[BTS x YOU] My son sweet

ตอนที่ 2 : My son 02 :: จะไปหาจินจ๋า [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    5 มิ.ย. 60



My son 02
จะไปหาจินจ๋า [100%]





สองอาทิตย์ผ่านไป

แชะ แชะ แชะ!!!

          “ดีครับ สวยครับ สอง สาม..”

แชะ แชะ!!!

          เสียงกดชัตเตอร์รัวๆของช่างภาพในสตูดิโอชื่อดังกำลังตั้งหน้าตั้งตาถ่ายนางแบบสาวแนวหน้าของวงการ ร่างสวยสง่ากำลังโพสท่าคู่กับครีมบำรุงผิวที่ได้รับหน้าที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนนี้มานานถึงสองปี ความเป็นมืออาชีพทำให้การทำงานนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ผิวพรรณที่ผ่องใสดุจน้ำนมข้าวกระทบแสงเฟรชยิ่งทำให้เธอผู้นี้มีออร่าเปล่งปลั่งน่าสัมผัสและเธอคนนั้นคือฉันเองค่ะ 

          “ดีมากครับ ทุกคนพักได้ครับ!!”   เสียงช่างภาพตะโกนออกมา ทีมงานคนอื่นๆต่างกระจัดกระจายจัดฉากต่อไป สไตลิสหญิงสองสามคนวิ่งมายกทิชชู่ซับหน้าให้ฉันเบาๆพลางส่งแก้วน้ำให้

          “ขอบคุณค่ะ”   ฉันรับแก้วน้ำไว้ในมือแล้วยกขึ้นจิบเบาๆเพราะกลัวลิปสติกลอกเลอะขอบแก้ว เห้อให้ตาย ชีวิตซุปตาร์ก็ต้องทำใจหน่อยนะ ทำอะไรก็ต้องระวังไปหมด เพราะมีแต่สายตาจับผิดอยู่ทั่วทุกแห่งไป พูดง่ายๆคืออันตรายรอบด้าน

          “เดี๋ยวถ่ายอีกเซ็ตก็เสร็จแล้วหล่อน”   เสียงสองของผู้ชายเพศตุ๊ดเดินดุกดิกเข้ามาหาฉัน ผู้จัดการส่วนตัวคนสวยจีบปากปากจีบคอพูดพลางเลื่อนไอแพดคู่ใจของนางที่อัดแน่นไปด้วยตารางของฉันอยู่ในนั้น



       




          “ค่าพี่โฮซอก”

          “โฮซอกบ้านแกสิอีชะนี! บอกแล้วอย่าเรียกชื่อนี้”   เจ๊ม้าแยกเขี้ยวและยกมือใหญ่ๆตีที่แขนฉันดังเปรี๊ยะ เนี้ยแหละคนเรา อยู่กับพ่อชื่อโฮซอก อยู่กับเพื่อนชื่อโฮปบี้

          “ฮ่าๆๆ โด่วแกล้งนิดเดียวเอง”

          “ไปเลย! ไปเตรียมตัวเข้าฉาก”   บุคคลที่คล้ายกับม้าบุ้ยหน้าพยักเพยิดให้ฉันไปทำงานต่อ ฉันยักไหล่เล็กน้อยและเตรียมตัวเดินเข้าฉากต่อไปที่ถูกจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจ๊โฮปบี้ตะโกนเรียกไล่หลังขึ้นอีกครั้ง

          “เดี๋ยวๆชะนี โทรศัพท์เข้าน่ะ”   เจ๊โฮปบี้พูดพลางยื่นโทรศัพท์มาให้ ฉันย่นคิ้วเล็กน้อยพลางเอื้อมมือไปรับและมองหน้าจอขึ้นโชว์เบอร์ที่คุ้นเคย

          ‘คิมซอกจิน’

          “มีไรยะ ทำงานอยู่”   ฉันกรอกเสียงลงไปทันทีที่กดรับ 

          (เลิกกี่โมง)

          “เย็นๆอะ แกมีไรป่ะ”

          (เออ เลิกงานแล้วมาเจอกันหน่อย มีธุระด่วนมาก คอคาดบาดตายเลยแกเอ๋ย)

