แสงสายันห์ยามตะวันรอน

ตอนที่ 1 : ปฐมบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    24 พ.ย. 62

                                                       เเสงสายัณห์ยามตะวันรอน

                                                                                                                                                                  

            ราตรีมืดสนิทราวกับห้วงอเวจี ..........

ลมเหมันต์สายหนึ่งพัดกระเเทกประตูหน้าของเรือนที่เก่าคร่ำครึจนแทบจะพังครืนลงมา  บ่าวรับใช้กลุ่มหนึ่งกำลังเร่งฝีเท้าไปยังเรือนด้านใน หัวหน้าบ่าวรับใช้เป็นสตรีร่างกายใหญ่หนา สวมชุดคลุมสีน้ำเงินทึบ พับเเขนเสื้อขึ้นมาครึ่งหนึ่ง ในมือหิ้วตะกร้าอาหาร เดินเข้าไปยังห้องด้านในสุด กระทั่งมาถึงหน้าประตูเรือนด้านใน นางจึงค่อยวางตะกร้าอาหารลง เคาะที่ประตูผุๆนั้นสองสามที สตรีใบหน้ากลม เรือนร่างอรชรดูเล็กบอบบางก็เยื้องย่างออกมารับตะกร้าอาหารแล้วผลุบหายกลับเข้าไป เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงคนเดิมก็ถือตะกร้าเปล่าเดินออกมา หัวหน้าบ่าวรับใช้รับตะกร้าคืน แล้วเอ่ยปากกับนางว่า " นายท่านสั่งว่าให้พาคุณหนูเล็กไปที่เรือนใหญ่" 

"คุณหนูเล็ก?" สตรีหน้ากลมถามด้วยสีหน้าตกตะลึง                                                                                                                                         หลี่ซื่อเหยียน คุณหนูเล็กสกุลหลี่ บุตรสาวคนที่สามของมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายดำรงตำแหน่งมหาอำมาตย์ผู้ทรงยศของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ขุนนางชนชั้นสูงที่ประชาราษฎรล้วนยำเกรงเคารพและให้เกรียติ --- หลี่จื้อเฉวียน นางคือบุตรสาวที่ถือกำเนิดมาจาก ่ จางซู่เหยา ่ มีพี่ชายสองคนซึ่งถือกำเนิดจากมารดาเดียวกัน คนโตมีชื่อว่า หลี่เค่อเฟิง คนรอง หลี่หงซวน แท้จริงแล้วหลายวันก่อนนางยังมีน้องเล็กอีกคนที่ใกล้จะถือกำเนิด อีกแค่เพียงสามเดือนเท่านั้น...        เสียงประตูเปิดดังแอ๊ด...

บุรุษอ้วนฉุ ร่างกายคลุ้งกลิ่นสุรา เดินเข้ามาในห้องที่หลี่ซือเหยียนนั่งอยู่ หญิงสาวเห็นชายร่างอ้วนเดินเข้ามาใกล้ก็รีบลุกพรวดออกห่างในทันที  จิตใจที่ครึ้มสงบมานานเต้นตึกตักโครมครามด้วยความตกใจและหวาดกลัว 

"อย่าเข้ามานะ!" สาวน้อยส่งเสียงร้องตะโกนใส่หน้าชายคนนั้น ทว่ามันกลับเพียงส่งยิ้มหวานโชว์ฟันเหลืองๆส่งให้ พร้อมกับโถมตัวเข้ามาหมายจะทับนางเอาไว้ ยังโชคดีที่นางหมุนกายหลบได้ทันแต่นั้นก็ทำให้นางข้อเท้าพลิกเจ็บจนหลุดส่งเสียงร้องออกมา จ้าวเหว่ยขุนนางในสังกัดฝ่ายกรมคลังเมื่อเห็นนางพลาดท่าล้มลงก็ส่งเสียงหัวเราะดังก้องอย่างนึกชอบใจ มือหนาเอื้อมคว้าข้อเท้าเรียวเล็กของอีกฝ่ายกระชากเข้าหาตัวเองเต็มเเรง หลี่ซื่อเหยียนร่างเล็กบอบบางถูกกระชากโดยแรงตัวก็ปลิวตกเข้าไปอยู่ใต้ร่างของจ้าวเหว่ย 

