได้ใช่มั้ย เชอร์ลินลูกพ่อเก่งจะตาย" เชอร์ลินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะจูบแก้มเชอร์ล็อคกลับแล้วรีบเข้าไปหยิบรองเท้าในห้อง ... อาจใช้เวลานิดหน่อย ปกติแล้วจอห์นจะเป็นคนหยิบรองเท้าให้ แต่ช่วงนี้เธอกำลังเรียนรู้เรื่องซ้าย-ขวา เชอร์ล็อคคงอยากให้เธอลองหยิบเองดูบ้าง
          "จะพาเชอร์ลินไปไหน" จอห์นถามเมื่อเห็นว่าเชอร์ลินปิดประตูห้องนอนไปแล้ว
          "ไปหาอันนา บราวน์ไง" 
          "จะพาไปหาได้ยังไง ศพอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้"
          "รู้สิ" เชอร์ล็อคพูดขณะยืนขึ้น แล้วยื่นมือไปจัดปกคอเสื้อของจอห์นให้เข้าที่ "มายครอฟจัดการย้ายศพออกจากแผนกนิติเวชมาตั้งนานแล้ว"
           "อยู่ที่ไหน"
           "สุสานศพไร้ญาติที่นอกเมือง"


.          ด้านในลึกสุดของสุสานศพไร้ญาติ ชายหนุ่มสองคนในชุดสุภาพและเด็กหญิงตัวเล็กกำลังยืนอยู่ที่หน้าป้ายหลุมศพหลุมหนึ่ง
           เชอร์ลินที่กำลังถูกเชอร์ล็อคอุ้มไว้ หันมองรอบตัวด้วยความสงสัย ที่นี่ที่ไหนกัน?
           "ชั้นไม่เคยเข้าใจมาก่อนว่าทำไมคนเราต้องมายืนคุยกับป้ายที่ทำจากหินในสุสาน ทำไมเราต้องมาคุยกับศพ ทำไมต้องคุยกับคนที่ไม่หายใจแล้ว ทำไมคนเราต้องร้องไห้เสียใจกับการตายของใครซักคน ในเมื่อวันหนึ่งเราทุกคนก็ต้องตายตามๆกันไปอยู่ดี" เชอร์ล็อคพูดกับป้ายหลุมศพตรงหน้า "และตอนนี้ชั้นก็กำลังคุยกับป้ายหลุมศพเหมือนคนอื่นๆ คนพวกนั้นที่ชั้นไม่เข้าใจว่าเขาคุยอะไร แต่ชั้นคิดว่ามันคงเป็นคนละเหตุผลกับชั้นแน่นอน"
           เชอร์ล็อคสูดลมหายใจลึกๆช้าๆก่อนจะพูดต่อ
           "ชั้นมาคุยกับเธอ..อันนา บราวน์....ก่อนอื่นชั้นขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของเธอ ชั้นเป็นคนไม่เชื่อในความดี แต่ชั้นเชื่อว่าเธอเป็นคนดี เพระคนดีแบบเธอมอบของขวัญที่ล้ำค่ามากที่สุดในชีวิตให้ชั้น....ลูกของเธอคือของขวัญชิ้นนั้น....ชั้นไม่เชื่อในสวรรค์หรือนรก แต่ถ้าหากเธอเชื่อ ชั้นก็ขอให้เธอไปสวรรค์ ที่นั่นคงจะเหมาะกับเธอ"
          เชอร์ล็อคกระชับอ้อมแขนที่กอดเชอร์ลินเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "ของขวัญชิ้นนี้ที่เธอมอบให้ ชั้นจะดูแลรักษาอย่างดี ตลอดชีวิตของชั้น ชั้นไม่เคยกล่าวคำสัญญากับใคร แต่ชั้นจะให้สัญญากับเธอ .... ชั้นจะดูแลเชอร์ลินให้ดีที่สุด ชั้นจะรักและทะนุถนอมของขวัญชิ้นนี้อย่างดี ชั้นสัญญาว่าเชอร์ลินจะปลอดภัย ชั้นจะเอาชีวิตของชั้นปกป้องเชอร์ลิน และจะรักเชอร์ลินมากกว่าชีวิตของตัวเอง"
          "ผมก็จะเอาชีวิตตัวเองปกป้องเชอร์ลินไว้เช่นกัน" จอห์นพูดขึ้นมาหลังจากเงียบมานาน "ผมอาจจะเป็นแค่อาที่เป็นเพื่อนของพ่อนะ แต่ขอให้คุณเชื่อผมนะอันนา ผมจะรักและดูแลเชอร์ลินอย่างดี ดูแลด้วยชีวิตของผมเองเช่นกัน ขอให้คุณวางใจ" จอห์นพูด
           เชอร์ล็อคยิ้มเล็กน้อยให้จอห์นก่อนจะคุยกับคนที่ตนอุ้มอยู่
           "เชอร์ลิน....ไปบอกลาคุณแม่นะ เราอาจจะไม่ได้มาหาคุณแม่อีกนานเลย"
           เชอร์ลินหันกลับมามองที่หน้าของเชอร์ล็อค เธอจ้องไปที่ดวงตาสีแปลกตาคู่นั้นของเชอร์ล็อค โฮมส์ เธอเงียบ ไม่ขยับตัวเหมือนกำลังอ่านใจนักสืบอยู่....เธอสัมผัสได้ถึงความรักและความเป็นห่วงจากดวงตาคู่นี้จริงๆ
            "เราอาจจะไม่ได้มาหาเธออีกซักพัก อาจจะจนกว่าเชอร์ลินจะโตกว่านี้ หรืออาจจะไม่ได้กลับมาอีก เพื่อความปลอดภัยของเชอร์ลิน" เชอร์ล็อคพูด
           "เชอร์ลิน.." จอห์นพูดและเดินมายืนข้างๆเชอร์ล็อค "ไปลาคุณแม่กันนะ บอกคุณแม่ว่าเชอร์ลินรักคุณแม่ ขอให้คุณแม่อย่าห่วงอะไร" จอห์นรับเชอร์ลินมาอุ้มแทน และพาเชอร์ลินไปใกล้ๆป้ายหลุมศพ
            จอห์นปล่อยเชอร์ลินลงตรงหน้าป้ายหลุมศพ เด็กหญิงยื่นมือไปแตะอักษรสีทอง "A" ตัวเดียวบนป้ายนั้นเบาๆ
           "คุณแม่นอนอยู่ใต้นี้นะเชอร์ลิน" จอห์นพูด "ถึงคุณแม่จะอยู่ที่นี่ตลอดไป ไปหาเชอร์ลินไม่ได้อีก แต่ความรักของคุณแม่จะยังอยู่กับเชอร์ลินเสมอนะ"
          เด็กหญิงหันกลับมามองเชอร์ล็อค โฮมส์และจอห์น วัตสันอีกครั้ง ก่อนจะหันหน้ากลับไปยังป้ายหลุมศพแล้วค่อยๆลูบตัวอักษรสีทองอย่างแผ่วเบา น้ำตาค่อยๆไหลลงมาจากดวงตากลมโตนั้นช้าๆ
          "บอกลาคุณแม่นะเชอร์ลิน ถ้าหนูเอาแต่ร้องไห้ คุณแม่จะเป็นห่วงนะ" เชอร์ล็อคพูดแล้วเดินมายืนข้างๆจอห์น
          เชอร์ลินลูบอักษรสีทองช้าๆ น้ำตาค่อยๆไหลลงมาไม่หยุด จอห์นหันมามองหน้าเชอร์ล็อค ปกติเชอร์ล็อคไม่ชอบเห็นลูกร้องไห้ ถ้าลูกร้องไห้เขาจะเข้าไปกอดปลอบทันที แต่ครั้งนี้เขาไม่ทำ เขาปล่อยให้เชอร์ลินอยู่กับแม่ เพราะครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะพาเชอร์ลินมา