          “มีไรว่ะ บอกตอนนี้เลยก็ได้นะ”  ต่อมเสือกมันกระตุกๆ

          (เรื่องมันทั้งใหญ่ทั้งยาว เอาไว้ทำงานเสร็จแล้วมาเจอกันร้านเดิม แค่นี้แหละ)

ติ๊ด

          อ้าวอีเพื่อนเวร มาทำให้อยากเสือกแล้วจากไปแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ

          “มีไร ทำหน้าเหมือนจะแดกโทรศัพท์ แล้วใครโทรมา? จินนี่สามีเจ๊หรอ วี้ดด”   เจ๊โฮปบี้พูดขึ้นพลางยกกำปั้นหนาๆขึ้นมาแนบใบหน้าหล่อๆ กรีดร้องจนฟันหน้าโผล่ออกมาทักทายประชาชน

          “ใช่จินแต่ไม่ใช่สามีเจ๊ หยุดเคลมเพื่อนหนูได้ล่ะ”   ฉันยื่นโทรศัพท์ให้เจ๊เก็บก็เห็นยัยเจ๊เบ้ปากแยกเขี้ยวให้ฉันเหมือนจะงับคอตามมาด้วยเสียงบ่นเหมือนหมีกินผึ้งอยู่ข้างหลัง  ฉันไม่สนใจหมุนตัวเดินเข้าฉากที่อยู่ไม่ไกล การทำงานที่แสนจะมืออาชีพของฉันได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

























19.03 น.

          เสียงเพลงสากลคลาสสิกเปิดคลอเบาๆรับกับบรรยากาศที่ตกแต่งไปด้วยสไตล์วินเทจของร้าน ฉันนั่งรอไม่นานสิ่งที่กำลังรอคอยก็มาถึงในที่สุด

          “อาหารมาแล้วครับ”   บริกรชายยกอาหารที่ฉันสั่งวางบนโต๊ะพลางเหลือบสายตามองหน้าฉันอย่างกล้าๆกลัวๆและยิ้มกรุ่มกริ่ม

          “ตะ..ตัวจริงสวยกว่าในทีวีอีกนะครับ”

          “ขอบคุณค่ะ ^^”   ฉันตอบพร้อมโปรยยิ้มสวยๆส่งไปให้ บริกรหน้าแดงไปถึงใบหูก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปด้วยความขวยเขินซึ่งต่างกับฉันที่หุบยิ้มอย่างรวดเร็วเพราะสิ่งที่กำลังรอคอยมาเนิ่นนานแท้จริงแล้วไม่ใช่อาหารตรงหน้าแต่เป็นมนุษย์ไหล่กว้างที่นัดฉันมาเองแท้ๆแต่แม่งกลับมาสาย!

          “มาแล้ววว โทษทีว่ะรถติด”

ตุบ!

          ร่างสูงนั่งลงเก้าอี้ตัวตรงข้ามฉันก่อนจะทำท่าหอบแฮ่กๆ ฉันเบ้ปากเล็กน้อยและไม่ลืมส่งสายตาจิกกัดส่งไปให้

          “ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะจ๊ะ”

          “ได้หรอ”

          “ประชดมั้ยล่ะ”   ฉันถลึงตาใส่มัน จินหัวเราะแหะๆอย่างคนสำนึกผิด จากนั้นสายตาคู่คมเลื่อนกวาดมองอาหารมากมายที่ตั้งอยู่บนโต๊ะและเงยหน้าพรึบแยกเขี้ยวใส่ฉันอย่างเกรี้ยวกราด

          “นี้สั่งไม่รอฉันได้ไงห่ะยัยนี่”

          “แกมาช้าอะก็เลยสั่งก่อน เนี้ยมีแต่ของชอบฉันทั้งนั้นกินๆไปเหอะน่า”   ฉันพูดพลางชี้ๆไปที่อาหาร คนตรงข้ามกรอกตาบนอย่างจำยอม เราสองคนจึงเริ่มต้นรับประทานอาหารค่ำกัน

          “มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไร ไหนเล่า”   หลังจากตักอาหารเข้าปากคำแรก ฉันเคี้ยวตุ่ยๆเงยหน้าถามคนตรงหน้า เอิ่มคำแรกมึงก็ยกน่องไก่ขึ้นมาแทะแล้วหรอเพื่อนยาก

          “กินก่อนค่อยเล่า หิว”

          “ไอนี้!! เล่ามา!”