"ปล่อยข้านะ!! ท่านแม่! พี่ใหญ่! พี่รอง! ช่วยข้าด้วย!" หลี่ซื่อเหยียนดิ้นรนร้องไม่หยุด แต่ก็หลบมือคู่ที่กำลังฉีกกระฉากเสื้อผ้าบนร่างของเขาไม่ได้ ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียงเมื่อมือหนากำลังจะกระชากเสื้อเอี๊ยมตัวในสุดออก หลี่ซื่อเหยี่ยนตกใจไม่ทันยั้งคิด จึงตบเข้าที่ใบหน้าของจ้าวเหว่ยอย่างแรง จ้าวเหว่ยสร่างเมาในทันที อารมณ์กามารมณ์ที่เคยมีก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้งเหลือทิ้งไว้เพียงแต่ความเดือดดาลร่างเล็กใต้ร่าง เขาสวนกลับนางด้วยฝ่ามือหนาหนักสลับซ้ายขวาสี่ทีซ้อน

เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!                                                                                                                                         

   ใบหน้างดงามสะบัดซ้ายขวาไปตามแรงตบ นางเจ็บจนมึนไปหมด รู้สึกถึงเลือดในปาก เรือนร่างไร้เรี่ยวเเรงถูกโยนทุ่มใส่โต๊ะจนหักโครมลงมา ร่างเล็กคดตัวกระตุกเกรงเพราะจุก หลี่ซื่อเหยี่ยนพยายามจะคลานหนี ทว่าคนตรงหน้าไม่ยอมง่ายๆเขามองประเมินนางไปทั่วร่าง กล่าวพลางหัวเราะ " เป็นพวกชอบความรุนแรงเสียด้วย ดี...ข้าเองก็ชอบ!"  พูดจบก็คว้าขาโต๊ะที่หักกองอยู่บนพื้น ฟาดเข้าที่ขาของนางเต็มแรง

กร๊อบบ!!                                                                                                                                                            

 เสียงกระดูกหักดังลั่น พร้อมกับเสียงกรีดร้องของนาง ทว่านางยังไม่ละความพยายามของตนเอง ยังคงคลานต่อไปจนเกือบจะถึงประตูทางออก ทว่ากลับถูกกระชากกลับมายังที่เดิม โดยฝีมือของเจ้าคนชั่ว จ้าวเหว่ย 

...พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านอยู่ที่ไหน...                                                                                                                

