YOUR TURN ✥ [BTS x YOU]

ตอนที่ 3 : — 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 594 ครั้ง
    11 ม.ค. 64







03





ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาที่กำลังแสยะยิ้มอย่างสนุก เจย์เห็นร่างกายของเกลสั่นเทาเพราะความกลัวหรือโกรธเกลียดก็ไม่สามารถคาดเดาได้ หรือไม่ก็อาจจะทั้งสองอย่าง...เท้าของเจย์ก้าวถอยหลังก่อนที่วัยรุ่นผู้ชายพวกนั้นจะตรงเข้ามาประชิดเธอในฉับพลัน เกลรีบส่ายหน้าและหันมองเขาคล้ายอ้อนวอน


“ไม่นะเจย์ นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”


เขาเพียงแค่มองเธอด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะหันหลังเดินจากไปในจังหวะเดียวกับที่เกลถูกหนึ่งในนั้นจับเข้าที่แขนจนเธอสะดุ้งด้วยความกลัว


“ไปกันเถอะ ไอ้เจย์มันยกเธอให้พวกเราแล้ว”


“ไม่!!


เกลไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาของเธอนั้นไหลลงมามากมายเพียงใด ท่ามกลางความวุ่นวายเธอเอาแต่มองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไปไกลผ่านม่านน้ำตา เลือนรางราวกับความฝัน เกลไม่คิดว่าเจย์จะทำกับเธอแบบนี้ เสียงดังของคาวาซากิคันหรูขับออกไปแล้วแทนที่รถยนต์คันหนึ่งซึ่งขับมาจอดด้านหน้าก่อนที่เธอจะถูกใครบางคนฉุดกระชากขึ้นรถยนต์ได้จนสำเร็จ เสียงกรีดร้องขอความเห็นใจแทบจะไม่เข้าหูพวกมันเลยสักนิด

 




ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาดีดดิ้นภายในรถยนต์ในขณะที่ถูกล็อคแขนเอาไว้ยังเบาะด้านหลัง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้แข่งกันไหลลงมาไม่อายใคร พวกมันนั่งมาในรถกันเพียงสี่คน จนกระทั่งรถยนต์เลี้ยวเข้าสถานที่แห่งหนึ่งและภาพตรงหน้าแทบทำให้เกลหยุดหายใจ


“ไอ้เลว!!


เกลกรีดร้องสลับกับด่าทอเมื่อเห็นว่ารถเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูดและม่านก็ได้ปิดลงหลังจากที่รถขับเข้ามาถึงห้องห้องหนึ่งได้สำเร็จ เกลถูกกระชากลงจากรถและลากไปที่ประตูของห้องอย่างไม่ออมแรง เธอทุบตีพวกมันแต่ก็ไร้ประโยชน์ หญิงสาวร้องไห้จนเสียงแหบแห้งก่อนจะถูกเหวี่ยงเข้าห้องและหนึ่งในนั้นก็ล็อคประตูพลางหันหน้ามามองเธอ


แต่ทว่าพวกมันกลับพากันไปนั่งบนเตียงและหยิบมือถือขึ้นมาเล่น เกลก้าวถอยหลังหนีทั้งน้ำตาจนติดกำแพงและมองทั้งสี่คนไม่ละสายตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะทำท่าทางไม่สนใจเธอเลยก็เถอะ


“มันจะมาตอนไหนวะ”


หนึ่งในนั้นพูดขึ้น เกลกัดปากตัวเองแน่นเมื่อคิดว่าจะมีคนมาที่นี่อีก เธอพยายามมองหาทางหนีแต่ฉับพลันหนึ่งในนั้นก็ลุกขึ้นมาก่อนจะลากแขนเธอไปอีกฝั่งหนึ่งของห้องให้พ้นจากประตูทางออก


“อยู่เฉยๆ เดี๋ยวก็เปลี่ยนใจซะหรอก”


“พวกนายปล่อยฉันไปเถอะนะ...ฮึก”


“ไม่ต้องกลัวหรอกสาวน้อย เดี๋ยวเธอก็ได้ไปแล้ว”


ก่อนที่อีกฝ่ายจะกลับไปนั่งลงบนเตียงเช่นเดิม เกลร้องไห้หนักขึ้นและคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอคิดเป็นอื่นไม่ได้เลย พวกมันพาเธอเข้าโรงแรมม่านรูดเพื่ออะไรถ้าไม่ใช่จะทำเรื่องต่ำช้า ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดผวา น้ำตาของเธอไหลลงมาเรื่อยๆ แทบจะหมดแรงทรงตัวไม่ไหว เกลก้มหน้ามองพื้นพลางนึกถึงใบหน้าของผู้ชายใจร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน...เจย์ทำแบบนี้กับเธอเลยงั้นเหรอ เขาต้องทำกับเธอขนาดนี้เลยรึไง


ร่างบางสั่นเทาเพราะร้องไห้หนักมากเกินไป เธอไม่กล้าเงยหน้ามองพวกนั้นเลยสักนิด เกลยืนชิดกำแพงและอยากจะหายไปจากตรงนี้ ขอให้มันเป็นเพียงความฝัน ตื่นมาไม่มีพวกมันและคนชื่อเจย์อยู่ในชีวิตอีกต่อไป


แต่คำขอของเกลคงจะมากเกินไปเพราะฉับพลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทำให้เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ร่างกายชาวาบยามที่หนึ่งในพวกมันลุกขึ้นไปเปิดประตูให้ เกลก็เห็นใบหน้าคนมาใหม่ได้ชัดเจน


เจย์...


ร่างสูงใหญ่คล้ายกับยังมีรอยยิ้มสนุกสนานบนใบหน้าเช่นเดิม เจย์เดินเข้ามาและควักเงินจำนวนมากจ่ายให้วัยรุ่นชายทั้งสี่คนที่ลุกขึ้นไปรับเงิน ก่อนพวกมันจะพากันออกไป


ทั้งหมดนี่มัน...หมายความว่ายังไงกันแน่


“นาย”


“กลัวจนตัวสั่นเลยเหรอเกล น่าสงสารว่ะ”


เขายืนหัวเราะร่า เจย์หันไปปิดประตูลงและล็อคอย่างแน่นหนาก่อนจะเดินตรงมาทางเธอที่ยืนเบียดตัวเองเข้ากับกำแพง เกลยิ่งร้องไห้สะอื้นเมื่อทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมด เขาคงจ้างวัยรุ่นกลุ่มนั้นมาหลอกเธอ หนี้พนันบอลอะไรนั่นล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก


“ลงทุนมากไปรึเปล่า”


เกลกำมือแน่นกว่าเก่า แม้จะคลายความหวาดกลัวลงได้แต่ใจของเธอมันเสียจนกู่ไม่กลับ รวมทั้งความรู้สึก เจย์เล่นกับความรู้สึกของเธอมากเกินไปแล้วจริงๆ...ครั้งนี้มันหนักหนาเกินไป


“เมื่อกี้ก็แค่ ล้อเล่น เอง”


“...”