          “แค่กๆๆ เออ เล่าเลยก็ได้”   จินเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว มันวางน่องไก่ลงในจานและหยิบการดาษมาเช็ดปากลวกๆ แววตาสีหน้าที่ดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เอาล่ะ มันต้องเป็นเรื่องซีเรียสแน่นอน ฉันรู้สึกได้จึงวางช้อนส้อมลงเช่นกัน พลางยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ สายตายังคงมองเพื่อนไหล่กว้างตรงข้ามไม่ละไปไหน 

          “จองกุกเกิดอุบัติเหตุ รถล้ม แอดมิดโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์แล้ว”

พรวดดดดด

          “แค่กๆๆๆ”

          “โอ้ยอีนี้ ซกมกชะมัด เอาไปเช็ด!”   จินยื่นกระดาษทิชชู่ให้ฉันพร้อมกับใบหน้ารังเกียจ แค่กๆ เมื่อกี้มันว่าไงนะ จองกุกรถล้มหรอ จองกุกน้องชายจิน ไอเจ้าเด็กนิสัยเสียคนนั้น ถึงฉันจะไม่สนิทกับไอเด็กนั้นเท่าไรก็เถอะ แต่ยังไงก็เป็นน้องชายหัวแก้วหัวแหวนจินมัน ไม่ให้ตกใจได้ไง

          “แล้วน้องแกเป็นไงมั้ง เป็นไรมากมั้ย?”

          “พึ่งจะฟื้นได้ไม่กี่วัน”

          “อาการหนักเลยหรอวะ”

          “อืม หนักเอาการ”

          “ไม่เห็นแกบอกฉัน?”

          “โคตรยุ่งอะ แกก็รู้ว่าพ่อฉันต้องดูแลสาขาที่ต่างประเทศ พอรู้ข่าวจองกุกเขาก็กลับมาได้แค่ไม่กี่วัน ก็เหลือแค่ฉันที่ต้องทำทุกอย่าง”

          “...”

          “ที่บริษัทตอนนี้ก็ยุ่ง วุ่นวายไปหมด”

          “แกจะให้ฉันช่วยอะไร บอกได้นะ”

          ฉันเข้าโหมดจริงจัง ส่งสายตาจริงใจไปให้เพื่อนสุดหล่อ อย่างที่มันเล่า จินกับจองกุก สองพี่น้องที่อายุห่างกันถึง 10 ปี ทั้งสองคนอยู่กับพ่อส่วนแม่นั้นจากไปตั้งนานแล้ว ตระกูลนี้ทำธุรกิจส่งออกนำเข้าอาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูปรายใหญ่ที่สุดในประเทศ โคตรรวย แต่ในความรวยนั้นแฝงไปด้วยความปวดหัวและงานหนัก พ่อจินบริหารประจำสาขาย่อยที่ญี่ปุ่นเป็นหลัก ส่วนจินบริหารที่เกาหลีเป็นหลัก ตอนนี้หมอนี้เลยกลายเป็นเสาหลักของบ้านไปโดยปริยาย แถมยังมีน้องชายตัวแสบที่วันๆหาแต่เรื่องปวดหัวมาให้พี่มัน 

          “ใช่ ฉันมีเรื่องให้แกช่วยแน่นอน”

          “บอกมาเลยเพื่อนยาก ฉันจะช่วยเต็มที่”

          “ซึงมี แกรู้ใช่มั้ยว่ากิจการอาหารกระป๋องสุดที่รักของฉันกำลังไปโกอินเตอร์ที่จีน”

          “อ่า แกเคยเล่า”

          “และฉันจะต้องบินไปประจำที่นั้นสักพัก”

          “อ้าว แล้วที่นี้ล่ะ”

          “พ่อจะยกหน้าที่ให้ลุงรักษาการแทนฉันไปก่อน”

          “อืม แล้วไงต่อ”

          “น้องชายคนเดียวของฉันต้องกำพร้าทั้งพ่อทั้งพี่ชาย เพราะฉะนั้น..”

          “...”