    น้ำตาร้อนๆไหลรินออกจากสองตา จ้าวเหว่ยมองนางอย่างนึกขัน เพียงครู่ก็เอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยัน " บิดาของเจ้าหลี่จื้อเฉวียนยกเจ้าให้เป็นเมียข้าแล้ว ยอมรับข้าแต่โดยดีเถอะจะได้ไม่เจ็บตัว ยังไงเจ้าก็หนีข้าไม่พ้น"  หลี่ซื่อเหยี่ยนรู้สึกราวกับมีอสนีบาตฟาดเข้าใส่จนจิตใจแหลกสลาย แต่เล็กจนโตนางไม่เคยหวังเลยว่าชีวิตนี้นางจะได้รับความรักความเมตตาจากผู้เป็นพ่อแท้ๆ ดังที่น้องสาวต่างมารดาของนางได้รับ แต่อย่างน้อยๆนางก็หวังว่าเขาจะเห็นนางเป็นลูกบ้าง ไม่ใช่เพียงสวะที่อยากจะยกให้ใครต่อใครมากระทำย่ำยีเช่นนี้ อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายถูกปลดออกจากเรือนกาย จ้าวเหว่ยดวงตาลุกวาวกรุ่นไปด้วยแรงพิศสวาท มือหนายกตะปปยอดปทุมทันบีบเค้นอย่างแรง ร่างเล็กสดุ้งเฮือก สติที่หลุดหายค่อยๆคืนกลับมาพร้อมกับความรู้สึกขยะเเขยงชายตรงหน้า  ขณะที่ความหวังที่จะรอดใกล้ดับลง มือน้อยกลับคว้าได้เศษไม้จากโต๊ะที่หักนั้น นางไม่รีรอคว้าเศษไม้นั้นทิ่มเข้าที่ลูกตาของอีกฝ่ายเต็มแรง ทันทีที่เศษไม้นั้นปักเข้าที่ดวงตา จ้าวเหว่ยก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวนด้วยความเจ็บปวด หลี่ซื่อเหยี่ยนออกแรงเฮือกสุดท้ายพลักมันออกจากร่างของตนเอง คว้าเสื้อผ้าที่ถูกกระชากจนขาดเป็นชิ้นๆลุกขึ้นหนีออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เป็นเพราะขาที่ถูกตีจนหักทำให้วิ่งไม่สะดวกนัก ไม่นานจ้าวเหว่ยก็ลุกตามนางออกมา มือหนาคว้าเเขนของร่างเล็กเอาไว้บีบกระชากนางเต็มแรง หลี่ซื่อเหยี่ยนยึดขอบประตูไว้แน่น นางจิกเล็บลงในเนื้อไม้จนเลือดออกแต่ยังไม่ยอมปล่อย 

"นังสารเลวนี่!" 

เพี๊ยะ!!!

ร่างเล็กถูกตบอย่างแรงจนล้มกลิ้ง ในที่สุดนางก็ร้องไห้ออกมา แต่ไม่ว่าจะร้องดังแค่ไหน ก็ไม่มีใครที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ หลี่ซื่อเหยียนหลับตาลงหวนนึกถึงในช่วงเวลาที่ยังมีพี่ชายทั้งสองอยู่ข้างกาย...คอยปกป้อง ดูแล เป็นห่วง ไม่ยอมให้ใครมารังแกนาง....รอยยิ้มอบอุ่นของพี่ชาย รอยยิ้มที่อ่อนโยนของท่านแม่.....สัมผัสแรกที่ได้รับจากน้องเล็กในครรภ์ของมารดา .....                                                                                    เปลือกตางดงามเปิดขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกเจ็บปวดลึกในส่วนล่างของร่างกาย สาวน้อยกรีดร้องออกมา ร่างกายกระตุกด้วยความเจ็บปวด ทันใดนั้น สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับร่างสูงหลังประตูด้านนอก 

"ท่านพ่อ!" เสียงของนางเบาหวิวราวกับสายลม ดวงตางดงามเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ด้านหลังของเขาคือหญิงสาวหน้าตางดงามเรือนร่างอรชรผู้หนึ่ง ---เสี่ยวเจียงหงส์...

"ช่วยด้วย..ท่านพ่อ" หลี่ซื่อเหยียนส่งเสียงร้อง พยายามดีดดิ้นหนีอย่างสุดกำลัง แต่แล้วสิ่งที่ผู้เป็นพ่อทำ ยิ่งทำให้ใจของนางเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด เขาดึงประตูปิดลงดับความหวังสุดท้ายของนางอย่างไร้เยื่อใย  ความหวังของนางพังทลายล้มครืนลงมา นางกำลังหวังอะไร..

