YOUR TURN ✥ [BTS x YOU]

ตอนที่ 1 : — 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 521 ครั้ง
    19 พ.ย. 63




นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการผู้แต่ง
และเป็นเรื่องที่ถูกเขียนขึ้นเท่านั้น
มีเนื้อหาบางฉากไม่สมควรลอกเลียนแบบ
ทั้งการกระทำและคำหยาบคาย
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


















01





Chat

 

ไทม์ : @เจย์


ไทม์ : ให้ทายกูเจอใคร


จิม : ใครวะ


ไทม์ : ชื่อเจย์เหรอมึง


จิม : เปล่า อยากเสือกด้วยคน


จิม : @เจย์


เจย์ : อะไร


ไทม์ : เลื่อนขึ้นไปอ่าน


Read


เจย์ : ใคร?


ไทม์ : เมียเก่ามึง และที่สำคัญ


Read  


ไทม์ : มากับแฟนใหม่

 

 







สองเดือนก่อนหน้า

 

“มีอะไรจะอธิบายมั้ย?”


“ไม่มี”


ชายหนุ่มตอบก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง เจย์โยนกุญแจรถยนต์ลงบนโต๊ะพลางเดินไปคว้าผ้าขนหนูและทำท่าจะตรงเข้าห้องน้ำเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน


ไหนจะแฟนสาวที่ยืนทำตาค้อนรอคำตอบกับเรื่องที่เขาไปส่งผู้หญิงคนอื่นโดยที่ไม่ได้บอกเธอก่อน


“เจย์ มาคุยกันให้รู้เรื่องนะ”


เกลรั้งแขนแกร่งของแฟนหนุ่มเอาไว้ เจย์ตวัดสายตาเบื่อหน่ายกลับมามอง เขาเบื่อเต็มทีที่ต้องมาทะเลาะกันเรื่องนี้ อธิบายไปกี่ครั้งเกลก็ไม่เคยเข้าใจว่าเขากับแคทไม่มีอะไรมากกว่าความสัมพันธ์ที่แม่ของเราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน


แม่ของแคทฝากฝังให้เขาช่วยเป็นเพื่อนแคทซึ่งอีกฝ่ายไม่มีเพื่อนเพราะพึ่งมาจากต่างประเทศและมาอยู่แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเกลจะไม่โอเคกับเรื่องนี้สักที


“เจย์!


“ฉันเหนื่อยว่ะ เธอไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?”


“หมายความว่าไง”


ดวงตาคู่สวยสั่นไหวในฉับพลัน เกลกำมือแน่น ยับยั้งอารมณ์ตัวเองพลางจ้องหน้าคนรักที่มีสีหน้าเหนื่อยล้าอย่างที่บอกออกมา


“เหนื่อย ไปเรียนมาทั้งวัน ไหนจะรายงานที่ต้องปั่น เธอก็รู้ว่าช่วงนี้ฉันเรียนหนัก”


“...”


“กลับห้องมาก็ไม่อยากให้เธองี่เง่าใส่มั้ย”


“งี่เง่าเหรอ? แล้วทำไมนายไม่เข้าใจฉันบ้าง นายไม่เป็นฉันนายจะไปรู้อะไร”


“แล้วมันเป็นยังไง? เธอจะหึงฉันกับแคทไปอีกนานแค่ไหน บอกกี่ครั้งว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรไง”


“...”


“อยากให้มันมีอะไรมากเหรอวะถึงยัดเหยียดกันอยู่ได้”


เจย์ขมวดคิ้วแน่น กระแทกเสียงใส่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินหนีเข้าห้องน้ำทันที เกลยืนตัวสั่นเพราะถามเรื่องนี้กี่ครั้งเจย์ก็มีอาการไม่พอใจทุกครั้ง...เจย์ไม่เคยจะอธิบายหรือทำให้เธอเชื่อใจ เกลระแคะระคายเรื่องนี้มาสักพัก เธอลงทุนไปกดติดตามไอจีแคทซึ่งอีกฝ่ายชอบอัพรูปภาพคู่กับเจย์อยู่บ่อยๆ แคปชั่นสั้นๆ หรือไม่ก็อีโมจิรูปหัวใจสีส้มเพียงดวงเดียว เจย์ไม่กดติดตามแคท ไม่กดไลค์ ไม่อะไรสักอย่างที่ทำให้น่าสงสัย เกลรู้จักเจย์ดี เขาไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้และเกลก็ไม่ใช่คนขี้หึงพร่ำเพรื่อ แต่เรื่องนี้บอกตามตรงเลยว่าเธอไม่โอเค...ทั้งที่รู้ว่าเกลยังคาใจแต่ทว่าเจย์ไม่แม้แต่จะทำอะไรให้เกลรู้สึกสบายใจเลยสักครั้ง


เขาไม่พูด ไม่บอก อยากจะไปไหนกับผู้หญิงคนนั้นก็ไป เกลมารู้ทีหลังก็เมื่อแคทอัพรูปคู่กับเจย์...มันเป็นแบบนี้มาหลายครั้งจนครั้งนี้ทนไม่ไหว


อีกสองสัปดาห์ก็จะครบรอบสองปีที่เราคบกันมา...ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยกันในคอนโดฯ ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเมื่อปลายปีก่อน ทั้งสองคนก็เรียนที่เดียวกัน เจย์เรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ ส่วนเกลเรียนนิเทศศาสตร์ เราอยู่ปีสามด้วยกันทั้งคู่ ตลอดเวลาที่คบกันมาเกลมีความสุขเพราะเธอรู้สึกลึกๆ ได้ว่าเจย์รักเธอจริงๆ อีกฝ่ายไม่เคยนอกลู่นอกทางเช่นเดียวกับเธอนั่นแปลว่าเราสองคนไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่สาม หลักๆ ก็มีแต่เจย์ที่เป็นคนขี้หึงมาก และเขาก็ไม่ชอบให้เกลเข้าใกล้ผู้ชายคนไหน เกลรู้นิสัยของแฟนตัวเองในข้อนี้ เธอไม่มีเพื่อนผู้ชายเป็นทุนเดิม มีก็แต่ไม่สนิทและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องติดต่อกันส่วนตัว เจย์ขี้หึงชนิดที่ว่าพร้อมมีสงครามตรงนั้นหากเห็นจะๆ ว่าเกลทำพิรุธหรือแอบคุยกับผู้ชายคนไหนลับหลัง เจย์เป็นผู้ชายอารมณ์ร้อนมาก ตอนคบกันแรกๆ อีกฝ่ายเป็นหนักกว่านี้แต่เขาปรับตัวได้มากขึ้นเพราะเกลบอกออกไปว่าไม่ชอบนิสัยจุดนี้ของเจย์ แน่นอนว่าเกลก็ต้องปรับตัวเข้าหาเจย์เช่นกัน มีหลายเรื่องที่เราต้องปรับจูนกันใหม่และมันก็ดีเสมอมาจนกระทั่งมีผู้หญิงที่ชื่อแคทเข้ามาในชีวิต แคทเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทของแม่เจย์และอีกฝ่ายก็ฝากฝังให้เจย์ช่วยดูแลแคทที่พึ่งกลับมาจากต่างประเทศซึ่งเป็นช่วงซัมเมอร์ของที่นู้น เจย์เห็นว่าเดี๋ยวไม่กี่เดือนแคทก็ต้องกลับไปเรียนต่อจึงไม่คิดอะไรมากที่ต้องดูแลอีกฝ่าย...เจย์เป็นคนที่ตัวเองไม่ได้ทำผิดเขาจะไม่อยากอธิบายหรือแก้ตัวใดๆ เช่นเดียวกับเรื่องของแคท เจย์เอาแต่บอกว่าไม่คิดอะไรแล้วก็ยังไปมาหาสู่กับผู้หญิงคนนั้นทั้งที่เกลบอกไปตรงๆ หลายครั้งว่าไม่ชอบการกระทำของฝั่งแคทแต่เจย์ตอบกลับมาว่าเขาไม่สามารถทำอะไรแคทได้ ไม่สามารถห้ามให้แคทไม่ลงรูปได้เพราะเราทั้งสองคือเพื่อนกัน


เขาห้ามให้เธออยู่ใกล้ผู้ชายคนอื่นแต่เจย์ทำซะเอง ทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องนี้มาหลายครั้งจนกระทั่งวันนี้ที่เกลเห็นแคทอัพรูปเจย์ที่กำลังขับรถและแคปชั่นว่า ขอบคุณที่มาส่ง พร้อมกับอีโมจิหัวใจสีส้ม


ลงรูปเกี่ยวกับเจย์ทีไรมักจะมีอีโมจิหัวใจสีส้มด้วยทุกครั้ง แบบนี้ไม่พิเศษก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว...