          “ฉันจะฝากจองกุกให้แกเลี้ยงดูสักระยะจนกว่าฉันจะกลับมา”

          “หา!!!”   ฉันอ้าปากหวอกับคำขอร้องของคนตรงข้าม เดี๋ยวนะเมื่อกี้มันพูดว่าไง 

          “ช่วยฉันเถอะนะซึงมีคนสวย”

          “เดี๋ยวๆๆ ทำไมต้องฝาก น้องชายแกต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมหรอ มันก็โตๆแล้วป่ะ”  เออ นี้ไม่เข้าใจหนักมาก

          “มันอยู่คนเดียวไม่ได้ แกเป็นที่พึ่งสุดท้ายของฉันนะซึงมีเพื่อนรัก”   จินยกสองมือขึ้นมาลูบๆเหมือนจะไหว้ฉันราวกับว่าเป็นเจ้าที่มันเคารพนับถือ

          “ไม่ได้จะว่าอย่างนู้นอย่างนี้นะจิน แต่น้องแกนิสัยแบบนั้น เอ่อ..มันจะอยู่กับใครได้ และที่สำคัญมันไม่อยู่กับฉันแน่นอนอ่ะ เด็กผู้ชายกำลังโตแกคิดดูนะมันก็อยากอยู่คนเดียวอยู่แล้ว แต่ถ้ากลัวมันไม่มีอะไรกินคนใช้บ้านแกเป็นสิบๆ ฉันคิดว่าแกคิดมากไป..”

          “จองกุกไม่เหมือนเดิมแล้ว”

          “ห้ะ?”

          “ตอนนี้ฉันไม่ไว้ใจให้น้องฉันอยู่กับใครลำพังทั้งนั้น ยกเว้นแก”

          “ที่ว่าไม่เหมือนเดิมนี่..”

          “จองกุกความจำเสื่อม”

          “หา!!!”

          “น้องฉันร้องเรียกหาแต่จินจ๋าจินจ๋าทั้งวัน ใครเข้าไปเฝ้ามันก็ไล่ตะเพิดออกมาหมด ร้องไห้งอแงเป็นเด็ก14อีกครั้ง”

          “=[]=”

          “นี่เป็นเหตุผลที่ฉันไว้ใจแกคนเดียว ช่วยฉันสักครั้งครั้งเถอะนะซึงมีจ๋า”   คนตรงข้ามส่งสายตาปริบๆเหมือนลูกแมวน้อย เป็นลูกแมวน่าขับรถเหยียบให้มันรู้แล้วรู้รอด 


          เวรกรรม ได้ฟังแบบนี้ก็ปฏิเสธไม่ลง


          “แล้วแกไปนานแค่ไหน”

          “ตกลงแล้วช่ะ!!”

          “เดี๋ยว คุยกันก่อนอีนี่”

          “ฮ่าๆๆ ไปแค่ไม่กี่เดือนเอ้ง”

          “ฉันตกลงก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าฉันก็ต้องทำงาน และงานของฉันก็ทำไม่เป็นเวลาด้วยแกก็รู้ จองกุกต้องอยู่คนเดียวบ้างนะ”

          “ไม่มีปัญหาเลย แค่แกให้น้องฉันไปอยู่ด้วยก็โคตรเป็นโชคดี”   จินยิ้มโชว์ฟันครบ32ซี่ สีหน้ามันดูชื่นขึ้นมาเล็กน้อย เห้อออ เอาว่ะ กะอีแค่ดูแลเด็กอายุ 19 ที่ความจำเสื่อมก็ไม่อยากเย็นอะไรหรอก ..มั้งนะ

          “เอา! กินๆๆ เดี๋ยวมื้อนี้สุดหล่อเลี้ยงเอง”   จินชี้ๆไปที่อาหารที่ตั้งรอจนเย็นชืดหมดแล้ว ฉันยกช้อนส้อมขึ้นมา เราทั้งสองเริ่มต้นทานอาหารกันอีกครั้ง   “ทุกอย่างลงตัว พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งจองกุกที่คอนโดฯแก เตรียมต้อนรับด้วย”

          “พรุ่งนี้?!”