หวังว่าท่านพ่อจะช่วยนางอย่างงั้นหรือ... นี้คือสิ่งที่นางคาดหวังว่าจะได้รับหรือ....โง่เง่าสิ้นดี                                                                                      ร่างเล็กเบือนสายตาจากประตูนั้นไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องเรียกใครอีก นางหลับตาลงปล่อยให้หยดน้ำตารินไหลออกมาอาบสองแก้ม เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่นางเองก็ไม่แน่ใจ รู้แต่เพียงว่าร่างกายหนาเตอะของบุรุษตรงหน้ากำลังใช้ร่างกายของนางปรนเปรอตัณหาของตนเองอย่างสุขี... ไม่นานนักร่างเล็กก็เริ่มดิ้นทุรนทุรายเมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นจากทรวงอกตรงเข้าบีบเค้นที่ลำคอเรียวเล็กของตนเอง

"ฮึก!!"  ดวงตางดงามเบิกกว้าง เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นใบหน้าของคนที่กำลังย่ำยีนางอย่างเด่นชัด ความหวาดกลัวพลันเปลี่ยนเป็นความโกรธเคียดเเค้นชิงชัง จ้าวเหว่ยตกใจจนปล่อยมือพงะถอยหลังกรูดออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กเมื่อเป็นอิสระก็หอบอากาศเข้าปากคำใหญ่ ร่างเล็กสั่นสะท้าน ในใจนึกโกรธเกลียดชายตรงหน้าแต่ในใจหวนนึกถึงมารดาที่ยังนอนอาการย่ำแย่ในเรือนเล็ก แม้จะเจ็บปวดใจที่ถูกย่ำยีจนอยากจะตายไปเสีย แต่นางก็ไม่กล้าตัดใจทิ้งท่านแม่ไว้ในโลกนี้ตามลำพัง ร่างเล็กพยายามลุกขึ้นยืนพาร่างอันบอบช้ำออกไปจากที่อันโสมมแห่งนี้ น่าแปลกนักที่จ้าวเหว่ยกลับไม่มองมาที่นางเลยสักนิด แต่ก็ช่างปะไรนางยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงหน้าประตู ขณะที่มือกำลังจะดึงประตูเปิด นางก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางด้านหลัง เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้นางหยุดชะงักแล้วหันมองกลับไป....

สภาพของจ้าวเหว่ยดูตกใจจนใบหน้าขาวซีด ชายวิตถารร้องเรียกขอความช่วยเหลือราวกับหมูถูกเชือดเสียเอง

 " ช่วยด้วย! เด็กๆ! ใครก็ได้!" 

ทว่าสิ่งที่เห็น ทำให้หลี่ซื่อเหยียนเนื้อตัวเเข็งทื่อดังท่อนไม้ ประตูเบื้องหลังถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับเด็กรับใช้จำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามา ทุกคนวิ่งผ่านร่างของนางไป!

ทุกคนวิ่งผ่านร่างของนางไปหยุดยืนอยู่ที่ร่าง ร่างหนึ่งซึ่งนอนอยู่บนพื้น ..                                                

    หลี่ซื่อเหยียนมองไปที่พวกเขา สองเท้าก็ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ ในใจบีบคั้นแน่นในอกจนแทบจะหายใจไม่ออก ในที่สุดนางก็ผ่านหน้าพวกเขามาจนถึงพื้นที่ด้านหน้าสุด 

ร่างกายเปลือยเปล่าของนางนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ ดวงตาเบิกกว้างเต็มไปด้วยแรงอาฆาตเคียดเเค้นชิงชัง ร่างกายเปลือยเปล่าของนางเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากการถูกโบยตีในหลายวันก่อนรอยแผลทั้งหมดปริแยกฉีกขาด โลหิตไหลออกเจิ่งนอง ที่ลำคอของนางบิดเบี้ยวผิดรูปซ้ำยังมีรอยแดงใหญ่ม่วงคล้ำซึ่งเกิดจากเเรงบีบอย่างรุนแรงเมื่อสักครู่....

