ดวงใจศิขรินทร์ [สนพ.ชูการ์บีท ตีพิมพ์]

ตอนที่ 5 : ดวงใจศิขรินทร์ : ตอนที่ 2 --- 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    27 ก.ย. 62



ตอนที่ 2

"หนู" มีนมีนาส่งเสียงเรียกเข้าไปก่อนตัว ยามก้าวดุ่มเข้าไปหาร่างเล็กที่นั่งเพียบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

"มานั่งทำอะไรตรงนี้คะ" หญิงสาวถามซ้ำพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ คราวนี้คู่สนทนาเบือนหน้าหันมามอง ก่อนจะร้องไห้โฮ ทำเอามีนมีนาถึงกับตกใจยามเห็นน้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะๆ ออกมาจากดวงตากลม

"ฮึ่ก พี่ขา ช่วยเจ้าเหมียวด้วยค่ะ เจ้าเหมียวมัน...ฮึ่ก" เด็กหญิงสะอื้นพลางเบี่ยงตัวให้มีนมีนาเห็นแมวตัวน้อยสีส้มที่นอนแนบใบหน้าเข้ากับซอกแขนของคนตัวเล็ก ชวนให้มีนมีนาผวาเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว

"มันเป็นอะไรจ๊ะ" มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาป้อย แล้วเอ่ยตอบเจือเสียงสะอื้น

"มันหนีแม่แมวเกเรขึ้นไปบนต้นไม้ แต่พลาดตกลงมาค่ะ มันร้องใหญ่เลย"

"ตกต้นไม้หรือจ๊ะ" มีนมีนาทวนถามซ้ำเพื่อให้มั่นใจ เนื่องจากคนตัวเล็กพูดภาษาเหนือเร็วปรื๋อ หญิงสาวจึงต้องพยายามเงี่ยหูฟังเพื่อจับใจความสำคัญ

"ค่ะ มันตกต้นไม้"

"ไหน พี่ขอดูหน่อยสิ" มีนมีนาบอกพร้อมกับเอื้อมมือไปสัมผัสแมวน้อยที่นอนนิ่งเชื่องอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวเล็ก มันครางหงิงยามที่หญิงสาวจับเนื้อตัวนุ่มนิ่มเพื่อสำรวจ นั่นทำเอาเด็กหญิงหน้าเบ้ไปกันใหญ่ เลยทำให้มีนมีนา ผู้สวมบทสัตวแพทย์จำเป็นต้องรีบวินิจฉัยอาการ

"พี่ว่ามันน่าจะเจ็บขานะ แต่ไม่แน่ใจว่าขาหักหรือเปล่า"

"ฮือ ขาหักเลยหรือค้า" มีนมีนาระบายยิ้มเอ็นดู เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้โฮ ราวกับว่าเป็นคนเจ็บเสียเอง

"พี่แค่สัณนิษฐานน่ะจ้ะ มันอาจจะหักหรือไม่หักก็ได้ หรือแค่อาจจะแพลง แต่ต้องรอดูอาการก่อน"

"มันจะไม่ตายใช่ไหมคะ" เด็กหญิงเงยหน้าถามปนเสียงสะอื้น หยาดน้ำในดวงตากลมกระทบแสงแดด ดูแวววาวชวนเอ็นดู

"ไม่หรอกจ้ะ มันไม่ได้เป็นอะไรมาก ไหน พี่ขอดูอีกทีสิว่ามีแผลหรือเปล่า" หญิงสาวถามแล้วยื่นมือออกไปจับตัวแมวพลิกหาบาดแผลอีกรอบอย่างละเอียด

"มีไหมคะ มีแผลไหมคะ"

"มีแผลถลอกและเลือดซึมนิดหน่อยจ้ะ" มีนมีนาบอกหลังพบบาดแผลและรอยเลือดบริเวณขา

"แล้ว แล้ว จะทำยังไงดีคะ คุณหมออยู่ไกล"