           "หม่าม้า" เสียงเล็กๆที่สั่นเครือจากการร้องไห้อย่างหนักดังออกมาจากปากเล็กๆที่ไม่พูดกับใครมาร่วมเดือนแล้ว จอห์นหันไปมองหน้าเชอร์ล็อคอีกครั้ง สายตาของเชอร์ล็อคให้คำตอบว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเชอร์ลินจะพูด
           "หม่าม้าขา หนูคิดถึงหม่าม้า" เชอร์ลินพูด "คิดถึงหม่าม้าทุกวันเลย หนูคิดถึงหม่าม้า" เชอร์ลินยิ่งพูดยิ่งร้องไห้หนักขึ้นจนจอห์นทนไม่ไหว เขาจะเข้าไปกอดปลอบใจอย่างที่เคยทำแต่ถูกเชอร์ล็อคดึงแขนไว้
           "ทำไมล่ะเชอร์ล็อค ลูกกำลังเสียใจ เราต้องทำอะไรซักอย่าง ชั้นเห็นลูกร้องไห้ขนาดนี้ไม่ได้"
           เชอร์ล็อคยิ้มเบาๆแว้บหนึ่ง จอห์นคงลืมตัวเรียกเชอร์ลินว่า 'ลูก' ปกติเขาจะเรียก 'เชอร์ลิน' เท่านั้น
          "เชอร์ลินละเมอร้องไห้หาแม่ทุกคืน ชั้นปล่อยให้เชอร์ลินทนคิดถึงแม่ไม่ได้อีกแล้ว ที่เชอร์ลินไม่พูดกับใคร เพราะอยากเจอแม่ แต่ไม่ไว้ใจใครพอที่จะพูดออกมาได้ เชอร์ลินคิดถึงแม่มากจนละเมอร้องไห้ออกมาทุกคืน ชั้นนอนอยู่ข้างๆเชอร์ลินนะจอห์น ชั้นได้ยินทุกคืน ถ้าลูกร้องไห้วันนี้ให้พอแล้วจะไม่ร้องอีก ชั้นจะอดทนฟังลูกร้องไห้ตอนนี้แม้ชั้นจะทนแทบจะไม่ไหวก็ตาม"
         "เชอร์ล็อค...." จอห์นพูดแล้วบีบมือเชอร์ล็อคเบาๆเป็นการให้กำลังใจ เขารู้ว่าเชอร์ล็อครักเชอร์ลินมาก แต่ก็ไม่คิดว่ามากถึงขนาดจะไม่อยากเห็นเชอร์ลินร้องไห้อีก จนยอมอดทนฟังเชอร์ลินร้องไห้จนจะขาดใจโดยไม่เข้าไปกอดอย่างที่เคยทำ เขารู้ว่าเชอร์ล็อคต้องกลั้นใจอย่างมาก เพื่อให้เชอร์ลินตัดใจจากแม่และใช้ชีวิตต่อไปได้