จ้าวเหว่ยทั้งตกใจทั้งหวาดกลัว ส่งเสียงออกคำสั่งเหี้ยมโหด " มัวยืนบื้อกันอยู่ทำไม ลากมันออกไปสิ!"  บ่าวรับใช้ต่างพากันสดุ้งโหยงก่อนจะลากร่างไร้วิญญาณนั้นออกไปทันที หลี่ซื่อเหยียนมองตามร่างของตนเองจนลับสายตา ดวงตาของนางเลื่อนลอย เพียงครู่หนึ่งก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นบางอย่างกระทบที่แก้มข้างซ้าย นางกระพริบตาดึงสติที่หลุดลอย 

"ท่านแม่..." นางพึมพำเสียงเบา ก้มหน้าลงมองร่างโปร่งบางของตนเองแล้วหันกลับไปมองร่างอ้วนฉลุของจ้าวเหว่ย ทันใดนั้นเอง ที่มุมห้องอันมืดสลัว...สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับร่างหนึ่งที่ค่อยๆผุดขึ้นมาท่ามกลางเงามืด ร่างนั้นเพ่งสายตามองมาที่นางด้วยเช่นกัน..

ใคร!!! หลี่ซื่อเหยียนจ้องกลับไป...พบว่าเจ้าของร่างเงานั้นเป็นบุรุษร่างใหญ่โตในชุดคลุมสีดำตลอดทั้งตัว ใบหน้าดำทะมึน เล็บมือทั้งสิบล้วนดำคล้ำและแหลมคม

ยมบาลหรือ!!                                                                                                                                                 

   บุรุษปริศนาผู้นั้นก้าวออกมาจากมุมมืด ล่องลอยมาหยุดอยู่ข้างกายของนาง มองนางด้วยสายตาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆทั้งสิ้น  

"ท่านคือยมบาลที่จะมารับตัวข้าอย่างงั้นรึ?" นางเอ่ยถามขึ้นก่อนที่เขาจะเอ่ยปาก บุรุษผู้นั้นมองไปที่นางแววตานิ่งเฉย กล่าวตอบเสียงเข้ม " เราคือพญามัจจุราช และที่มา ก็มิใช่มารับดวงวิญญาณของเจ้า..." ชายคนนั้นยื่นมือให้กับนาง หลี่ซื่อเหยียนลังเลครู่หนึ่งจึงได้วางฝ่ามือลงบนฝ่ามือใหญ่ของเขา เพียงพริบตาภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป ตอนนี้พวกนางไม่ได้อยู่ในห้องเล็กๆนั้นแล้ว แต่เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่นั้นนางเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังลากของบางอย่าง สักพักพวกเขาก็ทิ้งของนั้นเอาไว้ สายลมวูบนึงพัดโหมเปิดสิ่งที่อยู่ในถุงนั้นออกจนมองเห็นได้ชัดถนัดตา 

ร่างของนาง!!!                                                                                                                                            

     ฝ่ามือน้อยยกขึ้นปิดปากตนเอง  นางหันหน้าหนี ทันใดนั้นภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป กลายเป็นอีกสถานที่หนึ่ง 

ตึกร้างอ้างว้างซึ่งผู้คน ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งชุ่มกองเลือด ในขณะที่อีกร่างหนึ่งกำลังถูกชายวิปริตไม่ต่ำกว่าสามคนย่ำยี 

"พี่รอง!!!" หลี่ซื่อเหยียนร้องเรียกพี่ชายคนรองอย่างสุดเสียง นางตรงปรี่เข้าไปหวังจะช่วยเขา แต่กลับแตะต้องพวกมันไม่ได้เลยสักนิด ฝ่ามือของนางพ้นผ่านร่างของพวกมันไปราวธาตุอากาศ นางพยายามอีกหลายครั้งผลก็ยังเป็นเช่นเดิมทุกครั้ง นางสิ้นหวังหมดแรงล้มพับกองกับพื้น ทันใดนั้นเองร่างของพี่รองก็ล้มฟุบลงขาดใจตายจากไปด้วยอีกคน 

"อ๊าาาาา!!!!" หลี่ซื่อเหยียนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเสียใจ หยดน้ำตาไหลพรั่งพรูอาบสองแก้ม ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหนึ่งที่แสนคุ้นเคย ...