“ฉันทำได้มากกว่านี้อีก บอกแล้วไงว่าสนุก”


“...”


“อย่าทำตาแข็งดิ”


เขาพูดเสียงรอดไรฟัน ย่างกรายเข้ามาใกล้จนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยประกายความสุขกวาดมองดวงตาของเธอที่รู้สึกตรงข้ามกับเขาทั้งสิ้น เกลกลัวจนตัวสั่นของจริง และนี่คือสิ่งที่เจย์ต้องการให้เป็น


“ฮึก...”


“...”


“นายเล่นแรงไปนะเจย์ ถ้านายมาไม่ทัน...อึก”


จู่ๆ เกลก็ทรุดตัวลงนั่งและกอดตัวเองแน่น น้ำตานองใบหน้าก่อนจะสะอื้นเสียงดังจนเจย์ไปไม่เป็น คิ้วของเขาเริ่มขมวด จ้องมองอาการของเกลที่ค่อยๆ เปลี่ยนไป


“ฮึก...ฉัน”


“...”


“ในรถ...ฉันโดนพวกมันบังคับให้กินยาบ้านั่น”


เขาเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูดมา เจย์กลืนน้ำลายฝืดๆลงคอ แทบหยุดหายใจเมื่อเห็นท่าทางทรมานของเกล


ยาที่ว่าคงหนีไม่พ้นยาปลุกเซ็กส์ เขาจำได้ว่านี่ไม่ได้อยู่ในแผนที่เขาจ้างเด็กพวกนั้น


พวกมันทำเกินคำสั่ง ชายหนุ่มเริ่มหน้ามืดและหายใจติดขัดทันที


“อึก...เจย์”


ทันใดนั้นเองร่างของเกลก็ลุกขึ้นและตรงเข้าหาเขา เจย์ไม่ถอยหลังหนี ปล่อยให้คนรักเก่าวาดแขนเรียวโอบรอบลำคอ ใบหน้าหวานยื่นเข้ามาใกล้อย่างคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้


“เจย์”


“...”


น้ำเสียงหวานของเธอทำให้ร่างกำยำสั่นสะท้าน ในใจของเขาเต้นโครมครามแต่ทว่ายังตีสีหน้าเย็นชากลับไป เกลเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ อีกฝ่ายกอดคอเขาแน่น เบียดอะไรต่อมิอะไรเข้ามาจนรู้สึกได้...


“ออกไป”


“เจย์”


“...”


“เกลคิดถึงเจย์นะ”


คำพูดที่เขาอยากฟังมากที่สุดได้หลุดออกมาจากปากของเธอในตอนนี้...ราวกับทิฐิสูงเสียดฟ้าได้พังทลายลงต่อหน้ายามที่ปลายจมูกเล็กกดลงมาบนแก้มสากของเขา เหงื่อกาฬไหลตามกรอบหน้าของเธอเพราะยาคงกำลังออกฤทธิ์เต็มที่


“หุบปากไปซะ”


“ไม่คิดถึงกันจริงๆ เหรอ”


“พูดดีเพราะอยากให้ฉันช่วย?”


“ไม่ใช่นะ...”


“...”


ดวงตาที่เต็มไปด้วยความใคร่สบกับเขา เจย์ตกหลุมนั้นลงไปจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว เขายืนนิ่งปล่อยให้คนตัวเล็กโอบกอดคลอเคลีย ใบหน้าของเธอซุกที่ลำคอแกร่งจนชายหนุ่มกลั้นหายใจ


คิดถึงเหรอ...เขาก็ไม่ต่างกันหรอก


ที่ผ่านมาไม่มีวันไหนที่เจย์ลืมเกลได้เลย เขาไม่ควักไขว้มองหาผู้หญิงคนไหนหลังจากที่รู้ว่ายังไงก็ไม่มีใครมาทดแทนเธอได้ ไม่มีเลยสักคน เจย์เอาแต่คิดแผนการต่างๆ เพื่อเข้าไปใกล้ชิดเธอ ทำให้เป็นจุดสนใจเพราะไม่อยากตัดขาดกับเกลไปจริงๆ วันนี้อีกฝ่ายได้พูดและกระทำในสิ่งที่เจย์พยายามปิดกั้นตัวเองมาตลอดว่าเขายังคิดถึงและโหยหาเธอสุดหัวใจ ลมหายใจเบาๆ รินรดต้นคอทำให้ความอดทนของเจย์ขาดสะบั้น และทันใดนั้นลำแขนแข็งแรงกอดรัดร่างของเธอก่อนจะอุ้มขึ้นและวางลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุด





CUT

(ไม่มีรหัสผ่าน)




เจย์วูบหลับไปพักหนึ่งก่อนจะตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบางอย่าง ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อในอ้อมกอดไม่มีใครอีกคนอย่างเช่นก่อนหน้านี้ แต่ทว่าเกลกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้ามีความสุขและสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว หัวใจของเขาเต้นถี่หนักเมื่อสบตากับดวงตาคู่สวย เกลคว้ากระเป๋าของตัวเองมาสะพาย เธอยืนมองเขาที่ปลายเตียงทำให้เจย์รีบลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าเพราะไม่อยากให้เธอรอนาน


“ฉันไปก่อนนะ”


“เดี๋ยวเกล!


เจย์ใส่ได้แค่เพียงกางเกงตัวเดียว เขารีบคว้าข้อมือบางทันทีด้วยความไม่เข้าใจ


เพราะสีหน้าและท่าทางของเธอมันดูเย็นชามาก...ผิดกับตอนนั้น


“มีอะไรอีก?”