         "หนูจะชื่อเชอร์ลิน....จะไปอยู่กับคุณพ่อกับอาจอห์นะคะหม่าม้า เชอร์ลินจะไม่ดื้อไม่ซน เชอร์ลินจะเป็นเด็กดีของคุณพ่อกับอาจอห์น" เชอร์ลินพูดขณะที่ยังร้องไห้อยู่
         เชอร์ล็อคและจอห์นยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น
         "เชอร์ลินจะไม่ร้องไห้แล้ว คุณพ่อไม่ชอบให้เชอร์ลินร้องไห้ คุณพ่อเคยบอก" เชอร์ลินเอามือเล็กๆปาดน้ำตาบนแก้มเบาๆ "เชอร์ลินรักหม่าม้านะคะ"
         เชอร์ล็อคลูบศรีษะของลูกสาวเบาๆ "หม่าม้าก็รักเชอร์ลิน พ่อรู้"
         เชอร์ลินหันกลับมาหานักสืบหนุ่ม เชอร์ล็อคย่อตัวลงให้เท่าลูกสาวและกอดอย่างอบอุ่น "หม่าม้าเคยรักเชอร์ลินมากแค่ไหน พ่อจะรักเชอร์ลินให้มากกว่านั้นนะ"
         เชอร์ลินพยักหน้าเบาๆ "เชอร์ลินก็รักคุณพ่อนะคะ เชอร์ลินจะเป็นเด็กดีของคุณพ่อค่ะ เชอร์ลินจะไม่ดื้อ ไม่ซน" 
         เชอร์ล็อคยิ้ม จอห์นก็ยิ้มเช่นกัน เขารู้ว่าเชอร์ล็อครอเวลานี้มานาน วันที่เชอร์ลินจะยอมพูดกับเขา เชอร์ล็อคอยากจะพูดกับเชอร์ลินมาตั้งนานแล้ว
         "รักอาจอห์นด้วยรู้มั้ย อาจอห์นก็รักเชอร์ลินมากนะ" เชอร์ล็อคพูด
         จอห์นย่อตัวลงข้างๆเชอร์ล็อค "ขออากอดหลานตัวเองบ้างได้มั้ยเนี่ย"
          เชอร์ลินปล่อยแขนที่กำลังกอดเชอร์ล็อค แล้วหันไปกอดจอห์นแทน
         "เชอร์ลินรักอาจอห์นะคะ" เชอร์ลินพูดขณะซุกหน้าลงบนไหล่ของจอห์น "ตุ๊กตากระต่ายน่ารักมากๆ เชอร์ลินชอบมากๆ ขอบคุณนะคะอาจอห์น"
          จอห์นหอมแก้มน่ารักนี้เบาๆ "อาก็รักเชอร์ลินนะ ดูแลตุ๊กตาดีๆนะรู้มั้ย"
           เชอร์ลินพยักหน้าจะกอดจอห์นแน่นขึ้นเล็กน้อย 
           เชอร์ล็อคยิ้มแล้วยื่นมือไปลูบเส้นผมสีดำสนิทนั้นเบาๆด้วยความรัก จอห์นรู้ว่าเชอร์ล็อคมีความสุข เขาเองก็มีความสุขเช่นกันที่เห็นเชอร์ล็อคยิ้มแบบนี้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

