Don't escape me #ฟิคหนีรักยุนกิ [BTS x YOU] -END-

ตอนที่ 10 : Don't escape me 10 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,382 ครั้ง
    7 ส.ค. 62









Don't escape me 10 
[100%]















วันต่อมา


08.05 น.


เจ้าของใบหน้าตื่นตระหนกยกมือทั้งสองข้างมัดเส้นผมลวกๆก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมาไว้ในมือ เหงื่อกาฬผุดขึ้นรอบขมับพลางสบถด่าตัวเองในใจว่าไม่ควรตื่นสายขนาดนี้ คังยูรีตั้งใจจะตื่นให้เร็วกว่านี้เพื่อออกไปข้างนอกเพียงเพราะอยากหนีใครบางคนที่บอกว่าจะมารับ เป็นเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับทำให้เธอคลาดกับนาฬิกาปลุกที่แผดเสียงร้องก่อนจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากดปิดมันตอนไหน


ร่างบางวิ่งลงบันไดท่ามกลางความเงียบเชียบของรอบข้าง นึกโล่งใจว่าคงไม่มีใครอยู่เพราะเวลานี้ พ่อของเธอได้ออกไปทำงานแล้ว ส่วนจางจีซุนไม่ต้องพูดถึง ยูรีได้ข่าวว่าอีกฝ่ายย้ายไปอยู่หอพักใกล้มหาวิทยาลัยและไม่ค่อยกลับบ้านนั่นเป็นเรื่องที่ดี เหลือเพียงแต่จางชอนอาเท่านั้น


เท้าเล็กลงบันไดจนขั้นสุดท้ายก่อนจะค่อยๆย่องเข้าไปดูในครัวก็พบความว่างเปล่า รอยยิ้มน้อยๆปรากฎขึ้นก่อนจะหันหลังวิ่งออกไปทางส่วนหน้าของบ้านที่ต้องผ่านโซฟานั่งเล่นทำให้เธอหยุดชะงักทันทีพร้อมกับรอยยิ้มค่อยๆจางหายไป


“นั่นไงมาพอดีเลย”


ชอนอาปั้นหน้าเป็นแม่เลี้ยงใจดีพลางลุกขึ้นจากโซฟาที่บนโต๊ะด้านหน้ามีแก้วน้ำชาและขนมตั้งอยู่ ยูรีจ้องชอนอาและใครอีกคนด้วยสายตาแข็งกระด้าง ก่อนที่มือของชอนอาจะลากมือของเธอให้เดินไปหยุดหน้าร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดลำลองต่างจากวันอื่น


“คุณยุนกิมารอตั้งแต่เช้า ทำไมถึงลงมาช้านัก”


ชอนอาเอ่ยถาม ดันแผ่นหลังของลูกเลี้ยงให้นั่งลงข้างมินยุนกิที่เอาแต่จ้องมองยูรีไม่ละสายตาไปไหน


“...”


“แล้ววันนี้จะไปไหนกันเหรอจ๊ะ”


ชอนอาถามขึ้นด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ต่างจากยูรีที่เก็บความขมขื่นเอาไว้ภายใต้สายตาไม่ปิดบัง


“ผมนัดร้านชุดเอาไว้”


สุ้มเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นก่อนที่ยุนกิจะลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับในมือหนากุมมือของอีกคนเอาไว้


ยูรีพยายามดึงมือของตัวเองออก แต่ก็ต้านแรงของคนเอาแต่ใจไม่ได้


“อย่างนี้นี่เอง งั้นไปกันเถอะจ้ะเดี๋ยวจะสายเอา”


ยุนกิไม่ตอบอะไร เขาโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะลากมือของเธอออกไปจากบ้านและคังยูรีจำใจต้องทำตามอีกฝ่ายเพราะถึงเธอจะต่อต้านยังไงชอนอาต้องไม่ยอมแน่นอน


รถยนต์คันหรูคันเดิมถูกเปิดประตูก่อนที่ยุนกิจะปล่อยมือของยูรี คนตัวเล็กเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเกลียดชัง แต่ดูท่าความหนาของใบหน้าชายหนุ่มจะมีมากกว่า เขาจึงไม่สะทกสะท้านและออกแรงดันเธอเข้าไปนั่งในรถได้สำเร็จ


รถยนต์ขับเคลื่อนอยู่บนถนนสายหลักในเมืองหลวงด้วยความเร็วปกติ ไม่มีบทสนทนาใดๆ มีเพียงยุนกิที่ปรายสายตามองคนข้างกายเป็นระยะ


“จะออกไปไหน?”


ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายพูดขึ้น ยูรีไม่ตอบและเอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่าง


“...”


“ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ลงมาหาฉัน”


“รู้ก็ดี”


“อย่าทำให้มันยุ่งยาก”


“...”


“ขอเตือนว่าเหนื่อยเปล่าๆ”


เขาพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น นัยน์ตาเรียวจ้องมองพื้นถนนตรงหน้าโดยที่ไม่สนใจว่าคนข้างกายจะตวัดสายตาแข็งกร้าวมองอยู่ก็ตาม

 

 





ทั้งคู่มาถึงสถานที่ที่เต็มไปด้วยหุ่นชายหญิงสวมใส่ชุดเจ้าบ่าวและชุดเจ้าสาว ร้านใหญ่และดูดีมีระดับไร้ซึ่งผู้คนนอกจากพนักงานในชุดฟอร์มสีสะอาดตา พนักงานหญิงสองคนเดินเข้ามาต้อนรับมินยุนกิคล้ายกับรู้จักอยู่ก่อนแล้ว ยูรีปรายสายตามองเธอพวกนั้นก่อนจะทำหน้าเบื่อโลกและหันไปมองทางอื่นอย่างจำใจ ชะงักร่างกายเล็กน้อยเมื่อมือหนาอุ่นๆเอื้อมมาจับมือของเธอและพาเข้าไปด้านในห้องรับรอง


ยูรีนั่งลงบนโซฟาสไตล์หรูหราตามมาด้วยร่างสูงที่นั่งเบียดลงมาจนยูรีต้องขยับออกทันที นัยน์ตาดุดันหันมองว่าที่ภรรยาก่อนที่เธอจะแสร้งมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากเสวนากับยุนกิสักเท่าไร


เธอเกลียดจอมวางแผน ทำทุกอย่างตามใจตัวเองโดยที่ไม่ถามไถ่เธอสักคำ


ไม่นานพนักงานหญิงก็เดินเข้ามาหาทั้งคู่ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดต่างจากคู่รักคู่อื่นๆที่เคยพบเจอ


“เชิญด้านนี้เลยนะคะ”


รอยยิ้มเป็นมิตรพร้อมกับมือที่ผายไปยังห้องห้องหนึ่งทางด้านขวามือ ยุนกิลุกขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือขาวนวลแต่ยูรีรู้ทันซะก่อน เธอชิ่งลุกขึ้นยืนและเดินนำทุกคนโดยไม่สนใจว่าที่เจ้าบ่าวที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลัง


“...”


เมื่อเข้ามาในห้องที่ว่าก็พบหุ่นชายหญิงมากมายตั้งเรียงรายกันอยู่ตรงหน้า หุ่นทุกตัวล้วนสวมชุดเจ้าสาวและเจ้าบ่าวยืนเคียงคู่กัน ดวงตากลมโตฉายประกายวาบวาวอยู่ครู่เดียวก่อนจะรีบกระพริบตาถี่ๆไม่ให้ตัวเองเผลอหลงระเริงกับของสวยงามตรงหน้านานกว่านี้


ยอมรับว่าชอบเพราะมันสวยมากๆ แต่ถ้าจะให้เลือกใส่กับผู้ชายที่ชื่อมินยุนกิ เธอขอไม่ใส่มันตลอดชีวิตยังดีกว่า


“แบบอลิมิเต็ดของร้านตามที่คุณมินยุนกิขอมาค่ะ เชิญเลือกดูตามสบายเลยนะคะ หากสนใจชุดไหนลองสวมใส่ได้ทางเราจะวัดตัวตัดเย็บให้ใหม่โดยเฉพาะค่ะ”


ยูรีมองพนักงานหญิงก่อนจะตวัดสายตามองยุนกิที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองชุดเจ้าบ่าวตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ เธอคิดในใจว่าเขาได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้วจริงๆ


“ชอบชุดไหน?”


คำถามเดิมเหมือนที่ร้านแหวนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เขาหันมองเธอที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว


“ไม่ชอบ”


“ชอบแบบไหนก็บอก หรือจะจ้างดีไซน์เนอร์ออกแบบให้ใหม่”


“ไม่เอาแบบไหนทั้งนั้น”


“...”


“คุณเป็นคนยังไงกันแน่!


หลังจากที่บรรยากาศเริ่มมาคุทำให้พนักงานสาวย่องออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ ส่งผลให้ภายในห้องกว้างมีเพียงเขาและเธอเท่านั้น


“...”


“คุณอยากแต่งมากก็ไปแต่งกับคนอื่นสิ คนที่เขาอยากแต่งกับคุณ”


ยูรีเสียงดังอย่างเหลืออด การกระทำของยุนกิมันแปลกประหลาดจนเธอไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


“เลือกชุดซะ”


ไม่ตอบคำถาม ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วตึง พยายามใจเย็นกับอีกฝ่ายที่เอาแต่ขัดขืนทุกอย่างที่เขาได้จัดเตรียมเอาไว้


“ไม่เลือก!


“คังยูรี”


“ฉันไม่กลัวคุณหรอกนะ คุณเป็นเจ้าหนี้ไม่ได้เป็นเจ้าชีวิต!


ยูรีเถียงขาดใจ เธอส่งสายตาแข็งกร้าวก่อนจะเดินไปยังประตูทางออกแต่ถูกร่างสูงเบี่ยงตัวดักทางเอาไว้ได้ทัน คนตัวเล็กหยุดชะงัก เงยหน้ามองอีกฝ่ายที่จ้องเขม็งมองกลับมา


โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ยูรีเดาว่ายุนกิกำลังจะตบะแตกในอีกไม่ช้าแน่นอน


“หลบไป ฉันจะกลับ”


“ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย”


“ฉันก็จะพูดเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกันว่าฉันไม่แต่ง—อ่ะ!!