เกลพาร่างกายตัวเองไปนั่งลงบนปลายเตียงพลางถอนหายใจออกมา ดวงตารื้นน้ำใสๆ แต่ก็ยังกักเก็บมันไว้ได้ถึงในใจจะโมโหมากแค่ไหนก็ตาม เธอพยายามบอกกับตัวเองว่าคิดมากไป มันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้และเธอก็ภาวนาของให้เป็นเช่นนั้น

 

 






หลายวันผ่านไป


วันนี้เป็นอีกวันที่เจย์เลิกเรียนช้ากว่าคนรัก เขาเข้าห้องมาในเวลาหกโมงเย็นก่อนจะได้กลิ่นหอมของอาหารที่แม่ครัวกำลังยืนงุ่นอยู่กับการเตรียมมื้อค่ำ เจย์ย่องเข้าไปด้านหลังก่อนจะคว้าที่เอวบางและกอดรัดเธอแน่นพลางหอมแก้มนิ่มที่เบือนหน้าออกเล็กน้อย


“ไม่เล่นแบบนี้นะ ฉันตกใจหมด”


“แล้วอยากเล่นแบบไหน”


นัยน์ตาประกายจ้องหน้าคนรักอย่างมีนัยยะ เกลส่ายหน้าแต่ไม่ทันเพราะริมฝีปากหยักได้บดขยี้ลงบนปากของเธออย่างรวดเร็ว เกลร้องประท้วงในลำคอเพราะกลัวว่าอาหารบนเตาจะไหม้ไปซะก่อน แต่ไม่ทำให้ร่างสูงสะเทือนแต่อย่างใด เขาตะบดจูบปากหวานๆ ของแฟนก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปหยอกล้อในโพลงปากอุ่น เสียงเฉอะแฉะก้องอยู่ในหูเป็นทำนองเดียวกัน เกลแทบหมดแรงคล้ายถูกดูดพลังเมื่อฝ่ามือหนาของเจย์ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของเธอ ทำให้ร่างบางดีดตัวออกทันที


“หยุดเลยเจย์”


คนหน้าแดงรีบหันกลับไปสนใจอาหารบนเตา เจย์ยกยิ้มและยังกอดร่างบางจากด้านหลังอยู่แบบนั้น เขามองในหม้อซึ่งเป็นแกงเขียวหวานเนื้อของโปรดโดยเฉพาะฝีมือของคนตัวเล็กที่ทำให้กินบ่อยๆ เขาไม่เคยเบื่อเลย


“เกล คืนนี้ขอไปร้านเหล้านะ วันเกิดไอ้ไทม์”


“วันนี้วันเกิดไทม์เหรอ”


เสียงหวานถามขึ้นพลางปิดแก๊สและปิดฝาหม้อเอาไว้ เธอหันหน้ากลับมาจ้องตากับคนรักที่ยังกอดเอวไว้หลวมๆ


“ใช่ อยากไปด้วยมั้ย”


“ไม่อะ ปวดท้องเมนส์ อยากนอนเร็วๆ”


“ว้า เมนส์มาหรอกเหรอ งั้นฉันก็อดอีกหลายวันอะดิ”


“ทะลึ่ง!


เจย์ทำหน้าทะเล้นร้อนจนมือของเกลฟาดลงไปที่ไหล่หนาหนึ่งที เขาหัวเราะเสียงใส จ้องหน้าแฟนสาวไม่ละไปไหน


“จะรีบกลับ นอนก่อนไม่ต้องรอ”


“อือฮึ นอนก่อนอยู่แล้ว ปะ กินข้าวกันเถอะ”


เกลดันวงแขนแข็งแรงออกจากเอวตัวเองก่อนจะหันไปเตรียมจัดโต๊ะอาหาร เจย์เข้าไปล้างมือล้างไม้และออกมาช่วยคนรักจนกระทั่งทั้งคู่ทานมื้อค่ำกันอย่างเอร็ดอร่อย เจย์ชมฝีมือการทำกับข้าวของเกลทุกครั้งจนคนทำเหนื่อยที่จะเขินแล้ว เราสองคนจะกินอาหารมื้อค่ำพร้อมกัน ถ้าไม่ได้ออกไปไหนก็ทำกินในห้องแบบนี้ ทุกอย่างกลายเป็นชีวิตประจำวัน


หลังจากเสร็จมื้อค่ำ ทั้งคู่นั่งดูหนังจนพักใหญ่เจย์ก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกไปหาเพื่อนข้างนอก เขาเดินมาหาคนรักที่นั่งสัปหงกหน้าทีวีก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอและโน้มใบหน้าไปหอมแก้มนุ่มฟอดโต


“ฉันไปก่อนนะ รีบอาบน้ำแล้วนอนซะ”


“อื้อ ขับรถดีๆ นะ”


เกลเงยหน้าส่งยิ้มให้เขา เจย์พยักหน้าก่อนจะลุกและออกจากห้องไป เกลมองตามที่หน้าประตูพลางลุกขึ้นพาตัวเองไปอาบน้ำนอนตามที่คนรักบอก วันนั้นของเดือนทำให้เธอเพลียมากกว่าวันไหนๆ เวลาเกือบห้าทุ่มที่เกลปิดไฟและล้มตัวนอนบนเตียงกว้างเพียงคนเดียว

 

 



00.30 น.


ครืด...


เสียงข้อความดังขึ้นติดกันหลายครั้งจนคนที่หลับใหลตื่นขึ้นมาและคว้ามือถือมากดเปิดอ่านทันที เกลคิดว่าเป็นคนรักที่ส่งข้อความมาแต่ทว่าไม่ใช่ อีกฝ่ายคือเพื่อนสนิทของเกลนั่นเอง


อีฟ : เกล หลับแล้วเหรอ


อีฟ : เข้าไปดูไอจีแคท


Read


เกลกลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกไม่ดีทำให้มือของเธอสั่นในฉับพลัน เกลตาสว่างในความมืดก่อนจะกดออกจากแชทของอีฟและเข้าไอจีชื่อของแคทที่เธอลงทุนกดติดตามอีกฝ่ายไปเมื่อไม่นานมานี้ รูปภาพล่าสุดที่อัพลงเมื่อสิบนาทีก่อน เป็นภาพมืดสลัวในร้านเหล้าที่แบล็กกราวด์ด้านหลังมีผู้คนแน่นร้าน แต่ทว่าสายตาของเกลโฟกัสที่คนสองคนกำลังเซลฟี่ด้วยกัน


แคทกอดคอเจย์ และทั้งคู่หันมายิ้มให้กล้อง


ระยะที่มองเห็น...แน่นอนว่าทั้งคู่นั่งใกล้กันมากแค่ไหน


อีโมจิหัวใจสีส้มเป็นแคปชั่นสั้นๆ เกลเม้มปากแน่น ไม่เข้าใจว่าแคททำแบบนี้ต้องการอะไร


เกล : เจย์ จะกลับยัง


เธอตัดสินใจแชทหาคนรักทันที เกลเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียงและลุกขึ้นนั่งเพราะเธอหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง ดวงตาสั่นระริกจ้องมองหน้าแชทที่ไม่มีทีท่าว่าเจย์จะเปิดอ่าน เธอจึงกดโทรออกหาอีกฝ่าย


หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้...


หัวคิ้วทั้งสองขมวดหากันแน่น เจย์ปิดเครื่องงั้นเหรอ? ทั้งที่เขาไม่เคยทำแบบนี้


“อาจจะแบตฯหมดก็ได้”


น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยบอกตัวเองแต่ทว่าในใจกลับร้อนรนแทบนั่งไม่ติดแล้ว เกลไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ไม่ชอบเลย...


เกล : เจย์ ไปกับใครบ้าง


เกล : โทรกลับด้วย


เกลสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอยอมรับว่าระแวงอีกฝ่ายกับผู้หญิงคนนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่สามารถทำให้เกลเชื่อใจเจย์ได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่เธอก็ไม่อยากทะเลาะกับเขา เกลไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน


เกล : แคทก็ไปด้วย ทำไมนายไม่บอกฉัน


เกล : ไม่โอเคแล้วว่ะ


เธอกระหน่ำรัวแชทหาคนรักที่ไม่เปิดอ่าน ตอนนี้ก็เกือบตีหนึ่งแล้ว ปกติถ้าไปเที่ยวกลางคืนแบบนี้เขาจะกลับไม่เกินตีสอง หากวันไหนผิดปกติหรือไปต่อที่อื่นเขาจะโทรมาบอกหรือไม่ก็แชทหาทุกครั้ง เกลไม่เคยว่าเมื่อไรที่เจย์ขอออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน


หญิงสาวนึกบางอย่างออก เธอรีบเลื่อนหาแชทของเพื่อนเจย์ทันที


ปกติแล้วถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ เกลจะไม่ทักหาเพื่อนเจย์แบบนี้หรอก


เกล : ไทม์ เจย์อยู่ใกล้ๆ รึเปล่า ถามเจย์ให้หน่อยว่าทำไมโทรหาไม่ติด


เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ไม่มีวี่แววที่ไทม์จะตอบกลับมา


เกล : จิม นี่เกลนะ เราติดต่อเจย์ไม่ได้เลย ฝากถามหน่อยว่าจะกลับตอนไหน  


เธอเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเพื่อนอีกคนที่มั่นใจว่าอีกฝ่ายก็ไปด้วย


เกลเกลียดตัวเองที่ต้องมาเป็นแบบนี้ เธอไม่ชอบนิสัยตามจิกและไม่เคยทำสักครั้ง จนกระทั่งวันนี้...วันที่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ทำตัวงี่เง่า เมื่อได้มาเจอกับตัวก็รับรู้ได้จริงๆ ว่าความรู้สึกแบบนี้มันโคตรแย่เลย...


จิม : เกลๆ ไอ้เจย์มันเมา แล้วมือถือมันก็แบตฯหมดอ่ะ อีกแป๊บนึงจะกลับแล้วเดี๋ยวฉันไปส่งมันเอง


เกล : อ๋อ โอเค ฝากด้วยนะจิม ขอบคุณมาก


จิม : ครับ


เธอโล่งใจเพราะอย่างน้อยจิมก็ตอบกลับมา สายตาเลื่อนไปมองเวลาก็พบว่าตอนนี้ตีหนึ่งกว่า แปลกมากที่เจย์เมาเร็วขนาดนี้ เขาเป็นคนคอแข็ง ไปกินเหล้ากี่ครั้งก็ไม่เคยเมาหัวราน้ำกลับมาสักครั้ง


อาจจะเป็นเพราะว่าคืนนี้เจย์สนุกกว่าทุกๆ คืนก็ได้


เธอยอมรับว่าตอนนี้ทั้งโกรธและโมโห แต่ยังมีเวลามากพอที่จะสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนที่เขาจะกลับมา ถ้าเจอกันเดี๋ยวนี้คงทะเลาะกันหนักมากแน่นอน เกลลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปเปิดไฟจนห้องทั้งห้องสว่างก่อนจะกลับมานั่งรอบนเตียงอีกครั้ง...ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าเพื่อนของเจย์จะพากลับมาอย่างที่บอก เกลนอนลงและเข้าไอจีของแคท ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ หลังจากนั้น เลื่อนส่องรูปภาพแคทไปเรื่อยๆ อีกฝ่ายเป็นคนสวย หน้าตาและรูปร่างก็ดีมากๆ แคทเป็นคนไทยแท้แต่ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ต่างประเทศ อีกฝ่ายอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด เกลยังแปลกใจว่าแคทจะไม่มีเพื่อนสักคนเลยเชียวเหรอ ถึงต้องให้แม่ตัวเองไหว้วานเจย์ดูแลช่วงที่อยู่ที่นี่


