นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

[MARVEL] [EverStrange] The Monitor

โดย MALEEHAVEACAT

เรื่องราวของอดีตหมอผ่าตัดมือหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่หายสาปสูญกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลตัวเล็กที่ถูกย้ายไปอยู่ต่างประเทศ

ยอดวิวรวม

2,748

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


2,748

ความคิดเห็น


13

คนติดตาม


106
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ม.ค. 61 / 14:48 น.
นิยาย [MARVEL] [EverStrange] The Monitor

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้







"คุณรอส คุณต้องจับตามองเขาไว้ ผมคิดว่าเขาควรมาร่วมทีมกับเรา"


Pic. From : 3bino3


****************************************

Talk :

สวัสดีค่ะทุกๆคน Maleehaveacat เองนะคะ ฝากแฟนฟิคเรื่องสั้นเรื่องแรก และการก้าวออกจาก Johnlock เรื่องแรกด้วย แต่ยังไงก็ยังหนีคู่พี่เบนและเฮียมาร์ตินไม่ได้อยู่ดี สองคนนี้ต้องมาด้วยกันนน เราจะตามกันไปทุกจักรวาล 55555

เราว่าทุกคนที่เป็นแฟนคลับของทั้งพี่เบนและเฮียมาร์ตินต้องรอการพบกันเป็นครั้งแรกของสองคนนี้ในจักรวาลมารเวลแน่ๆ ในเมื่อสองคนนี้เจอกันมาทั้งจักรวาลของเชอร์ล็อค โฮมส์ จักรวาลของฮอบบิตแล้วก็มารวมกันที่จักรวาลมาเวลอีก ( จะรักอะไรกันขนาดนี้ )  เราเลยไม่ได้ละ เราต้องเขียนถึงคู่นี้บ้างละ หมอกับคุณรอสส์ต้องมาพบกันเดี๋ยวนี้ ทางเราจะไม่รออีกต่อไป !!!! ในหนังยังไม่เจอกัน ก็มาเจอกันในฟิคไปก่อน !!!

บอกไว้ก่อนว่าความจริงแล้วฟิคนี้เราเขียนหลังจากไปดูรอบทดสอบโรงภาพยนตร์ IMAX มา คือก่อนรอบสื่อซะอีก เลยยังไม่เห็นสปอย ไม่เห็นคนพูดถึงเนื้อเรื่องอะไรมาก่อนเลย แถมเราไม่เคยอ่านคอมิคเรื่องของหมอแปลกมาก่อนด้วยเลยไม่มีพื้นฐานในคอมิคเรื่องนี้มาก่อนนะคะ เราเลยเขียนเอาจากจินตนาการล้วนๆ จึงต้องขออภัยแฟนๆมาร์เวลคอมิคไว้ตรงนี้เลยนะคะถ้าเรื่องของหมอมันจะบิดเบือนไปเกือบ 100 % ไว้จะพยายามเขียนเรื่องของหมอใหม่นะคะ : ) 

( แต่เนื่องจากมีการรีไรต์แก้คำผิดอยู่ตลอด จึงทำให้วันที่มันเปลี่ยนไปค่ะ )



***********************************

 

 My Contact : ( คลิกที่ชื่อได้เลยได้เลย )

Twitter : @maleehaveacat

WordPress : maleehaveacat.wordpress.com

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ม.ค. 61 / 14:48


           ชายในชุดเสื้อเชิร์ตแขนยาวสีขาวในห้องพักเจ้าหน้าที่พิเศษเขาบรรจงติดกระดุมทีละเม็ดอย่างตั้งใจก่อนจะเดินไปหยิบสูทสีเทาและผูกเนคไทด์สีเดียวกันกับสูท เขาเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบทรงผมว่ามันเรียบร้อยดีแล้ว ... ให้ตายเถอะ ! เขาแจ้งไปแล้วว่ากระจกมันสูงเกินไปทำไมยังไม่มีใครมาจัดการเรื่องนี้ให้เขาอีก นี่ตำแหน่งเจ้าหน้าพิเศษนะ ให้เกียรติกันบ้างสิ !
          โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดเครื่องเล็กจิ๋วดังขึ้นภายในห้องพัก ชายหนุ่มที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยดีแล้วเดินไปรับสายทันที
          "สวัสดีครับคุณคาร์เตอร์" เขารับสาย
          "คุณรอสคะ รบกวนประชุมด่วนค่ะ" เธอพูด
          "ห้องประชุมหรอครับ"
          "ที่ห้องมอนิเตอร์ค่ะ มีภารกิจด่วนที่ห้องมอมิเตอร์ค่ะ" เธอพูดแล้วรีบวางสายไป
          ห้องมอนิเตอร์? มีอะไร? จะถ่ายทอดสดอะไรอีกหรือเปล่า หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องบรรดา 'บุคคลพิเศษของโลก' เด็กๆแก๊ง "อเวนเจอร์" ของเขาจะอาละวาดทะเลาะต่อยตีกันอย่างที่แล้วมานะ
          เขาขี้เกียจห้ามแล้ว เขาเหนื่อย !