เกลถามร่างสูงด้วยน้ำเสียงติดรำคาญ ส่งผลให้หัวใจของเจย์หล่นวูบ นัยน์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังก่อนหน้านี้สั่นระริก


“เธอเป็นอะไร”


“ไม่ได้เป็นอะไรหนิ”


“แต่เมื่อกี้เราสองคน...”


“...”


“เธอบอกว่ายังคิดถึงฉัน”


เจย์จับข้อมือเกลแน่นราวกับจะไม่มีวันปล่อย เธอกรอกสายตาไปมาสองสามทีคล้ายกำลังคิดย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า


“อ๋อ”


“...”


“ที่ฉันพูดน่ะ ล้อเล่น เอง”


“...!!


“เหมือนที่นายล้อเล่นฉันไงล่ะ”


รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าสวย รอยยิ้มชั่วร้ายที่ปั้นขึ้นมาให้คนตรงหน้าโดยเฉพาะ เจย์กัดกรามแน่น สายตาที่อ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและแน่นอนว่ามันร้ายกาจกว่าครั้งก่อนเป็นสิบเท่า


“เอาคืน?”


“มีสมองก็คิดเอง”


“ลงทุนดีนะ ถึงขนาดยอมเสียตัว”


“ทำไมชอบคิดว่าเป็นผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายเสียตัวกับอีแค่วันไนท์สแตน”


“...”


“ในเมื่อก็เสร็จเหมือนกัน มีความสุขเหมือนกัน วินๆ ทั้งคู่”


“...”


“ขอบคุณที่พาขึ้นสวรรค์ แต่ลีลาของนายน่ะ...”


“...”


“มันยังห่วยเหมือนเดิม”


เกลสะบัดข้อมือออกอย่างรังเกียจ เธอกระชับกระเป๋าสะพายก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากที่นี่ทันที ทิ้งเพียงชายหนุ่มที่ยังเปลือยท่อนบนช็อคกับเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นและแน่นอนว่าเจย์คาดหวังว่าเกลจะกลับมาหาเขาจริงๆ


ทั้งเรื่องยาปลุกและคำว่า คิดถึง ทั้งหมดล้วนมารยาสินะ


ร่างกำยำทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดท่า ดวงตาที่แข็งกระด้างเมื่อครู่เป็นเพียงฉากบังหน้า...บดบังความคับแค้นและเสียใจจนน้ำใสๆ เอ่อคลออย่างห้ามไม่อยู่






50%





หลายวันผ่านไป


เกลใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงตั้งแต่วันนั้นหลังจากที่เธอทำวีรกรรมเจ็บแสบให้กับเจย์ ไม่แปลกหากเขาจะโกรธเพราะสิ่งที่ทำนั้นยิ่งกว่าเล่นกับใจของอีกฝ่าย แต่นาทีนั้นความโกรธมันไร้ขีดจำกัดเกินกว่าที่เธอจะห้ามใจตัวเองได้ ก็ในเมื่อเขาเล่นกับความรู้สึกของเธอก่อน ทั้งความหวาดกลัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ถูกบังคับให้นั่งมอเตอร์ไซต์ จ้างเด็กวัยรุ่นชายมาฉุดเธอเข้าม่านรูด เกลคิดว่าที่ทำกับเขามันยังน้อยไปด้วยซ้ำหากเทียบกับสิ่งที่เธอได้รับ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องรักษาน้ำใจกันในเมื่อเขาก็ไม่สนความรู้สึกของเธอมาตั้งนานแล้ว ต่อจากนี้เราสองคนก็ไม่ต่างจากคนแปลกหน้า มากสุดก็ศัตรู และนับตั้งแต่วันที่เราเลิกกันเขาคงสถาปนาเธอให้เป็นศัตรูตัวฉกาจ และเธอก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร


ความจริงเราสองคนควรเลิกแล้วต่อกันและต่างคนต่างใช้ชีวิต เกลต้องการแบบนั้นมาตลอดผิดกับเขาที่ยังจองล้างจองผลาญไม่จบสิ้น เจย์กำลังบีบให้เราสองคนถึงทางตันที่ไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป เราสองคนมันก็ไม่ต่างกับเส้นคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบ ไม่ว่าจะยังไงเธอก็คงกลับไปรู้สึกดีๆ กับเจย์เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว เพราะหัวใจของเธอมันแตกละเอียดเกินกว่าจะยื้อได้ และเกลคิดว่าเจย์ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน


เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้คือก้าวไปข้างหน้า เปิดใจให้กับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามา ไม่ใช่เธอไม่เสียใจ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อหนังสือเล่มนี้เดินทางมาถึงตอนจบ สิ่งที่ควรทำต่อไปก็คือหยิบเล่มใหม่ขึ้นมาอ่าน


เกลนั่งเขี่ยเม็ดข้าวในจานก่อนจะหลุดออกจากภวังค์เมื่อเสียงใสของเพื่อนสนิทที่นั่งฝั่งตรงข้ามเอ่ยบางอย่างขึ้น


“เสาร์นี้เดินทางแล้ว ตื่นเต้นเนอะแก”


อีฟเคี้ยวเส้นก๊วยเตี๋ยวตุ่ยๆ พลางทำหน้าตาระรื่น เกลพยักหน้าอย่างเห็นด้วย


“อื้อ เหมือนกัน”


“แล้วแกชวนพี่นอร์ทยัง?”


“ยังเลยอ่ะ”


“รออะไรอยู่ ชวนเลยๆ”


อีฟบุคคลที่เป็นกองหน้าเชียร์พี่รหัสตัวเองให้พิชิตเพื่อนสนิทและก็เห็นแสงสว่างรำไรเพราะพักหลังมานี้ดูเหมือนเกลจะเปิดใจให้พี่นอร์ทมากขึ้น คนถูกคะยั้นคะยอพนักหน้าอย่างยอมแพ้ วันเสาร์ที่จะถึงเกลและอีฟได้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมออกค่ายอาสาที่ชมรมค่ายอาสาพัฒนาจัดขึ้นปีละครั้ง ปีนี้ออกช่วยเหลือที่จังหวัดกาญจนบุรี เธอและเพื่อนสนิทเคยไปครั้งหนึ่งเมื่อตอนอยู่ปีหนึ่ง เกิดติดใจทว่าปีสองกลับไปไม่ได้เพราะตรงกับช่วงสอบเก็บคะแนนวิชาตัวโหด ปีสามปีนี้ว่างพอดี เธอและอีฟจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมอีกครั้ง


“พี่นอร์ทแสนดีขนาดนั้น แล้วพี่เขาก็ชอบแกมากนะ”


“...”