ถูกดันจนแผ่นหลังกระแทกกับหุ่นเจ้าสาวตัวหนึ่ง ดวงตากลมเบิกกว้าง สัมผัสของผ้าด้านหลังทำให้เธอหันไปมองก็พบว่ามินยุนกิกำลังกระชากแขนของหุ่นตัวนี้จนมันเกือบหงายหลังล้มลงไป เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ได้แต่กำมือแน่นและกักเก็บซ่อนสายตาสั่นเทาของตัวเองไม่ให้เขามองเห็น


“ช่วยมาเอาชุดนี้ให้ว่าที่ภรรยาของผมลองหน่อย”


น้ำเสียงทุ้มตะโกนไม่นานพนักงานก็เปิดประตูเข้ามาก็ต้องมีสีหน้าตื่นตกใจกับภาพที่เห็น มือของยุนกิจับแขนของยูรีแน่น ส่วนมืออีกข้างก็จับแขนของหุ่นเจ้าสาวอยู่เช่นกัน


“เอ่อ...”


“เร็วสิครับ”


“ค...ค่ะ”


พนักงานหญิงลอบมองใบหน้าไม่สู้ดีนักของยูรีที่กำลังพยายามใช้สายตาขอความช่วยเหลืออยู่กลายๆ แต่ก็ต้องละความสนใจหันไปปลดชุดเจ้าสาวสีขาวบนหุ่นตัวนั้นทันที


“ห้องลองอยู่ด้าน—”


“ออกไป ผมขอเวลาส่วนตัว”


“ค่ะ”


พนักงานหญิงกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปนอกห้องทันทีทิ้งเพียงว่าที่สามีภรรยาอยู่ในห้องกว้างลำพังอีกครั้ง ยูรีแกะมือหนาออกจากแขนของตัวเองไม่ทันสำเร็จก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเขาลากเธอไปยังห้องลองชุดที่อยู่ไม่ไกลกับในมือของเขาที่หอบชุดเจ้าสาวชุดใหญ่ก่อนจะยัดให้เธอ


“เข้าไปเปลี่ยน”


“คุณมันใจร้าย”


“หรือจะเปลี่ยนตรงนี้”


“ม...ไม่”


เมื่อคนน่ากลัวทำท่าจะตรงเข้ามาหาเธอทำให้ยูรีรีบหอบชุดเข้าไปในห้องลองทันที ประตูถูกปิดลงและล็อคอย่างแน่นหนา หญิงสาวหันหน้าเข้ากับกระจกบานใหญ่สะท้อนร่างกายที่ไม่เอาไหนของตัวเอง น้ำใสๆเอ่อล้นรอบดวงตาพลางเลือนต่ำลงมองชุดเจ้าสาวแสนสวยในอ้อมแขน


เธอเกลียดมัน ไม่อยากใส่แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้...ทำอะไรไม่ได้


ยูรีกลืนน้ำลายลงคอเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับมาอีกครั้ง ยอมรับว่ากลัวยุนกิมากเพราะเมื่อไรที่เขาโมโห เธอไม่เคยปลอดภัยเลยสักครั้งเดียว


ร่างเล็กจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนหมดและสวมใส่ชุดฟูฟ่องด้วยความยากลำบาก มันยากที่จะต้องใส่คนเดียวแต่คนใจร้ายคนนั้นไล่พนักงานทั้งหมดออกไปเพื่อความต้องการงี่เง่าของตัวเอง


ใช้เวลาสักพักจึงจะสวมใส่ชุดทั้งหมดเสร็จ ชุดสีขาวสะอาดตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดียาวเป็นหางปลาลากพื้น ช่วงบนเป็นเกาะอกดันทรงสวยงามตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้สีเดียวกัน มันหลวมนิดหน่อยเพราะไม่ใช่ไซต์ของเธอเลยซะทีเดียว


ดวงตากลมที่ยังชื้นด้วยหยาดน้ำตาจองมองตัวเองในเงากระจกสะท้อน เผลอลืมความบัดซบในชีวิตไปชั่วขณะเพราะเอาแต่มองชุดแสนสวยที่อยู่บนร่างกายของตัวเองผ่านบานกระจก...ยกมือลูบเนื้อผ้าบริเวณช่วงเอวและหันข้างเล็กน้อยเพื่อสำรวจความสวยงามของการตัดเย็บอย่างประณีตก่อนจะได้สติเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก


“เสร็จหรือยัง”


มินยุนกิถามขึ้น ยูรีสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเปลี่ยนสายตากลับมาอมทุกข์อีกครั้ง เธอดึงเกาะอกที่ดันทรงอย่างดีจนเนื้อเนินอกโผล่พ้นออกมาพอสมควร หญิงสาวไร้ความมั่นใจแต่ก็ต้องหยุดจัดแจงตัวเองเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง


“ออกมาสักที”


“ร...รู้แล้ว!


ยูรีหยิบกระโปรงให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพราะมันยากต่อการก้าวเดิน เธอเอื้อมไปเปิดประตูก่อนจะเดินออกไปทั้งที่ตัวเองยังก้มมองชุดหนักๆบนร่างกาย


“มันใส่ยาก ข้างหลังก็ยังรูดซิบไม่สุด”


เมื่อยูรีเงยหน้าขึ้น เธอก็เจอกับสายตาเรียวคมของยุนกิที่เอาแต่จ้องมองเธอเหมือนคนพึ่งพบเจอสิ่งแปลกตา ชายหนุ่มไล่มองหญิงสาวจากใบหน้าลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะมองไล่ขึ้นมาอีกครั้งจนยูรีแทบหยุดหายใจ


สายตาแบบนั้น เธอคิดว่าอันตรายไม่มากก็น้อย


“เมื่อกี้ว่าไงนะ รูดซิบไม่ได้เหรอ?”


ยุนกิเอ่ยถามขึ้นก่อนจะตรงปรี่ไปยังอีกฝ่ายจนยูรีต้องถอยหลังหนีอย่างรวดเร็ว ไม่ทันคนฉวยโอกาส วงแขนแข็งแรงตวัดรอบเอวบางเข้ามากอดหลวมๆ นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นริ้วสีแดงก่อนจะไล่มองจนถึงช่วงเนินอกขาวนวลทะลักออกมาจากเกาะอกตรงหน้า


“โป๊”


“ค...ใครเลือกล่ะ!


ยุนกิจ้องเนินอกของยูรีจนเธอรู้สึกว่าเขาน่ากลัวเกินไป ไหนจะอ้อมกอดที่กอดไม่ปล่อยนี้อีก มือเล็กยกขึ้นดันแผงอกของเขาแรงๆแต่ทว่ายุนกิอ้อมมือไปด้านหลังยูรีและรูดซิบที่ยังรูดไม่สุดปลายให้อย่างเงียบๆ


นัยน์ตาเรียวรีจ้องมองใบหน้าน่ารักอีกครั้ง ก่อนจะสาละวนมือตรงสะโพกกลมผ่านเนื้อผ้าและออกแรงบีบเบาๆจนหญิงสาวสะดุ้ง


“ชอบหรือเปล่า?”


สุ้มเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น เขาจ้องตาเธออย่างมีความหมายแต่ยูรีไม่อาจรับรู้ถึงตรงนั้นได้ หญิงสาวเอาแต่ระวังตัวจากคนมือปลาหมึก เพราะท่วงท่าที่กระทำอยู่ตอนนี้ช่างอันตรายยิ่งนัก


“ม...ไม่ชอบ”


“สวย”


“...”


“ฉันชอบให้เธอใส่ชุดนี้ แต่ข้างบนโป๊ไปหน่อย”


พรึบ!


เธอผลักยุนกิออกเพราะฝ่ามือหยาบเริ่มจับสูงขึ้นไปบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอ เขาลูบไล้สนุกมือถ้าไม่ผลักออกคงจะลามปามมากกว่านี้ ยูรีตวัดสายตามองคนฉวยโอกาสอย่างไม่ไว้ใจ เธอจับชุดขึ้นเล็กน้อยและเดินไปยังประตูและเปิดออกไปเรียกพนักงานให้เข้ามา ยุนกิยกมือลูบสันคางตัวเองอย่างนึกเสียดาย แต่ก็คิดในใจว่าอีกไม่นานอีกฝ่ายก็ต้องแต่งงานกับเขา


นอนด้วยกัน อยู่กินด้วยกัน...ค่อยอดเปรี้ยวไว้กินหวานในภายภาคหน้าก็ได้










[30%]







หลังจากที่วัดขนาดร่างกายเพื่อเตรียมตัดชุดเสร็จสรรพทั้งคู่ก็นั่งอยู่ในรถยนต์อีกครั้งท่ามกลางความเงียบสงัดเช่นเดิม ยุนกิเลือกชุดของเขาด้วยสายตาเพราะขี้เกียจจะลองให้ยุ่งยาก ส่วนชุดของยูรีเขาสั่งตัดแบบเดียวกับชุดที่เธอลองเมื่อครู่ แค่เปลี่ยนจากเกาะอกเป็นบอดี้สูทลูกไม้แขนยาวแทน ชายหนุ่มสั่งเองเสร็จสรรพและจ่ายเงินราคาที่แสนจะแพงเองด้วยสีหน้านิ่งๆ ทำให้ยูรีที่ยืนมองเงียบๆต้องเผลอเบิกตากว้างกับจำนวนเงินไม่น้อยกับแค่ชุดสองชุดเท่านั้น


ล้อทั้งสี่มุ่งไปยังถนนตรงหน้าเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นสำหรับหญิงสาว เธอหันไปมองร่างสูงข้างกายก่อนจะยอมเปิดปากพูดออกไปทั้งที่ไม่อยากจะเสวนาด้วยก็ตาม


“จะไปไหน”


“กินข้าวเที่ยง”


“งั้นช่วยจอดข้างหน้าด้วย ฉันจะกลับบ้าน”


“จะพาไปกินข้าว”


เขาตวัดสายตาดุดันมองยูรีก่อนจะหันไปมองถนนตรงหน้าต่อ คิ้วหนาขมวดแน่นกับความดื้อของอีกฝ่าย


“ฉันไม่หิว”


“แต่ต้องกิน”


หญิงสาวฟึดฟัดก่อนจะสะบัดใบหน้ามองข้างทางอย่างจำใจ ส่งผลให้เขากระตุกยิ้มด้วยความพอใจที่ยูรียอมเงียบในที่สุด


ไม่นานรถยนต์คันหรูก็เลี้ยวจอดในลานจอดรถของภัตตาคารแห่งหนึ่ง เครื่องยนต์ดับลงก่อนที่มินยุนกิจะเอี้ยวตัวไปหยิบถุงกระดาษสีครีมใบเล็กมาไว้ในมือ เขาปลดเข็มขัดนิรภัยและหันมองคนข้างกายที่นั่งหน้าบึ้งไม่ยอมขยับตัว


“ลง”


“ไม่อยากกิน”


ยูรีปรายสายตามองถุงกระดาษในมือของยุนกิ แวบเดียวที่สงสัยว่ามันคืออะไร ก่อนจะละความสนใจและเบือนสายตาไปทางอื่น


“แล้วอยากทำอะไร?”