         ห้องมอนิเตอร์คือห้องที่มีจอทีวีจำนวนหลายร้อยจอที่ใช้จับตาความเคลื่อนไหวของ 'บุคคลพิเศษ' ที่ทางรัฐบาลให้ไปใช้ชีวิต 'ตามปกติ' บุคคลพิเศษนี่พิเศษแบบไหนน่ะหรอ? เริ่มที่ระดับ 'หัวหน้าบุคคลพิเศษ' อย่างมนุษย์ที่มีอายุเกือบ 90 ปีแต่หน้าตาและสุขภาพยังเหมือนคนอายุ 30 ปี นอกจากนั้นยังมีพละกำลังเหนือมนุษย์ปกติ เขาลากเครื่องบินทั้งลำได้ด้วยมือเปล่า หรือจะระดับรองหัวหน้าแก๊งค์อย่างเศรษฐีเพลย์บอยที่เป็นอัจฉริยะแต่นิสัยเอาแต่ใจ ไม่พอใจอะไรก็เอาชุดเกราะที่ตัวเองประดิษฐ์ขึ้นไปถล่มฝ่ายตรงข้ามทันที นั่นมันยังธรรมดาไปหรอ? สนใจพี่ยักษ์เขียวไหม โกรธทีไรจากนักวิทยาศาสตร์หน่อมแน้มก็กลายเป็นยักษ์เขียวตัวบิ๊กบึ้มทันที หรือถ้ามนุษย์บนโลกยังไม่พอ บุคคลพิเศษที่อยู่ในทีมของเราที่เราภูมิใจนำเสนอมากก็เห็นว่าจะเป็นเทพจากนอกโลก....งงล่ะสิ...คุณอย่างงเลย ตอนเขามาทำงานที่นี่ตอนแรกๆเขาก็งงเหมือนกัน
          เจ้าหน้าที่สาวหันมามองคนที่กำลังเดินเข้าห้องมอนิเตอร์อย่างตัวเขา เจ้าหน้าที่สาวผมยาวสีบลอนด์สัญชาติอังกฤษคนนั้นนามว่า 'ชารอน คาร์เตอร์' หรือที่ใครๆก็จะเรียกเธอว่า 'คุณคาร์เตอร์' มากกว่า 'เจ้าหน้าที่คาร์เตอร์' ไม่ใช่เพราะเธอมีตำแหน่งหน้าที่ที่สูงกว่าปกติ แต่เป็นเพราะตำแหน่งคู่หมั้นของ 'กัปตันสตีฟ โรเจอร์' มนุษย์ที่อายุ 90 ที่สามารถลากเครื่องบินด้วยมือเปล่าที่เขาเล่าไปต่างหาก คู่หมั้นของหัวหน้าทีม 'อเวนเจอร์' นี่ธรรมดาที่ไหน
          คุณคาร์เตอร์เป็นอดีตเจ้าหน้าที่จาก S.H.I.E.L.D องค์กรณ์ลับๆของสหรัฐอเมริกา แต่ตอนนี้ชีลด์ล่มไปแล้วเพราะมี 'ไฮดร้า' กบฏร้ายแรงของโลกแฝงอยู่ในหน่วย ชีลด์จึงต้องยุบและนำคนที่ไว้ใจได้ไปทำงานในหน่วยต่างๆแทน คุณคาร์เตอร์จึงถูกส่งให้มาร่วมงานกับเขา...'เจ้าหน้าที่เอเวอร์เรตต์ รอส' หรือที่คนทั่วไปจะเรียกเขาว่า 'คุณรอส'
           เจ้าหน้าที่พิเศษเอเวอร์เรตต์ เคนเนตต์ รอส สัญชาติอเมริกัน เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษที่ทางรัฐบาลอเมริกาส่งมาประจำที่ประเทศวากานด้า ประเทศเล็กๆในแอฟริกาแต่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของโลก ประเทศนี้ไม่เป็นที่รู้จักเพราะว่าปิดตัวเองมาตั้งแต่สมัยสงครามโลก นี่พึ่งเปิดประเทศให้คนทั่วไปเข้าออกได้ไม่นานมานี้เอง เปิดประเทศปุ๊บก็ได้ต้อนรับบรรดาแก๊งค์อเวนเจอร์กันเลยทีเดียว เพราะบรรดาคนพิเศษเหล่านั้นมาถล่มบ้านเมืองของวากานด้าจนพังราบ ด้วยสาเหตุ "แย่งทหารที่ชื่อบัคกี้" ... อย่างง บอกแล้วว่าอย่างงเพราะเขาเองก็งง ผลสรุปของการทะเลาะนั้นสร้างความไม่พอใจให้กษัตริย์ทีชาล่า กษัตริย์หนุ่มแห่งวากานด้าอย่างมาก
            กษัตริย์ทีชาล่าเรียกร้องให้ทางอเมริกาชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่รับเป็นเงินเพราะรู้อยู่แล้วว่าประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาต้องมีจ่ายแน่นอน กษัตริย์ทีชาล่าเรียกร้องให้อเมริกาส่งบรรดาบุคคลพิเศษทั้งทีมอเวนเจอร์มาที่วากานด้า ไม่ใช่การกักขังแต่เป็นการเรียกมาควบคุมบางอย่าง คนเหล่านั้นจะไม่สามารถออกไปต่อยตีจนเกิดความเสียหายได้อีก ทางอเมริกาคุมคนเหล่านี้ไม่ได้ กษัตริย์ทีชาล่าก็จะควบคุมเจ้าเด็กง้องแง้งชอบต่อยตีพวกนี้เอง ซึ่งอเมริกาก็ต้องยินยอมด้วยดีเพราะคนเหล่านี้ชอบสร้างปัญหาจริงๆ ทางวากานด้าอนุญาตให้ส่งคนของรัฐบาลอเมริกามาคอยดูแลบุคคลพิเศษเหล่านี้ได้ซึ่งคนนั้นก็คือคุณรอส เจ้าหน้าที่ตัวเล็กคนนี้นี่เอง
             คุณรอสได้รับเลือกจากทีมอเวนเจอร์ทั้งทีมจากจำนวนผู้เข้าชิงตำแหน่งหลายสิบคน คนอื่นเขาดูดุดันน่าเกรงขาม ทีมอเวนเจอร์ไม่ชอบเพราะกลัวว่าตัวเองจะหมดอำนาจ ทั้งทีมจึงรวมหัวกันเลือกเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ใบหน้ายิ้มแย้มคนนี้มาเป็น 'ผู้ปกครอง' ของ 'เด็กๆผู้มีพลังพิเศษ' ที่วาดานด้า ... ตัวเล็กแค่นี้ไม่น่ามีพิษภัยอะไร...ใครจะรู้ว่าทุกคนคิดผิดทั้งหมด !!!
             วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิเศษ รอสสั่งเก็บ 'ของเล่น' ของทีมอเวนเจอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโล่กัปตัน ชุดเกราะจำนวนหลายร้อยตัว ปีกนกที่ทำให้บินได้ แม้กระทั่งค้อนโยเนียร์ ค้อนของผู้ครองแอสการ์ดที่อยู่นอกโลกก็ถูกยึดชั่วคราวเช่นกัน นั่นยังทำให้เด็กซนทั้งหลายหงอยไม่พอ รอสยังแต่งตั้งคุณคาร์เตอร์คู่หมั้นของกัปตันโรเจอร์ผู้เป็น 'หัวหน้าแก๊งค์เด็กซน' ขึ้นมาเป็นผู้ช่วยอีกต่างหาก เท่ากับว่าบรรดาบุคคลพิเศษทั้งหลายแพ้คุณรอสกันทั้งหมด
              รอสยังใจดีอยู่บ้าง เขาไม่กักตัวคนเหล่านี้ไว้นานนัก ขอแค่เซ็นสัญญาตกลงกันว่าจะเอาของที่ถูกยึดไว้ไปใช้ก็ต้องมาบอกกันก่อนจะได้ไม่เอาไปสร้างความเสียหายอีก แล้วเขาจะปล่อยให้ทุกคนไปใช้ชีวิตอิสระ แต่ต้องถูกจับตาด้วยกล้องมอนิเตอร์จำนวนหลายร้อยตัวแทน .... คนพวกนั้นก็ต้องจำใจรับข้อเสนอนั้นด้วยดี...ทำไงได้ ก็เลือกคุณรอสกันมาเองนี่ !!!!



            "เชิญนั่งครับคุณรอส" กษัตริย์ทีชาล่าเชื้อเชิญให้รอสนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้าง
            "ขอบพระทัยฝ่าบาท" รอสกล่าวแล้วนั่งลง "คุณคาร์เตอร์แจ้งกระหม่อมว่ามีเรื่องด่วน"
             "เราพบผู้มีพลังพิเศษคนใหม่ กล้องของเราจับภาพไว้ได้ที่วอชิงตัน ดีซี" คุณคาร์เตอร์พูด "เป็นผู้ชายค่ะ"
            "พลังอะไร" รอสถาม
            "นั่นแหละครับที่ผมกำลังสงสัยจึงต้องเรียกคุณมา" กษัตริย์หนุ่มพูด "เพราะผมดูแล้วมันคือพลังอะไรก็ไม่รู้"
             "เขาแต่งตัวอย่างกับหลุดมาในการ์ตูน" คุณคาร์เตอร์พูด "ไม่ได้แต่งตัวดูสมัยใหม่เหมือนบรรดา 'เด็กๆ' ในทีมของเรา"
            "เขาหลุดมาจากโรงลิเกหรือเปล่าครับ" รอสพูดด้วยมุขตลกอย่างเคย แล้วหันไปสนทนากับกษัตริย์หนุ่ม "ฝ่าบาทต้องการให้กระหม่อมจัดการอย่างไรดี"
            "เช่นเดิม เก็บอาวุธของพวกเขามา แล้วบันทึกประวัติ จากนั้นจะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่คุณ" ฝ่าบาทพูด "ผมให้สิทธิคุณเพราะผมเองก็ต้องอยู่ในคำสั่งของคุณเหมือนกันในฐานะคนควบคุมผม"
            ...ลืมบอกไปสินะว่ากษัตริย์ทีชาล่าพระองค์นี้ก็เป็นหนึ่งในบรรดาผู้พิเศษเหมือนกัน...ฝ่าบาทมีชุดเสือดำที่ทรงพลัง ปัจจุบันชุดนั้นถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยเหมือนของเล่นของคนอื่นๆ และฝ่าบาทก็ถูกบันทึกประวัติเช่นกัน
           "กระหม่อมขอดูภาพที่ถ่ายมาหน่อยได้ไหม กระหม่อมจะได้รู้ว่าจะจัดการกับเขาอย่างไร" รอสพูด
             ฝ่าบาทพยักหน้าเข้าใจแล้วกดปุ่มให้จอมอนิเตอร์เล็กๆทั้งหมดหายไปแล้วเปลี่ยนจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่แทน 
            "คุณรอส คุณต้องจับตามองเขาไว้ ผมคิดว่าคงเขาควรมาร่วมทีมกับเรา" กษัตริย์ทีชาล่าพูด "บันทึกประวัติและเก็บของๆเขาไว้ ที่เหลือก็แล้วแต่คุณ"
            ภาพในจอเป็นภาพนิ่งของชายคนหนึ่งในชุดสีน้ำเงิน มีผ้าคลุมสีแดงอมน้ำเงินคลุมอยู่ เขาแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากในการ์ตูนจริงๆ รอสอาจจะพูดมุขตลกบางอย่างได้แน่ถ้าไม่เห็นคนในภาพนี้ เขามองคนในจอนั้นด้วยตาที่เบิกโต แล้วลุกขึ้นเพื่อเข้าไปมองจอมอนิเตอร์นั้นใกล้ๆ
            ....คนในมอนิเตอร์นั่นคือด็อกเตอร์สตีเฟ่น สเตรนจ์ อดีตคนรักของตัวเขาเอง