"เดี๋ยวพี่ช่วยทำแผลให้ก็แล้วกันจ้ะ หนูรออยู่ตรงนี้แป๊บหนึ่งนะจ๊ะ" มีนมีนาบอก ก่อนจะเดินกลับไปที่กระเป๋าสัมภาระใบสุดท้ายของตัวเองที่วางโดดเด่นอยู่เพียงลำพัง เพื่อค้นหาเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วเดินกลับไปหาเด็กหญิงอีกครั้ง เพื่อลงมือทำแผลให้เจ้าแมวตัวน้อยอย่างคล่องแคล่ว เนื่องจากมันมีท่าทีเชื่องอย่างเห็นได้ชัด

"ว่าแต่เจ้าเหมียวนี่ชื่ออะไรหรือจ๊ะ" มีนมีนาชวนเด็กหญิงที่ก้มมองท่าทางการทำแผลของเธออย่างตั้งอกตั้งใจพูดคุย ก่อนเด็กหญิงจะตอบ โดยไม่ละสายตาไปจากมือที่ถือสำลีของเธอเลยสักนิด

"ไม่รู้เหมือนกันค่ะ หนูก็เพิ่งได้เจอมันที่โรงเรียนเมื่อสามสี่วันก่อนนี้เอง แต่หนูจะเลี้ยงมันต่อค่ะ หนูรักมัน" คนตัวเล็กบอกพร้อมกับลูบมือเล็กไปมาบนหัวของเจ้าเหมียวที่ส่งเสียงร้องรับเบาๆ คล้ายรับรู้ความรู้สึกที่เด็กหญิงมอบให้

"งั้นหนูก็ต้องตั้งชื่อให้มัน"

"ชื่อไทเกอร์ดีไหมคะ" คนถามตาวาวอย่างตื่นเต้น ขณะที่มีนมีนายิ้มเจื่อนๆ ก่อนเอ่ยบอก

"พี่ก็ว่าดีนะ แต่มันจะดูแปลกๆ ไหม เพราะเจ้าเหมียวนี่เป็นเพศเมีย"

"อ้าว งั้นเปลี่ยนก็ได้ค่ะ" เด็กหญิงรีบบอกอย่างรวดเร็ว ชวนให้คนมองยิ้มเอ็นดูอย่างถูกชะตา

"ชื่อคิตตี้ดีไหมคะ ตรงหูมันมีรูปโบเล็กๆ ด้วย" มีนมีนามองตามนิ้วป้อมๆ ที่จิ้มลงบนหูของเจ้าเหมียว ก่อนพยักหน้า

"ก็ดีนะ เจ้าคิตตี้"

"หนูชอบชื่อนี้" คนตัวเล็กบอกแล้วโอบกอดเจ้าแมวน้อยด้วยท่าทีรักใคร่ ทำเอามีนมีนาหลุดยิ้มบางๆ กับภาพตรงหน้า นึกชอบใจทั้งแมวน้อยและคนเป็นเจ้าของหมาดๆ

 