“ฉันรับประกันเลย พี่รหัสของฉันดีเลิศที่หนึ่ง!


“โดนจ้างมาเท่าไรเนี่ย?”


“เปล่าสักหน่อย!


อีฟเลิ่กลั่กเพราะกลัวถูกจับได้ว่าการช่วยขายของครั้งนี้มีสินบนเล็กๆ น้อยๆ เป็นของกิน เกลหัวเราะพลางส่ายหน้าให้เพื่อนสนิท แต่ทว่าจู่ๆ กลับนึกบางอย่างขึ้นได้


“กล้องถ่ายรูป”


เพราะการไปต่างจังหวัดที่จะถึงสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือกล้องถ่ายรูปตัวโปรดที่เกลใช้มาตลอดหลายปี แต่ทว่าเธอพึ่งนึกออกว่ามันอยู่ที่คอนโดฯของเจย์


ให้ตายเถอะ เธอลืมมันไปซะสนิท


“กล้องทำไมเหรอ”


“อยู่ห้องเจย์อ่ะสิ ทำไงดี”


“เวรกรรม ก็ต้องกลับไปเอาน่ะเหรอ”


“คงงั้น”


เกลเม้มปากแน่น ความวิตกฉายบนดวงตาอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีทางไหนดีไปกว่าทางไหน ไม่ว่าเธอจะเข้าไปเอาเอง หรือติดต่อเขาให้หยิบติดมือเอาออกมาให้


มีหลายอย่างที่เกลเอาออกมาไม่หมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือของใช้ เธอตัดใจทิ้งมันไปหลายอย่างแต่สิ่งนี้คงทิ้งไม่ได้...


“เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน”


อีฟเอ่ยอย่างแน่วแน่ สายตามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเพื่อนทำให้เกลโล่งอกเพราะอย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องเผชิญกับมัจจุราชในคราบมนุษย์อย่างผู้ชายคนนั้นเพียงลำพัง


“อีฟ...เอาแบบนี้ดีกว่า”


เกลเริ่มคลายกังวลเมื่อนึกแผนการดีๆ ออก แบบนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพราะเป็นวิธีเดียวที่เกลจะไม่ต้องเจอหน้ากับเจย์ แม้ว่าจะดูเป็นการบุกรุกไปสักหน่อยก็เถอะ

 




 


20.30 น.


เสียงเรียกเข้าดังขึ้นทำให้เกลรีบกดรับสายทันที ดวงตาคู่สวยประหม่าเพราะกำลังจะทำการใหญ่บางอย่าง


(เกล เจย์ถึงร้านแล้ว)


“โอเค แกดูหมอนั่นไว้นะ”


เกลตัดสายทิ้งและปิดเสียงโทรศัพท์เพื่อความปลอดภัย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในคอนโดฯที่ตอนนี้เป็นของเจย์เพียงผู้เดียวแค่เธอยังมีคีย์การ์ดและกุญแจอีกชุดอยู่กับตัว เกลลุ้นว่าหลังจากนั้นเจย์จะเปลี่ยนระบบรักษาความปลอดทั้งหมดรึเปล่า ยังไงก็ต้องลองเสี่ยงดูก่อน


แผนการของเธอก็คือให้อีฟสะกดรอยตามเจย์และก็ได้ความมาว่าวันนี้อีกฝ่ายจะไปนั่งดื่มกับเพื่อนซึ่งตอนนี้เจย์ไปถึงร้านแล้ว ฝั่งนี้จึงทางสะดวก เธอมาดักรอที่แถวคอนโดฯตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน และเมื่อได้สัญญาณว่าเป็นไปตามแผนทำให้เกลเดินดุ่มๆ ผ่านลอบบี้ไปยังลิฟต์ด้วยความเร็ว


ประตูลิฟต์เปิดออกยังชั้นที่เธอคุ้นเคย เกลแทบกลั้นใจเพราะลุ้นทุกฝีก้าวทั้งที่รู้ว่าเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี


หญิงสาวเดินไปถึงหน้าห้องในที่สุด เกลภาวนาขอให้กุญแจที่เธอถืออยู่ใช้การได้และมันก็สำเร็จ เจย์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้นตั้งแต่วันที่เธอจากไป อดกระตุกวูบที่หน้าอกข้างซ้ายไม่ได้แต่ก็ต้องไล่ความคิดไร้สาระและรีบเข้าห้องแทน เกลปิดประตูล็อคให้เบามือที่สุด ลนลานราวกับคนไม่เคยเข้าห้องนี้มาก่อนทั้งที่ทุกอย่างยังตั้งอยู่เหมือนเดิม


เช่นเดียวกับกรอบรูปถ่ายที่เป็นรูปคู่ของเรามันก็ยังวางอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง


เกลรีบเบือนใบหน้าหนีเพื่อกดความรู้สึกบางอย่างและย้ำกับตัวเองว่ามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไร...พอคิดได้ก็รีบเดินตรงไปยังลิ้นชักสีขาวริมกำแพงที่เก็บของใช้และเกลจำได้ว่าล่าสุดเธอเก็บเอาไว้ที่นี่ แต่กลับไม่มี เธอรีบแหวกของสิ่งอื่นเพื่อหากล้องถ่ายรูปแต่แปลกที่มันไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เกลรีบหาลิ้นชักทุกชั้นและคำตอบก็คือเหมือนเดิม หญิงสาวยืนตัวตรงก่อนจะยกมือขึ้นกุมศีรษะ ใบหน้าวิตกอย่างหนักและรีบคิดว่ามีที่ไหนที่มันควรจะอยู่อีก เกลจำได้แม่นว่ายังไม่ได้เอาออกไปจากห้องนี้แน่ๆ


แล้วมันอยู่ที่ไหน?