          เจ้าหน้าที่เอเวอร์เรตต์ รอสในชุดนอน กำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงนอนในห้องพัก ในหัวสมองของเขายังคิดถึงคนที่เห็นในมอนิเตอร์นั้น...สตีเฟ่น สเตรนจ์ อดีตคุณหมอผ่าตัดมือหนึ่งของนิวยอร์คคนรักของเขาที่เลิกรากันไปเมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งสองพบกันในงานเลี้ยงของรัฐบาลที่สตีเฟ่นมาเป็นแขก จากนั้นเขาก็คบกันอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะบอกเลิกกันในที่สุด และหลังจากนั้นไม่นานสตีเฟ่นก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาบาดเจ็บสาหัสจึงถูกผ่าตัดซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายสิบครั้ง ทุกครั้งที่ผ่าตัดอดีตคนรักหมาดๆอย่างเขาก็ไปคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง แต่คุณหมอก็ไม่เคยตื่นขึ้นมาคุยกับเขาแม้แต่คำเดียว แพทย์ผู้ทำการรักษาบอกว่าให้ทำใจถ้าเขาจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก แต่คนรักอย่างเขาก็รอ รออยู่เกือบปีจนเขาถูกเรียกตัวให้มาประจำที่วากานด้าและไม่ได้ไปเฝ้าที่ข้างเตียงอีก
           เขาไม่รับรู้ข่าวอะไรที่เกี่ยวกับอดีตคนรักอีกเลย ข่าวล่าสุดที่รู้คือเขาออกจากโรงพยาบาล แค่นั้นก็ดีใจแล้ว และจากนั้นก็ไม่ได้ตามข่าวอีก
           จนกระทั่งเห็นเขาในจอมอนิเตอร์....สตีเฟ่นของเขาทำไมถึงกลายเป็นคนมีพลังพิเศษอะไรแบบนั้นได้ ... มันเกิดอะไรขึ้นกับอดีตคนรักของเขา....สามปีที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น
            รอสสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิด เขาควรจะต้องเข้านอนได้แล้ว รอสลุกจากเตียงเพื่อไปปิดสวิตซ์ไฟที่อยู่หน้าประตูห้อง ไฟในห้องดับลง ความมืดปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง เจ้าหน้าที่ตัวเล็กเตรียมจะก้าวเท้าเดินกลับไปนอนที่เตียง
            "โรส ผมคิดถึงคุณ" เสียงทุ้มแต่แข็งแกร่งกล่าวอย่างอ่อนโยนอยู่ข้างๆหูของรอส พร้อมกับการกอดรัดจากด้านหลังของใครบางคน
            เสียงแบบนี้ กอดแบบนี้ การเรียกชื่อแบบนี้ .... มีแค่คนเดียวเท่านั้น
            "สตีฟ !" รอสหันกลับไปมองคนที่กอดในความมืด เขาเห็นคนที่มาใหม่โยกมือขึ้นโบกเบาๆในอากาศแล้วไฟทุกดวงในห้องก็สว่างอีกครั้งโดยไม่ต้องเดินไปกดสวิตซ์ไฟด้วยตนเอง



             เมื่อมีแสงสว่างจึงทำให้มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้น ตรงหน้าของเจ้าหน้าที่เอเวอร์เรตต์ รอสคือชายตัวสูง ผมสีเข้มในชุดสีน้ำเงินปนแดงดีไซน์แปลกตา สวมสร้อยคอที่มีจี้อันใหญ่ ดูเหมือนอัญมณีมีค่าสักอย่าง ผิวที่เคยขาวเนียนเพราะเป็นคนเจ้าสำอางดูจะมีสีแทนขึ้นเล็กน้อย เขาดูผอมลงเพราะใบหน้าหล่อเหล่าคมเข้มดูจะซูบลงเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาหล่อน้อยลงเพราะหากรวมกับเคราจางๆที่มีมันกลับยิ่งทำให้เขาดูเท่มากขึ้น ดูสมาร์ทและดูดุดันขึ้น
             ถึงเขาจะดูดุขึ้นอย่างไร แต่ดวงตาสีเขียวอมฟ้านั้นยังเหมือนเดิม ยังอ่อนโยนเมื่อมองมาเหมือนเดิม
            "โรส ผมคิดถึงคุณ" ชายคนนั้นพูดด้วยประโยคเดิมและก้าวเท้าเข้าใกล้รอสอีกเล็กน้อย
            "สตีฟ คุณเข้ามาได้ยังไง แล้วนี่คุณใส่ชุดอะไร คุณไปไหนมา แล้วคุณไปทำอะไรมาทำไมถึงเป็นแบบนี้"
           'สตีเฟ่น สเตรนจ์' ชายในชุดสีน้ำเงินอมแดงยิ้มเล็กน้อยและก้าวเท้าเข้าไปอีก "คุณยังเป็นโรสช่างถาม ช่างพูดของผมเหมือนเดิม"
           "แต่คุณไม่เหมือนเดิม คุณไม่เหมือนสตีฟที่ผมเคยรู้จัก" รอสพูด
           "ผมไม่เหมือนเดิมตั้งแต่คุณบอกเลิกผมเมื่อ 3 ปีก่อนนั่นแหละโรส" เขาพูด "เพราะคุณบอกเลิกผม ผมถึงเป็นแบบนี้"
           "ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณไปทำอะไร ไปเจออะไรมา ผมไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้คุณ"
           "คุณบอกเลิกผม ผมเสียใจเลยปาร์ตี้อย่างหนักเผื่อว่าผมจะลืมความเสียใจที่คุณทิ้งผมไป"
           "คุณปาร์ตี้เป็นปกติอยู่แล้วสตีฟ อย่าเอาผมมาอ้าง" รอสพูดแล้วกอดอกยืนนิ่ง
           "ผมเมา แล้วผมก็ขับรถ" เขาพูด "ผมก็เลยประสบอุบัติเหตุสาหัส"
           รอสยังคงยืนนิ่ง สเตนรจ์จึงพูดต่อ "ผมเจ็บปางตาย ผ่าตัดไปหลายสิบครั้ง เพราะผมเมาแล้วขับ ผมเสียใจที่คุณทิ้งผม" สเตนจ์พูด "ผมกลับมาหาคุณ มาทวงถามคำตอบว่าคุณทิ้งผมทำไม"
            รอสยังคงยืนนิ่งเงียบ สเตรจ์จึงยื่นมือเข้าสวมกอดอดีตคนรักที่ตัวเล็กกว่า "บอกผมได้ไหมโรส คุณทิ้งผมทำไม"
           "เพราะผมไม่ได้รักคุณอีกแล้ว" คนตัวเล็กกว่าตอบ
            "คุณโกหก คุณยังรักผมอยู่ และคุณยังคิดถึงผมอยู่" สเตรนจ์พูด
           "คุณจะมารู้ดีไปกว่าใจของผมได้ยังไง" 
           "ผมไม่รู้ แต่สร้อยเส้นนี้รู้" สเตรนจ์จับมือของคนที่ตัวเล็กกว่ามาทาบไว้ที่อัญมณีที่ห้อยอยู่ตรงหน้าอกของคนตัวสูง "มันเป็นอัญมณีที่ทำให้ผู้สวมรู้ความจริงทุกอย่างของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและมันกำลังบอกผมว่าคุณโกหก คุณยังรักผมอยู่"
            รอสมองอัญมณีที่ตนกำลังวางมือทาบทับอยู่ มันเรืองแสงขึ้นมาเล็กน้อย "คุณไปเอามันมาจากไหน"
           "อาจารย์ของผมให้มา" เขาตอบ
            รอสเงยหน้ามองคนที่สูงกว่า "อาจารย์? ใคร?"
            "ผมบอกกับคุณไม่ได้ มันเป็นความลับระหว่างอาจารย์และศิษย์ แต่ท่านเป็นคนดีนะ อย่าเป็นห่วง" เขาพูด "ผมต้องฝึกกับอาจารย์จนให้กลายเป็นผู้ที่เหมาะสม เมื่อผมเป็นผู้ที่เหมาะสม ผมจะได้รับของสามสิ่งเป็นรางวัล"
             "ผู้ที่....เหมาะสม?" รอสขมวดคิ้ว "คุณไปทำอะไรมาสตีฟ คุณเป็นแบบนี้ได้ยังไง คุณมีพลังบ้าๆอะไรมาจากไหน"
            สเตรนจ์ยิ้มแล้วยื่นหน้าไปใกล้ๆคนรัก "ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อยได้ไหม แล้วผมจะบอกคุณ"
            รอสถอนหายใจแล้วยื่นมือทั้งสองข้างจับแก้มของคนตัวสูงที่ยื่นหน้ามาใกล้ๆ เขาทาบริมฝีปากของตนเองลงบนริมฝีปากได้รูปของอีกฝ่ายเบาๆอย่างรวดเร็วแล้วรีบเอาตัวถอยออกห่างทันที
           "คุณขี้โกงผมทุกครั้งเลยโรส" สเตรนจ์พูดด้วยเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย "การทำงานให้รัฐบาลของคุณกำลังทำให้โรสที่น่ารักของผมเปลี่ยนไป โรสของผมชอบขี้โกงมากขึ้น"
           "คุณไม่ได้บอกว่าให้จูบแบบไหน เมื่อกี้ก็คือจูบเหมือนกัน" รอสพูด "คุณจะเล่าให้ผมฟังได้หรือยังว่าเรื่องมันเป็นมายังไง"
           "ได้....ผมจะเล่าให้คุณฟังเดี๋ยวนี้" สเตรนจ์พูดแล้วช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นมาอุ้ม "ขอไปเล่าที่เตียงนะ ผมเมื่อย"