          “ใช่ ลืมบอกไป ฉันต้องบินพรุ่งนี้ตอนค่ำน่ะ”

          “อือๆ มาตอนไหนก็โทรมาละกัน”

          “ทั้งสวยทั้งใจดี นี้มันซึงมีไงจะใครล่ะ ฮี่ๆเอาๆกินๆ”

          ทีงี้ละมาชมว่ากูสวยขึ้นมาทันทีเลยนะ จินดูสดใสร่าเริงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เหมือนได้คายความทุกข์ที่หนักใจอยู่นาน 


          คายมาให้ฉันจนหมด -_-


          แต่ก็เอาเถอะ เราคบกันมาหลายสิบปี ฉันเดือนร้อนหมอนี้ก็คอยช่วยเหลือโดยไม่เคยปริปากบ่น แล้วตอนนี้มันเดือดร้อนจะให้ฉันใจร้ายใจดำได้ยังไงล่ะ ยังไงก็เพื่อนกันเนอะจริงมั้ย..






[50%] 
















วันรุ่งขึ้น

20.30 น.

          เมื่อเลิกงานทุกอย่าง ทั้งถ่ายแบบและอีเว้นท์ ฉันก็รีบกลับคอนโดฯมาสแตนบายทุกอย่าง ทั้งห้อง ที่นอน ให้พร้อมกับผู้ที่จะมาอาศัยอยู่ด้วยอีกคน

ติ๊งต๊องง!

          เสียงออดดังขึ้น แน่นอนว่าไอเพื่อนรักต้องมาถึงแล้ว ฉันตรงไปยังประตูห้องและเปิดออก

          “เห้ย”

          “หลบเร็วๆ หนัก!”

          ฉันเบี่ยงตัวเพื่อให้อีกคนเข้าห้องไป ตามมาด้วยลูกน้องของจินสามคนที่แบกกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เดินตามเข้ามา ฉันรอให้ทุกคนเข้าห้องให้หมดและปิดประตู จากนั้นวิ่งตามร่างสูงของเพื่อนชายที่อยู่ในสภาพแบกร่างใหญ่ของจองกุกให้ขี่หลังทั้งที่ยังหลับปุ๋ย

          “ห้องนั้นๆ”   ฉันชี้ไปยังห้องนอนห้องเล็กที่จัดเตรียมไว้ให้เป็นห้องของจองกุกเรียบร้อยแล้ว จินพยักหน้าน้อยๆและเปิดประตูห้องนอน มันกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไป

ตุบ

          จินค่อยๆวางร่างสูงของจองกุกที่ดูยังไงก็ตัวใหญ่กว่าพี่มันลงบนเตียงนอนนุ่ม ฉันเดินไปเปิดไฟจนแสงสว่างจ้าทั้งห้อง และเดินหยุดดูการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเองเงียบๆ จินจัดท่านอนให้น้องชายและยกผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างที่นอนหลับเหมือนเด็กน้อย

          “เห้อ ไม่อยากจะคิดถึงตอนตื่นมาเลย”

          “ทำไม? แกไม่ได้บอกจองกุกหรอว่าจะให้มาอยู่กับฉันอ่ะ”

          “บอกแล้ว แต่มันไม่ยอมท่าเดียว”

          “เอ้า แล้วแอบแบกมาแบบนี้ตื่นมาไม่อาละวาดหรอวะ”

          “นั้นดิ ฝากแกด้วยแล้วกัน”

          “เอ้า”

          จินตบบ่าฉันเบาๆและเดินออกจากห้อง ฉันอ้าปากหวอก็ต้องหุบปากแล้วรีบวิ่งตามร่างสูงออกไป

          “เดี๋ยวๆ แล้วจะให้ฉันบอกจองกุกว่าไงยะ!”

          “ก็บอกตามความจริง ว่าฉันไปทำงานเดี๋ยวกลับมารับ”   

          เว้ยนี้มันอะไรกัน ต้องแอบแบกมาทั้งที่ยังหลับ แสดงว่าไอเด็กบ้านี้มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ กุมขมับ

          “จองกุกรู้ใช่มั้ยว่าฉันเป็นเพื่อนแก”

          “รู้ดิ ฝากด้วยนะฉันต้องไปล่ะ อะนี้”   จินยื่นบางอย่างให้ฉันก่อนจะเบิกตากว้างมองแบล็คการ์ดในมือและเงยหน้ามองใบหน้าหล่ออีกครั้ง

          “แบล็คการ์ดเลยอ่อ”