เจย์บอกว่าเขาไม่เคยรู้จักแคทมาก่อน แค่ได้ยินแม่เล่าให้ฟังผ่านๆ แต่ไม่เคยเจอหน้ากัน เกลเชื่อคนรักของตัวเองและไม่ได้ห้ามในช่วงแรก แต่เมื่อยิ่งผ่านไปทุกอย่างมันก็ยิ่งดูเยอะขึ้นโดยเฉพาะฝั่งของแคท...ก็ในเมื่อฝ่ายนู้นออกอาการซะขนาดนั้น ส่วนคนของเราก็ไม่คิดจะเว้นระยะห่าง เจย์ยังทำทุกอย่างที่เกลบอกว่าไม่ชอบ แต่ปากของเขาก็บอกว่าไม่ได้คิดอะไรทำให้ทุกครั้งที่ทะเลาะกันมักจะจบด้วยคำว่าเกลเองที่เป็นฝ่ายคิดมาก เรื่องนี้คาราคาซังมาเนิ่นนาน


และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้หญิงที่ชื่อแคทก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรแตกต่างจากเธอ


เกลไม่เคยเจอแคทซึ่งๆ หน้าเลยสักครั้งและไม่อยากมีวันนั้นด้วย เธอก็มีบางมุมมองของผู้หญิงที่มักจะทำตัวงี่เง่าออกมาโดยไร้สาเหตุ เกลอาจจะรู้สึกและมีเซ้นส์บางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันจึงทำให้เธอไม่ไว้ใจ


และแน่นอนว่าคนที่เธอไม่ไว้ใจไม่ใช่เจย์แต่เป็นคนอื่น


เวลาล่วงเลยเป็นชั่วโมงหลังจากที่เกลได้รับข้อความจากจิมว่าจะพาคนเมาที่พ่วงด้วยมือถือแบตฯหมดมาส่งแต่ทว่าตอนนี้กลับไร้วี่แวว เกลเริ่มกัดริมฝีปากตัวเองและเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลบ่งบอกเวลาตีสามกว่า เธอง่วงนอนแต่มีบางอย่างที่ยังคาใจทำให้หลับไปตอนนี้ไม่ได้ เกลพลิกลำตัวนอนตะแคงพลางจ้องมองหมอนใบใหญ่ข้างๆ...มันคือหมอนหนุนของคนรักของเธอ ความรู้สึกมากมายในใจตีรวนจนไม่รู้ว่าจะวิตกเรื่องไหนก่อนดี ความไม่สบายใจเกาะกินแต่ทว่าไม่สามารถต้านทานความง่วงนอนได้ในที่สุด เกลหลับตาลงช้าๆ และจมสู่ห้วงนิทราเป็นครั้งที่สองภายในห้องที่มีแค่เธอเพียงลำพัง...

 




 

07.30 น.


หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาและสิ่งแรกที่เธอทำคือคว้าโทรศัพท์มือถือมาดูเวลาเพราะแทนที่จะมีร่างสูงใหญ่นอนเอกเขนกข้างกายเหมือนทุกๆ วันแต่ตอนนี้ว่างเปล่า แปลว่าเมื่อคืนเจย์ไม่ได้กลับมา


เกลนั่งนิ่งเพราะทบทวนความคิดของตัวเอง ดวงตาของเธอหม่นหมองอย่างไร้สาเหตุเพราะไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงเมื่อตื่นมาแล้วเจอแบบนี้ ครั้งแรกตั้งแต่คบกันมา...ครั้งแรกในรอบสองปีที่เจย์ไปค้างที่อื่นโดยไม่ได้บอกเธอ


เป็นครั้งแรกที่เขาไปค้างที่ไหนก็ไม่รู้...ไม่รู้แม้กระทั่งสถานที่


ใบหน้าของหญิงสาวเรียบนิ่งแต่ฉายความอัดอั้นภายในใจมากมาย มือบางสั่นเทาและลังเลว่าจะกดโทรออกหาเขาดีหรือไม่ ทั้งที่เกลรู้อยู่แล้วว่าโทรออกไปจะเจอกับอะไร แต่เธอก็ยังตัดสินใจที่จะโทร


หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้...


เธอลดมือถือลงและกำมือแน่น หลุบสายตามองพื้นเตียงที่ว่างเปล่าอยู่เนิ่นนานก่อนจะได้ยินเสียงกุกกักอยู่แถวหน้าประตู ทำให้ดวงตาคู่สวยรีบหันไปมองในฉับพลัน


เป็นไปอย่างที่คิด...แฟนหนุ่มของเธอกลับมา ในสภาพที่ดูก็รู้ว่าเมื่อคืนเมาเป็นหมาแค่ไหน


“เกล”


สุ้มเสียงแหบพร่าเดาว่าขาดน้ำชโลมลำคอมาหลายชั่วโมง เธอมองอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เจย์ก้าวขึ้นเตียงโดยที่เธอนั่งพับเพียบอยู่ที่เดิม สายตาห่างเหินจ้องมองปฏิกิริยาอีกฝ่าย


“ฉันขอโทษ...ที่เมื่อคืนหายไป”


เขากอดร่างของเธอแน่นและซุกใบหน้าลงที่ลาดไหล่บาง เกลไม่ตอบอะไรและปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจไปอย่างนั้น


“เกล อย่าเงียบดิ”


ใบหน้าหล่อเหลาแต่ทว่าตอนนี้ร่างกายกลับส่งกลิ่นหึ่งของสิ่งมึนเมา เกลจ้องหน้าคนรักนิ่ง สายตาของเธอบอกชัดว่าโกรธมากแค่ไหน


เกลเป็นแบบนี้ หากโกรธมากๆ จะเงียบไม่แม้แต่โวยวาย


“...”


“เธอครับ”


“ปล่อยเถอะ”


“ไม่เอา เป็นอะไร”


“ไม่มีคำถามอื่นที่มันดีกว่านี้แล้วเหรอ?”


เจย์จ้องหน้าอย่างอ่อนข้อเพราะเขารู้เต็มอกว่าตัวเองผิด น้ำเสียงของเธอแข็งกระด้างทำให้เขายอมก้มหัวลงและซุกใบหน้าไปกับไหล่แคบของเธออีกครั้ง


รู้สึกผิดจริงๆ...เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจ


“ขอโทษ”


“...”


“ฉันเมา เมาชิบหายเลย แล้วแบตโทรศัพท์ก็หมด”


“...”


“ฉันไม่รู้ว่าไปนอนห้องไอ้จิมได้ไง ตอนออกมาเมื่อกี้มันก็ยังไม่ตื่นเลยไม่ได้เค้น”


“เมื่อคืนจิมบอกว่าจะมาส่งนาย”


“แต่มันคงเมาเหมือนกันเลยไม่อยากอ้อมมาส่งมั้ง คงพาไปนอนคอนโดฯมันและไม่ได้ไลน์บอกเธอก่อน”


ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของคนรัก เขาตอบออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้พิรุธใดๆ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความรักส่งให้คนตรงหน้า แม้ว่าเธอจะยังไม่อยากรับไปตอนนี้ก็ตาม


“ตื่นมาก็รีบโบกแท็กซี่กลับมาเลย”


“...”


“ขอโทษนะ สัญญาว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว”


“นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่ชอบ”


“รู้สิ สัญญาว่าจะไม่ทำอีก”


“...”


“เกล...ฉันรักเธอมากนะ”


เขาพูดออกมาจากความรู้สึกข้างใน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงยื่นไปคลอเคลียกับใบหน้าของคนตัวเล็กกว่า เธอไม่ต้านทานแต่ก็ไม่ให้ความร่วมมือ เจย์กดจูบที่ริมฝีปากอิ่มเบาๆ ก่อนจะเคลื่อนไปขบเม้มบริเวณใบหูร้อน กลิ่นหอมอ่อนๆ ตอนที่พึ่งตื่นนอนของเธอมันคือกลิ่นที่เขาหลงใหลและคงขาดไม่ได้หากไร้การสัมผัสนี้ทุกเช้า...วันนี้เขาทำเรื่องผิดมหันต์ เจย์สัญญากับคนรักว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก


และเขาก็สัญญากับตัวเองด้วยเช่นกัน


มือหนาเริ่มลุกล้ำที่สาบเสื้อนอนของเธอในขณะที่ปากก็พรมจูบทั่วกรอบใบหน้าหวาน ผิวกายขาวผ่องเนียนละเอียดทำให้ใจของเขาเต้นแรงไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง


สัมผัสที่เจย์รักและหวงแหน


“เมื่อคืนแคทไปด้วยเหรอ”


แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเกลยังคงพูดต่อในเรื่องเดิม เจย์ผละใบหน้าออกมาจ้องมองดวงตาคู่สวยที่มองกลับมาเช่นกัน ดวงตานั้นเหลือความไว้ใจเพียงแค่ครึ่งเดียว...ดวงตาที่เขาดูออกทุกอย่าง


“อืม ไปด้วย แต่ฉันไม่รู้ว่าแคทจะไป”


“แล้วทำไมแคทถึงไป”


“ไอ้ไทม์ลงไอจีลอยๆ ว่าใครอยากมาก็มาได้ แปะโลเคชั่นและวันเวลาขนาดนั้น ปาร์ตี้วันเกิดมันก็ทำตัวเรื้อนลงไอจีแบบนี้ทุกปี สงสัยแคทคงฟอลไอ้ไทม์อยู่”  


เกลจ้องตาแฟนตัวเองที่ไม่ลอกแลกหรือส่อพิรุธใดๆ เช่นเดียวกับฝั่งเจย์ที่พูดความจริง เขาไม่รู้ว่าแคทไปที่นั่นได้ยังไง รู้อีกทีก็เจออีกฝ่ายนั่งโต๊ะของพวกเขาหลังจากเจย์ออกมาจากห้องน้ำในช่วงเกือบเที่ยงคืน


“ฉันพูดจริงทุกอย่าง ไม่เชื่อถามพวกแม่งสองตัวก็ได้”


“ไม่ถามหรอก”


“งั้นก็ไม่ทำหน้าบูดดิ”


“...”