“กลับบ้าน”


“กินเสร็จจะพาไปส่ง”


“...”


“อย่าดื้อ”


ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้าไปใกล้จนคนตัวเล็กเบิกตากว้าง สายตาเรียบนิ่งจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอทำให้ยูรียิ่งอยากดื้อมากกว่าเดิม


ดื้อให้อีกฝ่ายอกแตกกันไปข้าง


“เรื่องของฉัน”


“ไม่น่ารัก”


“ก็ไม่น่ารักตั้งนานแล้วนี่”


“...”


ยุนกิมองใบหน้าหวานที่หงิกงอ ริมฝีปากเคลือบลิปมันสีชมพูคว่ำลงยั่วยวนสายตาชายหนุ่มไม่ให้ละไปไหน โน้มใบหน้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนมือเล็กยกขึ้นผลักหน้าอกทำให้เขาได้สติและรู้สึกตัว


“คุณอย่ามาลามปามนะ”


“ก็ยอมสักทีสิ”


“ย...ยอมอะไร!


เธอสัมผัสได้ว่าสายตาของอีกฝ่ายไม่น่าไว้ใจ จึงรีบเปิดประตูและกระโดดลงจากรถปล่อยให้คนนิสัยไม่ดีนั่งเสียดายบางอย่างอยู่ที่เดิม เธอพ่นลมหายใจหนักๆกับความหน้ามึนของเขา อยากจะสู้แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอีกฝ่ายจ้องจะฉวยโอกาสอย่างเดียวผิดกับเมื่อก่อน...ที่จ้องแต่จะทำให้เธอเจ็บ





 

 

ทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านอาหารหรูหราและยูรีก็ได้ยินว่ายุนกิได้จองโต๊ะเอาไว้แล้ว เสียงดนตรีคลาสสิคบรรเลงคลอไปกับบรรยากาศของร้าน ร่างสูงเดินอยู่ข้างหน้าและยูรีก็จงใจเดินตามหลังอีกฝ่ายเพราะไม่อยากอยู่ข้างๆนั่นเอง


โต๊ะด้านในสุดถูกจับจองด้วยชายหนุ่มสองคน ยูรีคุ้นหน้าพวกเขาก่อนจะจำได้แม่นว่าทั้งสองเป็นใคร


“มันมาแล้วๆ”


คิมซอกจินพูดขึ้นทำให้จองโฮซอกที่ก้มหน้าเล่นมือถือต้องเงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่ทั้งสอง ยุนกินั่งลงตรงข้ามกับเพื่อนตัวเองและยูรีที่ตามมานั่งข้างๆยุนกิด้วยสีหน้าเบื่อโลกอย่างปิดไม่มิด


“เพื่อนฉัน”


ยุนกิพูดขึ้นเสียงเรียบนิ่งและพยักเพยินหน้าไปทางชายหนุ่มรูปหล่อทั้งสองคนฝั่งตรงข้าม ยูรีรู้อยู่แล้วจึงไม่ตอบอะไร ในขณะที่ซอกจินกำลังยกยิ้มกรุ่มกริ่มตั้งแต่เธอเดินเข้ามา


“ก็คุ้นหน้าอยู่หรอกตอนสมัยเรียน”


ถึงยุนกิจะไม่แนะนำหญิงสาวตัวเล็กแต่ซอกจินก็จงใจตอบออกไป เพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่ายูรีเป็นใคร และกำลังจะเป็นอะไรกับเพื่อนจอมเย็นชา


“อะ”


จู่ๆยุนกิก็หยิบบางอย่างออกมาจากถุงกระดาษที่ถือออกมาจากรถยนต์ มือหนายื่นให้คนตรงข้ามทั้งสองก่อนที่ซอกจินและโฮซอกจะรับไว้


“น้ำตาจะไหล เพื่อนกูจะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วว่ะ”


โฮซอกพูดขึ้นพลางเปิดการ์ดแต่งงานที่ด้านหน้าสลักชื่อคังยูรีและมินยุนกิเอาไว้ด้วยตัวอักษรสีน้ำตาล เหตุการณ์ตรงหน้าส่งผลให้ยูรีเบิกตากว้าง จ้องมองของในมือซอกจินและโฮซอกด้วยสีหน้าบึ้งตึงอีกครั้ง ตวัดสายตามองคนข้างกายที่นั่งกอดอกนิ่งๆ มองเพื่อนทั้งสองพลิกหน้าพลิกหลังดูการ์ดแต่งงานที่เขาออกแบบเองด้วยสายตาพึงพอใจ


เธออยากจะบ้าตาย...มินยุนกิจะแต่งกับเธอให้ได้เลยหรือไงนะ!


“การ์ดสวยดีว่ะ ว่าแต่มีไนท์ปาร์ตี้ปะ?”


“ไม่มี กูจะรีบเข้าห้องหอ”


“เบาหน่อยเพื่อน เจ้าสาวมึงหน้าแดงหมดแล้ว”


ซอกจินยกยิ้มพลางมองยูรีที่นั่งเงียบอยู่นาน เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีแดงตั้งแต่ตอนไหน รู้แค่ว่าโกรธยุนกิจนหัวร้อนไปหมด


“เป็นอะไร?”


น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นทำให้ยูรีหันมองคนข้างกายที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวรีบหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจไปทางอื่น


อยากจะด่า อาละวาดคนเอาแต่ใจ แต่ยูรีไม่ทำเพราะเห็นแก่เพื่อนของอีกฝ่ายทั้งสองคนที่นั่งอยู่


“ถาม ทำไมไม่ตอบ?”


“เปล่า”


“หิวหรือยัง”


“ไม่”


“จะไม่ได้ไง ยังไม่กินอะไรตั้งแต่เช้า”


“...”


“พวกมึงสั่งอาหารยัง?”


“ยังว่ะ กะจะรอมึงเนี่ย”


“งั้นเอาเมนูมาดิ้”


ยุนกิหันไปบอกเพื่อนทั้งสอง ส่งผลให้ซอกจินรีบหยิบเมนูเล่มใหญ่ให้เพื่อนตัวเองเพราะสายตานิ่งๆของยุนกิช่างน่ากลัวไม่เคยเปลี่ยนแปลง


ดูก็รู้ว่ามันไม่ได้หิวเองหรอก กลัวว่าที่เมียของมันจะหิวต่างหาก


ทั้งสามสั่งอาหารมากมายหลังจากที่บริกรชายทยอยเดินมาเสริฟ ยูรีเพียงนั่งนิ่งๆฟังยุนกิพูดชื่อเมนูเธอก็แทบจะไม่ต้องทำอะไร


เพราะแต่ละเมนูที่เขาสั่งไป ยูรีชอบกินมันทั้งหมด


หญิงสาวนั่งมองซอกจินและโฮซอกทานอาหารกันอย่างหิวโหยรวดเร็วตามสไตล์ผู้ชาย เธอยังไม่เอื้อมหยิบอะไรเพียงแค่นั่งมองนิ่งๆ


“...”


แต่จู่ๆไก่ผัดซ็อสหลายชิ้นก็ถูกหยิบมาวางในจานของยูรีโดยฝีมือร่างสูงข้างกาย เธอปรายสายตามองเขาแต่ไม่พูดอะไร และไม่นานเนื้อย่างอีกมากมายถูกตักใส่จานของยูรีจนล้นไปหมด ซอกจินและโฮซอกต่างมองการกระทำของเพื่อนตัวเองที่แปลกประหลาด พวกเขารู้จักยุนกิมานานไม่เคยเห็นอีกฝ่ายทำอะไรแบบนี้ให้ใคร


ก็เพราะไม่เคยทำให้ใคร ครั้งแรกก็ตักจนพูนจานแบบนี้ไงล่ะ


“พ...พอแล้ว คุณตักประชดฉันหรือไง”


ยุนกิไม่ตอบอะไร เขามองอาหารในจานเธอและกระแอมในลำคอเบาๆอย่างแก้เก้อ ตวัดสายตาดุดันมองเพื่อนทั้งสองที่หลุดเสียงหัวเราะออกมา


“เธอชอบกิน”


“ม...ไม่ได้ชอบสักหน่อย”


ยูรีพูดเสียงเบา หลบสายตาคนนิสัยไม่ดีมองอาหารล้นจานของตัวเองและตักกินเงียบๆในที่สุด เพราะกลิ่นหอมๆของมันทำให้เธอยอมกินอาหารร่วมโต๊ะกับเขาหนึ่งวันก็แล้วกัน


โต๊ะอาหารไร้บทสนทนา ทุกคนทานมื้อเที่ยงกันไปเรื่อยๆมีแต่โฮซอกที่คอยสังเกตโดยการเหลือบสายตามองมินยุนกิเป็นระยะ ทำให้เขารู้ว่าเพื่อนตัวเองลอบมองคนตัวเล็กเจ้าของใบหน้าหวานแทบจะตลอดเวลา เข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนจอมเย็นชาถึงหลงนักหลงหนา อยากแต่งงานกับเขาจนตัวสั่นก็พึ่งเข้าใจก็วันนี้ ยูรีน่ารักไม่เบา จะตอนกินหรือตอนทำหน้านิ่งๆก็มีเสน่ห์ ยิ่งเวลาโกรธยิ่งดึงดูดสายตาชายฉกรรจ์แบบพวกเขา และจังหวะที่หญิงสาวหน้าแดงเมื่อครู่มินยุนกิแทบจะหยิบจานบนโต๊ะขึ้นมาบังไม่ให้ใครมอง นัยน์ตาสีดำสนิทแฝงความดุดันเอาไว้เป็นเอกลักษณ์ ถึงจะดูแข็งกระด้างเย็นชา แต่สายตาคู่นั้นไม่สามารถปกติบางอย่างได้ ซึ่งโฮซอกรู้ดีว่ามันคืออะไร


