ดวงใจศิขรินทร์ [สนพ.ชูการ์บีท ตีพิมพ์]

ตอนที่ 4 : ดวงใจศิขรินทร์ : ตอนที่ 1 --- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    25 ก.ย. 62





"ฝนกับเพื่อนเพิ่งเรียนจบน่ะค่ะ เลยอยากมาค่ายอาสาด้วยกันก่อนจะแยกย้ายกันหางานทำ"

"ดีเลย พี่จะได้มีเพื่อนอยู่ที่ค่ายนี่ยาวๆ"

"แล้วพี่มีนล่ะคะ ทำงานอะไร"

"พี่เป็นสถาปนิกที่….น่ะ"

"โห เท่จัง" คนฟังตาวาว ทำเอามีนมีนาหลุดยิ้มบางๆ "บริษัทนั้นดังมากเลยนะคะ พี่ชายของเพื่อนฝนก็ทำที่นั่น"

"เป็นแค่อดีตน่ะ พี่เพิ่งจะลาออกมา"

"อ้าว ทำไมล่ะคะ"

"ไม่อยากเจอหน้าคนคนหนึ่ง" มีนมีนาให้เหตุผล แบบที่คนฟังก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ ก่อนทั้งคู่จะชวนกันพูดคุยถึงเรื่องอื่นๆ อย่างถูกคอ ทำให้ระยะเวลาในการเดินทางที่เหลืออยู่ไม่เงียบเหงาเกินไป เพราะสองสาวเล่นผลัดกันเล่าเรื่องราวของกันและกันไปตลอดทาง นั่นทำให้มีนมีนาได้รู้ว่าน้ำฝนและเพื่อนอีกสองคนอย่างจริยาและต้นเพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยออกมาหมาดๆ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเลือกใช้ชีวิต ทั้งหมดจึงตัดสินใจใช้เวลาขณะรอรับปริญญาบัตรมาเข้าค่ายอาสา หาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตพลางๆ ซึ่งการพูดคุยกับรุ่นน้องทำให้มีนมีนาได้รู้เพิ่มเติมว่า หมู่บ้านมะปินค่อนข้างมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวที่นิยมชื่นชอบธรรมชาติ เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติเขียวขจี และยังเป็นสถานที่ที่กำลังอยู่ในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเต็มตัวอีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้มีนมีนามั่นใจว่าที่นี่คงไม่กันดารเกินไปอย่างที่พะแพงกังวลแน่นอน

รถบัสโดยสารสายยาวมาถึงสถานีขนส่งจุดหมายในตอนสิบนาฬิกา มีนมีนาได้รับความช่วยจากเพื่อนๆ ของน้ำฝนช่วยขนกระเป๋าและสัมภาระลงจากรถ ไปสมทบกับสมาชิกค่ายอาสาคนอื่นที่มารอตรงจุดนัดพบอยู่ก่อนแล้วร่วมสิบคน ก่อนทั้งหมดจะขอตัวไปหาอาหารรับประทาน โดยฝากกระเป๋าไว้กับเพื่อนๆ และประธานค่ายร่างใหญ่นามว่าดิน

มีนมีนาและน้องๆ เลือกทานข้าวราดแกง ซึ่งเป็นเมนูง่ายๆ เพราะมีเวลาจำกัด หญิงสาวเลือกทานข้าวราดแกงฮังเล ซึ่งเป็นเมนูพื้นเมืองของจังหวัดโดยเฉพาะ

"พี่มีน เป็นรุ่นพี่ของพวกเราจริงหรือพี่" ต้นเอ่ยถามขึ้นตอนที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตักข้าวเข้าปาก มีนมีนาหยุดชะงักมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนถามเล็กน้อย

"ทำไมแกถามพี่มีนแบบนั้นล่ะ"

"ก็...พี่มีนยังดูเด็กๆ อยู่เลย บอกว่ารุ่นเดียวกัน ผมยังเชื่อเลยนะ" ต้นบอก ขณะมองหน้ารุ่นพี่ที่เพิ่งรู้จักอย่างสนใจ

"พี่จะสามสิบแล้ว" มีนมีนาเอ่ยบอกเสียงกลั้วหัวเราะ ทำเอาคนฟังเบิกตาโต

"จริงหรือคะ ฝนนึกว่ายี่สิบสี่ ยี่สิบห้าซะอีก"

"นั่นสิคะ หน้าเด็กมากเลย" จริยาเอ่ยขึ้นอย่างตกใจไม่แพ้กัน ด้วยเพราะคิดเหมือนกับต้นว่ามีนมีนาหน้ายังเด็กอยู่มาก ทำเอาคนถูกชมหัวเราะเบาๆ อย่างขัดเขิน