จากแผนการที่หาเจอจะรีบออกไปก็ล่มไม่เป็นท่า กลายเป็นว่าตอนนี้เธอเดินหาทั่วห้องจนวุ่นไปหมด ไม่ว่าจะเป็นจุดสำคัญที่มักจะใช้เก็บของแต่กลับไม่มีสักที่ ของทุกอย่างในห้องนี้ล้วนเป็นของเจย์ทั้งสิ้น


“อยู่ไหนนะ”


หญิงสาวเริ่มยืนไม่ติด เธอเดินหาอย่างลนลานจนระยะเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เกลคิดในใจว่ายังพอมีเวลาเพราะเจย์ไปกินเหล้ากับเพื่อนทีไรเขามักจะกลับดึกทุกครั้ง เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาหาที่ซ้ำๆ จนไม่ได้สนใจมือถือที่ถูกปิดเสียงเอาไว้ในกระเป๋าสะพายเลยแม่แต่นิด


อีฟกระหน่ำโทรเข้ามาเกือบยี่สิบสาย แต่เกลก็รู้ตัวช้าไปเพราะเสียงกุกกักที่หน้าประตูทำให้คนบุกรุกเบิกตากว้างและฉับพลันหัวใจก็ได้หล่นไปอยู่ตาตุ่ม


 

ร่างกำยำเดินเข้าห้องหลังจากขับรถไปส่งเพื่อนที่ร้านเหล้าแต่ตัวเองแวะนั่งแค่แป๊บเดียวและตั้งใจกลับเร็วตั้งแต่แรก เจย์ดื่มเบียร์ไปแค่สองแก้วก่อนจะลุกออกมาและตอนนี้เขาก็อยู่ในห้องของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ภายในห้องกว้างขวางยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ยกเว้นซะแต่ไฟนีออนทุกดวงถูกเปิดทิ้งไว้และเขาก็จำได้ว่าก่อนออกไปได้ปิดมันแล้ว


เจย์เงยหน้ามองไฟบนเพดานอย่างตั้งคำถาม พลางเดินทั่วห้องอย่างสำรวจผลที่ได้ก็คือไม่มีอะไรผิดปกติ ร่างสูงละความสนใจก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาและเปิดทีวีดู ใบหน้าหล่อเหล่าแต่ทว่าเย็นชาเสมือนคนไร้หัวใจ นัยน์ตาคู่คมจ้องมองหน้าจอกว้างใหญ่และทันใดก็ลุกขึ้นพรวดโดยไม่ลืมคว้ากุญแจรถและกระเป๋าเงินติดมือไปด้วย


ทางฝั่งของผู้บุกรุก หลังจากที่เจ้าของห้องได้ปิดทีวีและปิดไฟทุกดวงซึ่งเกลเห็นชัดเจนว่าเจย์หยิบกุญแจรถออกไปแปลว่าน่าจะไปที่ไหนสักแห่ง ส่งผลให้เธอพ่นลมหายใจอย่างโล่งอก บอกตรงๆ เลยว่าเมื่อกี้หัวใจจะวาย ดีที่ว่าจุดที่เธอยืนอยู่นั้นใกล้นอกระเบียงทำให้เกลตัดสินใจออกไปแอบตรงนั้น วัดดวงกันหากเจย์ออกไปสูบบุหรี่ทุกอย่างก็พังแน่นอน แต่ดีที่ไม่เป็นแบบนั้นเพราะเธอคงยังมีบุญเก่าหลงเหลืออยู่ ร่างบางที่กำมือแน่นค่อยๆ ย่องเข้ามาในห้องอีกครั้งและไม่ลืมปิดประตูระเบียงเอาไว้อย่างเดิม เกลใช้วิธีเปิดไฟฉายในมือถือแทนก็พบว่าอีฟโทรเข้ามาเกือบสามสิบสาย ผิดที่เกลสะเพร่าไม่ดูโทรศัพท์เองแผนถึงได้เกือบแตกแบบนี้ ดวงตาคู่ประหม่ากวาดมองรอบห้องภายในความมืด ตัดใจในครั้งนี้เพราะเกลคิดว่าเจย์คงออกไปแป๊บเดียว ท่าทางแบบนั้นไม่วายรีบออกไปซื้อบุหรี่อีกตามเคย


เธอตัดใจจากกล้องถ่ายรูปที่พยายามสุดความสามารถแล้ว พลางคิดในใจว่าค่อยหาวิธีเอาใหม่แต่ตอนนี้ต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อน เกลมองทางเดินจากแสงไฟฉายในโทรศัพท์เท่านั้น มือบางจับลูกบิดก่อนจะเปิดออกไปเจอแสงสว่างของไฟตรงทางเดิน ฉับพลันนั้นเองท่ามกลางแสงสว่างนั้นก็มีใครบางคนยืนกอดอกพิงบานประตูห้องฝั่งตรงข้ามราวกับจงใจยืนรอตั้งแต่แรก


เกลถลึงตาแทบหลุดออกจากเบ้า เธอตกใจจนรีบปิดประตูห้องหวังจะขังตัวเองไว้ข้างในและปล่อยให้เจ้าของห้องตัวจริงอยู่ข้างนอกแต่เป็นเพียงแค่ความคิด เจย์พุ่งเข้ามายื้อประตูไว้ได้สำเร็จและแทรกตัวเองเข้ามาในที่สุด


ล่มไม่เป็นท่า สุดท้ายเธอก็ต้องเผชิญหน้ากับเขาจนได้สินะ


เกลรีบสูดหายใจเพื่อตั้งสติ ถอยหลังหนีคนตัวใหญ่เป็นจังหวะเดียวกับที่ไฟในห้องสว่างขึ้น


“ขโมย?”


“ม...ไม่ใช่นะ!


“แล้วเข้ามาทำไม”


เจย์ไม่ก้าวเข้ามา เขาเพียงแค่ยืนจังก้าท่าทางเอาเรื่องไม่น้อยไปกว่ากัน


“เข้ามาเอาของ”


“ในห้องนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเธอ”


“กล้องถ่ายรูปของฉันล่ะ”


“ทิ้ง”


“ว่าไงนะ!


เกลเหมือนจะร้องไห้ เธอหลุบสายตาอ่อนแอลงก่อนจะรีบแข็งใส่เมื่อเห็นว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังมองอยู่


ทิ้งของของเธอไปหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ...ถ้าเป็นอย่างอื่นเกลจะไม่ว่าเลย แต่กล้องถ่ายรูปราคาสามหมื่นเครื่องนั้น


เขามันยิ่งกว่ามัจจุราช!


“นายทิ้งได้ยังไงเจย์!