"มะปิน เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาเกือบหกสิบปี จากการริเริ่มของนายขิ่น ซึ่งเป็นชาวพม่าสมรสกับนางมี ภรรยาชาวไทย ก่อนจะตั้งรกรากขึ้นที่เมืองไทย ที่นี่เราทำอาชีพเกษตรกรเป็นหลักภายใต้การนำของทายาทตระกูลปถคีรี เราปลูกผัก ปลูกชา ปลูกกาแฟ ปลูกมะตูม และมีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจัดจำหน่ายและส่งออกต่างประเทศ และที่นี่กำลังถูกพัฒนาเป็นสถานท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เล็กๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่รักในธรรมชาติโดยเฉพาะ ตลอดระยะเวลาสองเดือนต่อจากนี้ น้องๆ จะได้เห็นที่นี่เติบโตขึ้น เพราะเรากำลังจะสร้างร้านกาแฟเล็กๆ แถบชายเขา ตรงที่สามารถมองเห็นวิวหลักล้านได้ เรากำลังจะสร้างลานกางเต้นท์และปรับปรุงบ้านที่เข้าร่วมโครงการโฮมสเตย์ให้ได้มาตรฐาน…" เสียงดิน ประธานค่ายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสมาชิกค่ายอาสาตรงบริเวณลานรวมพลส่งเสียงเจื้อยแจ้วผ่านโทรโข่งอันเล็ก กำลังบรรยายประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านมะปินอย่างคล่องแคล่วและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ได้เห็นบ้านเกิดของตัวเองเติบโต ให้ความรู้สึกเหมือนไกด์นำเที่ยวก็ไม่ปาน ข้างกันมีบรรดาชาวบ้านหลายคนนั่งฟังอยู่บนขอนไม้ใหญ่ที่ประยุกต์เป็นเก้าอี้ มีร่างสูงใหญ่ที่เป็นจุดสนใจของบรรดาหญิงสาวยืนอยู่อีกฝั่ง ท่าทีน่าเกรงขามของเขาทำให้ชาวค่ายอาสารู้ว่าเขาคงไม่ได้เป็นเพียงคนธรรมดาเฉกเช่นคนอื่น เห็นได้จากการที่ชาวบ้านหลายคนเดินเข้าไปคุยกับเขาด้วยท่าทีนอบน้อม นั่นยิ่งทำให้เขาดูดึงดูดสายตามากกว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นเพราะรัศมีความเป็นผู้นำที่อยู่ในตัวของศิขรินทร์  ปถคีรีก็เป็นได้

"มองหาใครวะ" ร่างสูงในชุดลำลองของร้อยโทอคิน หัวหน้าตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ขยับเข้าไปกระซิบถามเพื่อนสนิทที่ตัวสูงมากไม่แพ้กันอย่างสงสัย เมื่อยืนสังเกตการณ์มาได้สักพัก แล้วพบว่าเพื่อนกำลังมองหาใครบางคน

"เด็กนั่นไม่ได้อยู่ตรงนี้" ศิขรินทร์กระซิบตอบเพื่อนเสียงเข้ม มีร่องรอยกังวลอยู่ในน้ำเสียงเด่นชัด หลังกวาดตามองสมาชิกชาวค่ายอาสา แล้วพบว่ามีใครคนหนึ่งหายไป ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับคนที่แอบมองเขาอยู่เมื่อครู่




มาแล้วค่าาาา อาจจะช้าไปสักนิด แต่ก็มาตามนัดน้าาา

อย่าลืมคอมเมนต์ โหวต ส่งกำลังใจให้ลานีนด้วยนะคะ ^^



  

    

   

  

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

660 ความคิดเห็น

  1. #250 noodao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 08:01
    มองแวบเดียวรู้เลยหรอว่ามีใครหายไป
    #250
    0
  2. #81 Jakkaran55 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:10
    ทำไมต้องมองหาเด็กนั่นเป็นพิเศษคะสบตากันแปบเดียวเอง
    #81
    2
    • #81-1 Mablelanine(จากตอนที่ 5)
      10 ตุลาคม 2562 / 20:35
      5555 ต้องมนตร์สะกดค่ะ
      #81-1
  3. #42 kung241 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 17:47

    รออ่านต่อๆๆ นะคะ

    #42
    0
  4. #41 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 03:56
    นั่นเเน่ะ

    มีความกังวลว่า

    มีสาวหายไป
    #41
    0
  5. #40 AijaSolothurn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 00:31
    รออออออต่อ😛
    #40
    0
  6. #39 punnada400 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 00:27

    มาแล้วๆ><

    #39
    0
  7. #38 Phattiporn Julintorn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 23:15
    มาแย้ววววว
    #38
    0