          “เออ เก็บไว้ใช้ จองกุกมันใช้เงินเปลือง แดกเก่ง มันอยากได้อะไรก็ตามใจมันเลย”

          “อืมๆ”   ฉันเอื้อมมือไปรับบัตรสีดำมาไว้ในมือ ก่อนจะโบกมือลาเพื่อนซี้ที่กำลังจะออกไปจริงๆ 

ปัง

          ประตูถูกปิดเป็นที่เรียบร้อย ภายในห้องสุดหรูเงียบฉี่ลงทันที ฉันถอนหายใจเบาๆและหมุนตัวเดินไปยังห้องนอนของจองกุก ใช่แล้ว ตั้งแต่บัดนี้ห้องเล็กที่ใช้เป็นห้องรับแขกก็กลายเป็นห้องของเด็กนั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เสียงเครื่องปรับอากาศดังอย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นว่าห้องหนาวเกินไปฉันจึงลดแอร์ให้เด็กมันพลางไล่มองพิจารณาใบหน้าที่หล่อเหลาคลับคล้ายจิน ตัวโตขึ้นเยอะเพราะไม่ได้เจอกันนาน 

          “เป็นหนุ่มขึ้นเยอะนะเนี้ย”   ฉันพูดกับตัวเอง เมื่อรู้ตัวว่าจ้องใบหน้าของจองกุกนานเกินไป ฉันเดินไปปิดไฟและออกจากห้องนอนโดยปิดประตูให้เบามือที่สุด 



















วันรุ่งขึ้น

07.45 น.

          แสงสว่างทะลุผ้าม่านทำให้ฉันค่อยๆลืมตาขึ้น รู้ว่าเช้าแล้วนะแต่มันยังเช้าเกินไป ให้ตายเถอะวันนี้ไม่มีงานทำไมต้องตื่นเช้าด้วยฟะ!!

          ฉันขยี้ผมแรงๆและเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงเหมือนผู้ชาย เสียงใหญ่ๆกำลังโวยวายแหกปากว่าอะไรสักอย่างได้ยินไม่ชัด อาการที่สลึมสลือกำลังประมวลผล

          “เชี่ยแล้ว”   ฉันเด้งตัวขึ้นพรึบ กระโดดลงจากเตียงวิ่งหน้าตั้งไปยังอีกห้องนึงซึ่งเกือบลืมไปเลยว่าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป

กึก

          “...!!”

          เมื่อเปิดประตูห้องนอนจองกุก ก็พบร่างหนานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเตียง ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาทั้งแก้มสองข้าง ดวงตาคมที่กลมโตมองมาที่ฉันอย่างงงๆ ก่อนที่ริมฝีปากสีชมพูค่อยๆเบะออกมา

          “ฮื้ออออ”

          เย้ย! มันเห็นหน้ากูแล้วร้องไห้ กูทำเด็กกลัว

          “ยะ..หยุดร้องนะจองกุก นี้พี่เองไง”   ฉันเดินไปที่เตียงนอนใหญ่ ก่อนจะค่อยๆนั่งลงที่ปลายเตียง จองกุกร้องไห้อีกครั้งเมื่อเห็นฉันเข้าไปใกล้ เวรสิ มึงจะร้องทำมายย!!

          “งื้ออใครอะ กุกไม่รู้จัก”   นิ้วเรียวใหญ่ชี้มาทางฉัน ทำท่าทางเหมือนเด็กน้อยที่ไม่ค่อยสมตัวเท่าไร 

          “พี่ชื่อ ยูซึงมี นะ เป็นเพื่อนของพี่จินไง”   ฉันยิ้มหวานที่สุดเท่าที่จะยิ้มได้ จองกุกชะงักเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นออก สงสัยจะจำได้แล้ว จำได้แล้วใช่มั้ย?

          “ฮื้ออออ!! จิน! จินจ๋าอยู่ไหน!!!”