“รกห้อง ทำไมจะทิ้งไม่ได้”


ใจร้ายที่สุด...เกลกัดปากแน่น เสียดายกล้องถ่ายรูปเครื่องนั้นชะมัด แต่ในเมื่อทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้แล้วจะให้ทำยังไง เกลคลายมือที่กำไว้แน่นออก ตัดใจจากทุกสิ่งทุกอย่างในห้องห้องนี้ไม่ว่าเธอจะลืมอะไรอีกก็จะไม่มีวันกลับมาเอาอีกแล้ว ร่างบางทำท่าจะเดินไปที่ประตูทางออกแต่ทว่าเสียงทุ้มเจือความกวนเบื้องล่างเอ่ยเสียงดังจนเท้าของเธอหยุดชะงัก


“อยากได้ก็ขอผัวใหม่ดิ ไม่เห็นจำเป็นต้องเข้ามาเหยียบที่นี่”


เกลตวัดสายตามองหน้าของเขา รอยยิ้มประดับที่มุมปากของเจย์ ดูก็รู้ว่าเป็นยิ้มของปีศาจ


“ก็คิดไว้เหมือนกัน”


เธอตอบเสียงเรียบ ทำท่าจะเดินออกไปแต่คำพูดของอีกฝ่ายดึงเธอกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า


“เข้าห้องคนอื่นแล้วจะออกไปหน้าตาเฉยแบบนี้รึไง?”


เจย์ดูท่าเอาจริง คนที่ไม่ทันได้ตั้งรับถูกกระชากแขนเข้าไปในระยะประชิดจนร่างกายของเรากระแทกเข้าหากัน เธอถลึงตาใส่เขาอย่างโกรธเกลียดแต่ก็ต้องร้องลั่นเมื่อมือหนาของอีกฝ่ายจับทั่วลำตัวของเธอสลับกับบีบเค้นที่ช่วงเอวราวกับจงใจย้ำตรงจุดนั้น


“เจย์! ปล่อย”


“จะรู้ได้ไงว่าไม่ได้ขโมยของ”


เขาพูดพลางจับเนื้อตัวของเธออย่างถือวิสาสะและจาบจ้วง เกลผลักไสและดีดดิ้นจนถูกดันชิดกำแพงด้านข้าง ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองเขาในจังหวะที่ชายหนุ่มก้มหน้ามองลงมา เจย์ขังเกลโดยที่เอาแขนยันผนังเอาไว้


และดูท่าลูกหมาในพันธนาการจะไม่กลัวเอาซะเลย...นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความโกรธและความกลัวปะปนในคราเดียว


“อ...ออกไป”


“ถอดเสื้อผ้าก่อนดิ จะเช็คว่าไม่ได้ขโมยอะไรไป”


“นายจะบ้าเหรอ!


มือเล็กๆ ดันแผงอกแกร่งสลับกับทุบตีแต่เจย์ไม่รู้สึกสะทกสะท้าน เขามองท่าทางรังเกียจของเกลที่ไม่ปิดบัง


“อะไรกัน เมื่อก่อนยังถอดต่อหน้าฉันอยู่เลย...แถมถอดเองด้วยนะ”


เจย์กระตุกยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอโกรธจนตัวสั่น


“หุบปากของนายไป!


“ในม่านรูดก็ด้วย”


“...!


“ลีลาของฉันมันห่วยงั้นเหรอ แต่จำได้ว่าเธอครางไม่หยุดนะ”


“นายมันก็ดีแต่พูดเรื่องเดิม”


“แล้วใครที่มันอ้าขาให้ฉันเอาง่ายๆ”


เพี๊ยะ!


เกลพลั้งมือฟาดที่แก้มซีกซ้ายของเจย์ จะว่าพลั้งก็ไม่เชิงเพราะเธอเตรียมตบหน้าเขาอีกฉาดแน่หากยังพูดจางี่เง่าไม่เลิก


“มันเจ็บนะเกล”


“สมน้ำหน้า อ๊ะ!


ร่างกายของเธอถูกรวบกอดในฉับพลันก่อนที่ริมฝีปากหยักจะทาบลงมาด้วยความรุนแรง เกลโดนกอดแน่นและก็ถูกลุกล้ำอย่างไม่เต็มใจ เขาบดขยี้จูบสลับกับกัดริมฝีปากล่างให้สาแก่ใจ ทำทุกอย่างให้อีกฝ่ายเจ็บบ้างก็เท่านั้น ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในปากของเธอที่พยายามหลบหลีกหนี แต่ยิ่งไล่ยิ่งจนมุม...เกลไม่เคยชนะเจย์ในเรื่องจูบเลยสักครั้ง


“อื้อ!


เธอหายใจไม่ทันเพราะเขาไม่เปิดโอกาสให้กอบโกยเลยสักนิด ราวกับสัตว์ป่าบ้าคลั่งที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ยั่วโมโหรอจนกว่าเหยื่อจะติดกับและก็สำเร็จทุกครั้ง


“อื้อ! แฮ่ก—”


“จูบแย่เหมือนเดิมเลยเกล”


“นายแม่งชั่ว!


“ที่ด่าๆนั่นผัวทั้งนั้นนะ”


เขากอดเธอแน่น โน้มใบหน้าคลอเคลียแต่เธอหลีกหนีทุกช่องทาง ผลักไสเพราะไม่อยากอยู่ใกล้เขาไปมากกว่านี้อีกแล้ว


“ปล่อยสักที!


“เข้ามาที่นี่เอง”


“ก็จะออกไปแล้วนี่ไง!


“วันไนท์อีกสักคืนมั้ย ถุงยางเหลือ—ซี้ด!


เส้นผมหยักศกถูกมือเล็กขยำเต็มมือ เกลเกลียดทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของเจย์ ในเมื่อขอให้ปล่อยกันดีๆ ไม่ได้สิ่งเดียวที่เธอทำได้ก็คือใช้ความรุนแรงและดูเหมือนอีกฝ่ายจะชอบ


เจย์คนนี้บ้าเกินกว่าจะพูดดีๆ ด้วย


และเราสองคนคงไม่มีวันคุยดีกันได้ มองไม่เห็นหนทางนั้นเลย


เกลกลั้นน้ำตาแห่งความโกรธ หงุดหงิด สารพัดที่ไม่สามารถพาตัวเองออกไปจากที่นี่ได้สักที เธอขยำเส้นผมของเขาและผลักอีกฝ่ายออกได้สำเร็จ เจย์ดูท่าจะเจ็บทั้งแก้มซีกซ้ายที่แดงเป็นรอยมือกับเส้นผมที่โดนจิกทึ้งจนฟูฟ่อง


นัยน์ตาของเขาเริ่มฉายประกายแข็งกร้าวมากขึ้นเต็มที เดาว่าอีกไม่นานคงคลั่งมากกว่านี้ส่งผลให้เกลหันหลังเตรียมวิ่งออกไปแต่ทว่าร่างกายลอยหวืดเพราะคนตัวใหญ่ปรี่เข้ามาลากเธอไปอยู่ในพันธนาการได้สำเร็จอีกครั้ง


เพราะขนาดร่างกายที่ต่างกัน มันจึงทำให้เธอเสียเปรียบอยู่ร่ำไป


“บอกว่าเจ็บไงเกล”


เขาท้วงความยุติธรรมให้ตัวเอง ส่งผลให้เธอเบะปากอย่างอดกลั้น


“แล้วฉันไม่เจ็บมั้ง!