           สตีเฟ่น สเตรนจ์ค่อยๆวางคนตัวเล็กในชุดนอนลงบนเตียงกว้างก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นเตียงแล้วล้มตัวนอนข้างๆ เขาดึงคนรักมากอดไว้ในแขนอย่างอบอุ่น แล้วค่อยๆเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น
           "หลังจากประสบอุบัติเหตุ ผมถูกผ่าตัดไป 17 ครั้ง มันเป็น 17 ครั้งที่ทรมาณมากสำหรับหมอผ่าตัดมือหนึ่งแบบผม ผมเคยแต่ผ่าตัดให้คนอื่น วันหนึ่งผมกลับต้องมาถูกผ่าตัดเสียเองมันแย่มาก" สเตรนจ์พูดแล้วยกมือขึ้นมาหนึ่งข้าง "มือของผมผ่าตัดใครไม่ได้อีก เส้นประสาทที่มือมันถูกทำลาย ผมรับสิ่งนี้ไม่ได้ ผมกำลังเสียสิ่งที่รักอย่างการผ่าตัดไป ผมเลยทุ่มเงินทั้งหมดที่มีเพื่อรักษามือของตัวเอง แต่มันไม่สำเร็จ บางครั้งผมก็ถูกหลอก บางครั้งไปแล้วก็รักษาไม่หาย ผมตระเวณไปทั่วโลกเพื่อหาหมอที่เขาว่าเก่ง แต่มันก็ไม่หาย ผมหมดเงิน หมดทรัพย์สินกับมันไปมาก จนสุดท้ายผมหมดตัว ผมเหลือเงินแค่ไม่เท่าไหร่ จากมหาเศรษฐีที่เป็นหมอผ่าตัด ผมแทบจะกลายเป็นขอทาน"
             รอสเงยหน้ามองคนที่กำลังกอดตัวเองอย่างสำนึกผิด เขายื่นมือไปจับมือที่สั่นเล็กน้อยของคนที่ตัวสูงกว่า "ผมขอโทษสตีฟ ผมขอโทษ มันเป็นเพราะผม มันเป็นความผิดของผม" รอสพูดเสียงสั่น "ผมไม่ควรบอกเลิกคุณ ผมขอโทษ"
              สเตรนจ์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลยโรส มันเป็นเพราะผมประมาท คุณไม่ผิดนะ" สเตรนจ์กล่าวปลอบแล้วจูบไปที่ผมบลอนด์นั้น "ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าคุณบอกเลิกผมทำไม"
             รอสเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบา "ผมคิดว่าเราคงไปกันไม่รอด ซักวันหนึ่งเราต้องเลิกกันอยู่ดี ผมเลยบอกเลิกคุณ" รอสพูด "ผมมันอ่อนแอเกินกว่าที่จะใช้ชีวิตกับคุณ"
           "คุณเป็นคนกล้าหาญ เป็นคนเข้มแข็ง คุณไม่ใช่คนอ่อนแอเลยโรส คุณคิดมากทำไม"
           "ผมเป็นคนอ่อนแอ ผมเข้มแข็งไม่พอที่จะเห็นว่าคุณจะไม่ใส่ใจผม ไม่รักผม" 
            "ผมรักคุณมากโรส รักตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณก็รู้ ผมทำงานหนักเพื่อจะได้มีทุกอย่างไว้ดูแลคุณตลอดชีวิต ผมซื้อบ้านให้คุณ ซื้อรถให้คุณเพื่อให้คุณมีชีวิตที่สบาย" สเตรนจ์พูด "หรือผมรักคุณมากเกินไปจนคุณอึดอัดหรือเปล่า"
             "คุณรักผมน้อยเกินไปต่างหากสตีฟ" รอสพูด "คุณซื้อบ้านหลังใหญ่ให้ผมแต่คุณก็ไม่ได้กลับมาอยู่กับผม เลิกงานผ่าตัดที่โรงพยาบาลคุณก็ไปออกงานนู่นนี่จนดึกทุกวัน คุณทิ้งให้ผมอยู่บ้านคนเดียวมาตลอด คุณซื้อรถสปอร์ตให้ผม แต่เราก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเพราะคุณก็ติดงานเลี้ยงบ่อยๆ รถมันเลยต้องจอดทิ้งไว้ที่บ้าน ... คุณไม่รักผมเลย คุณชอบทิ้งให้ผมอยู่ลำพัง"
             "คุณเคยบอกว่าผมเป็นเหมือนฮีโร่ ผมผ่าตัด ผมช่วยชีวิตคนมันเลยทำให้ผมไม่มีเวลาใส่ใจคุณเพราะผมงานเยอะ"
            "สตีเฟ่น สเตรนจ์ที่ผมรักคือหมอผ่าตัดที่ช่วยเหลือคนไม่ใช่เซเลปบริตี้ที่ออกงานทุกวันจนทิ้งคนรักให้อยู่ที่บ้านแบบนั้น" รอสพูด "ผมกลัวว่าวันหนึ่งคุณจะเอาแต่ทำงาน ออกงานบ้าบอพวกนั้นจนคุณจะลืมผม ผมเลยบอกเลิกคุณก่อนดีกว่าที่คุณจะทิ้งผม"
            "คนโง่เท่านั้นที่จะทิ้งคุณนะโรส" สเตรนจ์พูด "และคุณก็โง่มากที่ทิ้งผม คุณเห็นแล้วใช่มั้ยพอผมห่างจากคุณแล้วชีวิตผมเป็นยังไง"
             "ผมขอโทษ" รอสกล่าวอีกครั้ง
            "ผมไม่โกรธคุณ" สเตรนจ์พูด "คุณอยากฟังเรื่องของผมต่อไหม"
            รอสพยักหน้าแรงๆอย่างสนใจ สเตรนจ์ยิ้มที่เห็นท่าทางแบบนั้น
            สเตรนจ์เล่าเรื่องราวที่เขาพบเจอกับ อาจารย์ผู้ชุบชีวิตเขาขึ้นมาใหม่ เขาเล่าทุกเรื่องให้คนรักฟัง ชีวิตที่ต้องเริ่มทุกอย่างใหม่มันเป็นอย่างไร โหดร้ายแค่ไหน เขาต้องพบเจอกับอะไรบ้างและเขากลายมาเป็น 'บุคคลที่มีพลังพิเศษ' ได้อย่างไร
           มือของสเตรนจ์โบกไปมาในอากาศ สิ่งรอบตัวมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามแต่ที่เขาจะต้องการ มันไม่ใช่มายากล มันไม่ใช่ภาพมายา มันไม่ใช่ภาพยนต์ 4 มิติ แต่นี่คือ 'ของจริง' เขาสามารถนำของจริงทุกอย่างในโลกและนอกโลกมาให้คนรักดูได้เพียงแค่โบกมือเท่านั้น
           สตีเฟ่น สเตรนจ์เรียกมันว่า 'เวทย์มนต์'
           เวทย์มนต์ของสเตรนจ์สามารถพาตัวเขาและคนรักไปท่องเที่ยวที่ต่างๆได้แม้ว่าขณะนี้จะกำลังนอนอยู่บนเตียง พาทั้งสองคนกลับไปดูอดีตตอนที่พึ่งจะจีบกันใหม่ๆ ออกเดตกันใหม่ๆ มันทำให้ทั้งสองคิดถึงช่วงเวลาในอดีตที่เคยใช้ร่วมกัน
           "สตีฟ แล้วของที่คุณบอกว่าได้มาจากอาจารย์ของคุณคืออะไร นอกจากสร้อยเส้นนี้แล้วมีอะไรอีก" รอสถาม
           "ของสามสิ่งที่ผมได้รับจากอาจารย์ก็คือสร้อยที่ทำให้ผู้สวมใส่เห็นความจริง ไม่ใช่แค่รู้ว่าใครโกหกหรือพูดจริง แต่ภาพมายาทั้งหมดก็ไม่สามารถปกปิดความจริงกับสร้อยเส้นนี้ได้" สเตรนจ์พูด "อย่างที่สองคือผ้าคลุมสีน้ำเงินแดง มันมีชีวิต มีจิตใจและมันทำให้ผมบินได้"
            "ผ้าคลุมที่ทำให้บินได้แบบซุปเปอร์แมนแบบนั้นน่ะหรอ"
           "ซุปเปอร์แมนนั่นของค่าย DC คู่แข่งเรานะโรส เราอยู่ค่าย Marvel อย่าลืมสิ"
           "จริงด้วย" รอสกล่าวเบาๆ