          ชิบหาย!! นึกออกค่ะ แต่นึกออกว่าพี่มันทิ้งไว้กับใครก็ไม่รู้ ฉันจะทำยังไงว่ะเนี้ย

          “จะ..จองกุก ชู่วว หยุดร้องก่อนนะ”

          “ฮื้อออ อึก ฮื้ออ จินจ๋าอยู่ไหน”


          จินจ๋า โอเค น่ารักเป็นบ้า


          “จินไปทำงาน ทำงานเสร็จก็จะมารับนะ”    ฉันใจดีสู้เสือ ปลอบประโลมเด็กยักษ์ที่นั่งร้องไห้แยเอามือปาดน้ำตา สะอึกสะอื้นเป็นเด็กสามขวบ


          เปลี่ยน..เปลี่ยนไปจริงๆ


          “จินจ๋าทิ้งกุกใช่มั้ย ฮื้ออ เห็นจินจ๋าบอกว่ารักกุกไง กุกจำไม่ได้ ฮื้ออปวดหัวอึก”   จองกุกเอามือกุมหัวตัวเองและร้องไห้หนักขึ้นอีกครั้ง เด็กมันความจำเสื่อมนินา อาการกำเริบแน่ๆ!

          “ปวดหัวหรอ ปวดมากมั้ย?”   ฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่รีบคลานจากปลายเตียงไปยังที่จองกุกนั่ง ก่อนจะเอื้อมแขนโอบรัดร่างสูงให้ซบลงที่หน้าอกตัวเอง มือค่อยๆลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆ จองกุกสะอื้นในอ้อมกอดของฉัน ทำไมเด็กนี้มันน่าสงสารจังนะ

          “อึก อึก”   เสียงร้องไห้ค่อยๆเบาลง ฉันยังคงลูบแผ่นหลังเขาไปเรื่อยๆ รู้สึกเปียกชื้นที่หน้าอก ทั้งน้ำตาน้ำลายของไอเด็กนี้ที่ไหลเหมือนเขื่อนแตก 


          ทำไมซึงมีคนสวยและรวยมากต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยว่ะเนี้ย!


          “จองกุก..”

          “อึก”

          “ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย?”

          “...”   ไม่มีเสียงตอบรับ ฉันจึงดันไหล่จองกุกให้ออกมาจากหน้าอก เด็กนี้หยุดร้องแต่ยังสะอึกเบาๆ ดวงตาใสที่เอ่อล้นด้วยน้ำตาจ้องมองฉันแป๋วอย่างมีความหมาย

          “กุกคิดถึงมี๊”

          มี๊ไหนว่ะ เดี๋ยวนะอารมณ์ไหนของเมิง..?

          “...”

          “นมมี๊นุ่มจัง กุกอยากหนุน”

          “เห้ยๆๆหยุดเลยนะ!”   ฉันรีบดันหัวไอเด็กบ้านี้ออกเพราะมันทำท่าจะซุกลงมาที่หน้าอกฉันอีกครั้ง แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้มันเรียกว่าอะไรได้ยินไม่ถนัด

          “ทำไมมี๊ใจร้าย!”

          “ใครมี๊นาย ไม่ใช่มี๊”

          “มี๊!”

          “พี่! ไม่ใช่มี๊!”   ฉันพูดทีละคำให้ได้ยินชัดเจน จองกุกนิ่งไปสักพัก ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยยู่ปากสีชมพูอย่างเอาแต่ใจ และยกนิ้วจิ้มๆที่แก้มของฉันสองสามที

          “มี๊ชัดๆ”


          ไอเด็กผี มี๊นั้นมันแปลว่าแม่ปะ ฉันไม่ใช่แม่แกโว้ยยย




[100%]






.................................................................


.ฮาริโบ.


มีความได้ลูกชายตั้งแต่ยังไม่มีผลัว -..-

--อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์สาดกำลังใจมาให้ไรท์ด้วยน้า ทุกๆคอมเม้นท์ไรท์อ่านหมดง่ะ ชอบอ่านมักๆ เนื้อหาเปอร์เซ็นถัดไปจะรีบมาต่อเล้ยสัญญา ^--^



B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

164 ความคิดเห็น

  1. #161 3ulinlin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 23:47

    โถ่วอัยต้าว

    #161
    0
  2. #156 Van_BTS (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 09:47
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png อะไรจะดีป่านนี้
    #156
    0
  3. #143 mookjb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 12:42
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png งุ้ยเขิงจุง
    #143
    0
  4. #137 Jane__v (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 01:56