ใบหน้าหวานที่เหยเกเพราะความโกรธเกลียดตวัดหันมาส่งผลให้เขามองเห็นเลือดสีแดงที่ซิบอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่มชัดเจน เขาจูบจนปากของเธอเลือดออก เจย์ชาวาบที่ร่างกายเล็กน้อยแต่ยังแสร้งตีสีหน้าสะใจเอาไว้ แม้ว่าดวงตาคู่ใสจะเอ่อล้นด้วยน้ำตาอยู่ก็เถอะ


เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด


“สมน้ำหน้า”


“...”


“จะจูบให้ปากช้ำ อย่าให้ปากเก่งอีก”


“เรื่องของนาย!


“...”


“แต่จะบอกอะไรให้ ไม่ว่านายจะจูบให้ปากฉันได้อีกกี่สิบแผล”


“...”


“ฉันก็เกลียดนายมากขึ้นอยู่ดี”


พรึบ


เกลสะบัดอ้อมแขนแข็งแรงออก และมันคงเป็นจังหวะเดียวกับที่เรี่ยวแรงของเจย์แทบไม่หลงเหลือในเสี้ยววินาทีนั้น


แค่ประโยคสั้นๆ ก็ทำให้ชายหนุ่มสตั้นจนปล่อยให้เธอวิ่งหายจากไปในที่สุด

 

 


เกลวิ่งออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาหยดแรกที่ไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่อีกแล้ว เธอเจ็บที่แผลแต่ไม่เท่ากับข้างในหัวใจเลย มันเทียบไม่ได้เลยสักนิดเดียว ทั้งคำพูด การกระทำ รวมทั้งสายตาราวกับคนที่เกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน ราวกับเราสองคนไม่เคยรู้สึกดีๆ ต่อกันอย่างไรอย่างนั้น เกลรู้ว่าตัวเองแรงไม่น้อยไปกว่ากันแต่ทุกคำพูดร้ายกาจที่เจย์สาดใส่เธอ มันทนไม่ได้ที่จะย้อนคืนจริงๆ


มันจะดีหากเราสองคนคุยกันและปรับความเข้าใจ


แต่มันคงจะดีกว่าหากเราสองคนแยกย้าย เดินตามเส้นทางใครเส้นทางมัน เกลแค่หวังว่าเจอหน้ากันก็ขอให้เราสองคนกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า


มันคงจะเจ็บน้อยกว่านี้

 

 



หลายวันผ่านไป


เช้าวันเสาร์ที่แสนสดใส นักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ลงสมัครเข้าร่วมกิจกรรมที่ชมรมค่ายจิตอาสาจัดขึ้นครึกครื้นเพราะร่วมเดินทางไปกันถึงสามคันรถบัส เกลที่สะพายกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เดินเข้ามายังจุดนัดพบหน้ามหาวิทยาลัยซึ่งมีนักศึกษามากมายยืนลงชื่ออยู่ ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาเพื่อนสนิทแต่ทว่าแรงสะกิดจากด้านหลังทำให้เกลหันกลับไปมอง


“พี่นอร์ท”


รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเมื่อเห็นร่างสูงภูมิฐานของรุ่นพี่ปีสี่ที่จะเดินทางไปด้วยกัน นอร์ทยิ้มอย่างอบอุ่นจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ข้างแก้มนั่น ส่งผลให้เกลยิ่งยิ้มกว้างตอบ...ก่อนที่คนทั้งคู่จะหัวเราะให้กันเบาๆ


“เช้านี้อารมณ์ดีนะ”


“ดีมากๆ เลย เกลอยากเดินทางแล้ว”


“พี่ก็อยากไปกับเกลแล้วเหมือนกัน”


ประโยคกำกวมที่วิเคราะห์ดีๆ ก็อาจจะหมายถึงว่าหากค่ายครั้งนี้ไม่มีเกล ก็คงไม่มีนอร์ทอย่างไม่ต้องสงสัย


“อะแฮ่ม ข้างๆ เป็นสีชมพูหมดแล้วรู้ยัง”


เสียงแซวของอีฟดังขึ้น ส่งผลให้คนที่ส่งยิ้มให้กันทั้งคู่เกาแก้มอย่างแก้เก้อทันที ทั้งสามมาครบแล้ว อีฟลากมือเกลกับนอร์ทไปลงชื่อเพื่อจะได้ขึ้นไปจองที่นั่งบนรถบัสก่อนใคร แต่ทว่าเสียงดังซุบซิบดังขึ้นรอบข้างส่งผลทำให้ทั้งสามหันไปมองตามสายตาของทุกคนทันที


และดูเหมือนว่าจะเป็นจุดสนใจไม่น้อยจริงๆ...เกลจ้องมองไปที่ร่างสูงของผู้ชายคุ้นหน้าทั้งสามซึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าบนหลัง จิม ไทม์ และคนสุดท้ายคือเจย์


คงจะไม่แปลกหากสามคนนั้นเกิดอยากไปค่ายจิตอาสาเพราะพวกเขาก็มีสิทธิ์


แต่แปลกคือคนที่เดินแนบชิดมากับเจย์ ใครบางคนที่เป็นสาเหตุให้ร่างกายของเกลแข็งทื่อจนขยับเขยื้อนไม่ได้


ใครคนนั้นที่เกลรู้จักเป็นอย่างดี


แคท...




TBC.