           สเตรนจ์ยิ้มแล้วพูดต่อ "ของชิ้นสุดท้ายคือลูกแก้ว เอาไว้เฝ้ามองอะไรก็ได้"
           "เหมือนมอนิเตอร์ของผมเลย" รอสพูด "มอนิเตอร์ของผมจับภาพการใช้เวทย์มนต์ของคุณได้"
           "ลูกแก้วของผมก็หาคุณพบ" สเตรนจ์พูด "ที่ผ่านมาลูกแก้วยังไม่ยอมรับผม ทำให้ผมใช้งานมันได้อย่างไม่เต็มที่ ตอนนี้ผมคู่ควรแล้ว ผมจึงใช้ลูกแก้วออกตามหาคุณ"
           "ลูกแก้วของคุณใช้ดูดวงเหมือนพวกหมอดูไพ่ยิปซีได้ไหมสตีฟ" รอสถามอย่างขำขัน
           "มันทำได้ยิ่งกว่านั้นเสียอีก" สเตรนจ์พูด "ลูกแก้วหาคนรักใจร้ายของผมที่ทิ้งผมไว้ที่นิวยอร์คแล้วมาอยู่ที่นี่"
           "ผมมาทำงาน ผมไม่ได้ทิ้งคุณไว้ที่นั่นนะสตีฟ"
           สเตรนจ์พูดด้วยเสียงอ้อน "งานบ้าๆของคุณทำให้คุณไม่ได้กลับไปนิวยอร์คเสียที วันนี้ผมจะมารับคุณ เรากลับไปอยู่ที่นิวยอร์คกันนะโรส ผมจะหาทุกอย่างมาให้คุณใหม่ เราจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอีกครั้ง"
           รอสถอนหายใจ "ผมกลับไปไม่ได้ ผมต้องทำงานจนกว่าจะครบเวลาที่กำหนดนะ"
           "ผมไม่ชอบที่นี่ ผมไม่อยากให้คุณอยู่ที่นี่ ผมเป็นห่วงคุณ"
           "คนที่นี่ดีกับผมมากนะสตีฟ อย่าเป็นห่วงเลย ทุกคนใจดีกับผม ฝ่าบาทก็ทรงดีกับผมมาก"
           สเตรนจ์พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด "ผมไม่ชอบให้คุณอยู่กับเจ้าแมวยักษ์นั่นเลย ทำไมเขาต้องอยู่ใกล้คุณตลอดเวลา ผมเห็นในลูกแก้วคุณหัวเราะอย่างสนุกสนานกับเขาด้วย"
           "นั่นเสือดำนะสตีฟไม่ใช่แมวยักษ์" รอสพูด "แล้วฝ่าบาทก็เป็นกษัตริย์ด้วย คุณพูดจาดีๆหน่อยนะ"
           "คุณปกป้องเขา ผมไม่พอใจเลย"
            รอสยิ้มแล้วเงยหน้ามองคนขี้หึง เขาดันตัวเองขึ้นเพื่อจูบไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายเบาๆ "อย่าหึงสิ ผมรักคุณคนเดียว คุณก็รู้"
           สเตรนจ์มองคนรักด้วยสายตาวิบวับก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมคนตัวเล็ก "ขี้โกงอีกแล้ว จูบแบบนั้นมันใช้ได้ที่ไหนกัน"
          คนตัวสูงจูบคนที่ถูกคร่อมเบาๆอย่างอ่อนโยน รอสจูบตอบกลับอย่างว่าง่าย จูบที่ทั้งสองคนต่างคิดถึงมาตลอดมันช่างนุ่มนวลไม่ต่างจากครั้งที่ผ่านๆมา มือของสเตรนจ์เริ่มซุกซนที่กระดุมเสื้อของชุดนอน สเตรนจ์ผละริมฝีปากได้รูปออกจากริมฝีปากบางคนรัก เขาขบกัดติ่งหูของคนตัวเล็กเบาๆ
          "ผมคิดถึงคุณเหลือเกินโรส คิดถึงตอนที่ผมได้นอนกอดคุณทุกคืน" สเตรนจ์พูดด้วยเสียงแหบพร่า "คุณช่วยทำให้ผมหายคิดถึงคุณหน่อยได้ไหม" เขาพูดแล้วจูบไปที่ลำคอขาวๆของคนรักจนมันเป็นรอยแดงเล็กน้อย ส่วนมือก็วุ่นวายอยู่กับการปลดกระดุมชุดนอน
         "ดะ.....  ดะเดี๋ยวก่อน สตีฟ อย่าพึ่งทำ" รอสผลักคนตัวสูงที่ใจร้อน "ก่อนทำคุณต้องตกลงกับผมก่อน"
          "ตกลงอะไร" 
          "ตกลงกับผมว่าคุณจะช่วยผมทำงานให้งานผมผ่านไปด้วยดี ตกลงว่าคุณจะทำงานให้ผม" รอสยื่นข้อเสนอ "ถ้าคุณตกลง คุณค่อยทำต่อ"
           "ผมไม่ตกลง" เขาปฏิเสธ 
           "ถ้าอย่างนั้นคุณก็กลับไปได้แล้ว" รอสพูด "ไม่ต้องมากอด ไม่ต้องมาจูบผมและผมก็ไม่ยอมคุณแล้วเหมือนกัน"
            "โรส คุณกำลังเห็นงานดีกว่าผมหรอ" สเตรนจ์พูดด้วยเสียงงอนๆ
            "เปล่าเลยนะสตีฟ คุณสำคัญที่สุดเสมอ แต่ผมก็มีงานที่จะต้องทำ" รอสพูด "ผมขอแค่บันทึกประวัติของคุณ สอบถามข้อมูลของคุณนิดหน่อย ขอดูของขวัญของคุณ ผมขอทำความเข้าใจกับมันซักระยะแล้วผมก็จะคืนให้"
            "ไม่ให้ ผมไม่ให้คนพวกนั้นยุ่งกับของๆผม" สเตรนจ์พูด
            "ผมจะไม่ให้คนอื่นแตะของๆคุณ ผมจะดูแลของๆคุณด้วยตัวผมเอง ผมสัญญา" รอสพูด "คุณตกลงมั้ย ผมขอแค่เดือนเดียวก็ได้ แล้วผมจะคืนให้คุณนะสตีฟ"
            สเตรนจ์ยังคงนิ่งเงียบ จนรอสต้องถามย้ำ
            "คุณไม่ไว้ใจผมหรือเปล่า"
           "ผมไว้ใจคุณโรส ผมรักคุณ" สเตรนจ์พูด "ถ้าคุณรับปากกับผมว่าคุณจะดูแลตัวเองดีๆ พอครบกำหนดเวลาที่คุณจะประจำอยู่ที่นี่คุณจะให้ผมมารับกลับนิวยอร์ค"
           "โอเค ผมสัญญา" รอสรีบรับคำ
           "กลับนิวยอร์คแล้วเราแต่งงานกันนะโรส" สเตรนจ์พูดแล้วถอดสร้อยในคอให้คนรักสวม "ผมไม่มีอะไรมามอบให้คุณนอกจากสร้อยเส้นนี้ พอคุณทำงานอะไรของคุณเสร็จแล้ว สร้อยนี้เป็นของคุณนะโรสไม่ต้องคืนผม ผมจะกลับไปรอคุณที่นิวยอร์คนะ"
           "คุณอยู่ที่นั่นก็ดูแลตัวเองดีๆนะ" รอสพูด "ผมก็รักคุณเหมือนกัน"
            สเตรนจ์ยิ้มแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆคนรัก "คุณรักผมจริงๆหรือเปล่า ผมต้องขอพิสูจน์หน่อยนะโรส" เขาพูดแล้วปลดกระดุมชุดนอนเม็ดสุดท้ายของคนตัวเล็กออก
           "ดะ...เดี๋ยว สตีฟ มีข้อตกลงอีกข้อนึง"
           สเตรนจ์ถอนหายใจเบาๆ "คุณจะเอาอะไรอีก"
           "อยู่ที่นี่ต้องเรียกผมว่าเจ้าหน้าที่รอส หรือคุณรอส ห้ามเรียกโรสเด็ดขาดตกลงมั้ย"
           "ข้อนี้ไม่ตกลง คุณเป็นโรสของผม เป็นดอกกุหลาบที่บานอย่างสดใสในตอนเช้าของผม ทำไมผมต้องเรียกคุณด้วยชื่ออื่น"
          "ไม่ได้นะสตีฟ คุณมาเรียกผมว่าโรสๆๆๆแบบนี้ ลูกน้องผมเขาก็ล้อกันแย่สิ"
          "เห้อ โรสพูดอะไรน่าเบื่อจังเลย" สเตรนจ์พูดแล้วแหวกเสื้อนอนออก "เก็บเสียงไว้ครางดีกว่านะ ผมคิดถึงเสียงครางของคุณจัง"