“ยิ้มหน่อยนะ”


มือหนาบีบแก้มคนรักเบาๆ พลางยิ้มให้ดูเป็นตัวอย่าง รอยยิ้มพิมพ์ใจของเจย์ที่ยากจะหาดูได้แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขายังไม่ได้รับสิทธินี้ ก่อนเจย์มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเขาได้รับฉายาว่าเสือยิ้มยาก ใบหน้าทะมึนแทบจะตลอดเวลาคล้ายกับคนเบื่อโลกเต็มที น่าแปลกที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างก็หลงใหลในคาแร็คเตอร์ประหลาดของเขา เจย์เนื้อหอมถึงขั้นที่มีผู้หญิงเข้าหาไม่เว้นวัน อินสตาแกรมของเขาถูกฟอลโล่ด้วยผู้หญิงเกินครึ่ง สาวๆ มากหน้าหลายตาเข้ามาหว่านเสน่ห์แต่กลับเป็นเขาเองที่ยังไม่สนใจใคร


จนกระทั่งวันนั้นเมื่อสองปีก่อน...วันที่เขาเจอผู้หญิงคนหนึ่งในงานกีฬาของคณะนิเทศศาสตร์ เธอคนนั้นเป็นพี่เลี้ยงให้กับนักกีฬาแบดมินตันและนักกีฬาคนที่ว่าก็คือเพื่อนของเจย์ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เขาบังเอิญได้ไปเชียร์อีกฝ่ายที่ลงแข่งในรอบชิงชนะเลิศแต่ทว่าเหตุการณ์ที่จำได้แม่นไม่ใช่เพื่อนที่ลงแข่งอยู่ในสนาม...แต่เป็นหญิงสาวในชุดกีฬา ในสายตาของเจย์น่ะเกลตัวเท่าลูกหมาแต่น่ารักเท่าโลก


เขาเอาแต่จ้องมองเธอที่ตั้งใจทำหน้าที่พี่เลี้ยงนักกีฬาจนตัวเองก็เหนื่อยแทบหมดแรง เกลทำทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งแบกเกลอนน้ำถังใหญ่แทนที่จะเป็นหน้าที่ของผู้ชาย อีกฟากสนามทำให้เขาไม่สามารถเข้าไปหาเธอได้ง่ายๆ และอุปสรรคชิ้นใหญ่คือไม่กล้าเพราะใจของเขามันเกิดไม่รักดี รู้ตัวอีกทีก็เอาแต่มองผู้หญิงที่ชื่อเกลมาเนิ่นนาน จนกระทั่งรวบรวมความกล้า เขาจึงติดต่อเพื่อนสมัยมัธยมคนนั้นให้เป็นพ่อสื่อ


โชคดีที่เธอยังโสด แต่เจย์ก็รู้มาว่าเกลมีคนคุยอยู่ เขาก้าวผ่านผู้ชายแสนดีมากมายที่กำลังจีบเกลในตอนนั้น เรียกว่าขจัดก็คงง่ายกว่า เพราะวิธีของเขามันไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไร อย่างที่บอกตัวเขาไม่ค่อยจะอ่อนโยนหรือโรแมนติกหากให้แข่งหยอดคำหวานเจย์คงแพ้ราบคาบ เขาถนัดเรื่องการกระทำและแสดงสีหน้าผ่านแววตายามที่มีคนเข้ามาวอแวผู้หญิงของเขามากกว่า จนแล้วจนเล่า พวกผู้ชายเหล่านั้นก็ค่อยๆ หายไปเหลือเพียงเขาเป็นคนสุดท้ายที่ยังวนเวียนในชีวิตเธอ


เกลเป็นคนน่ารักทั้งเนื้อนอกและจิตใจ...ยิ่งรู้จักมากขึ้นเท่าไรก็ยิ่งทำให้เจย์หลงมากขึ้นเท่านั้น เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดมือ เกลต้องเป็นแฟนของเขาเท่านั้น ยิ่งนับวันเจย์ยิ่งแพ้ให้กับผู้หญิงคนนี้ เขาทำทุกอย่างที่จะให้เกลใจอ่อนและยอมรับรักของเขาสักที เจย์ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองหลายอย่างและเขาก็ยอมหากทำให้เธอรู้สึกดีๆ เขาจีบเธออย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดมา เวลาล่วงเข้าสู่เดือนที่ห้าและในที่สุดเจย์ก็ได้หัวใจของเกลไปครอง


ดูเหมือนว่าหลังจากนั้นอะไรๆ ก็ดีขึ้น ชีวิตรักของทั้งคู่ราบรื่นมีบ้างที่เกิดปากเสียงแต่เรื่องเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นเรื่องเล็กไม่ควรเอามาใส่ใจ ไม่มีใครเคยนอกใจใคร โดยเฉพาะเจย์ที่ตั้งแต่มีเกลเป็นของตัวเองเขาก็ไม่เคยคิดมองหาผู้หญิงคนไหนอีกเลย มีแค่เกลคนเดียวก็เหมือนได้รับทุกอย่าง เว้นเพียงแฟนสาวของเขานั่นแหละที่เนื้อหอมไม่น้อยไปกว่ากัน หลายครั้งที่เกลมีผู้ชายเข้ามาข้องแวะและเมื่อไรที่เจย์รู้ เขาก็ไม่เคยปล่อยตัวผู้พวกนั้นลอยนวลในสายตาของแฟนตัวเองเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์


เรียกได้ว่าหวงมาก...แน่นอนว่าเกลก็หวงเจย์มากแค่เธอไม่แสดงอาการพร่ำเพื่อ จนกระทั่งถึงเรื่องราวของแคท


ยิ่งหวนนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ในวันที่เขาเดินหน้าจีบเธอก็ยิ่งทำให้หัวใจของชายหนุ่มพองโต ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดไปในตัว...แต่เขาเลือกที่จะสลัดความคิดรบกวนพวกนั้นออกไป คลอเคลียปลายจมูกลงบนแก้มใสและโอบกอดร่างของอีกฝ่ายก่อนจะยกขึ้นมานั่งเกยบนตักตัวเอง


“วันนี้วันหยุด อยากทำอะไร?”


“...”


“ฉันตามใจ”


กดริมฝีปากลงบนปากนุ่มของเธอและถือวิสาสะรุกล้ำเรียวลิ้นเข้าไปจนเกลสะดุ้งเบาๆ ยกมือขึ้นกำเสื้อยืดสีดำราคาแพงบนร่างหนาและต่อต้านโดยไม่ให้เจย์จูบเธอง่ายๆ


ชายหนุ่มผละใบหน้าออกมาและขมวดคิ้ว เขาจ้องหน้าเธอพลางสังเกตแววตา


“ยังไม่หายโกรธเหรอ”


“...”


“ฉันรู้ว่าผิด ขอโอกาสได้มั้ย”


“...”


“นะ”


เจย์กอดร่างของเธอแน่น คางเกยไหล่เล็กที่ยังนั่งอยู่บนตักโดยที่เธอไม่ขยับเขยื้อน เจย์เข้าใจดีว่าเรื่องเมื่อคืนมันหนักหนามาก เราเคยคุยกันในเรื่องนี้ หากใครคนใดออกไปเที่ยวกลางคืนโดยที่อีกคนไม่ได้ไปด้วยสิ่งที่ควรทำแน่นอนคือกลับบ้านไม่ว่าจะเมาเละแค่ไหน หากสุดวิสัยจริงๆ ก็อย่าขาดการติดต่อ มันอาจเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเป็นแฟนควรพึงกระทำแต่เจย์ก็ได้สร้างความไม่เชื่อใจให้เธอไปเป็นที่เรียบร้อย


เขายิ่งกระชับอ้อมกอดด้วยความรู้สึกผิด คิดเล่นๆ ว่ากลับกัน...หากเมื่อคืนเกลทำแบบนั้นและเป็นเขาที่นอนรออยู่ที่ห้องแทน


เจย์คงบ้าตายและเรื่องคงไม่จบแค่นั่งง้อแบบนี้แน่


เขาซุกใบหน้าลงที่กลุ่มผมสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลัง เกลมีทีท่าอ่อนลงและสัมผัสได้ว่าเธอยกมือกอดเขากลับ มันทำให้ชายหนุ่มมีรอยยิ้มขึ้นมา...ทั้งคู่กอดกันอยู่แบบนั้น


และสุ้มเสียงทุ้มที่เอาแต่พร่ำกระซิบให้คนรักฟัง


“ฉันรักเธอคนเดียวจริงๆ...ขอโทษนะ”

 





 

เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสองสัปดาห์ ชีวิตของทั้งคู่ดำเนินตามปกติและเรียกได้ว่าหลังจากนั้นเจย์ทำตัวดีขึ้นมากจนเกลแทบลืมเรื่องที่เคยระหองระแหงใจในก่อนหน้านี้...เช่นเดียวกับเรื่องของผู้หญิงที่ชื่อแคท ดูเหมือนว่าหลังจากคืนวันเกิดไทม์ เจย์ก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับแคทอีกเลยหรืออาจเพราะเธอไม่รู้ก็ได้ เกลยังมีนิสัยเดิมซึ่งพยายามห้ามตัวเองเท่าไรก็ไม่เคยทำได้นั่นก็คือเข้าไปส่องไอจีของแคท ต่างจากเมื่อก่อนที่แคทไม่ได้ลงสตอรี่หรืออัพรูปเกี่ยวกับเจย์อีก ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ได้เจอกันแต่แคทก็ยังอุตส่าห์ไปแคปหน้าจอภาพแชทที่คุยกับเจย์ในเรื่องจิปาถะมาอัพลงให้เกลหงุดหงิดเล่นๆ อยู่หลายครั้ง แต่ช่วงหลังมานี้ไม่มีคืบหน้า นั่นคงเป็นสัญญาณดีหรือไม่ผู้หญิงคนนั้นคงรู้สำนึกว่าฝ่ายนี้ไม่เล่นด้วย จึงถอยทัพออกไป


Rrrr


เกลละสายตาจากอาจารย์หน้าห้องที่กำลังพูดอธิบายเนื้อหาบนจอโปรเจคเตอร์ไปมองมือถือที่ตั้งอยู่ข้างชีทเรียน เป็นแฟนหนุ่มที่โทรมาซึ่งวันนี้เขาไม่มีเรียนและอีกฝ่ายคงนอนเอกเขนกอยู่ที่ห้อง


“ว่า”


(เกล สี่โมงฉันต้องไปกินข้าวกับที่บ้าน แม่พึ่งบอกเมื่อกี้นี้เลย)


น้ำเสียงของเจย์ดูอิดออด เกลยกนาฬิกาข้อมือดูก็พบว่าเป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง


“ไปสิ แล้วจะกลับกี่โมง หรือว่าจะนอนบ้าน”


(ไม่นอนไหนทั้งนั้น จะกลับมานอนกอดเมีย)


“ดูพูดเข้า”


(คิดถึงแล้ว)


“งั้นก็รีบกลับนะ ฉันรอที่ห้อง”


(ไปด้วยกันมั้ย เดี๋ยวไปรับที่มอ.)