385 ความคิดเห็น

  1. #364 Sedius (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 20:11

    เป็นตอนที่อบอุ่นหัวใจแล้วก็เศร้ามากฮือออ หนูเชอร์ลินหนูน่ารักมากเลยลูกกกก ไม่แปลกใจใครๆก็รักหนูกันหมด

    #364
    0
  2. #267 heechulnarak (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 01:39
    เด็กน้อยของเราพูดแล้ววววววว น่ารัก แง้ๆๆๆๆ
    #267
    0
  3. #21 raining (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 15:23
    พึ่งมาเจอเรื่องนี้ มาขอสครีมใส่ดังๆ
    ฮว้ากกกก ว้ากกกก อ้ากกกก
    น่ารักมากค่ะทั้งบรรยากาศอบอุ่นทั้งเนื้อเรื่องเข้มข้นมีปมที่ยังไม่คลาย และเชอร์ลินเองก็น่ารักมากๆๆ
    จอห์นจะรู้ตัวไปว่าตัวเองก็หลงลูกเหมือนกันแหละอย่าว่าแต่บ้านโฮล์มเลยโธ่ 55555
    จะริดูหนูเชอร์ลินนิยทาคุณพ่อกับคุณอานะคะ ขนาดเด็กอยู่ยังหวานกันไม่เกรงใจเด็กเลย 55555
    #21
    1
    • #21-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 10)
      3 สิงหาคม 2559 / 16:57
      มาสครีมใส่บ่อยๆนะคะ 5555555555

      ขอบคุณที่แวะมาเม้นมาอ่านค่าาา มารอดูเชอร์ลินเม้าพ่อกับอาให้เราฟังดีกว่า : )
      #21-1
  4. #20 ELIZA_BEAU (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 10:09
    เป็นตอนที่บีบอารมณ์มากกก แต่ก็รู้สึกอบอุ่นมากๆบอกไม่ถูก ชอบมากๆเลย>_< เชอร์ลินสู้ๆนะลูกก~
    #20
    1
    • #20-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 10)
      31 กรกฎาคม 2559 / 11:32
      เชอร์ลินพูดได้แล้ว ทีนี้มารอดู "คนวงใน" อย่างเชอร์ลินเม้าพ่อกับอาดีกว่า เวลาอยู่บ้าน 2 คนนี้เป็นยังไง อิอิ
      #20-1
  5. #19 Chanita (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 09:29
    เชอร์ลินหนูเป็นเด็กที่เข้มแข็งมากค่ะ ฮือ~~~~อ่าน ไปร้องไห้ไป รู้สึกสงสารเชอร์ลินจับใจแต่ก็รุ้สึกดีใจที่ เชอร์ลินมีคนอย่างเชอร์ล็อคและจอห์นคอยดูแล เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากค่ะ เฮ้อออออ พูดแล้วก็รุ้สึกขอบคุณอันนาจริงๆที่ได้มอบของขวัญอันแสนวิเศษมาให้เชอร์ล็อค

    เลสเตรด ถ้าอยากรุ้ว่า 'คนๆนั้น' คือใครสืบให้รู้เลยค่ะ ถ้ารู้ว่าคือใครนายจะต้องตกใจแน่ๆรับรองเลย และบางทีใจนายอาจจะเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเจอคนๆนั้นก้อได้ ชะอุ้ย!!!นี่ชั้นพูดอะไรเลสเตรดมีเมียแล้วนี่หว่า แต่ได้ข่าวว่าเมียกำลังนอกใจนี่ นายก็มีคนใหม่ไปเลยซะสิ อยู่กะคนนี้อาจจะมีความสุขกว่าเมียนายอีกน่ะ อิอิ
    #19
    2
    • #19-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 10)
      31 กรกฎาคม 2559 / 11:30
      แน่ใจใช่มั้ยคะว่าอยู่กับ "คนๆนั้น" แล้วจะมีความสุข ดูเหมือนนิสัยจะไม่ต่างจากเชอร์ล็อคเท่าไหร่เลย 555555
      #19-1
    • #19-2 Chanita (จากตอนที่ 10)
      31 กรกฎาคม 2559 / 19:44
      อาจจะมั้งค่ะ 555+ แต่ก้อคงสุขกว่าคนเก่าแหละน่ะ (รึป่าวหว่า?)
      #19-2
  6. #18 [[ SS ]] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 09:26
    ความครอบครัวนี้ หนูเชอร์ลินควรเรียกอาจอร์นว่าคุณแม่นะลูก หรือจะเป็นแดดดี้ดี คิคิ
    #18
    1
    • #18-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 10)
      31 กรกฎาคม 2559 / 11:28
      ต้องถามคุณพ่อออออ คุณพ่อจะให้เรียกอะไรดี ^^
      #18-1