และเขาก็รู้ดีอีกด้วยว่ายุนกิจริงจังมากแค่ไหน...ต่างจากยูรีที่ไม่มีสิ่งเหล่านั้นออกมาจากแววตาเลยสักวินาทีเดียว

 

 









หลังจากที่รับประทานมื้อเที่ยงเสร็จถึงแม้ว่าจุดประสงค์ในการมาในครั้งนี้คือมินยุนกิตั้งใจจะมาแจกการ์ดแต่งงานให้เพื่อนสนิททั้งสองก็ตาม ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีโดยที่คนตัวเล็กไม่กระทำอะไรที่เป็นการหักหน้ายุนกิต่อหน้าเพื่อนเลยสักอย่าง ยูรีนั่งเงียบๆปล่อยให้ชายหนุ่มพูดถึงวันงานแต่งกับเพื่อนทั้งสองไม่ยอมหยุดปาก ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นกับวันนั้นมากๆซึ่งต่างจากเธออย่างสิ้นเชิง


จนถึงตอนนี้ยูรีก็ไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำว่าเธอต้องแต่งงานกับยุนกิจริงๆ


หญิงสาวพยายามหาทางออกไปจากจุดนี้แต่มันช่างยากลำบากเพราะคำว่าเงินเพียงคำเดียว ถ้าเธอตัดสินใจหนีไปอีกครั้งก็จะกลายเป็นว่าต้องทิ้งพ่อให้เผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายเหล่านั้นเพียงลำพัง ยูรีทำไม่ลง...ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีใครเห็นใจเธอเลยก็ตามที จึงจำใจทำตามคนเจ้าบงการเหมือนหุ่นเชิด ยุนกิทำอะไรได้มากกว่าที่ยูรีคิด หลายๆอย่างที่ผ่านมาทำให้เธอรู้ว่าการที่ไม่ดื้อและทำตามใจอีกฝ่ายเป็นการดีที่สุด


เพราะยุนกิจะทำเป็นเหมือนใจดีด้วย แต่ยูรีก็คิดว่าเป็นการเสแสร้งทั้งสิ้น


เขาถามความเห็นของเธอก่อนทุกครั้งที่จะทำอะไร แต่เมื่อได้รับคำตอบว่าไม่ อีกฝ่ายก็จะลงมือทำตามใจตัวเองทันทีโดยที่ยูรีก็ไม่เข้าใจว่าจะถามเธอทำไมทั้งๆที่ทุกอย่างก็ถูกจัดการมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


ทั้งเรื่องแหวน เรื่องชุด และเรื่องการ์ด


จนยูรีเหนื่อยที่จะต่อต้าน แต่ไม่ว่ายังไงเธอจะไม่ทนอยู่แบบนี้นานๆแน่นอน


ถึงจะต้องแต่งจริงๆ ยูรีสัญญากับตัวเองเลยว่าจะเป็นภรรยาที่แย่ที่สุด เอาให้ยุนกิลืมไม่ลงในวันที่ต้องหย่า


รถยนต์คันหรูจอดในลานจอดรถของบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านย่านคนรวยและบ้านหลังนี้ที่มีขนาดรองๆคฤหาสน์ไม่คุ้นตาคังยูรี ยุนกิปลดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะหันมองคนข้างกายที่นั่งนิ่งไม่พูดจาตั้งแต่ออกมาจากร้านอาหาร


“ลง”


“คุณลงไปเถอะ ฉันรอในรถ”


ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าจะเข้ามาเอาเอกสารสำคัญในบ้านเพราะยุนกิต้องแวะเข้าบริษัทหลังได้รับสายเลขาส่วนตัวว่ามีงานด่วนที่รอการอนุมัติจากเขาเพียงคนเดียว ยุนกิบอกว่าจะแวะส่งยูรีที่บ้านของเธอก่อนเข้าบริษัท และขอแวะบ้านของเขาก่อนเพื่อเอาเอกสารสำคัญที่จะต้องใช้ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้เถียงอะไรเพราะยังไงเธอก็จะได้กลับบ้านในอีกไม่นาน


“จะอยู่ในรถทำไม นี่ก็บ้านของเธอ”


“...”


“แต่งเสร็จย้ายมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่คิดว่าแยกกันอยู่หรอกนะ?”


ยุนกิเริ่มไม่พอใจออกทางสายตา เพราะยูรีทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูด


“ก็ต้องแยกกันอยู่สิ ทำไมฉันต้องมาอยู่กับคุณด้วย”


ยูรีตอบออกไปเสียงดังเพราะเธอคิดแบบนี้มาตลอด


“ผัวเมียที่ไหนแยกกันอยู่?”


“ก็คนที่ไม่เต็มใจแต่งแบบฉันยังไงล่ะ”


ยุนกิขบกรามแน่น คิดในใจว่าอีกฝ่ายทำตัวน่ารักได้ไม่นานก็เถียงคอเป็นเอ็นเหมือนเดิม ร่างสูงเอื้อมไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้ยูรีก่อนจะลงจากรถและเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งของเธอทันที


“ลงมา”


“ไม่!


มือหนาจับข้อมือยูรีก่อนจะออกแรงดึงจนร่างบางปลิวออกมายืนข้างนอกได้สำเร็จ ยูรีโกรธจนหน้าหงิกงอ เงยมองบ้านหลังใหญ่ตรงหน้าที่เงียบสงัดคล้ายกับไม่มีใครอยู่ข้างใน


“ปล่อย!


“ดื้อจังวะ จะยั่วโมโหให้ได้?”


เขาดึงข้อมือยูรีจนหญิงสาวเซเข้าไปใกล้ ทั้งคู่จ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งจมูกเล็กแดงก่ำและริมฝีปากสีชมพูที่สั่นระริกเหมือนคนกลั้นน้ำตาเอาไว้


จนรู้ตัวว่าตัวเองบีบข้อมือของเธอแรงเกินไป แรงจนเนื้อขาวนวลแดงเป็นจ้ำเมื่อปล่อยมือออกมา


“เอามาดู”


“ไม่ต้องมายุ่ง!


เสียงหวานสั่นเครือแต่ยังแฝงความดื้อรั้นไม่เปลี่ยน ยุนกิจับข้อมือเล็กๆของอีกฝ่ายมาดูใกล้ๆและถือโอกาสดันร่างของเธอจนแผ่นหลังยูรีพิงกับรถยนต์ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่คร่อมทับกักลำตัวไม่ให้หนีไปไหน


นัยน์ตาคู่คมไม่สนใจสิ่งที่มือตัวเองถืออยู่เลยสักนิด


“ถ้าไม่มัวแต่ดื้อก็ไม่เจ็บตัว”


“ล...หลบออกไป”


เขาจ้องหน้าของยูรีโดยที่มือยังลูบเบาๆบนข้อมือเล็กทิ้งรอยแดง ตวัดสายตามองมันและมองเจ้าของมันอย่างหลงใหล


เขาไม่เก็บอาการแต่อยากใด...ความต้องการบางอย่างชัดในแววตาจนยูรีรู้สึกไม่ปลอดเมื่ออยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ


“ฉันสั่งอะไรก็เชื่อฟัง บอกแล้วไงจะใจดีด้วย”


“จำเป็นเหรอ?”


“หรือไม่จำเป็นล่ะ?”


“...”


“ตราบใดที่เราจะมีพันธะต่อกันแบบนี้ เธอหนีฉันไปไหนไม่พ้น”


“สักวันก็ต้องพ้น”


“...”


“และฉันจะไม่หนี จะอยู่วนเวียนในชีวิตของคุณ...โดยที่คุณไม่สามารถแตะต้องฉันได้อีกต่อไป”


“...”


“แต่งได้ก็หย่าได้ ฉันไม่ได้รักคุณ วันหนึ่งฉันต้องมีชีวิตของฉัน มีครอบครัวของฉัน—”


ยูรียังไม่ทันพูดจบก็ถูกวงแขนแข็งแรงตวัดรอบเอวจนร่างกายแนบชิดกับแผงอกแกร่ง นัยน์ตายุนกิวูบไหวและฉายความน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ริมฝีปากติดคล้ำนิดๆสั่นระริกยามที่ได้ยินอีกฝ่ายขู่กลับมา


“อย่าพูดแบบนี้”


ยูรีไม่ตอบ เธอยอมรับว่ากลัวเขามากๆเพราะเมื่อไรที่ยุนกิไม่พอใจหรือเริ่มไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ อีกฝ่ายจะแปลงร่างเป็นมินยุนกิอีกคนและกระทำกับเธอเหมือนไม่มีหัวใจ


เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ไร้ความรู้สึก...


“บ้านนี้ ชีวิตของฉันตอนนี้ ฉันสร้างมันเพื่อเธอ”


“...”


“นานแค่ไหนรู้บ้างมั้ย?”


“...”


“อย่าพูดว่าจะไปไหนอีก”


ยูรีพยายามไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ เธอพยายามอย่างหนักที่จะไม่ตกใจกับคำพูดมีนัยยะของเขา ถึงแม้ว่าสายตาคนพูดจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดก็เถอะ...


เจ็บปวด...แต่ก็ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเธอที่เจ็บมาตลอด


แกรก...


ยูรีผลักยุนกิให้ไกลออกไปเพราะได้ยินเสียงเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ เธอหันมองไปยังประตูทางเข้าก็พบร่างสวยของใครบางคนที่มาคุ้นหน้าเดินตรงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหวานประดับอย่างนอบน้อม


“คุณยุนกิคะ ฉันไม่ทราบว่าคุณมีแขก”


ในมือของหญิงสาวที่มาใหม่ถือกระเป๋าใบโต ในนั้นมีแฟ้มเอกสารหลายอัน


“ผมจะเข้าบริษัทอยู่พอดี ความจริงคุณไม่ต้องลำบากก็ได้”


ยุนกิยกมือลูบหน้าตัวเองอย่างคนประหม่าเพราะพยายามปรับอารมณ์ที่ค้างเติ่งเมื่อครู่ให้กลับมาเป็นปกติ


“ฉันต้องขอโทษจริงๆนะคะ วันนี้คุณยุนกิลาแท้ๆแต่ดันมีงานด่วน ฉันเลยเอามาให้คุณที่บ้าน”


“...”