"ขอบใจมากจ้ะ แต่ชมกันตรงๆ แบบนี้ เล่นเอาพี่เขินเลยนะเนี่ย" มีนมีนาเอ่ยยิ้มๆ ทำเอาทั้งสามหลุดหัวเราะเบาๆ ก่อนแต่ละคนจะเริ่มลงมือทานข้าวราดแกงในจานของตัวเองอย่างจริงจัง เนื่องจากจำนวนสมาชิกค่ายอาสาตรงบริเวณจุดนัดพบ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากร้านข้าวแกงเริ่มมากขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แล้ว

ทั้งสี่รวบช้อนเป็นอันจบมื้ออาหารตอนที่ประธานค่ายจับโทรโข่งอันเล็กในมือขึ้นประกาศกระจายเสียง ทั้งหมดจึงลุกขึ้นไปจ่ายเงินกับแม่ค้าวัยกลางคนและเดินกลับไปสมทบกับคนอื่นๆ ทันถูกเช็กชื่อสมาชิกพอดี

"จริยา"

"มาค่ะ" จริยารีบยกมือขึ้นสูงยามถูกเอ่ยขานชื่อของตัวเอง

"ต้น"

"มาครับ"

"น้ำฝน"

"มาค่ะ/มาจ้า" น้ำฝนที่ยกมือรีบหันไปมองอีกฝั่งทันทีเมื่อมีเสียงดังขึ้นซ้อน พบเป็นหญิงสาวอีกคนกำลังส่งรอยยิ้มขบขันมาให้

"ปรากฏว่ามีสองน้ำฝนนะ ใครจะเป็นน้ำฝนหนึ่ง ใครจะเป็นน้ำฝนสอง" ดินสรุปถามพลางหันมองหน้าทั้งสองน้ำฝน และเป็นน้ำฝนตรงหน้ามีนมีนาที่ยกมือเสนอขึ้น

"หนูเป็นน้ำฝนสองก็ได้ พี่เขาน่าจะอายุมากกว่า"

"โอเค" ดินรับคำง่ายๆ ก่อนจรดปากกาติ๊กชื่อสมาชิก

"มีน"

"มาจ้ะ" มีนมีนายกมือ รับคำขานเรียกชื่อตัวเอง ขณะที่คนเรียกก้มมองกระดาษในมือสลับกับมองหน้ามีนมีนาถึงสองครั้ง ทำเอาคนถูกมองหลุดหัวเราะขำอย่างพอรู้สาเหตุ เธอคงจะเป็นคนที่อายุมากที่สุดในค่ายสินะ

"เรียกพี่มีนก็ได้"

"ครับ" ประธานค่ายพยักหน้ารับคำพร้อมกับติ๊กชื่อมีนมีนาในกระดาษ แล้วหันไปขานเรียกชื่อสมาชิกคนอื่นต่อจนครบ ก่อนหญิงสาวร่างเล็ก ผมยาวประบ่าจะเดินแจกป้ายกระดาษให้ทุกคนเขียนชื่อสำหรับคล้องคอ แล้วจึงทยอยขึ้นรถโดยสารขนาดเล็กสีแดงที่จอดเป็นแถวรออยู่ พร้อมด้วยสัมภาระมากมาย เพื่อเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านมะปิน ซึ่งใช้เวลาอีกราวหนึ่งชั่วโมง

มีนมีนาที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางตึกสูงเสียดฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ค่อนข้างชอบใจกับภาพวิวทิวทัศน์ตลอดสองข้างทางที่รถเมล์คันเล็กเคลื่อนผ่าน ยามที่ขบวนรถโดยสารแล่นขึ้นไปตามทางลาดชัน ข้ามภูเขาสูงใหญ่หลายลูก หญิงสาวหันหน้ามองออกนอกรถด้วยใบหน้าสดใส ผิดกับรุ่นน้องบางคนที่โก่งคออาเจียนเพราะเกิดอาการเมารถไปตลอดทาง เดือดร้อนต้องหายาแก้แพ้รับประทานกันเสียยกใหญ่ จนผล็อยหลับไปตามๆ กัน เหลือเพียงมีนมีนาที่ยังคงนั่งดื่มด่ำกับธรรมชาติอยู่เพียงลำพัง