“ก็รู้ว่าเลิกเรียนห้าโมง”


(รอได้)


“ไม่ต้อง เดี๋ยวแม่รอ นายไปเถอะ”


(ไม่งอแงนะ)


“ใครกันแน่”


เกลหัวเราะเบาๆ ตอบรับไม่กี่ประโยคก่อนจะกดวางสายเพราะไล่ให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำอาบท่า...บ้านเจย์ค่อนข้างมีฐานะและอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรชื่อดังที่เอ่ยชื่อก็คงไม่มีใครไม่รู้จัก ครอบครัวของเขาทำธุรกิจส่วนตัวที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น เจย์จึงถูกเลี้ยงมาอย่างสุขสบายแต่เขาก็ไม่ได้ทำตัวโอ้อวดใครต่อใครค่อนข้างทำตัวติดดินด้วยซ้ำ แตกต่างกับบ้านของเกลเล็กน้อยเพราะครอบครัวเธออยู่ในฐานะปานกลางทั่วไปไม่ได้ร่ำรวยจนผลาญเงินได้แต่ก็ไม่ได้แร้งแค้น เราทั้งคู่จึงอยู่ด้วยกันได้แต่ส่วนใหญ่ที่เจย์จะใช้เงินเลี้ยงเกลมากกว่าเพราะเขาได้ค่าขนมเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่าเธออีกฝ่ายมักจะใช้เหตุผลนั้น เจย์ไม่เคยหวงกับคนรักไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด มีเท่าไรเขาก็ให้ได้หมด อยากได้อะไรขอแค่เกลเอ่ยปากเขาก็สามารถหามาให้เพียงแค่เธอมีรอยยิ้มมันก็ทำให้เขามีความสุขแล้ว

 


 

หลังจากเลิกเรียน เกลเดินทางกลับห้องที่ข้างในเงียบเชียบไม่มีใครอีกคนรออยู่อย่างเช่นทุกครั้ง คอนโดฯที่ทั้งสองอาศัยอยู่ด้วยกันไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ย่านนี้นับว่ามีแต่นักศึกษาอาศัยอยู่ซึ่งค่อนข้างเจริญและมีทุกอย่างที่ต้องการ เกลมาถึงห้องและนั่งเอนหลังเล่นโทรศัพท์โดยที่เปิดทีวีให้มีเสียงดังเป็นเพื่อน ตอนนี้เกือบหกโมงเย็นแล้ว หลังจากที่วางสายจากเจย์เขาก็ไม่ได้ส่งข้อความอะไรมาและเกลก็ไม่ได้กวนเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่กับครอบครัวที่นานๆ ที่จะเจอกัน


แต่ทว่ามือถือของเธอก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา เกลขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย


และเสียงปลายสายที่ได้ยินทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ฝ่ามือเย็นเฉียบและสติแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว


(เกลใช่มั้ย เราแคทนะ)


เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่มีน้ำเสียงปกติมากๆ...มากซะจนเธอรู้สึกไม่ชอบมาพากล


“อืม มีอะไรเหรอ”


(โทษทีนะเกล เจย์ออกจากห้องยังอ่ะ)


เมื่อได้ยินคำถามนั้นก็ยิ่งทำให้เธอไม่เข้าใจมากกว่าเดิม


“แคทมีอะไรกับเจย์เหรอ?”


(คือพอดีฉันติดต่อเจย์ไม่ได้ ถ้าเจย์ยังไม่ออกฝากบอกเขาหน่อยสิ...ว่าหยิบลิปสติกของฉันติดมือมาคืนด้วย)


คำพูดนั้นทำให้ร่างกายของเกลชาวาบ มือข้างที่จับโทรศัพท์สั่นเทา และแน่นอนว่าอีกฝ่ายพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว...คงต้องขยายความให้มันจบๆ สักที


“คืออะไร?”


(เจย์ไม่ได้บอกเหรอว่าคืนวันเกิดไทม์ เจย์มานอนคอนโดฯฉันน่ะ หมอนั่นเมามากเลยนะ...แต่ก็ยังมีสติอยู่)


“...!


(แล้วตอนอยู่ในร้านฉันฝากของเอาไว้กับเขา รู้สึกจะมีกล่องบุหรี่กับลิปสติกน่ะ)


“เจย์ไปนอน...กับเธอเหรอ”


(อือใช่ สงสัยเจย์ไม่ได้บอกเกลแน่ๆ)


“...”


(โทษทีนะเกล ตอนนี้ฉันกำลังไปบ้านของเขา ถ้าเจย์ยังไม่ออกมาก็รบกวนเธอหน่อยนะ ขอบใจจ้ะ)


ปลายสายวางไปแล้ว


มันตัดไปพร้อมกับน้ำตาหยดแรกที่ไหลลงจากดวงตาของเธอ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย คล้ายคนช็อคค้างกับเรื่องราวที่พึ่งได้ยิน แคทคงกำลังไปบ้านของเจย์เพื่อกินมื้อค่ำด้วยกัน ไม่แปลกเพราะแม่ของทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน แคทไปด้วย...ก็คงไม่แปลก


หลายเรื่องตีรวนในความคิดของเธอ หญิงสาวกำโทรศัพท์แน่นและพยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะ ทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ราวกับเดจาวูและยิ่งนึกย้อนกลับไปมันยิ่งทำให้เจ็บปวด คืนนั้นเป็นคืนที่เกลตงิดใจหลายอย่าง มันผ่านมาได้และเธอไม่คิดว่าแท้จริงแล้วมีบางเรื่องที่เธอคนเดียวยังไม่รู้ เจย์บอกว่าคืนนั้นเขาไปนอนที่ห้องของจิม


แล้วทำไมวันนี้...ผู้หญิงคนนั้นถึงพูดแบบนี้


เกลคงเป็นผู้หญิงประเภทที่ไม่สามารถจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ให้ทันท่วงที เธอกดต่อสายหาคนรักทว่ามีเพียงเสียงเรียกเท่านั้น...แต่ไม่มีคนรับสาย


เขาคงอยู่กับครอบครัว หรือไม่...ก็คงอยู่กับใครอีกคน


เรื่องนี้คงเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริงแม้ว่าในใจจะบอกว่าให้เชื่อเซ้นส์ของตัวเองมาหลายครั้ง เกลพยายามปิดหูปิดตามาตลอด จนกระทั่งวันนี้มาถึง วันที่เธอไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด และไม่ว่าความจริงของคืนวันนั้นจะเป็นยังไง


อนาคตเธอคงไม่สามารถเชื่อใจผู้ชายคนนั้นได้


ไม่อีกต่อไปแล้ว


 

 

ดวงตาเหม่อลอยจ้องมองโต๊ะบาร์ตรงหน้าและเก้าอี้ทรงยาวที่นั่งจับจองอยู่ ภายในร้านกลางคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟและเสียงเพลงแต่ไม่ทำให้เธอหลุดออกจากวังวนความวิตกไปได้ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาเล่นงานจนไม่สามารถขังตัวเองไว้ในห้องแคบๆ เพียงลำพัง ไม่อยากเป็นฝ่ายรอใครอีกคนกลับมาและรู้ล่วงหน้าว่าเราสองคนจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ครั้งนี้คงบาดหมางไม่มีชิ้นดี แต่ยังไงเกลก็รอคำตอบจากปากของเจย์อยู่ ไม่ว่าเขาจะพูดว่ายังไงเธอก็รอฟัง


เกล : เห็นข้อความแล้วโทรกลับหน่อยนะ


เธอส่งไปตั้งแต่ตอนนั้นและอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดอ่าน มือบางกุมแก้วค็อกเทลพลางจ้องมองมัน จนกระทั่งมีข้อความเข้ามาอีกครั้ง


แต่เป็นอีฟเพื่อนสนิทของเธอ


อีฟ : เกล รถติดมากว่ะ เหมือนข้างหน้าจะมีอุบัติเหตุ ไม่ขยับมาครึ่งชั่วโมงล่ะ


เกลยิ่งรู้สึกผิดเพราะทำให้เพื่อนต้องมาลำบากไปด้วย ทั้งที่อีฟควรจะนอนดูซีรี่ย์อย่างที่เจ้าตัวชอบทำ แต่เมื่อเกลโทรหาอีกฝ่ายพร้อมกับเสียงสะอื้นเปื้อนน้ำตา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวก็รับปากว่าจะขับรถมาหาขอแค่เกลบอกว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน


เกล :  ฉันรอได้ ขับรถดีๆนะ


อีฟ : ดูแลตัวเองด้วย อย่าพึ่งดื่มเยอะนะ รอฉันก่อนเข้าใจมั้ย


เกล : อือ


อีฟ : แป๊บๆนะเกล


จู่ๆ อีฟก็หายไป ไม่ถึงสองนาทีอีกฝ่ายก็กลับเข้าแชทมาพร้อมกับข้อความที่ทำเอาเกลมึนงงไปชั่วครู่


อีฟ : พี่รหัสฉันเช็คอินที่ร้านนั้นพอดี ฝากฝังเธอไว้กับพี่เขาแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อยจะได้หายห่วง


เกล : ใคร พี่นอร์ทเหรอ


อีฟ : ช่ายยย


“...!