" ลูกแม่.." เสียงหวานแหบพร้าดังขึ้น เรียกให้สาวน้อยหันมองไปยังทิศทางของเสียง ทันทีที่รู้ว่าตนเองกำลังยืนอยู่ ณ ที่ใด ความเสียใจ ความเจ็บปวดทั้งหมดก็พลันกระเด็นกระดอนกลับเข้ามาสุมแน่นที่อกจนแทบจะระเบิดออกมา ร่างเล็กทรุดกายลงข้างกายจางซู่เหยา มือบางสั่นระริกแตะหลังฝ่ามือของมารดาดังเช่นเคย 

"ท่านแม่...ลูกอยู่นี้ค่ะ" 

อนิจจา....จางซู่เหยาไม่แม้แต่จะได้ยินเสียงของนาง หลี่ซื่อเหยียนก้มหน้าฝุบลงกับอกของมารดา สัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมขึ้นลงซึ่งเป็นสัญญาณของการหายใจของสิ่งมีชีวิต .... น้ำตาเย็นๆไหลลงอาบแก้มทั้งสองข้าง ต่อให้นางร้องไห้จนแทบจะขาดใจลงตรงนี้ ก็ไม่มีใครรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของนาง นอกจากบุรุษชุดดำ ผู้ที่อ้างว่าตนคือพญามัจจุราช  เมื่อหวนนึกถึงการมีอยู่ของเขา นางจึงค่อยซับน้ำตาแล้วเอ่ยถามขึ้น

"ท่านต้องการอะไร?..."

"ความโกรธเกลียดเคียดแค้น อาฆาตชิงชังของมนุษย์เป็นสิ่งที่หอมหวาน และข้าก็สัมผัสมันได้จากตัวของเจ้า"   ร่างสูงเว้นจังหวะการพูด สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างเล็ก " ข้าอยากจะถามเจ้า สามารถให้อภัยพวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่"

"ให้อภัย!" นางทวนคำพูดของเขา เพียงครู่เดียวนางส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างราวกับเสียสติ "ฮ่าๆ ให้อภัย..ท่านล้อข้าเล่นรึไง! คำตอบที่แน่นอนของข้า มีเพียงคำว่า ไม่! ข้าไม่มีวันให้อภัย!!!

ต่อให้ตายไม่ได้ผุดได้เกิด เถ้ากระดูกแหลกสลายเป็นเถ้าธุลี เป็นวิญญาณชั่วร้ายเร่ร่อนต้องทุกข์ทรมาณนิจนิรันดิร์ ข้าก็จะขอตามราวีพวกมันจนถึงที่สุด ... ไม่ว่าจะกี่ชาติกี่ภพ ก็จะให้พวกมันคนที่ทำร้ายข้าต้องชดใช้ด้วยเลือดด้วยชีวิต!!!

"ต่อให้ต้องสูญเสียความเป็นมนุษย์ก็ยอมหรือ"

"ข้ายอม"                                                                                                                                                      

     คำตอบของนางหนักแน่นดุจขุนเขาน้ำทะเล เจ้าพญามัจจุราชยิ้มเหี้ยมเกรียม พยักหน้าอย่างพอใจในคำตอบของนาง

 บุรุษชุดดำโน้มร่างลงมา...                                                                                                                                  

เขาวาดปลายนิ้วลงกลางอกของหญิงสาว หลี่ซื่อเหยียนหลับตาลงเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่เกิดขึ้นกลางอก ในที่สุดร่างของร่างก็ลอยละล่องโปร่งใสจนดูบางเบาคล้ายกับสายลม

"งั้นนี้คือโอกาสของเจ้า..."


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

7 ความคิดเห็น