    น่ารักมากน้องวว
    #137
    0
  5. #126 PlutoSG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:20
    ยูซึงมี๊รึเปล่า หรือไม่ก็มี๊ที่ไม่ได้แปลว่าแม่อ่ะ55555
    #126
    0
  6. #110 @ Aphrodite @ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 23:31
    จินจ๋าหรอ ขำอ่ะ55555 เรียกพี่เขาว่ามี๊อีก นี่ความจำกลับมาแล้วป่ะเนี่ยเจ้ากูกกี้5555
    #110
    0
  7. #104 Bunny JK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 17:08
    ทำไมให้พี่โฮซอกเป็นตุ๊ดคะ55555ขำๆ 😂 /เช็ดน้ำตา ...จินจ๋าๆๆอยากได้จินจ๋าเป็นสามี-//- ...กุก กุกแกเฟคป่ะ ถามจริง0_0 (?) /ทำไมพูดถึงเมนแบบนรี้! 😤
    #104
    0
  8. #94 linble4 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 15:03
    กุกกี้เด้กน้อยยย รอค่าไรท์
    #94
    0
  9. #70 คุมะมงแซะมงแซะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 11:04
    โอ้ยยย ขำมาก5555555555 จินจ๋าไม่พอ มี๊อีก เออเอา!
    #70
    0
  10. #63 NAME :: Aida (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 12:39
    กุกน่าร้ากกก
    #63
    0
  11. #33 by-momay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 21:44
    น่ารักอ่ะ กุก คงจะดื้อน่าดู
    #33
    0
  12. #27 KHUN9JUNG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 20:00
    เด็กกุกคงจะป่วนน่าดู
    #27
    0
  13. #15 nussarimah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:43
    จองกุก ตะมุดตะมิด~ น่าร๊ากกก
    #15
    1
  14. #14 Grace-za (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 21:14
    โอ้ยยย ตายๆๆๆๆๆ นางน่ารักอะ แต่แบบคิดภาพตามละแอบขำนิดนึงจินเอากุกขึ้นหลัง พี่แกไม่หลังเดาะหรอ5555555 เอาเถอะให้เด็กยักษ์มันเรียกไปเถ้อะ ถ้าจะเปลี่ยนยาก5555 รอค่าาา
    #14
    1
  15. #13 Jitsopin2003 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 18:05
    ฮื้ออออ น่ารัก
    #13
    0
  16. #12 Pledis_17MW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 16:09
    จองกุกเดี๋ยวเราเป็นมี๊ให้เอง ฮืออออ น่ารักจังลูก มาต่อเร็วๆ น้าาาา
    #12
    1
    • #12-1 ฮาริโบ(จากตอนที่ 2)
      25 มีนาคม 2560 / 16:15
      555555555ใช่ค่ะ ไรท์ขอเป็นมี๊ด้วยคนนะ
      #12-1
  17. #11 MzJang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 16:04
    ไรท์มาทำให้อยากแล้วก็จากไป ฮือออออออออ แงงงงงงงงง (นี่กุติดจาก-กุกเรอะ)
    #11
    1
    • #11-1 ฮาริโบ(จากตอนที่ 2)
      25 มีนาคม 2560 / 16:14
      แงงหนูกุกจะรีบมาน้าา
      #11-1
  18. #8 Sawako45 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 22:16
    กุกกี้น้อยยยยยอยากกอ่านต่อเเล้วววง่าาาาาาาาาาาา
    #8
    1
    • #8-1 ฮาริโบ(จากตอนที่ 2)
      25 มีนาคม 2560 / 16:33
      กุกกี้น้อยมาแล้ววว
      #8-1
  19. #7 Grace-za (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 13:15
    โอ้ยยย คิดภาพตามละขำอะ จกุกเรียกจินจ๋าๆแล้วก็ร้องไห้ง้อแงจะหาพี่จิน งือออ น่ารักอะ55555555 รอค่าาาา
    #7
    1
    • #7-1 ฮาริโบ(จากตอนที่ 2)
      25 มีนาคม 2560 / 16:33
      5555555นางน่ารักน้าา
      #7-1
  20. #6 FirstJarupan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 12:34
    ต่อค้าา
    #6
    1
    • #6-1 ฮาริโบ(จากตอนที่ 2)
      25 มีนาคม 2560 / 16:33
      มาแย้วววว
      #6-1