           เช้าวันใหม่ในเวลาเข้างานตอน 9 โมงตรง เจ้าหน้าที่เอเวอร์เรตต์ รอสเดินก้มหน้าเข้าอาคารที่ทำงานด้วยความเขินอาย เขารู้เลยว่าตอนนี้ร่องรอยสีหวานที่อยู่ทั่วทั้งลำคอมันยังคงอยู่....อันที่จริงมันมีรอยแบบนี้ทั้งตัวของเขาเลยด้วยซ้ำ มันไม่มีตรงไหนของร่างกายเขาที่ริมฝีปากได้รูปนั้นยังไม่ได้สัมผัส ไม่รู้อดีตหมอผ่าตัดคนนั้นไปเอาเรี่ยวแรงจากไหนมานักหนาถึงได้กวนเขาทั้งคืนแบบนี้ ไหนจะร่องรอยตามตัวที่ถูกสร้างไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของนี่อีก ไม่อยากนึกถึงสภาพเตียงนอนเลยว่าถ้าแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดจะรู้สึกยังไง....นั่นเตียงหรืออะไรทำไมยับเยินขนาดนั้นก็ไม่รู้....จบกัน...คุณรอสผู้ปราบแก๊งค์อเวนเจอร์ได้สำเร็จ ต่อไปนี้โดนล้อไปอีกนานแน่ๆ
          "ถ้าคุณทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนี้อีก ผมจะจูบคุณโชว์ลูกน้องทั้งหมดเลยดีไหม" คนตัวสูงเด่นเป็นสง่าในชุดสีน้ำเงินอมแดงพูดขึ้น "ผมพูดจริงทำจริงนะ"
         "ไม่ต้องมาพูดเลยสตีฟ" รอสหันไปดุคนข้างตัวก่อนจะมองที่มือของตนเองที่ถูกกุมอยู่.....นี่แหละคือสาเหตุว่าทำไมคนถึงมองกันทั้งอาคาร ก็ผู้ชายที่อยู่ในมอนิเตอร์เมื่อวานมายืนจับมือถือแขนแสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้ากับ 'คุณรอส' ของทุกคนอยู่นี่ไงล่ะ
        "ไม่คิดว่าเขาจะมาหาเราได้เร็วขนาดนี้เลยนะครับ" เสียงที่ดูมีอำนาจของบางคนดังขึ้น
        "เอ่อ...ฝ่าบาท" รอสกล่าวทักทายกษัตริย์ทีชาล่าที่เสด็จมาพร้อมกับคุณคาร์เตอร์
          "คุณเก่งมากเลยคุณรอส สมกับที่เป็นคนดูแลเรื่องนี้จริงๆ" ฝ่าบาทกล่าว
          "เอ่อ ฝ่าบาท นี่นายแพทย์สตีเฟ่น สเตรนจ์ที่ฝ่าบาทต้องการพบ กระหม่อมพามาแนะนำตัว"
           "มาแนะนำตัวในฐานะคนรัก" สเตรนจ์พูดแล้ววางมือโอบเอวของคนตัวเล็ก "ยินดีที่ได้รู้จัก แต่ผมใช้ราชาศัพท์ไม่เป็นเอาเท่านี้ไปก็แล้วกัน"
           "สตีฟ !!!" รอสดุคนตัวสูง
           "ว่าอะไรนะคะ" คุณคาร์เตอร์พูดขึ้นด้วยความงุนงง "คุณรอสเรียกกัปตันหรือเปล่าคะ"
            "เอ่อ ขอโทษครับคุณคาร์เตอร์ ผมไม่ได้หมายถึงกัปตันสตีฟ โรเจอร์คู่หมั้นคุณนะครับ" รอสพูดเบาๆ แล้วจับมือที่กอดเอวอยู่ออก "เอามือออกไปได้แล้ว"
            "ไม่เป็นไรครับคุณรอส ผมไม่ถือ ผมเข้าใจวัฒนธรรมการแสดงความรักในที่สาธารณะของคนอเมริกันดี" ฝ่าบาทพูดด้วยเสียงหยอกล้อ "ถ้ารู้ว่าเป็นคนรักของคุณรอสมาก่อน ผมจะไม่ต้องเสียเวลาตามหาขนาดนี้เลย แค่คืนเดียวเขาก็มาหาคุณรอสแล้ว"
            "ฝ่าบาทอย่าแซวกระหม่อมเลย" รอสกล่าวขณะก้มหน้าอย่างเขินอาย
            "ให้ของครบแล้ว ลงบันทึกประวัติบ้าๆอะไรก็ไม่รู้ครบแล้ว พามาเจอ 'คนที่อยากให้เจอ' ครบแล้ว แค่นี้พอใจแล้วใช่มั้ยโรส"
            "บอกว่าอย่าเรียกโรสต่อหน้าคนอื่นไง" รอสตีมือคนข้างตัวเบาๆ
            "ถ้าอย่างนั้นผมจะได้ไปเสียที" สเตรนจ์พูดแล้วมองหน้าผู้ปกครองประเทศวากานด้า "ถือว่าเรารู้จักกันแล้ว ผมจะไม่พิธีรีตองกับคุณ"
           กษัตริย์ทีชาล่าพยักหน้า "อื้ม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร"
           "ถ้าอย่างนั้นก็ดี" สเตรนจ์พูด "เมื่อผมออกจากที่นี่ไปแล้วคุณต้องดูแลคนของผมให้ดี อย่าให้มีแม้แต่รอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ห้ามคุณเข้าใกล้คนของผมในระยะ 5 เมตรไม่เช่นนั้นผมจัดการประเทศของคุณแน่ มันจะไม่ใช่แค่พังเป็นแถบอย่างที่พวกเด็กง้องแง้งพวกนั้นทำ ถ้าคุณจะลองว่าผมทำได้ถึงขั้นไหนก็ลองทดสอบดู"
           "น่ากลัวดีครับ" ฝ่าบาทยิ้ม "สงสัยผมต้องสั่งไม้บรรทัดยาว 5 เมตรมาคอยวัดระยะห่างระหว่างผมกับคุณรอสเสียแล้ว"
          "ฝ่าบาทอย่าไปฟังเขา เขาเป็นคนไร้สาระ" รอสพูด
           "ฮ่าๆๆๆๆ ผมไม่คิดเลยว่าคุณรอสผู้ปราบทีมอเวนเจอร์ให้อยู่ในกรอบ ในระเบียบจะเป็นคนขี้อายมากถึงขนาดนี้" ฝ่าบาทพูด "ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คุณอยู่ด้วยกันซักครู่ก็แล้วกัน อ้อ...ผมขอเตือนหน่อยว่าที่นี่กล้องวงจรปิดเยอะมาก หลบมุมดีๆก็แล้วกัน"
            ฝ่าบาทและคุณคาเตอร์เดินไปยังห้องประชุม สเตรนจ์จูงมือคนรักเดินออกออกอาคารไป
           "โรส ผมไปแล้วนะ ผมคงไม่ได้เห็นหน้าคุณอีกเป็นเดือนเพราะลูกแก้วของผมอยู่ที่คุณ และผมคงเข้าออกที่นี่ตามอำเภอใจไม่ได้อีกแล้ว" สเตรนจ์จับหัวไหล่ของคนตัวเล็ก "สัญญากับผมแล้วนะว่าจะดูแลตัวเองดีๆ ถ้าใครทำอะไรคุณ ผมจะจัดการอย่างสาสมแน่"
           "ผมรู้แล้วว่าคุณเก่ง พลังของคุณมันเหลือเฟือ หยุดขู่ผมได้แล้วน่า" รอสพูด
           "ถ้าใช้สร้อยเส้นนั้นทำงานอะไรเสร็จแล้วเอามาสวมไว้ตลอดนะ ถึงมันจะคุ้มครองอะไรคุณได้ไม่มาก แต่มันก็ทำให้คุณรู้ว่าใครมาดีใครมาร้ายคุณจะได้จัดการเขาได้"
           "ผมรู้แล้วสตีฟ ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ" 
           "ผมก็กลัวใครจะมาหลอกโรสตัวน้อยๆของผมน่ะสิ ยิ่งหลอกง่ายๆอยู่ด้วย" สเตรนจ์ยิ้ม แล้วดึงคนรักมากอด "ผมรอวันที่จะได้อยู่กับคุณอีกครั้งนะ"
           "ผมไม่ได้ถูกขังนะ ผมมาทำงาน เดี๋ยวก็กลับแล้ว" รอสกอดคนตัวสูง "ผมรักคุณนะสตีฟ"
           "ผมก็รักคุณ" สเตรนจ์พูดแล้วจุมพิตไปที่หน้าผากเบาๆ "ผมไปนะ"
           เมื่อสเตรนจ์พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นหนึ่งข้างก็ที่ภาพตรงหน้ารอสจะค่อยๆเบลอๆมากขึ้นจนคนรักของตัวเองหายไปจากสายตา....สเตรนจ์บิดเบือนมิติจนตอนนี้เขาไปอยู่ที่อื่นแล้ว....สตีเฟ่น สเตรนจ์ไปจากวากานด้าแล้ว