และฉับพลัน แรงสะกิดจากด้านหลังทำให้เกลสะดุ้งทันที หันกลับไปมองก็พบว่าเป็นเจ้าของรอยยิ้มอบอุ่น ร่างกายสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรของเขา แม้ว่าเกลจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวแต่ก็ยังเตี้ยกว่าอีกฝ่าย


“พี่นอร์ท”


“ทำไมมานั่งคนเดียว”


นอร์ท รุ่นพี่ปีสี่คณะเดียวกันพ่วงด้วยตำแหน่งพี่รหัสแสนใจดีของอีฟเพื่อนสนิทเธอ และเขาก็ยังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับพี่รหัสของเกลด้วย


“เกลมารออีฟ”


พยายามปรับเสียงและสีหน้าให้ดูปกติมากที่สุดแต่ไม่พ้นสายตาของนอร์ทไปได้


“มีเรื่องกลุ้มใจเหรอ”


“...”


“ให้พี่นั่งเป็นเพื่อนก่อนมั้ย”


นอร์ทส่งยิ้มให้ ทำให้เกลรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น...


อย่างน้อยก็ยังดีกว่าฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว


เธอพยักหน้าตอบเขา เช่นเดียวกับที่นอร์ทนั่งลงบนเก้าอี้ตัวว่างข้างๆ เขาสั่งเมนูจากบาเทนเดอร์ด้านหน้าก่อนจะหันมองคนตัวเล็กกว่าที่เอาแต่กุมแก้วค็อกเทลเอาไว้ ไม่แม้แต่จะดื่มสักคำ


“เราสองคนไม่ได้คุยกันนานเลยนะ”


สุ้มเสียงทุ้ม เกลเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่กำลังเท้าคางจ้องมองอยู่ นอร์ทเป็นบุคคลที่จัดอยู่ในขั้นหน้าตาดีมากๆ น่าแปลกที่เขายังโสด


คำถามนั้นทำให้เกลหวนนึกกลับไปถึงช่วงที่เราสองคนเคยคุยๆ กัน เป็นช่วงเดียวกับที่เจย์จีบเกลและสุดท้ายเธอก็ไม่ได้เลือกนอร์ท ทำให้หลังจากนั้นเราสองคนห่างหายลาจากโดยไม่มีคำบอกลาหรือมีปากเสียง


“นั่นสิ พี่นอร์ทสบายดีมั้ย”


“สบายดี เกลล่ะ”


“...”


“เป็นอะไรรึเปล่า”


“เปล่า เกลไม่ได้เป็นอะไร”


“งั้นชนแก้วกับพี่หน่อย สองปีได้แล้วมั้งที่เราไม่ได้คุยกันแบบนี้”


นับว่าหลังจากที่เกลมีเจ้าของ...เจ้าของที่ว่าก็หวงเข้าขั้นจนใครต่อใครต่างรู้และไม่อยากมีปัญหากับเจย์เด็กสถาปัตย์นัก เพราะฝ่ายนั้นเป็นพวกเลือดร้อน โผงผาง และทำได้ทุกอย่างหากไม่พอใจคนที่มายุ่งกับแฟนตัวเอง นอร์ทเคยประชันหน้ากับเจย์หนึ่งครั้งและหลังจากนั้นก็ไม่ได้เฉียดเข้าใกล้อีกเพราะยังไงเกลก็เลือกฝั่งนั้นอยู่ดี นอร์ทไม่ได้เฮิร์ตจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่สองปีที่ผ่านยอมรับว่ามีบ้างที่เขาแอบมองแฟนคนอื่นอยู่บ่อยๆ


มือบางยกแก้วค็อกเทลสีสวยขึ้นมาและชนกับแก้วของเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แลดูเป็นยิ้มที่ไม่มีความสุขสักเท่าไร


“ทะเลาะกับเจย์เหรอ”


คนอายุมากกว่าถามเข้าประเด็น เป็นจังหวะเดียวกับที่เกลกระดกจนหมดแก้วเพียงแค่รวดเดียว


“...”


“มันทำให้เกลเสียใจรึไง”


เธอส่ายหน้าเบาๆ และเอาแต่ก้มอยู่แบบนั้น นัยน์ตาคู่คมจ้องมองอาการที่แสดงออกชัดเจนว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง


“มีอะไรก็ระบายกับพี่ได้ อย่าลืมสิ”


“ขอบคุณนะพี่นอร์ท”


“...”


เธอสบตากับเขาด้วยความซาบซึ้ง สั่งเมนูใหม่กับบาเทนเดอร์และดื่มต่อเรื่อยๆ พลางพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกับ คนเคยสนิทกัน


น่าแปลกที่พูดคุยกันไม่กี่คำ ความรู้สึกเดิมๆ ก็แล่นผ่านเข้ามา เขาทำให้เธอยิ้มในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เกลลืมความเจ็บปวดและลืมว่ากำลังรอสายโทรเข้าจากใครบางคนไปได้ครู่หนึ่งก็เพราะมีอีกฝ่ายคอยนั่งอยู่เป็นเพื่อน


แย่จัง...ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้


จนเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง เกลดื่มอย่างต่อเนื่องสลับกับมองหน้าจอมือถือแต่ก็ยังไม่มีวี่แววอย่างเดิม ก้อนหนักๆ จุกที่หน้าอกจนบางครั้งก็อยากจะปลดปล่อยน้ำตาออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอด


“เกล โทรศัพท์น่ะ”


เพราะเอาแต่เหม่อลอย เสียงของนอร์ททำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ สายตารื้นน้ำใสๆ ตวัดไปมองหน้าจอก็พบว่ามีคนโทรเข้ามา


และเป็น เจย์ คนที่เธอเอาแต่รออยู่ตรงนี้


(อยู่ไหนอ่ะเกล ทำไมไม่อยู่ห้อง)


ประโยคแรกทำให้เกลเดาว่าอีกฝ่ายคงจะถึงห้องของเราแล้ว


“อยู่ข้างนอก”


(ออกไปไหน? ทำไมไม่บอกก่อน)


“เจย์”


เกลกัดปากตัวเองแน่น หันสายตามองหน้ารุ่นพี่ที่มองอยู่อย่างเป็นห่วง และสายตาของเกลทำให้นอร์ทพยักหน้าอย่างรับรู้ก่อนจะลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำปล่อยให้เธอคุยธุระอย่างไม่อึดอัด


(ได้ยินมั้ย ถามว่าอยู่ไหน?)


“ทำไมพึ่งโทรมา”


(อย่าชวนออกนอกเรื่องดิ ตอบคำถามมาก่อน)


“แคทกลับด้วยใช่มั้ย ถึงไม่อยากโทร”


(เกล)


“ตอบมาสิ”


(เธออยู่ไหน เดี๋ยวไปรับ)


เสียงรอบข้างของปลายสายกุกกัก เดาว่าเจย์คงจะปิดประตูห้องและรีบลงลิฟต์มายังรถยนต์


“ไม่ต้องมา เดี๋ยวกลับเอง”


(บอกว่าให้บอกมาไงวะ!)


“...”


(เธอเป็นอะไร ใครไปพูดอะไรให้ฟังรึไง?)


“ฮึก”


(เกล อย่างี่เง่า)


เธอกดตัดสายทันทีก่อนจะรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้า เกลก้มจนคางชิดอกเพราะไม่อยากให้ใครมองเห็นน้ำตา เพลงภายในร้านตอนนี้ล้วนแต่เป็นเพลงอกหัก ราวกับรับรู้ความรู้สึกของเธอ


งี่เง่างั้นเหรอ...ใครกันแน่


หญิงสาวสะอื้นจนคนที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำตกใจไม่น้อย นอร์ทรีบเข้ามาจับไหล่ของเธอและพยายามก้มมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เปื้อนไปด้วยน้ำตา


เกลเหมือนจะเมาแล้วด้วย...ถึงได้ร้องไห้เยอะแบบนี้


“พี่อยู่นี่”


“ฮึก พี่นอร์ท”


ร่างบางยอมเงยหน้าขึ้นและร้องไห้ออกมาในที่สุด บรรยากาศของร้านที่อึดแน่นไปด้วยผู้คนแต่ทว่าไม่มีใครสนใจชายหญิงคู่นี้ เพราะสถานที่ทำให้ไม่แปลกหากเขาจะดึงเธอเข้ามากอด...และก็เป็นเช่นนั้น นอร์ทกอดเกลทั้งที่เธอยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวโดยที่เขายืนเต็มความสูง ฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังของเธอก่อนจะรับรู้ถึงความเสียใจ


และต้นเหตุของความเสียใจคงเป็นใครไปไม่ได้หากไม่ใช่มัน


เขายอมปล่อยเกลไปวันนั้นเพื่อหวังจะให้เธอไปมีความสุข


ไม่ใช่สิ่งที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้

 



 

หลังจากที่ปลายสายตัดไป ความคุกรุ่นภายในใจก่อเกิดในฉับพลัน เจย์กำมือแน่น นัยน์ตาแดงก่ำราวกับคนที่กำลังหวาดกลัวความผิด ร่างกำยำยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่ข้างรถยนต์ของตัวเองที่พึ่งจะดับเครื่องไปไม่นาน เจย์เอาแต่คิดว่าควรทำยังไงต่อจากนี้ หากสิ่งที่เขากลัวจะเกิดขึ้นจริง


เขาจะทำยังไง


“ฮัลโหล ไอ้จิม เกลถามอะไรมึงรึเปล่า”


เจย์ต่อสายหาเพื่อนสนิทที่รู้เหตุการณ์ในคืนนั้นทุกอย่าง


(ไม่นะ มีอะไรวะ)


“เกลพูดจาแปลกๆ”


เจย์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาร้อนรนจนแทบบ้าตาย


(หมายความว่าเกลรู้แล้วเหรอว่าคืนนั้นมึงไม่ได้นอนที่ห้องกู)


“กูไม่รู้”


(เหี้ย...แล้วทำไงอ่ะ)


“ไม่รู้เกลหายไปไหน ตอนนี้ปิดเครื่องไปแล้ว”


(มึงถามแคทดิ)


เจย์ชะงักเล็กน้อย แววตาเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างทันทียามที่ปลายสายเอ่ยชื่อคนคนนั้น


“กูกับแคทจบไปแล้ว”


(แต่คืนนั้นก็ไม่มีอะไรนี่หว่า แคทแค่ลากมึงไปนอนที่ห้องเขาเฉยๆ ส่วนมึงก็เมาเป็นหมานอนตายไม่รู้เรื่อง)


“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ กูไม่ควรทำแบบนั้น”


(กูเองก็ผิดที่ปล่อยมึงไปกับแคท)


“กูเคลียร์กับแคทแล้ว ยัยนั่นรับปากว่าเรื่องนี้จะไม่ถึงหูใคร คงไม่ใช่แคทหรอก”


(มึงมั่นใจได้ไงวะ)


“...”