เธอชอบภาพปุยเมฆสีขาวลอยระยอดเขาที่สุด

หลังใช้เวลาร่วมหนึ่งชั่วโมงครึ่ง รถโดยสารคันเล็กก็เข้าจอดเทียบหมู่บ้านมะปินที่มีบรรดาชาวบ้านมายืนรออยู่ก่อนแล้ว ทำเอาประธานค่ายอย่างดินต้องรีบขอโทษขอโพยทุกคนยกใหญ่ เพราะตัวเองและคณะมาสายไปครึ่งชั่วโมง หลังรถหลายคันต้องแวะจอดข้างทาง เนื่องจากบรรดาสมาชิกค่ายอาสาส่วนใหญ่ซึ่งเป็นหนุ่มสาวเมืองกรุง ไม่คุ้นชินกับเส้นทางที่แสนคดเคี้ยวและลาดชันนัก แต่ทันทีที่ถึงจุดหมาย และได้เห็นวิวทิวทัศน์หลักล้านก็ชวนให้ทุกคนแทบจะหายจากอาการสะโลสะเลเป็นปลิดทิ้ง ต่างรู้สึกคุ้มค่ากับการเดินทางแสนทรหด ยามได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่

มะปินตรงหน้า แตกต่างจากที่มีนมีนาคิดไว้ เพราะที่นี่ไม่ได้ดูกันดารเหมือนอย่างที่พะแพงกลัว บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ สลับกับบ้านปูนยกพื้นสูง บางหลังก็เป็นบ้านปูนแบบสองชั้น แต่ส่วนใหญ่ปลูกแบบเรียบง่าย เป็นปูนเปลือย ไม่มีสี ตั้งเรียงรายอยู่ติดๆ กัน บางหลังตั้งอยู่สูงติดเนินเขา ตั้งสลับลดหลั่นกันไป มีต้นไม้เขียวขจีเต็มไปหมด แถมจุดลานดินที่เธอและเพื่อนๆ ยืนอยู่ ก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านล่างได้เต็มตา

"วิวดีสุดๆ ไปเลยเนอะคะพี่มีน" น้ำฝนที่ก้าวลงมายืนข้างมีนมีนาเอ่ยขึ้น ขณะทอดสายตามองทะเลท้องฟ้าสีคราม เหนือยอดเขาน้อยใหญ่เขียวขจี

"อือ วิวสวยมาก แค่ได้เห็นก็คุ้มแล้ว" มีนมีนาพูดยิ้มๆ ก่อนบทสนทนาของสองสาวจะถูกขัดขึ้นด้วยเสียงใหญ่ๆ ของดินที่ตะโกนแจ้วๆ แจ้งให้ทุกคนขนสัมภาระไปรวมกันที่ลานกลางหมู่บ้าน

มีนมีนาและน้ำฝนจึงผละจากการชมวิว แล้วเดินเข้าไปสมทบกับคนอื่นๆ เพื่อทยอยยกของ ทั้งของใช้ส่วนตัวและของค่ายไปวางรวมกันที่ลานรวมพล ที่มีบรรดาชาวบ้านหลายคนยืนอยู่ รวมไปถึงร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ดึงดูดสายตาของบรรดารุ่นน้องสาวๆ ให้เหลียวมองตามตาปรอย พร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างสนอกสนใจ แต่ไม่ใช่กับคนที่เพิ่งผ่านความผิดหวังมาหมาดๆ อย่างมีนมีนาแน่นอน

"ยายฝน แกดูผู้ชายกลุ่มนั้นซี ยืนรวมกันอย่างกับบอยแบนด์แน่ะ" เสียงจริยาเอ่ยขึ้นอย่างสดใสพร้อมกับชี้ชวนให้น้ำฝนมองตาม

"จริงด้วย หนุ่มเหนือนี่งานดีชะมัดเลยแฮะ แดดก็แรง แต่ทำไมผิวยังขาวผ่องเชียว"

"ใช่ๆ ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ" มีนมีนาหลุดหัวเราะเบาๆ ยามได้ยินคำพูดกลั้วเสียงหัวเราะคิกคักของสองสาวข้างๆ พร้อมกับมองตามสายตาของรุ่นน้องสาวไปยังกลุ่มชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไปด้วยสายตาเรียบเฉย

"คนที่สูงที่สุด หล่อที่สุด"

มีนมีนามองตาม เห็นชายหนุ่มตัวสูงชะลูดกำลังยืนพูดคุยกับพวกชาวบ้านด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนหญิงสาวจะชะงักไปเล็กน้อย เมื่อคนที่กำลังถูกพูดถึงหันขวับมาในนาทีที่เธอจ้องมองเขาพอดิบพอดี ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวสบเข้ากับสายตาของเธออย่างจัง มีนมีนาก้มศีรษะให้อีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษ ก่อนดึงสายตาหลบอย่างรวดเร็ว เมื่อคิดว่าการกระทำของตัวเองเป็นการเสียมารยาท

"อร๊าย เขามองมาที่ฉันด้วยเว้ย" เสียงจริยาเอ่ยขึ้นอย่างกระดี๊กระด๊า ชวนให้คู่สนทนาหันไปมอง