            ทุกวันผ่านไปอย่างเป็นปกติ เจ้าหน้าที่เอเวอร์เรตต์ รอสคนเดิมกับชุดสูทสีเทาตัวเดิมยืนแต่งตัวอยู่ที่หน้ากระจกอย่างเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ต้องเขย่งอีกแล้วเพราะมีคนเอากระจกลงมาให้เขาเสียที เมื่อแต่งตัวเสร็จเขาก็ออกไปทำงานอย่างเช่นทุกวัน
            หากไม่มีอะไรด่วน ไม่มีการประชุมรอสก็จะไปทักทายเพื่อนร่วมงานแล้วกลับมาที่ห้องมอนิเตอร์ เขาจะดูบรรดา 'เด็กๆในสังกัด' ผ่านจอเหล่านั้น เมื่อวันก่อนทีมอเวนเจอร์พึ่งรวมทีมกันไปฉลองตึกใหม่ที่นิวยอร์คกันมา สนุกสุดเหวี่ยงกันมากๆ อันที่จริงตัวเขาเองก็ได้รับเชิญเหมือนกันแต่เขาปฏิเสธที่จะไป ... ถ้าเขาไปนิวยอร์คโดยไม่ไปหาอีกคนที่รออยู่รอสคงโดนโกรธแน่ ส่วนทำไมไม่แอบไปหามันก็ดูจะเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวเกินไปที่เขายังอยู่ในระยะเวลาการทำงานแล้วยังแอบไปหาคนรักอยู่อีก ในที่สุดเขาจึงต้องจำยอมที่จะไม่ไปนิวยอร์คตามคำเชิญเหล่านั้น
             ....วันนี้กัปตันสตีฟ โรเจอร์ก็นำทหารในหน่วยวิ่งออกกำลังอย่างเคย และแน่นอนเขาก็วิ่งน็อครอบทหารในหน่วยเสมอ...เห้อ....คุณปู่วัย 90 ปีนี้ชั่งร่างกายฟิตปึ๋งปั๋งจังเลยนะ ทางด้านโทนี่ สตาร์คดูเหมือนจะประดิษฐ์อะไรซักอย่างอีกแล้ว หมอนี่เป็นคนว่างไม่ได้เลยจริงๆชอบคิดนู่นทำนี่อยู่ตลอด แล้วก็ชอบเอามาอวดเชิงข่มเพื่อนๆว่าเขาน่ะเก่งที่สุดแล้วก็ถูกเพื่อนๆทำหน้าเอือมระอาใส่ทุกที แล้วนั่น...นั่นวานด้า แม็กซิมอฟกับเจ้าหนูวิชั่นนี่ ... สองคนนี้มาแอบกระหนุงกระหนิงอะไรกันตรงนี้เนี่ย เดี๋ยวเจ้าหนูวิชั่นจะต้องโดนตักเตือนชุดใหญ่ บอกกี่ครั้งแล้วว่าพลังของวานด้ายังไม่สเถียรเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก !
             ภาพของทุกคนในทีมจะสลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ รอสเฝ้ามองดูอย่างตั้งใจกว่าที่เคยจนกระทั่งมอนิเตอร์ขึ้นภาพของบุคคลผู้มีพลังพิเศษคนล่าสุด
             สตีเฟ่น สเตรนจ์กลับไปเป็นหมออีกครั้ง เขาเข้าทำงานในคลีนิกเล็กๆไม่ใช่โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงอย่างที่เคยทำ เขาแค่อยากจะเป็นหมอไม่ได้อยากเป็นคนมีชื่อเสียงอย่างเดิมอีก สเตรนจ์เริ่มทำงานเก็บเงินใหม่ทั้งหมด เขาเริ่มมีแผนที่จะซื้อบ้านหลังเล็กๆแถบบรู๊คลิน แต่คงจะไม่ได้ซื้อเร็วๆนี้คงต้องรอใครอีกคนมาช่วยเลือกก่อน พอดีว่าใครบางคนที่พูดถึงกำลังทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ
             เจ้าหน้าที่เอเวอร์เรตต์ รอสยืนมองคนรักที่อยู่ในจอมอนิเตอร์อย่างตั้งใจ สตีฟของเขากำลังทำงานรักษาคนไข้อย่างตั้งใจ รอสเอามือทาบไปที่บริเวณอกเสื้อของตนเอง ด้านในเสื้อสูทสีเทานี้มันคือสร้อยคอที่สเตรนจ์ให้ไว้ก่อนที่จะไป รอสใส่มันไว้ในเสื้อตลอดเวลา วันนี้ดูเหมือนมันจะมีอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่อุ่นเฉพาะที่อัญมณีที่สร้อย แต่เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจด้วยเช่นกัน รอสยืนมองมอนิเตอร์อยู่อีกซักพักเพราะอีกไม่นานภาพมันจะตัดไปเป็นภาพของคนอื่น
            สเตรนจ์ที่อยู่ในจอเงยหน้าขึ้นมองและยิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ....รอสยิ้มเล็กน้อยเช่นกัน...ไม่รู้เป็นเพราะพลังพิเศษของตัวเสตรนจ์เองหรือเป็นความบังเอิญใดๆก็ตาม เมื่อรอสจับอัญมณีที่สร้อยขณะดูมอนิเตอร์ทีไร สเตรนจ์ต้องมีท่าทางแปลกๆเหมือนเขารู้ว่ากล้องตัวไหนกำลังจับภาพของเขาอยู่....ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มแล้วทำงานต่อ แม้จะเสี้ยววินาทีเดียวแต่รอสก็มองทัน
            สเตรนจ์คงยิ้มให้เขา สเตรนจ์คงรู้ว่ารอสกำลังยืนมองเขาอยู่ผ่านมอนิเตอร์ในห้อง เขาก็คงรอ วันที่ทั้งสองคนเลิกมองกันและกันผ่านมอนิเตอร์ แล้วเปลี่ยนมาเป็นได้กอดกัน ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งอย่างในอดีตที่ผ่านมา