“...”


“เหมือนที่เคยมาอยู่บ่อยๆ”


ลีจองฮวาพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ส่งผลให้ยูรีเบือนสายตาไปทางอื่นเพราะไม่อยากอยู่ในบทสนทนาของทั้งสอง ยูรีอยากกลับบ้าน...ก่อนจะปรายสายตามองร่างสูงที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว








[70%]







ยุนกิไม่ตอบอะไร เขาเดินไปเปิดประตูรถยนต์ฝั่งคนขับและโน้มลำตัวเข้าไปหยิบอะไรบางอย่างออกมา หญิงสาวทั้งสองยืนมองการกระทำของชายหนุ่มเพียงคนเดียวก่อนที่มินยุนกิจะยืนตัวตรงและหันไปยื่นบางอย่างให้เลขาสาวทันที


มันคือการ์ดแต่งงาน ที่เขามีมันไว้ทุกที่ไม่เว้นแต่ในรถ


“เจอคุณก็ดีแล้ว ถือว่าตอนนี้นอกเวลางานก็แล้วกัน”


จองฮวารับการ์ดใบสวยจากมือหนาด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะประเมินของในมือเพียงครู่เดียวเท่านั้นและเงยหน้ามองเจ้านายตนเองด้วยรอยยิ้มกว้าง


“กับเธอคนนี้เหรอคะ?”


ยูรีรู้ตัวว่าถูกเอ่ยถึงจึงหันมองจองฮวาและอีกฝ่ายก็จ้องมองเธออยู่เช่นกัน รอยยิ้มสวยของเลขายุนกิทำให้ยูรีจำใจปั้นหน้าปกติส่งไปให้


“ใช่ คังยูรีว่าที่เจ้าสาวของผม”


“ฉันลีจองฮวานะคะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณยูรี”


 จองฮวาโน้มศีรษะลงเล็กน้อยพร้อมกับน้ำเสียงเป็นมิตร ส่งผลให้ยูรีโน้มศีรษะลงเช่นกันแต่เธอก็ไม่พูดอะไรเพื่อเป็นการแนะนำตัวอย่างที่อีกฝ่ายทำ


“ยินดีด้วยนะคะคุณยุนกิ ต่อไปนี้ก็จะไม่เหงาแล้ว”


จองฮวาพูดพร้อมกับหัวเราะน้อยๆ ยุนกิยิ้มพร้อมกับพยักหน้าก่อนจะหันมองว่าที่เจ้าสาวตัวเองที่ปรายสายตามองไปทางอื่นแทบจะตลอดเวลา


“ขอบคุณครับ”


“เอ่อคุณยุนกิคะ คุณมีธุระต่อหรือเปล่าคะ พอดีไหนๆก็มาแล้วฉันอยากจะปรึกษาเรื่องเคสด่วนนี้ด้วยน่ะค่ะ ค่อนข้างจะงานหินไม่น้อย”


“อืม งั้นก็ได้ เข้าไปในบ้านกันเถอะ”


ยุนกิมองกระเป๋าแฟ้มในมือจองฮวาก็คิดขึ้นได้ว่าเคสด่วนที่กำลังมีปัญหาต้องหาทางแก้ให้ทันท่วงที ถึงไม่คุยกันที่นี่เขาก็ต้องเข้าบริษัทอยู่ดี


“จะไปไหน?”


จู่ๆยุนกิพูดขึ้นในขณะที่จองฮวากำลังเดินเข้าไปในบ้านก็ต้องหยุดชะงัก หันมองเสียงของเจ้านายที่คุยกับหญิงสาวอีกคนด้วยสีหน้านิ่งๆ


ยูรีหันมองเจ้าของบ้านด้วยสายตาเฉยชาพลางเอ่ยออกไป


“กลับบ้าน”


“ฉันขอคุยงานแป๊บเดียว แล้วจะไปส่ง”


“ไม่ต้อง คุณไปทำธุระเถอะ ฉันกลับเองได้”


“ไม่ให้กลับ”


“อะไรของคุณเนี่ย!


ยูรียื้อแรงเอาไว้เพราะร่างสูงเดินเอาโอบเอวของเธอก่อนจะดึงเข้าแนบลำตัว ฝ่ามือหยาบบีบเค้นสะโพกจนเธอถลึงตาใส่เขาสลับกับมองใครอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล


จองฮวาจ้องมองกลับไป...สายตาเต็มไปด้วยความนิ่งงันก่อนจะค่อยๆวาดรอยยิ้มออกมา


ยูรีเลิกลั่กทางสายตาเพราะไม่ชอบให้ยุนกิทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น เธอดึงมือหนาของเขาออกแต่ปรากฏว่ามันเหนียวแน่นยิ่งกว่ามือปลาหมึก ละสายตาจากจองฮวามองคนข้างกายที่จู่ๆก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้


“ระหว่างที่ฉันคุยงานทำของว่างให้กินหน่อย”


“ไม่ทำ”


“ต่อต้านมันทุกเรื่อง”


“ก็คุณบังคับฉัน”


ทั้งคู่คุยกันเสียงเบา ท่าทางไม่เหมือนคู่รักทำให้จองฮวามองด้วยความสงสัยไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที


“เอ่อ...ถ้าวันนี้คุณยุนกิไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะคะ”


“งั้นไว้พรุ่งนี้ผมจะเข้าบริษัทแต่เช้า ขอโทษคุณด้วย ผมต้องไปส่งแฟน”


พรึบ!


ยูรีเงยหน้ามองยุนกิทันทีที่เขาบอกว่าเธอเป็นแฟน


ให้ตายเถอะ มินยุนกิคนที่คิดไปเองที่หนึ่ง!


“ฉันขอตัวกลับนะคะ”


“ม...ไม่ต้องค่ะ พวกคุณเข้าไปคุยงานกันเถอะ เดี๋ยวฉันทำของว่างให้”


ยูรีกัดฟันพูดออกมาเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่ายุนกิไม่มีทางไปส่งเธอที่บ้านทันทีหลังจากนี้แน่นอน คนนิสัยไม่ดีต้องหาทางทำให้เธอเข้าบ้านไปกับเขา แทนที่จะมีคนอยู่ด้วยกลายเป็นว่าต้องอยู่กันเพียงลำพังสองต่อสอง


คนเจ้าเล่ห์แบบมินยุนกิน่ะ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว


“เอางั้นเหรอ?”


“อืม”


ยูรีผลักมือของเขาออกจากสะโพกและเดินจ้ำอ้าวเข้าบ้านราวกับเป็นบ้านของตัวเอง นัยน์ตาคู่คมมองคนตัวเล็กที่ทั้งดื้อและเอาแต่ใจ ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะผุดออกมาเมื่อคิดว่าวันนี้อีกฝ่ายทำตัวน่ารักกับเขาหลายอย่าง แบบนี้ต้องให้รางวัลโดยเลื่อนวันแต่งงานให้เร็วขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่านะ?


แต่ไม่ได้สิ...พิมพ์การ์ดออกไปแล้วจะเลื่อนวันอีกได้ยังไง


“คุณยุนกิ คิดอะไรอยู่คะ ยิ้มซะตาปิดเชียว”


จองฮวาเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มหยอกล้อผู้เป็นเจ้านายส่งผลให้มินยุนกิกระแอมในลำคออย่างแก้เก้อ เขาส่ายหน้าเบาๆก่อนจะก้าวขาเดินเข้าบ้านพร้อมกับเลขาสาว


“วันมะรืนแล้ว...แบบนี้เรียกว่าแต่งสายฟ้าแลบหรือเปล่าคะ”


น้ำเสียงหยอกเย้าของจองฮวาถามขึ้น ยุนกิหันมองจองฮวาแวบเดียวก่อนจะกวาดสายตามองแผ่นหลังบางของยูรีที่เดินเขาไปในโซนห้องครัว เขากับจองฮวานั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นตรงข้ามกัน ในขณะที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารต่างๆขึ้นมาวางบนโต๊ะกระจกตรงหน้า


“ก็ไม่เชิง ความจริงแล้วผมเตรียมการมานาน”


“...”


“ถ้าคุณรู้ว่ามันนานขนาดไหน คุณคงคิดว่าผมบ้าแน่ๆ”


จองฮวาหัวเราะเบาๆกับคำพูดติดตลกของเจ้านาย ลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววเย็นชาเมื่อสายตาดุคมเลื่อนอ่านเอกสารในมือ


ท่วงท่าแบบนี้...เธอเห็นมันมานานแต่ไม่เคยชินสักที




 

 

ภายในห้องครัวกว้างมีเฟอร์นิเจอร์และของใช้ต่างๆเอื้ออำนวยอย่างครบครัน คนตัวเล็กยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เย็นสูงตรงหน้าที่ข้างในมีของสดเพียงไม่กี่อย่างแต่ไม่มีอะไรที่สามารถเอามาทำเป็นของว่างได้เลย เธอกรอกสายตาไปมาเพื่อคิดว่าเขาอยากทานอะไรในเวลาแบบนี้ มือบางปิดตู้เย็นพร้อมกับขวดน้ำผลไม้ในมือ ตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวพลางเอื้อมหยิบแก้วมาสองใบและจัดการรินน้ำผลไม้ลงในแก้วอย่างเสร็จสรรพ คิดในใจว่ามินยุนกิพึ่งจะทานอาหารเที่ยงมาคงยังไม่หิวสักเท่าไร แต่ทว่าอีกคนยูรีไม่แน่ใจนัก


คิดไปคิดมาก็ต้องส่ายหน้าเพื่อไล่ความคิดที่ซับซ้อนของตัวเองออกไป เพราะไม่ว่าเขาจะอยากทานอะไรหรือไม่อยากทานอะไรมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ ยูรีมาที่นี่เพราะถูกบังคับและสถานการณ์พาไปก็เท่านั้น ถึงแม้ว่าเธออยากกลับบ้านมากแค่ไหนแต่อีกฝ่ายไม่อนุญาตเธอก็ทำอะไรไม่ได้


ร่างบางเก็บขวดน้ำผลไม้ไว้ในตู้เย็นที่เดิมก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีใครบางคนยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว ท่ามกลางความเงียบยูรีไม่รู้เลยว่าจองฮวาเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร หญิงสาวทั้งสองสบตากันก่อนที่จองฮวาจะเป็นฝ่ายส่งยิ้มให้และเดินเข้าไปใกล้ว่าที่ภรรยาของเจ้านายตัวเอง


“มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยคะ”


จองฮวากวาดสายตามองแก้วน้ำผลไม้สองแก้วที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว ยูรีส่ายหน้าเบาๆและส่งยิ้มตอบกลับไป


“ไม่ค่ะ ฉันกำลังจะเอาออกไปให้พอดี”


ยูรีทำท่าจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วทั้งสองใบแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคของอีกฝ่าย


“ปกติคุณยุนกิไม่ทานน้ำผลไม้หรอกนะคะ”


“...”