เอาแล้ว ไม่จบไม่สิ้นใช่มั้ย ชอบนักเหรอตบจูบเนี้ยยยยยย ค่ายนี้มันส์แน่ จะมันส์หรือนองเลือดต้องติดตาม


คอมเมนต์พูดคุยกันได้นะคะ แรงขับเคลื่อนของไรท์มีอย่างเดียวคือผลตอบรับจากคนอ่าน 1000% เพราะงั้นใครชอบหรือรอเรื่องนี้ส่งเสียงให้ไรท์เตอร์ชื่นใจหน่อยงับ <3


ฝากนิยายอีกเรื่องที่กำลังอัพเดทอยู่ สายพระเอกเถื่อนห่ามสไตล์เราห้ามพลาด!



#FicYourTurn







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 594 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

521 ความคิดเห็น

  1. #302 kanjana1236 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 04:51
    ชอบเรื่องนี้
    #302
    0
  2. #268 Sujit5788 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 22:03

    อร้ากกกกอิชั้นอ่านไปก็ลุ้นไปนะ

    หึเจย์เอาอะไรมาด้วยอ่ะ

    #268
    0
  3. #261 Nicosinnet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 23:03
    เห่อ ประชดเก่ง คุยกันดีๆไม่ได้หรือไงนะ!
    #261
    0
  4. #256 เฉาก๊วยของอลิชา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 20:04
    เห้อมมม จะได้คืนดีกันไหมเนี่ย ชาตินี้
    #256
    0
  5. #237 I_WaNabee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 19:25
    ผิดตรงที่ประชดกันไปมาไม่ยอมคุยกันดีดี ใจร้อนทั้งคู่ แรงใส่กันไปเละทั้งคู่
    #237
    0
  6. #236 b-rin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 00:11
    ปวดใจจจ 😭
    #236
    0
  7. #234 3ulinlin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 15:24

    อ้ยยยยยยยยย รู้สึกถึงความบรรลัย

    #234
    0
  8. #233 babymochi95 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 10:57
    ไรท์สู้ๆนะคั้บบบ ทางนี้กุมขมับทุกตอน ลุ้นมากไม่ไหว
    #233
    0
  9. #232 lilin852 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 10:52
    จะกลับมาคบกันยังไงวะน่ะ ทำไมแตกร้าวกันขนาดนี้//กุมขมับ
    #232
    0
  10. #231 Ohno_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 07:01
    เนี่ยยยยประชดกันต่อไปอี๊กกกกกก ยากกเลยยยนะเนี่ยยยจะรีเทิร์นยังไงนะ ฮือออออ ไรท์สู้ๆนะคะเราจะรอนะคะ
    #231
    0
  11. #230 vVv-Tae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 21:50
    เรื่องทั้งหมดมันวุ้นวายมากขึ้นเพราะเจย์เข้าใจผิดตั้งแต่แรก รับไม่ได้อ่ะปวดจายยยย
    #230
    0
  12. #229 bobiekim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 20:37
    เจย์ขอร้องงงงงง แกอะ ไม่มีสติสุดๆแล้ว เพื่อนก็ไม่คิดจะห้ามหรอวะ ส่วนเกลทำไมไม่พูด และเจย์เมื่อไหร่จะฟัง!!!!
    #229
    0
  13. #228 Yes! SUGA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 13:44
    ค่ายเดือดแน่ๆค่ะงานนี้ สงสารคู่นี้ คือกำลังจะดีๆกันแล้วเชียว ดั้นนมรเรื่องทำให้เข้าใจผิดกะนหนักจนวุ่นวายไปหมด ยังรักกันอยู่ด้วย แต่ความเจ็บใจทำให้เหมือนเกลียดกันเลยยย สนุกกกกก อยากอ่านต่อเรื่อยๆๆเลยค่ะ 😍
    #228
    0
  14. #227 Particles (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 13:31

    แคทคือคนไม่จำเป็น

    #227
    0
  15. #226 Aikiw1234 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 08:08
    รอต่อไปปปปปปปจ้าาาาา
    #226
    0
  16. #224 janenazz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 01:59
    ยัยแคทมาได้ยังไงอีก เจย์เกลนี่ตีกันไม่เลิกเลยนะ อันนี้เจย์ก็เอามาเย้ยเกล แล้วเดี๋ยวเกลกับพี่นอร์ทคงทำกลับบ้างตีกันไปมา นี่เป็นเพื่อนสองคนนั้นนั่งถอนหายใจแล้วนะ เหนื่อยจังเจ้าพวกนี้
    #224
    0
  17. #223 Alien77 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 23:33
    นางแคทมาได้ไงง ตอนหน้าสนุกแน่ รอเลยยยย
    #223
    0
  18. #220 ppinkkiepie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:43
    รอตอนต่อไปเสมอค่าาาา มาอัพบ่อยๆนะคะ อยากอ่านต่อแล้ว ลุ้นมั๊กกก;-;
    #220
    0
  19. #219 scintilla (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:42
    เอามาเย้ยเขาว่าซั่น นี่ค่ายจิตอาสาหรือจิตอาฆาตอ่ะคะ นองเลือดแน่ๆ
    #219
    0
  20. #218 mxxxdd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:26
    แชปหน้านี่มีตีกันอีกแน่ ๆ เลยㅠㅠ สู้ ๆ นะคะไรท์
    #218
    0
  21. #217 NoeyNasa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:20
    รอค่ะไรท์รอเสมอมา5555 เข้าเว็บทุกวันเลยค่ะลุ้นตลอดว่าไรท์จะมาไม สู้ๆนะคะ ❤❤❤
    #217
    0
  22. #216 Rosan__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:17
    เดาว่าต้องมีคนเจ็บตัวแน่ๆตอนต่อไป แงงงง รอเหมือนเดิมนะคะ
    #216
    0
  23. #215 wjatgmdmjjtg357- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:13
    โอ้ยไม่ใจกันซักทีไม่จบไม่สิ้นซักที เจก็ไม่ยอมฟังที่เกลพูดเอาแต่คิดไปเองเกลก็ไม่ยอมพูดอธิบายอะไรเลยประชดกันไปประชดกันมาดราม่ามาเต็มแน่งานนี้
    #215
    0
  24. #214 Lisagirl3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:05

    โอ้ยจะเอาเเคทมาประชดใช่ไหม

    #214
    0
  25. #213 ปังเองล่ะ:D (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:04
    โอ๊ยเจย์ ฮืออออออออออ นายมันบ้าไปแล้ววววววววววว รอต่อนะคะไรท์เป็นกำลังให้เกลและคุณไรท์นะคะ
    #213
    0