"เฮ้ย จริงด้วย แกว่าเขามองใครอ้ะ มองฉันหรือมองแก" น้ำฝนพูดกระซิบกับเพื่อนยิ้มๆ อย่างสนุกสนาน ก่อนมีนมีนาจะขอตัวเดินออกมาก่อนอย่างไม่ใคร่จะสนใจในตัวชายหนุ่มที่ถูกเอ่ยถึงมากนัก หญิงสาวเดินกลับไปยังกองสัมภาระเพื่อหิ้วข้าวของที่เหลือ มือเล็กหยิบกระเป๋ากล้องขึ้นสะพาย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กของเด็กหญิงในชุดกระโปรงสีชมพูนั่งหันหลังคุดคู้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีนมีนาย่นคิ้วยุ่งมองภาพนั้นอย่างแปลกใจ

เด็กหญิงไปนั่งทำอะไรตรงนั้น

"พี่มีน พี่ดินเรียกรวมแล้วค่ะ" เสียงเจื้อยแจ้วของน้ำฝนที่เดินตามหลังมาเอ่ยเรียกเสียงดัง มีนมีนาจึงขานรับ แต่ยังไม่ยอมขยับตัว เอาแต่เพ่งสายตามองร่างเล็กที่เบือนเสี้ยวหน้าบิดเบ้เปรอะน้ำตาหันมามองด้านหลังเลิ่กลั่ก ราวกับต้องการความช่วยเหลือ ทำเอาคนมองหายใจสะดุดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้ และสาเหตุคงมาจากเจ้าลูกแมวตัวเล็กมอมแมมที่นอนแบ๊บอยู่ในอ้อมแขนเล็กนั่น

"พี่มีนขา..."

"น้ำฝนไปก่อนเลย เดี๋ยวพี่ตามไปจ้ะ" มีนมีนาตะโกนบอกรุ่นน้องสาวเป็นการตัดบท เมื่อถูกขานเรียกอีกครั้ง ก่อนจะรีบสาวเท้าเร็วๆ ตรงเข้าไปหาเด็กหญิงอย่างไม่ลังเล

------------------------------------------------------

อัพแล้วค่าาาา มีใครรออยู่บ้างคะ

หนุ่มหล่อสูงชะลูดคนนั้นจะใช่พระเอกของเราไหมน้าาาาาาา

มาปูเสื่อรอกันยาวๆๆๆ ^^

อย่าลืมคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ^^



            











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

660 ความคิดเห็น

  1. #540 bsss27 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 20:36
    ชอบนิยายแนวสนุกๆสนุกมาก
    #540
    0
  2. #249 noodao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 07:58
    จะมาเจอคนรักษาใจที่นี่ไหมนะ
    #249
    0
  3. #80 Jakkaran55 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:05
    ฉีกกฎนิยายทั่วไป ไม่ใช่เลิฟแอทเฟิร์สซายใดๆ5555
    #80
    0
  4. #59 fsn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 20:44

    โห ใจ มากเลยคะ อาสาทำงานค่ายที่ห่างไกลกัน 2 เดือน สุดๆ

    #59
    0
  5. #37 tairacha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 08:00
    รอคร่าาาาาาา

    รีบมานะคะไรท์
    #37
    0
  6. #36 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:37
    ง่า มีการสบตากันด้วย

    ว่าแต่ หนูน้อย อุ้มแมวที่บาดเจ็บเหรอนั่น
    #36
    0
  7. #35 tns_niracha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:31
    ไรต์ปามาสัก3-4 ตอนได้ไหมคะ พลีสสสส
    #35
    0
  8. #34 Marine (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:05

    มาตามนัด เย้ เย้ เย้. เขาเจอกันแล้ว พร้อมแมวหนึ่งตัว โรแมนติคสุดๆ

    #34
    0
  9. #33 kung241 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 21:52

    หนุ่มหล่อสูงชะลูด ต้องพระเอกแน่ๆ ^_^

    #33
    0
  10. #32 tns_niracha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 21:50
    เขาเจอกันแล้วค่้ะแม่
    #32
    0
  11. #31 wayray (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 21:19

    ในเรื่องเศร้า มีเรื่องสุขขขขขขสินะ
    #31
    0
  12. #30 p_ubonsri (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 21:09

    มาบ่อยๆ​ นะคะ
    #30
    0
  13. #29 Jvar J. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:45
    เค้าเจอะกันล้าวววว
    #29
    0
  14. #28 AijaSolothurn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:39
    เจอกันแล้ววววววว
    #28
    0
  15. #27 346987 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:21
    ลุ้นๆๆๆ
    #27
    0