*****************************



เฮ้ !!! เจ้าแมวยักษ์ อย่ามายุ่งกับโรสตัวน้อยๆของชั้นนะ !!!





ผลงานอื่นๆ ของ MALEEHAVEACAT

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Kook_Ku (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 00:01
    ชอบมากเลยค่าาา อ่านแล้วอมยิ้ม ที่เรียกว่าโรสน่ารักมากเบย ❤️
    #13
    0
  2. #12 heechulnarak (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 21:51
    โอ้ยยยยยยยย น่ารักมากกกกกก นี้ว่าสร้อยที่รอสใส่ต้องมีลูกเล่นอะไรแน่ๆ คุณหมอสตีฟร้ายจะตาย 55565 เขินมากฟินมาก
    #12
    0
  3. วันที่ 17 มกราคม 2560 / 22:18
    มีความน่ารัก
    #11
    0
  4. #10 Mojito* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 11:14
    โง่ยยยยยย มีความหึงหวง ;/////;
    แต่นึกถึงพี่จิ๋วในซีวิลวอร์ละขำก๊ากมาก คนอื่นสูงชะลูดแฮนซั่ม ตัดมาที่พี่จิ๋ว เป็นหลุมอุกาบาตเลยพ่อคุณ 5555555
    #10
    1
    • #10-1 MaleeHaveACat(จากตอนที่ 1)
      5 พฤศจิกายน 2559 / 13:40
      อย่าว่าพี่ พี่แค่ตัวเล็ก 5555
      #10-1
  5. #9 stctmee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 00:46
    งือออ หวงจังเลยนะโรสเนี่ย55
    #9
    0
  6. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 21:40
    เอาตรงๆนะ
    เราฮาแก้งเด็กง้องแง้งทากกว่าอะ
    ก่อเรื่องไปทั่ว
    #8
    0
  7. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 14:57
    กรี๊ดดดด ฟินแรง //เลือดกำเดาไหลอาบ ฟฟฟฟฟ
    #7
    0
  8. วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 03:05
    docter strange เข้าโรงแล้วเหรอค่ะ
    #6
    2
    • 20 ตุลาคม 2559 / 06:45
      เข้าวันที่ 26 จ้า แต่เราไปดู รอบพิเศษที่ใช้ทดสอบโรง IMAX จ้า เนื้อเรื่องทั้งหมดเรามโนเอาตามที่เขียนไว้ค่ะ 5555555
      #6-1
    • 20 ตุลาคม 2559 / 07:00
      เข้าวันที่ 26 ค่าา เนื้อเรื่องส่วนหนึ่งเอามาจากในคอมมิค(หนังสือ) เนื้อเรื่องส่วนใหญ่มโนค่ะ 55555555
      #6-2
  9. #5 lolita
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 00:05
    หนุกหนานมากเลยจ้าาาาาาาา
    #5
    1
    • 20 ตุลาคม 2559 / 00:10
      ขอบคุณค่าาาา : )
      #5-1
  10. #4 Junior Prince LP
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 20:16
    กรี๊ดดดดด แค่นี้ก็เรียกฉากซับกำเดาได้ค่ะ

    คุณหมอน่าร๊ากกกกก หึงแรงอีกต่างหาก



    ไม่นึกว่าไรต์จะหยิบคู่นี้มาแต่ง กัดหมอนงั่มๆๆ

    อยากให้ทำต่อค่ะ ดีงามมาก
    #4
    0
  11. #3 Junior Prince LP
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 20:16
    กรี๊ดดดดด แค่นี้ก็เรียกฉากซับกำเดาได้ค่ะ

    คุณหมอน่าร๊ากกกกก หึงแรงอีกต่างหาก



    ไม่นึกว่าไรต์จะหยิบคู่นี้มาแต่ง กัดหมอนงั่มๆๆ

    อยากให้ทำต่อค่ะ ดีงามมาก
    #3
    0
  12. #2 SHKMHB
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 15:26
    กรี๊ดดดด คุณหมอน่ารักมากกกขี้หวงซะด้วย หาอ่านมานานมากกกกก



    อยากเห็นศึกชิง กุหลาบน้อย ระหว่างฝ่าบาทกะคุณหมอง่าาาา
    #2
    0
  13. วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 07:43
    ง่อวคู่แรร์ ไม่ได้เห็นบ่อยๆอ่านแล้ว น่ารักมากเลยค่ะ มีความงุ้งงิ้งทั้งคู่เลย ชอบอ่า แงๆ*-* ดีงามค่ะไรต์
    #1
    0