“คุณยุนกิชอบทานกาแฟมากกว่า”


ยูรีวางแก้วไว้ที่เดิม เธอหันไปสบตากับจองฮวาที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายผิดกับที่คุยกันตอนแรก ตอนที่มียุนกิอยู่ด้วย


“คุณยูรีเป็นแฟนนี่นา แต่ไม่รู้จริงๆเหรอคะ?”


“...”


“ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณยุนกิ สงสัยอะไรถามฉันได้นะ”


รอยยิ้มถูกส่งออกมาพร้อมกับประโยคหวังดีแต่แฝงไปด้วยบางอย่างที่ยูรีคิดว่าเธอเองไม่ชอบคนนี้


แน่นอนว่าผู้หญิงส่วนมากมีเซ้นส์ว่าใครคิดดีหรือคิดร้ายกับตน...และเซ้นส์ของยูรีกำลังทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม


“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ”


“...”


“เพราะแต่งงานกัน อยู่ด้วยกัน คงรู้ทุกอย่างของกันและกันไปเอง ขอบคุณที่คุณจองฮวาหวังดีกับฉันนะคะ”


ยูรีพูดเสียงนิ่งก่อนจะหันไปหยิบแก้วน้ำผลไม้ทั้งสองแก้วมาไว้ในมือและเดินออกจากห้องครัวไป ทิ้งให้คนข้างหลังยืนอยู่กับที่จ้องมองยูรีเดินหายไปจนลับสายตาในที่สุด

 

 




แก้วที่บรรจุด้วยน้ำผลไม้ตั้งลงตรงหน้าชายหนุ่มเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเงยหน้ามองยูรีพอดี เธอสบตากับสายตาคู่คมเพียงแวบเดียวก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนีแต่ทว่าฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาจับข้อมือของเธอไว้ซะก่อน


“นั่งสิ”


ยุนกิพูดขึ้น กระตุกข้อมือจนร่างบางนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันกับเขา ยุนกิจงใจขยับร่างกายชิดติดกับคนตัวเล็กโดยที่สายตายังไม่หยุดจับจ้องใบหน้าน่ารักที่ฉายความไม่พอใจบางอย่างเอาไว้


ยุนกิไม่รู้ว่ายูรีเป็นอะไร จู่ๆถึงหน้าบึ้งตึง


ยังไม่ทันได้อ้าปากถามคนข้างกาย ร่างสวยของเลขาสาวก็เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับแก้วกาแฟร้อนในมือและขนมคุกกี้ซึ่งเป็นอาหารว่างประจำที่ยุนกิชื่นชอบมาตลอดเวลาที่เขาทำงาน จองฮวาวางถาดใบเล็กลงบนโต๊ะใกล้กับแก้วน้ำผลไม้ที่ยูรีเอามาให้


ชายหนุ่มมองสองสิ่งสลับกันไปโดยที่ยังไม่เลือกหยิบอะไรขึ้นมาดื่ม


“ของว่างค่ะ”


จองฮวาพูดพร้อมรอยยิ้ม เธอนั่งลงบนโซฟาตัวตรงข้ามกับทั้งสอง แน่นอนว่ายูรีจ้องหน้าจองฮวาตลอดเวลา คนตัวเล็กกรอกสายตาอย่างนึกหงุดหงิดกับการกระทำของเลขาคนนี้


“ขอบคุณครับ มาต่อเรื่องงานกันเลยดีกว่า”


สุ้มเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาอ่านอีกครั้งเช่นเดียวกับจองฮวา ส่งผลให้ยูรีนั่งขมวดคิ้วอยู่ข้างๆและเบือนสายตามองไปทางอื่น อึดอัดกับสถานการณ์แบบนี้ชะมัด ยูรีมั่นใจล้านเปอร์เซ็นว่าเลขาหน้าสวยคนนี้ต้องชอบเจ้านายตัวเองถึงได้พูดจาเขม่นใส่เธออย่างเมื่อครู่


ใครจะชอบใครยูรีไม่สน เธอแค่ไม่อยากอยู่ตรงนี้ก็เท่านั้นเอง


เวลาผ่านไปสักพักที่ยูรีนั่งฟังทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องงานโดยที่เธอฟังไม่รู้เรื่องเลยสักอย่าง นึกหงุดหงิดตัวเองที่เรียนจบมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีแม้แต่ประสบการณ์ในด้านการทำงานเลยสักนิด ผิดกับลีจองฮวาที่ดูเก่งและสุขุมเวลาลงมือทำงาน เหมาะสมกับยุนกิมากกว่าเธอเป็นไหนๆ


ทำไมกันนะ...อีกฝ่ายถึงดั่งด้นที่จะแต่งงานกับเธอให้ได้ ทั้งๆที่ยูรีไม่มีอะไรเหมาะสมกับเขาเลยสักนิด


“เป็นอะไร”


ได้สติเมื่อเสียงของยุนกิเอ่ยขึ้น ยูรีพึ่งจะรู้ตัวว่าคิ้วของเธอขมวดแน่นกำลังกัดริมฝีปากของตัวเองจนเจ็บแสบไปหมด เธอมองหน้าเขาที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ส่ายหน้าเบาๆและหยิบมือถือขึ้นมาเล่นทำเหมือนว่าไม่ได้คิดอะไร


ผิดกับสายตา...ที่เอาแต่จ้องมองของบนโต๊ะเพราะจนถึงตอนนี้ยุนกิก็ยังไม่หยิบแก้วไหนขึ้นมาดื่มเลย


ยูรีไถมือถือไปเรื่อยๆจนกระทั่งยุนกิและจองฮวาหยุดคุยเรื่องงานและถึงเวลาผ่อนคลายของทั้งสอง มือหนาวางแฟ้มเอกสารลงบนที่ว่างข้างกายก่อนจะเอื้อมหยิบแก้วใบหนึ่งขึ้นมาจรดบนริมฝีปาก


แก้วกาแฟร้อน...ที่ไม่ใช่แก้วน้ำผลไม้ของยูรี


คนตัวเล็กคิดแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ในเมื่อเขาชอบทานกาแฟ คงไม่มีทางที่จะสนใจน้ำผลไม้ของเธอ


ดวงตากลมสบเข้ากับคนตรงข้ามที่มองอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าสวยของจองฮวานิ่งงันผิดกับสายตาคู่เฉี่ยว ส่งผลให้ยูรีเบือนสายตาไปทางอื่นทันที


“ฉันจะกลับบ้าน”


น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น มินยุนกิวางแก้วกาแฟลงหลังจากดื่มไปมากพอสมควร เขาพยักหน้าก่อนจะหันมองจองฮวาด้วยสายตาเรียบนิ่ง


“คุณกลับได้แล้วล่ะ วันนี้ขอบคุณมาก ไว้ผมจะคิดเป็นโอทีนอกสถานที่ให้”


“ไม่เป็นไรค่ะ ได้ช่วยคุณยุนกิฉันก็ยินดี”


จองฮวาลุกขึ้นพร้อมกับกระเป๋าสะพายและกระเป๋าแฟ้มเอกสารเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ เหลือเพียงว่าที่สามีภรรยาที่จะแต่งงานกันในอีกสองวันข้างหน้า คังยูรีลุกขึ้นยืนทันทีและเดินนำไปยังหน้าประตูบ้านแต่คนด้านหลังคว้าต้นแขนเอาไว้ซะก่อน


“จะรีบไปไหน ไม่อยากอยู่กับฉันขนาดนั้น?”


“ใช่”


เธอตอบเสียงแข็ง ตวัดสายตาไปทางอื่นและใช้อีกมือดันฝ่ามือใหญ่ของเขาไม่ที่ยอมปล่อยแขนของเธอ


“อยากไปดูข้างบนมั้ย”


“ไม่”


“เป็นอะไร?”


เขาเห็นสีหน้าหงุดหงิดของอีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น ถึงแม้ว่าปกติแล้วยูรีจะไม่เคยพูดดีๆกับเขาก็เถอะ แต่ครั้งนี้คนตัวเล็กดูเหวี่ยงมากผิดปกติ


“เลิกถามแล้วไปส่งฉันกลับบ้านสักที ถ้าคุณไม่อยากไปส่งฉันจะกลับเอง”


“ก็บอกว่าจะไปส่ง”


“แล้วคุณจะลีลาทำไม!