(ดูก็รู้ว่าแคทอยากได้มึง หรือมึงไม่รู้ตัว?)


เจย์ก้มหน้าลง เมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้ตัว แต่หลังจากคืนวันเกิดไทม์ แคททำหลายอย่างรุ่มร่ามจนเขาเริ่มรู้สึกตัวขึ้นเรื่อยๆ พลันก็นึกถึงคำพูดของเกลที่เคยชวนทะเลาะเรื่องนี้หลายครั้ง เขารู้สึกผิด...และเข้าใจแฟนตัวเองเพราะมั่นใจว่าแคทไม่ได้มองเจย์แค่เพื่อนอย่างที่เขามองอีกฝ่าย แน่นอนว่าเจย์ไม่คิดจะเล่นด้วย เขาพยายามตีตัวออกห่างผู้หญิงคนนั้นแต่ไม่วายโดนเพื่อนไม่รักดีทิ้งขว้างให้เขาไปกับเธอ เช้ามาเจย์ตื่นขึ้นที่พื้นแข็งๆ ในห้องนอนของแคท อีกฝ่ายยืนยันว่าเราสองคนไม่มีอะไรเกินเลยกัน และหลังจากนั้นเจย์ก็หุนหันออกจากห้องของแคทเพื่อกลับไปหาคนรักทันที


ในใจเขามีแต่เกลคนเดียวและรู้ว่ามันผิด เขาจะไม่ยอมให้เกลรู้เรื่องนั้นเด็ดขาด เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องราวของเราคงขาดสะบั้น เกลคงไม่เหลือเยื้อใยให้เขา ไม่ว่าจะยังไงก็จะไม่มีผู้หญิงคนนั้นอยู่ในอ้อมกอดอีกต่อไป


นั่นคือสิ่งที่เจย์กลัวมากที่สุด


“กูจะทำยังไง”


(ใจเย็น เดี๋ยวกูไปหลอกถามอีฟก่อน)


จิมกับอีฟรู้จักกันเผินๆ แต่ก็ไม่ได้สนิท เช่นเดียวกับเจย์ถ้าถามอีฟไปตรงๆ อีกฝ่ายคงไม่บอกหากเกลตั้งใจจะหลบหน้าจริงๆ

 

 


และในที่สุดก็ได้ความมาว่าเกลอยู่ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากคอนโดฯ มากนัก เจย์หักพวงมาลัยเข้าลานจอดกว้างก่อนจะผลีผลามลงจากรถโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างให้เสียเวลา นัยน์ตาดุดันกวาดมองรอบร้านที่เคยมาบ้างแต่ไม่บ่อย ยิ่งดึกผู้คนยิ่งเยอะทำให้เขาต้องเบียดร่างกายเข้าไปด้านในสุดของร้าน ก่อนจะเจอกับแผ่นหลังคุ้นตา...ข้างๆ ของเธอคือบุคคลที่เจย์ไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายกับคนของเขาในที่แบบนี้


ห้วงอารมณ์ปะทุไม่สามารถยับยั้ง นิสัยเก่ากลับมาและยิ่งได้ผลเมื่อเห็นว่าผู้ชายข้างๆ เกลคือใคร เจย์จำได้แม่นว่ามันคือคนคุยเก่าของเธอ แค่ได้ชื่อว่าคนคุยเก่า ใครมันจะไปใจเย็นอยู่ได้


พรึบ!


มือหนากระชากท่อนแขนของนอร์ทที่กำลังโอบไหล่คนรักของเขาคล้ายปลอบโยนจนทั้งสองผละออกจากกัน เจย์อยากสบถน้ำลายใส่หน้ามันหากไม่ติดกับว่าการ์ดของร้านเริ่มกรูกันเข้ามาเพราะเห็นท่าไม่ดี


“เจย์...”


เกลรีบลงจากเก้าอี้ตัวยาว สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนักก่อนจะหันไปมองหน้ารุ่นพี่ปีสี่ที่เจย์ไม่ชอบขี้หน้ามันมานาน ท่าทางนั้นยิ่งทำให้เจย์ตบะแตก


“ไอ้เหี้ย ชอบนักเหรอเมียกู!


“หยุดนะเจย์!


เกลวิ่งมากอดแขนเจย์แน่นเพราะเขาทำท่าจะพุ่งหมัดใส่นอร์ทที่ยืนนิ่งไม่คิดป้องกันตัว  เขายอมหยุดเพราะเธอลงทุนวิ่งมาห้ามเอาไว้ด้วยใบหน้าตระหนก ในขณะเดียวกันการ์ดตัวใหญ่เข้ามาประชิดเมื่อรู้ว่าเจย์ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นลูกค้า


“ออกไป”


หนึ่งในการ์ดชี้นิ้วไปทางนอกร้านเชิงขับไล่และเตือนเป็นครั้งที่หนึ่ง คนรอบข้างต่างหันมองเป็นตาเดียว เจย์ตวัดสายตาคาดโทษนอร์ทเป็นครั้งสุดท้ายและลากข้อมือคนข้างกายออกจากร้านจนมาถึงรถยนต์


“เจ็บ!”  เกลสะบัดข้อมือออก เงยหน้าจ้องตาอีกฝ่ายที่มองกลับมาด้วยแววตาน่ากลัว


“ยังคุยกับมันอยู่งั้นดิ? ไอ้เหี้ยนอร์ทอ่ะ!!


“พูดให้มันดีๆ นะเจย์!


“หนีฉันออกมาหามัน...โธ่เกล อยากหาชู้จนตัวสั่นไม่เห็นต้องเอาเรื่องอื่นมาชวนทะเลาะเลย!


“...!!


เกลตัวสั่น ขอบตาร้อนเผ่าอีกครั้งทั้งที่มันแห้งหายไปแล้ว เธอจ้องหน้าเขาอย่างโกรธเคือง กัดริมฝีปากแน่นและถูกอีกฝ่ายดึงยัดใส่รถยนต์ ก่อนที่เขาจะอ้อมไปประจำตำแหน่งและขับออกไปทันที เจย์เหยียบเร็วกว่าปกติทำให้เธอนั่งตัวแข็งทื่อและพยายามมองออกไปด้านนอก กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาตอนนี้...ถึงแม้จะเจ็บปวดกับคำพูดและการกระทำของเขามากแค่ไหนก็ตาม


ไม่นานก็ถึงคอนโดฯ เกลเร่งฝีเท้าให้ถึงห้องโดยมีร่างสูงตามมาติดๆ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าห้องน้ำเพื่อหวังจะขังตัวเองอยู่ในนั้นไม่ออกมาจนกว่าอีกคนจะสงบสติอารมณ์ได้  แต่ทว่าร่างทั้งร่างถูกกระชากจากด้านหลังชนเข้ากับแผงอกแกร่งเข้าอย่างจัง


“คุยให้รู้เรื่อง”


“ไม่อยากคุยตอนนี้”


“เกล!!


เจย์จับต้นแขนของเธอและเขย่าอย่างคนบ้าคลั่ง ยิ่งเกลมีท่าทีไม่อยากคุยหรือหลบหนีแบบนี้มันยิ่งทำให้เขาคิดไปไกลจนจะบ้าตาย


“ฉันเจ็บ!


“ทำไมถึงไปอยู่กับมัน นัดกันรึไง? ที่ไม่ตอบคือยอมรับแล้วดิว่ามันเป็นชู้มาตลอด!


“หยุดกล่าวหาฉันสักที ใครกันแน่ที่คิดจะมีชู้!


“...”


“นายไม่ใช่รึไง คืนนั้นนายนอนที่ไหนเจย์ ตอบมาดิ!!


เจย์หน้าชา...เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดอย่างยากลำบาก สายตาหลบหลีกอย่างคนทำความผิดจริง เขารู้อยู่แก่ใจว่าคืนนั้นไม่มีอะไรเกินเลยกับแคท แต่ถ้าบอกไปใครจะเชื่อ


แค่สารภาพว่าคืนนั้นเขาโกหก เขาไปนอนห้องแคทมาจนปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เกลรู้ความจริงด้วยตัวเอง จะมีอะไรหรือไม่มีอะไรกับแคทในคืนนั้นก็คงไม่สำคัญ


แต่ทว่ามันคงเทียบกันไม่ได้ในเรื่องของเธอกับเด็กปีสี่ต่างคณะคนนั้น เจย์รู้อยู่แก่ใจว่าเขากับแคทไม่มีอะไร...แต่กับเกลและมัน เขาไม่รู้


“ใช่!


“...”


“คืนนั้นฉันนอนคอนโดฯแคท แต่เราไม่มีอะไรเกินเลยกัน”


“หึ งั้นเหรอ”


“แล้วเธอกับไอ้นอร์ทล่ะ ได้กันมากี่ครั้งแล้ว”


“ฉันไม่เลวเหมือนนาย”


“กล้าพูดเนอะ กอดกันกลมกลางร้านเหล้า โดนมันมอมหรือมอมตัวเองล่ะ? ถ้าฉันไม่ไปคืนนี้คงไม่เหลือสินะ”


เจย์โน้มใบหน้าดมกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ตัวของหญิงสาว เกลถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัวและแววตาของเธอนั้นค่อยๆ เปลี่ยนไปโดยที่เขาไม่นึกจะสังเกต


แววตาห่างเหินมากขึ้นเรื่อยๆ เขากำลังจะเสียเธอไปเพราะคำพูดไร้การไตร่ตรอง...