“อยากอยู่ด้วยต่างหาก”


น้ำเสียงดุดันเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าหวานไม่ละไปไหน ประโยคชวนให้เขินไม่น้อยแต่เห็นสีหน้าและน้ำเสียงคนพูดก็เขินไม่ลง


“ปล่อยแขน”


ยูรีสะบัดแขนออกและคว่ำริมฝีปากอย่างคนหงุดหงิด เธอมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากมองหน้าเขา ผิดกับยุนกิที่เอาแต่จ้องหญิงสาวถ้ากินได้คงกินไปทั้งตัวแล้ว ไม่รอให้คนฉวยโอกาสมองนานกว่านี้ เธอหมุนตัวเดินเร็วๆออกจากบ้านและไปยืนอยู่ข้างรถยนต์ของยุนกิจนเจ้าของรถเดินตามออกมา


ชายหนุ่มปลดล็อครถยนต์และคนตัวเล็กก็ขึ้นไปนั่งรอที่ข้างคนขับทันทีบ่งบอกว่าอยากกลับบ้านมากแค่ไหน ส่งผลให้ชายหนุ่มผุดยิ้มอย่างนึกขำ ตามเข้าไปนั่งประจำที่คนขับและออกรถด้วยความเร็วไม่มากนัก


รถยนต์คันหรูขับออกไปตามเส้นทางกลับบ้านของเธอ หญิงสาวนั่งเงียบมาตลอดทาง และเช่นเดิมที่ยุนกิลอบมองอีกฝ่ายเป็นระยะจนกระทั่งมาถึงหน้าประตูบ้านของยูรี เธอปลดเข็มขัดนิรภัยออกและทำท่าจะเปิดประตูแต่คนข้างกายคว้าเอวเอาไว้อย่างแรงจนยูรีหันไปหายุนกิอย่างช่วยไม่ได้


ฟอด!!


จมูกโด่งฝังลงมาที่แก้มนุ่มนิ่มในขณะที่เจ้าของแก้มยังไม่ทันตั้งตัว ยูรีเบิกตากว้างและวงแขนแกร่งของเขาที่กระชับรอบเอวของเธอแน่นขึ้น


“ไอ้บ้าคุณยุนกิ!


“เป็นอะไรไหนพูด?”


“ปล่อยฉันนะ คุณนั่นแหละโรคจิต!


“...”


“เอาหน้าออกไป ฉันไม่ชอบกลิ่นกาแฟ!


ในที่สุดก็หลุดปากออกมาจนได้ ยุนกิขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดของยูรี พลางคิดว่าล่าสุดเขาดื่มกาแฟมาจริงๆ แต่มันก็ไม่น่าจะเหม็นขนาดนั้นไม่ใช่หรือไง


“วันก่อนที่จูบ ฉันก็กินมา ทำไมไม่เห็นพูด”


“ตอนนี้ไม่ชอบแล้วไง—อื้อ! ม...ไม่ต้องมาจูบฉันเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องมาให้ฉันทำอะไรให้คุณกินอีก ฉันจะไม่ทำให้คุณกินอีกแล้ว!


ยูรีสะบัดใบหน้าหนีริมฝีปากร้ายที่จู่โจมลงมาไม่หยุด หนีพ้นบ้างไม่พ้นบ้างชายหนุ่มจึงได้กำไรไปเต็มๆ เขาผละใบหน้าออกเพราะประโยคตัดพ้อของคนตัวเล็ก ก่อนที่ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวสมอง


“งอนเหรอ”


“อะไร!


“ที่ไม่ได้กินน้ำผลไม้ของเธอ”


“มั่ว! ปล่อยนะจะเข้าบ้าน!


“ฉันติดกาแฟ ตอนนั้นหยิบมากินเพราะไม่ทันคิด”


“เรื่องของคุณ”


ใบหน้าน่ารักเชิดใส่กับดวงตากลมที่คลอน้ำใสๆจนชายหนุ่มอยากจะรังแกให้ร้องไห้ให้มันจบๆ เขาทนรอวันเข้าห้องหอแทบจะไม่ไหว แต่ไม่ทันได้จินตนาการไปไกลอีกฝ่ายก็ผลักเขาอย่างแรงและวิ่งหนีลงไปจากรถหายเข้าไปในบ้านซะแล้ว


มินยุนกิพ่นลมหายใจออกมา แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างยับยั้งชั่งใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาใครบางคน


“ซอกจิน เมียหึงกูว่ะ”


เขาพนิงพนักเบาะและเงยหน้ามองเพดานรถยนต์ด้วยหัวใจที่พองโต อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองว่ายูรีหึง แต่อีกฝ่ายอาจจะเกลียดก็ได้ มันมีเส้นบางๆกั้นเอาไว้ระหว่างคำว่าสนใจและคำว่ารำคาญจึงทำเป็นเหมือนสนใจ เขาแยกไม่ออกและไม่อยากแยก มั่นใจว่ายูรีหึงเขาแน่ๆ ใบหน้าหล่อจ้องมองเพดานรถพลางฟังปลายสายพูดรัวใส่แต่สติเขาไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัวเลยสักนิด ไม่คิดว่าการที่เขาจะไม่ทานน้ำผลไม้ที่เธอเอามาให้อีกฝ่ายจะคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้


แต่ก็ดี...เขาชอบให้ยูรีมีปฎิกิริยาตอบกลับออกมาบ้าง ไม่ใช่นิ่งเฉยอย่างครั้งที่ผ่านๆมา


“ต่อไปนี้กูจะกินน้ำผลไม้ของเมีย จะให้ยูรีเอามาให้ที่ทำงานทุกวันเลย มึงคิดว่าไง”


 








 

วันต่อมา


11.00 น.


หลังจากที่มินยุนกิตัดสินใจอย่างดีแล้วว่าของใช้ทั้งหมดของยูรีควรมาอยู่ในบ้านของเขาสักทีเพราะพรุ่งนี้คือวันแต่งงานที่ถูกเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วตามใจเจ้าบ่าวที่จัดการเองเสร็จสรรพทุกอย่าง งานแต่งที่ไม่ได้หวาหวือหรือใหญ่โตมากนัก สถานที่ในโบสถ์เรียบๆ มีเพียงแขกคนสนิทคือญาติทั้งสองฝั่งและเพื่อนๆของเจ้าบ่าวเท่านั้น ฝั่งครอบครัวของยูรีที่มีหนี้สินติดเอาไว้กับยุนกิทั้งหมดก็หลุดออกไปตามสัญญาในฉบับนั้นที่ให้เอาไว้ นอกเหนือจากนั้นยุนกิยังให้สินสอดมูลค่ามากมายมหาศาลที่เขาเสนอให้ครอบครัวฝั่งเจ้าสาวและพวกเขาก็ยินดีที่จะรับเอาไว้อย่างเต็มใจยกเว้นตัวเจ้าสาวเอง


จนกระทั่งตอนนี้คังยูรีก็ยังไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา แต่มินยุนกิก็ไม่สนเช่นเดิม เขายังยืนยันคำเดิมว่าจะทำทุกอย่างให้เธอมาอยู่กับเขา เป็นคนของเขาแค่คนเดียวอย่างที่คิดเอาไว้เสมอมา


ในบ้านหลังใหญ่เต็มไปด้วยลูกน้องชายหลายคนที่ขนของต่างๆขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ของพวกนั้นถูกเอามาจากในห้องของยูรีทั้งหมดซึ่งวันนี้ยุนกิได้ขอร้องให้อินฮาช่วยนัดยูรีออกไปข้างนอก เจ้าของมันไม่อยู่จึงกลายเป็นทางสะดวก


“เอาไปไว้ในห้องนอนฉัน”


สิ้นเสียงคำสั่ง ชายฉกรรจ์ทั้งสามยกกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่และของใช้ต่างๆที่ถูกเก็บใส่ลังไปไว้ในห้องนอนของมินยุนกิที่เปิดประตูอ้ากว้างด้วยฝีมือแม่บ้านอีกหลายคนที่จัดเตรียมที่ทางไว้ก่อนหน้านี้ ลูกน้องทุกคนต่างขมักเขม่นในการขนของตามคำสั่งของร่างสูงที่ยืนกอดอดมองนิ่งๆ ต่างจากสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ไม่นานก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเพราะได้ยินเสียงกระทืบเท้าตึงตังที่ดังอยู่ไม่ไกล เสียงนั้นใกล้เข้ามาก่อนจะเป็นไปตามคาด...


มาเร็วกว่าที่คิด


“หยุดนะ!! นั่นมันของของฉัน!!


ชายฉกรรจ์และหญิงแม่บ้านหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปเพราะนัยน์ตาของเจ้านายกำลังจ้องมองมา


“ฉันบอกให้หยุด!


คังยูรีตวาดกร้าว ส่งผลให้มินยุนกิยืนกอดอกมองการกระทำไม่น่ารักของว่าที่ภรรยาที่ตอนนี้กำลังวิ่งไปยื้อแย่งข้าวของในมือลูกน้องของเขาอย่างขาดสติ ใบหน้าหวานหงิกงอและสู้ไม่ถอย เขาไม่คิดว่าเธอจะตามมาที่นี่เร็วขนาดนี้


“หยุด แล้วออกไปให้หมด”


น้ำเสียงแข็งกร้าวเอ่ยขึ้น ลูกน้องมินยุนกิทั้งหญิงและชายต่างวางของในมือและเดินก้มหน้าออกไปจากห้องนอนแห่งนี้ทันที ทิ้งเพียงยูรีตวัดสายตาเกลียดชังมองเขากลับมา เธอหันไปยกกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองและตรงไปยังประตูทางออกแต่ถูกมือหนาแย่งกลับมาซะก่อน


“เอาของของคนอื่นไปโดยที่เจ้าของยังไม่อนุญาต ไม่มีใครเคยสั่งสอนคุณเหรอ?”


ยูรีปล่อยให้อีกฝ่ายแย่งกระเป๋าของเธอไปได้สำเร็จ ก่อนจะยืนจ้องตาเขม็งพ่นคำเจ็บแสบจนเขากระตุกยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาเธอที่มีสีหน้าตื่นตระหนก เท้าเล็กก้าวหนีเรื่อยๆจนแผ่นหลังแนบชิดกับกำแพงไร้ทางออก แขนแกร่งยกขึ้นยันผนักด้วยมือข้างเดียวและโน้มตัวเล็กน้อยเพื่อสบตากับดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้น


จู่ๆก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน...หรือคนตัวเล็กยังไม่หายงอนเรื่องน้ำผลไม้กันนะ


“พรุ่งนี้แต่ง ไม่ย้ายวันนี้จะให้ย้ายวันไหน?”


“...!!


“ห้องนอนของเรา ส่วนข้างๆน่ะ...ห้องของลูก”


ผลั่ก!


มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นผลักหน้าอกคนที่พูดจาเพ้อเจ้อจนอีกฝ่ายเซถอยหลัง คอเสื้อยืดสีเทาเข้มที่ร่างสูงสวมใส่ร่นลงมาเล็กน้อยในจังหวะที่ถูกผลัก และในขณะเดียวกัน...ดวงตากลมเบิกกว้าง ไม่นานจึงเปลี่ยนเป็นชะงักนิ่งยามที่จดจ้องไปบนแผงอกหนากำยำ


เมื่อครู่เธอเห็นบางอย่าง...รอยสักเล็กๆบนหน้าอกข้างซ้ายมินยุนกิ


ตัว Y


ก่อนที่หญิงสาวจะละความสนใจเพราะความคิดแรกคือเชื่อว่าอีกฝ่ายคงจะหมายถึงอักษรย่อชื่อของเขาเอง


“ลูกของคุณกับใครก็ช่าง แต่ที่แน่ๆไม่ใช่กับฉัน”


“ถ้าผัวมีเมียน้อย เธอก็โอเคงั้นสิ?”


ยุนกิเลิกคิ้วถาม ส่งผลให้ยูรีกัดริมฝีปากแน่นและถลึงตาใส่อีกฝ่าย


“คุณจะมีกี่เมียก็ได้ เพราะฉันจะยอมแต่งกับคุณแค่ปลดหนี้เท่านั้น”


“...”


“วันหนึ่งอยู่กันไม่ได้ก็หย่า จำไว้ว่าฉันจะรอวันนั้น”


งานถนัดของเธอคือพูดจายั่วโมโหเขาซึ่งมันก็สำเร็จทุกครั้งไป นัยน์ตาสีดำจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายพลางขบกรามแน่น ก่อนจะพูดอะไรออกไปเพียงเพราะโมโห...นิสัยที่แก้ไม่หายของเขา


“แต่งแล้วก็รีบท้อง”


“...”


“มีลูกให้ได้เมื่อไรจะหย่าให้ ถ้าไม่มีก็อย่าหวัง”


ดวงตากลมสั่นไหวกับคำพูดเห็นแก่ตัวของยุนกิ ยูรีรู้ว่าตัวเองไร้ค่าในสายตาของอีกฝ่ายแต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ เธอหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมยุนกิถึงอยากแต่งงานกับเธอหนักหนาและพึ่งจะรู้ก็วันนี้


การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรัก แน่นอนว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากมีเหตุผลอื่นที่เขาต้องการมากกว่าแก้แค้นให้เธอเจ็บปวดกับเรื่องราวในอดีตที่ยูรีคิดว่าตัวเองได้ชดใช้ไปหมดแล้ว


แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับแค่คนอุ้มท้องลูกให้เขาเท่านั้น ถ้าเธอเกิดท้องกับเขาขึ้นมาจริงๆ ยุนกิจะเอาแค่ลูกและปล่อยเธอไปงั้นเหรอ...


นี่คือเหตุผลจริงๆ...มินยุนกิต้องการแค่นี้จริงๆสินะ






[100%]





TBC.


พอโมโหแล้วปากมันเสียอะเนอะพี่เนอะ ความจริงคืออยากได้ทั้งลูกทั้งเมียนั่นแหละ แต่ต้องคีพลุคเป็นเจ้าหนี้แสนโหดไปก่อน อุก๊าก


แต่งแน่ๆแบบนี้แต่งแน่ๆ พวกเขาจะอยู่ด้วยกันแล้วแม่ ในส่วนของเลขานั้น ความในใจยูรีจะประมาณว่า 'เอาล่ะ กูไม่ชอบอี่นี่' อะไรทำนองนี้ 5555555555555555555555


พรุ่งนี้เปิดพรีออเดอร์หนังสือแล้ววว >< จะมีของแถมสุดพิเศษสำหรับ 30 คนแรกที่สั่งซื้อเล่มด้วย 


ติดตามรายละเอียดพรีออเดอร์รูปแบบเต็มในวันพรุ่งนี้ พร้อมเปิดโอน 2 ทุ่มตรงงับ <3 


#ฟิคหนีรักยุนกิ

ทวิตเตอร์ @pimtae_95





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.382K ครั้ง

3,552 ความคิดเห็น

  1. #3515 woralakpamuta (@woralakpamuta) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 18:16
    งื้ออเเกรรรร นางหึงใช่ป่ะๆๆๆๆ ใครก็ได้บอกชั้นทีนางหึงใช่ม้ายยย ฟินจนตัวเเทบเเตกกกกกกก
    #3515
    0
  2. #3380 P-praery (@P-praery) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 01:09
    แม่คะ พระเอกเราเป็นไบโพล่าร์ค่ะ
    #3380
    0
  3. #3277 wasinee678 (@wasinee678) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:30
    ยูรีคิดไม่ได้จริงๆหรอว่าเค้ารัก ;-;
    #3277
    0
  4. #2443 meena2560 (@meena2560) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 14:02
    รู้สึกเลขากับยุนกิมีซัมติงกันป่าวสงสัยต้องแต่เตะแหวนแล้ว&#8203; แล้วยังบอกมาที่บ้านบ่อยๆ&#8203; เป็นนางบำเรอยุนกิใช่มะ
    #2443
    0
  5. #2027 coffeemood (@coffeemood) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 23:40
    ยูรีเข้าใจผิดแล้วนะ&#12640;&#12640;
    #2027
    0
  6. #2026 전 민아 (@Kang-Minah) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:48
    เอาล่ะ กูไม่ชอบอีเลขาตอแหลนั่น
    #2026
    1
    • #2026-1 NangnoyVlt (@NangnoyVlt) (จากตอนที่ 10)
      13 สิงหาคม 2562 / 02:12
      เราก็ไม่ คนอะไรอ่ะวอก
      #2026-1
  7. #2008 MayYL (@Mayploydee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 17:35
    ยุนกิพูดไม่คิดอีกแย้วววว สงสารความรู้สึกยูรีอ่าาา T-T
    #2008
    0
  8. #2007 WonderPan (@WonderPan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 16:15
    เข้าใจยูรีนะที่ไปยั่วโมโหพี่กิ เป็นเราเราก็โกรธ เข้ามาทำร้ายกัน ถึงแม้ตอนนี้ยุนกิจะใจดีด้วยบ้าง แต่ขอโทษก็ไม่เคยขอโทษ คำว่ารักยังไม่เคยบอกกันสักคำเลย ยูรีจะไปเข้าใจได้ไงว่าที่ทำอยู่มันคือรักหรือแค่จะแก้แค้น แล้วพี่ยุนกิยังมาพูดประโยคนี้ใส่อีก เป็นเราเราร้องไห้ใส่แล้ว ถ้าพี่กิขอโทษในสิ่งที่เคยทำแล้วบอกให้ยูรีเข้าใจว่าตอนนี้ความรู้สึกตัวเองเป็นไง ไม่ซึนไม่ปากแข็งก็จบแย้ว พี่กิอ่าา สู้ๆแน้วกัน ไรท์แต่งดีมากกก เป็นกำลังใจให้นะคะ ตามอ่านทุกเรื่องเลยย ตอนนี้เก็บตังค์รอเปย์รูปเล่มอยู่ เราสะสมของไรท์2เล่มแน้ว รอเปิดพรีนะคะ <3
    #2007
    0
  9. #2006 SomsomChillChill (@SomsomChillChill) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 15:22
    พี่ยุนกิ-อีกแล้วนะ แงง
    #2006
    0
  10. #2004 nan13101995 (@nan13101995) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 08:49
    จะมีE-bookไหมคะขอให้มีเถอะพรีสส&#128591;&#128591;
    #2004
    0
  11. #2003 mild_melody_y (@mild_melody_y) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 08:32
    ยูรีก็ยั่วโมโหพี่เค้าเก่ง เป็นไงล้าาา5555555 พี่กิก็น้าาา ปากไวตลอด น่ารักอะๆๆๆ&#128525;
    #2003
    0
  12. #2002 Rainy95 (@Rainy95) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 08:13
    ทำไมปากร้ายไปพูดแบบนั้นใส่น้องเล่าาาา
    #2002
    0
  13. #2001 yoyo23727 (@yoyo23727) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 08:11
    เอาล่ะ รีดก้อไม่ชอบเลขานี5555
    #2001
    0
  14. #2000 ติ่งขก. (@parkyeol1487) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 01:27
    จากหมั่นไส้พี่กิ ตอนนี้รู้สึกหมั่นไส้ยูรีแล้ว-_-
    #2000
    0
  15. #1999 ldfe (@ldfe) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:56
    แงงงไมไปพูดแบบนั้นกะน้องง่าาาา
    #1999
    0
  16. #1998 SPcHeek (@alpaca) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:33
    ให้ตายเถอะ ชั้นชอบรอยสักตัว Y ที่อยู่บนแผงอกนั่นน
    #1998
    0
  17. #1997 Faiijaiizx (@busabajaita) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:30

    แงงง เจ่บใจจจ พี่อย่าพูดักบน้องแบบเน้
    #1997
    0
  18. #1996 ppminn (@preeyanut9855) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:27
    เขินนนมากกด&#8203;

    อ๊ากกกก
    #1996
    0
  19. #1995 sweetie_9 (@sweetie_9) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:22
    พี่แกก็ชอบพูดแบบนั้น น้องยิ่งเป็นคนคิดมากอยู่
    #1995
    0
  20. #1994 - Bbbee (@Littel_Gwang) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:19
    ตอนแรกมันก็เขินแหละไรท์ แต่ทำไมท้ายเนี้ยมันขมอีกแล้ว แงๆ
    #1994
    0
  21. #1993 eeye01 (@eeye01) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 00:18
    พอพี่โมโหแล้วเปนยังงี้ตลอดเล่ยน้องใจเจ้บนะรู้บ้างมั้ย!!&#12640;&#12640;
    #1993
    0
  22. #1992 mimijaetin (@maynannaphat) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 23:43
    ปากร้าย แต่ใจอยากได้น้องจนตัวสั่นเเล้วน้า5555555 ยูรีใจอ่อนให้พี่เขานิดนึงได้แล้ววว
    #1992
    0
  23. #1991 pang15823 (@pang15823) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 23:16

    รออออออออ
    #1991
    0
  24. #1990 suksiriintawong (@suksiriintawong) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 23:15
    สงสารน้องยูรี อิพี่ก็ปากไวเว่อร์
    #1990
    0
  25. #1989 P82130 (@P82130) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 23:15
    อิเลขาาาาาาา
    #1989
    0