ก่อนที่ใบหน้าจะพุ่งเข้าไปประกบริมฝีปากบางที่พยายามต่อต้าน มือหนาทั้งสองข้างกอบกุมใบหน้าของเธอเพื่อล็อคไม่ให้ดิ้นหนี เจย์ไล่ต้อนเรียวลิ้นและช่วงชิงลมหายใจคล้ายคนหวงแหน เขากอดรัดลำตัวบางไม่คิดจะปล่อยให้หลุดมือไม่ว่าจะครั้งนี้และครั้งไหน...รสชาติขมปร่าของน้ำเมาที่เกลดื่มเข้าไปยิ่งทำให้เจย์ลุ่มหลงยากจะถอนริมฝีปากออก เราสองคนจูบกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้กลับทำให้เกลขยะแขยงจนต้องผลักหน้าอกกำยำและฟาดฝ่ามือลงบนซีกแก้มของเขาจนอีกฝ่ายหน้าหัน


จูบเมื่อกี้...เหมือนเราสองคนไม่เคยรู้จักกัน


ราวกับเขาคือคนแปลกหน้า


“ตบฉันเหรอเกล”


“นายรู้ตัวมั้ยว่าทำอะไร...ฮึก”


“แล้วเธอไม่รู้ตัวเลยรึไงว่าทำอะไรอยู่!


“...”


“ตบหน้าฉันเพราะไอ้ห่านอร์ท ดีจังเลยเนอะ”


เจย์ย่างกรายเข้าประชิด คล้ายสัตว์ร้ายเข้าสิงไม่ลืมหูลืมตา เจย์คงเชื่อไปเกินครึ่งแล้วว่าเธอกับนอร์ทแอบติดต่อกันอยู่ก่อนหน้านี้ และก็คงเชื่อสนิทใจกับภาพที่เห็นโดยไม่ถามหรือนึกย้อนถึงต้นเหตุจริงๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะบันดาลโทสะทำตามใจตัวเองโดยไม่สนความรู้สึกของเกลอีกแล้ว


หญิงสาวถูกรวบเอวเข้าประชิด เจย์ตะบันจูบริมฝีปากของเธออย่างคนกระหาย ยิ่งเขาทำแบบนี้มากเท่าไรน้ำตาของเกลก็ยิ่งไหลลงมามากเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่เคยทิ้งนิสัยเก่า...และสุดท้ายเขาก็ไม่เคยเข้าใจในความรู้สึกของเกลเลยจริงๆ


“ปล่อย!!


เธอผลักร่างอีกฝ่ายออกจนเห็นใบหน้าหล่อเหลาทว่าเหี้ยมเกรียมราวกับคนไม่เคยรู้จักกัน เขาเกลียดการที่เกลต้องไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่น เจย์เป็นแบบนี้เสมอมา แต่เมื่อไรที่เธอแสดงออกว่าไม่ชอบบ้าง เขาไม่เคยทำอะไรให้เกลสบายใจ


โดยเฉพาะกับแคท...ครั้งนี้ถึงขั้นไปนอนด้วยกันแล้ว


คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปต่อ


“มานี่เกล—”


“เลิกกันเหอะเจย์”


“...”


“พอแค่นี้ ฉันไม่เอาด้วยแล้ว”


คงเป็นประโยคสุดท้ายที่เราคุยกัน


และเป็นคำบอก ลา สั้นๆ


จุดเริ่มต้น บาดแผลฉกรรจ์ของเราทั้งสองคน

 

 


TBC.


ทักทายค่ะทุกคน <3


เรื่องนี้เป็น AU ไทยเรื่องแรกของเราที่ตั้งใจลงมือแต่ง อยากลองเปลี่ยนอรรถรสแต่อิมเมจยังคงเป็น BTSxYOU จินตนาการได้เหมียนเดิมเพิ่มเติมคือบังทันโซหลัว อาจจะยังใหม่สำหรับงานเขียนของเรา แต่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจอ่านเรื่องนี้สักสิบ ยี่สิบตอนนะคะ ไม่ชอบค่อยกดออกเบาๆ จ้าอุแง


ออกตัวก่อนเลยว่าเนื้อเรื่องค่อนข้างมีเนื้อหารุนแรง เพราะเฮียเจย์ของเราคาแร็คเตอร์ไม่แผ่ว ความผีบ้า งี่เง่า ไร้เหตุผล ปากไม่ตรงกับใจแต่คลั่งรักจนจะตายยกให้พระเอกคนนี้ ส่วนนางเอกก็ไม่ยอมจ้า เพราะฉะนั้นเดือดไฟลุกแน่นอน


ตอนแรกมาเบาๆ เล่าย้อนกลับไปถึงต้นเหตุของรักร้าวและหลังจากนี้คือจุดเริ่มต้นของจริง เป็นกำลังใจให้เราอย่าพึ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ ฝากเฮียเจย์กับน้องเกลไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยน้า แล้วเจอกันแน่นอนค่ะ


ติดตามการอัพเดทข่าวสารนิยายได้ที่แฟนเพจเฟซบุ้ค >> PIMTAE

Twitter : @pimtae_95 

#FicYourTurn


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 521 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #463 Pond 0582 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 00:37
    ควรมีเหตุผล ดูใช้อารมณ์กันพูดคุย ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันได้ต้องไม่โกหกและเข้าใจไม่ปกปิด อย่าใช้กำลังหรืออารมณ์จริงๆอ่ะ คือเราอินแหละ55555555 นี่จะบอกว่าชอบไรต์มากนะคะ ทุกเรื่องที่ไรต์เขียนคือเราชอบมากๆ หาอ่านนิยายในเด็กดีน้อยย ส่วนใหญ่ไปแต่งที่อื่น แต่เราอินแบบบรรยายแบบนี้ แค่ตอนแรกก็ดีแล้ว นี่กะจะดองไว้ก่อนนะคือไม่อยากอ่านแบบรอ มันทรมาน6555
    #463
    0
  2. #340 เปรมประภา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2563 / 22:49
    เจย์วู่วามไปอ่ะทั้งๆที่ต้นเหตุมาจากตัวเองป่าวถึงแม่ไม่ได้ตั้งใจก็ตามเกลียดอิแคทมากก อ่านละน้ำตาไหลเลยสงสารเกลอ่ะ ไปซบอกพินอร์ทกันเถอะ
    #340
    0
  3. #253 เฉาก๊วยของอลิชา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 17:41
    ตอนนึงอ่านได้หนำใจมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องเข้มข้นมาก แถมบรรยายได้ดีด้วย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #253
    0
  4. #222 Aikiw1234 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 22:58
    อ๊ากกกกคลั่งรักเรื่องนี้ชอบมั้กกกก
    #222
    0
  5. #205 ซาลาเปา_04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 22:57

    กูร้องจริง🥺🥺😭

    #205
    0
  6. #196 dorapunch (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 20:26
    เจย์ไปโกหกทำไมมม มันดูเหมือนปกปิดอ่ะ ทำไมไม่พูดความจริง อย่างนี้ผู้หญิงก็ไม่เชื่อใจสิ
    #196
    0
  7. #166 Yes! SUGA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 10:02
    นี่นะ คนมันขี้หึงขนาดนี้เลยนะ เป็นไงล่ะ เกลทิ้งเลยพิเจย์ ตอนแรกก็เจ้มจ้นเลยค่ะ เป็นกำลังให้เสมอ ต่อไปนี้ได้มีอะไรให้รอคอยเพิ่มแล้วว
    #166
    0
  8. #109 pattaramo-n (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 16:29
    ไร้ค้าบเปิดมาตอนแรกก็หน่วงแล้วค้าบ
    #109
    0
  9. #100 MinYeJi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 08:11
    เจย์ ฟังบ้างฟังก่อนลูก
    #100
    0
  10. #90 990916572 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:23
    เป็นฉันก็ไม่อยู่กับนายหรอกนะเจย์นายมันร้าย
    #90
    0
  11. #69 Saturn009 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 20:28
    รุนแรงมาก เป็นฉันไม่อยู่หรอกนะกับคนนิสัยแบบนายเจย์ คือเลือดร้อนทั้งคู่

    แต่ผู้ชายก็พูดแรงไปจริงๆ ก็ไม่ควรโกหกตั้งแต่แรกนะจ๊ะที่รัก
    #69
    0
  12. #68 f_snsps (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 16:11
    ดีงามมมมม
    #68
    0
  13. #67 desmianaz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 10:29
    เจ่บปวดมากค่ะ แง้
    #67
    0
  14. #66 malee22 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 08:17
    แง้ มาตอนแรกก็น้ำตาแตกแล้ววว
    #66
    0
  15. #65 chapoah (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 02:43
    แรงทั้งคู่เลยอะ เจ้มจ้นมากกกก รอเลยค้าบ
    #65
    0
  16. #64 ppinkkiepie (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 14:35
    รอตอนต่อไปเลยค่าา แงง;-; มาอัพเร้วๆนะคะ
    #64
    0
  17. #61 lilin852 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 09:31
    ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ไม่เห็นต้องโกหกกันเลย อดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ววววว
    #61
    0
  18. #60 janenazz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 07:33
    นี่แค่ตอนแรกนะทำน้ำตาแตกไปหนึ่งแมช
    #60
    0
  19. #59 I_WaNabee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 07:12
    เจย์ก็แรง นางเอกก็ไม่เชือใจแฟน เรื่องนี้ปวดใจแน่ๆ
    #59
    0
  20. #57 Chamomilla88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 06:32
    อยากให้พวกคุณๆเขามีบอทกันบ้าง5555
    #57
    0
  21. #56 vVv-Tae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 04:02
    ที่ตัวเองยังอยากให้เค้ารู้ความจริงเลย พอเป็นเค้าทำไมไม่ฟังอ่ะ
    #56
    0
  22. #55 bobiekim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 02:37
    คนแบบนี้ก็ไม่เอาด้วยหรอกจ้าาา ทิ้งๆไปเลยถ้ายังไม่สำนึกสักวันคงไม่เหลือใคร พูดไม่รักษาน้ำใจกันเลย
    #55
    0
  23. #54 ttae.om (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 02:11
    มาต่อเร็วววนร้าาา ชอบมากๆเลยยย
    #54
    0
  24. #53 ` TKook (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 01:15
    แค่ตอนแรกก็ทำตาร้อนผ่าวแล้ว อิพี่คลั่งรักของจริงค่ะ
    #53
    0
  25. #52 bbjk97 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 01:01
    แต่งดีมากค่ะอือ อินนน
    #52
    0